ไต้หวันลั่น ‘พลังแห่งความดีจะยืนยง’ หลังสหรัฐส่งวัคซีนให้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655962

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 10:05 น.

ไต้หวันลั่น 'พลังแห่งความดีจะยืนยง' หลังสหรัฐส่งวัคซีนให้ในที่สุดมหามิตรของไต้หวันก็ส่งวัคซีนให้เสียทีหลังจากกลายเป็นประเด็นโต้เถียงในประเทศอยู่ช่วงหนึ่งว่าทำไมสหรัฐถึงไม่ส่งมาช่วยสักที

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าไต้หวันขอบคุณสหรัฐที่ส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 2.5 ล้านโดสมาให้ เป็นจำนวนมากกว่าสองเท่าของคลังวัคซีนที่มีอยู่ เพื่อสู้กับกับการติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น

รัฐบาลสหรัฐซึ่งแข่งขันกับรัฐบาลจีนเพื่อขยายอิทธิพลทางการเมืองผ่าน “การทูตวัคซีน” ในขั้นต้นสัญญาว่าจะบริจาค 750,000 โดส แต่เพิ่มจำนวนดังกล่าวในขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้คำมั่นที่จะส่งวัคซีนที่ผลิตโดยสหรัฐ 80 ล้านนัดทั่วโลก

“ช่างเป็นภาพที่สุดๆ เป็นการแสดงท่าทีที่สุดๆ! รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน โจเซฟ อู๋ ทวีตขอบคุณเมื่อค่ำวันเสาร์ โดยกล่าวถึงภาพของวัคซีนที่ขนถ่ายขึ้นสู่เครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง 777 ของ China Airlines จากไต้หวันที่สนามบินเมมฟิส

“ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐแข็งแกร่ง และเราจะให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการต่อสู้กับโควิด-19 พลังแห่งความดีจะยืนยง!”

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินของไต้หวันทวีตว่าเธอรู้สึกประทับใจกับความเคลื่อนไหวของสหรัฐ

“ขอบคุณสหรัฐฯ สำหรับมิตรภาพที่น่าตื้นตันใจ วัคซีนเหล่านี้จะช่วยปกป้องไต้หวันให้ปลอดภัยและมีสุขภาพดี”

สหรัฐเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ ไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่เป็นผู้สนับสนุนระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุด จนทำให้จีนไม่พอใจอยู่เนืองๆ

วัคซีนบริษัท Moderna Inc จำนวน 2.5 ล้านโดส ซึ่งจะมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติหลักของไต้หวันในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ จะเพิ่มจำนวนวัคซีนที่มาถึงก่อนหน้าแล้วมากกว่าสองเท่า ซึ่งรวมถึงวัคซีน AstraZeneca 1.24 ล้านนัดที่บริจาคโดยญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนนี้

จีนได้เสนอวัคซีนที่ผลิตในจีน แต่รัฐบาลในไทเปได้แสดงความกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ และไต้หวันกล่าวหาว่าจีนปิดกั้นข้อตกลงวัคซีนต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งฉบับ แต่ทางการจีนปฏิเสธ

แม้จะมีการระบาดใหญ่ แต่จีนยังคงกดดันไต้หวันทางทหารต่อไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เครื่องบินของกองทัพอากาศจีน 28 ลำ รวมทั้งเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีแสนยานุภาพด้านนิวเคลียร์ ได้เข้าสู่เขตการระบุการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน ซึ่งเป็นรายงานการบุกรุกครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน

ไต้หวันกำลังพยายามเร่งรัดวัคซีนหลายล้านรายการที่สั่งไป เนื่องจากกาารติดเชื้อเพิ่มขึ้น แม้ว่าการติดเชื้อจะยังค่อนข้างต่ำ แต่มีเพียงประมาณ 6% ของ 23.5 ล้านคนในไต้หวันเท่านั้นที่ได้รับวัคซีนป้องกันโคโรนาไวรัสแบบสองนัดอย่างน้อยหนึ่งรายการ

ไช่อิงเหวินได้รับแรงกดดันภายในประเทศให้รับวัคซีนเร็วขึ้น

เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลกล่าวว่าจะอนุญาตให้ Terry Gou ผู้ก่อตั้งมหาเศรษฐีของ Foxconn ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของ Apple Inc และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co Ltd (TSMC) เจรจาในนามของไทเปเรื่องวัคซีน

REUTERS/Stephen Lam/File Photo

ไต้หวันเสียชีวิต 49 รายหลังฉีด Astrazeneca #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655943

วันที่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 18:20 น.

ไต้หวันเสียชีวิต 49 รายหลังฉีด Astrazenecaศูนย์บัญชาการรับมือโรคระบาดกลางชี้ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุมากและมีโรคประจำตัวไม่เกี่ยววัคซีน 

สำนักข่าว Taiwan News รายงานว่า เฉินสือจง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันและหัวหน้าศูนย์บัญชาการรับมือโรคระบาดกลาง (CECC) แถลงว่า การวิเคราะห์เบื้องต้นการเสียชีวิตของผู้สูงอายุหลังฉีดวัคซีน AstraZeneca จำนวน 49 ราย ไม่พบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน คาดว่าสาเหตุหลักมาจากผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุมากและมีโรคประจำตัว 

การชันสูตรผู้เสียชีวิต 4 รายพบว่า เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด  ในจำนวนผู้เสียชีวิตรายใหม่ 24 รายที่ประกาศในวันนี้ พบว่าทั้งหมดเสียชีวิตภายใน 3 วันหลังฉีดวัคซีน ขณะที่ 20 รายอายุมากกว่า 75 ปี และมีประวัติเป็นโรคเรื้อรัง โดยหลังจากนี้จะชันสูตรศพทุกคนเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป 

ไต้หวันเริ่มฉีดวัคซีน AstraZeneca ให้กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไปตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. หลังญี่ปุ่นบริจาคให้ 1.24 ล้านโดสเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ข่าวการเสียชีวิตทำให้เกิดความลังเลในการฉีดวัคซีน

Photo by Sam Yeh / AFP

จีนปราบปรามเหมือง Bitcoin หนักสั่งปิดเพิ่มอีก 26 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655936

วันที่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 16:28 น.

จีนปราบปรามเหมือง Bitcoin หนักสั่งปิดเพิ่มอีก 26 แห่งการไล่เช็กบิลเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีของทางการจีนขยายวงไปถึงมณฑลเสฉวนแล้ว 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การปราบปรามการทำเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีของทางการจีนขยายวงมาถึงมณฑลเสฉวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีแหล่งใหญ่แล้ว  

โดยเมื่อวันศุกร์ (18 มิ.ย.) คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปมณฑลเสฉวน และสำนักงานพลังงานเสฉวนร่วมกันออกหนังสือคำสั่งปิดเหมืองขุด Bitcoin ในมณฑล 26 แห่งภายในวันอาทิตย์นี้ (20 มิ.ย.) 

คำสั่งดังกล่าวระบุอีกว่า ให้โรงผลิตไฟฟ้าของรัฐในมณฑลเสฉวนดำเนินการตรวจสอบและทำให้ถูกต้อง และให้หยุดส่งกระแสไฟฟ้าไปยังเหมืองขุด Bitcoin ที่ตรวจพบทันที รวมทั้งสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นค้นหาโครงการขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีและปิดเหมืองเหล่านั้น และห้ามเปิดเหมืองใหม่

การทำเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีเป็นธุรกิจใหญ่ในจีน คือสามารถขุด Bitcoin ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของที่ขุดได้ทั้งโลก แต่เมื่อเดือนที่แล้วทางการจีนประกาศว่าจะปราบปรามการทำเหมืองและการซื้อขาย Bitcoin เพื่อควบคุมความเสี่ยงทางการเงิน

ก่อนหน้านี้รัฐบาลสั่งปราบปรามเหมือง Bitcoin ในเขตปกครองตนเองซินเจียง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน และในมณฑลยูนนาน เนื่องจากใช้พลังงานจากถ่านหินซึ่งก่อให้เกิดมลพิษสูง

ทว่า ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้บ่งชี้ว่าเกณฑ์ในการปราบปรามของทางการไม่จำกัดเฉพาะเหมืองที่ใช้พลังงานไม่สะอาดเท่านั้น เนื่องจากเหมือง Bitcoin ส่วนใหญ่ในมณฑลเสฉวนใช้พลังงานน้ำซึ่งเป็นพลังงานสะอาดในการขุด

ทั้งนี้ จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์พบว่า เสฉวนเป็นมณฑลที่ทำเหมือง Bitcoin ใหญ่อันดับ 2 ของจีน โดยนักขุด Bitcoin บางคนย้ายมาขุดที่เสฉวนในช่วงฤดูร้อนที่มีฝนตก เพราะเสฉวนมีแหล่งไฟฟ้าพลังน้ำเหลือเฟือ

Joe Raedle/Getty Images/AFP

ชี้วัคซีน Sinovac กระตุ้นภูมิได้น้อยกว่า Pfizer #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655930

วันที่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 14:20 น.

ชี้วัคซีน Sinovac กระตุ้นภูมิได้น้อยกว่า Pfizerผลการวิจัยนี้บ่งชี้ว่าคนที่ฉีด Sinovac อาจต้องรับวัคซีนเข็มที่ 3 เพิ่มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน  

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงทำการศึกษาระดับแอนติบอดีของทั้งผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer/BioNTech และ Sinovac จำนวน 1,000 คน โดยพบว่า ระดับภูมิคุ้มกันของผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer/BioNTech สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับของผู้ที่ได้รับวัคซีน Sinovac ของจีน

เบนจามิน คาวลิง นักระบาดวิทยาและหัวหน้าทีมวิจัยเผยว่า การผลศึกษานี้บ่งชี้ว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน Sinovac ของจีนบางคนอาจต้องฉีดวัคซีนซ้ำเป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

คาวลิงยังเผยอีกว่าการตรวจวัดระดับแอนติบอดีอาจตรวจจับแอนติบอดีจำนวนเล็กน้อยที่สร้างขึ้นโดยวัคซีน Sinovac ไม่พบ

ทั้งนี้ คาวลิงแสดงความคิดเห็นดังกล่าวหลังจากที่ปรึกษาของรัฐบาลฮ่องกงที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์แนะนำให้รัฐบาลลดระยะเวลาการกักตัวนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วและมีผลตรวจแอนติบอดีเป็นบวกและผลตรวจหา Covid-19 เป็นลบ

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

สายพันธุ์เดลต้าพ่นพิษ หลายประเทศกลับมาติดเชื้อกระฉุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655920

วันที่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 12:20 น.

สายพันธุ์เดลต้าพ่นพิษ หลายประเทศกลับมาติดเชื้อกระฉุด   ยอดติดเชื้อในอังกฤษ รัสเซีย สหรัฐ กลับมาพุ่งกระฉุดอีกครั้งหลังสายพันธุ์เดลต้าระบาด

ขณะนี้หลายประเทศกำลังเจอศึกหนักจาก Covid-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์เดลต้าที่พบครั้งแรกในอินเดียซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้รวดเร็วและยังลดประสิทธิภาพของวัคซีนบางยี่ห้อ

ในอังกฤษซึ่งจากเดิมที่ตั้งเป้าว่าจะคลายล็อกดาวน์ขั้นสุดท้ายวันที่ 21 มิ.ย.นี้เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงหลังระดมฉีดวัควีนได้ระดับหนึ่ง แต่กลับต้องเลื่อนออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน เพราะเจอพิษสงของสายพันธุ์เดลต้า

รายงานล่าสุดของราชวิทยาลัยลอนดอนเมื่อวันพุธ (16 มิ.ย.) ระบุว่า เชื้อสายพันธุ์เดลต้าดันให้ตัวเลขผู้ติด Covid-19 ในอังกฤษเพิ่มขึ้น 50% ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

จากการประเมินของนักวิจัย นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พ.ค. 60% ของผู้ที่ตรวจพบว่าติด Covid-19 ด้วยวิธี swap test ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ทว่าจนถึงวันที่ 7 มิ.ย.ตัวเลขกังกล่าวเพิ่มเป็น 90%

ขณะที่สหรัฐ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เตือนให้ชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้รับวัคซีนรีบไปฉีด เนื่องจากเชื้อสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้เร็วอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ด้าน โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) คาดว่าเชื้อสายพันธุ์เดลต้าอาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ เนื่องจากขณะนี้กราฟการพบเชื้อสายพันธุ์นี้ในสหรัฐอยู่ในช่วงขาขั้น สวนทางกับสายพันธุ์อื่นที่อยู่ในช่วงขาลง

เช่นเดียวกับสถานการณ์ Covid-19 ในรัสเซียที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังพบการระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อกลายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า ทำยอดป่วยรายวันพุ่ง 30% และพบว่ายังดื้อวัคซีน Sputnik V ถึง 58%

กระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในกรุงมอสโกเพิ่มขึ้น 9,056 ราย เพิ่มขึ้นถึง 30% เทียบกับวันก่อนหน้า เป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด และในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเป็นสายพันธุ์เดลต้าถึง 89.3%

ทำให้ทางการกรุงมอสโกต้องประกาศเคอร์ฟิว ให้ผับบาร์และร้านอาหารเปิดไม่เกิน 23.00 น. ขณะที่บางร้านให้บริการเฉพาะลูกค้าที่ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น

ที่น่ากังวลคือ ชาวรัสเซียเพียง 9.9% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้นที่ได้รับวัคซีนครบโดส

นอกจากนี้ วานนี้ (18 มิ.ย.) โสมยา สวามินาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่าสายพันธุ์เดลต้ากำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่จะระบาดไปทั่วโลก เนื่องจากมีอัตราการแพร่เชื้อในระดับสูงมากขึ้น

Photo by Niklas HALLE’N / AFP

วิจัยพบคนหายป่วยโควิดสูญเสียเนื้อเยื่อสมอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655916

วันที่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 10:19 น.

วิจัยพบคนหายป่วยโควิดสูญเสียเนื้อเยื่อสมองนักวิจัยอังกฤษพบภาวะการสูญเสียเนื้อเยื่อสมองในคนที่หายจาก Covid-19 แล้ว

ผลการวิจัยจาก UK Biobank ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์เผยแพร่งานวิจัยก่อนการตีพิมพ์พบว่า ผู้ที่หายจาก Covid-19 แล้วแม้ขณะป่วยจะมีอาการเล็กน้อยก็อาจนำมาสู่การสูญเสียเนื้อเยื่อสมองได้

ทีมวิจัยทำการการศึกษาระยะยาวโดยสแกนสมองก่อนและหลัง ในอาสาสมัคร 782 คน แบ่งเป็นผู้ป่วย Covid-19 394 คน และอาสาสมัครที่ไม่ป่วย 388 คน โดยผู้ป่วย Covid-19 ส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางหรือไม่มีอาการเลย ขณะที่ 15 คนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล

ในกลุ่มผู้ที่หายจาก Covid-19 นักวิจัยพบการสูญเสียสสารสีเทาในสมองที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นและรส คือบริเวณรอยนูนรอบฮิปโปแคมปัสด้านซ้าย (left parahippocampal gyrus) กลีบสมองส่วนหน้าด้านซ้าย (left orbitofrontal cortex) และสมองอินซูลาด้านซ้าย

โดยบางส่วนของพื้นที่สมองที่ได้รับผลกระทบยังเกี่ยวข้องกับความทรงจำของประสบการณ์ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์

การเปลี่ยนแปลงของสมองดังกล่าวนี้ไม่พบในกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่ป่วย Covid-19

อย่างไรก็ดี นักวิจัยเผยว่ายังต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมว่าในระยะยาวผู้ที่หายจาก Covid-19 จะสามารถจดจำเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ได้หรือไม่

ทั้งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเนื้อเยื่อส่วนที่หายไปเป็นผลจากการที่เชื้อไวรัสแพร่กระจายในสมอง หรือเป็นผลกระทบอื่นจากการติด Covid-19

AFP PHOTO / ERNESTO BENAVIDES

แค่เสียงไอ AI ก็บอกได้ว่าติดโควิดหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655892

วันที่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

แค่เสียงไอ AI ก็บอกได้ว่าติดโควิดหรือไม่นักวิจัยกำลังพัฒนานวัตกรรมที่สามารถตรวจโควิดเบื้องต้นเพียงแค่ฟังเสียงไอ

ท่ามกลางโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลก ผู้ป่วยบางคนมีอาการเพียงเล็กน้อยจนไม่รู้เลยว่าตนกำลังติดเชื้อ หรือบางคนเมื่อเกิดอาการไอก็อดกังวลไม่ได้ว่าเราติดโควิด-19 ไปแล้วหรือยัง

นั่นทำให้ทีมนักวิจัยเกิดไอเดียในการใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยในการจำแนกเสียงไอเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการติดเชื้อโควิด-19

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของออสเตรเลียพัฒนา AI รูปแบบใหม่ที่สามารถตรวจจับโควิด-19 ผ่านเสียงไอแม้ว่าผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการก็ตาม นับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าที่ปูทางสำหรับการตรวจหาเชื้อได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน ท่ามกลางการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงน่ากังวล

ท่ามกลางการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ Crowdsourcing จำนวนมากได้รับการออกแบบมาเพื่อรวบรวมไฟล์เสียงระบบทางเดินหายใจทั้งจากกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 และกลุ่มผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี

โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย RMIT ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียได้รวบรวมชุดข้อมูลเหล่านั้นเพื่อออกแบบอัลกอริทึมโดยเข้ารหัสสิ่งที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน

เพื่อพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการติดเชื้อโควิด-19 ผ่านเสียงไอ

Hao Xue หัวหน้าทีมวิจัยจากคณะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัย RMIT เผยว่าพวกเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองโรคเบื้องต้นที่เชื่อถือได้ เข้าถึงง่าย และลดโอกาสเสี่ยงในการสัมผัสกับโควิด-19

“นี่อาจมีประโยชน์อย่างมากในการชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสจากผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ นับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยจัดการกับโรคระบาดนี้ได้ดีขึ้น” เขากล่าวเสริม

นอกจากนี้ยังเผยว่านวัตกรรมนี้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้สำหรับตรวจคัดกรองโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น วัณโรค ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่อัลกอรึทึมแรกที่ได้รับการพัฒนาสำหรับคัดกรองโควิด-19 ผ่านเสียงไอ แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทีมนักวิจัยจากสหรัฐได้พัฒนาระบบ AI เพื่อตรวจจับโควิด-19 ผ่านเสียงไอเช่นกัน

โดยทีมวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ทดสอบการใช้ AI ที่พัฒนาเป็นแอปพลิเคชันสำหรับวิเคราะห์เสียงไอที่ได้ถูกบันทึกไว้ทั้งจากผู้ติดโควิด-19 และผู้ที่ไอด้วยอาการไข้หวัดธรรมดา

จากการรวบรวมบันทึกเสียงไอกว่า 70,000 รายการ ทีมพัฒนาเผยว่าระบบ AI ดังกล่าววิเคราะห์ได้แม่นยำถึง 98.5%

MIT เคยใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการวิเคราะห์รูปแบบการพูดของผู้ป่วยอัลไซเมอร์มาแล้ว โดยโรคอัลไซเมอร์จะทำให้เกิดปัญหาด้านระบบสมองและกล้ามเนื้อ ซึ่งรวมไปถึงลดทอนความสามารถในการพูด

ทั้งนี้ ทีมพัฒนาเผยว่าโควิด-19 เป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะหลอดลมและเส้นเสียง เมื่อมีการติดเชื้อจึงทำให้เกิดอาการไอและเสียงแหบ

ทีมพัฒนาตั้งเป้าที่จะพัฒนาแอปลิเคชันตรวจคัดกรองโควิด-19 ที่ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น เพียงแค่โหลดแอปพลิเคชันและบันทึกเสียงไอของผู้ใช้เพื่อให้ระบบวิเคราะห์ผลเบื้องต้นหากสงสัยว่าติดโควิด-19 ซึ่งหากสามารถรวบรวมเสียงไอได้มากพอก็จะสามารถทำการวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ในรัฐเพนซิลเวเนีย ที่ได้พัฒนาระบบตรวจจับโควิด-19 ผ่านเสียงไอ รวมถึงมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จากประเทศอังกฤษ ก็มีการพัฒนาโครงการในลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

รอยเตอร์สวิเคราะห์ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจไม่คึกคัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655893

วันที่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 18:00 น.

รอยเตอร์สวิเคราะห์ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจไม่คึกคักกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของไทย และข้อจำกัดด้านการเดินทางของประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยว อาจทำให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่คึกคัก 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กระแสตอบรับแผนการเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วของรัฐบาลไทยไม่ค่อยคึกคัก จนถึงตอนนี้ยอดจองโรงแรมยังไม่ถึง 20%  

โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 ก.ค.นี้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดได้โดยไม่ต้องกักตัวเมื่อเดินทางมาถึง และสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นได้หลังอยู่ในภูเก็ตครบ 14 วัน  

แต่ Reuters ระบุว่ามีเงื่อนไขที่ยุ่งยากเล็กน้อยเช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบ่นว่า ความไม่แน่นอนและกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของรัฐบาลไทยทำให้ยอดจองโรงแรมลดลง

“นี่จะเป็นกระบวนการที่ช้า พวกเราไม่มีใครคาดว่ายอดจองจะเต็ม 100% ในวันที่ 2 ก.ค.” แอนโธนี ลาร์ค ประธานสมาคมท่องเที่ยวภูเก็ตเผย

ด้านตัวแทนจากสายการบินไทยเผยว่า สายการบินไทยก็เตรียมตัวรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน โดยจะมีเที่ยวบินตรงจากเมืองในยุโรป 6 เมืองถึงภูเก็ตตั้งแต่เดือน ก.ค. แม้จะคาดไว้แล้วว่าที่นั่งจะไม่เต็มคือในสัปดาห์แรกจะมีผู้โดยสารราว 100 คน

Reuters ระบุอีกว่า สำหรับประเทศที่ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการจ้างงานและการจับจ่ายใช้สอย การกลับมาของนักท่องเที่ยวครั้งนี้อาจ ไม่ได้บรรเทาปัญหาในทันที แต่การยกเลิกมาตรการกักตัว 14 วันก็ช่วยให้มีความหวังเพิ่มขึ้น

ลาร์คเผยว่า “นักท่องเที่ยวสนใจมากที่จะกลับมาเยือนภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากตะวันออกกลาง สหราชอาณาจักร ยุโรป และสแกนดิเนเวีย”

ปีที่แล้วไทยสูยเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปราว 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.57 ล้านล้านบาท หลังจากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยลดลง 83% เหลือ 6.7 ล้านคน จาก 39.9 ล้านคนในปี 2019 เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางทั่วโลกและมาตรการการเดินทางเข้าประเทศที่เข้มงวดของไทย

เจ้าของกิจการโรงแรมในภูเก็ตรายหนึ่งเผยกับ Reuters ว่า โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นเรื่องโกหกทั้งเพที่ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและคนมีฐานะชาวเอเชีย ต้องกักตัวเมื่อเดินทางกลับบ้านเกิด

“การท่องเที่ยวของภูเก็ตมากกว่า 50% มาจากจีน” เจ้าของโรงแรมรายหนึ่งเผย “ถ้าไม่มีคนจีนมันก็ยาก”

สมาคมโรงแรมของภูเก็ตตั้งเป้าว่าจนถึงสิ้นปีนี้อัตราการเข้าพักจะเพิ่มไปอยู่ที่ 30-40% จากเป้าของเดือน ก.ค.-ต.ค. ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 10-20% รวมการจองของนักท่องเที่ยวไทยด้วย

จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพบว่า ขณะนี้สายการบินใหญ่หลายสายการบินตอบรับโครงการของรัฐบาลไทยและเสนอจะเปิดเที่ยวบินตรง อาทิ Emirates, El Al, Air France , Qatar Airways, British Airways และ Cathay Pacific

ขณะที่สายการบิน Singapore Airlines เผยกับ Reuters ว่า จะเพิ่มเที่ยวบินมายังภูเก็ตจากสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบินเป็น 7 เที่ยวบินตั้งแต่เดือน ก.ค. หลังชาวสิงคโปร์ให้ความสนใจ

ทว่า โครงการนี้ยังมีอุปสรรคบางอย่าง อาทิ การจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศในตลาดหลักอย่างจีน ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ขณะที่ทางการไทยยังห้ามนักท่องเที่ยวจากประเทศเสี่ยงเดินทางเข้า เช่น อินเดีย

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเงื่อนไขที่ยุ่งยาก อาทิ การตรวจ swab test  การบังคับทำประกันที่มีวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 100,000 เหรียญสหรัฐสำหรับการรักษา Covid-19 และต้องใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัว

AFP PHOTO / Nicolas ASFOURI

แคลิฟอร์เนียร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 50 องศา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655878

วันที่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 16:30 น.

แคลิฟอร์เนียร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 50 องศาแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน วอนประหยัดพลังงาน เตือนประชาชนระวังอันตรายจากความร้อนเกินขีดจำกัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อจัดการโครงข่ายไฟฟ้าท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนขณะที่ภาคตะวันตกของสหรัฐกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อน

โดยประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวจะลดข้อกำจัดในการผลิตไฟฟ้าสำรอง เครื่องยนต์เสริม และแหล่งพลังงานไฟฟ้าอื่นๆ ที่ปล่อยคาร์บอน ตลอดจนผ่อนคลายข้อห้ามในการใช้เชื้อเพลิงและคุณภาพอากาศ พร้อมขอความร่วมมือให้ประชาชนประหยัดพลังงานให้มากที่สุด

ด้านสำนักอุตินิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐเตือนว่าอุณหภูมิที่ร้อนจัดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตโดยนอกจากแคลิฟอร์เนียแล้วยังแจ้งเตือนอันตรายจาความร้อนที่เพิ่มขึ้นสูงในอีกหลายรัฐ อาทิ แอริโซนา, เนวาดา และยูทาห์ เนื่องจากหลายพื้นที่มีอุณภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 5 ถึง 10 องศาเซลเซียส

โดยซอลต์เลกซิตี เมืองหลวงของรัฐยูทาห์ มีอุณภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียสซึ่งสูงสุดในรอบ 127 ปี

ขณะที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์ (Death Valley) พื้นที่หุบเขาแห้งแล้งและเป็นหนึ่งในพื่นที่ที่ร้อนที่สุดในโลกมีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 54 องศาเซลเซียสทำลายสถิติ 50 องศาเซลเซียสในปี 1917

ใกล้จะทำลายสถิติอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดบนโลกที่ถูกบันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records ซึ่งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์เช่นกัน โดยในปี 1913 อุณภูมิพุ่งสูงถึง 57 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้คลื่นความร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงในสหรัฐเพิ่มความอันตรายในการเกิดภัยแล้งและไฟป่า โดยในช่วงสัปดาห์นี้แคลิฟอร์เนียต้องรับมือกับไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักในพื้นที่ทางตอนใต้ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดตลอดสัปดาห์

ขณะที่แคลิฟอร์เนียต้องรับมือกับไฟป่าครั้งใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยเมื่อปีที่ผ่านมาก็เพิ่งเผชิญกับไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

Photo by Patrick T. FALLON / AFP

เกาหลีเหนือข้าวยากหมากแพง กล้วยกิโลละเกือบ 1,500 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655877

วันที่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 15:45 น.

เกาหลีเหนือข้าวยากหมากแพง กล้วยกิโลละเกือบ 1,500 บาท ราคาอาหารในเกาหลีเหนือพุ่งกระฉูด กล้วยกิโลละเกือบ 1,500 บาท หลังผลผลิตขาดแคลนเพราะไต้ฝุ่นและ Covid-19  

สำนักข่าว Radio Free Asia รายงานว่า ราคาอาหารในเกาหลีเหนือสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในกรุงเปียงยางที่เพิ่มขึ้นเกือบ 30% เนื่องจากการปิดพรมแดนบริเวณชายแดนจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของเกาหลีเหนือและเป็นช่องทางในการนำเข้าอาหาร เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19 และพายุไต้ฝุ่นเมื่อปีที่แล้วที่กระทบผลผลิตทางการเกษตรจนแทบไม่พอเลี้ยงประเทศ

ชาวบ้านรายหนึ่งในมณฑลรยองชอน จังหวัดพย็องอันเหนือเผยกับ RFA ว่า ตอนนี้ข้าวที่ผลิตในประเทศราคากิโลกรัมละ 5,000 วอน หรือ 139 บาท สูงกว่าราคาเฉลี่ยของเดือน เม.ย. ที่กิโลกรัมละ 4,000 วอน หรือ 111 บาท

ชาวบ้านคนเดียวกันเผยอีกว่า ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.เป็นเดือนที่ผลผลิตข้าวของปีที่แล้วลดลงเกือบหมดคลัง ส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าปีนี้การปิดพรมแดนที่ติดกับจีนทำให้ไม่มีการนำเข้าอาหารทำให้ราคาสูงขึ้นกว่าปกติ

เช่นเดียวกับราคาอาหารในกรุงเปียงยางที่ทางการพยายามควบคุมไม่ให้ราคาเปลี่ยนแปลงมากเพื่อปกป้องชนชั้นอีลิตซึ่งพุ่งขึ้นเกือบ 30% โดยราคาข้าวขยับขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 7,000 วอน หรือ 194 บาท จาก 5,000 วอน หรือ 139 บาทเมื่อเดือนที่แล้ว

ขณะที่สำนักข่าว Unilad รายงานว่า ในกรุงเปียงยางกล้วยกิโลกรัมละ 45 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,413 บาท หรือเฉลี่ยลูกละ 201 บาท

ชาวบ้านในกรุงเปียงยางรายหนึ่งเผยกับ RFA ว่า อาศัยอยู่ในกรุงเปียงยางมากว่า 20 ปี แต่ไม่เคยเห็นราคาอาหารสูงเช่นนี้

ทั้งนี้ คิมจองอึนเพิ่งยอมรับในที่ประชุมพรรคเมื่อเร็วๆ นี้ว่า อาหารของพลเมืองเกาหลีเหนือเข้าขั้นวิกฤต เนื่องจากภาคเกษตรกรรมผลิตผลผลิตไม่ได้ตามเป้า เพราะได้รับความเสียหายจากไต้ฝุ่นเมื่อปีที่แล้ว

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP