‘ยาพิษที่น่ากลัว’ ไบเดนประณามกลุ่มเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648383

วันที่ 20 มี.ค. 2564 เวลา 14:00 น.‘ยาพิษที่น่ากลัว’ ไบเดนประณามกลุ่มเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชียโจ ไบเดน ออกโรงประณามพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชียหลังเหตุกราดยิงสปา 3 แห่งในเมืองแอตแลนตารัฐจอร์เจีย  

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งเดินทางเยือนรัฐจอร์เจียเพื่อพูดคุยกับผู้นำชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ประณามพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงกับชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียที่เพิ่มขึ้น โดยบอกว่าความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติเป็น “ยาพิษที่น่ากลัวที่ตามหลอกหลอนประเทศเรามานาน”

“ความเชื่อและความรุนแรงนี้มักจะพบกับความเงียบในสหรัฐ แต่มันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะความเงียบเท่ากับการสมรู้ร่วมคิด เราจะต้องไม่สมรู้ร่วมคิด เราต้องส่งเสียงออกมา เราต้องทำอะไรสักอย่าง” ไบเดนกล่าวเพื่อเรียกร้องให้ชาวอเมริกันลุกขึ้นมาต่อสู้กับความหวาดกลัวชาวต่างชาติ (xenophobia) ที่ปะทุขึ้นมาอีกในช่วงที่ Covid-19 ระบาด

ผู้นำสหรัฐยังระบุว่าการโจมตีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิก (AAPI) พุ่งกระฉูด ซึ่งสอดคล้องกับสถิติของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อชาวเอมริกันเชื้อสายเอเชีย Stop AAPI Hate ที่ระบุว่า นับตั้งแต่ปีที่แล้วมีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียถูกทำร้ายร่างกาย รวมทั้งการใช้คำพูด การเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกือบ 3,800 ครั้ง

นอกจากนี้ ไบเดนยังมีคำสั่งให้ทำเนียบขาวและสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสาร์จนถึงวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุกราดยิงร้านสปาในเมืองแอตแลนตา

ชาวเมียนมานับพันหนีการปราบปรามสุดโหดทะลักเข้าอินเดีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648372

วันที่ 20 มี.ค. 2564 เวลา 12:00 น.ชาวเมียนมานับพันหนีการปราบปรามสุดโหดทะลักเข้าอินเดียชาวเมียนมากว่า 1,000 คนหนีการปราบปรามของกองทัพข้ามพรมแดนเข้ารัฐทางเหนือของอินเดีย

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างข้อมูลจาก ศรี เค. วันลัลเวนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐมิโซรัมทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียว่า นับตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมามีชาวเมียนมาหนีข้ามพรมแดนเข้ามาหลบภัยในอินเดียมากกว่า 1,000 คน

ทางการท้องถิ่นคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอีก รัฐมิโซรัมจึงขอให้รัฐบาลกลางช่วยสร้างแคมป์ที่พักชั่วคราวใกล้กับชายแดนเพื่อรองรับชาวเมียนมากลุ่มนี้ มิเช่นนั้นผู้อพยพชาวเมียนมาจะกระจัดกระจายไปทั่วอินเดีย

อย่างไรก็ดี แม้ก่อนหน้านี้จะมีตรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งให้จัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ประท้วงของรัฐบาลทหารพร้อมครอบครัวกว่า 400 คนหนีเข้ามาในอินเดีย แต่ขณะนี้ชาวบ้านจากรัฐชินเริ่มอพยพหนีความวุ่นวายข้ามพรมแดนผ่านรัฐมิโซรัมมากขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลกลางของอินเดียมีคำสั่งให้ 4 รัฐที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาและกองกำลังกึ่งทหารที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพิ่มความเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเมียนมาลักลอบข้ามพรมแดน และผลักดันผู้อพยพออกนอกประเทศ

ทว่ารัฐบาลท้องถิ่นรัฐมิโซรัมไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว โดยโซรัมแทง มุขมนตรีรัฐมิโซรัม เขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี นเรนทระ โมดี เรียกร้องให้มอบสถานะผู้ลี้ภัยแก่ชาวเมียนมา

“ผมเข้าใจว่ารัฐบาลอินเดียต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศด้วยความรอบคอบ แต่เราก็ไม่สามารถเพิกเฉยกับวิกฤตด้านมนุษยธรรม”

Photo by Sajjad HUSSAIN / AFP (ตำรวจชาวเมียนมากลุ่มหนึ่งซึ่งหนีข้ามพรมแดนเข้าไปในอินเดียชู 3 นิ้วระหว่างพักอยู่ในที่พักชั่วคราวที่ไม่เปิดเผยพิกัดในรัฐมิโซรัมทางตอนเหนือของอินเดีย) 

ลาวเตรียมงานสร้าง ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำโขง’ จ่อส่งขายไทย-เวียดนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648369

วันที่ 20 มี.ค. 2564 เวลา 09:52 น.ลาวเตรียมงานสร้าง ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำโขง’ จ่อส่งขายไทย-เวียดนามงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำโขงจะเริ่มต้นหลังจากรัฐบาลอนุมัติการก่อสร้างเขื่อน

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ ไทม์ส ของลาว รายงานว่างานเตรียมการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของลาว เสร็จสิ้นแล้วร้อยละ 80 และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม

โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแม่น้ำโขงขนาด 1,460 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดหลวงพระบางทางตอนเหนือของลาวราว 25 กิโลเมตร ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (Luang Prabang Power) ของรัฐบาลลาว และบริษัทปิโตรเวียดนาม พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (PetroVietnam Power Corporation) ของเวียดนาม จะผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้ไทยและเวียดนามเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2027

รายงานระบุว่างานก่อสร้างโรงไฟฟ้าข้างต้นจะเริ่มต้นหลังจากรัฐบาลอนุมัติการก่อสร้างเขื่อน

สำหรับงานเตรียมการทั้งหมดแบ่งเป็นการก่อสร้างถนนทางเข้าระยะทาง 11 กิโลเมตร ซึ่งเสร็จสมบูรณ์แล้วร้อยละ 98 สะพานข้ามแม่น้ำโขงยาว 500 เมตร ซึ่งเสร็จสมบูรณ์แล้วร้อยละ 41 ส่วนการก่อสร้างท่าเรือชั่วคราว 3 แห่ง สายส่งไฟฟ้าขนาด 115กิโลโวลต์ และ 22 กิโลโวลต์ และสถานีไฟฟ้าขนาดเล็ก เสร็จสมบูรณ์แล้วร้อยละ 64

ขณะเดียวกันมีการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้สละที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นๆ ให้กับโครงการนี้แล้วราวร้อยละ 69

ทั้งนี้ ความคืบหน้าของงานเตรียมโครงการทั้งหมดถูกรายงานต่อไซสมพอน พมวิหาน ประธานองค์การแนวลาวพัฒนาชาติ (LFND) ซึ่งเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่โครงการเมื่อสัปดาห์ก่อน

ไซสมพอนแนะนำเจ้าหน้าที่โครงการปฏิบัติตามตารางเวลาเพื่อให้งานเสร็จสิ้นโดยเร็ว พร้อมพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของคนงานและช่างเทคนิค โดยเมื่อปีก่อน คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ได้จัดการประชุมให้หน่วยงานลาวร่วมเจรจากับชาติอื่นๆ ในลุ่มน้ำโขง ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางแห่งนี้

การประชุมดังกล่าวหารือเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของเขื่อน และพิจารณาร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาลุ่มน้ำโขง (Basin Development Strategy) ปี 2021-2030 ซึ่งเป็นทิศทางยุทธศาสตร์ 10 ปี สำหรับการวางแผนพัฒนาภายในภูมิภาค

มีการยกข้อเสนอแนะหลายประการ ประกอบด้วยการสร้างข้อผูกพันร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้น การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง 4 ประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง อันได้แก่ ลาว เวียดนาม ไทย และกัมพูชา ตลอดจนการแบ่งปันข้อมูลอย่างเปิดเผยและโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น

ความสุขคนไทยหดหาย วิจัยยูเอ็นชี้คะแนนไทยลดช่วงโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648353

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 19:30 น.ความสุขคนไทยหดหาย วิจัยยูเอ็นชี้คะแนนไทยลดช่วงโควิดคะแนนความสุขของคนไทยในช่วง Covid-19 ลดลงจากปี 2017-2019

องค์การสหประชาชาติ (UN) เผยรายงานความสุขโลก (World Happiness Report) โดยในปีนี้คะแนนความสุขเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 5.885 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 อยู่ในอันดับที่ 48 ลดลงจากปี 2017-2019 ที่ได้ 5.999 คะแนน ในอันดับที่ 44

ขณะที่ฟินแลนด์ยังครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดได้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามด้วยเดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศในยุโรปทั้งหมด

ส่วนนิวซีแลนด์ตกลงมา 1 อันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 9 แต่ยังคงเป็นประเทศนอกยุโรปประเทศเดียวที่ติดอันอับ 1 ใน 10 ด้านสหราชอาณาจักรตกจากอันดับ 13 มาอยู่อันดับที่ 17 และสหรัฐตกลง 1 อันดับมาอยู่ที่ 19

ส่วนประเทศแถบแอฟริกา ได้แก่ เลโซโท บอตสวานา รวันดา ซิมบับเว อยู่ท้ายตาราง ขณะที่อัฟกานิสถานคือประเทศที่ไม่มีความสุขที่สุดในปีนี้

ผู้วิจัยระบุว่า ที่น่าประหลาดใจคือ คะแนนการมีสุขภาวะที่ดี (well-being) โดยเฉลี่ยไม่ลดลงเมื่อวัดจากการประเมินชีวิตของตัวเองของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งคำอธิบายที่เป็นไปได้คือ ผู้คนมองว่า Covid-19 เป็นเรื่องทั่วไปและเป็นภัยคุกคามภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมและความเห็นอกเห็นใจที่มีให้กับคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

อย่างไรก็ดี ตำแหน่งแชมป์ของฟินแลนด์มักจะทำให้หลายคนแปลกใจ เนื่องจากชาวฟินแลนด์มักจะไม่แสดงออกว่าตัวเองมีความสุข แต่กลับให้ความสำคัญกับความสงบและสันโดด อีกทั้งก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูหนาวอันยาวนานและอึมครึมของฟินแลนด์เป็นช่วงที่มีอัตราการฆ่าตัวตายและติดแอลกอฮอล์สูงที่สุด แต่การจัดการด้านสาธารณสุขตลอด 10 ปีที่ผ่านมาช่วยลดอัตราดังกล่าวลงกว่าครึ่ง

ปัจจุบันนี้ ชาวฟินแลนด์มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีบริการสาธารณะที่ดี ทั้งยังมีอัตราความยากจนและความเหลื่อมล้ำต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD

ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ใช้ข้อมูลจากสำนักโพล Gallup ซึ่งให้ประชาชนใน 149 ประเทศให้คะแนนความสุขของตัวเอง รวมทั้งคำนวณคะแนนจากจีดีพี การสนับสนุนทางสังคม อายุขัยเฉลี่ย เสรีภาพในการใช้ชีวิต ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และระดับการคอร์รัปชั่น โดยให้คะแนนตั้งแต่ 0-10

ชาวเมืองย่างกุ้งแห่กลับชนบทหนีการปราบปรามจนรถติด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648343

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 19:00 น.ชาวเมืองย่างกุ้งแห่กลับชนบทหนีการปราบปรามจนรถติดถนนออกจากเมืองย่างกุ้งมีการจราจรหนาแน่นหลังชาวเมืองแห่เดินทางกลับชนบทหนีความวุ่นวาย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า วันนี้ (19 มี.ค.) สื่อท้องถิ่นได้เผยแพร่ภาพถนนเส้นหลักที่ออกจากเมืองย่างกุ้งไปทางเหนือซึ่งเนืองแน่นไปด้วยยานพาหนะ เนื่องจากชาวเมืองพากันอพยพหนีการปราบปรามการประท้วงของกองทัพเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านเกิดในชนบท ขณะที่เจ้าหน้าที่ของไทยเตรียมพร้อมรับการหลั่งไหลข้ามพรมแดนของชาวเมียนมา

เอเอฟพีได้สัมภาษณ์ชาวเมืองที่หนีออกจากพื้นที่แล้วและกำลังจะเดินทางหลายคน โดยชาวเมียนมาคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ที่ทหารสังหารผู้ประท้วงหลายคนเผยว่า รู้สึกไม่ปลอดภัย และบางคืนก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้

ส่วนหญิงอีกรายหนึ่งซึ่งซื้อตั๋วรถโดยสารเตรียมเดินทางออกจากย่างกุ้งในวันสองวันนี้กล่าวว่า “ฉันกังวลว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลง เพราะบรรยากาศในพื้นที่ที่ฉันอยู่ตึงเครียดมาก มีการจับกุมประชาชนตามท้องถนนทุกวัน”

ชายวัย 29 ปีที่ทำงานเป็นช่างทองในเมืองย่างกุ้งเผยว่า ตัดสินใจเดินทางออกจากย่างกุ้งเพราะรู้สึกกังวลเกินกว่าที่จะอยู่ต่อ และหลังจากกลับถึงบ้านเกิดก็รู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยขึ้น

ขณะที่ พงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตากซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมาเผยกับเอเอฟพีว่า ได้เตรียมพร้อมเรื่องที่พักชั่วคราวสำหรับชาวเมียนมาที่อาจอพยพเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งรองรับผู้อพยพได้ราว 30,000-50,000 คน และยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีชาวเมียนมาข้ามพรมแดนเข้าไทย

ก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารประกาศกฎอัยการศึกใน 6 นครของเมืองย่างกุ้ง ส่งผลให้ชาวเมืองเกือบ 2 ล้านคนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมเข้มงวดของกองทัพ ขณะที่บางพื้นที่มีสภาพแทบไม่ต่างจากสนามรบ ทั้งยังมีกลุ่มควันจากการเผายางรถยนต์ที่ผู้ประท้วงนำมาวางกำบังของทหารพวยพุ่งบนถนนที่แทบจะร้างอย่างต่อเนื่อง

Photo by STR / AFP

เผยความโหดของตำรวจทหารเมียนมา ประชาชนตราหน้าเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648348

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 18:30 น.เผยความโหดของตำรวจทหารเมียนมา ประชาชนตราหน้าเป็น 'ผู้ก่อการร้าย'ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกลายเป็นผู้ก่อการร้ายในสายตาชาวเมียนมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเมียนมายังคงเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ประชาชนต่างเรียกพวกเขาว่าผู้ก่อการร้ายรัฐบาลทหาร

โดยในวันนี้ (19 มี.ค.) มีรายงานว่า M21 ร้านค้าชุดกีฬายอดนิยมในย่างกุ้งถูกวางเพลิงโดยเจ้าหน้าที่จากกองกำลังรักษาความปลอดภัยเมียนมา

#WhatsHappeningInMyanmar One of the popular sportswear shops M21 in #Yangon was set on fire by armed security forces this morning — neighbors It’s a heartbeat for the sports lovers in #Myanmar. Before After pic.twitter.com/N60Fz7hiMG— Cape Diamond (@cape_diamond) March 19, 2021

นอกจากนี้ Ro Nay San Lwin นักเคลื่อนไหวชาวเมียนมาได้เผยแพร่คลิปวิดีโอโดยระบุว่า “ผู้ก่อการร้าย (กองกำลังรักษาความปลอดภัยเมียนมา) ทุบตีและเตะผู้หญิงคนหนึ่งและบังคับให้เธอแบกกระสอบทราย”

A MUST WATCH: This video shows Terrorists (#Myanmar security forces) beating & kicking a woman. Forcing her to carry sandbag. Forcing her to walk on all fours. #WhatsHappeningInMyanmar #MilkTeaAlliance #Mar19Coup pic.twitter.com/yTqohfcJwT— Ro Nay San Lwin (@nslwin) March 19, 2021

ยังมีอีกหลายโพสต์จากชาวเมียนมาที่เปิดเผยความรุนแรงของเจ้าหน้าที่เมียนมาโดยเรียกว่าผู้ก่อการร้าย อาทิ “มีผู้เสียชีวิต 7 คนในรัฐฉานหลังผู้ก่อการร้ายทหารเมียนมายิงกระสุนยางและกระสุนจริงใส่ผู้ประท้วงพร้อมนำศพผู้เสียชีวิตไปด้วย”

7 people died in AungBan, Shan State after Myanmar military terrorists fire both rubber bullets and live rounds at protestors. They also took the bodies. #WhatsHappeningInMyanmar #Mar19Coup @SchranerBurgen1 @RapporteurUn @freya_cole pic.twitter.com/G0akkMNTFo— Moe Shinn (@zawmoeshinn) March 19, 2021

“ผู้ก่อการร้ายปล้นกล้วยจากร้านค้าในตลาดกันนาร์ เมืองตันลยินในย่างกุ้ง โจรขโมยกล้วย!!!”

Terrorists (#Myanmar security forces) looted bananas from a shop in Kannar bazaar, Thanlyin, Yangon!! Ba Ba Ba… Ba BaNaNa Thieves!!! #WhatsHappeningInMyanmar #Mar19Coup pic.twitter.com/MVxcx89x94— Myanmar Spring Revolution (@MMSpring22) March 19, 2021

“ผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในสำนักงานของมูลนิธิ IrrawadyTine PyoKhinThit ในวันที่ 19 มี.ค. เวลาประมาณเที่ยงคืน ในระหว่างนั้นมีการทุบตีสุนัขในสำนักงานและจับกุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย”

The terrorist military forces raided the office of IrrawadyTine PyoKhinThit Foundation on March 19 at around 00:00 am.During the raid, the terrorists beat the office pet dog and arrested a security guard. They took away the CCTV cameras. #WhatsHappeningInMyanmar#Mar19Coup@UN pic.twitter.com/W6DuMerBtg— Justice For Myanmar (@Justice05197637) March 19, 2021

“ผู้ก่อการร้ายในย่างกุ้งจับกุมประชาชนผู้บริสุทธิ์และสั่งให้เขาคุกเข่าลงก่อนที่จะขึ้นคร่อมบนตัวเขาขณะที่คนอื่นๆ มองอย่างสนุกสนาน”

At North Okklapa Township, Yangon, Myanmar SAC’s terrorists arrested an innocent civilian and ordered him to kneel down. Afterwards, one evil was sitting astride the victim like riding a horse and the others were making fun of this view.R2P NOW#CrimesAgainstHumanity#Mar19Coup pic.twitter.com/CV0zQQdCCQ— Ye Khine Oo (@YeKhineOo2) March 19, 2021

“ในเมืองอองบัน มีประชาชนคนหนึ่งถูกยิงด้วยกระสุนจริงและร่างของเขาถูกลากไปตามถนนโดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย”

Tw // bloodIn Aungban, Myanmar, one civilian got shot with live ammunitions and the body was dragged along on the road by Military Junta terrorists. R2P NOW#WhatsHappeningInMyanmar#Mar19Coup pic.twitter.com/WdN2wKPHkG— Ye Min Myat (@YeMinMy86015663) March 19, 2021

Photo by Sai Aung Main / AFP

เล่นกับสัตว์อย่างไรให้โกยเงินหลักแสนต่อเดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648337

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 18:00 น.เล่นกับสัตว์อย่างไรให้โกยเงินหลักแสนต่อเดือนธุรกิจพี่เลี้ยงสัตว์กำลังมาแรงในประเทศจีนโดยบางคนสามารถทำรายได้สูงถึง 1,000 หยวนหรือ 4,700 บาทต่อวันเลยทีเดียว

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังมาแรงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่บรรดาทาสหมา ทาสแมวจะต้องตาลุกวาวไปตามๆ กัน โดยช่วงนี้เจ้าของสัตว์บางคนไม่สามารถเดินทางกลับไปหาสัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้ รวมไปถึงลูกค้าบางคนมักจะต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจหรือแฮงเอาท์กับเพื่อนฝูงแต่ไม่อยากทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ตามลำพังธุรกิจนี้จึงเป็นทางออก

ประกอบกับทุกวันนี้การให้บริการทางออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นหลายคนหันไปพึ่งพาคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ตแทนที่จะขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างอย่างเพื่อนหรือครอบครัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่นั่นทำให้ธุรกิจพี่เลี้ยงสัตว์ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก

เพราะธุรกิจนี้เจ้าของสัตว์และพี่เลี้ยงสัตว์ไม่ต้องพบหน้ากันโดยตรงแต่พวกเขาติดต่อกันทางออนไลน์ก่อนที่เจ้าของจะส่งที่อยู่และมอบกุญแจบ้านให้แก่พี่เลี้ยงซึ่งนั่นต้องใช้ความไว้ใจคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์มากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นงานพาร์ทไทม์ที่ค่อนข้างสะดวกสบายและรายได้ดีเพียงแค่สละเวลาครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อให้อาหาร เล่นกับน้องหมาน้องแมว เก็บขยะนิดหน่อยก็สามารถคิดค่าบริการได้ 30 ถึง 50 หยวนหรือ 140 ถึง 230 บาท

Ningxia พี่เลี้ยงสัตว์วัย 25 ปีในเมืองหยินชวนกล่าวว่าเธอมีลูกค้าจำนวนมากโดยส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวในเมืองใหญ่ที่ไม่ค่อยมีเวลาทำให้เธอรับงานนี้วันละกว่า 10 ออเดอร์

เช่นเดียวกับ Xiao Mei พนักงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งระบุว่าเธอรับงานในวันหยุดเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งนอกจากจะได้เงินแล้วเธอยังบอกว่าได้มีความสุขไปกับการเล่นกับบรรดาสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ อีกด้วย

Wang Shuixiong นักวิจัยชาวจีนกล่าวว่าธุรกิจนี้เป็นผลมาจากการที่ชาวจีนรุ่นใหม่จำนวนมากมักเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่ทำให้พวกเขาไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้ และในปัจจุบันผู้คนมีความไว้วางใจคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์มากขึ้นจึงหันไปพึ่งพาคนเหล่านั้นมากกว่าคนรอบข้าง

AFP PHOTO/CHINA OUT 

หารือตัวต่อตัวครั้งแรกยุคไบเดน จีน-สหรัฐโต้กันดุเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648336

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 17:00 น.หารือตัวต่อตัวครั้งแรกยุคไบเดน จีน-สหรัฐโต้กันดุเดือดการหารือครั้งแรกระหว่าง รมว.ต่างประเทศสหรัฐและจีนครั้งแรกในยุครัฐบาล โจ ไบเดน เป็นไปอย่างตึงเครียด โต้กันไปมาดุเดือด

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ พบปะหารือกับ หยางเจี๋ยฉือ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์กลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และหวางอี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่เมืองแองเคอราช รัฐอะแลสกาของสหรัฐ นับเป็นการพบปะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศครั้งแรกภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน

แม้ว่าก่อนพบกันทั้งสหรัฐและจีนมีท่าทีว่าไม่ได้คาดหวังจากการหารือครั้งนี้มากนัก แต่เมื่อพบกันบรรยาการการพูดคุยกลับเป็นไปอย่างตึงเครียด

บลิงเคนกล่าวเปิดการประชุมว่า สหรัฐจะหารือกับจีนในประเด็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของจีนในซินเจียง ฮ่องกง ไต้หวัน รวมทั้งการโจมตีทางไซเบอร์ต่อสหรัฐ การบีบบังคับทางเศรษฐกิจกับบรรดาพันธมิตรของสหรัฐ เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องภายในของจีน และเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเป็นหน้าที่ของสหรัฐในการหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา

ขณะที่หยางเจี๋ยฉือตอบโต้กลับว่าสหรัฐกำลังแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และกล่าวหาว่าสหรัฐใช้กำลังทางทหารและความเหนือกว่าด้านการเงินข่มขู่ประเทศอื่น เพื่อแสดงความเป็นเจ้าโลก และใช้แนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติแบบผิดๆ เพื่อขัดขวางการค้าขายอย่างเสรี ไปจนถึงยุยงให้ประเทศอื่นโจมตีจีน ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐไม่ควรวางตัวเองว่าอยู่ในสถานะเหนือกว่า ด้วยการใช้คำว่าเป็นฝ่ายต้องการพูดกับจีน

หยางยังกล่าวอีกว่า สหรัฐไม่ใช่ตัวแทนชาวโลก แต่เป็นเพียงตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐเท่านั้น ก่อนที่หวางอี้จะเอ่ยว่า จีนไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลจากฝั่งสหรัฐ

ด้านซัลลิแวนตอบกลับว่า สหรัฐไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับจีน แต่จะยืนหยัดกับหลักการของตัวเองเพื่อคนอเมริกันและเพื่อพันธมิตร

การตอบโต้กันไปมาอย่างตึงเครียดดำเนินไปกว่า 1 ชั่วโมง

Photo by Frederic J. BROWN / POOL / AFP

ดักเวิร์ธ ส.ว.เลือดไทย เรียกร้องหยุดปฏิบัติกับคนเอเชียแบบ ‘คนอื่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648321

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 15:30 น.ดักเวิร์ธ ส.ว.เลือดไทย เรียกร้องหยุดปฏิบัติกับคนเอเชียแบบ ‘คนอื่น’แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ว.ชาวอเมริกันเชื้อสายไทย เคลื่อนไหวหลังเหตุกราดยิงชาวเอเชียในร้านสปา 3 แห่งที่เมืองแอตแลนตา

หลังจากเกิดเหตุกราดยิงร้านสปาที่รัฐจอร์เจียโดยผู้เสียชีวิต 6 ใน 8 รายเป็นชาวเอเชีย ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาชาวอเมริกันเชื้อสายไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ชาวอเมริกันหยุดปฏิบัติกับชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเหมือนเป็น “คนอื่น”

ดักเวิร์ธยังระบุอีกว่า “พฤติกรรมหวาดกลัวชาวต่างชาติ (xenophobia) ที่ดำเนินมาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ยิ่งทำให้เกิดความร้าวฉานในสหรัฐยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่สุขภาพของชาวอเมริกันหลายล้านคนขึ้นอยู่กับความเชื่อร่วมกันของเราในผลประโยชน์ส่วนรวมและในมนุษยชาติร่วมกันของเรา”

“คืนวันอังคารเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจบรรยายได้ หลังจากที่ชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียได้รับความเดือดร้อนที่ไม่อาจประเมินได้ ไม่มีอะไรที่เราสามารถพูดได้ในวันนี้ที่จะฟังดูมีเหตุผลสำหรับโศกนาฏกรรมที่ไร้เหตุผลนี้ แต่สิ่งที่เราสามารถพูดได้ และพูดได้อย่างชัดเจนก็คือ การโทษชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและชาวหมู่เกาะแปซิฟิก (AAPI) ว่าเป็นต้นตอของวิกฤตสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ผิดและเป็นการเหยียดเชื้อชาติ” แถลงการณ์ระบุ 

นอกจากนี้ ดักเวิร์ธยังส่งจดหมายถึง คริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง และแมร์ริก การ์แลนด์ อัยการสูงสุดของสหรัฐ เพื่อแสดงถึงความกังวลต่อปัญหาที่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียถูกทำร้าย และเรียกร้องให้มีการสอบสวนและนำตัวผู้กระทำมารับโทษ

All perpetrators of these hate crimes against Asian Americans must be held accountable to the fullest extent of the law. Now is the time for immediate action from the @FBI & @TheJusticeDept. #StopAsianHate pic.twitter.com/RTSqX2XeCs— Tammy Duckworth (@SenDuckworth) March 19, 2021

ภาพ: www.duckworth.senate.gov

Blockchains เล็งสร้างเมืองของตัวเองขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยคริปโต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/648312

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เวลา 14:00 น.Blockchains เล็งสร้างเมืองของตัวเองขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยคริปโตจากทะเลทรายอาจกลายเป็นเมืองคริปโตโดยมีบริษัทเทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นรัฐบาล

เจฟฟรีย์ เบิร์นส์ ซีอีโอบริษัท Blockchains LLC กำลังจะเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งบนทะเลทราย 67,000 เอเคอร์ในรัฐเนวาดาให้กลายเป็นสถานที่ที่ไม่ธรรมดา

เบิร์นส์ซื้อที่ดินผืนนี้มาในราคา 170 ล้านเหรียญสหรัฐตั้งแต่ปี 2018 เพื่อหวังสร้างเมืองอัจฉริยะคริปโต (Crypto Smart City) ของตัวเองโดยมีบริษัทเทคโนโลยีเป็นรัฐบาล

หากคำร้องของเขาประสบความสำเร็จ “Painted Rock” เขตนวัตกรรมปกครองตนเองแห่งนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างเฉกเช่นเมืองทั่วไปไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียน สาธารณูปโภค การขนส่ง และธุรกิจ แต่สิ่งที่แตกต่างคือทุกคนจะใช้จ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัลและการเก็บรักษาบันทึกในบล็อกเชนตลอดจนกำหนดอัตราภาษีและร่างกฎหมายเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้ยังตั้งใจว่าภายในเมืองจะสร้างมหาวิทยาลัย Blockchains, สตูดิโอสร้างเนื้อหาสำหรับโลกออนไลน์ และสนามกีฬาอีสปอร์ต

เบิร์นส์ตั้งเป้าว่าเมืองแห่งนี้จะมีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 36,000 คน ที่อยู่อาศัย 15,000 หลังคาเรือน และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 11 ล้านตารางฟุต โดยประเมินว่าเมืองนี้จะสามารถสร้างรายได้ 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐต่อไป

ด้านสตีฟ ซิโซลักผู้ว่ารัฐเนวาดาระบุว่าเขาพยายามที่จะผ่านร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ Blockchains และบริษัทอื่นๆ สร้างเขตนวัตกรรมที่ปกครองตนเองได้ในรัฐเนวาดาโดยเร็วที่สุดซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ เบิร์นส์เผยว่าจุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้นั้นเพราะเขารู้สึกว่ารัฐบาลแทรกแซงภาคธุรกิจมากเกินไปซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวล จึงต้องการสร้างสถานที่ที่รัฐบาลไม่สามารถเข้ามายุ่งได้

Photo by JACK GUEZ / AFP