ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222398.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222398.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222397.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222396.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222392.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222391.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222405.html
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222386.html
เป็นที่น่าจับตามองขึ้นมาทันที ภายหลังจากที่สื่อต่างประเทศได้นำเสนอคำให้สัมภาษณ์ของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ
เปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และยังยิงคำถามแบบเน้นๆ ว่า นับตั้งแต่เกิดการยึดอำนาจมา “ยิ่งลักษณ์” ใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง ซึ่งสื่อต่างประเทศ 3 สื่อที่นำเสนอบทสัมภาษณ์ของ “ยิ่งลักษณ์” ในครั้งนี้คือ สเตรทไทม์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล และซีเอ็นเอ็น
สำหรับที่มาที่ไปของการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศในครั้งนี้ เนื่องจากสื่อต่างประเทศต่างตัดพ้อว่า “ยิ่งลักษณ์” ไม่ให้ความสำคัญกับสื่อต่างประเทศเลย แคร์แต่กับสื่อไทย
เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวการเปิดสวนผักที่บ้านของ “ยิ่งลักษณ์” โดยมีสื่อไทยเดินทางไปทำข่าวกันอย่างเนืองแน่นจนถูก คสช.จับตามาแล้ว
อีกทั้งตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศได้ขอนัดสัมภาษณ์ “ยิ่งลักษณ์” มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับไป ดังนั้น ทีมงานของ “ยิ่งลักษณ์” จึงเสนอให้สื่อต่างประเทศส่งแนวคำถามมาให้พิจารณาก่อนเป็นอันดับแรก
ส่วนสาเหตุที่ “ยิ่งลักษณ์” ตัดสินใจให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ 3 สื่อดังกล่าว เนื่องจากแนวคำถามของทั้ง 3 สื่อข้างต้นนั้น เน้นไปที่ชีวิตความเป็นอยู่หลังการยึดอำนาจ และแนวทางการต่อสู้ในคดีรับจำนำข้าวเป็นหลัก อาทิ ความเป็นอยู่หลังการยึดอำนาจเป็นอย่างไร ปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง และเวลานี้โครงการรับจำนำข้าวที่เป็นนโยบายที่ทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งนั้น กำลังถูกโจมตีว่ามีการคอร์รัปชั่น “ยิ่งลักษณ์” มีแนวทางต่อสู้อย่างไร เป็นต้น
ขณะที่สื่อต่างประเทศอื่นๆ นั้น มีแนวคำถามที่ทีมงาน “ยิ่งลักษณ์” มองแล้วว่ามีความสุ่มเสี่ยง อาทิ จะเอาอย่างไรกับ คสช. หรือมีการพูดคุยในทางลับกับคสช.หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งแนวคำถามแบบนี้ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า เสี้ยมให้ชนกับคสช.เต็มๆ ทีมงาน “ยิ่งลักษณ์” จึงต้องปฏิเสธไป เพื่อไม่ให้เป็นการเติมเชื้อไฟลงไปในกองฟืนเข้าไปอีก
นอกจากนี้ โซเชียลมีเดีย ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ถูกทีมงาน “ยิ่งลักษณ์” หยิบขึ้นมาใช้ ทั้งให้อดีตรัฐมนตรีหลายต่อหลายท่าน ทั้ง “วัฒนา เมืองสุข” “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” และ“ยรรยง พวงราช” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
รวมถึงการดึงคำสัมภาษณ์บางประโยคที่ไม่เคยพูดหรือให้สัมภาษณ์สื่อที่ไหนมาก่อน ของ “ยิ่งลักษณ์” กับสื่อต่างประเทศ มาทำกราฟฟิกและแปลเป็นภาษาไทยเพื่ออธิบายกับคนไทยด้วยกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น
“ดิฉันพยายามอยู่เงียบๆ มานานเกือบ 2 ปี ปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศไป แต่บางครั้งจำเป็นต้องออกมาพูดเพราะเกรงว่าประชาชนจะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อน”
“ดิฉันไม่มีตำแหน่งอะไร เป็นแค่คุณแม่ลูกหนึ่ง ฉะนั้น ไม่ต้องหวาดหวั่นอะไรในตัวดิฉัน”
“นักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง เป็นผู้แทนของปวงชน ถ้าคุณไม่เชื่อถือนักการเมือง นั่นแปลว่าคุณไม่ไว้วางใจประชาชน
แต่ที่ฮือฮาที่สุดเห็นจะเป็นคำถามที่ดูเหมือนว่าสื่อต่างประเทศเองก็มีคำถามค้างคาใจเหมือนๆ กับคนไทยคนอื่นๆ ว่า ถ้าต้องคดีจริงๆ สุดท้ายแล้ว “ยิ่งลักษณ์” จะหนีเหมือน “ทักษิณ ชินวัตร” พี่ชายหรือไม่
“ถ้าต้องการหนี ดิฉันคงหนีไปแต่แรกแล้ว ดิฉันจะไปขึ้นศาลทำไม” คือคำตอบที่ออกมาจากปากของ “ยิ่งลักษณ์” เอง คงแทนคำยืนยันในคำถามที่หลายคนยังค้างคาใจได้เป็นอย่างดี
แว่วด้วยว่า ภายหลังจากที่ “ยิ่งลักษณ์” ตัดสินใจให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ 3 สื่อดังกล่าวไปแล้วนั้น ทีมงาน “ยิ่งลักษณ์” เกรงว่าสื่อต่างประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์อาจจะเข้าใจผิดว่ามีการเลือกปฏิบัติหรือไม่
คิดไปคิดมาว่าจะเอาอย่างไรดีอยู่นานสองนาน จะไม่ให้สัมภาษณ์ก็กลัวจะถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ แต่ครั้นจะให้สัมภาษณ์ด้วยคำถามที่สุ่มเสี่ยงที่จะชนกับคสช.แบบเต็มๆ นั้น ก็กลัวว่า สิ่งที่ได้กลับคืนมามันจะไม่คุ้มเสีย
จึงเป็นที่มาของการเปิดแปลงสวนผักที่บ้าน “ยิ่งลักษณ์” เป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเชิญสื่อต่างประเทศกว่า 25 สำนักมาพบปะและพูดคุยกันด้วย
เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกมองว่ามีการเลือกปฏิบัติ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ “ยิ่งลักษณ์” จำเป็นต้องดึงสื่อต่างประเทศให้หันมาเป็นพวกนั่นเอง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160213/222377.html
จุดพลุฉลองความสำเร็จให้กับผลการเยือนอิหร่านของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ในการนำคณะเจ้าหน้าที่พร้อมนักธุรกิจไปเจรจาการค้า และขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พันธุวิศวกรรม และการแพทย์ระหว่างไทย-อิหร่าน
งานนี้ ข้าวไทยได้เฮ!! เพราะสามารถจับมือภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าวของไทยและผู้นำเข้าข้าวของอิหร่าน เซ็นเอ็มโอยูตกลงซื้อขายข้าว รวม 4 ฉบับ ปริมาณรวม 3 แสนตัน มูลค่าราว 4,300 ล้านบาท และยังขายยางได้ 2 หมื่นต้น มูลค่ารวม 900 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมออเดอร์ยางพาราธรรมชาติ และสินค้าไทยในรายการอื่นๆ อีกหลายประเภท
ว่าไปแล้ว ไทยนับเป็นประเทศที่สอง รองจากจีน บินไปเจรจาการค้ากับอิหร่านทันที หลังอิหร่านถูกยกเลิกแซงชั่นทางเศรษฐกิจ
ขณะที่อิหร่านก็อ้าแขนรับสวมกอดไทยทันที ชื่นมื่นแฮปปี้ถึงขีดสูงสุด ถึงขั้นรองประธานาธิบดีอิหร่านเอ่ยชมว่า การเดินทางมาของคณะรองฯ สมคิดแสดงให้เห็นมิตรภาพและสัมพันธ์ทางการทูตกว่า 61 ปี แม้ยามสุขหรือทุกข์ในช่วงที่ผ่านมา
ด้านรองฯ สมคิด ก็โปรยยาหอมใส่ พร้อมยินดีเป็น “โปรโมเตอร์การท่องเที่ยวให้อิหร่าน” ในไทย
ทางเจ้าบ้านได้ยินเช่นนี้ เลยปลื้มหนัก จัดทริปและบอดี้การ์ดเข้มให้ “รองฯ สมคิด” เดินดูงานทุกซอกทุกมุมของ “เอสฟาฮาน” เมืองโบราณของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก เพราะสวยไม่แพ้ หลายประเทศในยุโรปใต้
แต่ภาระหนักน่าจะตกอยู่กับกลุ่มนักธุรกิจไทย ต่างแพ้แรงเชียร์ รองฯ สมคิด “โปรโมเตอร์มือสมัครเล่น” โน้มน้าวใจให้ซื้อ “พรมเปอร์เซียร์” สินค้าโอท็อปของอิหร่าน เริ่มต้นสนนราคาต่อผืนเป็นหลักแสน ไล่เรียงไปถึงหลักล้านกว่าๆ ทำเอาเถ้าแก่ร่วมคณะบางคนบ่นอุบ “พรมเหาะได้ไหมนิ”
เก้าอี้ที่เปี่ยมอำนาจ
และแล้วผลการเลือกตั้งนายกฯ สมาคมลูกหนังเมืองไทยที่มีเรื่องวุ่นๆ มาหลายนาที ตอนนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้วว่า “บิ๊กอ๊อด” คว้าตำแหน่งประมุขลูกหนังสยามประเทศแล้ว ตอนนี้รอเพียงฟีฟ่าประทับตรารับรองเท่านั้น
แว่วมาว่า เก้าอี้นายกสมาคมตัวนี้บารมีไม่น้อยกว่าตำแหน่งใดๆ ในวงการการเมือง/ราชการ/ท้องถิ่นเลย เพราะเก้าอี้ตัวนี้กลายเป็นบัลลังก์ศักดิ์ศรี/อำนาจ/เงินตราที่ใครหลายคนถวิลหาและต้องการครอบครอง
ฉะนั้นภาพของ “ร่างทรง” ที่ใครหลายคนรู้กันภายในว่าเป็น “สายใดทางการเมือง” นั้น คนที่หย่อนบัตรลงแต้มให้นายกลูกหนังคราวนี้ย่อมทราบกันเป็นอย่างดี
แต่ร่างทรงครั้งนี้ไม่ใช่ร่างทรงที่ไร้อำนาจ เพราะคอนเนกชั่นทางการเมืองหลายสายทั่วทิศเมืองไทยต่างต่อสายไว้ล่วงหน้ากันแล้ว เพราะหลายสิ่งหลายอย่างของร่างทรงเชื่อมโยงกับขั้วอำนาจทางการเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้
ดี..ไม่ดี ร่างทรงจะเป็นตัวหลักในการเชื่อมคอนเนกชั่นทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ก็เป็นได้ เพราะกฎหมายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการปฏิรูปและปราบโกงในยุค คสช.และรอยต่อนั้น การใช้เงินซื้อเสียงเป็นไปได้ยาก ฉะนั้นการผันงบสนับสนุนทางการเมืองมาลงสนามหญ้าที่มีนักเตะไล่ล่าลูกหนังนั้น น่าจะสะดวกกว่า
หากยิ่งทำให้ฟุตบอลไทยโตแบบก้าวกระโดดและไปไกลนั้น คนในพื้นที่ย่อมยกนิ้วและหนุนทีมประจำจังหวัดแบบลืมตาย
ฉะนั้นทีมลูกหนังในพื้นที่มันคือแต้มต่อทางการเมืองที่ใครหลายคนในตอนนี้ยอมทุ่มทุนสร้างชนิดที่เรียกว่าเสียเท่าใดไม่ว่า แต่อย่าเสียหน้าเป็นพอ
การเข้าร่วมสังฆกรรมสมาคมลูกหนังเมืองไทยในช่วงนี้นั้น มันเป็นจุดเชื่อมกับการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นไปโดยปริยาย ดี..ไม่ดีคีย์แมนลูกหนังเมืองไทยในช่วงจากนี้ไปจะเข้ามาเป็นคีย์แมนของพรรคใหม่บางพรรคที่กำลังก่อหวอดตั้งตัวขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นฐานการเมืองของใครบางคนก็เป็นได้
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160212/222376.html
12ก.พ.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตอนหนึ่งถึงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นประเด็นการเมือง ตลอดระยะเวลาเป็นเดือนมาแล้ว โดยเฉพาะ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา จนวุ่นวายไปหมดแล้ว ก็ให้เขาทำงานไป ท่านก็ไปศึกษา แล้วก็ไปดูซิว่าจะลงมติกันอย่างไร แต่ต้องนึกถึงปัญหาประเทศด้วย ฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง อีกฝ่ายหนึ่งอยากปฏิรูป ฝ่ายหนึ่งไม่สนใจ จะประชาธิปไตยอย่างเดียว
“ถึงเวลานี้ผมเหนื่อยจะพูด นี่ไปไม่ได้สักอัน ถ้าเรามองอย่างที่เรามองกันทุกวันนี้ ขัดแย้งกันทุกเรื่อง เพราะงั้นไปดูซิว่าอะไรสากล อะไรที่ต้องเปลี่ยนผ่าน มีกลไกอะไรไหม ผมพูดหลายครั้งแล้วนะ ไปคิดกันให้ได้แล้วกันนะครับตรวจสอบได้อย่างไร ป้องกันปราบปรามอย่างไร ขัดแย้งกันจะทำอย่างไร ติดล็อกแล้วจะทำอย่างไร ทำงบประมาณไม่ได้จะทำอย่างไร รัฐบาลไม่มีจะทำอย่างไร นี่เขากำลังคิดอยู่ทั้งสิ้น กรธ.เขาถึงออกรัฐธรรมนูญมาแบบนั้น แล้วไปตี เทียบกับโน่นนี่ มันเหมือนกันไหมล่ะ สถานการณ์เหมือนกันไหมล่ะ เราไม่ได้ไปทาบทับอำนาจกับทางการบริหาร เพียงแต่ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีกเท่านั้นเอง”
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ถ้าประชาชนคิดเองยังไม่ได้ ไม่ทำความเข้าใจ แล้วก็ให้บรรดานักเคลื่อนไหวทั้งหมด หรือนักการเมืองที่ไม่ดี มาชี้นำประเทศ มันไปไม่ได้ ไม่หลุดพ้นจากกับดักประชาธิปไตย กับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลาง กับดักความล้มเหลว ก็ไม่มีใครแก้ไขได้ รัฐบาล คสช. แม่น้ำ 5 สายก็แก้ไม่ได้ ถ้าไม่ทำกันวันนี้ ประชาชน 70 ล้านคนต้องช่วยกัน อะไรร่วม อะไรต่าง ก็ว่าไป แต่ประเทศต้องมาก่อน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศว่า ต้องทำอย่างต่อเนื่อง บางเรื่องอาจจบภายในปีเดียว หรือภายใน 5 ปี หรือภายใน 1 ปี หรือภายในเวลา 20 ปี อาจจะนานกว่านั้นก็ได้เพราะว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ 20 ปีข้างหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น วันนี้เราต้องเตรียมความพร้อม ต้องมีมาตรการลดความเสี่ยง แล้วมีกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ตามห้วงระยะเวลาที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน เหมือนทหาร เขาใช้คำว่าแผนเผชิญเหตุ มีสมมุติฐาน แล้วก็ทำแผนรองรับไว้ 1–2–3–4–5 แผน ปกติเขาใช้แผนแรกเป็นคำสั่ง จากนั้นมาถ้าไม่มีเหตุการณ์แทรกซ้อนมา ก็ใช้แผนเผชิญเหตุ เข้ามาประกอบ แล้วมาปฏิบัติเพื่อเป็นการชดเชย การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากแผนแรกใช้ไม่ได้ผล ไม่มีประสิทธิภาพ
“อยากจะเรียนว่า การปฏิรูปประเทศนั้น อย่าใจร้อนมากนะครับ เพราะว่ามหาอำนาจบางประเทศผมไม่อาจจะกล่าวนามได้นะ ยังไม่หยุดการปฏิรูปเลยวันนี้ เพราะว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังมีรายได้น้อยอยู่นะครับ มากกว่าเราอีก แต่ส่วนรวยคือรวย ส่วนตรงกลางก็ตรงกลาง แต่เขามากกว่าเรา เพราะอย่างนั้นเขาต้องพัฒนาไปสู่ข้างล่าง เพราะว่าเป็นสาเหตุของการที่มีความขัดแย้ง หรือความเหลื่อมล้ำในสังคมนะครับ” พล.อ.ประยุทธ์
ระบุขอคนไปต้อนรับในสหรัฐอยู่ในความสงบ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันที่ 14-18 กุมภาพันธ์นี้ มีภารกิจเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สำหรับรายละเอียดต่างๆ ผลการปฏิบัติงาน ผลการประชุม จะนำมาเล่าให้ฟังต่อไป แต่ไม่อยากให้มีการขัดแย้งในต่างประเทศเกิดขึ้น
“ขอขอบคุณบรรดาพ่อแม่พี่น้อง ที่จะไปรับผมที่โน่น ให้กำลังใจผม ขอบคุณนะครับ ขอให้อยู่ในความสงบนะครับ ผมทำเพื่อทุกคน เพื่อประเทศชาติ ใครไม่ทำเขาก็ต้องมีผลกรรมของเขาเองนะ ทำไม่ดีล่ะก็ ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะแยะไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘บิ๊กแก้ว’แจงแนวรปภ.บอล‘จุฬา-ธรรมศาสตร์’
พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71 ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ว่า ทางกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้สั่งการให้พล.ม.2 รอ.ที่รับผิดชอบพื้นที่เขตปทุมวัน ดูแลรักษาความปลอดภัย โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ม.พัน1 รอ. นอกเครื่องแบบ จำนวน 100 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้กำหนดเขตรับผิดชอบเป็น 3 เขต คือ 1.ดูแลความเรียบร้อยภายนอกรั้วสนามกีฬา และพื้นที่โดยรอบ 2.ดูแลความเรียบร้อยภายในรั้วสนามกีฬา และ 3.ดูแลความเรียบร้อยภายภายในสนามกีฬา
พล.ต.เฉลิมพล กล่าวต่อว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลอะไรกับงานฟุตบอลประเพณี แต่ว่าการจัดกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ในรูปของขบวนพาเหรด และการแปรอักษรนั้น ทางคณะกรรมการผู้จัดงานได้ประชุมร่วมกันกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว ก็จะร่วมกันดูความเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ทำนองเดียวกันทางที่พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ให้แนวทางสามประเด็นในกิจกรรมดังกล่าว นั่นคือ 1. การจัดกิจกรรมอย่าไปแสดงออกอะไรที่หมิ่นประมาทบุคคล และหมิ่นประมาทหน่วยงาน 2. การจัดกิจกรรมอย่าไปสร้างความแตกแยกในสังคม และ3.การจัดกิจกรรม อย่าไปทำให้เสียภาพลักษณ์ส่วนรวมของประเทศ
เมื่อถามว่าหากมีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้ามาแสดงออก และไม่เป็นไปตามข้อตกลงทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.เฉลิมพล กล่าวว่า “ประเด็นนี้ทางคณะกรรมการจัดงานจะเป็นผู้ตรวจขบวนล้อการเมืองเอง และจะประสานกับเจ้าหน้าที่ หากพบว่าจะมีปัญหาก็หยุดการแสดงในทันที ซึ่งแนวทางดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารจะเป็นเพียงผู้ร่วมสังเกตเท่านั้น ไม่ใช่เป็นผู้ไปตรวจ เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ควบคุมกิจกรรม”
“ทั้งนี้ผมคิดว่าทางคณะผู้จัดฯได้ทำความเข้าใจกับนักศึกษาที่จะแสดงออกต่างๆแล้วให้เป็นไปตามประเพณี ทั้งยังคิดว่านักศึกษามีความสำนึก และมีความเข้าใจดี และทางอาจารย์ก็พูดว่าอย่าเอาฟุตบอลประเพณีที่จัดกันยาวนานมาแสดงออกอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะถ้าเสียหาย อาจกระทบถึงขั้นไม่มีขบวนพาเหรด และการแปรอักษรในปีต่อๆไปเลย เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเป็นสิ่งไม่ดีต่อฟุตบอลประเพณี” ผบ.พล.ม.2 กล่าว
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160212/222332.html