“บิ๊กตู่” ประชุมอาเซียนในสหรัฐฯ คนไทยแห่เชียร์-เป็นลม 5 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578477

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 01:55

 

(ภาพ: REUTERS)

ชาวไทยในสหรัฐอเมริกานับร้อยคนรวมตัวในย่านไทยทาวน์ เพื่อแสดงความสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ที่เดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อวันจันทร์…

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำนครลอสแอนเจลิส รายงานว่า ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา กลุ่ม “รวมพลคนรักชาติ” ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย จำนวน 150 คน ได้รวมตัวกันที่ย่านไทยทาวน์ ถนนฮอลลีวูด นครลอสแอนเจลิส เวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยเวลา 20.00 น. ขึ้นรถบัส 60 ที่นั่ง และรถเล็กขับตามกันไปอีกหลายคัน เดิมจะจัดรถบัส 3 คัน แต่เนื่องจากจำนวนคนที่มาน้อยกว่าที่ลงทะเบียนไว้ 250 คน

ขบวนรถผู้สนับนนุน พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ ไปถึงจุดที่เจ้าหน้าที่เมืองแรนโซ่ มิราจ รัฐแคลิฟอร์เนีย สถานที่จัดประชุม ASEAN SUMMIT กำหนดไว้ โดยช่วยกันถือป้ายเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาทิ สุดยอดคนดี…ของแผ่นดินไทย, ขอสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ คนดีของสยามประเทศ, THAILAND STRONGER TOGETHER และ We Support พล.อ.ประยุทธ์

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มาให้กำลังใจกลุ่มผู้ไปสนับสนุน พร้อมนำเครื่องดื่มมามอบให้ด้วย เนื่องจากอากาศร้อนมาก สูงถึง 33 องศาเซลเซียส มีผู้สนับสนุนเป็นลมถึง 5 คน

ด้านกลุ่ม “เรด ยูเอสเอ” ฝ่ายต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ นำโดย นายเชาว์ ซื่อแท้ ใช้รถเล็ก 15 ที่นั่ง เป็นพาหนะออกจากนครลอสแอนเจลิส ไปรวมตัวกันตามจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนดให้ ประมาณ 120 คน โดยมีสมาชิกจากนิวยอร์ก, นครชิคาโก และนครซานฟรานซิสโก ไปร่วมสมทบด้วย นอกจากนี้มี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป์, พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญ ฉายา เอนก ซานฟราน, และ ดา ตอร์ปิโด ผู้ชุมนุมได้ถือป้ายต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาทิ ประเทศเป็นของประชาชน โดยการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์กระทบกระท่ังกับกลุ่มผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ในบริเวณใกล้กันแต่อย่างใด

อัยการเยอรมันชี้ เจ้าหน้าที่คุมสัญญาณผิด ทำรถไฟชนประสานงาดับ 11 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578415

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.พ. 2559 00:20

 

(ภาพ: AP)

อัยการของเยอรมนีเผยผลการตรวจสืบสวนเหตุรถไฟโดยสารชนประสานงาจนมีผู้เสียชีวิต 11 รายเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยพบว่าเป็นความผิดพลาดของมนุษย์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการของประเทศเยอรมนีเชื่อว่า เหตุรถไฟโดยสาร 2 ขบวน ประสบเหตุชนกันใกล้เมืองบัด ไอบลิง ในแคว้นบาวาเรีย เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 ก.พ. จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมากนั้น มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดของมนุษย์

นาย โวล์ฟกัง กีเซอ อัยการเยอรมนีผู้นำทีมสืบสวนข้อเท็จของเหตุรถไฟชนกันในบาวาเรีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณรถไฟ เพศชายวัย 39 ปี ได้เปิดทางให้รถไฟทั้งสองขบวนมาวิ่งบนรางเดียวกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะพยายามเตือนคนขับรถไฟทั้ง 2 ขบวน ซึ่งชายคนนี้ได้ยอมรับว่าก่อความผิดพลาดนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

“หากเขาทำตามกฎ ก็จะไม่มีการชนกันเกิดขึ้น” นายกีเซอกล่าว และเสริมว่า “ไม่พบหลักฐานว่าเกิดปัญหาทางเทคนิค การสืบสวนของเราแสดงให้เห็นว่า นี่เป็นความผิดพลาดของมนุษย์ซึ่งทำให้เกิดหายนะตามมา” นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหากระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแก่เจ้าหน้าที่นายนี้แล้ว ซึ่งหากมีความผิดจริงเขาอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี.

รถไฟโดยสาร 2 ขบวนชนประสานงากันในแคว้นบาวาเรียเมื่อสัปดาห์ก่อน (ภาพ: AP)

เพิ่งได้สิทธินี้! คู่รักชาวฮินดูในปากีฯจดทะเบียนสมรสกันได้ ครั้งแรก ที่ จ.สินธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578332

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 17:58

 

บางเรื่องที่ชาวโลกอาจเพิ่งรู้…จังหวัดสินธ์ (Sindh) กลายเป็นจังหวัดแรกในปากีสถาน ที่อนุญาตให้คู่รักชาวฮินดูสามารถจดทะเบียนสมรสครองคู่อยู่กินฉันสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังสมาชิกสภาเพิ่ง ‘ไฟเขียว’ ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้

เมื่อ 16 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คู่รักหนุ่มสาวชาวปากีสถาน ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู ต้องเฮ เมื่อจังหวัดสินธ์ กลายเป็นจังหวัดแรกในปากีสถาน ประเทศซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีสิทธิที่จะจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายกันได้แล้ว หลังจากสมาชิกสภาจังหวัดสินธ์ ได้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา

ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ ชาวฮินดูในจังหวัดสินธ์ ซึ่งมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ อีกทั้งยังมีผลย้อนหลังให้ชาวฮินดูในจังหวัดสินธ์ ซึ่งใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว สามารถจดทะเบียนสมรสได้อีกด้วย

นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในปากีสถาน ชี้ว่า หากไม่มีการออกกฎหมายให้ชายหญิงฮินดูในจังหวัดสินธ์ ซึ่งมีชาวฮินดูอาศัยอยู่ประมาณ 3 ล้านคน รวมทั้งจังหวัดต่างๆในปากีสถานจดทะเบียนสมรสกันได้แล้ว จะทำให้สตรีชาวฮินดูโดนละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์อย่างไร้มนุษยธรรม ไม่ว่าจะต้องตกเป็นเป้าหมายของการถูกบังคับในการแปลงหนี้, การถูกลักพาตัวและการถูกข่มขืน อีกทั้งยังคาดหวังว่า สมาชิกในรัฐสภาของปากีสถานจะมีการพิจารณาออกกฎหมายเช่นเดียวกันนี้ทั่วทั้งประเทศ.

ภาพสุดช็อก! เด็กไนจีเรียผอมโซ โดนพ่อแม่ทิ้ง เชื่อเป็น ‘พ่อมด’ มาเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578237

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 14:35

 

(ภาพจากเฟซบุ๊ก Christina Allen Shelby)

เด็กอีกคนบนโลกของเรา…หญิงชาวเดนมาร์ก เผยแพร่ภาพเรื่องราวชะตากรรมของเด็กชายในประเทศไนจีเรีย วัยเพียง 2 ขวบ อยู่ในสภาพเกือบใกล้ตาย ร่างกายผอมโซ ไม่มีเสื้อผ้าใส่ เพราะพ่อแม่ไม่ยอมเลี้ยงดู เชื่อว่า เป็นพ่อมด

เมื่อ 16 ก.พ.59 สื่อต่างประเทศเผยแพร่ข่าวและภาพสุดน่าสงสาร แสดงให้เห็นชะตากรรมของเด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ร่างกายผ่ายผอมมาก จนใกล้จะเสียชีวิต แถมยังไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ ในประเทศไนจีเรีย เนื่องจากพ่อแม่ของเด็กน้อยไม่ยอมเลี้ยงดูและให้อาหารแก่ลูกของตนเอง เพราะเชื่อว่าเด็กชายคนนี้ เป็น ‘พ่อมด’

เว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ รายงานว่า นางสาวอันจา ริงเกร็น โลเวน หญิงชาวเดนมาร์ก ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรการกุศลช่วยเหลือเด็กยากไร้ในแอฟริกา ได้พบเจอเด็กชายคนนี้ในสภาพผอมโซ เนื้อตัวโดนแมลงกัดจนพรุน และใกล้จะเสียชีวิตเนื่องจากขาดอาหารและน้ำอย่างรุนแรง โดยเมื่อเธอเห็นเช่นนั้น จึงได้รีบช่วยเหลือ และหาผ้าเช็ดตัวห่มคลุมร่างของเด็กชาย พร้อมกับรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

น.ส.โลเวน ซึ่งตั้งมูลนิธิช่วยเหลือด้านการศึกษาและพัฒนาเด็กแอฟริกัน ตั้งชื่อให้เด็กชายว่า Hope (โฮป) หรือแปลเป็นไทยคือ ‘ความหวัง’ พร้อมกับกล่าวด้วยความเสียใจว่า มีเด็กๆ ในแอฟริกาหลายพันคนต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นพ่อมด แม่มด โดยพ่อแม่ คนในครอบครัว หรือชาวบ้านใกล้เคียง  จนทำให้เด็กๆ ต้องถูกทอดทิ้ง โดนทรมาน และทำให้บางคนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสงสาร ด้วยเหตุนี้ ทางมูลนิธิจึงวิงวอนเรียกร้องให้ชาวโลกส่งความช่วยเหลือมาให้เด็กชายโฮปด้วย.

ฟิลิปปินส์เร่งประมูลขายเครื่องเพชร ‘อีเมลดา’ หวั่นลูกชายหวนครองอำนาจ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578181

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 11:22

 

รบ.ฟิลิปปินส์เดินเครื่อง รีบนำเครื่องเพชรมูลค่ากว่า 700 ล้านของ อีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่ยึดมาได้ ออกมาประมูลขาย หวั่นลูกชายตระกูลมาร์กอสหวนกลับมาครองอำนาจ เพราะประกาศจะลงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.ปีนี้

เมื่อ 16 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ทางการฟิลิปปปินส์รีบเดินหน้านำเครื่องเพชรของ นางอีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของฟิลิปปินส์ ผู้เป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ออกมาประมูลเพื่อนำรายได้เข้ารัฐ โดยรัฐบาลได้ยึดเครื่องเพชรล้ำค่าเหล่านี้ของนางมาร์กอส หลังจากอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ซึ่งกุมอำนาจปกครองฟิลิปปินส์ยาวนานเกือบ 20 ปี ถูกประชาชนลุกฮือประท้วงขับไล่จนหนีออกนอกประเทศ เมื่อปี 2529

สำหรับมูลค่าเครื่องเพชรของ นางมาร์กอส คาดว่ามีมูลค่ามากกว่า 21 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 756 ล้านบาท โดยเมื่อปลายปี 2558 รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเบนิกโญ อาคีโน ได้นำเครื่องเพชรเหล่านี้ออกมาแสดงต่อสื่อมวลชน และให้บริษัทจัดประมูลชื่อดังระดับโลก ‘คริสตี้’ มาประเมินมูลค่าของเครื่องเพชร

เครื่องเพชรแต่ละชิ้น ‘อลังการ’ ทั้งนั้น

ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการฟิลิปปินส์กำลังเร่งนำเครื่องเพชรของ นางมาร์กอส ซึ่งได้รับการกล่าวขานในความฟุ้งเฟ้อ สะสมเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวมากมายในระหว่างที่สามี อดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส เรืองอำนาจนั้น เป็นเพราะนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือมีชื่อเรียกขานว่า ‘บองบอง’ ผู้เป็นบุตรชายของมาร์กอส ประกาศจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้ง เมื่อเดือน พ.ค. 2559

เร่งนำเครื่องเพชรของนางอีเมลดา มาร์กอส ออกมาประมูลขายแล้ว

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าทรัพย์สมบัติมากมายที่ตระกูลมาร์กอสครอบครองในระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีมาร์กอสปกครองฟิลิปปินส์ มีมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเพชร เงินสด และทรัพย์สินต่างๆ มากมาย

ภารกิจแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578048

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2559 08:01

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ปฏิบัติภารกิจแรกประชุมกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้แทนสมาคมวิชาชีพไทย ในสหรัฐฯและแคนาดา ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ.

เจาะคำทำนาย 100 ปี ไอน์สไตน์ คลื่นความโน้มถ่วงคือ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577868

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 05:35

 

การประกาศค้นพบที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์โลก แต่ทำให้คนธรรมดาเดินดินอย่างเราๆ ท่านๆ เกิดความพิศวง งงงวย พร้อมเกิดการตั้งคำถามในใจพร้อมๆ กันว่า “มันคืออะไร?” และที่สำคัญ “ค้นพบแล้ว เราได้อะไร?”

เกริ่นมาถึงบรรทัดนี้ แฟนๆ ไทยรัฐ คงพอจะเดาทางได้แล้วว่า นายฮกหลง แห่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ กำลังจะพาทุกท่าน ไปรู้จักกับ วรรคทองแห่งปี ของ วงการวิทยาศาสตร์ในปีนี้ นั่นก็คือ สิ่งที่เรียกกันว่า

“Gravitational waves” หรือ “คลื่นความโน้มถ่วง”

นักวิทยาศาสตร์แถลงการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง มีอยู่จริง ตามที่ไอน์สไตน์เคยทำนายไว้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว

และแน่นอนจะมีใครสามารถย่อยสลายเรื่องยากๆ แบบนี้ ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ สามารถเข้าใจได้เพียงแค่อ่านจบหนึ่งบทความได้เท่ากับ คอลัมนิสต์ขาประจำเรื่องวงการวิทยาศาสตร์ อย่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของประเทศไทย ได้อีกเล่า

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของประเทศไทย

นับจากบรรทัดนี้ไป นายฮกหลง ขอเชิญแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ กลับสู่ห้องเรียนวิทยาศาตร์นั่งล้อมวงฟัง ผู้เป็นเอกด้านวิทยาศาสตร์คนหนึ่งของสยามประเทศ ได้เลกเชอร์เรื่องนี้ให้ฟังกันแบบง่ายๆ

เอาล่ะ… เมื่อพร้อมกันแล้ว ก็เข้าห้องทดลองเพื่อรับฟังอาจารย์กันเถอะ….

“เป็นการค้นพบที่สำคัญสำหรับวงการวิทยาศาสตร์มาก บอกตรงๆ เลยนะ หลังการประกาศเรื่องนี้ ผมเอง ยังอยากกลับไปทำงานวิจัย อีกครั้งหนึ่งเลย!” นี่คือประโยคแรก ของ อ.ชัยวัฒน์ ที่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างแจ่มชัด ก่อนที่จะเริ่มต้นการเลกเชอร์ให้ นายฮกหลง ฟัง!

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย

เมื่อได้ฟังน้ำเสียงที่ดูกระชุ่มกระชวย ระคนตื่นเต้นสุดประมาณ ไม่ต่างจากวัยรุ่นที่คุโชนไปด้วยไฟแห่งพลังของการทำงานแบบนี้ นายฮกหลง จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่า ไอ้เจ้าสิ่งที่เรียกกันว่า “คลื่นความโน้มถ่วง” นี้ ต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ อย่างแน่นอน

เอาล่ะ งั้นเราเริ่มกันด้วยคำถามแรกที่ใครๆ ก็อยากรู้กันก่อนเลยดีกว่า

ขอคำนิยามให้ชาวบ้านเข้าใจแบบง่ายๆ คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร?

เอาง่ายๆ เลยนะ! ผู้คร่ำหวอดวงการวิทยาศาสตร์ไทย เริ่มต้นการเลกเชอร์ที่ทุกคนรอคอยแล้ว!

คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร ? มีตัวอย่างง่ายๆ ที่ทุกคนน่าจะเห็นภาพได้ชัดๆ ก็คือ เวลาที่เราโยนก้อนหินลงไปในน้ำ เราจะเห็นแรงกระเพื่อมเป็นคลื่นวิ่งเป็นวงกลมออกไปจากก้อนหินที่หล่นลงไปในน้ำ ไอ้ตัวคลื่นน้ำนั้น จริงๆแล้ว น้ำไม่ได้เคลื่อนตามไปหมดหรอก แต่เป็นสภาพที่ยอดน้ำหรือผิวน้ำถูกรบกวน โดยคลื่นแรงที่ก้อนหินถูกโยนลงไปในน้ำ แต่ในทางฟิสิกส์ จริงๆ แล้ว คลื่นความโน้มถ่วงเกิดขึ้นได้กับสสารหรือทุกสิ่งที่มีมวล

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

โดยเรื่องนี้ต้องท้าวความถึง ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ภาคทั่วไป ของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ที่ถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1915 หรือกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า คลื่นความโน้มถ่วง จะมีผลต่อสภาพแวดล้อม คือ ทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวของวัตถุนั้น มีสภาพของผิวอวกาศและเวลา รวมเรียกอวกาศ-เวลา (space-time) บิดงอเป็นผิวโค้ง ส่วนจะโค้งมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับสภาพรูปร่างของวัตถุ

เว้นแต่…จะเกิดแรงเฉพาะ เมื่อมีวัตถุที่มีมวลขนาดใหญ่ และเคลื่อนที่อย่างไม่ธรรมดา รวมถึงมีความเร่งในระดับสูง เช่น Black Hole หรือ หลุมดำ ซึ่งหากเกิดปรากฏการณ์แบบนั้น ก็จะทำให้เกิดคลื่นความโน้มถ่วงที่แรงและไปไกล จนอาจจะสามารถตรวจจับได้จากโลกของเรา!

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่มันตรวจจับได้ยากยิ่งนี่เอง จึงทำให้ คำทำนาย ตามทฤษฎีดังกล่าว จึงยังรอการพิสูจน์ตรวจสอบเรื่อยมา……

คลื่นความโน้มถ่วงที่ส่งออกมาจากการรวมตัวอย่างรุนแรงของหลุมดำนี้ ได้เดินทางไปทั่วจักรวาล และเมื่อผ่านสิ่งใด (เช่น โลก) ก็จะทำให้อวกาศบริเวณนั้น มีการยืดและหดตัวตามแรงโน้มถ่วงที่เกิดขึ้น

ปริศนา 100 ปี ไอน์สไตน์ ไขได้เพราะ…?

อ.ชัยวัฒน์ เล่าให้ฟังอย่างออกรสออกชาติต่อไปว่า หลักฐานสุดท้ายที่สำคัญมากของ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ที่รอคอยการพิสูจน์​มาเป็นเวลากว่า 100 ปี ก็สิ้นสุดลง เอาในวันที่ 11 ก.พ. ค.ศ.2016 เมื่อ นักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงด้วยเลเซอร์อินเตอร์เฟอรอมีเตอร์ หรือ LIGO (ไลโก) (Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory) ได้แถลงการค้นพบ “คลื่นความโน้มถ่วง” (Gravitational waves) ว่ามันมีอยู่จริง ตามที่ ไอน์สไตน์ ได้ทำนายไว้!

โดยรายงาน ของ LIGO ระบุว่า คลื่นความโน้มถ่วงที่ถูกค้นพบนี้ เกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำ 2 หลุมดำ ที่วิ่งวนเข้าหากัน และรวมตัวกันเป็นหลุมดำอันเดียว ซึ่งจากการคำนวณ พบว่าหลุมดำหนึ่ง มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา 29 เท่า ส่วนอีกหลุมดำหนึ่งมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา 36 เท่า แต่เมื่อรวมเป็นหลุมดำใหญ่เดียวกันพบว่า มีมวล 62 เท่าของดวงอาทิตย์ เท่ากับหายไป 3 เท่าของดวงอาทิตย์ โดยมวลที่หายไปนี่เอง ได้รับคำอธิบายว่า แปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานที่ทำให้เกิดคลื่นความโน้มถ่วงที่แรงมาก จนถูกจับได้จากโลก

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อยู่ห่างไกลจากโลกของเราถึง 1,300 ล้านปีแสง ซึ่งถือว่าไกลมาก พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งผ่านมานานถึง 1,300 ล้านปีมาแล้ว แต่พึ่งเดินทางมาถึงโลกเรา

นักวิทยาศาสตร์จากหอสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วง ด้วยเลเซอร์อินเตอร์เฟอรอมีเตอร์ หรือ LIGO แถลงการค้นพบ “คลื่นความโน้มถ่วง” ว่ามีอยู่จริง

ประโยชน์ที่เราจะได้จาก คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร?

จอมนักวิทยาศาสตร์ไทย กล่าวด้วยความมาดมั่นว่า วงการวิทยาศาสตร์​ จะได้เครื่องมือใหม่ในการศึกษาจักรวาล รวมถึงการศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ก็คงเหมือนตอนที่มนุษย์ค้นพบคลื่นวิทยุได้เป็นครั้งแรก โดยในอดีตก่อนค้นพบคลื่นวิทยุนั้น เราศึกษาธรรมชาติ โดยอาศัยแสงเป็นหลัก การศึกษาดวงดาวหรือจักรวาล ก็ศึกษาโดยใช้กล้องโทรทรรศน์แบบแสงเป็นหลักเท่านั้น แต่เมื่อค้นพบคลื่นวิทยุ ซึ่งก็คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เราก็สามารถใช้คลื่นนี้ไปศึกษาจักรวาลได้ ในส่วนที่แสงปกติมองไม่เห็น สำรวจไม่ได้ จนทำให้เกิดกล้องโทรทรรศน์วิทยุ กล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ เหล่านี้ขึ้นมา จนทำให้เกิดการสรรหาความรู้ พัฒนาชนิดก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในอดีต ซึ่งการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงนี้ ก็คงทำให้วงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบันก้าวกระโดดไปได้คล้ายๆกัน

ทีม LIGO ได้ยืนยันการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง จากการชนกันของหลุมดำเล็ก 2 หลุม ที่อยู่ห่างจากโลกเราไป 1.3 พันล้านปีแสง

พยากรณ์ไว้ 100 ปี เหตุไฉน จึงเพิ่งพิสูจน์ได้

เพราะอะไรน่ะหรือ?… อ.ชัยวัฒน์ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนเลกเชอร์ให้นายฮกหลง ฟังต่อไปว่า… ก็เพราะมันตรวจจับได้ยากมากๆ น่ะสิ ลองคิดตามดูนะ ว่า ตรวจจับได้ยากแค่ไหน? การแถลงการค้นพบ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา บอกว่า สัญญาณที่เค้ามั่นใจว่า คือ คลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจจับได้ เป็นผลจากคลื่นความโน้มถ่วง ทำให้อวกาศ-เวลา ที่หอสังเกตการณ์ไลโก ยืด-หด จากปกติในระดับมากที่สุดเพียง 1.0 คูณ 10 ยกกำลัง -21 หรือ หนึ่งในหนึ่งพันล้านล้านล้านส่วนเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์แถลงการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง มีอยู่จริง

ตรวจจับได้น้อยขนาดนี้ แล้วมั่นใจได้อย่างไรว่าถูกต้อง?  

เอกวิทยาศาตร์แห่งสยามประเทศ กล่าวว่า… จริงๆ แล้ว สัญญาณนี้ถูกพบตั้งแต่ เมื่อ 14 ก.ย.ปีที่แล้ว และผ่านการตรวจสอบจนแน่ใจว่า มันไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุอื่นๆ เช่น แผ่นดินไหวหรือเหตุอื่นๆ ที่เป็นไปได้ทั้งหมด โดยที่การตรวจจับครั้งนี้ ถูกตรวจจับได้โดย หอสังเกตการณ์ไลโก สองแห่ง อยู่ที่ LIVING STON รัฐหลุยส์เซียน่า และที่ HANFORD รัฐวอชิงตัน ซึ่งอยู่ห่างกันถึง 4,000 กิโลเมตร! และสัญญาณตรวจจับได้ในเวลาต่างกัน เพียง 7 มิลลิวินาที ที่เป็นเวลาที่คลื่นความโน้มถ่วงเดินทางระหว่างหอสังเกตการณ์ไลโกสองแห่ง และทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณแหล่งกำเนิดของคลื่นความโน้มถ่วง ว่า เกิดจากสองหลุมดำที่อยู่ห่างจากโลก 1300 ล้านปีแสง

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง

หากยังงงๆ ดูหนัง Interstellar อีกสักรอบ อาจได้ความกระจ่าง!

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวปิดท้ายกับ นายฮกหลง ว่า สำหรับแฟนนักดูหนังวิทยาศาสตร์ ข่าวการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง ทำให้แฟนหนังวิทยาศาสตร์คึกคักขึ้นมาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนังเรื่อง Interstellar ที่สร้างและออกฉายก่อนการค้นพบ คลื่นความโน้มถ่วง เพราะในหนังมีนักฟิสิกส์ชื่อดังอย่าง นายคิป ทอร์น (Kip Thorne) หนึ่งในผู้ร่วมการแถลงการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง มารับบทเป็นที่ปรึกษาในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย โดยในเรื่องมีการอ้างอิงถึงการที่ พระเอกใช้คลื่นความโน้มถ่วง ส่งข่าวสารเป็นรหัสมอร์สย้อนเวลาถึงลูกสาว ให้ค้นพบวิธีช่วยมนุษยชาติส่วนหนึ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติใหญ่คุกคามมนุษย์โลกได้ด้วย.

นายฮกหลง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ระทึก! แผ่นดินไหว 6.2 ซ้ำนิวซีแลนด์ ไม่มีเตือนสึนามิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/578022

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2559 05:30

 

(ภาพ: USGS)

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ในทะเลใกล้เกาะอ๊อคแลนด์ ของประเทศนิวซีแลนด์เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร แต่ไม่มีการประกาศเตือนคลื่นยักษ์สึนามิหรือมีผู้บาดเจ็บ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 นอกชายฝั่งของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงเช้าวันอังคาร (16 ก.พ.) แต่ไม่มีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ และยังไม่มีการรายงานความเสียหาย หรือว่าพบผู้บาดเจ็บหรือไม่ เพียงไม่กี่วันหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ใกล้เมืองไครสต์เชิร์ชเมื่อวันอาทิตย์ จนทำให้หน้าผาริมชายหาดถล่มลงมา

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) เมื่อเวลา 08.28 น. วันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่นของนิวซีแลนด์ (ราว 02.28 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.2 ในทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะอ๊อคแลนด์ จุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 10 กม. ห่างจากเกาะอ๊อคแลนด์ประมาณ 219 กม.

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวลูกล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่ถึงสัปดาห์ก่อนที่นิวซีแลนด์จะจัดพิธีรำลึกครบรอบ 5 ปี เหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.3 ที่เมืองโครสต์เชิร์ช ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 185 ราย

โฉมบินรบใหม่ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577575

โดย ตุ๊ ปากเกร็ด 16 ก.พ. 2559 05:01

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงให้โลกเห็นอีกครั้ง ถึงขีดความสามารถของอุตสาหกรรมทหารที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร เปิดตัวเครื่องบินรบล่องหนที่ซุ่มพัฒนาอย่างเงียบๆ มานานกว่าสิบปี ชื่อรุ่นเบื้องต้นว่า มิตซูบิชิ เอ็กซ์–2 “ชิน ชิน” ที่แปลว่าวิญญาณแห่งจิตใจ

สำหรับสเปกคร่าวๆเป็นเครื่องบินขับไล่นักบิน 1 ที่นั่ง ขนาดยาว 14 เมตร กว้าง 9 เมตร กำลังขับไอพ่น 2 เครื่องยนต์แบบปรับทิศทางเพื่อความคล่องสู้รบระยะประชิดด็อกไฟต์ ความ เร็วสูงสุด 2.25 มัค บินได้ไกลสุด ประมาณ 2,900 กิโลเมตร ส่วนระยะการขึ้นสกัดกั้นข้าศึกที่เหมาะสมอยู่ที่ 761 กิโลเมตร

ออกแบบมาเพื่อการ “ป้องกัน” ภัยทางอากาศ และการสู้รบแบบติดพัน เห็นได้จากแกนปรับระดับปีกหางที่มีมุมองศาลึก ซึ่งจะทำให้เครื่องมีมุมเลี้ยวแคบวกเข้าไปอยู่ด้านหลังเครื่องข้าศึกได้ง่าย เช่นเดียวกับไอพ่นแบบปรับทิศทางสำหรับความคล่องตัว คล้ายกับเอฟ-22 เครื่องบินรบล้ำยุคของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

เช่นเดียวกับอาวุธบนเครื่อง ที่แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีการประเมินไว้เบื้องต้นว่า อาจเป็นจรวดระยะกลางตรวจจับด้วยระบบเรดาร์มิตซูบิชิ “เอเอเอ็ม–4 บี” ระยะยิง 120 กิโลเมตร หรืออาจเป็นจรวดตัวใหม่ที่ญี่ปุ่นและอังกฤษมีแผนการพัฒนาร่วม โดยนำ เอาระบบค้นหาของญี่ปุ่นมาใส่กับ จรวด “มีที-ออร์” ของยุโรป ซึ่งมีความเร็วเหนือกว่า 4 มัค ระยะยิงไกลนอกสายตาตั้งแต่ 100-300 กิโลเมตร

งานนี้เรียกได้ว่า ญี่ปุ่นมีพี่ใหญ่สหรัฐฯเป็นแรงบันดาลใจก็ว่าได้ เพราะมาจากการที่ช่วง ต้นปี 2543 ญี่ปุ่นหวังจะซื้อเอฟ-22 นำมาทดแทนฝูงเอฟ-15 ตัวเก่า แต่ปรากฏมีอันต้องเคว้ง เนื่องจากสภาคองเกรส ปิดประตูตายสั่งห้ามขาย เนื่องจากเอฟ-22 มีเทคโนโลยีที่ “เซนซิทีฟ” เกินกว่าที่จะส่งออกไปให้ใครชำแหละดูได้

จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมอุตสาหกรรม “ในประเทศ” มันเสียเลย ผลคือแม้จะใช้เวลาหน่อย แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือความภูมิใจ ดังชื่อของเจ้าเอ็กซ์ทูรุ่นนี้.

ตุ๊ ปากเกร็ด

ช้างก็มีหัวใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577577

โดย ละอ่อน มีอายุ 16 ก.พ. 2559 05:01

 

จู่! กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ขับรถมาชมธรรมชาติในเขตป่าสงวนของ เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา ภาคใต้ของจีน ก็ได้เห็นสัตว์ป่าตัวจริงเสียงจริงโดยไม่ต้องส่องกล้องให้เมื่อย เมื่อช้างป่าตัวเขื่องหลุดออก จากป่าสงวนมาอาละวาดทำลายข้าวของแบบ เรียลลิตี้โชว์กันจะจะต่อหน้าต่อตา

สาเหตุที่มันคลุ้มคลั่งไม่ใช่เพราะตกมัน ไม่ใช่เพราะที่หากินถูกบุกรุก แต่เป็นเรื่องหัวใจล้วนๆ

เจ้าหน้าที่อุทยานในสิบสองปันนา บอกว่า ช้างพลายตัวนี้เกิดเกรี้ยวกราด เพราะเพิ่ง ถูกช้างพลายอีกตัวแย่งเกี้ยว (จีบ) ช้างพังตัว อวบอั๋นตัดหน้าไปครอง…เลยอารมณ์ค้างหาที่ลง!

เหตุการณ์ช้างป่าอาละวาด กินเวลา 20 นาที ก่อนมันล่าถอยกลับเข้าป่า ทำให้รถรานักท่องเที่ยวเสียหายไป 15 คัน แต่แทนที่จะแตกตื่นวิ่งหนี ขณะเกิดเหตุ! บรรดาอาตี๋อาหมวยโดยเฉพาะเจ้าของรถคันที่ถูกช้างกระทืบ เอาแต่ใช้มือถือถ่ายภาพนิ่งหรือคลิปวีดิโอเพราะตื่นเต้นได้เห็นช้างป่า (ตัวเป็นๆ) จนลืมเสียดายรถ…

เรื่องรักๆใคร่ๆ ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ไม่ว่าคนหรือช้าง…เป็นต้องหาทางระบาย (อารมณ์)!

ละอ่อน มีอายุ