อินเดียเปลี่ยนชื่อ ‘แก้วมังกร’ ลั่นไม่อยากเกี่ยวจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643315

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 19:30 น.อินเดียเปลี่ยนชื่อ 'แก้วมังกร' ลั่นไม่อยากเกี่ยวจีนรัฐคุชราต ประเทศอินเดียตั้งชื่อแก้วมังกรใหม่เป็น “กามาลัม” ที่แปลว่าดอกบัว

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ซีเอ็นเอ็นรายงานว่ารัฐคุชราต ทางตะวันตกของประเทศอินเดียตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ “แก้วมังกร” (dragon fruit) เนื่องจากเป็นชื่อที่ทำให้นึกถึงประเทศจีนเพราะมังกรเป็นสัญลักษณ์ของจีน

โดยวิเจย์ รูปานี มุขมนตรีรัฐคุชราตเห็นว่าไม่ควรใช้คำว่าแก้วมังกรเนื่องจากเป็นชื่อที่ทำให้นึกถึงประเทศจีน โดยผลไม้ดังกล่าวมีรูปร่างเหมือนกับดอกบัวจึงตั้งชื่อใหม่ว่า “กามาลัม” (Kamalam) ซึ่งมีความหมายว่าดอกบัวในภาษาสันสกฤต พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองใดๆ แอบแฝง และต่อจากนี้ไปแก้วมังกรจะถูกเรียกว่า “กามาลัม” ในรัฐคุชราต

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและจีนเกิดความตึงเครียดมานานเนื่องจากกรณีพิพาทในชายแดนเทือกเขาหิมาลัย โดยในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2020 ที่ผ่านมายังเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังจากทั้ง 2 ประเทศในบริเวณชายแดนดังกล่าวซึ่งส่งผลให้มีทหารอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย

การเปลี่ยนชื่อแก้วมังกรเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่นายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมที กล่าวชื่นชมเกษตรกรที่ปลูกแก้วมังกรในพื้นที่แห้งแล้งของรัฐคุชราต หลังจากนั้นก็มีเกษตรกรแนะนำให้เปลี่ยนชื่อผลไม้ดังกล่าวเป็นกามาลัม

ทั้งนี้ รัฐคุชราตเป็นบ้านเกิดของนายกรัฐมนตรีและดอกบัวก็เป็นสัญลักษณ์ของพรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายกโมทีอีกด้วย

รัฐคุชราตมีเกษตรกรมากกว่า 200 รายที่ปลูกแก้วมังกร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ โดยเกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรให้สัมภาณ์ว่าพวกเขาเชื่อว่าเมื่อเปลี่ยนชื่อแล้วจะดีขึ้น และการยอมรับในผลไม้จะมากขึ้นหากมองว่าเป็นผลไม้ของอินเดีย

อย่างไรก็ตามได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และล้อเลียนจากประชาชนบนโลกออนไลน์รวมถึงพรรคฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วย

AFP PHOTO / AMAN ROCHMAN

ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราฯ เตรียมผลิตวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่สู้โควิดกลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643309

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 18:41 น.ออกซ์ฟอร์ด-แอสตราฯ เตรียมผลิตวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่สู้โควิดกลายพันธุ์การพบเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์ทำให้เกิดความกังวลว่าวัคซีนเดิมจะใช้ได้ผลหรือไม่

สำนักข่าว The Telegraph รายงานโดยอ้างคำยืนยันจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาวัคซีนร่วมกับแอสตราเซเนกา (Astrazeneca) กำลังเตรียมการผลิตวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่เพื่อรับมือกับเชื้อโคโรนาไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในสหราชอาณาจักร แอฟริกาใต้ และบราซิล

ขณะนี้ทีมนักวิจัยกำลังศึกษาความเป็นไปได้และระยะเวลาในการปรับแต่งเทคโนโลยีวัคซีน ChAdOx ที่มีอยู่แล้ว

โฆษกของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยกำลังประเมินผลกระทบของเชื้อกลายพันธุ์กับภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนอย่างรอบคอบ และกำลังประเมินกระบวนการที่ต้องทำสำหรับการปรับปรุงวัคซีน Covid-19 อย่างเร่งด่วนหากจำเป็น

ขณะที่นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเผยว่า คณะกรรมการควบคุมกฎระเบียบยาพร้อมจะอนุมัติวัคซีน Covid-19 เวอร์ชั่นใหม่เพื่อรับมือกับการกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้น

การทดสอบในห้องวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้พบว่าวัคซีน Covid-19 ที่พัฒนาโดยไฟเซอร์ (Pfizer) ร่วมกับไบโอเอ็นเทค (BioNTech) อาจมีประสิทธิภาพต้านเชื้อกลายพันธุ์จากอังกฤษที่ระบาดไปทั่วโลก

ไบโอเอ็นเทคมีแผนเผยแพร่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนต่อเชื้อกลายพันธุ์จากแอฟริกาใต้ในเร็วๆ นี้

ส่วนแอสตราเซเนกา โมเดอร์นา (Moderna) และเคียวแวค (CureVac) ก็กำลังทดสอบว่าวัคซีนของตัวเองต้านเชื้อกลายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายหรือไม่

ต้อนรับไบเดน! จีนคว่ำบาตรปอมเปโอ-จนท.ระดับสูงสหรัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643304

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 17:10 น.ต้อนรับไบเดน! จีนคว่ำบาตรปอมเปโอ-จนท.ระดับสูงสหรัฐทางการจีนคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ 28 คน รวมทั้ง ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 28 คน รวมทั้ง ไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากละเมิดอำนาจอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง และต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับจีน

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักการเมืองบางคนในสหรัฐที่ต่อต้านจีน ใช้ผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเห็นแก่ตัว มีอคติ และเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อจีน และยังไม่เคารพผลประโยชน์ของชาวจีนและอเมริกัน วางแผน ส่งเสริม และดำเนินการแทรกแซงกิจการภายในของจีน ทำลายผลประโยชน์ของจีน สร้างความไม่พอใจให้ชาวจีน และยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐร้าวฉาน” แถลงการณ์ระบุ

เจ้าหน้าที่อื่นที่อยู่ในรายชื่อ อาทิ โรเบิร์ต โอไบรอัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง, สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาฝ่ายการวางยุทธศาสตร์, ปีเตอร์ นาวาโร อดีตที่ปรึกษาด้านการค้า และจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เป็นต้น

แถลงการณ์ดังกล่าวมีผลทำให้บุคคลที่อยู่ในรายชื่อและครอบครัวไม่สามารถเดินทางเข้าจีน ฮ่องกง และมาเก๊า และห้ามบุคคลนั้นๆ หรือบริษัทหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องทำธุรกิจกับจีน

มาตรการคว่ำบาตรมีขึ้นไม่กี่นาทีหลังจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน สาบานตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 20 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น และ 1 วันหลังจากปอมเปโอออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าจีนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง

ปธน.พักทำเนียบขาว แล้วรอง ปธน. พักที่ไหน? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643297

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 15:40 น.ปธน.พักทำเนียบขาว แล้วรอง ปธน. พักที่ไหน?เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าประธานาธิบดีของสหรัฐใช้ทำเนียบขาวเป็นที่พำนัก แต่ส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่าอีกหนึ่งบุคคลสำคัญอย่างรองประธานาธิบดีพักอยู่แห่งหนใด

1.บ้านพักของรองประธานาธิบดีสหรัฐอยู่ที่บ้านเลขที่ 1 ออบเซิฟเวทอรีเซอร์เคิล ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงวอชิงตันดี.ซี. ห่างจากทำเนียบขาวประมาณ 3.2 กิโลเมตร และยังอยู่ใกล้กับสถานทูตอีกหลายแห่ง

2.บ้านหลังนี้ออกแบบโดย ลีออน เอมิล เดสเซซ สถาปนิกชาวอเมริกัน และสร้างขึ้นเมื่อปี 1893 หรือเมื่อ 128 ปีที่แล้วในรูปแบบสถาปัตยกรรมบาโรกแบบอังกฤษ ตัวบ้านเป็นสีขาวขนาด 836 ตารางเมตร ปลูกอยู่บนที่ดินขนาด 291,373.7 ตารางเมตรของหอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐ (USNO) ภายในมีทั้งห้องสมุด ห้องครัวใต้ดิน และห้องนอนอีกหลายห้อง

3.เดิมทีบ้านหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของผู้อำนวยการหอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐ ทว่าในปี 1923 เสนาธิการทหารเรือ (CNO) ชอบบ้านหลังนี้มากจึงสั่งให้ผู้อำนวยการหอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐย้ายออกแล้วเข้ามาพักเสียเอง บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นที่พักของเสนาธิการทหารเรือคนต่อๆ มาจนถึงปี 1974

4.ก่อนหน้านี้รองประธานาธิบดีและครอบครัวพำนักอยู่ที่บ้านของตัวเองหรือใช้บริการโรงแรม แต่ก็มีเสียงเรียกร้องให้จัดหาที่พักอาศัยสำหรับรองประธานาธิบดี โดยคาลวิน คูลิดจ์ ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 1921-1923 ซึ่งใช้โรงแรมเป็นที่พำนักระหว่างอยู่ในตำแหน่ง เผยภายหลังในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองว่า “ควรจัดหาที่อยู่อาศัยอย่างเป็นทางการซึ่งมีการบำรุงรักษาที่เหมาะสมสำหรับรองประธานาธิบดี” และตำแหน่งนั้น “ควรมีที่อยู่อาศัยถาวรโดยไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถทางการเงินของเจ้าของบ้านชั่วคราวนั้น”

5.ส่วน ชาร์ลส์  เดนเยอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยทางไซเบอร์เผยว่า การที่รองประธานาธิบดีไม่มีที่พักอย่างเป็นทางการทำให้เจ้าหน้าที่ทีมคุ้มกันทำงานยาก เนื่องจากไม่สามารถวางระบบความปลอดภัยได้หากที่พักของรองประธานาธิบดีต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

6.เมื่อบวกกับค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่ค่อนข้างสูงและเพิ่มขึ้นทุกปี ในที่สุดสภาคองเกรสจึงมีมติให้เปลี่ยนบ้านหลังนี้เป็นที่พำนักของรองประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการและอนุมัติงบประมาณในการตกแต่งใหม่ในปี 1974 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐที่มีการจัดหาที่พักสำหรับรองประธานาธิบดี

7.ทว่า กว่ารองประธานาธิบดีจะได้ย้ายเข้าไปอยู่จริงๆ ก็ผ่านไปถึง 3 ปี เนื่องจากรองประธานาธิบดี เจอรัลด์ ฟอร์ด ต้องรับตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนได้ย้ายเข้าออบเซิฟเวทอรีเซอร์เคิล ส่วนรองประธานาธิบดี เนลสัน ร็อกกีเฟลเลอร์ ก็ใช้บ้านนี้เพื่อความบันเทิง อาทิ จัดงานเลี้ยงเท่านั้น

8.รองประธานาธิบดีคนแรกที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่คือ วอลเตอร์ มอนเดล และนับจากนั้นมาบ้านเลขที่ 1 ก็กลายเป็นที่พำนักของรองประธานาธิบดี โดยผ่านมาแล้ว 7 คนได้แก่ รองประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช, เจมส์ แดนฟอร์ธ เควล, อัล กอร์, ดิก เชนีย์, โจ ไบเดน, ไมค์ เพนซ์ และกำลังจะได้ต้อนรับรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของสหรัฐอย่าง คามาลา แฮร์ริส และดั๊ก เอ็มฮอฟฟ์ สามีในเร็วๆ นี้

9.ที่ผ่านมากองทัพเรือยังคงทำหน้าที่บำรุงรักษาบ้านเลขที่ 1 หลังนี้ โดยใช้เงินจากมูลนิธิที่อยู่อาศัยของรองประธานาธิบดีเพื่อตกแต่งและอัพเกรดตัวบ้าน

10.รองประธานาธิบดีแต่ละคนล้วนบริจาคเงินในการปรับปรุงต่อเติมตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช สร้างสนามเล่นเกมโยนเกือกม้าและทางเดินยาวราว 500 เมตร หรือเจมส์ แดนฟอร์ธ เควลที่สร้างสระว่ายน้ำ ส่วนไมค์ เพนซ์และภรรยามักจะจัดงานเลี้ยงอาหารเย็นแก่บรรดาผู้บริจาคและผู้บริการบริษัทที่บ้านหลังนี้ ทว่าไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงตัวบ้านเท่าไร

บ้านเลขที่ 1 ออบเซิฟเวทอรีเซอร์เคิล ถ่ายเมื่อปี 2017
รองประธานาธิบดี ดิก เชนีย์ พบกับว่าที่รองประธานาธิบดี โจ ไบเดน ภายในตัวบ้านเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2008
การตกแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนของอดีตรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ เมื่อปี 2019

ภาพ : wikipedia 

สาวกทรัมป์เซ็ง! ไม่มีจลาจลในพิธีสาบานตน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643292

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 14:10 น.สาวกทรัมป์เซ็ง! ไม่มีจลาจลในพิธีสาบานตนสาวกทรัมป์ถึงกับผิดหวังเมื่อพบว่าพิธีสาบานตนเป็นไปอย่างราบรื่น และเสียความรู้สึกที่ถูกหลอกให้เชื่อว่าจะมีเหตุจลาจล

เว็บไซต์ข่าว Daily Mail เผยว่าสาวกคลั่งทรัมป์ QAnon รับไม่ได้เมื่อเห็นโจ ไบเดนสาบานตนเป็นประธานาธิบดี และความเชื่อของพวกเขาที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะยึดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและจะเกิดเหตุจลาจลขึ้นเพื่อขัดขวางพิธีสาบานตนของไบเดนนั้นไม่เกิดขึ้นจริง

เมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและทรัมป์ก็เดินทางออกจากทำเนียบขาวไปเมื่อวานนี้ (20 มกราคม) ส่งผลให้สาวก QAnon ต้องผิดหวังไปตามๆ กันและเกิดคำถามตามมาอีกมากมาย

หลายคนถึงกับอึ้งเมื่อทราบว่าความเชื่อที่มีมายาวนานว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตจะถูกจับในข้อหาค้ามนุษย์ในธุรกิจทางเพศในวันสาบานตนนั้นไม่เป็นความจริง หนำซ้ำทรัมป์ยังไม่ขัดขวางพิธีสาบานตนหรือสร้างความวุ่นวายอย่างที่พวกเขาคาดหวัง

พวกเขายังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนรวมถึงฮิลลารี คลินตัน จะถูกจับกุม และจะเกิดเหตุจลาจลที่พวกเราเรียกว่าเป็น “พายุ” ในพิธีสาบานตนของไบเดน

ในกลุ่มแชทของสาวก QAnon มีการตั้งคำถามว่า “ไหนการจลาจล? ทรัมป์อยู่ไหน? ทหารอยู่ไหน?” “มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่พวกเราโดนเล่นกับความรู้สึก” โดยสมาชิกบางคนโกรธมากเนื่องจากรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เชื่อว่าจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในพิธีสาบานตน

ผู้สนับสนุนทรัมป์บางคนเดินทางไปถึงศาลาว่าการรัฐนิวยอร์กเพื่อแสดงสัญลักษณ์โดยการโบกธงทรัมป์ โดยคิดว่าจะได้ประท้วงร่วมกับผู้สนับสนุนคนอื่นๆ อีกหลายพันคนแต่ก็ไม่มีวี่แวว และยังมีผู้สนับสนุนทรัมป์อีกบางส่วนบริเวณอาคารรัฐสภาของรัฐยูทาห์และแอริโซนา แต่ก็เป็นจำนวนน้อยตรงข้ามกับเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคมอย่างสิ้นเชิง

ขณะที่รอน วัตคินส์ แอดมินประจำกลุ่มแชทกล่าวว่า “เราได้ให้ทุกอย่างไปแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาเชิดและกลับไปใช้ชีวิตของพวกเราให้ดีที่สุด ตอนนี้เรามีประธานาธิบดีคนใหม่แล้วไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อเข้าสู่รัฐบาลชุดใหม่ โปรดเก็บมิตรภาพและความทรงจำที่มีความสุขของพวกเราไว้”

“Been played like fools””It’s over” pic.twitter.com/kwoRutrIOd— Kevin Roose (@kevinroose) January 20, 2021

Photo by Saul LOEB / AFP

พิธีสาบานตนย้ำสังคมอเมริกันแตกแยกเกินเยียวยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643268

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 11:15 น.พิธีสาบานตนย้ำสังคมอเมริกันแตกแยกเกินเยียวยาชาวอเมริกันยังคงไม่ยอมกัน แม้ทรัมป์จะยอมถอยออกจากทำเนียบขาวแล้วก็ตาม

พิธีสาบานตนของไบเดนเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมานี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าสังคมอเมริกันกำลังแตกแยกและมีการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด จากกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีคนใหม่อย่างโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต และกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พรรครีพับลิกัน

แม้ว่าพิธีสาบานตนวานนี้จะเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อยโดยไม่ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันทุกคนจะเห็นด้วยกับการที่ไบเดนได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่แต่อย่างใด

ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอาจเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ภาพสดพิธีสาบานตนบนเฟซบุ๊กของสำนักข่าว Fox News ซึ่งมีจำนวนการกดถูกใจ 6,600 ครั้ง ขณะที่มีการกดสัญลักษณ์โกรธแสดงความไม่พอใจถึง 13,000 ครั้ง หรือเกือบเท่าตัวของผู้ที่กดถูกใจเลยทีเดียว

รวมถึงมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านไบเดน อาทิ “ดูเหมือนเป็นงานศพมากกว่าพิธีสาบานตน งานศพของรัฐธรรมนูญอเมริกัน และจุดจบของประชาธิปไตย และจุดเริ่มต้นของเผด็จการ” “ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นี่ไม่ใช่ประธานาธิบดีของฉัน เป็นแค่คดีอาญาที่ผิดกฎหมาย” “ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็รักทรัมป์ เขาคือประธานาธิบดีที่ดีที่สุดตลอดกาล” และ “ช่างเป็นวันที่น่าเศร้าอย่างไม่น่าเชื่อบนโลกใบนี้ คำพูดที่พูดออกจากปากอาชญากรช่างน่าอับอาย” เป็นต้น

ชาวอเมริกันยังคงถกเถียงกันในประเด็นเห็นต่างทางการเมืองขณะที่ฝ่ายหนึ่งมองว่าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่หัวรุนแรงและโกหก อีกฝ่ายก็มองว่าไบเดนเชื่อถือไม่ได้และยังทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงแม้ว่าทรัมป์จะยอมถอยออกจากทำเนียบขาวแล้วก็ตาม

รวมถึงก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม ยังเกิดเหตุจลาจลโดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์รวมตัวกันเดินขบวนและบุกรุกอาคารรัฐสภาเพื่อพยายามระงับการนับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งซึ่งลงมติให้ไบเดนเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

กลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมอาวุธครบมือก่อให้เกิดจลาจลรุนแรงชนิดที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 รายรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศว่าประเทศที่เป็นต้นแบบของประชาธิปไตยไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว

ไบเดนลุยล้างบางคำสั่งทรัมป์ทันทีหลังครองตำแหน่งผู้นำคนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643258

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 09:30 น.ไบเดนลุยล้างบางคำสั่งทรัมป์ทันทีหลังครองตำแหน่งผู้นำคนใหม่เผยแผนการทำงานของไบเดนและฝ่ายบริหารชุดใหม่ ลุยทำงานอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

หลังจากเข้าพิธีสาบานตนดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไบเดนก็ได้เริ่มทำงานหลังจากนั้นไม่นาน โดยลงนามในคำสั่งพิเศษถึง 15 ฉบับรวมถึงมาตรการรับมือกับโควิด-19 และสภาพภูมิอากาศ โดยไบเดนกล่าวว่าวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตสภาพภูมิอากาศเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับฝ่ายบริหารของเขา

โดยคำสั่งฉบับแรกของไบเดนเรียกร้องให้ชาวอเมริกันทุกคนสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และอีกหนึ่งฉบับที่สำคัญคือให้สหรัฐกลับเข้าร่วมข้อตกลงสภาพภูมิอากาศของปารีสอีกครั้ง

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศเผยว่าคำสั่งที่ไบเดนได้ลงนามไปทั้งหมดนั้น ดำเนินการไปด้วยความเร็วชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากประธานาธิบดีคนอื่นๆ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่ง 8 ฉบับหลังเข้ารับตำแหน่งได้ 2 สัปดาห์ และบารัค โอบามา ลงนามได้ 9 ฉบับ

นอกจากนี้ไบเดนยังได้เผยถึงจดหมายที่ทรัมป์ทิ้งไว้ให้ในฐานะอดีตประธานาธิบดีคนก่อนหน้าโดยไม่ได้มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดของเนื้อหาในจดหมายแต่อย่างใด บอกแต่เพียงว่า “จดหมายฉบับนี้แสดงถึงความใจกว้างและมีน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง”

เจ็น ปคากิ เลขานุการสื่อมวลชนประจำทำเนียบขาวคนใหม่ก็ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของฝ่ายบริหารชุดใหม่ ซึ่งเน้นย้ำถึง “การสร้างความไว้วางใจใหม่ให้กับชาวอเมริกัน”

พร้อมกล่าวว่าเธอและฝ่ายบริหารทุกคนจะร่วมกันทำงานกับไบเดนเพื่อนำ “ความโปร่งใสและความจริงกลับมาสู่รัฐบาล”

เธอยังเผยว่า “ไบเดนดูมีความสุขและกระตือรือร้นที่จะทำงาน อีกทั้งเขายังรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเมื่อเข้าไปในทำเนียบขาว” เนื่องจากไบเดนเคยใช้เวลาถึง 8 ปีในนั้นในฐานะรองประธานาธิบดีของบารัค โอบามา

นอกจากนี้ยังได้เผยถึงแนวทางการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศโดยกล่าวว่าไบเดนจะเริ่มติดต่อผู้นำต่างประเทศตั้งแต่วันศุกร์ โดยเริ่มจาก จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา

โดยการติดต่อจะลำดับความสำคัญประเทศที่เป็นคู้ค่าและพันธมิตรก่อนซึ่งไบเดนกล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสร้างความสัมพันธ์เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ และรับมือกับความท้าทายและภัยคุกคามจากทั่วโลกที่กำลังเผชิญอยู่

อย่างไรก็ตามปคากิเผยว่าขณะนี้ไบเดนยังไม่มีแผนที่จะพูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

ภาพวินาที ‘ไบเดน’ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐอย่างเป็นทางการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643248

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 07:00 น.ภาพวินาที 'ไบเดน' ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐอย่างเป็นทางการชมภาพบรรยากาศพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของไบเดน

เมื่อวันที่ 20 มกราคม โจ ไบเดน เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยกมลา แฮร์ริส เข้ารับตำแหน่งรองประธานาธิบดี ณ อาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีการจัดพิธีแบบเล็กๆ เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาและความกังวลด้านความปลอดภัยหลังเกิดเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา

พิธีสาบานตนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ไบเดนยังได้กล่าวสุนทรพจน์สั้นๆ เป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำสหรัฐหลังจากเข้าพิธีสาบานตน โดยเน้นย้ำถึงความสามัคคีของชาวอเมริกัน

Photo by Brendan SMIALOWSKI / AFP

สุนทรพจน์ครั้งแรกไบเดนย้ำอเมริกันต้องสามัคคี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643246

วันที่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 00:44 น.สุนทรพจน์ครั้งแรกไบเดนย้ำอเมริกันต้องสามัคคีโจ ไบเดน กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ย้ำอเมริกันต้องสามัคคีกัน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำสหรัฐหลังจากเข้าพิธีสาบานตนโดยเริ่มต้นด้วย “วันนี้คือวันของอเมริกา วันนี้คือวันของประชาธิปไตย”

ตามด้วยการเอ่ยถึงการบุกยึดอาคารรัฐสภาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่าเป็นการทำลายประชาธิปไตยของสหรัฐ ทั้งยังเรียกร้องให้คนทั้งชาติเผชิญหน้ากับแนวคิดคนผิวขาวเป็นใหญ่ (white supremacy)

ไบเดนยังขอให้คนในชาติเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันหลังเกิดความแตกแยกในช่วง 4 ปีที่อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่ง โดยย้ำว่าความสามัคคีคือเส้นทางเดินไปข้างหน้าสำหรับประเทศ

ไบเดนเอ่ยถึง คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีว่าเป็นตัวชี้วัดว่าการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกของประเทศสามารถบรรลุผลได้มากนเพียงใด “อย่าพูดว่าไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลง”

นอกจากนี้ ยังประณามบุคคลที่บุกอาคารรัฐสภาที่พยายามคว่ำเจตจำนงของคนส่วนใหญ่ด้วยการขัดขวางการรับรองชัยชนะของไบเดนของสภาคองเกรสว่า “มันไม่ได้เกิดขึ้น มันจะไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะวันนี้ พรุ่งนี้ หรือวันไหนๆ”

ประธานาธิบดีคนใหม่ยังให้คำมั่นว่าจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน รวมทั้งคนที่ไม่ได้สนับสนุนเขาด้วย พร้อมทั้งเรียกร้องให้คนในชาติเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่วันนี้

ไบเดนกล่าวดยังใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปถึงพันธมิตรของสหรัฐ หลังจากสหรัฐต้องอยู่ภายใต้นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ว่า “เราจะฟื้นฟูพันธมิตรของเรา และจะกลับไปมีส่วนร่วมกับโลกอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อเผชิญกับความท้าทายของวันวาน แต่เพื่อความท้าทายของวันนี้และพรุ่งนี้”

ส่วนในเรื่องความท้าทายที่รออยู่ขณะที่สหรัฐต้องต่อสู้กับ Covid-19 ไบเดนเผยว่า “พี่น้อง นี่คือช่วงเวลาแห่งการทดสอบ เราจะถูกตัดสิน ทั้งคุณและผม ว่าเราแก้วิกฤตในยุคของเราอย่างไร เราจะลุกขึ้นคว้าโอกาสหรือไม่ เราจัดการช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้หรือไม่”

สุนทรพจน์ของไบเดนครั้งนี้กินเวลาราว 21 นาที ซึ่งถือว่าไม่ยาวนานมาก ใกล้เคียงกับสุนทรพจน์ของทรัมป์เมื่อปี 2016 ที่ใช้เวลาราว 16 นาที

ไบเดน-แฮร์ริสสาบานตนอย่างเป็นทางการแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/643245

วันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 23:51 น.ไบเดน-แฮร์ริสสาบานตนอย่างเป็นทางการแล้วพิธีสาบานตนของไบเดนและแฮร์ริสเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุไม่คาดฝันอย่างที่กังวล

ไบเดนสาบานตัวอย่างเป็นทางการ ย้ำ โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 และรองประธานาธิบดีของสหรัฐอย่างเป็นทางการที่อาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. เมื่อเวลา 11.47 น.ของวันพุธที่ 20 ม.ค. หรือ 23.47 น.ของวันเดียวกันตามเวลาในประเทศไทย โดยแฮร์ริสเริ่มสาบานตนก่อน ท่ามกลางงานพิธีที่ต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา ทั้งจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 และการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดหลังกลุ่มผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ บุกอาคารรัฐสภาเมื่อต้นเดือน 

ข้อความของคำสัตย์ปฏิญาณเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญคือ “ข้าพเจ้าขอให้คำสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะบริหารงานในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐด้วยความซื่อสัตย์ และจะพิทักษ์ รักษา และปกป้องรัฐธรรมนูญของสหรัฐอย่างสุดความสามารถ”

พิธีสาบานตนครั้งนี้มีอดีตประธานาธิบดีและอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเข้าร่วม 3 คู่ ได้แก่ บิล-ฮิลลารี คลินตัน, จอร์จ ดับเบิลยู-ลอรา บุช และบารัก-มิเชลล์ โอบามา

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ซึ่งนับเป็นประธานาธิบดีคนแรกในรอบ 152 ปีนับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดี แอนดรูว์ จอห์นสัน ที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่ และเป็นประธานาธิบดีคนที่ 4 ที่ไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของผู้นำคนใหม่ต่อจาก จอห์น อดัมส์, จอห์น ควินซี อดัมส์ และแอนดรูว์ จอห์นสัน โดยทั้งสามคนนี้อยู่ในตำแหน่งสมัยเดียวเช่นกัน