อิสราเอลพบ Pfizer ประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อเจอเดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658301

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 14:10 น.

อิสราเอลพบ Pfizer ประสิทธิภาพลดลงมากเมื่อเจอเดลตาการติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นอีกครั้งและดัชนีบ่งชี้ยังระบุว่าการระบาดก็กลับมาอีก รัฐบาลกำลังพิจารณาเข็มสาม

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลเตือนว่าวัคซีน Pfizer มีประสิทธิภาพ “ด้อยลงอย่างอย่างมาก” กับไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่สายพันธุ์เดลตา ซึ่งพบครั้งแรกในอินเดีย และประสิทธิภาพที่ลดลงนี้ยังลดลงมากว่าที่ทางการอิสราเอลคาดการณ์เอาไว้ด้วย

“เราไม่รู้แน่ชัดว่าวัคซีนช่วยได้มากน้อยเพียงใด แต่ก็น้อยกว่ามาก” นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ (Naftali Bennett) ของอิสราเอลกล่าว จากการรายงานของ The Jerusalem Post

อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีน Pfizer ยังคงป้องกันไม่ให้ผู้ฉีดวัคซีนในอิสราเอลป่วยหนัก โดยที่ประชากรกว่า 60% ได้รับการฉีดมีเพียง 1.6% ที่ป่วยหนัก เทียบกับผู้ป่วยหนัก 4% ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กกรกฎาคม จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในอิสราเอลสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน ที่ 1,118 คนตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อคืนวันเสาร์ อัตราการแพร่พันธุ์ (R) หรือจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่ที่ 1.37 ซึ่งหมายความว่าโควิด-19 กำลังแพร่กระจายอีกครั้งในอิสราเอล

ปัจจุยที่อาจทำให้สถานการณ์แย่งลงคือ มีประชากรอิสราเอลเพียงประมาณ 4,000 คนเท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งไม่เพียงพอที่จะช่วยให้อิสราเอลกลับสู่ภูมิคุ้มกันหมู่ รัฐบาลยังกล่าวอีกว่า จะประเมินความจำเป็นในการฉีดวัคซีนครั้งที่สาม อย่างน้อยก็สำหรับผู้สูงอายุ

Photo by GIL COHEN-MAGEN / AFP

เปิดเนื้อหาจดหมายลับอนุทินดีลวัคซีน AstraZeneca #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658288

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 12:15 น.

เปิดเนื้อหาจดหมายลับอนุทินดีลวัคซีน AstraZeneca สำนักข่าวอิศราเปิดเผยจดหมายการติดต่อระหว่างบริษัท AstraZeneca กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไทย

ในจดหมายที่บริษัท AstraZeneca ส่งมาถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2021 ซึ่งเปิดเผยโดยสำนักข่าวอิศรามีเนื้อหาดังนี้

ผมเขียนมาเพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและคำแนะนำของคุณในการสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของ Astrazeneca ในวงกว้างและเท่าเทียมกัน

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รายงานความคืบหน้าอย่างมากเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ที่เราได้กำหนดไว้ร่วมกันเมื่อเราลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ร่วมกับพันธมิตรของเราคือ SCG และ Siam Bioscience เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2020

(1) เพื่อสร้างการเข้าถึงวัคซีนในวงกว้าง เป็นธรรม และเป็นสากล เราได้ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกำลังการผลิตวัคซีนของ Siam Bioscience ตามกำหนดและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทย

(2) เพื่อปกป้องการสาธารณสุขของไทย เราได้ทำข้อตกลงสำหรับการใช้งานในประเทศไทยโดยไม่มีผลกำไรในช่วงการระบาดใหญ่ และเริ่มส่งมอบครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ การฉีดวัคซีนมีอัตราเร่งอย่างมากจากการส่งมอบวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทย

ผมหวังว่าคุณจะเห็นด้วยว่าการเปิดตัวห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มิถุนายน 2021 และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครั้งแรกที่ผลิตในประเทศไทยไม่นานหลังจากนั้นเป็นหมุดหมายสำคัญ ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้หากปราศจากความมุ่งมั่นและความเป็นผู้นำของคุณ

ขระที่วัคซีนนับล้านโดสส่งถึงผู้คนทั่วประเทศไทย เรากำลังเร่งเตรียมการเพื่อส่งออกวัคซีนไปยังประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอย่างรวดเร็ว รัฐบาลของประเทศเหล่านี้ได้ใช้ความอดทนอย่างมากในขณะที่หุ้นส่วน LOI ทำงานเพื่อจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานนี้ แต่เห็นได้ชัดว่ามีความกังวลที่จะให้การส่งมอบเริ่มขึ้นเสียที

โดยรวมแล้ว Astrazeneca ได้อุทิศหนึ่งในสามของอุปทานทั้งหมดให้กับประเทศไทย หรือ ในทุก ๆ 3 ล้านโดสที่ผลิตในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขจะได้รับ 1 ล้านโดส ส่วนที่เหลืออีกสองในสามจะถูกจัดสรรสำหรับการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศอื่นๆ การจัดสรรนี้เป็นไปตามพันธกิจร่วมของเราในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน และอิงจากส่วนแบ่งการสั่งซื้อ 61 ล้านคำสั่งของประเทศไทยจากปริมาณสัญญาทั้งหมด 175 ล้านโดส ภาพรวมที่สมบูรณ์ของคำสั่งซื้อที่จะให้บริการจากห่วงโซ่อุปทานนี้มีรายละเอียดดังนี้

(รายละเอียดการส่งมอบดูได้ที่สำนักข่าวอิศรา)

จากความสามารถที่ดีที่สุดของเราในการคาดการณ์อุปทานรายเดือนในขณะที่ห่วงโซ่อุปทานยังใหม่มาก เราเชื่อว่าในอัตราเฉลี่ยรายเดือนที่มีการผลิตอย่างต่อเนื่อง กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทย จะได้รับปริมาณยาประมาณ 5-6 ล้านโดส ขึ้นอยู่กับผลผลิตของวัคซีน

ผมหวังว่าคุณจะพอใจที่ปริมาณนี้เกือบสองเท่าของปริมาณที่เราพูดคุยกันระหว่างการประชุมของเราในวันที่ 7 กันยายน 2020 เมื่อทีมของคุณประมาณว่าระบบการรักษาพยาบาลของประเทศไทยต้องการวัคซีนประมาณ 3 ล้านโดสต่อเดือน ในขณะนั้น เรายังได้อธิบายโอกาสที่รัฐบาลไทยในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมโดยไม่หวังผลกำไรผ่าน COVAX Facility ซึ่งประกอบกับข้อตกลงการซื้อโดยตรง ถือเป็นกลยุทธ์ในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของ AstrazZeneca

ด้วยจิตวิญญาณของความร่วมมืออย่างเปิดเผยกับคุณและรัฐบาลของคุณ ผมได้แนะนำให้ทีมของผมเตรียมภาพรวมรายเดือนของอุปทานและวิธีการจัดสรรสำหรับใช้ภายในประเทศและส่งออก ภาพรวมแรกจะครอบคลุมเดือนมิถุนายนและจะนำเสนอในต้นเดือนหน้า

ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับการสนับสนุนและความมุ่งมั่นของคุณ ผมมั่นใจว่าเราจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงสุขภาพและความเจริญรุ่งเรืองของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อทีมงานของผมหรือผม

ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ (Sjoerd Hubben)Vice President Global Corporate Affairs

จดหมายอีกฉบับของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส่งไปถึง Sjoerd Hubben เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2021  ซึ่งเปิดเผยโดยสำนักข่าวอิศรา มีเนื้อหาต่อไปนี้  

ด่วนที่สุด

เรื่อง: การเข้าถึงวัคซีoโควิด-19 ของ AstraZeneca ในประเทศไทยอย่างทันท่วงที

โดยอ้างอิงถึงจดหมายของคุณลงวันที่ 25 มิถุนายน 2021 เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca ในวงกว้างและเท่าเทียมกัน ผมขอชื่นชมบทบาทของ AstraZeneca และความมุ่งมั่นในการผลิตวัคซีนตามนโยบาย “ไม่แสวงหากำไร ไม่ขาดทุน” (“no profit no loss”) รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จไปยังผู้ผลิตในท้องถิ่นในประเทศไทย การทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และประสบความสำเร็จในหมู่พวกเราได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผลลัพธ์แบบได้กับได้ด้วยกันทุกฝ่าย (win-win) ความร่วมมือของเราจะคงอยู่ตราบที่รัฐบาลไทยและAstraZeneca บรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เราต้องการวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขสถานการณ์และรองรับเป้าหมายการฉีดวัคซีนระดับชาติใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีของเราให้คำมั่นว่าจะให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือน ในเรื่องนี้ เราคาดหวังว่าจะได้รับวัคซีนมากกว่าหนึ่งในสามของอุปทานจาก และAstraZeneca ตามที่ระบุในจดหมายของคุณหรืออย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือนสำหรับการใช้ในประเทศของเรา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการอภิปรายที่สร้างสรรค์และจริงจังมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

ฉันได้มอบหมายให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเล็กๆ นำโดย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการและคู่กฎหมายของคุณ เพื่อหารือเรื่องนี้กับคุณหรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายของคุณสำหรับการบรรลุข้อเสนอแบบ win-win กับเป้าหมายที่ต้องการของการกระจายวัคซีน ผมต้องการให้การอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ของเราจะนำเราไปสู่ข้อตกลงร่วมกัน การจัดสรรวัคซีนสำหรับใช้ภายในประเทศเพื่อปกป้องสุขภาพของคนไทย

อีกครั้งที่ผมขอขอบคุณที่ Astrazeneca ตั้งใจดีที่จะร่วมมือกันตรงเวลาเพื่อเข้าถึงวัคซีน AstraZeneca ในประเทศไทย เรารอการติดต่อจากคุณและหวังว่าเราจะบรรลุทางออกที่เป็นมิตรด้วยเจตนาแะลความตั้งใจที่ดี

ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากยังเอาไม่อยู่ สั่งใส่หน้ากากอีกรอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658279

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 10:28 น.

ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากยังเอาไม่อยู่ สั่งใส่หน้ากากอีกรอบ ตั้งแต่เกาหลีใต้จนถึงสหรัฐ ออสเตรเลียถึงยุโรป ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากและผ่านระลอกที่แล้วมาได้ตอนนี้เริ่มระส่ำอีกครั้ง

1. สองรัฐที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเมื่อวันอาทิตย์รายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 Cรายใหม่ลดลงแต่ลดแค่เล็กน้อย ทำให้ทางการกล่าวว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะคลายมาตรการล็อกดาวน์อันเข้มงวด เพราะมาตรการที่ใช้ยังไม่ได้แสดงให้เห็นความคืบหน้าในการควบคุมการแพร่กระจายของสายพันธุ์เดลตา

2. เมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ คือซิดนีย์และรัฐวิกตอเรียทั้งหมด ซึ่งรวมแล้วเกือบมีประชากรครึ่งหนึ่งของประชากร 25 ล้านคนของประเทศ อยู่ภายใต้คำสั่งให้อยู่บ้าน หลังจากการระบาดของไวรัสที่มีการติดเชื้อรุนแรงเริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว

3. ทั้งนี้ มีเพียง 10% ของประชากร 25 ล้านคนในออสเตรเลียที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอัตราในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร แต่ล่าสุดสถานการณ์ของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรก็เริ่มที่จะย่ำแย่เช่นกันเพราะสายพันธุ์เดลตา

4. รัฐนิวยอร์กรายงานผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 1,000 รายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม และสมาชิกสภาเมืองนิวยอร์กเรียกร้องให้มีการบังคับใช้หน้ากากในที่สาธารณะในร่ม

5. ก่อนหน้านี้ทางการลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียมีคำสั่งให้สวมหน้ากากอีกครั้งเพราะการระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีก ต่อมา เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นครซานฟรานซิสโกแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอีกครั้งในที่สาธารณะโดยไม่คำนึงว่าจะฉีดวัคซีนมาแล้วหรือไม่ เพราะการระบาดของเดลตาเริ่มหนักขึ้น

6. แถลงการณ์ของพื้นเบย์แอเรีย ระบุว่า “จากเคสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่และเพิ่มการไหลเวียนของสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่เชื้อได้สูง เขตอาลาเมดา, คอนทรา คอสตรา, มาริน, ซานฟรานซิสโก, ซานมาเทโอ, ซานตาคลารา, โซโนมาและเมืองเบิร์กลีย์แนะนำว่าทุกคนโดยไม่คำนึงว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะเพื่อเป็นมาตรการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสมบูรณ์ และเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนทุกคนสวมหน้ากากในสภาพแวดล้อมเหล่านั้น”

7. ล่าสุดคือ บรรดาลูกค้าคาสิโนในลาสเวกัสถูกขอให้สวมหน้ากากอีกครั้งเมื่อวันศุกร์โดยหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐเนวาดาแนะนำให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะในร่ม โดยไม่คำนึงว่าจะฉีดวัคซีนมาแล้วหรือไม่ เนื่องจากการติดเชื้อรายใหม่ที่เกิดจากเดลตาเพิ่มสูงขึ้น

8. เมื่อวันเสาร์ ยอดผู้ป่วยรายวันในสหราชอาณาจักรทะลุ 50,000 รายครั้งแรกนับตั้งแต่มกราคม และก่อนหน้านี้ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของอังกฤษเตือนว่าการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอาจมีจำนวนมากจนกลายเป็น “ตัวเลขที่น่ากลัว” เพราะสหราชอาณาจักรยังไม่พ้นเงื้อมมือของโควิด-19 และจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่าผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกครั้งในหลายพื้นที่ของสหราชอาณาจักร 

9. ซาจิด จาวิด (Sajid Javid) รัฐมนตรีสาธารณสุขคนใหม่ของสหราชอาณาจักร กล่าวในวิดีโอสั้น ๆ บน Twitter เมื่อวันเสาร์ว่าเขามีผลตรวจเป็นบวก เพียงสองวันก่อนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะยกเลิกข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับไวรัสเกือบทั้งหมดของประเทศ

10. นักเดินทางที่เดินทางมาสหราชอาณาจักรจากฝรั่งเศสจะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 10 วัน โดยไม่คำนึงว่ามีได้ฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ เพื่อพยายามไม่ให้เชื้อสายพันธุ์เบตาเข้ามายังสหราชอาณาจักรเพราะพบว่ามีการระบาดของเชื้อนี้ในฝรั่งเศส ขณะที่ฝรั่งเศสยังกระชับนโยบายชายแดนของตนเช่นกัน

11. นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าสายพันธุ์เบต้า ซึ่งพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ อาจดื้อต่อวัคซีนโควิดได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีน AstraZeneca ที่พัฒนาโดยสหราชอาณาจักร ตอนนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าพบเบตาเล็กน้อยในสหราชอาณาจักร แต่คิดเป็นประมาณ 11% ของตัวอย่างทดสอบที่เป็นบวกในฝรั่งเศส ในทั้งสองประเทศ เดลต้าแพร่หลายมากขึ้น

12. ฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนและเดินทางมาจากประเทศในยุโรปบางประเทศต้องแสดงการทดสอบโควิดที่เป็นลบภายใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้าที่จะเข้าประเทศ ประเทศที่เข้าข่ายคือ ผู้ที่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร สเปน โปรตุเกส ไซปรัส กรีซ และเนเธอร์แลนด์จะต้องปฏิบัติตามกฎใหม่ มีผลบังคับใช้วันที่ 18 กรกฎาคม

13. ถ้อยแถลงของทางการฝรั่งเศสระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นเพราะ “วัคซีนมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์เดลตา” ตามกฎของฝรั่งเศส ผู้ที่ฉีดวัคซีน Pfizer/BioNTech, Moderna, AstraZeneca หรือ Johnson & Johson ไม่จำเป็นต้องแสดงการตรวจเชื้อ

14. นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้กล่าวว่าอาจจำเป็นต้องมีการจำกัดการชุมนุมส่วนตัวมากขึ้น เช่น การกำหนดเคิร์ฟิวในเขตมหานครกรุงโซล เนื่องจากทางการรายงานผู้ป่วยใหม่ 1,536 รายจนหน่วยงานแพทย์เริ่มเต็ม และทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้รับการดูแลที่บ้าน

Photo by Orlando SIERRA / AFP

สิงคโปร์จะบริจาควัคซีนโควิดผ่านโครงการ COVAX #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658259

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

สิงคโปร์จะบริจาควัคซีนโควิดผ่านโครงการ COVAXสิงคโปร์เล็งจะบริจาควัคซีน Covid-19 ผ่านโครงการ COVAX

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า สิงคโปร์จะบริจาควัคซีนป้องกัน Covid-19 ส่วนเกินของประเทศผ่านโครงการ COVAX ที่จัดหาวัคซีนสำหรับประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ ขณะที่นายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง ขอให้ประเทศอื่นที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรจำนวนมากแล้วช่วยกันบริจาคด้วย

อย่างไรก็ดี ลีเซียนลุงไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจะเริ่มบริจาคเมื่อใดและจำนวนใด

นอกจากนี้ ระหว่างการประชุมออนไลน์กับผู้นำประเทศกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ลีเซียนลุงยังขอให้ร่วมมือกันเพื่อตรียมพร้อมสำหรับการระบาดครั้งใหญ่ครั้งต่อไปด้วย

“Covid-19 จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หรือโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดที่โลกจะต้องเผชิญ” ผู้นำสิงคโปร์กล่าว “เราต้องการกลไกการกำกับดูแลและการเงินระดับโลกที่คล่องตัวมากขึ้น เพื่อให้สามารถอุดช่องว่างในความมั่นคงด้านสุขภาพของโลกได้อย่างรวดเร็ว”

AFP PHOTO/ MOHD FYROL

Xiaomi แซง Apple เป็นเบอร์ 2 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658252

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

Xiaomi แซง Apple เป็นเบอร์ 2 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกครั้งแรกในที่สุดค่ายมือถือเจ้าใหญ่ของจีนอย่าง Xiaomi ก็โค่นแชมป์เก่าอย่าง Apple เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกได้สำเร็จ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ในไตรมาสที่ 2 บริษัท Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนสามารถแซงหน้ายักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Apple ขึ้นเป็นเบอร์ 2 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลกได้เป็นครั้งแรก

จากข้อมูลของ Canalys บริษัทวิจัยตลาด Xiaomi มีส่วนแบ่งการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 17% เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อันดับ 1 เป็นของ Samsung มีส่วนแบ่ง 19% และค่าย Apple ถูกเบียดลงไปอยู่อันดับ 3 ที่ 14%

ส่วนการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสที่ 2 นี้เติบโต 12%

เบ็น สแตนตัน ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ Canalys เผยว่า จุดขายของ Xiaomi คือราคาที่ถูกกว่า โดยราคาเฉลี่ยของ Xiaomi ถูกกว่า 40% เมื่อเทียบกับ Samsung และถูกกว่า 75% เมื่อเทียบกับ Apple

การขยายตลาดไปยังต่างประเทศคือตัวขับเคลื่อนการเติบโตของ Xiaomi โดยการส่งสมาร์ทโฟนไปยังละตินอเมริกาเพิ่มขึ้นกว่า 300%, ทั่วแอฟริกาเพิ่มขึ้น 150% และยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 50%

ขณะที่ในตลาดประเทศจีนนั้น Xiaomi ต้องแข่งกับผู้ผลิตร่วมชาติอย่าง Oppo และ Vivo เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของจีนในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งแต่ละค่ายมีส่วนแบ่งการตลาดเท่าๆ กัน

Photo by Sajjad HUSSAIN / AFP

เยอรมนีเจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายศตวรรษดับเกินร้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658242

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 13:10 น.

เยอรมนีเจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายศตวรรษดับเกินร้อยตอนกลางของยุโรปเจอน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายปี เยอรมนีกระทบหนักสุด ดับแล้วเกินร้อย สูญหายอีกนับพัน

ฝนตกหนักเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ตอนกลางของยุโรปเผชิญกับน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายศตวรรษ โดยเยอรมนีได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐนอร์ทไรน์เวสต์ฟาเลียและรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ทางตะวันตก ที่มีปริมาณฝนถึง 150 ลิตรต่อตารางเมตรในช่วง 24 ชั่วโมง ส่งผลให้แม่น้ำที่เคยสงบนิ่งเซาะตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

กระทรวงมหาดไทยเยอรมนีรายงานว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 103 ราย บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง และยังสูญหายอีกมากกว่า 1,000 ราย โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะสัญญาณโทรศัพท์ใช้การไม่ได้ หลังจากบ้านเรือนถูกน้ำพัดพังทลาย ถนนและสะพานถูกตัดขายเสียหายอย่างหนัก

อุทกภัยครั้งนี้เป็นหนึ่งในครั้งที่รุนแรงที่สุดของเยอรมนีในรอบหลายศตวรรษ ประชาชนบางส่วนต้องปีนขึ้นไปบนหลังคาหรือต้นไม้หลังจากบ้านถูกน้ำทะลักเข้าท่วมหรือพังทลาย

แม้ว่าบางพื้นที่ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด เนื่องจากมีคำเตือนว่าเขื่อนหลักของประเทศเสี่ยงจะแตก ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าจะมีฝนตกหนักอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.นี้จนถึงต้นเดือน ส.ค.

ขณะที่เบลเยียมได้รับความเสียหายรองจากเยอรมนี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย สูญหายอีกราว 20 ราย ส่วนลักเซมเบิร์ก นายกรัฐมนตรี ซาวีเยร์ เบตแตล ประกาศภาวะภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเผยว่าลักเซมเบิร์กไม่เคยพบน้ำท่วมสูงระดับนี้ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา

Photo by SEBASTIEN BOZON / AFP

อินโดฯ อ่วม ติดเชื้อรายวันแซงบราซิลเป็นประเทศระบาดหนักสุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658230

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 10:41 น.

อินโดฯ อ่วม ติดเชื้อรายวันแซงบราซิลเป็นประเทศระบาดหนักสุดในโลกสถานการณ์การแพร่ระบาดในอินโดนีเซียแซงหน้าบราซิล ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่ระบาดหนักที่สุดในโลก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของอินโดนีเซียทุบสิถิติไปอยู่ที่ 56,757 รายเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ก.ค.) ส่งผลให้อินโดนีเซียแซงหน้าบราซิลขึ้นเป็นประเทศที่มีการระบาดหนักที่สุดในโลก ท่ามกลางเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดไปทั่วประเทศ

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของอินโดนีเซียพุ่งเกิน 40,000 รายต่อวันเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจจากวันละไม่ถึง 10,000 คนเมื่อ 1 เดือนก่อน

ตัวเลขล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากอินโดนีเซียเพิ่งจะแซงหน้าอินเดียที่เคยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุดเกิน 400,000 รายต่อวันในช่วงเดือน พ.ค. ขณะที่ตอนนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อของบราซิลลดลงเหลือน้อยกว่า 53,000 รายต่อวัน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรวมของอินโดนีเซียอยู่ที่กว่า 2.7 ล้านราย และเสียชีวิตอีก 70,192 ราย ขณะที่สหรัฐยังแย่สุดในภาพรวมคือ ติดเชื้อรวมเกือบ 34 ล้านราย และเสียชีวิตอีกกว่า 608,000 ราย

วิกฤตในอินโดนีเซียเน้นย้ำให้เห็นว่าการเข้าไม่ถึงวัคซีนส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างไรในขณะที่ประเทศอื่นๆ เปิดประเทศและเริ่มกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ

จากข้อมูลของ Bloomberg Vaccine Tracker อินโดนีเซียฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรเพียง 11% ของประชากรทั้งหมดราว 270 ล้านคนเท่านั้น เมื่อเทียบกับสหภาพยุโรปที่ 48% และสหรัฐที่ 53%

เปอร์เซ็นต์ที่ต่ำนี้หมายความว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจะตามมาติดๆ ด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้วนั้นการระดมฉีดวัคซีนในวงกว้างทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ Bloomberg ระบุอีกว่า สัปดาห์นี้จนถึงวันพุธการเสียชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นถึง 39% ซึ่งเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก และจะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Photo by ADITYA AJI / AFP

หัวหน้าทีมทดลอง Sinovac ชิลีแนะฉีดเข็ม 3 สู้เดลตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/658228

วันที่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 10:15 น.

หัวหน้าทีมทดลอง Sinovac ชิลีแนะฉีดเข็ม 3 สู้เดลตาการทดลองในชิลีพบแอนติบอดีจากวัคซีน Sinovac ลดลงหลังฉีด แนะฉีดเข็ม 3 เพื่อสู้สายพันธุ์เดลตา

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หัวหน้าทีมวิจัยวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของ Sinovac ในการทดลองขั้นสุดท้ายในชิลีแนะนำให้ฉีดเข็มที่ 3 เพิ่มเพื่อป้องกันสายพันธุ์ที่ร้ายแรงอย่างเดลตา

อเล็กซิส คาเลอร์กิส ผู้อำนวยการสถาบันสถาบันภูมิคุ้มกันวิทยาและภูมิคุ้มกันบำบัดของชิลีเผยว่า การศึกษาแยกต่างหากในหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ เพื่อระบุประสิทธิภาพของวัคซีน Sinovac ในการต่อสู้กับสายพันธุ์เดลตาพบว่า แอนติบอดีที่ยับยั้งไวรัสลดลงถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับแอนติบอดีที่ถูกร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อยับยั้งเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบครั้งแรกในจีน

ขณะที่ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์จีนเคยบอกว่าแอนติบอดีดังกล่าวลดลงเพียง 3 เท่า

นอกจากนี้ การทดลองทางคลินิกในอาสาสมัคร 2,000 คนยังพบว่า 3% ติด Covid-19 หลังจากฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 2 เพียง 6 เดือน

และยังพบว่าปริมาณแอนติบอดีที่ร่างกายใช้ป้องกัน Covid-19 ลดลงหลังจากผ่านไป 6 เดือน คาเลอร์กิสจึงแนะนำให้ฉีดวัคซีน Sinovac เข็มที่ 3 กระตุ้นเพิ่มเติม เพื่อให้สู้กับสายพันธุ์กลายพันธุ์อย่างเดลตาได้ดีขึ้น

“การลดลงตามธรรมชาติของแอนติบอดีหลังฉีดวัคซีนย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นในการฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน” คาเลอร์กิสกล่าว

ทั้งนี้ หลายประเทศตั้งแต่จีน อินโดนีเซีย บราซิลพึ่งพาวัคซีน Sinovac ของจีนเป็นหลัก แต่ก็มีคำถามตามมาว่าวัคซีนนี้ป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้หรือไม่

ก่อนหน้านี้ หลิวเพ่ยเฉิง โฆษกของ Sinovac เผยกับ Reuters ว่า วัคซีนเข็มที่ 3 จะกระตุ้นแอนติบอดีที่แข็งแรงและคงอยู่ยาวนานเพื่อสู้กับสายพันธุ์เดลตา ทว่าไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

World Insights: Challenges remain despite Europe meeting 70 pct vaccine delivery goal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40003551

World Insights: Challenges remain despite Europe meeting 70 pct vaccine delivery goal


Despite the European Union said over a week ago that it had hit the target of delivering enough COVID-19 vaccines to cover 70 percent of the blocs adult population, there are concerns that what has been achieved so far will not be enough.

aps in vaccine coverage remain across the European continent although the European Union (EU) said over a week ago that it had hit the target of delivering enough COVID-19 vaccines to cover 70 percent of the bloc’s adult population.

Meanwhile, the Delta variant is rapidly becoming the predominant strain as it is up to 60 percent more transmissible than the Alpha variant first discovered in Britain last September, according to the European Center for Disease Prevention and Control (ECDC).

According to data released by the EU health watchdog on Friday, the number of reported infections has increased by 64 percent over the previous seven-day period — a trend seen in 20 countries.

According to the ECDC data released on Monday, the number of new cases of the Saturday-Sunday period increased to more than 23,000 in France, compared with fewer than 9,000 over the same period a week earlier, corresponding to a 162-percent increase. Meanwhile, the number of new cases increased by 124 percent in Italy, 72 percent in Germany and 337 percent in Austria.

ADVERTISEMENTx

DELIVERY GOAL REACHED

EU Commission President Ursula von der Leyen tweeted “Target achieved!” on July 10, by which the bloc had reached its goal of delivering enough coronavirus vaccines to fully vaccinate at least 70 percent of its adult population.

While more than 242 million EU adults had received their first dose and nearly 182 million were fully vaccinated by Sunday, the population in some countries on the eastern fringe of Europe had been less eager to roll up their sleeves for a jab.

Less than 18 percent of all adults in Bulgaria had received their first dose, while 16.1 percent were fully vaccinated, said the ECDC, even though the EU had distributed more than 82 doses per 100 inhabitants to the country.

In Romania, nearly 31 percent of the population had received the first dose and 30 percent were fully vaccinated. Despite brighter situations reported in Latvia, Slovakia, Croatia, and Slovenia, vaccination rates were still far behind the 70-percent target.

ADVERTISEMENT

“Circulation among a large unvaccinated population can lead to a high number of cases, and the more cases there are, the more opportunities the virus has to mutate,” Hans Henri P. Kluge, WHO’s regional director for Europe, told Xinhua.

Meanwhile, more than 80 percent of adults in Denmark, the Netherlands, Belgium, and Malta had received their first dose, and more than half of the target population were fully vaccinated.

Besides the EU, the ECDC also lists vaccine uptake in the European Economic Area — Norway, Iceland, and Liechtenstein, where 70 percent of the population having received at least the first dose.

Iceland has administered the first dose to 90 percent of all adults and nearly as many have been fully vaccinated. The country, with a population of only around 360,000, was also quick to vaccinate those aged 80 and above, reaching 98 percent already by the end of March.

A medical staff member collects saliva samples for COVID-19 test at a tent ahead of the film festival in Cannes, southern FranceA medical staff member collects saliva samples for COVID-19 test at a tent ahead of the film festival in Cannes, southern France

ADVERTISEMENT

Photo taken on July 19, 2021 shows the exterior view of the Humboldt Forum museum in Berlin, GermanyPhoto taken on July 19, 2021 shows the exterior view of the Humboldt Forum museum in Berlin, Germany

DELTA WARNING

Despite von der Leyen’s tweet, there are concerns that what has been achieved so far will not be enough. In June, the ECDC warned that the number of COVID-19 patients in hospitals and the number of fatalities may within months reach levels similar to those in last autumn amid the rapid spreading of the Delta variant across Europe.

According to data released by the ECDC on Friday, there had been a 64-percent increase of weekly COVID-19 cases over the previous seven days.

An increasing trend was observed in 20 of the 30 countries in the EU/EEA area with the steepest weekly increases observed in Malta, the Netherlands, Slovakia, Lithuania, Greece, and France. In the most affected countries, the steepest increases were reported among 15 to 24-year-olds. “The current continuing deterioration of the epidemiological situation in many countries is expected to continue given the rapid increase in the Delta variant,” the ECDC said in a press release.

Concerned by the rapid spread of the Delta variant, the ECDC warned in June that intensive care units could be running at full capacity again before the end of summer unless the pace of vaccinations sped up.

“It is very important to progress with the vaccine roll-out at a very high pace,” the ECDC’s Director Andrea Ammon said in June.

“At this stage it becomes crucial that the second vaccination dose is administered within the minimum authorized interval from the first dose, to speed up the rate at which vulnerable individuals become protected. I am aware that it requires a significant effort from public health authorities and society at large to achieve this goal. But now is the time to walk the extra mile. We have several safe and effective vaccines available and every single infection prevented now through our compliance with public health measures, is a life that can be saved by vaccination,” she said.

However, recent data from other parts of the world suggests that the efficacy of vaccines may not be as high against the Delta variant as it was against previous strains.

An Israeli study released earlier this month suggested that the Pfizer-BioNTech vaccine may be considerably less effective (64 percent protective) against the Delta variant compared to other strains, for example the less transmissible Alpha variant (more than 95 percent protective).

The majority of the doses used in the EU, up to date 335 million, were produced by Pfizer-BioNTech, while 88 million doses were from AstraZeneca, according to rollout data from the ECDC.

The European Medicines Agency (EMA) lists another two vaccines as authorized for use in the EU, namely those made by Moderna and Johnson & Johnson. Another four vaccines, including one manufactured by China’s Sinovac, are under rolling review by the EMA.

CHALLENGES AHEAD

Besides improved vaccine uptake and adherence to non-pharmaceutical measures such as social distancing and face masks, the ECDC said that the second dose must be administered as soon as possible, as evidence shows that a single dose is not sufficient to protect against the Delta variant.

Several European countries have therefore started to use different vaccines for the second dose from the ones used for the first dose.

“Currently, EMA and ECDC are not in a position to make any definitive recommendations on use of different COVID-19 vaccines for the two doses. Nonetheless, preliminary results from studies in Spain, Germany and the UK suggest a satisfactory immune response and no safety concerns,” the ECDC said in a press release on July 14.

While the Delta variant is rapidly becoming the predominant strain in Europe, there are also several other strains that are at play. After all, the so-called Alpha variant quickly became the predominant strain only to be overtaken by Delta variant months later.

The Lambda variant, first discovered in Peru, was upgraded by the WHO on June 14 as a Variant of Interest under its close monitor. The strain, which has so far been identified in over 29 countries, has become the predominant strain in Peru, where 81 percent of COVID-19 cases since April 2021 were associated with this variant, said authorities.

“We need to stop all variants, not just the Delta variant. A key part of WHO’s strategy is the suppression of transmission and the way to stop the spread of variants is to reduce the amount of transmission to such a low level that it can be managed by the surveillance that is in place,” Kluge told Xinhua.

“That is within our reach with the vaccines we have at our disposal, if they are used appropriately,” Kluge said, adding this could, however, not be achieved by vaccines alone.

People walk on a business street in Brussels, Belgium, July 19, 2021. Belgium has witnessed a rise in COVID-19 cases recently. People walk on a business street in Brussels, Belgium, July 19, 2021. Belgium has witnessed a rise in COVID-19 cases recently. 

Published : July 21, 2021

By : xinhua

U.S., Germany make progress on Nord Stream 2 issue #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40003548

U.S., Germany make progress on Nord Stream 2 issue


“The Germans have put forward useful proposals and we have been able to make progress on steps to achieve that shared goal … to ensure that Russia cannot weaponize energy flows,” a State Department spokesperson said.

The U.S. State Department said on Tuesday that Washington and Berlin had made progress on the contentious issue of the Nord Stream 2 gas pipeline project.

The 1,230-km gas pipeline, expected to be completed next month, would bring natural gas from Russia to Germany through the Baltic Sea.

“The Germans have put forward useful proposals and we have been able to make progress on steps to achieve that shared goal … to ensure that Russia cannot weaponize energy flows,” State Department spokesperson Ned Price told reporters during a daily briefing.

“We don’t have any final details to announce yet, but I expect we will be able in a position to say more soon,” he added.

ADVERTISEMENTx

State Department counselor Derek Chollet is on his trip to Ukraine and Poland this week. Price said Chollet will discuss the Nord Stream 2 and energy security with the two eastern European nations, both against the pipeline project.

The United States has long claimed that the project was a geopolitical maneuver by Russia that will undermine Ukraine’s role in transiting energy to Europe. Germany and Russia pointed out that the project is purely commercial.

During his meeting with German Chancellor Angela Merkel last week, President Joe Biden reiterated his concerns over the Nord Stream 2 project, warning “Russia must not be allowed to use energy as a weapon to coerce or threaten its neighbors.”

Citing the importance of relations with Germany and the difficulty to stop the nearly completed pipeline, the Biden administration in May waived sanctions against a company behind the pipeline project and its German CEO, which led to opposition from bipartisan lawmakers.

Published : July 21, 2021

By : xinhua