สถานทูตจีนค้านด้อยค่า Sinovac ชี้ทำร้ายความหวังดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662326

วันที่ 04 ก.ย. 2564 เวลา 10:50 น.สถานทูตจีนค้านด้อยค่า Sinovac ชี้ทำร้ายความหวังดี   สถานทูตจีนในประเทศไทยโพสต์เฟซบุ๊คคัดค้านการกล่าวหาวัคซีนจีนโดยไร้เหตุ  

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เรียกร้องให้หยุดการด้อยค่าวัคซีนของ Sinovac ชี้เป็นการทำร้ายความหวังดี ไม่เคารพในข้อมูลวิทยาศาสตร์และความเป็นจริง

ข้อความในเฟซบุ๊คระบุว่า คัดค้านการกล่าวหาวัคซีนจีนโดยไร้เหตุ โดยโฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย

“ปีนี้  ประเทศจีนได้ส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยในโอกาสแรก เพื่อเป็นการสนับสนุนประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 โดยได้พยายามเอาชนะกับความยากลำบากที่ความต้องการในการใช้วัคซีนภายในประเทศยังสูงอยู่ และจำนวนวัคซีนที่ผลิตยังไม่เพียงพอ ซึ่งวัคซีนจีนทุกโดสก็เป็นมิตรไมตรีจิตรอันจริงใจที่รัฐบาลและประชาชนจีนมีต่อรัฐบาลและประชาชนไทย

วัคซีนที่ฝ่ายจีนส่งมอบให้ฝ่ายไทยนั้น ได้รับการอนุมัติโดยองค์การอนามัยโลกให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินได้ และได้ผ่านการวิจัยและทดลองในมนุษย์ในระยะต่าง ๆ ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการอาหารและยาของไทยอย่างเคร่งครัด เป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิผลและมีการรับรองคุณภาพ

การกลายพันธุ์ของตัวไวรัสโคโรนาเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่บริษัทผลิตวัคซีนของจีนติดตามโดยตลอด บริษัทซิโนแวคได้ทำการทดสอบแอนติบอดีชนิดลบล้างฤทธิ์ระหว่างเซรั่มของผู้ฉีดวัคซีนซิโนแวคกับไวรัสกลายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งก็ได้ผลออกมาอย่างดี

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของประเทศชิลีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคในการป้องกันการรักษาที่โรงพยาบาล อาการหนักและเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 86%

ผลการวิจัยของรัฐบาลอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม แสดงให้เห็นว่า ประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคในการป้องกันการรักษาที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตได้ถึง 92% และ 95% ซึ่งข้อมูลดังกล่าวพิสูจน์ได้ว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิผลในการป้องกันไวรัสกลายพันธุ์เป็นอย่างดี  ไม่ใช่วัคซีน “คุณภาพต่ำ” ตามที่กล่าวหาอย่างแน่นอน

เมื่อเร็วๆ นี้  บางคนและบางองค์การของประเทศไทยได้ด้อยค่าและใส่ร้ายวัคซีนจีนโดยไม่มีเหตุผลใดๆ ซึ่งเป็นการกล่าวหามุ่งร้ายที่ไม่เคารพข้อมูลวิทยาศาสตร์และความเป็นจริง และเป็นการทำร้ายความหวังดีของฝ่ายจีนในการสนับสนุนประชาชนไทยต่อสู้กับโรคระบาด สถานทูตจีนจึงขอคัดค้านอย่างเด็ดขาด และเรียกร้องให้บุคคลและองค์การที่เกี่ยวข้องยุติการกระทำผิดอย่างร้ายแรงเช่นนี้

ฝ่ายจีนยินดีที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป โดยยึดมั่นในความจริงใจและความหวังดีอย่างมากที่สุด ให้ความช่วยเหลือกับฝ่ายไทยในการต่อสู้กับโรคระบาด  หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะเอาชนะกับโรคโควิด-19 โดยเร็ว  และกลับคืนสู่ภาวะปกติในการดำรงชีวิตและทำงานในเร็ววัน”

Photo by Handout / THAI AIRWAYS / AFP

ภัยพิบัติจากโลกร้อนเพิ่มขึ้น 5 เท่าในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662296

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 18:51 น.ภัยพิบัติจากโลกร้อนเพิ่มขึ้น 5 เท่าในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา เผย 50 ปีที่ผ่านมาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้น 5 เท่า 

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาภัยพิบัติทางสภาพอากาศ อาทิ น้ำท่วม คลื่นความร้อน ความแห้งแล้ง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เกิดเพิ่มขึ้น 5 เท่า และสร้างความเสียหายมากขึ้น 7 เท่า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 2 ล้านคน และสร้างความเสียหายรวมทั้งหมด 3.64 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  

WMO ตรวจสอบการเสียชีวิตและความเสียหายทางเศรษฐกิจจากสภาพดินฟ้าอากาศ น้ำ และสภาพอากาศสุดขั้วที่เคยเกิดขึ้นกว่า 11,000 ครั้งตั้งแต่ปี 1970-2019 โดยใช้ข้อมูลจากศูนย์วิจัยระบาดวิทยาด้านภัยพิบัติของเบลเยียม

พบว่าในช่วงทศวรรษ 1970 โลกเผชิญภัยพิบัติด้านสภาพอากาศเฉลี่ยปีละ 711 ครั้ง แต่นับตั้งแต่ปี 2000-2009 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มเป็น 3,536 ครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 10 ครั้ง โดยในช่วงทศวรรษ 2010 ตัวเลขลดลงเล็กน้อยเหลือ 3,165 ครั้ง บ่งชี้ว่าภัยพิบัติดังกล่าวเกิดถี่ขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อน

ส่วนความเสียหายเป็นตัวเงินนั้น ในช่วงทศวรรษ 1970 ภัยพิบัติทางธรรมชาติสร้างความเสียหายทั่วโลกราว 175,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (เมื่อปรับค่าเงินให้เท่ากับค่าเงินของปี 2019) และเพิ่มขึ้นเป็น 1.38 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงตั้งแต่ปี 2010-2019 ซึ่งเป็นช่วงที่พายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ มาเรีย เออร์มา พัดถล่มสหรัฐ

ทว่าแม้ว่ามูลค่าความเสียหายและความถี่จะเพิ่มขึ้น แต่ยอดผู้เสียชีวิตจ่อปีลดลงจากมากกว่า 50,000 คนในช่วงทศวรรษ 1970 เหลือราว 18,000 ในช่วงทศวรรษ 2010 ซึ่งบ่งบอกว่าการวางแผนรับมือที่ดีขึ้นได้ผล

รายงานระบุอีกว่า กว่า 91% ของผู้เสียชีวิตกว่า 2 ล้านคนอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเพียงครึ่งหนึ่งของประเทศสมาชิก WMO ซึ่งมีทั้งหมด 193 ประเทศที่มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า

เปตเตริ ตาลาส เลขาธิการ WMO เผยว่า “ต้องขอบคุณการปรับปรุงระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่ช่วยให้เราลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติเหล่านี้ได้ แต่ข่าวร้ายคือความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”

ตาลาสเผยอีกว่า เราจะเห็นสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และแนวโน้มเชิงลบนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงศตวรรษหน้า

ทั้งนี้ ภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายเป็นตัวเงินมากที่สุด 5 อันดับนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ล้วนเป็นพายุเฮอร์ริเคนในสหรัฐ โดยเฮอร์ริเคนแคทรินาเมื่อปี 2005 มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด 163,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนภัยพิบัติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด 5 อันดับแรกอยู่ในแอฟริกาและเอเชีย โดยภัยแล้งในเอธิโอเปียเมื่อปี 1983 และพายุไซโคลนโบลาที่บังกลาเทศในปี 1970 เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ 300,000 คน

Photo by Branden Eastwood / AFP (ภาพความเสียหายจากพายุเฮอร์ริเคนไอดาที่ถล่มย่านมัลลิกาฮิลล์ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐ)

จีนไม่ทิ้งตอลิบาน-อัฟกัน กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้นกว่าเดิม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662290

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 17:30 น.จีนไม่ทิ้งตอลิบาน-อัฟกัน กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้นกว่าเดิมจีนยังคงเปิดสถานทูตในคาบูล พร้อมช่วยอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตอลิบาน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ซูฮาอิล ชาฮีน โฆษกกลุ่มตอลิบานได้เปิดเผยผ่านทางทวิตเตอร์ว่าสถานทูตจีนในอัฟกานิสถานจะยังคงดำเนินการตามปกติ และรัฐบาลจีนยังได้ให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถานที่อยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มตอลิบานด้วย

โดยอับดุล ซาลาม ฮานาฟี สมาชิกกลุ่มตอลิบานประจำกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับอู๋ เจียงหาว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ซึ่งยืนยันว่าจีนจะยังคงเปิดสถานทูตในกรุงคาบูล และความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอัฟกานิสถานจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าในอดีต

นอกจากนี้จีนจะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความช่วยเหลือที่เกี่ยวกับการรับมือกับโรคโควิด-19

ทั้งนี้ จีนได้ประณามสหรัฐหลายครั้งเกี่ยวกับการถอนกองกำลังออกจากอัฟกานิสถาน และกล่าวว่าจีนพร้อมที่จะร่วมมือกับกลุ่มตอลิบาน และกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โดยก่อนหน้านี้ หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศมีส่วนร่วมกับกลุ่มตอลิบาน เพื่อช่วยให้อัฟกานิสถานต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย และยุติความรุนแรงในประเทศ

พร้อมเตือนว่าการถอนกองกำลังอย่างเร่งด่วนของสหรัฐอาจส่งผลให้กลุ่มก่อการร้ายกลับมาแข็งแกร่งขึ้น และสหรัฐควรทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถาน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางสังคมและฟื้นฟูเศรษฐกิจของอัฟกานิสถาน

หวัง อี้ ยังเคยกล่าวว่าโลกควรแนะแนวทางและสนับสนุนอัฟกานิสถานในขณะที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลใหม่แทนที่จะสร้างความกดดัน

ขณะที่นานาประเทศยังคงจับตาสถานการณ์และสงวนท่าทีในการมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับกลุ่มตอลิบาน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าจีนยังไม่ยอมรับว่ากลุ่มตอลิบานเป็นรัฐบาลโดยพฤตินัย และยังคงระมัดระวังกลุ่มติดอาวุธตอลิบานที่อาจให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง

นักวิเคราะห์ยังกล่าวว่า การที่จีนให้ความร่วมมือกับกลุ่มตอลิบานอาจเป็นการปูทางไปสู่การขยับขยายโครงสร้างพื้นฐานของจีนในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทจีนต่างจับตามองเหมืองทองแดงและเหมืองลิเธียมขนาดใหญ่ในอัฟกานิสถาน ขณะที่ตอลิบานเองก็อาจมองว่าจีนเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญและสามารถสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศได้

Photo by Aamir QURESHI / AFP

มลพิษทางอากาศร้ายกว่าสงคราม ทำอายุเฉลี่ยชาวอินเดียลดฮวบ 9 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662276

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 16:30 น.มลพิษทางอากาศร้ายกว่าสงคราม ทำอายุเฉลี่ยชาวอินเดียลดฮวบ9ปี5 ประเทศที่อายุคาดเฉลี่ยของประชากรลดลงมากที่สุดในโลกล้วนมาจากเอเชีย

CNN รายงานว่ามลพิษทางอากาศคร่าชีวิตผู้คนบนโลกไปหลายพันล้านคนแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นภัยคุกคามที่ลดทอนอายุคาดเฉลี่ยของมนุษย์มากกว่าการสูบบุหรี่ เอชไอวี/เอดส์ หรือการเกิดสงครามเสียอีก

ตามดัชนีคุณภาพชีวิตอากาศ (AQLI) ซึ่งตีพิมพ์ในรายงานประจำปีของสถาบันนโยบายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก (EPIC) ในสรัฐเผยว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีระดับมลพิษทางอากาศสูงสุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งมีผู้คนประมาณ 480 ล้านคนสูดมลพิษในระดับที่มากกว่าที่อื่นๆ ในโลกถึง 10 เท่า

หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจทำให้ชาวอินเดียกว่าร้อยละ 40 ของประเทศมีอายุขัยเฉลี่ยลดลงมากกว่า 9 ปี รวมถึงผู้คนในกรุงนิวเดลี ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

เอเชียกำลังแย่

รายงานระบุว่า 5 ประเทศที่อายุคาดเฉลี่ยของประชากรลดลงมากที่สุดในโลกล้วนเป็นประเทศในแถบเอเชียทั้งหมด ซึ่งได้แก่ อินเดีย ลดลงกว่า 9 ปี รองลงมาคือบังคลาเทศ ลดลง 5.4 ปี ตามมาด้วยปากีสถาน ลดลง 3.9 ปี และสิงคโปร์ ลดลง 3.8 ปี

แม้ว่าในหลายพื้นที่จะมีอากาศที่สะอาดขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งลดการเดินทางและการทำงานของโรงงานจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันบางพื้นที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศในระดับสูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเกิดไฟป่า ซึ่งรุนแรงขึ้นด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง

บ่งชี้ว่าปัญหามลพิษทางอากาศเกี่ยวข้องกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย ซึ่งทั้งสองมีสาเหตุหลักมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ยานพาหนะ และแหล่งอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน

รายงานดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกดำเนินนโยบายอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาวิกฤตดังกล่าว

Photo by XAVIER GALIANA / AFP

ตอลิบานเผยอาจไม่มีผู้หญิงนั่งตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662264

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 15:40 น.ตอลิบานเผยอาจไม่มีผู้หญิงนั่งตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลตอลิบานยอมรับอาจไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลที่กำลังวางตัว

เชอร์ อับบาส สตาเนคไซ รองหัวหน้าสำนักงานการเมืองของกลุ่มตอลิบานในกาตาร์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC เกี่ยวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของอัฟกานิสถานหลังตอลิบานเข้ามาควบคุม โดยยอมรับว่า อาจไม่มีผู้หญิงได้รับตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดใหม่

สตาเนคไซเผยว่ารัฐบาลอัฟกานิสถานชุดใหม่จะคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม แต่บทบาทหน้าที่ของผู้หญิงจะถูกจำกัดอยู่เฉพาะในตำแหน่งระดับล่าง

ด้าน ซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกของกลุ่มตอลิบานเผยว่า ผู้นำกลุ่มจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้หญิงจะได้ตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ และเผยว่าขณะนี้มีผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญแล้ว รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ว่าการธนาคารกลาง

ในช่วงที่กองกำลังของสหรัฐและพันธมิตรกำลังถอนตัวจากอัฟกานิสถาน กลุ่มตอลิบานประกาศว่าจะเคารพสิทธิ์ของชาวอัฟกัน และจะอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานได้ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมายชาริอะห์ ทว่าหลายคนยังไม่เชื่อ เนื่องจากในช่วงที่ตอลิบานครองอำนาจก่อนหน้านี้ ผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้ทำงานหรือไปโรงเรียน

ทั้งนี้ กลุ่มตอลิบานกำลังจะเปิดตัวรัฐบาลชุดใหม่เร็วๆ นี้ โดย อาห์มาดุลเลาะห์ มุตตากี เจ้าหน้าที่ของตาลีบัน เผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า พิธีจัดตั้งรัฐบาลอัฟกานิสถานชุดใหม่อย่างเป็นทางการกำลังถูกจัดเตรียมที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงคาบูล

คาดว่า ไฮบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดของกลุ่มตาลีบัน จะได้รับอำนาจสูงสุดเหนือสภาการปกครอง และมีอำนาจเหนือประธานาธิบดีที่ตำแหน่งอยู่รองลงมา

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หญิงชาวอัฟกันพากันออกมาถือป้ายประท้วงในเมืองเฮรัตซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากโดยเรียกร้องว่าพวกเธอยอมสวมผ้าคลุมศีรษะแบบปิดคลุมทั้งใบหน้าเหลือไว้เพียงช่องเล็กๆ บริเวณดวงตา หรือบูร์กา เพื่อแลกกับการที่เด็กผู้หญิงได้ไปโรงเรียน

(Photo by – / AFP)

นิวซีแลนด์วิสามัญคนร้ายสาวก IS ไล่แทงคนกลางห้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662278

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 15:12 น.นิวซีแลนด์วิสามัญคนร้ายสาวก IS ไล่แทงคนกลางห้างตำรวจนิวซีแลนด์วิสามัญคนร้ายได้แรงจูงใจจากกลุ่มก่อการร้าย IS ไล่แทงผู้คนกลางห้าง

ตำรวจนิวซีแลนด์วิสามัญฆาตกรรมคนร้ายที่ก่อเหตุใช้มีดไล่แทงผู้คนกลางห้างสรรพสินค้าในเมืองออคแลนด์จนบาดเจ็บ 6 ราย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย โดยได้แรงจูงใจจากกลุ่มการการร้ายรัฐอิสลาม (IS)

เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.40 น.ของวันศุกร์ (3 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น คนร้ายซึ่งเป็นชายชาวศรีลังกาเข้าไปในห้างสรรพสินค้าในเมืองออคแลนด์แล้วหยิบมีดที่วางอยู่บนชั้นออกมาก่อนจะวิ่งไล่แทงผู้คนที่กำลังเดินซื้อของ

หลังจากผ่านไป 60 วินาทีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณเดินทางเข้ามาถึงพื้นที่ โดยผู้คนที่อยู่ในอาการหวาดกลัวพากันวิ่งหนีไปยังทางออกก่อนที่คนร้ายจะถูกวิสามัญในเวลาต่อมา เนื่องจากถือมีดวิ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่

นายกรัฐมนตรี จาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์แถลงหลังเหตุการณ์ว่า รู้สึกผิดหวังมากที่คนร้ายสามารถลงมือก่อเหตุด้วยความเกลียดชังได้ทั้งที่คนร้ายอยู่ในบัญชีผู้ก่อการร้าย ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบออกตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง

“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ชั่วร้ายมาก มันเป็นความเกลียดชัง มันผิด มันเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียว ไม่เกี่ยวกับความเชื่อ ไม่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติ แต่เกี่ยวกับคนคนเดียวที่ยึดมั่นในแนวคิดที่ไม่เป็นที่ยอมรับที่นี่ เขาคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำเหล่านี้”

คนร้ายเดินทางเข้านิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี 2011 และถูกจับตามองในฐานะบุคคลที่อาจเป็นอันตรายกับความมั่นคงของประเทศตั้งแต่ปี 2016

เหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้ตอกย้ำความเจ็บช้ำของชาวนิวซีแลนด์จากเหตุการณ์กราดยิงที่มัสยิดในเมืองไครต์เชิร์ชในปี 2019 ซึ่งเป็นเหตุก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศ ส่งผลให้ชาวมุสลิมเสียชีวิต 51 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 40 ราย

Photo by Marty MELVILLE / AFP

พบสายพันธุ์ ‘มิว’ ระบาดเงียบๆ ในเกือบทุกรัฐของสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662251

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 13:45 น.พบสายพันธุ์ ‘มิว’ ระบาดเงียบๆ ในเกือบทุกรัฐของสหรัฐอย่างไรก็ดี แอนโธนี ฟาวซี เผยว่า มิวยังไม่ใช่ภัยคุกคามเฉพาะหน้าของสหรัฐ

สำนักข่าว Newsweek รายงานว่า จากข้อมูลของ Outbreak.info ซึ่งเป็นฐานข้อมูลแบบเปิดจากสถาบันวิจัย Scripps Research ในสหรัฐพบว่า พบ Covid-19 สายพันธุ์มิว (Mu) หรือ B.1.621 ระบาดในเกือบจะทุกรัฐของสหรัฐ แม้ว่าขณะนี้ยังมีสัดส่วนเล็กน้อยมาก คือไม่ถึง 1% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดในสหรัฐ

เกือบทุกรัฐของสหรัฐ ยกเว้น 3 รัฐคือ เนบราสกา เวอร์มอนต์ และเซาท์ดาโกตา รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์มิว โดยมีอัตราความชุกของเชื้อในรัฐอะแลสกา ซึ่งพบราว 4% ของตัวอย่างที่ตรวจเกือบ 4,000 ตัวอย่าง

ขณะที่ใน 15 รัฐ ได้แก่ เมน นิวแฮมเชียร์ เวสต์เวอร์จิเนีย เซาท์แคโรไลนา เทนเนสซี เคนตักกี แอละแบมา มิสซิสซิปปี ลุยเซียนา อาร์คันซอ มิสซูรี ไอโอวา นอร์ทดาโกตา มอนแทนา โอกลาโฮมา พบผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 10 ราย

และใน 24 รัฐพบผู้ติดเชื้อ 11-50 ราย ส่วนใน 4 รัฐคือ นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ เทกซัส และวอชิงตันพบผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 51-100 ราย และมีเพียงรัฐเดียวคือ ฟลอริดา ที่พบผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100-200 ราย และแคลิฟอร์เนียพบผู้ติดเชื้อมากที่สุด 289 ราย

ด้าน แอนโธนี ฟาวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของทำเนียบขาวเผยว่า “เรากำลังให้ความสนใจกับมิวอย่างจริงจัง แต่เราไม่คิดว่ามิวเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าในตอนนี้”

“สายพันธุ์นี้มีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งบอกว่าในสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ ไม่ใช่เฉพาะโมโนโคลนอลแอนติบอดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีน ภูมิคุ้มกันที่ได้จากเซรุ่ม แต่ข้อมูลทางคลินิกที่บ่งชี้เช่นนั้นยังมีไม่มากนัก ข้อมูลส่วนใหญ่ตอนนี้มาจากการทดลองในหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ” ฟาวซีกล่าวระหว่างแถลงข่าว

ฟาวซีบอกอีกว่า “แม้จะมีสายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงบ้าง แต่วัคซีนยังค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการต่อต้านสายพันธุ์ที่พบในเวลานั้น” และกล่าวต่อว่า “สายพันธุ์เดลตายังเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 99% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ สายพันธุ์มิวยังไม่ใกล้เคียงกับการเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ เรากำลังจับตาดูสายพันธุ์มิวอย่างใกล้ชิด”

ในเวลาไล่เลี่ยกัน มาร์เซลา เมอร์คาโด เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของโคลอมเบียเผยกับสถานีวิทยุท้องถิ่นว่า ขณะนี้สายพันธุ์มิวกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศแล้ว โดยสายพันธุ์มิวเป็นต้นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดในการระบาดระลอกสามระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย.

ในช่วงเวลานั้นโคลอมเบียมีผู้เสียชีวิตราววันละ 700 คน โดยเกือบ 2 ใน 3 ของการตรวจหาเชื้อในผู้เสียชีวิตพบว่าเป็นสายพันธุ์มิว

ทั้งนี้ วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกประกาศให้สายพันธุ์มิวซึ่งพบครั้งแรกในโคลอมเบียเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง (variant of interest) เนื่องจากพบว่ามีการกลายพันธุ์ที่อาจทำให้ดื้อต่อวัคซีน

Photo by J. Scott Applewhite / POOL / AFP

นายกฯ ญี่ปุ่นจ่อลาออก หลังถูกวิจารณ์รับมือโควิดล้มเหลว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662248

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.นายกฯ ญี่ปุ่นจ่อลาออก หลังถูกวิจารณ์รับมือโควิดล้มเหลวนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยอมถอยหลังคะแนนนิยมร่วง แม้ดำรงตำแหน่งได้เพียงปีเดียว

Kyodo News รายงานว่านายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะของญี่ปุ่นจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ในวันที่ 29 ก.ย. ที่จะถึงนี้ เพื่อเปิดทางให้คนอื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน หลังจากที่นั่งเก้าอี้นายกฯ มาได้เพียงปีเดียวเท่านั้น

ซูงะระบุว่าหลังจากนี้ตนจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อมุ่งเน้นไปกับการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่ พร้อมเสริมว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเพื่ออธิบายถึงการตัดสินใจของตนในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ซูงะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความล้มเหลวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจตกต่ำของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้คะแนนนิยมของเขาลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 30%

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นถึง 524.99 จุด หรือ 1.84% จากวานนี้ (2 ก.ย.) ด้วยความคาดหวังจากบรรดานักลงทุนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีมาตรการทางเศรษฐกิจซึ่งสามารถรับมือกับผลกระทบของโควิด-19

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่แตะที่กว่า 2 หมื่นรายต่อวัน โดยผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ราว 1.51 ล้านราย และผู้เสียชีวิตประมาณ 16,151 ราย

นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังพบผู้ติดเชื้อ “มิว” โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ที่น่าจับตามอง (variant of interest) และเกรงว่าจะมีคุณสมบัติในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน หรือดื้อต่อวัคซีน รวมถึงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ N501S หรือสายพันธุ์เดลตาที่กลายพันธุ์ใหม่อีกด้วย

ทั้งนี้ การเลือกตั้งทั่วไปครั้งถัดไปในญี่ปุ่นจะจัดขึ้นในวันที่ 17 ต.ค. ที่จะถึงนี้

Photo by Kazuhiro NOGI and KAZUHIRO NOGI / POOL / AFP

บทสรุป Moderna ปนเปื้อนที่ญี่ปุ่น ผิดพลาดในการผลิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662240

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 11:30 น.บทสรุป Moderna ปนเปื้อนที่ญี่ปุ่น ผิดพลาดในการผลิตModerna แจงแล้วสารปนเปื้อนในวัคซีนคือ stainless steel ยันไม่อันตราย

NHK รายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นได้รับคำอธิบายจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีน Moderna ถึงสารปนเปื้อนที่พบในวัคซีนจำนวนหนึ่งในญี่ปุ่นว่าเป็นอนุภาคเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel) ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของโลหะในกระบวนการผลิตที่มีการติดตั้งอย่างไม่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตามผู้ผลิตวัคซีนแถลงยืนยันว่าวัตถุดังกล่าวมีความความเสี่ยงน้อยที่จะก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากเป็นอนุภาคขนาดเล็ก และ stainless steel ถูกใช้ในลิ้นหัวใจเทียม ข้อต่อเทียม และโลหะเย็บแผลอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าจะไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้ระงับวัคซีน 3 ล็อตซึ่งคิดเป็นจำนวน 1.62 ล้านโดส หลังพบสิ่งปนเปื้อนในวัคซีนบางขวดที่ส่งไปยังศูนย์ฉีดวัคซีนกว่า 900 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม

ส่งผลให้วัคซีน Moderna จำนวน 1.63 ล้านโดสที่อยู่ในสายการผลิตเดียวกันถูกระงับไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยวัคซีนดังกล่าวถูกผลิตขึ้นในสายการผลิตที่สเปน ซึ่งประกอบด้วย 3 ล็อต ได้แก่ 3004667, 3004734 และ 3004956

ด้านบริษัท Takeda Pharmaceutical ผู้จัดจำหน่ายวัคซีน Moderna ในญี่ปุ่นตัดสินใจเรียกคืนวัคซีนทั้ง 3 ล็อตดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา

ส่วนสารปนเปื้อนสีดำและสีชมพูอีกชนิดที่พบในขวดวัคซีนที่โตเกียว โอกินาว่า และกุมมะ ถูกระบุว่าเป็นชิ้นส่วนของจุกยางปิดขวดวัคซีนที่หลุดร่วงลงไปในขวดระหว่างการผลิต หรือเกิดขึ้นขณะแทงเข็มฉีดยาลงในขวดอย่างไม่ระวัง

ซึ่ง Moderma ได้เปิดเผยผลการสอบสวนกรณีดังกล่าวแล้วพบว่า ชิ้นส่วนเหล่านั้นไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

สำหรับชายชาวญี่ปุ่น 2 รายที่เสียชีวิตหลังได้รับวัคซีนในล็อตที่ถูกระงับไปนั้น เบื้องต้นยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือสารปนเปื้อนในวัคซีน แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

Photo by Joseph Prezioso / AFP

ยอดเสียชีวิตจากน้ำท่วมหนักในนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์พุ่งเป็น 46 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662238

วันที่ 03 ก.ย. 2564 เวลา 10:52 น.ยอดเสียชีวิตจากน้ำท่วมหนักในนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์พุ่งเป็น 46พายุเฮอร์ริเคนไอดาที่พัดถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐจนน้ำท่วมฉับพลันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46 ราย

ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมฉับพลันหลังฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์จากอิทธิพลของพายุเฮอร์ริเคนไอดาถล่ม 4 รัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 46 ราย

เจ้าหน้าที่ของมหานครนิวยอร์กเผยว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย รวมทั้งเด็กชายวัย 2 ขวบ โดยในจำนวนนี้ 11 รายติดอยู่ในรถยนต์ขณะที่น้ำท่วมสูงขึ้น ส่วนในรัฐนิวเจอร์ซีย์มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย ส่วนใหญ่ติดอยู่ในรถยนต์เช่นกัน ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนียเสียชีวิต 3 ราย และ 1 รายในรัฐคอนเนตทิคัต

มหานครนิวยอร์กและรัฐนิวเจอร์ซีย์มีปริมาณฝนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดย บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์กเผยว่า ปริมาณฝนในย่านเซ็นทรัลพาร์กในรอบ 1 ชั่วโมงวัดได้ถึง 3.15 นิ้ว หรือราว 8 เซนติเมตร และการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในระดับที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในมหานครแห่งนี้ทำให้นายกเทศมนตรีต้องใช้คำสั่งเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันเป็นครั้งแรก

ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประกาศว่า น้ำท่วมฉับพลันในภาคตะวันอกเฉียงเหนือของสหรัฐ และความเสียหายที่เฮอร์ริเคนไอดาทิ้งไว้ในรัฐลุยเซียนาและมิสซิสซิปปี รวมทั้งไฟป่าในตะวันตกคืออีกหนึ่งสิ่งเตือนใจว่าพายุที่รุนแรงเหล่านี้ในวิกฤตสภาพภูมิอากาศอยู่ที่นี่

Photo by Ed JONES / AFP