Elon Musk ย้ำ DOGE แข็งแกร่งที่สุดในด้านการชำระเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660720

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

Elon Musk ย้ำ DOGE แข็งแกร่งที่สุดในด้านการชำระเงินElon Musk และ Mark Cuban ประสานเสียงสนับสนุน Dogecoin

ราคาเหรียญ Dogecoin พุ่งขึ้นมากกว่า 13% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ที่ 0.34 เหรียญสหรัฐ นับว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ Mark Cuban มหาเศรษฐีและนักธุรกิจชื่อดังให้สัมภาษณ์ต่อ CNBC ว่า “Dogecoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่ของการเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ”

ยิ่งไปกว่านั้น Elon Musk ก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันโดยทวีตตอบกลับบทสัมภาษณ์ของ Cuban ว่า “ผมเคยพูดแบบนี้มาสักพักแล้ว”

โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทั้งคู่แสดงท่าทีสนับสนุน Dogecoin เช่นเดียวกัน โดยทีมบาสเก็ตบอล Dallas Mavericks ของ Cuban ประกาศรับชำระสินค้าด้วยเหรียญ Dogecoin ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังได้เสนอ “ราคาพิเศษ” สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าด้วย Dogecoin อีกด้วย

ขณะที่บริษัท SpaceX ของ Musk วางแผนเปิดตัวภารกิจ “DOGE-1 Mission to the Moon” ในช่วงต้นปีหน้า และยังเคยถามบรรดาผู้ติดตามว่าบริษัท Tesla ควรรับชำะด้วยเหรียญ Dogecoin หรือไม่ หลังจากที่ประกาศงดรับชำระด้วย Bitcoin เนื่องจากกังวลถึงปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาบรรดาผู้สนับสนุน Dogecoin ยังร่วมกันติดแฮชแท็ก #DogeCoinTo1Dollar ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Twitter Facebook หรือ TikTok

การสำรวจล่าสุดโดย Finder ชี้ว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่าราคาของ Dogecoin จะแตะ 1.21 เหรียญสหรัฐภายในปี 2025 และ 3.60 เหรียญสหรัฐภายในปี 2030

นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของราคา Dogecoin อาจประกอบกับการที่ Watford สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสกรีนโลโก้ Dogecoin ลงบนแขนเสื้อของนักเตะสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021-2022 หลังได้รับการสนับสนุนจากเว็บไซต์ Stake.com

นายกฯ มาเลเซียลาออก เซ่นพิษการเมือง-จัดการโควิดแย่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660676

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 14:08 น.

นายกฯ มาเลเซียลาออก เซ่นพิษการเมือง-จัดการโควิดแย่นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ลาออกจากตำแหน่งหลังถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซียตัดสินใจออกจากตำแหน่งหลังสูญเสียเสียงข้างมากในสภา และเผชิญแรงกดดันจากหลายฝ่ายให้ลาออกจากตำแหน่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงความไม่พอใจของประชาชนในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

มูห์ยิดดินยังเผชิญแรงกดดันจากการที่พรรคสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่มีเสียงมากที่สุดในมาเลเซียประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและยุติการสนับสนุนนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มูห์ยิดดินลาออกจากตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้มูห์ยิดดินเดินทางไปกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอัล สุลต่าน อับดุลลาห์ พระมหากษัตริย์ของมาเลเซีย หลังจากที่มูห์ยิดดินได้แจ้งความประสงค์ที่จะลาออกต่อสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เขากำลังเข้าเฝ้าก็มีรายงานแทรกเข้ามาว่าคณะรัฐมนตรีประกาศลาออกยกชุด

ต่อมาในช่วงบ่าย สำนักพระราชวังจึงประกาศว่าสมเด็จพระราชาธิบดีทรงรับหนังสือกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งของมูห์ยิดดิน ยัสซินแล้ว และทรงแต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ

ต่อมามูห์ยิดดินแถลงว่าที่ต้องลาออกเพราะสูญเสียความไว้วางใจส่วนใหญ่ในรัฐสภา และกล่าวว่า “ผมจะไม่ทำงานร่วมกับพวกมีอำนาจที่ทำตัวเป็นโจร (โจราธิปไตย)” และกล่าวว่า “ผมหวังว่ารัฐบาลใหม่จะฟอร์มขึ้นมาขึ้นโดยเร็วที่สุด”

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นใครเนื่องจากไม่มีส.ส. จากพรรคใดครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในสภา หรือจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยรายงานระบุว่าการตัดสินใจทั้งหมดนี้คาดว่าจะขึ้นอยู่กับสมเด็จพระราชาธิบดีอัล สุลต่าน อับดุลลาห์

อย่างไรก็ตามการลาออกครั้งนี้อาจเป็นการขัดขวางความพยายามของประเทศในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการควบคุมการแพร่ระบาด เนื่องจากยังไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน นอกจากนี้การประกาศดังกล่าวยังส่งผลให้ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี

ทั้งนี้ มูห์ยิดดินขึ้นสู่อำนาจในเดือนมีนาคมปีที่แล้วโดยไม่มีการเลือกหลังจากการล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยมหาเธร์ โมฮัมหมัดที่บริหารประเทศได้เพียง 2 ปี 

แต่รัฐบาลของเขาต้องเผชิญกับความโกลาหลตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเสียงส่วนใหญ่ในสภา และความชอบธรรมของรัฐบาลมูห์ยิดดินถูกตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา และเขาต้องเผชิญกับการท้าทายอย่างต่อเนื่องจากหัวหน้าฝ่ายค้านคือ อันวาร์ อิบราฮิม

Photo by Mohd RASFAN / AFP

ใกล้เข้ามาแล้ว! ‘แลมบ์ดา’ โผล่ฟิลิปปินส์ครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660681

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:55 น.

ใกล้เข้ามาแล้ว! 'แลมบ์ดา' โผล่ฟิลิปปินส์ครั้งแรกฟิลิปปินส์พบโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดารายแรกของประเทศหลังระบาดในแถบอเมริกาใต้

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดารายแรกของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของรัฐบาลอย่างเข้มงวด

โดยผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวเป็นหญิงวัย 35 ปี ซึ่งมีประวัติติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการโดยได้รับการยืนยันก่อนหน้านี้ว่าหายดีแล้วหลังจากที่กักตัวเป็นเวลา 10 วัน

รายงานไม่ได้เผยประวัติการเดินทางและไม่ได้ระบุว่าผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปยังต่างประเทศหรือไม่ แต่เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อคนดังกล่าว

ขณะที่ฟิลิปปินส์รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 14,749 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 270 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดอยู่ที่กว่า 1.74 ล้านรายและมีผู้เสียชีวิต 30,340 ราย

แลมบ์ดารุนแรงแค่ไหน?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุให้โควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์แลมบ์ดาซึ่งพบครั้งแรกในเปรูเมื่อปลายปีก่อน จัดเป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง (variant of interest) หลังผลการศึกษาพบว่าเชื้อกลายพันธุ์ดังกล่าวอาจสามารถต้านภูมิคุ้มกันจากวัคซีน และมีความสามารถในการแพร่ระบาดมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบครั้งแรกในอู่ฮั่น

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า การกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม (spike protein) ของสายพันธุ์แลมบ์ดาที่ตำแหน่ง RSYLTPGD246-253N, 260 L452Q และ F490S ช่วยให้ไวรัสสายพันธุ์นี้ต้านทานภูมิคุ้มกันที่สร้างจากวัคซีน และการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง T76I และ L452Q ช่วยให้แลมบ์ดาติดต่อได้ง่ายขึ้น

โดยก่อนหน้านี้สายพันธุ์แลมบ์ดาพบการแพร่ระบาดในแถบอเมริกาใต้ แต่การพบล่าสุดในฟิลิปปินส์ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างทั่วโลกเหมือนกับสายพันธุ์เดลตาหรือไม่ โดยขณะนี้แลมบ์ดาแพร่ระบาดไปแล้วราว 30 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกยังไม่จัดให้แลมบ์ดาเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern) เช่นเดียวกับเดลตา และข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสายพันธุ์แลมบ์ดาร้ายแรงกว่าสายพันธุ์เดลตาหรือไม่ แต่ เคอิ ซาโตะ นักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยโตเกียวเชื่อว่า “แลมบ์ดาอาจเป็นภัยคุกคามต่อสังคมมนุษย์ได้”

Photo by Ted ALJIBE / AFP

จีนคุมเดลตาได้อย่างไว ตัวเลขติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660678

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:28 น.

จีนคุมเดลตาได้อย่างไว ตัวเลขติดเชื้อลดลงต่อเนื่องผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในท้องถิ่นต่างๆ ของจีนลดลงเป็นวันที่หก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการติดเชื้อโควิด-19ในในจีนลดลงเป็นวันที่หก จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากภูมิภาคส่วนใหญ่ควบคุมการแพร่ระบาดครั้งล่าสุดได้ แต่บางพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังโดยเพิ่มการตรวจเชื้อจำนวนมากหรือสั่งเลื่อนการเปิดโรงเรียน

ข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) เปิดเผยว่า ในจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 รายวันต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. จีนรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพียง 13 รายในวันอาทิตย์

คณะกรรมการดังกล่าวตรวจพบผู้ป่วยในท้องถิ่น 6 รายในมณฑลทางตะวันออกของมณฑลเจียงซูและมณฑลเหอหนานทางตอนกลาง โดย 1 รายอยู่ในมณฑลหูหนานทางตอนใต้

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองต่างๆ ของเจิ้งโจวและซ่างชิวในเหอหนานได้เริ่มการตรวจมวลชนรอบที่สี่ทั่วทั้งเมือง

สำนักข่าวซินหวาของทางการ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ 5 คนในเมืองซ่างชิว รวมถึง 1 คนจากโรงพยาบาล ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากความประมาทเลินเล่อในความพยายามควบคุมไวรัส

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ของเมืองกล่าวว่ามีผู้ป่วยเพิ่มเติมหลังจากมีผู้ป่วยรายหนึ่งและครอบครัวของพวกเขาไม่ยอมรายงานรายละเอียดการเดินทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อให้ทางการสามารถติดตามการแพร่เชื้ออย่างทันท่วงที

ในขณะที่เมืองหนานจิงทางตะวันออกซึ่งเชื่อมโยงกับการติดเชื้อในท้องถิ่นจำนวนมากตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม มีรายงานผู้ป่วยในท้องถิ่นไม่เกิน 2 รายต่อวันตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. อยางไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่วางใจ โดยในวันอาทิตย์ได้เลื่อนการเปิดโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนอนุบาลภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง จนกว่าความเสี่ยงจะลดน้อยลงไปอีก

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. NHC มีรายงานผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ทั้งหมด 51 รายในแผ่นดินใหญ่ รวมถึงผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังรายงานผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการรายใหม่ 20 ราย ซึ่งจีนไม่ได้จัดว่าเป็นการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน

ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ ยอดผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 94,430 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 4,636 ราย

ตอลิบานประกาศชัยชนะ ยุติสงคราม 20 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660663

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 10:43 น.

ตอลิบานประกาศชัยชนะ ยุติสงคราม 20 ปีกลุ่มตอลิบานเตรียมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ด้านอดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานหลบหนีออกนอกประเทศ

กลุ่มตอลิบานออกแถลงการณ์ยุติสงครามที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปีในอัฟกานิสถานหลังจากที่บุกเข้ากรุงคาบูลและยึดทำเนียบประธานาธิบดีได้สำเร็จ

พร้อมเผยว่ากลุ่มตอลิบานไม่ต้องการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และเรียกร้องความสัมพันธ์อย่างสันติกับประชาคมนานาชาติ โดยภายหลังจากนี้จะเปิดประชุมร่วมกับชาวอัฟกัน นานาชาติ และองค์กรต่างๆ เพื่อคลี่คลายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมานาน

โซฮาอิล ชาบีน โฆษกกลุ่มตอลิบานเผยว่าขณะนี้กำลังดำเนินการถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าคณะรัฐบาลใหม่จะมีใครบ้าง แต่คาดว่าจะเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันดีและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้

ขณะที่ผู้ที่มอบอาวุธและให้ความร่วมมือกับกองกำลังตอลิบานจะได้รับการนิรโทษกรรม พร้อมยืนยันว่าประชาชนทุกคนโดยเฉพาะในกรุงคาบูลจะได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิสตรี ผู้สื่อข่าว และทูต

ด้านอัซราฟ กานี อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหลังหลบหนีออกจากประเทศเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ส.ค.) พร้อมด้วยรองประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจำนวนหนึ่ง

ข้อความระบุว่าตนต้องเลือกระหว่างเผชิญหน้ากับกลุ่มตอลิบานที่กำลังบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดี หรือออกจากประเทศอันเป็นที่รักที่ตนปกป้องมาตลอด 20 ปี แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดตนคิดว่าการออกไปคือทางเลือกที่ดีที่สุด

พร้อมเสริมว่ากลุ่มตอลิบานเอาชนะมาด้วยอาวุธ และพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อเกียรติยศ ทรพย์สิน และศักดิ์ศรีของชาวอัฟกานิสถาน ตลอดจนให้การรับรองแก่ประชาชนทุกคน ทุกชนเผ่า รวมถึงสตรี

ขณะที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งกำลังทหารไปยังอัฟกานิสถานเพิ่มหลายพันนายเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูล และเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตและพลเมือง

ทั้งสหรัฐและสหราชอาณาจักรต่างเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ของตนจากสถานเอกอัครราชทูตในกรุงคาบูล หลังเกิดความวุ่นวายอย่างหนักที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูลจนมีประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ

Photo by AFP

ประธานาธิบดีอัฟกาเผ่นออกประเทศ ตอลิบานยกทัพเข้าคาบูล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660641

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 22:01 น.

ประธานาธิบดีอัฟกาเผ่นออกประเทศ ตอลิบานยกทัพเข้าคาบูล ความคืบหน้าการบึดกรุงคาบูลของกลุ่มตอลิบาน หลังจากเข้าประชิดเมืองตั้งแต่ช่วงบ่าย ผู้นำประเทศเดินทางออกไปแล้วในช่วงค่ำ

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันเดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันอาทิตย์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กลุ่มตอลิบานสั่งให้นักรบของตนรอที่ชานเมืองเมืองหลวงหลังกองกำลังรัฐบาลพ่ายแพ้อย่างหมดทางสู้

“อดีตประธานาธิบดีอัฟกันออกจากประเทศแล้ว” อับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถาน กล่าวในวิดีโอบนเพจ Facebook ของเขา

อับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ เจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถาน ยังกล่าวถึงอัชราฟ ฆานี นฐานะอดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานในข้อความวิดีโอ ซึ่งแสดงว่าอัชราฟ ฆานีไม่มีสถานะผุ้นำอีกต่อไป

เขาตำหนิอัชราฟ ฆานี ที่มีส่วนให้เกิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน หลายชั่วโมงหลังจากกลุ่มก่อการร้ายตอลิบานเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวง

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอัฟกานิสถานระดับสูงกล่าวเช่นกันว่าอัชราฟ ฆานี  ออกจากอัฟกานิสถานแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศใด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานกล่าวก่อนหน้านี้ว่า อัชราฟ ฆานีได้เดินทางไปทาจิกิสถานแล้ว

กลุ่มตอลิบานได้สั่งให้นักรบของตนเข้าไปในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เพื่อป้องกันการโจรกรรมหลังจากที่ตำรวจท้องที่ละทิ้งตำแหน่ง ซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด  โฆษกของกลุ่มติดอาวุธกล่าวเมื่อวันอาทิตย์

คำแถลงของซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด มีขึ้นไม่นานหลังจากอับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถานเผยว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ออกจากประเทศแล้ว

ตอลิบานเริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660612

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 15:32 น.

ตอลิบานเริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทางจุดจบของกรุงคาบูลใกล้จะมาถึงแล้ว กองกำลังตอลิบานที่ล้อมเอาไว้ด้านนอกเริ่มทำการบุก

รอยเตอร์รายงานว่ากลุ่มตอลิบานได้เริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลเมืองหลวงของอัฟกานิสถานจากทุกทิศทุกทาง กระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานกล่าวเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและสหภาพยุโรปพยายามหาทางคุ้มครองตัวเองให้ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นักรบของกลุ่มตอลิบานได้รับคำสั่งให้รอที่ประตูเมืองคาบูลและยังไม่เข้าไปในเมือง โฆษกของกลุ่มกบฏกล่าว หลังจากการล่มสลายของกองกำลังความมั่นคงของประเทศอย่างแน่นอนแล้ว

“อิสลามเอมิเรต (ตอลิบาน) สั่งกองกำลังทั้งหมดของตนให้ประจำการอยู่ที่ประตูเมืองคาบูล อย่าพยายามเข้าไปในเมือง” โฆษกของกลุ่มตอลิบานทวีต แม้ชาวบ้านบางคนรายงานว่ากองกำลังได้เข้าไปในเขตชานเมืองชั้นนอกบางแห่งอย่างสงบแล้ว

โฆษกตาลีบันกล่าวว่ากลุ่มกำลังพูดคุยกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน “เพื่อให้เกิดการยอมจำนนอย่างสันติ” ในกรุงคาบูล

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าว สมาชิกในทีม “แกนกลาง” ของสหรัฐฯ กำลังทำงานจากสนามบินคาบูล ขณะที่เจ้าหน้าที่ของนาโต้กล่าวว่าเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปหลายคนได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยในเมืองหลวงและไม่เปิดเผยว่าที่ใด

หลังจากโจมตีเมืองหลวงแล้ว ตอลิบานได้สั่งให้กองกำลังของตนงดใช้ความรุนแรง อนุญาตให้ทุกคนที่พยายามจะออกไปสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย และขอให้ผู้หญิงเดินทางไปยังพื้นที่คุ้มครอง 

Photo by – / AFP

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660589

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:35 น.

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน ตอลิบานเผยความล้มเหลวของความพยายามของสหรัฐ ในการสร้างกองทัพอัฟกัน

สำนักข่าวสรอยเตอร์ชี้ ความพ่ายแพ้ของกองกำลังอัฟกันในขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองจังหวัดแล้วจังหวัดเล่าให้คำตอบที่ชัดเจนว่าความพยายามยาวนานสองทศวรรษของสหรัฐที่จะสร้างกองทัพท้องถิ่นในอัฟกานิสถานนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่

แม้จะมีงบประมาณประมาณ 89,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการฝึกกองทัพอัฟกัน แต่กลุ่มตอลิบานใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนในการทำลายกองทัพนี้ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ยึดเมืองใหญ่ทุกแห่งในอัฟกานิสถาน ตั้งแต่กันดาฮาร์ทางตอนใต้ไปจนถึงมาซาร์-อี-ชาริฟทางเหนือ และเฮรัตทางตะวันตกถึงจาลาลาบัดทางตะวันออก

ตอนนี้พวกเขายืนอยู่แค่ปากทางเข้ากรุงคาบูล

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันยกย่องกองกำลังความมั่นคงและการป้องกันอัฟกันในการปราศรัยทางโทรทัศน์สั้น ๆ เมื่อวันเสาร์ว่าพวกเขามี “จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งในการปกป้องประชาชนและประเทศของพวกเขา”

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความตกใจที่หน่วยทหารอัฟกันจำนวนมากแทบไม่ต่อต้าน บางคนละทิ้งหน้าที่ของตนและคนอื่นๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มตอลิบานเพื่อหยุดการต่อสู้และมอบอาวุธและยุทโธปกรณ์ของพวกเขาให้ตอลิบาน

ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของสหรัฐกล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้กองกำลังความมั่นคงยอมจำนนหรือหลบหนี บางทีเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดต่อไปเพราะพวกเขาเชื่อว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้

หากที่ไหนไม่มีการทำข้อตกลงกัน กองกำลังอัฟกันก็ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนอยู่เลย

“เมื่อขวัญกำลังใจหมดสิ้นไป มันจะลุกลามอย่างรวดเร็ว และอย่างน้อยเรื่องนี้ก็มีส่วน” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งกล่าว

เจ้าหน้าที่อเมริกันกังวลมานานแล้วว่าการคอร์รัปชั่นที่ลุกลามไปทั่วในหมู่ผู้นำทางการทหารและการเมืองของอัฟกานิสถานที่มีกฐานคาหนังคาเขาจะบ่อนทำลายกาขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้าที่ได้รับค่าจ้างไม่ดี ขาดแคลนอาหาร และการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งบางคนถูกทิ้งไว้นานหลายเดือนหรือหลายปีในด่านที่ห่างไกลซึ่งกลุ่มตอลิบานสามารถโจมตีได้ง่ายๆ

หลายปีที่ผ่านมา ทหารอัฟกันหลายร้อยนายถูกสังหารในแต่ละเดือน แต่กองทัพต่อสู้ต่อไปโดยไม่มีการอพยพผู้บาดเจ็บล้มตายทางอากาศและขาดมาตรฐานการดูแลการผ่าตัดโดยผู้เชี่ยวชาญเหมือนในกองทัพตะวันตก ตราบใดที่กองทัพนานาชาติยังอยู่ที่อัฟกานิสถานพวดเขากฌ็ยังพอมีกำลังใจ แต่เมือถอนกำลังออกไป กองทัพอัฟกันก็หมดแรงใจที่จะสู้

“คุณจะสละชีวิตของคุณให้กับผู้นำที่ไม่จ่ายเงินให้คุณตรงเวลาและสนใจอนาคตของตัวเองมากขึ้นไหม” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนที่สองซึ่งพูดโดยขอไม่เปิดเผยชื่อถาม

เป็นการวิเคราะห์บางคนในขบวนการตอลิบานเองเห็นพ้องด้วย

ผู้บัญชาการกลุ่มตอลิบานคนหนึ่งในจังหวัดฆัซนีทางตอนกลางกล่าวว่ากองกำลังของรัฐบาลเริ่มล่มสลายทันทีที่กองกำลังสหรัฐเริ่มถอนตัว “เนื่องจากพวกเขาไม่มีอุดมการณ์ใด ๆ ยกเว้นโหนอเมริกาเอาไว้”

“เหตุผลเดียวที่ทำให้จังหวัดต่างๆ ล่มสลายอย่างไม่คาดคิดก็คือความมุ่งมั่นของเราและการถอนทหารสหรัฐฯ” เขากล่าว

ความพ่ายแพ้เน้นย้ำถึงความล้มเหลวของสหรัฐในการสร้างกองกำลังต่อสู้ในภาพลักษณ์ของกองทัพที่มีความเป็นมืออาชีพสูง โดยมีความเป็นผู้นำที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แรงบันดาลใจ อาวุธไฮเทค และการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ที่ราบรื่น

ตัวเลขในรายงานทางการนั้น กองกำลังความมั่นคงอัฟกานิสถานมีจำนวนทหารประมาณ 300,000 นาย ในความเป็นจริง ตัวเลขไม่เคยสูงขนาดนั้น

มันปฏิบัติการโดยกองกำลังพิเศษชั้นยอดจำนวนน้อยที่ถูกไล่ต้อนออกจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหลังจากเมืองจำนวนมากตกอยู่ในกำมือกลุ่มตอลิบาน อัตราหนีทหารในกองทัพที่สูงอยู่แล้วก็เพิ่มสูงขึ้นอีก

ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลเริ่มแตกซ่านกอง กำลังติดอาวุธในท้องถิ่นที่รับเกณฑ์กำลังมารบ ซึ่งภักดีต่อผู้นำระดับภูมิภาคที่มีชื่อเสียง เช่น ขุนศึกอับดุล ราชิด ดอสตุม ในจังหวัดฟาริยาบทางเหนือหรืออิสมาอิล ข่าน ในเมืองเฮรัต ก็รีบเร่งเข้าต่อสู้เช่นกัน

ประเทศตะวันตกระวังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวมานานแล้ว แม้ว่ากองกำลังท้องถิ่นและขุนศึกท้องถิ่นจะเป็นเรื่องปกติตามแนวทางเมืองอัฟกานิสถานแบบดั้งเดิมที่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ระดับท้องถิ่น หรือชาติพันธุ์มีน้ำหนักมากกว่าความภักดีต่อรัฐชาติ กลุ่มเหล่านี้พัวพันคอร์รัปชั่นและการล่วงละเมิดจนเป็นปกติ และท้ายที่สุดกลุ่มขุนศึกเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับองกำลังตามระบบที่ควบคุฒโดยรัฐบาล

ผลก็คือขุนศึกดอสตุม หนีไปอุซเบกิสถานเมื่อกลุ่มตอลิบานบุกเข้ามา และขุนศึกข่านก็ยอมจำนนต่อพวกตอลิบาน

แต่มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือไม่ที่จะสร้างกองทัพแบบตะวันตกในประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยอัตราการรู้หนังสือ 40% และยังมีวัฒนธรรมทางสังคมและการเมืองที่ห่างไกลจากความรู้สึกเป็นรัฐชาติที่เป็นหนึ่งเดียวเหมือนชาติที่พัฒนาแล้ว

ผู้ฝึกสอนทหารในกองทัพสหรัฐที่ทำงานร่วมกับกองกำลังอัฟกันพยายามสอนบทเรียนพื้นฐานขององค์กรทางทหารที่ทำการจัดหา บำรุงรักษาอุปกรณ์ และดูแลให้หน่วยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในสนามรบ

โจนาธาน ชรอเดน (Jonathan Schroden) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนโยบาย CNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยบัญชาการกลางของสหรัฐฯ CENTCOM และกองกำลังระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่ากองทัพอัฟกันทำหน้าที่ได้มากเท่ากับ “โครงการจัดหางาน”มากกว่าจะเป็นกองกำลังต่อสู้ “เพราะมันเป็นแหล่งที่มาของเงินเดือน (สำหรับประชาชน) ในประเทศที่หาเงินได้ยาก”

แต่ความล้มเหลวเรื้อรังของการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ ยุทโธปกรณ์/อุปกรณ์ และกำลังคนในหลายหน่วย ยังผลให้ “แม้ว่าพวกเขาต้องการต่อสู้ พวกเขาก็หมดความสามารถในการต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้น”

กองกำลังอัฟกันถูกบีบให้ยอมแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังการร้องขอเสบียงและกำลังเสริมไม่ได้รับคำตอบ อาจเป็นเพราะขาดความสามารถในการส่งกำลังหนุนหรือระบบไม่สามารถส่งมอบได้

แม้แต่หน่วยกองกำลังพิเศษชั้นยอดที่จมปลักจากการสู้รบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ยังได้รับความเดือดร้อน เมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยคอมมานโดอย่างน้อยสิบกว่านายถูกสังหารโดยกลุ่มตอลิบานในจังหวัดฟายยับ ทางภาคเหนือของประเทศ หลังจากกระสุนหมดและถูกบังคับให้มอบตัว

ริชาร์ด อาร์มิเทจ (Richard Armitage) อดีตนักการทูตสหรัฐซึ่งจัดกองเรือกองเรือของกองทัพเรือเวียดนามใต้เพื่อบรรทุกผู้ลี้ภัยประมาณ 30,000 คนออกจากไซง่อนก่อนที่เรือจะล่มในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 ได้เฝ้าดูภัยคุกคามจากภัยพิบัติที่คล้ายกันที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล

ในฐานะรองเลขาธิการแห่งรัฐภายใต้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อสหรัฐบุกโจมตีอัฟกานิสถานในปี 2544 เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการทูตอัฟกานิสถาน เขากล่าวว่าการล่มสลายของกองทัพอัฟกันชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในวงกว้างของความพยายามระหว่างประเทศกว่า 2 ทศวรรษ

“ผมได้ยินคนแสดงความไม่พอใจในหมู่สื่อมวลชนว่ากองทัพอัฟกันไม่สามารถต่อสู้ได้นาน” เขากล่าว “ผมรับรองได้เลยว่ากองทัพอัฟกันต่อสู้แล้ว สู้ได้ และถ้ามีปืนและมีบางอย่างเอาไว้สู้ พวกเขาก็สามารถใช้มันได้”

“คำถามคือ รัฐบาลนี้คุ้มที่จะต่อสู้หรือเปล่า?”

Photo by – / AFP

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660584

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 11:45 น.

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุงตอลิบานรุกคืบถึงชานกรุงคาบูล เพียงแค่รอเวลาว่ารัฐบาลจะสู้หรือจะยอมแพ้เท่านั้น ขณะที่สหรัฐสั่งอพยพสถานทูต แม้จะมีการตรึงกำลังทหารอีกนับพัน

สหรัฐเริ่มอพยพนักการทูตออกจากสถานทูตในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอะัฟกานิสถานแล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนบอกกับสำนักรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว สถานทูตยังคงทำงานอยู่ 

เป็นที่คาดการณ์กันว่าการอพยพของนักการทูตส่วนใหญ่จะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากกลุ่มตอลิบานยังคงเดินหน้าโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ซึ่งคาดว่าจะมาถึงคาบูลในเวลาอีกไม่กี่วัน 

ในขณะนี้ตอลิบานได้เคลื่อนกำลังยึดเมืองสำคัญได้เกือบหมดและล้อมกรุงคาบูลเอาไว้โดดๆ เตรียมที่จะจู่โจมเมื่อใดก็ได้ และขึ้นอยู่กับว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ที่ปักหลักในเมืองจะประกาศต่อต้านการรุกรานหรือว่าจะยอมวางอาวุธ 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งให้ส่งทหารสหรัฐเพิ่มอีก 1,000 นาย เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการอพยพฉุกเฉินจากพนักงานสถานทูตในกรุงคาบูล และชาวอัฟกันหลายพันคนที่ทำงานในกองกำลังอเมริกัน 

ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่าเป้าหมายคือ “เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถมีการปลดประจำการอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยสำหรับบุคลากรของสหรัฐ และบุคลากรพันธมิตรอื่นๆ และการอพยพชาวอัฟกันที่เป็นระเบียบและปลอดภัยซึ่งช่วยกองกำลังของเราในระหว่างภารกิจของเราและผู้ที่มีความเสี่ยงพิเศษจากการรุกของตอลิบาน” 

Photo by – / AFP

2 Royal Bengal Tiger cubs playing with mother at zoo #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40004834

2 Royal Bengal Tiger cubs playing with mother at zoo


As a rare species in Bangladesh, the Bengal tiger has been of great attention to the public. In Dhaka, two Royal Bengal Tiger cubs were playing with their mother in Bangladeshs National Zoo Tuesday.

Two Royal Bengal Tiger cubs are seen with their mother in Bangladesh's National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021.

Two Royal Bengal Tiger cubs are seen with their mother in Bangladesh’s National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021.

ADVERTISEMENTx

Two Royal Bengal Tiger cubs are seen with their mother in Bangladesh's National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021.

Two Royal Bengal Tiger cubs are seen with their mother in Bangladesh’s National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021. 

Two Royal Bengal Tiger cubs are seen with their mother in Bangladesh's National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021.

Two Royal Bengal Tiger cubs are seen with their mother in Bangladesh’s National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021.

A Royal Bengal Tiger cub is seen with its mother in Bangladesh's National Zoo in Dhaka, Bangladesh, Aug. 17, 2021.

Published : August 18, 2021

By : xinhua