ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151007/214716.html
สธ.ตรวจหาสาหร่ายปลอมที่ตลาดไท ด้านผู้จัดการตลาดยันมีการตรวจสอบเป็นประจำและยังไม่พบสินค้าปลอม
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151007/214716.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151007/214695.html
ว่ากันว่า 100 อันดับ โรงเรียนที่มีคุณภาพในการจัดการศึกษาตามมาตรฐานปี 2558 หรือโรงเรียนที่ดีที่สุดในประเทศไทย ใช้เกณฑ์พิจารณาจาก : ผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ม.3 และ ม.6 โอเน็ต) ปีการศึกษา 2557, ผลการประเมินสถานศึกษาโดยสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รอบ 3, ผลการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งระบบรับตรง ระบบแอดมิชชั่นส์ และกสพท. ปีการศึกษา 2557, ผลการคัดเลือกผู้แทนประเทศไทยเข้าแข่งขันคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ 2014, ผลการคัดเลือกนักเรียนเข้ารับทุนรัฐบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศ คัดเลือกโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และทุนพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) รวมถึงผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 64 ปีการศึกษา 2557
100 อันดับโรงเรียนดีที่สุดแห่งปี 2558 มีดังนี้
เด็กไทยเก่ง 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงินเคมีโอลิมปิก ณ กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน
1.เตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร 2.มหิดลวิทยานุสรณ์ จังหวัดนครปฐม 3.สวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 4.สามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 5.โรงเรียนนายสิบทหารบก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 6. สตรีวิทยา กรุงเทพมหานคร 7.หาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา 8.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 9.สาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 10.แสงทองวิทยา จังหวัดสงขลา
11.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพมหานคร 12.จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง 13.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ 14.เซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร 15.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) กรุงเทพมหานคร 16.มงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกมัธยม จังหวัดเชียงใหม่ 17.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพมหานคร 18.ยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ 19.โยธินบูรณะ กรุงเทพมหานคร 20.นครสวรรค์
21.อุดรพิทยานุกูล จังหวัดอุดรธานี 22.มอ.วิทยานุสรณ์ จังหวัดสงขลา 23.มาแตร์เดอีวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 24.ธิดานุเคราะห์ จังหวัดสงขลา 25.ศึกษานารี กรุงเทพมหานคร 26.ขอนแก่นวิทยายน 27.พิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี 28.สาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29.สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย 30.หอวัง กรุงเทพมหานคร
31.บุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง 32.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร 33.เบ็ญจะมะมหาราช จังหวัดอุบลราชธานี 34.ดรุณสิกขาลัย กรุงเทพมหานคร 35.อัสสัมชัญ กรุงเทพมหานคร 36.เฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก 37.เทพศิรินทร์ กรุงเทพมหานคร 38.เบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช 39.มัธยมปัญญารัตน์ กรุงเทพมหานคร 40.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
41.เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ กรุงเทพมหานคร 42.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา 43.จิตรลดา กรุงเทพมหานคร 44.บูรณะรำลึก จังหวัดตรัง 45.นารีรัตน์ จังหวัดแพร่ 46.สุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา 47.เตรียมทหาร จังหวัดนครนายก 48.สาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดปัตตานี 49.สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี 50.แก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น
51.มัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก 52.ราชินี กรุงเทพมหานคร 53.ชลราษฎร์อำรุง จังหวัดชลบุรี 54.อำนวยศิลป์ กรุงเทพมหานคร 55.พรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี 56.ราชินีบน กรุงเทพมหานคร 57.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า กรุงเทพมหานคร 58.อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพมหานคร 59.ระยองวิทยาคม 60.เขมะสิริอนุสรณ์ กรุงเทพมหานคร
61.สตรีวิทยา 2 กรุงเทพมหานคร 62.พระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม 63.เบญจมราชูทิศ ราชบุรี 64.นาคประสิทธิ์ จังหวัดนครปฐม 65.สาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม 66.สุราษฎร์ธานี 67.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี 68.สงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี 69.อมาตยกุล กรุงเทพมหานคร 70.สระบุรีวิทยาคม
71.รุ่งอรุณ กรุงเทพมหานคร 72.สาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 73.ปราจิณราษฎร์อำรุง จังหวัดปราจีนบุรี 74.พิษณุโลกพิทยาคม 75.ราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา 76.สตรีศรีน่าน 77.เบญจมราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 78.สาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี 79.เซนต์ดอมินิก กรุงเทพมหานคร 80.มัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรุงเทพมหานคร
81.จุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล 82.ชลกันยานุกูล จังหวัดชลบุรี 83.วัฒนาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร 84.เบญจมราชาลัย กรุงเทพมหานคร 85.ภูเก็ตวิทยาลัย 86.มารีย์วิทยา จังหวัดนครราชสีมา 87.เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ กรุงเทพมหานคร 88.ศรียานุสรณ์ จังหวัดจันทบุรี 89.สตรีมหาพฤฒาราม กรุงเทพมหานคร 90.อัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพมหานคร
91.ร้อยเอ็ดวิทยาลัย 92.มัธยมวัดนายโรง กรุงเทพมหานคร 93.ราชวินิตบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ 94.สตรีพัทลุง 95.จักรคำคณาทร จังหวัดลำพูน 96.สารสาสน์เอกตรา กรุงเทพมหานคร 97.อัสสัมชัญสมุทรปราการ 98.ศรียาภัย จังหวัดชุมพร 99.สตรีอ่างทอง และ 100.สกลราชวิทยานุกูล จังหวัดสกลนคร
ที่มา http://www.dek-d.com ทั้ังนี้ “หน้าการศึกษาฯ นสพ.คมชัดลึก” ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดอันดับ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เพียงแค่นำข้อมูลจากเว็บไซต์ dek-d มาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151005/214631.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151005/214630.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151005/214593.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151005/214512.html
“ถ้าเด็กๆ มีพื้นฐานสังคมที่แข็งแรง การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนก็จะไร้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในครอบครัว การเรียน การทำงาน รวมไปถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม” เป็นคำพูดของ “จิตราภรณ์ ไคขุนทด” คุณครูสอนเด็กอนุบาลผู้ทุ่มเท และสร้างสรรค์แห่งโรงเรียนสนามบิน จ.ขอนแก่น
เด็กๆ อนุบาลของโรงเรียนแห่งนี้ เรียกคุณครูท่านนี้ว่า “ครูจิ๋ม” บนเส้นทางสายการสอนของเธอ เปรียบเสมือนการปลูกข้าว และพืชพันธุ์ผลไม้ ความเหน็ดเหนื่อยถือเป็นเรื่องที่ต้องเผชิญ เพราะเธอมองว่า หากคิดจะเพาะปลูกอะไรสักอย่างแล้ว ถ้าไม่เหนื่อยบ้างจะมีผลงานได้อย่างไร
นอกจากรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ครู และบุคลากรทางการศึกษาในการจัดการเรียนการสอนด้วยสื่อ-นวัตกรรมทางการศึกษาระดับปฐมวัย, รางวัลเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” และครูผู้สอนยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี ประจำปี 2557 (ระดับประเทศ) แล้ว
อีกหนึ่งรางวัลที่สร้างชื่อก็คือ รางวัลโกลด์ กิจกรรมนวัตกรรมครู สพป. โครงการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนและทักษะในศตวรรษที่ 2 ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศที่การันตีการเป็น “ครูนักคิด” ซึ่งเป็นครูตัวอย่างที่เล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมเด็กเล็กๆ อย่างเด็กอนุบาลสู่ประชาคมอาเซียน
“การแข่งขันนวัตกรรมครู ครูจิ๋มได้เป็นตัวแทนระดับเขต ระดับภาค และก้าวเข้าสู่ระดับประเทศ ซึ่งเป็นโครงการหนูน้อยอาเซียนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางสังคม มีการทำวิจัยเพื่อพัฒนาเด็กอนุบาลในด้านสังคม ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ เพราะโลกแห่งอนาคต เด็กๆ จะต้องเติบโต และอยู่ร่วมกันในประชาคมอาเซียน หากเด็กไม่ได้พัฒนาทักษะตรงนี้ ส่วนตัวมองว่าเด็กจะอยู่ยาก และจะกระทบส่วนอื่นๆ ตามไปด้วย เช่น การเรียน การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม” ครูจิ๋มเล่า
หัวข้องานวิจัย ครูจิ๋มแจกแจงให้ฟังเป็นข้อๆ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 ข้อด้วยกัน เริ่มจาก 1.การปฏิบัติตามข้อตกลง 2.การเข้าแถวตามลำดับก่อน-หลัง 3.การทำงานและการเล่นร่วมกัน 4.การอยู่ร่วมกัน และ 5.การเล่นร่วมกันอย่างมีความสุขและสนุกสนาน
“หลังจากได้รับรางวัลระดับประเทศ ครูจิ๋มก็นำมาใช้อย่างจริงจัง ด้วยการผลิตสื่อการสอนเป็นนิทาน 9 เล่ม 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน สอดแทรกคำทักทาย อาหาร ดอกไม้ ชุดประจำชาติ นอกจากนั้นยังมีชุดหนังสือสำหรับเด็กประกอบการเรียนภายใต้โครงการหนูน้อยอาเซียนที่จะใช้กิจกรรมเข้ามาบูรณาการอย่างหลากหลาย เช่น เกม เพลง หนังสือนิทาน การละเล่นประจำชาติ เป็นต้น ซึ่งเด็กร้อยละ 80 ขึ้นไปมีพัฒนาการด้านสังคมที่ดี แถมยังตื่นเต้น สนุกสนาน และมีความสุขในการเรียน” ครูจิ๋มเผยถึงผลที่ได้รับจากโครงการหนูน้อยอาเซียน
นอกจากนั้น “ครูจิ๋ม” ยังจัดกิจกรรม “อาเซียนนอกห้องเรียน” ตามโครงการดังกล่าว ด้วยการจัดนิทรรศการแสดงผลงานนักเรียนระดับปฐมวัย โดยภายในงานจะมีการตอบปัญหาอาเซียน รวมไปถึงฐานกิจกรรมต่างๆ เช่น ฐานดอกไม้ ฐานการละเล่น ฐานสนุกกับอาเซียน ฐานตลาดอาเซียน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการแสดงอาเซียนโดยให้ครูและเด็กๆ ช่วยกันทำ ฝึกความเป็นผู้นำ และการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ซึ่งทำกันมาเป็นประจำทุกปี
ปัจจุบันโรงเรียนสนามบิน เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล ซึ่งนักเรียนทุกคนต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย เป็นวัยที่ทางโรงเรียนให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจาก “ทักษะทางสังคมของเด็ก” เป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติร่วมกันในสังคม ทำให้มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งด้านส่วนตัวและส่วนรวม
โดยเฉพาะด้านส่วนรวม หากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในการอยู่ร่วมกันจะสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มีบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ก่อให้เกิดพลังสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะเด็กวัย 1-6 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่จิตใต้สำนึกจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ถ้าสิ่งต่างๆ ที่บันทึกไว้เป็นข้อมูลที่ดี เด็กมีความรู้สึกนึกคิดไปทางบวก และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในประชาคมอาเซียนที่มีคุณภาพ
“โรงเรียนให้ความสำคัญกับทุกระดับชั้นค่ะ เพียงแต่ระดับปฐมวัยเป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญมากหน่อย เพราะกลุ่มนี้เพิ่งเริ่มเข้าโรงเรียน การเตรียมความพร้อม และให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนในช่วงนี้ ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่จะจำง่าย เรียนรู้ไว เด็กจะค่อยๆ เรียนรู้ และรู้จักการอยู่ร่วมกันในสังคมที่แตกต่างกัน แต่ถึงต่างพวกเขาก็จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ เราอยากเห็นเด็กไทยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักในสังคมอาเซียนค่ะ” ครูจิ๋มทิ้งท้าย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151005/214536.html
ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหลายแห่ง เพื่อดำรงตำแหน่งแทนผู้เกษียณอายุ โดยจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป นั้น เป็นที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจว่า มีศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหลายคน หากรวมผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมาก่อนหน้านี้ ก็จะมีศิษย์เก่ารามคำแหงรวม 6 คน ที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงต่างๆ ในขณะนี้ ได้แก่
1.นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์
2.นายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์
3. นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ 4.นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์
5.ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์
6.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์
“เป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย และชาวรามคำแหงเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสำเร็จของศิษย์เก่าที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการประจำ แสดงถึงความรู้ความสามารถของบัณฑิตรามคำแหงที่ได้รับการยอมรับจากสังคมว่ามีความรู้คู่คุณธรรม ในนามของมหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีแก่ศิษย์เก่าทั้ง 6 ท่าน และขอให้ทุกท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง โดยยึดประเทศชาติเป็นสำคัญ” ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกันขอให้นักศึกษาปัจจุบันได้มองรุ่นพี่เหล่านี้เป็นตัวอย่างและเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้นักศึกษามีความตั้งใจใฝ่หาความรู้ และนำวิชาความรู้ไปทำงานรับใช้สังคมด้วยความรับผิดชอบ เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จเช่นบัณฑิตรุ่นพี่
อธิการบดีม.รามฯ ยังกล่าวว่า ทุกวันนี้บัณฑิตรามคำแหงประสบความสำเร็จในทุกสาขาวิชาชีพ มีศิษย์เก่า ม.ร. เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดอำเภอ เป็นจำนวนมาก ในสายงานด้านตุลาการก็มีศิษย์เก่าเป็นผู้พิพากษา อัยการ จำนวนมากเช่นกัน เช่นเดียวกับในภาคเอกชนก็มีศิษย์เก่าจำนวนไม่น้อยเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร
“เป็นสิ่งที่ครูบาอาจารย์และชาวรามคำแหงภาคภูมิใจยิ่ง ขอให้ช่วยกันรักษามาตรฐานของบัณฑิตรามคำแหงและพัฒนาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไป” ผศ.วุฒิศักดิ์ ฝากทิ้งท้าย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151004/214494.html


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151004/214495.html


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20151003/214503.html
สคบ.ส่งลูกโป่งวิทยาศาสตร์ หรือลูกโป่งพลาสติก ของเล่นในวันเยาว์ที่มีช้านาน ให้กรมวิทยาศาสตรการแพทย์ สธ. ตรวจพบปนเปื้อน “สารระเหย” ที่นับเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง เมื่อสูดดม หรือเป่าเข้่า-ออก นานๆ ส่งผลให้อวัยวะในร่างกายเสื่อมสภาพอาจถึงตายได้ ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานห้ามซื้อ ห้ามเล่นเด็ดขาด
อำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า คณะกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภคประกาศให้ “ลูกโป่งวิทยาศาสตร์” หรือ “ลูกโป่งพลาสติก” หรือ “Blowing balloon” เป็นสินค้าอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็ก เพราะมองว่าเป็นของเล่นที่มีมานาน ทำให้มองข้ามถึงพิษภัยและปัญหาที่จะส่งผลกระทบกับร่างกายของเด็กในระยะยาว โดย สคบ. ได้ส่งตัวอย่างสินค้าที่ตรวจพบไปให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำการตรวจสอบวิเคราะห์ส่วนประกอบของสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าในลูกโป่งวิทยาศาสตร์มี “สารเอทิลอาซีเทต” ซึ่งจัดเป็น สารระเหย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลให้ ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ หรือลูกโป่งพลาสติก จัดอยู่ในประเภทสารระเหย ที่นับเป็นยาเสพติด สูดดมสาระเหยทำให้เกิดอันตรายต่อระบบต่างๆ ในร่างกายจนอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
“ผลกระทบและอันตรายที่จะได้รับจากลูกโป่งวิทยาศาสตร์นั้น พอๆ กับการเสพสารระเหย เพราะของเล่นชนิดนี้ลักษณะการเล่นคือต้องเป่า ถ้าเป็นเด็กอาจมีการสูดดม หรือหายใจเข้าออกนำสารระเหยเข้าสู่ปอดได้หลายครั้ง ถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพสำหรับเด็กเล็กที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์”
เลขาธิการ สคบ.กล่าวต่อไปว่า ในทางการแพทย์แบ่งลักษณะการเกิดพิษจากสารระเหยออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ ชนิดที่เกิดพิษระยะเฉียบพลัน จะทำให้ผู้ได้รับสารระเหยชนิดนี้มีอาการร่าเริง ตื่นเต้น ต่อมาจะมีอาการคล้ายคนเมาสุรา พูดจาอ้อแอ้ ควบคุมตัวเองไม่ได้ มีอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุภายในปากและจมูก มีน้ำลายไหลมาก มีผลกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้นอนไม่หลับ ต่อมาจะมีฤทธิ์กดทำให้ง่วงซึม หมดสติ ถ้าเสพขนาดสูง สารระเหยจะไปกดศูนย์หายใจ อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากนี้ยังพบอาการจาม ไอ คลื่นไส้ ท้องเสีย สั่นและชักแบบลมบ้าหมูและ ชนิดที่มีพิษระยะเรื้อรัง เกิดจากการสูดดมเป็นระยะเวลานาน จะทำให้อวัยวะในร่างกายเสื่อมสภาพ
“ด้วยเหตุนี้ สคบ.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค สั่งห้ามขายลูกโป่งวิทยาศาสตร์ หรือลูกโป่งพลาสติกออกไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ฝ่าฝืนนำออกมาขายเป็นระยะ โดดเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าโรงเรียน ทั้งนี้ ผู้ขายสินค้าที่มีคำสั่งห้ามขายมีโทษหนัก ผู้ขายมีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าเป็นผู้ผลิต หรือเป็นผู้สั่ง หรือนําเข้าเพื่อขาย มีโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”
นอกจากนี้ต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองและสถานศึกษา ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลลูกหลานของท่าน อย่าซื้อลูกโป่งวิทยาศาสตร์ หรือลูกโป่งพลาสติก เพราะจะเป็นอันตรายต่อลูกหลานของเราโดยตรง จึงควรร่วมกันดูแลจากทุกฝ่าย ถ้าผู้ใดพบการขาย หรือโฆษณาทางสื่อต่างๆ แจ้งได้ที่สายด่วน สคบ.1166 หรือ http://www.ocpb.go.th