BioNTech ชี้ปีหน้าต้องปรับสูตรวัคซีนใหม่ รับมือไวรัสกลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664740

วันที่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 10:11 น.BioNTech ชี้ปีหน้าต้องปรับสูตรวัคซีนใหม่ รับมือไวรัสกลายพันธุ์ขณะที่ผู้ร่วมก่อตั้งอีกรายชี้ว่าอาจจะต้องฉีดบูสเตอร์กันอีก เพราะไวรัสจะกลายพันธุ์ได้อีก

อูกูร์ ซาฮิน (Ugur Sahin) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BioNTech SE ซึ่งบริษัทพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ตัวแรกร่วมกับ Pfizer Inc. กล่าวว่าอาจต้องใช้สูตรใหม่ภายในกลางปี 2565 เพื่อป้องกันการกลายพันธุ์ของไวรัสในอนาคต ตามการรายงานของ Financial Times 

เขาบอก Financial Times ว่าเมื่อเวลาผ่านไป การกลายพันธุ์จะเกิดขึ้นซึ่งสามารถหลบเลี่ยงการป้องกันภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ และปีหน้าอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต่างออกไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดร. ออซเลม ตุเรซี (Dr. Ozlem Tureci) ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของ BioNTech กล่าวในตอนล่าสุดของ “The CNBC Conversation” เราจะ “ต้องกลับสู่สภาวะปกติใหม่ เพราะไวรัสนี้จะอยู่กับเราไปอีกหลายปี”

เมื่อถามถึงความกังวลเกี่ยวกับสายพันธุ์ใหม่เธอกล่าวว่า BioNTech “ประเมินสายพันธุ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมันจะมีมากขึ้น”

เธอกล่าวว่าจำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางในการหลุดพ้นจากการแพร่ระบาด แต่เธอสามารถจิประเมินได้ว่าจะต้องมีการฉีดบูสเตอร์ในอนาคต “ทุก 12 หรือทุก 18 เดือน”

อย่างไรก็ตาม เธอเสริมว่าชาวโลกไม่ควรดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว และ “จะเริ่มจัดการโควิดได้ ตอนนี้มันเริ่มที่จะจัดการได้แล้ว”

Photo by Arne Dedert / POOL / AFP

Brokpa ชาวอารยันพุทธกลุ่มสุดท้ายแห่ง “โยนก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664710

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 18:18 น.Brokpa ชาวอารยันพุทธกลุ่มสุดท้ายแห่ง "โยนก" กล่าวกันว่าพวกเขาคือทายาทของกองทัพอเล็กซานเดอร์มหาราชที่ปักหลักในอินเดียและปากีสถาน และเป็นชาวพุทธที่มีเชื้อสายอารยัน

ชาวบร็อกปะ (Brokpa หรือ Drokpa) เป็นชนกลุ่มน้อยในหุบเขาธาฮานู ของเขตลาดัก รัฐชัมมู-กัษมีร์ ประเทศอินเดีย ว่ากันว่า เป็นชาวอารยันกลุ่มสุดท้ายที่มีเลือดบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เจือปนจากเชื้อชาติใด ลักษณะเด่นของชาวบร็อกปะ ก็คือ ผิวกายมีสีอ่อน มีดวงตามีสีสัน ผมมีสีอ่อนจนถึงสีบรอนซ์เหมือนชาวยุโรป ผิดกับชาวลาดักที่มีลักษณะเป็นชาวเอเชียตะวันออก และผิดไปชาวอินเดียส่วนใหญ่

มีหลายทฤษฎีว่าด้วยที่มาของชาวบร็อกปะ ว่ากันว่า เป็นชาวอารยันที่หลงเหลือจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนการอพยพใหญ่ไปยังยุโรป ขณะที่บางส่วนเชื่อว่า อาจเป็นลูกหลานของกองทัพกรีกสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ที่บุกตะลุยมายังชมพูทวีปเมื่อ 2,000 กว่าปีที่แล้ว แต่มีโอกาสสูงที่จะเป็นไปตามทฤษฎีแรก

ในรายกาาร Lost tribe of Alexander the Great (เผ่าที่สาบสูญของอเล็กซานเดอร์มหาราช) ของสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลียสัมภาษณ์คนบร็อกปะ ในปากีสถานที่ชื่อ กูร์เม็ด เซตัน เขายืนยันว่า “ใช่ มีคนบอกว่าเราสืบเชื้อสายจากมาจากอเล็กซานเดอร์ บรรพบุรุษของเราบอกเราว่าเราสืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์นั้น”

แต่โมนา ภันนักมานุษยวิทยาที่ศึกษาชุมชนนี้มาอย่างยาวนานได้ให้สัมภาษณ์กับ Open Magazine ทฤษฎีเรื่องชาวดร็อกปะเป็นอารยันนั้นยังมีข้อบกพร่อง เนื่องจากภาษาบางภาษาที่พูดในเทือกเขาหิมาลัยทางตะวันตกเฉียงเหนือมีความคล้ายคลึงกันกับภาษาอินโด-อารยันอื่นๆ ผู้พูดภาษาเหล่านี้จึงถูกจัดอยู่ในประเภทหนึ่ใของชาวอารยันด้วย

ชาวบร็อกปะ มีความพิเศษอีกประการก็คือ เป็นชาวอารยันกลุ่มสุดท้ายที่สืบทอดการนับถือศาสนาพุทธ

ศาสนพุทธมาถึงดินแดนของชาวบร็อกปะ นับตั้งแต่ยุคแห่งการประกาศพระศาสนาสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งทรงส่งคณะของพระมัชฌันติกเถระมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ แคว้นกัษมีระ และส่งคณะของพระมหารักขิต ไปประเทศโยนก คือ ประเทศกรีกในเอเชียกลาง กล่าวคือนานาประเทศในเอเชียกลางปัจจุบันรวมถึงอัฟกานิสถานและปากีสถาน

“โยนก” ในเวลานั้นปกครองโดยชาวกรีกที่ปักหลักในอินเดียและเอเชียกลางหลังการยกทัพของพระเจ้าเล็กซานเดอร์มหาราช ดินแดนในปกครองกรีกเหล่านี้ก็เช่น คันธาระ (ปัจจุบันอยู่ในอัฟกานิสถานคือเมืองกันดาฮาร์) ถูกเรียกว่า โยนกหรือโยน ตามคำเรียกขานชาวกรีกคือ Ion คำนี้ภาษาอังกฤษออกเสียงว่า “ไอออน” แต่ในภาษากรีกนั้นต้องอ่านว่า “อิโยน” หรือออกเสียงเร็วๆ ว่า “โยน” หลายเป็นโยนกในการเรียกโดยชาวอินเดีย

เรื่องราวการเผยแพร่พุทธศาสนาในโยนกนั้นอยู่ในคัมภีร์สมันตปาสาทิกา สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งสมณทูตไปประกาศพระศาสนายังดินแดนต่างๆ ในโยนกนั้นกล่าวว่า “ฝ่ายพระมหารักขิตเถระไปยังรัฐโยนกแล้ว ให้ชนชาวโลกโยนกเลื่อมใส ด้วยกาฬการามสุตตันตกถาแล้ว ได้ให้เครื่องอลังการคือมรรคและผลแก่สัตว์ประมาณหนึ่งแสนสามหมื่นเจ็ดพัน ก็ประชาชนประมาณหนึ่งหมื่นบวชแล้วในสำนักของพระเถระนั้น แม้พระเถระนั้นก็ได้ประดิษฐานพระศาสนาให้ดำรงมั่นอยู่ในรัฐโยนกนั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้”

ขณะเดียวกันสมันตปาสาทิกาก็เอ่ยถึงพระเถระอีกรูปว่าชื่อ “พระโยนกธรรมรักขิตเถระ” ถูกส่งไปเผยแพร่พระศาสนาที่อปรันตกชนบท หรือชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย ชื่อของพรเถระนี้มีคำว่า “โยนก” แสดงว่าท่านเป็นชาวกรีก และท่านเป็นผู้ทำให้ติสสกุมารซึ่งคือพระอนุชาของพระเจ้าอโศกมหาราชเกิดความเลื่อมใสจนออกบวชเป็นพระติสสเถระ

“โยนก” คำนี้เป็นคนเดียวกับที่ไทยใช้หมายถึงล้านนา ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการรับเอาคำเรียกชื่อแว่นแคว้นโบราณของอินเดียมาใช้เรียกบ้านเมืองของเราบ้างในทำนองว่าเป็นภาพสะท้อนอารยธรรมอินเดียที่เรารับนับถือมา เช่นเดียวกับชาวกัมพูชาเรียกแว่นแคว้นทางเหนือว่า “ญวน/ยวน” คือเวียดนาม ไทยตอนเหนือในล้านนาก็เรียกกันว่าโยนกและไทยยวนดุจเดียวกัน

ในภายหลังชาวอารยันในเอเชียกลางเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามจนหมดสิ้น เหลือแต่อารยันในหุบเขากลุ่มนี้เท่านั้น ปัจจุบัน ชาวชาวบร็อกปะ นับถือพุทธศาสนานิกายวัชรยานแบบทิเบต เช่นเดียวกับชาวลาดักส่วนใหญ่ ชาวชาวบร็อกปะ ที่นับถือพุทธศาสนายังอยุ่ในแถบเมืองเลห์ ขณะที่กลุ่มอื่นๆ นับถือศาสนาฮินดูหรืออิสลาม

อย่างไรก็ตาม มีบางข้อมูลระบุว่าชาวบร็อกปะเพิ่งหันมานับถือศาสนาพุทธเมื่อ 200 ปีมานี้เอง และสัญลักษณ์ที่แสดงความเป็นอารยันของพกวเขาคือตราสวัสดิกะสะท้อนความเชื่อดั่งเดิมของพวกเขาคือศาสนานับถือธรรมชาติเหมือนกับที่ชาวทิเบตนับถือที่เรียกว่า “ศาสนาเพิน” (Bon)

แต่สัญลักษณ์สวัสดิกะเป็นสัญลักษณ์สากลของศาสนาของชาวอารยันมาแต่โบราณด้วย ในศาสนาพุทธสวัสดิกะก็เป็นสัญลักษณ์มงคล ทุกวันนี้ในประเทศฝ่ายมหายาน เช่น จีน เกาหลี และญี่ปุ่นยังใช้สัญลักษณ์สวัสดิกะแทนความหมายว่าวัดวาอาราม (โดยเฉพาะบนแผนที่)

อิทธิพลของศาสนาพุทธในหมู่ชาวบร็อกปะหยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของพวกเขา ดร.วีณา ภาสิน นักมานุษยวิทยานิเวศวิทยาชาวอินเดีย ซึ่งเคยศึกษาและศึกษาชนเผ่าบร็อกปะ กล่าวกับ The Vegan Review ว่า บร็อกปะไม่กินเนื้อสัตว์ปีกและผลผลิตจากวัวซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาของพวกเขา เพราะศาสนาของบร็อกปะกำหนดว่าพวกเขาหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์

แต่ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป ชาวบร็อกปะเริ่มไม่มังสวิรัติกันแล้ว เพราะความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงแปล่งอาหารของพวกเขา ด้วยฤดูกาลที่ร้อนจัดและหนาวจัดทำลายพืชพันธุ์ของพวกเขา ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาหารในชีวิตประจำวัน

โลกร้อนไม่ได้ทำลายแค่โลก แต่ทำลายวิถีที่สืบทอดมานานนับร้อยปีหรืออาจจะเป็นพันปีของชาวบร็อกปะ

อีกหนึ่งภัยคุกคามมาจากพวกที่คลั่งเชื้อชาติจากยุโรป ชนเผ่าที่ถือหลักอหิงสา รักสงบ ชอบแต่งกายงดงามด้วยดอกไม้และสิ่งทออันสวยวิเศษ และสนุกกับชีวิตตามอัตภาพ พวกเขากำลังถูกคุกคามด้วยความเชื่อที่เป็นพิษ

เมื่อไม่นานมานี้ เกิดกระแสนิยมในหมู่หญิงชาวเยอรมันที่นิยมลัทธินาซีใหม่ (Neo Nazi) พากันเดินทางมายังถิ่นฐานของชาวบร็อกปะเพื่อแสวงหาเชื้อพันธุ์บริสุทธิ์ของชาวอารยัน โดยหญิงเหล่านี้จะมีเพศสัมพันธ์กับชายชาวบร็อกปะโดยมีสินน้ำใจตอบแทน เพื่อิที่จะตั้งครรภ์เลือดเนื้อเชื้อไขของชาวอารยันอันผุดผ่อง ตามความเชื่อของฮิตเลอร์ ที่หวังจะสร้างอาณาจักรของชาวอารยันบริสุทธิ์ขึ้นมา

โดย กรกิจ ดิษฐาน

ภาพโดย Sunny Tank

ตัดปัญหาศูนย์เยอะจนเงินเฟ้อ เวเนฯ หั่นเลข 0 ทิ้งจากค่าเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664681

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 13:55 น.ตัดปัญหาศูนย์เยอะจนเงินเฟ้อ เวเนฯ หั่นเลข 0 ทิ้งจากค่าเงินสกุลเงินโบลิวาร์ของเวเนซุเอลาที่ถูกกระหน่ำด้วยภาวะเงินเฟ้อ มีเลขศูนย์หายไป 6 ตัว

อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการของโบลิวาร์ของเวเนซุเอลาเปลี่ยนจาก 4.18 ล้านโบลิวาร์ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐในชั่วข้ามคืนมาเหลือเพียง 4.18 โบลิวาร์ หลังจากประกาศเฉือนเลขศูนย์จำนวน 6 ตัวจากสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อเพื่อทำให้การทำธุรกรรมง่ายขึ้น

เป็นการปฏิรูปธนบัตรครั้งที่ 3 ในรอบ 13 ปี โดยหั่นเลขศูนย์ไปแล้ว 14 ตัวตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งทำให้เวเนซุเอลาเป็นประเทศในอเมริกาใต้ที่ตัดค่าศูนย์ออกจากสกุลเงินมากที่สุด

“ทุกตัวเลขที่แสดงให้สกุลเงินประจำชาติจะถูกหารด้วยหนึ่งล้าน” ธนาคารกลางประกาศ

แม่บ้านโฮเซฟินา กาลินโดกล่าวว่าเธอ “ไปช็อปปิ้งโดยไม่มีปัญหาในเช้าวันนี้ ราคาใหม่จะแสดงเหนือราคาเก่า และมีราคาเป็นดอลลาร์เสมอ”

“ราคา (เป็นดอลลาร์) ไม่เปลี่ยนแปลง” หญิงวัย 52 ปีรายนี้ซึ่งกำลังซื้อของในย่านชาเกาอันหรูหราของคารากัส แต่บอกว่าเธอยังคงจ่ายในราคาเดิมโดยใช้โบลิวาร์เก่าเมื่อเธอขึ้นรถบัสจากที่พักอาศัยในย่านชนชั้นแรงงานที่กาเช

แพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สาธารณะของ Banco de Venezuela ซึ่งมีลูกค้า 14 ล้านรายก็ล่มในช่วงบ่ายเช่นกัน โดยผู้ที่พยายามทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับข้อความขอโทษสำหรับความไม่สะดวก

เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันที่ครั้งหนึ่งเคยร่ำรวย กำลังต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและภาวะเงินเฟ้อรุนแรงในเป็นปีที่ 8 ซึ่งแตะระดับเกือบ 3,000% ในปี 2563 และมากกว่า 9,500% ในปีก่อนหน้า ตามตัวเลขของธนาคารกลาง

Ecoanalitica ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคาดว่าตัวเลขในปี 2564 จะอยู่ที่ประมาณ 1,600%

ในเดือนพฤษภาคม รัฐบาลได้เพิ่มค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำเป็นสามเท่า แต่จำนวนเงินใหม่นั้นไม่เพียงพอแม้จะซื้อเนื้อสัตว์ได้หนึ่งกิโลกรัม

ปัจจุบัน ชาวเวเนซุเอลาสามในสี่ตกอยู่ในความยากจนขั้นรุนแรง จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยที่วิกฤตเศรษฐกิจเลวร้ายลงจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และการระบาดของโคโรนาไวรัส

ผู้คนนับล้านได้อพยพออกจากประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อไปเสี่ยงโชคที่อื่น

เนื่องจากโบลิวาร์สูญเสียมูลค่าเกือบทั้งหมด ดังนั้นขนมปังหนึ่งก้อนจมีค่าเท่ากับธนบัตรมูลค่า 1,000,000 โบลิวาร์ซึ่งเป็นธนบัตรที่หาได้ยากมาก ก่อนการอัพเดทสกุลเงินในวันศุกร์ประชาชนต้องหามันมาเก็บไว้เพื่อซื้อของ

รัฐบาลออกธนบัตรใหม่ในราคา 5, 10, 20, 50 และ 100 โบลิวาร์ รวมถึงเหรียญหนึ่งโบลิวาร์ แต่ได้กล่าวว่าต้องการให้เศรษฐกิจกลายเป็นดิจิทัลทั้งหมด

นักวิเคราะห์ชี้ว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการพิมพ์เงินที่จะถูกลดค่าลงไปเรื่อยๆ และท้ายที่สุดต้องมีการปรับใหม่อีกครั้ง

ธนบัตรใบที่ใหญ่ที่สุดในสกุลเงินโบลิวาร์ที่จะนำออกจากระบบ ก่อนหน้านี้โดยมีมูลค่าหน้าธนบัตรหนึ่งล้าน มีมูลค่าเท่ากับเพียง 0.25 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะซื้อลูกอมสักชิ้น แต่มันจะยังคงหมุนเวียนควบคู่ไปกับธนบัตรใหม่เป็นเวลาสองสามเดือน

“มัน (โบลิวาร์) จะไม่มีค่ามากขึ้น มันจะไม่มีค่าน้อยกว่านี้ มันเป็นเพียงมาตราส่วนการเงินที่เราใช้โดยการลบเลขศูนย์หกตัวเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม” รองประธานธนาคารกลาง เดลซี โรดริเกซ กล่าวในสัปดาห์นี้

ตามรายงานของลูอิส อาร์ตุโร บาร์เซนัสแห่ง Ecoanalitica การปรับตัวดังกล่าวสะท้อนให้เห็น “การขาดความสามารถของผู้มีบทบาททางเศรษฐกิจในเวเนซุเอลาในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อรุนแรง” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ “ทำให้ประชากรยากจนลงอย่างมาก”

คนงานพบว่าตัวเองได้รับเงินเดือนที่จ่ายเป็นล้านโบลิวาร์ซึ่งไม่คุ้มค่าเลย

ในเวเนซุเอลา ค่าจ้างบริการสาธารณะขั้นต่ำเท่ากับ 2.5 ดอลลาร์ต่อเดือน และเงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 50 ดอลลาร์ ในขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานสำหรับครอบครัว 5 คนมีราคาประมาณ 220 ดอลลาร์

การที่ต้องใช้เงินโบลิวาร์จำนวนมากที่จำเป็นสำหรับการซื้อง่ายๆ และด้วยธนบัตรที่ขาดตลาด 70% ดังนั้นการทำธุรกรรมในประเทศนี้จึงต้องดำเนินการในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามการประมาณการของภาคเอกชน

ราคาบนชั้นวางร้านค้าจำนวนมากจะแสดงเป็นสกุลเงินสหรัฐฯ เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

ในเขตชายแดนของเวเนซุเอลา เป็นเรื่องปกติที่จะชำระค่าสินค้าเป็นเปโซโคลอมเบียหรือเรียลบราซิล และแม้แต่ทองคำกรัม

ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนการปรับเทียบใหม่ในวันศุกร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในตลาดมืด แม้ว่าธนาคารกลางจะรักษาอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการไว้ก็ตาม

ในตอนเช้า ร้านค้าบางแห่งได้นำโบลิวาร์ตัวใหม่มาใช้แล้วและปรับราคาสินค้าใหม่

ส่วนคนอื่นๆ กลัวปัญหาการดำเนินงาน การทำธุรกรรมด้วยเงินโบลิวาร์ที่มีข้อจำกัด

“ฉันซื้อสินค้าเมื่อเช้านี้โดยไม่มีปัญหา” โฮเซฟินา กาลินโด คนงานทำงานบ้าน กล่าวกับเอเอฟพี เธอใช้บัตรเดบิตของเธอ ซึ่งเป็นวิธีการชำระเงินที่ใช้กันเวลาจับจ่ายด้วยโบลิวาร์

โฮเซ กราสโซ เวคคิโอ ประธานธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา Banesco กล่าวว่าการใช้สกุลเงินใหม่ที่มีศูนย์น้อยลงจะทำให้งานของธนาคาร “ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น”

Photo by Yuri CORTEZ / AFP

“พ่อรวยสอนลูก” ชี้ตลาดหุ้นอาจดิ่งหนักในเดือนตุลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664670

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 12:07 น."พ่อรวยสอนลูก" ชี้ตลาดหุ้นอาจดิ่งหนักในเดือนตุลาแน่นอนว่าเมื่อตลาดล่มย่อมเป็นโอกาสแห่งการช้อนซื้อ “เป็นโอกาสการลงทุนที่ยอดเยี่ยม”

โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki) นักลงทุน นักธุรกิจ และผู้แต่งหนังสือ “พ่อรวยสอนลูก ให้ความเห็นว่าในเดือนตุลาคม ตลาดหุ้นจะล่มสลาย “ครั้งใหญ่” เขายังกล่าวอีกว่านี่เป็นโอกาสการลงทุนที่ยอดเยี่ยม

คิโยซากิบอกผ่าน Twitter ของเขา ว่าความปั่นป่วนของตลาดจะเป็นผลมาจากตราสารหนี้และตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา

“ตลาดหุ้นจะตกครั้งใหญ่ในเดือนต.ค. ทำไม? กระทรวงการคลังและเฟดขาดตราสารหนี้ ทองคำ เงิน (silver) Bitcoin อาจพังได้เช่นกัน เงินสดที่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการกว้านซื้อหลังตลาดดิ่ง ไม่ขาย Bitcoin เงิน ทอง แต่มีเงินสดมากมายสำหรับชีวิตหลังจากตลาดหุ้นตก หุ้นอันตราย ระมัดระวัง”

ในการให้สัมภาษณ์กับ Kitco News คิโยซากิได้พูดถึงโอกาสที่ตลาดหุ้นจะตกครั้งใหญ่ และอธิบายว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสินทรัพย์บางประเภท

คิโยซากิบอกว่ามันอาจเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะจะทำให้ Bitcoin, ทองคำและหุ้นร่วงลง และนี่เป็นโอกาสที่ดีในการ “รวย”

“มันจะเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เราไม่เคยมีหนี้มากขนาดนี้มาก่อน หนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด…อัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ไม่สอดคล้องกัน ดังนั้นเมื่อเกิดขึ้น และมันจะทำลายทุกอย่างลง นั่นคือตอนที่ผมจะซื้อทองคำ เงิน และ Bitcoin มากขึ้น” คิโยซากิกล่าว

ภาพจาก Twitter / @theRealKiyosaki

ครั้งแรกในรอบ 127 ปี ราชวงศ์โรมานอฟจัดพิธีสมรสในรัสเซีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664665

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 11:03 น.ครั้งแรกในรอบ 127 ปี ราชวงศ์โรมานอฟจัดพิธีสมรสในรัสเซียเหล่าชนชั้นสูงทั่วยุโรปแห่กันไปรัสเซียเพื่ออภิเษกสมรสครั้งแรกในรอบศตวรรษ ครั้งแรกหลังการปฏิวัติรัสเซีย

รัสเซียจัดพิธีอภิเษกสมรสครั้งแรกนับตั้งแต่การปฏิวัติบอลเชวิคในปี 2460 โค่นล้มสถาบันกษัตริย์โรมานอฟ โดยมีชนชั้นบรรดาศักดิ์ดินทางจากทั่วยุโรปเพื่อร่วมพิธีอันหรูหรา

แกรนด์ดยุกจอร์จ มิคาอิโลวิช โรมานอฟ (Grand Duke George Mikhailovich Romanov) วัย 40 ปี และคู่หมั้นชาวอิตาลีของเขา รีเบคกา วีร์จิเนีย เบตตารินี วัย 39 ปี เข้าพิธีสมรสกันที่มหาวิหารเซนต์ไอแซค ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซีย

แขกต่างชาติหลายร้อยคนเดินทางไปยังเมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซียเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ รวมถึงราชวงศ์จาก 20 ประเทศ เช่น กษัตริย์องค์สุดท้ายของบัลแกเรีย ไซเมียนที่ 2, กษัตริย์องค์สุดท้ายของอียิปต์และซูดาน ฟูอัด ที่ 2 และเจ้าหญิงเลอาแห่งเบลเยียม

รายชื่อแขกประมาณ 1,500 คนรวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น คอนสแตนติน มาโลเฟเยฟ ชาวรัสซียที่สนับสนุนระบอบราชาธิปไตยและมหาเศรษฐีที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล และมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย

เพื่อนเจ้าสาวสาวในชุดสีส้มถือขบวนของเจ้าสาวซึ่งมีตราแผ่นดินของจักรวรรดิรัสเซียซึ่งปักด้วยทองคำ เบตตารินียังสวมมงกุฏที่ประดับด้วยเพชรซึ่งผลิตโดย Chaumet บริษัทอัญมณีระดับไฮเอนด์ พิธีรวมถึงการแลกเปลี่ยนแหวนแต่งงานที่ทำโดยห้าง Faberge ที่มีชื่อเสียง

House of Faberge กล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่สร้างแหวนแต่งงานสำหรับสมาชิกในราชสกุลโรมานอฟ “ตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติรัสเซีย”

โรมานอฟและเบตตารินีรายล้อมไปด้วยนักบวชในชุดคลุมสีทองส่องประกายระยิบระยับขณะที่พระราชาคณะวาร์โซโฟนีแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและลาโดกาอำนวยพรคู่บ่าวสาว

พระราชาคณะวาร์โซโฟนียกย่องทั้งคู่สำหรับความปรารถนาที่จะรับใช้รัสเซีย กล่าวว่า “เรามีความสุขที่คุณรักรัสเซีย และมีส่วนร่วมในโครงการการกุศล” เขากล่าว

Photo by Olga MALTSEVA / AFP

– ‘หัวใจฉันเปรมปรีดิ์’ –

บรรดาแขกเหรื่อต่างแต่งตัวประชันกันเต็มที่เพื่ออวดยศถาบรรดาศักดิ์ ผู้หญิงบางคนสวมหมวกและขนสัตว์ของนักออกแบบชื่อดัง และผู้ชายที่สวมเครื่องแบบคอซแซคที่ประดับด้วยเหรียญก็สามารถมองเห็นได้

นาตาลียา กริโกโรวิช ทายาทของอีวาน กริโกโรวิช รัฐมนตรีกองทัพเรือคนสุดท้ายของซาร์รัสเซีย กล่าวถึงพิธีนี้ว่า “ประทับใจ” และ “หัวใจของฉันเปรมปรีดิ์”

แม้แต่คนธรรมดาก็สนใจด้วย กาลินา โบโบรวา ชาวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เดินผ่านอาสนวิหารเซนต์ไอแซค กล่าวว่าเธออวยพรให้ทั้งคู่ “มีความสุข”

“สำหรับเรา ระบอบราชาธิปไตยเป็นสิ่งที่มาจากอดีต แต่ก็น่าสนใจ” ชายวัย 50 ปีรายนี้บอกกับเอเอฟพี

หลังพิธี กองเกียรติยศถือดาบทำความเคารพคู่บ่าวสาวขณะที่พวกเขาจุมพิตกันนอกอาสนวิหาร

แขกมากกว่า 500 คนได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำงานแต่งงานที่พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาของเมืองเมื่อวันศุกร์

งานแต่งงานครั้งสุดท้ายในรัสเซียของทายาทของราชวงศ์โรมานอฟคืองานแต่งงานของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระรินีอเล็กซานดราเมื่อ 127 ปีที่แล้ว

ก่อนพิธี แกรนด์ ดยุคโรมานอฟกล่าวว่าพวกเขาทั้งคู่เลือกที่จะสมรสในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพราะเป็นสถานที่แรกในประเทศที่ครอบครัวกลับมาในช่วงต้นทศวรรษ 1990

“มันใกล้ชิดกับครอบครัวของเรามาก” เขากล่าวกับเว็บไซต์ข่าว Fontanka ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กก่อนงานแต่งงาน

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคือ “ประวัติศาสตร์ของรัสเซีย” เขากล่าวเสริม “ประวัติศาสตร์ของราชวงศ์โรมานอฟ”

Photo by Olga MALTSEVA / AFP

– ‘ทูตสันถวไมตรี’ –

แกรนด์ ดยุคโรมานอฟเกิดที่กรุงมาดริด เป็นบุตรชายของแกรนด์ดัชเชสมาเรีย วลาดิมีรอฟนา โรมาโนวา ซึ่งเป็นทายาทผู้ประกาศอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ของรัสเซีย

เธอเป็นหลานสาวของแกรนด์ ดยุค คิริล พระญาติของพระเจ้าซารนิโคลัสที่ 2 ซาร์รัสเซียองค์สุดท้ายที่ถูกปลงพระชนม์ชีพพร้อมกับพระราชินีอเล็กซานดราละพระโอรสธิดาทั้งห้าโดยพวกบอลเชวิคในปี 2461

พระศพขถูกฝังไว้หลังจากถูกประหารชีวิตในสถานที่ซึ่งถูกปิดเป็นความลับมานาน โดยในปี 2541 พระศพของราชวงศ์โนมานอฟถูกย้ายไปที่มหาวิหารปีเตอร์และพอลในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ครอบครัวนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรณสักขีโดยคริสตจักรออร์โธดอกซ์ในปี 2543

ดังนั้นหลังแต่งงาน คู่บ่าวสาวคู่แรกของราชวงศ์โรมานอฟในรอบ 127 ปีจึงเดินทางไปวางดอกไม้ที่มหาวิหารปีเตอร์และพอล เพื่อไว้อาลัยพระเจ้าซาร์องค์สุดท้าย ผู้ที่เคยผ่านพิธัเษกสมรสครั้งสุดท้ายของราชตระกูลโรมานอฟในรัสเซีย

Photo by Olga MALTSEVA / AFP

แกรนด์ ดยุคโรมานอฟซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส จบการศึกษาจากอ็อกซ์ฟอร์ดและทำงานในรัฐสภายุโรป นอกจากนี้ เขายังทำงานให้กับบริษัท Norilsk Nickel ยักษ์ใหญ่ด้านการขุดของรัสเซีย

ทั้งคู่ย้ายไปรัสเซียเมื่อสามปีที่แล้ว โดยตั้งรกรากอยู่ที่ชานกรุงมอสโกก่อนจะย้ายไปอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับเครมลิน

ปัจจุบันโรมานอฟทำงานในโครงการการกุศลหลายโครงการ

เขาบอกว่าเขาเชื่อว่าราชวงศ์ยุโรปและรัสเซียสามารถช่วยรสเซียและตะวันตกแก้ไขความสัมพันธ์เย็นชาต่อกันได้

“ผมคิดว่าเราสามารถเป็นทูทูตสันถวไมตรี”

โฆษกของวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลอวยพรให้คู่บ่าวสาวทุกคนมีความสุข แต่ประธานาธิบดีไม่ได้วางแผนที่จะแสดงความยินดีกับทั้งคู่

“การแต่งงานครั้งนี้ไม่อยู่ในวาระของเรา แต่อย่างใด” ดมิทรี เปสคอฟกล่าว

Photo by Olga MALTSEVA / AFP

แหกกฎไม่เก็บเอาไว้ จีนสั่งแบนดารานักร้องนอกคอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664660

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 10:31 น.แหกกฎไม่เก็บเอาไว้ จีนสั่งแบนดารานักร้องนอกคอกจีนเร่งรัดการจัดระเบียบวงการบันเทิง สั่งแบน ‘ดารานักร้อง’ แหกกฎ คุมผู้เยาว์เอี่ยววงการบันเทิง

ปักกิ่ง, 2 ต.ค. (ซินหัว) — กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนออกหนังสือเวียนที่มุ่งกระชับการกำกับควบคุมบริษัทความบันเทิงและนักร้องนักแสดง ซึ่งเป็นความพยายามส่วนหนึ่งของจีนที่ต้องการส่งเสริมการพัฒนาอันดีของอุตสาหกรรมความบันเทิง

หนังสือเวียนระบุว่านักร้องนักแสดงที่ละเมิดบรรทัดฐานทางสังคมหรือกฎหมาย และปั่นป่วนความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสาธารณะอย่างร้ายแรง ไม่ควรได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงใดๆ อีก พร้อมห้ามจัดกิจกรรมที่เกี่ยวพันหรือวางเงื่อนไขการลิปซิงค์

ส่วนบริษัทความบันเทิงควรรับประกันสิทธิการรับการศึกษาภาคบังคับ และสิทธิอื่นๆ อันสอดคล้องกับกฎหมาย เมื่อว่าจ้างหรือลงนามสัญญากับผู้เยาว์ให้เข้าร่วมกิจกรรมเชิงพาณิชย์

ขณะเดียวกันห้ามผู้เยาว์เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อเป็นคนดังและกิจกรรมระดมทุน รวมถึงห้ามส่งเสริมผู้เยาว์ใช้จ่ายเงินกับกิจกรรมแฟนคลับอื่นๆ นอกเหนือจากการซื้อบัตรทั่วไป

อนึ่ง จีนมีบริษัทตัวแทนความบันเทิงรวม 8,000 ราย เมื่อนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2021 โดยบริษัทเหล่านี้ดำเนินกิจกรรมการแสดงเชิงพาณิชย์ราวร้อยละ 80 ในแต่ละปี

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ตัวเลขพุ่งเรื่อยๆ อเมริกันตายเพราะโควิดทะลุ 7 แสน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/664655

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 10:18 น. ตัวเลขพุ่งเรื่อยๆ อเมริกันตายเพราะโควิดทะลุ 7 แสนยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐ พุ่งถึง 700,000

ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโคโรนาไวรัสในสหรัฐมีมากกว่า 700,000 รายในวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ) ตามรายงานของรอยเตอร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์เพื่อปกป้องผู้สูงอายุและผู้คนที่ทำงานในวิชาชีพที่มีความเสี่ยงสูง

สถานการณ์ในสหรัฐตอนนี้น่าวิตกมาก มีรายงานการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยมากกว่า 2,000 รายต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 60% ของจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในเดือนมกราคม จากการวิเคราะห์ของรอยเตอร์เกี่ยวกับข้อมูลด้านสาธารณสุข

ข้อมูลของงรอยเตอร์ตรงกับข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ที่แสดงให้เห็นว่า สหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพียง 700,000 รายเมื่อวันศุกร์ ก่อนหน้านี้สหรัฐมีผู้เสียชีวิตถึง 600,000 รายในเดือนมิถุนายน แสดงให้เห็นถึงอัตราการติดเชื้อที่เร็วขึ้นในระยะหลังหลังจากทิ้งช่วงไประยะหนึ่ง จอห์นส์ ฮอปกิ้นส์ระบุว่า สหรัฐมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้ว 43.6 ล้านคนนับตั้งแต่เริ่มแพร่ระบาด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตจากโควิดจำนวนมากมายเป็นเพราะไม่ได้รับการฉีดวัคซีน การศึกษาจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนที่แล้วพบว่าหลังจากที่สายพันธฌุ์เดลตากลายเป็นเชื้อที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูร้อน ชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนมีแนวโน้มที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเสียชีวิตจากไวรัสถึง 10 เท่า เทียบกับคนอเมริกันที่ได้รับวัคซีน

Photo – Alex Wong/AFP

Macron meets Blinken for first talks after submarine row #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40007108


France was infuriated when Australia, the U.S. and Britain announced a security partnership known as AUKUS on Sept. 15, whose first initiative is the delivery of a nuclear-powered submarine fleet to Australia by the latter two countries despite the Australian governments multibillion-dollar 2016 contract to buy diesel-electric submarines from France.

French President Emmanuel Macron held talks here with visiting U.S. Secretary of State Antony Blinken on Tuesday, three weeks after an unprecedented crisis between the two countries sparked by Australia’s decision to scrap a submarine deal with France.

The “at length, face-to-face meeting” between Macron and Blinken, which lasted about 40 minutes according to French media, should “help restore confidence” between the two countries, the Elysee said in a statement.

ADVERTISEMENT

Earlier on Tuesday, Blinken also met with his French counterpart, Jean-Yves Le Drian. They chose not to hold a joint press conference. The objective of their “in-depth exchange” was to “identify the steps that may allow a return of confidence between our two countries,” the French Foreign Ministry said in a statement.

U.S. Secretary of State Antony Blinken testifies before the U.S. Senate Foreign Relations Committee on examining the U.S. withdrawal from Afghanistan, in Washington, D.C. Sept. 14, 2021. (Drew Angerer/Pool via Xinhua)U.S. Secretary of State Antony Blinken testifies before the U.S. Senate Foreign Relations Committee on examining the U.S. withdrawal from Afghanistan, in Washington, D.C. Sept. 14, 2021. (Drew Angerer/Pool via Xinhua)

Related Stories

France is “still angry” and “reserved,” its reception for Blinken has been “distant,” while Washington, “which publicly made amends after the Australian submarine crisis, said nothing more and promised to seek ‘concrete action’ to seal reconciliation,” Agence-France Presse reported.

France was infuriated when Australia, the U.S. and Britain announced a security partnership known as AUKUS on Sept. 15, whose first initiative is the delivery of a nuclear-powered submarine fleet to Australia by the latter two countries despite the Australian government’s multibillion-dollar 2016 contract to buy diesel-electric submarines from France.

Le Drian condemned the trilateral move with harsh words, such as “lying,” “betrayal” and “backstabbing.” Macron recalled France’s ambassadors from Washington and Canberra.

France has never been consulted or notified in advance of the AUKUS deal, Le Drian told a Senate hearing last Wednesday. The crisis “has not ended only because the dialogue has resumed,” he said. “It will continue. And in order to get out of it, serious actions will be needed, not words.”

British Prime Minister Boris Johnson (L) greets Australian Prime Minister Scott Morrison in front of 10 Downing Street, in London, Britain, on June 15, 2021. (Tim Hammond/No. 10 Downing Street/Handout via Xinhua)British Prime Minister Boris Johnson (L) greets Australian Prime Minister Scott Morrison in front of 10 Downing Street, in London, Britain, on June 15, 2021. (Tim Hammond/No. 10 Downing Street/Handout via Xinhua)

Published : October 06, 2021

By : Xinhua

UN agency warns of looming global water crisis #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40007107


The WMOs data show that water-related hazards have increased in frequency over the past 20 years.

Since 2000, flood-related disasters have risen by 134 percent compared with the two previous decades, while during the same period the number and duration of droughts also increased by 29 percent.

The World Meteorological Organization (WMO), a specialized agency of the United Nations (UN), warned on Tuesday that climate change increases the global risk of water-related hazards like floods and droughts, and the number of people affected by water scarcity is also expected to soar.

ADVERTISEMENT

In its new report entitled “The State of Climate Services 2021: Water,” the WMO says that 3.6 billion people globally had inadequate access to water at least one month per year in 2018, and by 2050 this number is expected to exceed five billion.

A boy stands on a flooded road on the outskirts of Bangkok, Thailand, on Sept. 3, 2021. (Xinhua/Rachen Sageamsak)A boy stands on a flooded road on the outskirts of Bangkok, Thailand, on Sept. 3, 2021. (Xinhua/Rachen Sageamsak)

Related Stories

“The situation is worsening by the fact that only 0.5 percent of water on Earth is useable and available freshwater,” the report says.

The WMO’s data show that water-related hazards have increased in frequency over the past 20 years. Since 2000, flood-related disasters have risen by 134 percent compared with the two previous decades, while during the same period the number and duration of droughts also increased by 29 percent.

Most drought-related deaths occurred in Africa, indicating a need for stronger end-to-end warning systems for drought in that region. Most of the flood-related deaths and economic losses were recorded in Asia, while Africa was hit the most by drought-related deaths.

“Increasing temperatures are resulting in global and regional precipitation changes, leading to shifts in rainfall patterns and agricultural seasons, with a major impact on food security and human health and well-being,” says WMO Secretary-General Petteri Taalas.

Last year saw a continuation of extreme water-related events, which displaced millions of people and killed hundreds across Asia, while in Africa more than two billion people still live in water-stressed countries and suffer lack of access to safe drinking water and sanitation, according to the WMO chief.

Underlining the important role of water resources management in reducing water-related disasters, the WMO recommends that countries, especially small island developing states and least developed countries, increase investment in integrated water resources management and in drought and flood early warning systems.

The WMO also urges countries to fill the capacity gap in collecting data for basic hydrological variables, which underpin climate services and early warning systems, and national level stakeholders to co-develop and operationalize climate services with information users to better support adaptation in the water sector. 

Photo taken on Feb. 19, 2021 shows a dam affected by drought in Kandahar city, Afghanistan. (Photo by Sanaullah Seiam/Xinhua)Photo taken on Feb. 19, 2021 shows a dam affected by drought in Kandahar city, Afghanistan. (Photo by Sanaullah Seiam/Xinhua)

Published : October 06, 2021

By : Xinhua

U.S. expands COVID-19 vaccination, eyes new booster, multivalent vaccines #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40007104


Northwell Health, New York States largest private hospital system, laid off 1,400 workers who wouldnt get vaccinated against COVID-19, a spokesperson confirmed.

The United States’ vaccination efforts against the coronavirus keep expanding, particularly in the sectors involving frequent movement of large amounts of people such as medical services and aviation, while new booster and multivalent vaccines are being planned under tight schedules in order to counter the pandemic in a more efficient way.

The U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) updated on Tuesday that 215,502,382 people have received at least one dose of COVID-19 vaccine, making up 64.9 percent of the whole U.S. population; fully vaccinated people stood at 185,788,098, accounting for 56 percent of the total. A total of 5,711,774 people, or 3.1 percent of the fully vaccinated group, received booster shots.

ADVERTISEMENT

Meanwhile, according to The New York Times’ data analysis, the seven-day average of confirmed cases of the pandemic stood at 103,785 nationwide on Monday, with its 14-day change striking a 24-percent fall. The COVID-19-related deaths were 1,829 on Monday, with the 14-day change realizing a 12-percent decrease.

Photo taken on March 27, 2019 shows Southwest Airlines Boeing 737 Max aircraft parked at the Southern California Logistics Airport, in Victorville, California, the United States. (Xinhua/Zhao Hanrong)Photo taken on March 27, 2019 shows Southwest Airlines Boeing 737 Max aircraft parked at the Southern California Logistics Airport, in Victorville, California, the United States. (Xinhua/Zhao Hanrong)

Related Stories

HOSPITAL, AIRLINE

Northwell Health, New York State’s largest private hospital system, laid off 1,400 workers who wouldn’t get vaccinated against COVID-19, a spokesperson for the health care network confirmed Monday afternoon. Now, the hospital’s vaccination compliance rate is up to 100 percent for the roughly 75,000 staff that remain.

Hospital and nursing home workers were required to get at least one dose of the COVID-19 vaccine by Sept. 27, under a state mandate first announced in mid-August. Last week, Northwell said it started warning employees and planned to begin layoffs starting with the highest-paid workers who refused the shots.

“Northwell regrets losing any employee under such circumstances, but as health care professionals and members of the largest health care provider in the state, we understand our unique responsibility to protect the health of our patients and each other,” said Jason Molinet, a Northwell Health spokesperson.

Also on Monday, Southwest Airlines said that its 56,000-person workforce must be vaccinated against COVID-19 by Dec. 8 to continue working at the airline because of new federal rules, joining other carriers who made similar announcements last week.

The U.S. federal government last month said that staff of federal contractors must be vaccinated, unless they are granted a religious or medical exemption. Southwest and other major airlines are federal contractors since they fly government employees, cargo and provide other service.

“Southwest Airlines is a federal contractor and we have no viable choice but to comply with the U.S. government mandate for Employees to be vaccinated, and — like other airlines — we’re taking steps to comply,” Gary Kelly, CEO of the Dallas-based airline, told staff on Monday.

NEW BOOSTER, MULTIVALENT VACCINE

Johnson & Johnson on Tuesday said that it has asked U.S. health regulators to authorize a booster dose for its COVID-19 vaccine, citing studies showing it improved protection among adults who previously received a single shot.

The Food and Drug Administration (FDA) could decide on J&J’s request within weeks. The agency has scheduled an Oct. 15 meeting of an advisory panel to review the evidence of the need for a booster, and to recommend whether the agency should authorize one.

“We’re describing the data to them,” said Mathai Mammen, head of global research and development for J&J’s vaccine arm, Janssen. “The process is not that we asked for a very specific interval — we’re providing them data and we’re going to be presenting to the committee. They’ll take all that into consideration when they ultimately decide on an appropriate interval.”

Meanwhile, several companies are developing multivalent COVID-19 vaccines, which would target SARS-CoV-2 variants, reported The Wall Street Journal on Tuesday. The current vaccines wouldn’t protect against all coronaviruses. The viruses are quite distinct from one another, making it a scientific challenge to create one vaccine that targets them all.

The administration of U.S. President Joe Biden and other funders should give priority to the development of shots that would broadly protect against these variants, Eric Topol, director of the Scripps Research Translational Institute in La Jolla, California, was quoted as saying. “What we really need is a global collaborative effort,” he said.

Recent studies of antibodies in people infected with SARS-CoV-2 are helping to speed vaccine development, Dennis Burton, an immunologist at Scripps Research, told the Journal. He and other researchers have identified “broadly neutralizing antibodies” that ward off both the pandemic virus and close viral cousins.

Placards display signage for Johnson & Johnson and Pfizer COVID-19 vaccinations at a mobile COVID-19 vaccination center in the Brooklyn borough of New York, the United States, Aug. 18, 2021. (Xinhua/Michael Nagle)Placards display signage for Johnson & Johnson and Pfizer COVID-19 vaccinations at a mobile COVID-19 vaccination center in the Brooklyn borough of New York, the United States, Aug. 18, 2021. (Xinhua/Michael Nagle)

Published : October 06, 2021

By : Xinhua