ท็อปเท็น-ข่าวฮอตวันนี้กลั่นจากกองบก.เครือเนชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160211/222222.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559
ท็อปเท็น-ข่าวฮอตวันนี้กลั่นจากกองบก.เครือเนชั่น

ท็อปเท็น-ข่าวฮอตวันนี้ กลั่นจากกองบก.เครือเนชั่น

           1.มส.อุ้มธัมมชโยพ้นปาราชิก!อ้างคดีสิ้นสุดศาลชั้นต้นปี49

2.เคาะแก้รธน.คลี่ปมประชามติกำหนดลงคะแนน31กรกฎา59

3.ลูกทุ่งสุรชัยผ่าปรับโฉม12กุมภาฯรับซิงเกิ้ลเพลงใหม่ ‘ใจพี่ยังหนุ่ม’

4.คุมตัว’อาร์ตูร์’ขังเดี่ยวคุกลาดยาวเข้มจับตา 24 ชม./วันนี้รู้ผลดีเอ็นเอ

5.ยกคำร้องคุ้มครองเลือกนายกลูกหนังเสธ.โตสั่งคุมเข้ม-ขู่ใครป่วนเจอดีแน่!

6. ‘น้องดีเจ’ติดเชื้อในกระแสเลือด สอบ2ปม-ลักพาตัว/พลัดหลงเอง

7.เหนือ-อีสานยังยะเยือกต่อเนื่องปราจีนนอนตาย2-มรสุมใต้ดีขึ้น

8.วัยรุ่นไทยตั้งครรภ์ไม่ตั้งใจ80% แฉเสี่ยงโรคซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

9.คลังยันขึ้นภาษีบุหรี่ไม่พบข้อมูลรั่วยาสูบอ่วมลดผลิตยอดขายวูบ40%

10. 5 ช่องหารือคืนไลเซนส์กสทช.ถกปัญหาทีวีดิจิทัล16กุมภาฯนี้

ทอ.เฟ้นหานักบินลำเลียงหญิงอุดสมองไหล-ค่าตอบแทนสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160211/222225.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559
ทอ.เฟ้นหานักบินลำเลียงหญิงอุดสมองไหล-ค่าตอบแทนสูง

ทอ.เฟ้นหานักบินลำเลียงหญิง อุดสมองไหล-ค่าตอบแทนสูง : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

             โครงการผลิตนักบินหญิงลำเลียงกองทัพอากาศ เพื่อสร้างความเสมอภาคระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ภายใต้ความคิดริเริ่มของ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เล็งเห็นถึงขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานของผู้หญิงที่มีไม่ด้อยกว่าผู้ชาย จึงสั่งการให้กรมยุทธการกองทัพอากาศ จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อคัดเลือกผู้หญิงเข้ารับราชการทหารอากาศ สังกัดเหล่านักบิน และเตรียมชงเรื่องให้กระทรวงกลาโหมอนุมัติ

พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าวว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษาคุณสมบัติ ว่าถ้ากองทัพอากาศมีนักบินหญิงแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะประเทศเพื่อนบ้านก็มีนักบินหญิงที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง เช่นสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ โดยจะทำเรื่องขออนุมัติจากกระทรวงกลาโหมเพื่อทำโครงการนำร่องขึ้นมาช่วงระยะหนึ่ง คาดว่าปีนี้จะเป็นผลเป็นรูปเป็นร่างและจะรับนักบินหญิงประมาณ 5 คน ส่งไปฝึกกับกองบินต่างๆ เพื่อจะได้รู้ว่าสามารถปรับตัวใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายได้หรือไม่ และประมาณ 2-3 ปี จะประเมินผลว่าถ้ามีการรับนักบินหญิงเข้ามาทำงานกับกองทัพจะเป็นอย่างไร รวมถึงผลกระทบและข้อขัดข้อง หากโครงการดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดีก็จะดำเนินการต่อในระยะยาว

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการเตรียมแผนรองรับปัญหานักบินลำเลียงสมองไหลในระยะยาว เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงทำให้สูญเสียนักบินลำเลียงให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการบินพอสมควร โดยปีหนึ่งกองทัพอากาศสามารถผลิตนักบินได้ประมาณ 48 คน และจะสูญเสียนักบินประมาณ 10 คน คาดว่าในอนาคตจะมีตัวเลขสูงกว่านี้

พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าวยอมรับว่าขณะนี้กองทัพอากาศประสบปัญหาเรื่องนักบินสมองไหล เพราะค่าตอบแทนจากภายนอกที่สูงกว่า เป็นแรงดึงดูดทำให้เราเสียนักบินเก่งๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการบินของประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากมีนักบินหญิงเข้ามาช่วยกองทัพอากาศอีกแรงก็จะเป็นเรื่องดี แทนที่จะเสียนักบินไปเพียงอย่างเดียว เราจะมีคนข้างนอกมาช่วยงาน

พยายามปลูกฝังให้นักบินชายและหญิงมีความภูมิใจในความเป็นนักบินของกองทัพอากาศ และพยายามที่จะให้สวัสดิการความจำเป็นพื้นฐานให้เพียงพอมาช่วยงาน

“ผมมองว่าถ้าเขามีความภูมิใจ แต่ไม่ต้องการเงินเดือนที่มากขึ้น เขาก็จะอยู่กับกองทัพอากาศ อีกทั้งต้องให้ความยุติธรรมในเรื่องเส้นทางการรับราชการของพวกเขาต้องมีความชัดเจน หากเขาพอใจแม้อยู่กับกองทัพอากาศเงินเดือนจะน้อย แต่ก็มีความสุขในการทำงาน คิดว่าเขาจะอยู่กับเราเพื่อช่วยพัฒนากองทัพต่อไป” พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าว

โครงการผลิตนักบินหญิงลำเลียงของกองทัพอากาศ แม้ยังอยู่ในระยะศึกษาและทดลอง แต่หากได้รับการฝึกฝนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งเชื่อว่าในเวลาไม่นาน นักบินลำเลียงหญิงก็จะเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศต่อไป

เปิด148ร้านประชารัฐปั้มปตท.โชว์โอทอปเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222208.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
เปิด148ร้านประชารัฐปั้มปตท.โชว์โอทอปเด่น

5หน่วยงานของรัฐบาลจับมือเปิด148ร้านประชารัฐสุขใจในปั้มปตท. หวังชูสินค้าโอทอปเด่นในแต่ละพื้นที่

            10ก.พ.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บริษัท การปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)ร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นภายในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทั่วประเทศ 148 แห่ง โดยเปิดเป็นร้านค้าให้ชื่อว่า “ร้านประชารัฐสุขใจ SHOP” นำร่องที่สำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต

นายทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยภายหลังการลงนามว่า ร้านประชารัฐสุขใจ Shop เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเน้นการสร้างความเติบโตจากภายใน โดยในการดำเนินการ ปตท. จะให้พื้นที่ในปั๊ม ปตท.  ททท.จะ รับผิดชอบในการปลูกสร้างร้าน กรมการพัฒนาชุมชน และ สสว. เป็นผู้ร่วมกันคัดเลือกสินค้าท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ OTOP มาเข้าร้าน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสินค้าและผู้เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ SME Bank ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่กลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ ในส่วนกรมการพัฒนาชุมชน นอกจากจะมีบทบาทในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP มาวางในร้านแล้ว ยังได้รับมอบให้เป็นผู้ดูแลการบริหารจัดการร้านค้าให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งได้กำหนดรูปแบบการดำเนินงานไว้ 3 รูปแบบ คือ 1. ให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการในภารกิจดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า และร้านค้าประชารัฐ 2. จังหวัดที่มีเครือข่าย OTOP เข้มแข็ง ก็มอบให้เครือข่าย ทำหน้าที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ของเครือข่าย OTOP ที่ต้องช่วยเหลือสมาชิกในการหาตลาดอยู่แล้วและ 3. จะใช้ Trader ทำหน้าที่เป็นกลไกในการบริหารจัดการ โดยจังหวัดเป็นค้นหา Trader ที่มีอยู่ในจังหวัด หรือสร้าง Trader ขึ้นมาใหม่ ขณะเดียวกันกรมจะมีการคัดเลือกคนมาเป็นพนักงานขายสินค้าประจำร้านค้าประชารัฐ แห่งละ 1-2 คน

รองอธิบดีฯ กล่าวว่า ในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP มาเข้าร้านจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดเป็นจุดขาย ประชาชนที่เข้ามาในร้านประชารัฐสุขใจจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนั้นๆ ทำให้เป็นที่จดจำได้ว่า ถ้าอยากได้ OTOP ที่เป็นของดีจังหวัดไหน ให้เดินเข้าไปในร้านประชารัฐสุขใจ Shop ของจังหวัดนั้น ก็ฏ้จะได้สมประสงค์ นับจากนี้ไปอีกไม่นาน คนไทยและนักเดินทางที่แวะพักรถทำธุระหรือเติมน้ำมันในปั๊ม ปตท. จะได้พบกับร้านค้าเกิดใหม่เอี่ยมอีกร้านหนึ่งให้ได้ช้อปและใช้บริการข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

สนองนโยบายนายกฯใช้ข้อมูลจากบัตรปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222207.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
สนองนโยบายนายกฯใช้ข้อมูลจากบัตรปชช.

กรมการพัฒนาชุมชนจับมือกรมการปกครอง ทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางและข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์

            นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนราษฎร จากฐานข้อมูลทะเบียนกลาง และข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) โดยมี นายทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตัวแทนจากกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี ถนนแจ้งวัฒนะ

ทั้งนี้ นายอภิชาติ เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สืบเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายขยายผลการใช้ประโยชน์จากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) เพื่อรวบรวมข้อมูลสิทธิประโยชน์ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ของประชาชน ที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานภาครัฐ มาจัดเก็บในบัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียว เพื่อทำให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วในการติดต่อราชการ และลดความซ้ำซ้อนในการจัดทำบัตรประเภทต่าง ๆ ของหน่วยงาน  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยได้ให้ความเห็นชอบในหลักการ และแนวทางที่จะให้หน่วยงานภาครัฐต่างๆ มาใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวในการติดต่อกับหน่วยงานตามนโยบายนายกฯ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานลดการใช้สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนในการให้บริการประชาชน

อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ใช้ประโยชน์จากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ให้เป็นรูปธรรม ทั้งข้อมูลตามภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน และข้อมูลของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  รวมไปถึงการบรรจุข้อมูลสมาชิกกองทุนฯ ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกใน 76 จังหวัดทั่วประเทศและ กทม.มากกว่า 10,200,000 คน ลงในบัตร Smart Card เพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องการรับสมัครสมาชิก การตรวจสอบสถานะสมาชิก การจัดเก็บข้อมูลลูกหนี้ และการกู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

‘เก่ง-การุณ’โดนอีกศาลสั่งจ่ายกกต.5.3ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222206.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
‘เก่ง-การุณ’โดนอีกศาลสั่งจ่ายกกต.5.3ล้าน

ศาลแพ่งสั่ง “การุณ โหสกุล” จ่ายค่าเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ปี 54 คืนกกต.กว่า 5.3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย หลังกกต.ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ เหตุ“การุณ”ทำผิดพ.ร.บ.เลือกตั้ง

           ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 10 ก.พ.59 –ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายการุณ หรือเก่ง โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย เพื่อให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราฎร (ส.ส.) กทม.เขตเลือกตั้งที่ 12 เป็นจำนวนเงิน 5,369,108.32 บาท  จากกรณีที่ กกต. โจทก์ ได้จัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 ก.ค.54 โดยโจทก์ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ให้นายการุณ ซึ่งเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.แบบแบ่งเขต พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 12 ซึ่งต่อมา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในเขตเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้ปราศรัยใส่ร้ายนายแทนคุณ ด้วยข้อความเท็จเพื่อให้ประชาชนงดเว้นการลงคะแนนให้นายแทนคุณและพรรคประชาธิปัตย์ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

กกต.ตรวจสอบแล้ว เห็นว่ากระทำการดังกล่าวจริง จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายการุณ ซึ่งต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของนายการุณ จำเลย มีกำหนด 5 ปีและให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 12 ใหม่     กกต. จึงจัดการเลือกตั้งใหม่และประกาศผลให้นายแทนคุณ ชนะการเลือกตั้งเป็น ส.ส. กทม.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 12 ซึ่งโจทก์ใช้งบประมาณแผ่นดิน เป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น 5,201,313 บาท จึงขอให้จำเลยชดใช้เงินดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ย รวม 5,369,108.32 บาท

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 113 บัญญัติว่า ในกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งเพิกถอน สิทธิการเลือกตั้ง ส.ส.ผู้ใดและป็นเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้ถูกเพิกถอนการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งใหม่นั้นด้วย ดังนั้นจำเลย จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งใหม่ให้แก่โจทก์ จำนวน 5,369,108.32 บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากเงินต้น 5,201,313 บาท จนกว่า จะชำระเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่ง ก็ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่นายแทนคุณ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายการุณ เป็นจำเลย เรื่องกระทำละเมิด จากการกล่าวปราศรัยโจมตี ให้ร้ายนายแทนคุณ โจทก์ ต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก ด้วยข้อความอันเป็นเท็จที่เขตเลือกตั้งดอนเมือง โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้ นายการุณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จำเลย ต้องชำระเงิน 1 ล้านบาทชดใช้ให้นายแทนคุณ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ โจทก์

แต่ขณะที่คดีอาญาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากการปราศรัยนั้น ปรากฏว่านายแทนคุณ ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคดีดังกล่าว ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีอาญา โดยนายแทนคุณ จะขอถอนฟ้องนายการุณในชั้นอุทธรณ์ ทำให้ศาลอาญา ได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาอุืธรณ์ออกไปก่อน เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องขอถอนฟ้องคดีของโจทก์ โดยคดีดังกล่าว เดิมศาลชั้นต้นได้พิพากษา จำคุกนายการุณ เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ทำได้!รณรงค์’รับ-ไม่รับ’ร่างรธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222187.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
ทำได้!รณรงค์'รับ-ไม่รับ'ร่างรธน.

‘สมชัย’ ชง ‘วิษณุ’ พิจารณา 4 ประเด็น ‘ประชามติ’ ชี้ รณรงค์รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องบริสุทธิ์ใจ มีเหตุผล ให้ความรู้รอบด้าน-ครบถ้วน ไม่ทำสังคมขัดแย้ง

                      10 ก.พ. 59  เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการบริหารงานการเลือกตั้ง กล่าวก่อนการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า กกต.ได้เตรียมเสนอที่ประชุมให้พิจารณาใน 4 เรื่องหลัก คือ
                      1. หลักเกณฑ์เรื่องการประกาศผลประชามติ ว่าจะยึดเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง หรือเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ์ รวมถึงหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 จะพิจารณาว่าใครจะต้องดำเนินการเริ่มต้น หรือใครจะเป็นผู้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
                      2. เรื่องการกระทำผิดประชามติ เนื่องจากประกาศของ กกต.ไม่ได้กำหนดโทษในส่วนนี้ กกต.จึงจะเสนอพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ดูแลความเรียบร้อยประชามติ ซึ่งการกำหนดโทษจะคล้ายกับกฎหมายเลือกตั้ง คือ ห้ามขนคนมาลงคะแนน ห้ามจัดเลี้ยงหรือขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งจะเสนอต่อที่ประชุมว่าจะออกเป็น พ.ร.บ.ดีหรือไม่ หรือจะออกในรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม ทาง กกต.ได้ร่าง พ.ร.บ.ไว้เรียบร้อยแล้ว หากนายวิษณุ เห็นด้วยก็สามารถส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาได้ทันที
                      3. เรื่องการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ 16.7 ล้านเล่ม ที่ต้องส่งให้กับทุกครัวเรือนของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงอย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด กกต.จะเสนอต่อที่ประชุมว่า สามารถเปลี่ยนแปลงหลักการนี้ได้หรือไม่ โดยจะส่งไปยังศูนย์กลางชุมชนหรือศูนย์ราชการที่สำคัญๆ เพื่อประหยัดงบประมาณและเวลา
                      4. งบประมาณที่ดำเนินการขณะนี้ กกต.ได้แยกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) งบประมาณดำเนินการในการทำประชามติ 2.4 พันล้านบาท 2) งบประมาณจัดพิมพ์และจัดส่งรูปเล่มร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด 16.7 ล้านเล่ม จำนวน 800 ล้านบาท 3) งบประมาณในส่วนที่ กกต.จะต้องจัดส่งรูปเล่มร่างรัฐธรรมนูญให้หน่วยราชการ อีก 900 ล้านบาท รวม 4.1 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่กำหนดไว้สามารถประหยัดขึ้นได้ประมาณ 500 ล้านบาท หากลดจำนวนการจัดพิมพ์ลงได้จาก 16.7 ล้านเล่ม ทั้งนี้ กำหนดวันในการออกเสียงประชามติ กกต.คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
                      นายสมชัย กล่าวว่า ข้อกำหนดโทษในการกระทำผิดประชามติที่จะเสนอนี้ จะเหมือนกฎหมายการเลือกตั้ง ไม่ต้องกังวล เพราะไม่ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไร ส่วนการรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ว่ากองทัพหรือฝ่ายการเมืองก็สามารถทำได้ แต่ต้องมีความบริสุทธิ์ใจและมีเหตุมีผล ให้ความรู้ประชาชนถึงเนื้อหาสาระอย่างตรงไปตรงมา มีความรอบด้าน ครบถ้วน และต้องไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกัน ไม่เป็นเครื่องมือให้กับฝ่ายการเมือง ไม่สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นถือว่าผิดกฎหมาย
                      เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองแสดงความเห็นให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญถือว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.กระทำผิดประชามติหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ไม่เข้าข่าย ถือว่าเป็นการแสดงความเห็นตามปกติ

‘นายกฯ’เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222183.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
‘นายกฯ’เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่
‘นายกฯ’เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่
‘นายกฯ’เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่

‘นายกฯ’ ประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานปี58 และแถลงแผนปฏิบัติงานปี59 ของ กอ.รมน. ยังมึนตึงกับสื่อทำเนียบฯ บอกทหารโมโหง่าย ลั่นพร้อมปรับปรุงตัว เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่

 

       10 ก.พ.59 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 และแถลงแผนงานปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย คณะกรรมการ กอ.รมน. หน่วยงานขึ้นตรง กอ.รมน. เข้าร่วม
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงมีท่าทีมึนตึงกับผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนเข้าประชุม เมื่อผู้สื่อข่าวทักทายตามปกติ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับไหว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่มีการตอบโต้ใดๆ ก่อนจะหันไปสวัสดี พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ จากนั้นจึงเดินเข้าตึกสันติไมตรี
       นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมถึงการแสดงออกเรื่องการใช้อารมณ์ของตนเอง โดยยอมรับว่ามีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ส่วนตัวก็ได้พยายามปรับปรุง แก้ไขตัวเองแล้ว แต่ก็ต้องขอให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย ทหารโมโหง่าย แต่ก็พร้อมปรับปรุงแก้ไข ส่วนตำรวจก็ต้องทำตนให้เป็นที่รักของประชาชนให้ได้ ต้องทำงานด้านมวลชน ควบคู่กับงานประจำที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้
       ทั้งนี้ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวในประเด็นต่างๆ โดยกล่าวถึงผลการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน และแผนการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.เท่านั้น โดยเมื่อกล่าวจบก็ได้มอบหมายให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ทำหน้าที่แถลงข่าวแทน
‘นายกฯ’ เห็นด้วยขึ้นภาษีบุหรี่ ขอประชาชนอย่าโง่เสพสิ่งไม่บริสุทธิ์
       10 ก.พ.59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 และแถลงแผนงานปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ถึงการขึ้นภาษีบุหรี่ของกระทรวงการคลังที่มีผลบังคับใช้ในวันนี้ (10 ก.พ.) ว่า บุหรี่ขึ้นราคาซองละ 5-10 บาท แต่ก็ยังไม่เลิกเพราะถือเป็นว่าสุขของคนจน เหล้าก็เช่นกัน ซึ่งหากจะเลิกก็ต้องเลิกด้วยตนเอง กฏหมายคงทำอะไรไม่ได้ แต่ส่วนตัวเห็นด้วยในการขึ้นราคาเพื่อให้คนลดการสูบบุหรี่ แต่คงไม่สามารถห้ามได้เพราะจะกระทบกับการค้ากับต่างประเทศ ขอประชาชนอย่าโง่ เสพอะไรที่ไม่บริสุทธิ์ ก่อนสูบดูด้วยว่ายัดอะไรสกปรกโสโครกมา ติดไปแล้วตายทุกคน พอเลิกก็เป็นหนี้ อย่างดื่มเหล้าก็เมาหัวทิ่ม ไม่มีเงินจ่ายก็ยังยอมเป็นหนี้อีก
‘นายกฯ’ ยันไม่ฝืนประชาธิปไตย เดินหน้าตามโรดแม็พ
       10 ก.พ.59 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 และแถลงแผนงานปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย คณะกรรมการ กอ.รมน. หน่วยงานขึ้นตรง กอ.รมน. เข้าร่วม
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ต่างชาติบอกให้ไทยกลับมาสู่ประชาธิปไตยและเลือกตั้งโดยเร็ว ซึ่งตนจะเร่งให้ตามโรดแมป แต่ต่างชาติอาจไม่เข้าใจแต่ทุกคนต้องสร้างความเข้าใจในทุกมิติ พร้อมยืนยันว่าไม่ฝืนประชาธิปไตย ส่วนรัฐธรรมนูญมีปัญหาอย่างไร หรือจะอยู่ในบทเฉพาะกาลหรือไม่ให้ไปคิดมา ซึ่งอย่าดูว่าสากลหรือสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะต้องเป็นสากลอยู่แล้ว อีกทั้งการปรองดองต้องเริ่มด้วยตัวเอง ถ้าไม่พูดเรื่องการเมืองก็ปรองดองได้หมด เพราะการเมืองเป็นเรื่องของความเห็นต่าง ถ้าร่วมมือกันไม่ได้ 10 ชาติก็ปรองดองไม่ได้ จะร่างกฏหมายก็มีการปรองดองก็ไม่ได้
       ทั้งนี้ ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ขอบคุณ สปท. สนช. กรธ. ที่ตนได้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดการปฏิรูปที่จะต้องเริ่มจากทุกวันนี้ ซึ่งระยะที่ 1ที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็รวมกันทำมาตลอด และระยะต่อไปก็ต้องกำหนดแผนเรื่องการปฏิรูป ให้สอดคล้องให้นำไปใส่ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และในเรื่อง รธน. นายกรัฐมนตรี อยากให้ดูเรื่องเจตนาการร่างขึ้นมาว่าเพื่ออะไร ไม่ใช่คิดว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจ นอกจากนี้ยังได้ถามผู้เข้าร่วมประชุมว่าได้ฟังเพลงคนดีไม่ได้วันตนแล้วหรือไม่ พร้อมระบุว่า ไม่ใช่แปลว่าเป็นคนดีแล้วจะไม่ตาย แต่คนดีจะไม่ตายไปจากความทรงจำของคน
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้โชว์แผนภูมิความเชื่อมโยงของแม่น้ำ 5 สาย เพื่อแจกให้กับหน่วยงานราชการ นำไปพิจารณา ปรับแผนงาน เพื่อให้สอดคล้องกับงานในรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายด้วยรวมทั้ง ยังขอให้ กอ.รมน. ดำเนินแผนงานให้เข้าถึงระดับกำนันผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยสื่อสารสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินงาน ให้ลงถึงประชาชนให้มากที่สุดด้วย
‘นายกฯ’ ประชุมสรุปผลงาน กอ.รมน.สั่งจัดการแก๊งปลอมพาสปอร์ต
       10 ก.พ.59 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 และแถลงแผนงานปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย คณะกรรมการ กอ.รมน. หน่วยงานขึ้นตรง กอ.รมน. เข้าร่วม
       ทั้งนี้ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เลขาธิการ กอ.รมน. กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์การจัดงาน เพื่อรับทราบนโยบาย จากนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. เพื่อให้หน่วยงานขึ้นตรงยึดถือไปเป็นแนวปฏิบัติ และในการสรุปผลการดำเนินงานครั้งนี้ มีการนำเสนอวีดิทัศน์ และนิทรรศการผลการดำเนินงานจาก กอ.รมน.ภาค 1-4 และผลงานของศูนย์ปรองดอง รวมทั้งผลการดำเนินการด้านการปฏิรูป
       สำหรับแผนงานของ กอ.รมน. ในปีนี้เน้นการสร้างการรับรู้ บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาความมั่นคง ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนสามารถใข้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติงานได้ และจะรณรงค์ให้ประชาชนมาออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดเพื่อให้มีการเลือกตั้ง ตามโรดแมปที่ คสช.วางไว้ จากนั้นมีการฉายวิดีทัศน์ผลการดำเนินงานของกอ.รมน. อาทิ การปราบปรามยาเสพติด การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การทวงคืนผืนป่า รวมทั้งการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณข้าราชการทุกคน ที่ร่วมมือการทำงานมาตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมฝากให้ข้าราชการ สลายสีรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ลดอัตตา แล้วจึงนำประชาชนมาร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง และบูรณาการร่วมกับกลุ่มงานอื่น เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งยังย้ำเตือนต้องไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต ยืนยันส่วนตัวเชื่อมั่นในข้าราชการทุกคน สำหรับการจับกุมขบวนการลักลอบปลอมแปลงพาสปอร์ตที่ทำในไทยมากว่า 25 ปี นั้น เพราะมีการปล่อยปละละเลย ให้มีการกระทำเช่นนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าปล่อยมาได้อย่างไร ดังนั้นในระหว่างที่รัฐบาลนี้ ทำหน้าที่อยู่ จะต้องเคลียร์ประเทศให้ได้
       นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับปัญหาการก่อการร้ายนั้น วันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในด้านความมั่งคง อย่าคิดว่าบ้านเราปลอดภัย เพราะไม่มีประเทศใดในโลกที่ปลอดภัย ดังนั้นรัฐบาลกำลังจัดเตรียมเทคโนโลยีและกล้องจับใบหน้าให้พอเพียงเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และอยากให้ระวังพวกสุดโต่งเพราะไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นคู่ขัดแย้ง และทำตัวเป็นประเทศมีทางเลือก มีอิสระแต่ต้องทำตามพันธสัญญาโลก ซึ่งเวลาตนเดินทางต่างประเทศมีคนบอกว่าในไทยมีผู้ก่อการร้ายในประเทศและอันตรายที่สุดในอาเซียน เพราะนำแต่เรื่องปัญหา 3 จังหวัดชานแดนภาคใต้มาตัดสิน แต่ความจริงแล้วประเทศไทยมี ถึง 77 จังหวัด จะไปพูดแบบนั้นไม่ได้และฝ่ายความมั่งคงต้องไปชี้แจงปล่อยไว้ได้อย่างไร ซึ่งตนได้ชี้แจงไปแล้วกับชาวต่างชาติบางส่วนว่า บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้จะให้ทำอย่างไร ซึ่งต่างชาติบอกว่าคิดไม่ออก ให้เวลา 10 ปีก็คิดไม่ออก เพราะคนไทยไม่เหมือนใคร อยากปลอดภัยแต่ไม่อยากให้บังคับใช้กฏหมาย
       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบต้องมีการทำบัญชีรายจ่าย และที่สำคัญเริ่มแก้ไขปัญหาตนเอง และสร้างความเข้มแข็งในการลดหนี้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เพราะจะเป็นเช่นเดียวกับหนี้ครูที่มีสูงถึง 2 ล้านล้านบาท และยังมีหนี้สินของเกษตรกร ถ้าหนี้นำมารวมกันขายประเทศซัก 10 รอบก็ยังใช้ไม่หมด ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวมีความสำเร็จไปมา ขณะนี้มีแรงงานจดทะเบียน 2 ล้านคนแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวควรทำให้ถูกกฎหมายและร่วมกับกับประเทศเพื่อนบ้านในการร่วมกันตรวจสอบ แต่ในประเทศจะต้องพัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้ รวมถึงเรื่องค้ามนุษย์จะต้องแก้ไข เช่น การทำการประมงผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลได้ติดตามมาโดยตลอดและตนจะไล่ติดตามของทุกหน่วยงาน เพราะที่มาผ่านมามีการส่งเพียงการแก้ไขกฎหมาย แต่ไม่ได้เสนอลงรายละเอียดในทางปฏิบัติ ต่อไปนี้ถ้ามีประชุมไม่ต้องสรุปเรื่องการแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมาย เพราะกฎหมายต้องผ่านหลายขั้นตอน แต่ตนต้องการรู้ว่าการทำงานทำอย่างไร มีปัญหาหรือไม่ และการทำทุกอย่างจะต้องตอบคำถามไอยูยูได้ทั้งหมด ตลอดจนเวลาตนไปไหนหน่วยงายราชการไม่ต้องตกแต่งสถานที่อะไรต้อนรับ เพราะตนไม่ได้ให้คะแนนความสวยงามแต่ดูที่เนื้องานมากกว่า
       นายกรัฐมนตรี กล่าวกำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเอาผิด และ จับกุมผู้ที่สร้างรีสอร์ต ที่บุกรุกในพื้นที่ป่าอุทยานให้หมดสิ้น ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถรักษาผืนป่าเอาไว้ด้วย เมื่อทรัพยากรป่าลดลงก็จะเกิดผลกระทบตามมาโดยเฉพาะปัญหาเรื่องของน้ำ จึงต้องบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา
‘นายกฯ’ ชี้ทุกภารกิจของ กอ.รมน.ต้องเกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว
       เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 และแถลงแผนงานปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ว่า วันนี้เป็นการสรุปผลการสมัครงานปี 2558 และอนุมัติแผนปฏิบัติงานในปี2559 โดยสรุปแล้วเราต้องทำทุกอย่างให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้ได้โดยเร็วในทุกกิจกรรมของ กอ.รมน. และควบคู่กับการทำงาน ศอ.บต. ซึ่งงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัยในทรัพย์สิน การบังคับใช้กฎหมายและการพัฒนา ไปสู่การมีสันติสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งรายละเอียดต่างๆตนได้สั่งการไว้หมดแล้ว และมอบหมายให้ ผบ.ทบ.เป็นผู้ชี้แจงในเรื่องดังกล่าวแทน

 

สปท.กังขามาตรฐานศร.ยุบพรรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222182.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
สปท.กังขามาตรฐานศร.ยุบพรรค

‘นิกร’ กังขามาตรฐานความชอบธรรมการยุบพรรคการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ ควรเป็นหน้าที่ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาตัดสินและให้ถือเป็นที่สุดจะดีกว่า

                      10 ก.พ. 59  เมื่อเวลา 13.00 น.  นายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะอดีตผู้อำนายการพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกายกฟ้อง กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งเมื่อปี 2549 แต่กลับถูกศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) สั่งยุบพรรคในก่อนหน้านี้ ว่า กรณีการยุบพรรคชาติไทยที่ผ่านมา ก็มีลักษณะคล้ายกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งทางพรรคได้แถลงต่อศาลว่า ทางพนักงานสอบสวนและอัยการไม่สั่งฟ้อง ด้วยเห็นว่าไม่มีความผิด และไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่มีการรับฟัง ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์ 5 ปี โดยหลังจากนั้น มีอดีตตุลาการท่านหนึ่งระบุถึงกรณีการยุบพรรคครั้งนั้นว่า เนื่องจากสถานการณ์ขณะนั้นบ้านเมืองวุ่นวาย หาทางออกไม่เจอ ศาลรัฐธรรมนูญจึงต้องวินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คำถามคือว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะถือเอาตามข้อเท็จจริง หรือยึดตามสถานการณ์ และอำนาจสูงสุดของความยุติธรรมอยู่ที่คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกากันแน่
                      นายนิกร กล่าวอีกว่า ในร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญอย่างมาก ตั้งแต่การให้อำนาจถอดถอน การให้ศาลรัฐธรรมนูญร่วมกำหนดมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งมีผลบังคับใช้กับ ส.ส. , ส.ว. , และคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการวินิจฉัยตามมาตรา 7 ที่เคยมีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนด้วย หรือแม้แต่ตัวตุลาการที่สามารถมีอายุได้ถึง 75 ปี ในขณะที่องค์กรอิสระอื่นๆ กำหนดเพียง 70 ปี อีกทั้งยังได้แยกหมวดศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากมีปัญหาในส่วนนี้ก็แก้ไขได้ยาก โดยจะต้องถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อน โดยอาจมีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้องก็ได้ โดยรวมแล้วถือเป็นการสถาปนาอำนาจที่ 5 ขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบนอกเหนือจากอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระที่มีอยู่เดิม
                      “ด้วยเหตุนี้ควรมีการพิจารณารอบคอบเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยังคงมีข้อกังขาอยู่ สมควรให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจที่ควรจะเป็น คือพิจารณาความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการพิจารณาเรื่องบุคคลนั้นควรจะให้ศาลสูงสุด คือศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาตัดสินและให้ถือเป็นที่สุดจะดีกว่า นอกจากนี้การออกกฎหมายลูกว่าด้วยการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น หรือแม้แต่การตั้งคณะตุลาการก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อกังขาเกี่ยวกับมาตรฐานและความเป็นธรรมของศาลรัฐธรรมนูญอย่างที่เคยเป็นมา และอาจขยายผลไปสู่ความขัดแย้งในประเทศขึ้นอีกได้”

‘บิ๊กต๊อก’โยนสตง.แจงสอบราชภักดิ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222181.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
'บิ๊กต๊อก'โยนสตง.แจงสอบราชภักดิ์

‘ไพบูลย์’ โยน สตง.แจงผลสอบราชภักดิ์ เผย นโยบาย กอ.รมน.ปี 59 ส่งข้อเสนอ ร่างรธน. 11 ประเด็นถึง ‘วิษณุ’

                      10 ก.พ. 59  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนปัญหาโครงการอุทยานราชภักดิ์ ว่า “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ยังไม่ส่งผลสอบมา ไม่ใช่ผม ต้องให้หน่วยเขาทำงานแล้วส่งมา ขอให้สื่อไปถาม สตง.ว่าถึงไหนแล้ว”
เผยนโยบาย กอ.รมน.ปี 59
                      พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงการมอบหมายนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า มีการมอบนโยบายใหม่ตามกรอบการทำงานปี 59 มีการนำยุทธศาสตร์ของเราไปอยู่ตรงนั้น ทั้งนี้ กอ.รมน.คือหน่วยงานบูรณาการของรัฐ ไม่ใช่ของทหาร แต่คือทุกส่วนราชการอยู่ในนั้น ขนาดกระทรวงยุติธรรมยังอยู่ในหน่วยงานนี้ โดยจะนำส่วนต่างๆ ของราชการมาบูรณาการกัน กอ.รมน.ไม่ได้ซ้อนรัฐบาล แต่ต้องทำตามรัฐบาล เห็นหรือไม่ว่าทำไมให้แม่ทัพภาคเป็นภาค เพราะส่วนราชการอยู่ที่ทหารแห่งทัพภาค เลยเป็น กอ.รมน.ภาค แต่พอลงไป ทำไมต้องใช้มหาดไทย เพราะส่วนราชการของมหาดไทยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เขาพยายามใช้โครงสร้างเดิมและจัด กอ.รมน.ขึ้นมา
ส่งข้อเสนอ ร่างรธน. 11 ประเด็นถึง ‘วิษณุ’
                      เมื่อเวลา 11.00 น. นายปัญญา นิรันดร์กุล พร้อมคณะผู้บริหารเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เข้าพบ พล.อ.ไพบูลย์ และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อมอบดีวีดีซีรีย์ “พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก” เพื่อสนับสนุนโครงการคืนคนดีสู่สังคม โดยได้มอบดีวีดีจำนวน 500 ชุด ให้กับกระทรวงยุติธรรม เพื่อส่งมอบต่อไปให้หน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
                      จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กระทรวงยุติธรรมได้ส่งข้อเสนอถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อรวบรวมเป็นความเห็นของรัฐบาล รวม 11 ประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย สิทธิมนุษยชน กระบวนการด้านงานยุติธรรม ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่การโต้แย้ง เพราะบางครั้งในร่างรัฐธรรมนูญอาจจะเขียนกว้างเกินไปจนเราไม่เข้าใจ และเท่าที่ฟังจากนายวิษณุ บางเรื่องอาจจะต้องอยู่ในกฎหมายลูกเพื่อขยายความ บางประเด็นอาจจะไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในบางพันธะกรณีระหว่างประเทศที่เราได้ดูแล จึงบอกเจ้าหน้าที่ว่าประเด็นใดที่สงสัยให้เขียนเสนอไปก็แล้วกัน แต่ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่ๆ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องภายในกระทรวง และภาพกว้างที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน
                      พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า เรื่องความเป็นธรรมและสิทธิมนุษยชน เขาได้อธิบายแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าต้องทำอะไรบ้าง หากไม่ทำจะเป็นความผิดรัฐบาล ส่วนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นเรื่องการปราบปรามการทุจริต ตนเห็นด้วยเพราะบ้านเรามีปัญหามันก็ต้องทำ คือหลักการทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่าร่างฉบับนี้เน้นเรื่องดังกล่าว แต่คงต้องพูดในรายละเอียดมากกว่า ทุกวันนี้หลักการคงไม่มีใครว่า อะไรที่จะทำให้มีการเลือกตั้งหรือเรื่องอื่นๆ ที่จะนำสู่การปฏิบัติ เพราะถึงอย่างไรรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จว่าจะปฏิรูป มันต้องอยู่ที่คนนำไปใช้ ทัศนคติ การยอมรับ องค์ประกอบมันอยู่ตรงนั้น
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ในแง่การปฏิบัติอยากให้ตรงไปตรงมาอย่าลูบหน้าปะจมูก พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ใช่แน่นอน ต้องตามนี้ แต่อย่าลืมว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามามันมีเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 แล้วอะไรที่มีเรื่องจำเป็นต้องอยู่ในรัฐธรรมนูญต้องนำไปสู่ตรงนั้น ต้องเข้าใจ แต่ถ้ามองถึงภาวะปกติแล้ว เราพัฒนาไปเรื่อยๆ ส่วนตัวจะมองประเด็นนั้นอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองว่าก่อน 22 พ.ค. 57 ที่อุตส่าห์เข้ามาทำกัน พอเกิดปัญหาอะไร ยกตัวอย่างเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก จริงๆ แล้วร่างรัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าให้ ส.ส.เลือกกันเอง แต่มันเคยมีประเด็นที่ไปรบกวนเบื้องบน แล้วทำไมไม่แก้ ก็พยายามจะแก้ซึ่งหลักมันได้ ตนคิดว่าทุกคนก็เห็นด้วย แต่ที่คุยๆ กันคงเป็นเรื่องรายละเอียดมากกว่าว่าจะยอมรับกันได้หรือไม่
                      อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรื่องรัฐธรรมนูญยังเป็นเพียงร่าง ยังรับฟังกันได้อีก ท้ายสุดตนพูดเสมอว่า ความศรัทธาและความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีจะมีส่วนผลักดันให้ประชาชนยอมรับหรือไม่ ถึงเขียนดีอย่างไรมันไม่ยอมรับก็ไม่ยอมรับ แต่ตนไม่ได้สนใจในแง่ที่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ แต่ส่วนตัวตั้งใจที่จะบอกประชาชนว่ารัฐธรรมนูญเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมา ถ้าเชื่อใจพวกเรา เชื่อใจ คสช.ก็ต้องยอมให้สิ่งเหล่านี้มันออกมา แต่ถ้าไม่ศรัทธา ตนพูดอย่างไรก็ไม่เลือก ไม่ผ่านให้อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังสร้างความเข้าใจ ส่วนกลุ่มที่โต้แย้งเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ควรพูดให้ชัด อย่าพูดรวมแล้วจะไม่เข้าใจ วรรคไหนมีปัญหาพูดออกมาเป็นเรื่องๆ

‘นายกฯ’ชมตร.ทลายแก๊งปลอมพาสปอร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222175.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559
‘นายกฯ’ชมตร.ทลายแก๊งปลอมพาสปอร์ต

‘สรรเสริญ’ เผย ‘นายกฯ’ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทลายแก๊งปลอมพาสปอร์ตข้ามชาติรายใหญ่ ย้ำ ‘รัฐบาล-คสช.’ ลุยปราบผู้มีอิทธิพลทั้งชาวไทยและต่างชาติ

      10 ก.พ.59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบข้อมูลการเข้าทลายแหล่งผลิตพาสปอร์ตปลอมระดับโลกที่จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว โดยฝากชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้ปฏิบัติ ที่สามารถสร้างผลงาน สร้างเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้แก่ตนเองและหน่วยงาน ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อวงการตำรวจไทย นายกฯจึงต้องการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เอาจริงเอาจังในการกวาดล้างมาเฟียต่างชาติ หรือผู้ที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ จนสามารถรวบตัวการใหญ่ชาวอิหร่านกับพวกรวม 5 คน ที่ผลิตพาสปอร์ตปลอมส่งขายทั่วโลก ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี
      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาล และคสช. มีนโยบายชัดเจนในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งชาวไทยและต่างชาติ จึงได้กวดขันให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการ ประเทศชาติจะได้รับความเสียหายอีกมาก โดยเฉพาะอันตรายจากผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยใช้พาสปอร์ตปลอม ที่อาจเป็นทั้งอาชญากรข้ามชาติ ขบวนการค้ามนุษย์ หรือเข้ามากระทำผิดในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงเน้นย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลจะต้องส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ ได้พิสูจน์ฝีมือ สร้างผลงาน ทำให้ประชาชนเกิดความไว้วางใจ รวมทั้งต้องสร้างระบบสนับสนุนให้คนดีมีกำลังใจ และประเมินผลงานอย่างเป็นธรรม มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ที่สำคัญต้องป้องกันระบบการเมืองเข้าไปแทรกแซง ขจัดการสร้างอิทธิพลหรือแสวงหาผลประโยชน์ที่ทำให้เจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติงาน หรือวิ่งเต้นเข้าหาผู้ที่ให้ประโยชน์แก่ตนเองได้