ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576254
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 05:01

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576254
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 05:01

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576256
โดย อินเด็กซ์ 51 12 ก.พ. 2559 05:01

สลบเหมือดกันถ้วนหน้าสำหรับนักลงทุนที่ได้ไประเริงไฟในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะติดลบต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในต่างประเทศที่ระส่ำหนักเช่นกัน
โดยเฉพาะช่วงบ่ายร่วงหนักเกินบรรยาย อันเป็นผลจากความตื่นตระหนกของนักลงทุนจึงพากันเทขายหุ้นออกมาจำนวนมาก เนื่องจากวิตกกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ดัชนีหุ้นไทยเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ปิดที่ 1,280.74 จุด ลดลง 24 จุด หรือเปลี่ยนแปลง -1.84% มูลค่าการซื้อขาย 45,363.29 ล้านบาท โดยมีแรงเทขายหนักในกลุ่มพลังงาน
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ADVANC มูลค่าซื้อขาย 2,827.552 ล้านบาท ปิดที่ 168.00 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท (+0.30%), PTT มูลค่าซื้อขาย 2,818.727 ล้านบาท ปิดที่ 228.00 บาท ลดลง -8.00 บาท (-3.39%), KBANK มูลค่าซื้อขาย 1,801.112 ล้านบาท ปิดที่ 163.50 บาท ลดลง -3.00 บาท (-1.80%), SCB มูลค่าซื้อขาย 1,513.094 ล้านบาท ปิดที่ 129.00 บาท ลดลง -3.00 บาท (-2.27%) และ INTUCH มูลค่าซื้อขาย 1,219.392 ล้านบาท ปิดที่ 55.00 บาท ลดลง-0.25 บาท (-0.45%)
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงท้ายเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ยิ่งปรับตัวลงแรง เกิดขึ้นหลังจากตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดซึ่งติดลบกันถ้วนหน้า เป็นเพราะความกังวลจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทชั้นนำ และราคาน้ำมันในตลาดฟิวเจอร์สก็อ่อนตัวลงด้วย ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานพลอยกระอักตามไปด้วย
ทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับภาคธนาคารในยุโรปที่ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ ทำให้มีข้อวิตกในเรื่องความสามารถในการทำกำไร โดยมีโอกาสที่จะเกิดการผิดนัดชำระตราสารพันธบัตร ยิ่งทำให้ตลาดหุ้นในยุโรปไม่สดใสมากนัก
ขณะที่ดัชนีหุ้นฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดปรับลงแรงถึง 3.85% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลภาวะเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นที่เกาหลีใต้ก็ติดลบ
สำหรับตลาดหุ้นไทยที่ร่วงหนักเพราะเจอปัจจัยลบจากภายนอกประเทศ ขณะที่ภายในประเทศก็ไม่มีปัจจัยบวกมาช่วยหนุนส่ง
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันที่ 12 ก.พ.นี้ มีสัญญาณพักฐานลงมาต่อเนื่อง เพราะแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ยังไม่สดใส ทั้งเรื่องความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกและทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังอ่อนตัวลง คาดการณ์กรอบดัชนีไว้ที่ระดับ 1,275–1,307 จุด!!!
อินเด็กซ์ 51
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576271
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 05:01

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ (LINE) ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้เป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างไลน์ให้เป็นมากกว่าแอพพลิเคชั่นแชต ด้วยการเป็นแพลตฟอร์มทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กรธุรกิจ โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้บริการต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขในชีวิต
ในขณะที่ลูกค้าองค์กร สามารถใช้ไลน์ในการสร้างการรับรู้ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มยอดขายให้กับสินค้าและบริการผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลักของ LINE ได้แก่ ธุรกิจเกม ธุรกิจคอนเทนต์ ธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจเพย์เมนต์ โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการเหล่านี้ให้เทียบเท่ากับบริการแชต และยังมีแผนในการผนวกบริการที่มีอยู่เข้าด้วยกันภายใต้แอพพลิเคชั่นเดียวเป็นซิงเกิ้ลแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น
นายอริยะกล่าวว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศ Mobile First ประมาณ 2 ปีแล้ว ด้วยอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตไร้สายเพิ่มสูงถึง 40 ล้านคน และ 33 ล้านคนเป็นผู้ใช้งานไลน์และคาดการณ์ว่าภายในปี 2560 นี้ ยอดผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไร้สายจะเพิ่มขึ้นถึง 50 ล้านคน หลังจากการเปิดให้บริการ 4 จี โดยคนไทยใช้เวลากับสมาร์ทโฟนเฉลี่ยสูงถึง 5.7 ชั่วโมงต่อวัน และใช้เวลากับไลน์ในการแชตนานถึง 83.7 นาทีต่อวัน และเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เวลาอยู่กับอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ไลน์จึงมีบริการ Official Account (OA) สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรในการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ โดยการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม ด้วยข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายสนใจในเวลาและช่องทางที่เหมาะสม ตลอดจนเพิ่มยอดขายให้กับองค์กรได้มากขึ้น และสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 2.8 ล้านรายในไทย ไลน์ยังมีบริการ LINE@ ที่ใช้งานง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576196
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 20:07

โพล ม.หอการค้าไทย เผยวันวาเลนไทน์ปีนี้คึกคัก เงินสะพัด 3,675 ล้าน สูงสุดนับตั้งแต่การสำรวจครั้งแรกในปี 50 เหตุของแพง-เศรษฐกิจเริ่มดี เผยคู่รักซื้อของขวัญให้กันเฉลี่ยคนละ 1,227 บาท ดอกกุหลาบฮิตสุด…
เมื่อวันที่ 11ก.พ.59 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรม และการใช้จ่ายช่วงวาเลนไทน์ ว่า การใช้จ่ายช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ปี 59 มีมูลค่า 3,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.61% ซึ่งเป็นมูลค่าสุดนับตั้งแต่สำรวจครั้งแรกในปี 50 เพราะประชาชนคาดหวังว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว รวมถึงมีสถานที่เที่ยวมีมาก และสินค้าแพงขึ้น โดยเฉพาะของขวัญดอกไม้, อาหารและอื่นๆ
“เทศกาลในปีนี้ถือว่าคึกคักมาก โดยการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ 2,258 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่อยู่ที่ 1,901 บาท เพราะประชาชนเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงกล้าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ยังระมัดระวังอยู่บ้าง โดยที่มาของเงินที่ใช้ ส่วนใหญ่ 55.5% จะใช้เงินเดือน, 38.2% ใช้เงินออม, 3.1% ใช้โบนัส และอีก 3.2% ใช้เงินอื่นๆ เช่น ขอผู้ปกครอง”
สำหรับเงินที่ใช้จ่ายในช่วงนี้เฉลี่ยต่อคน เช่น การซื้อของขวัญให้กันเฉลี่ย 1,991 บาท แต่หากคิดเฉพาะการซื้อของขวัญให้กับคู่รักเฉลี่ย 1,227 บาทเพิ่มจากปีก่อนที่ซื้อของขวัญ 1,012 บาท, ซื้อดอกไม้ 491 บาท, ทานข้าวนอกบ้าน 2,586 บาท, เดินห้าง 1,063 บาท, ซื้อช็อกโกแลต 387 บาท, ซื้อการ์ด 168 บาท ส่วนดอกไม้ที่นิยมมอบกันในวันวาเลนไทน์ คือ ดอกกุหลาบมากที่สุด รองลงมาเป็นดอกทิวลิป, ลิลลี่, คาร์เนชั่น, ดอกรัก และอื่นๆ
ด้านนายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ส่วนในการสำรวจด้านต่างๆ กลุ่มตัวอย่างมองว่า ในวันวาเลนไทน์ มีโอกาสที่คนจะติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรมากขึ้น ก่อให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เกิดการล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทำให้วัยรุ่นเปลี่ยนสถานที่มีเพศสัมพันธ์ เชื่อว่าการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่จะทำให้การมีเพศสัมพันธ์ลดลง
นอกจากนี้ ใน 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าเด็กและเยาวชนมีปัญหาด้านต่างๆ รุนแรงมากขึ้น ทั้งการตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน, การล่วงละเมิดทางเพศของคนใกล้ชิด, มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน, เด็กเร่ร่อน, การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร, เด็กติดเกม, เด็กชอบเที่ยว, การคลอดแล้วทิ้ง, โสเภณีเด็ก, พ่อ-แม่ไม่มีวุฒิภาวะในการเลี้ยงดู, เด็กกำพร้า, ขาดศีลธรรม, ยาเสพติด, การใช้แรงงานเด็ก, การขาดการศึกษา และการยกพวกตีกัน.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576205
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 20:01

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในใจชุมชน โหมแคมเปญต่อเนื่องรับเทศกาลวาเลนไทน์ คัดเลือกสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดกว่า 3,000 รายการ เพื่อมอบเป็นของขวัญแทนใจ พร้อมเป็นห้างค้าปลีกหนึ่งเดียวในโลกที่มีการจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสในห้าง โดยจับมือกับกระทรวงมหาดไทยเชิญชวนคู่รักร่วมจดทะเบียนสมรสฉลองวันวาเลนไทน์
นางสาววารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับไตรมาสเเรกนี้มี 2 เทศกาลสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับธุรกิจค้าปลีกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปีนี้เทศกาลวาเลนไทน์ และเเละเทศกาลตรุษจีน อยู่ในช่วงเวลาใกล้กัน ส่งผลให้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ในปีนี้ ทางบิ๊กซียังคงเเนวทางการทำตลาดจัดโปรโมชั่นผ่านสินค้าคุณภาพราคาประหยัดกว่า 3,000 รายการ เพื่อกระตุ้นยอดขายในเทศกาลวาเลนไทน์ โดยคาดการณ์จะมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ ราว 15-20% เนื่องจากประชาชนจะซื้อของขวัญ ของรู้ใจเพื่อเตรียมมอบให้กับคนพิเศษในวันสำคัญนี้
ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซีฯ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการสร้างความคึกคักของเทศกาลวาเลนไทน์ ทางบิ๊กซีเตรียมโปรโมชั่นพิเศษ มอบฟรี หมอนอิงเล็กรูปหัวใจ กว่า 7,200 ใบ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 วันเดียวเท่านั้น เพียงลูกค้าช็อปครบ 800 บาทขึ้นไป ก็สามารถมารับหมอนอิงเล็กรูปหัวใจ มูลค่า 159 บาท จำนวนจำกัด
ในโอกาสนี้ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้ร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เชิญชวนคู่รักร่วมจดทะเบียนสมรสฉลองวันวาเลนไทน์สุดหวานร่วมกับผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทย ในงาน “เปิดตำนานรัก 14 กุมภาวาเลนไทน์” ซี่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ณ จุดบริการอำเภอยิ้ม ที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 13 สาขา ได้แก่ ขอนแก่น นครปฐม ราชบุรี สมุทรปราการ อุบลราชธานี ระยอง ชัยภูมิ มหาสารคาม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา อุดรธานี 2 ชุมพร และ ยโสธร
พิเศษสำหรับปีนี้มีบิ๊กซีเพิ่มอีก 4 สาขา ที่ไม่มีอำเภอยิ้มเข้าร่วมโครงการด้วย ได้แก่ กระนวน กำแพงเพชร สระแก้ว โดยบิ๊กซีจะตกแต่งสถานที่เพื่อให้คู่รักเก็บภาพเป็นที่ระลึก และจัดเตรียมของขวัญพิเศษสำหรับคู่รักที่มาจัดพิธีสมรสหรือจดทะเบียนสมรสที่บิ๊กซี 20 คู่แรกในแต่ละสาขาและมีของขวัญที่ระลึกให้กับทุกๆ คู่ โดยคู่รักทุกคู่จะได้ถ่ายรูปบริเวณซุ้มที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ โดยบริการจดทะเบียนสมรสนี้จะมีขึ้นระหว่างเวลา 09.00-15.00 น.
นอกจากนี้บิ๊กซียังได้จัดเตรียมสินค้าอื่นๆ อีกหลากหลายรายการในราคาพิเศษพร้อมรายการส่งเสริมการขาย อาทิ โดนัทรูปหัวใจ มีเฉพาะในเทศกาลวาเลนไทน์ ชิ้นละ 6 บาท ปลอกหมอนหนุน แพ็กคู่ จาก 199 เหลือ 159 บาท ดอกกุหลาบช่อ เริ่มต้นที่ 12 บาท เป็นต้น
พิเศษ!!! สำหรับสมาชิกบิ๊กการ์ด ลุ้นรับช่อดอกกุหลาบสีขาว แดง ชมพู 1 ช่อจาก 100 ช่อ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน โดยมูลค่าช่อละ 2,000 บาท ง่ายๆ เพียงร่วมสนุกผ่านแคมเปญ “เลือกนิยามรักของตนเอง” โดยประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านhttp://bigcard.bigc.co.th/announcement ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576175
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 19:15

เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเดนท์สุ อีจิส เน็ตเวิร์ค (Dentsu Aegis Network) เผยผลรายงาน Lookback 2015 โดยทำการจัด 5 อันดับประเด็นที่ถูกกล่าวถึงผ่านทางสื่อโทรทัศน์มากที่สุด ประจำปี 2558 โดยรายงานดังกล่าวได้จัดอันดับแยกตามหมวดหมู่ต่างๆ เช่น กีฬาและเหตุการณ์สำคัญ, สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต, ดาราชาย-หญิงสุดฮอต, นักร้องยอดนิยม, สุดยอดวงดนตรี, เพลงฮิตยอดนิยม, สุดยอดภาพยนตร์ และสถานที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งปี เป็นต้น ซึ่งผลการจัดอันดับดังกล่าวได้มาจากการเก็บข้อมูลจากทีวีแพลตฟอร์ม ‘Wireaction’ ระหว่างช่วงเดือนมกราคม – ธันวาคม 2558 โดยทำการรวบรวมคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดทางสื่อโทรทัศน์ ช่อง 3, 5, 7 และ 9 ซึ่ง Wireaction เป็น Data Management Platform ที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากทางโทรทัศน์ เพื่อนำมาวิเคราะห์เทรนด์ความนิยมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ช่วยให้สามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาดในอนาคตให้ครอบคลุมอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลรายงาน Lookback 2015 ระบุ 5 อันดับในหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้ 5 อันดับกีฬาและเหตุการณ์สำคัญ เรียงตามลำดับได้แก่ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28, การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 2015, การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2016 และ การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015-2016
นอกจากนี้ 5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต พบว่า ภูทับเบิก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการพูดถึงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ หาดบางแสน ถัดมา คือ ยอดเขาเอเวอเรสต์, ชายหาดหัวหิน และ เทือกเขาแอลป์ ตามลำดับ
สำหรับ 5 อันดับดาราชาย-หญิงสุดฮอต พบว่า อันดับหนึ่ง ได้แก่ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ รองลงมา ณเดชน์ คูกิมิยะ อันดับสาม คือ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ตามมาด้วย ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ นักแสดงหญิงเพียงคนเดียวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ และอันดับสุดท้าย ได้แก่ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ซึ่งผลการจัดอันดับดังกล่าว แสดงให้เห็นว่านักแสดงในสังกัดของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยังคงได้รับความนิยมและมีการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง
ด้าน 5 อันดับนักร้องยอดนิยม ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด อันดับแรก ได้แก่ โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ (โตโน่ เดอะสตาร์) รองลงมาคือ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล อันดับสาม ได้แก่ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ตามมาด้วย โดม ปกรณ์ ลัม และอันดับสุดท้าย ได้แก่ กัน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ (กัน เดอะสตาร์)
รายงานผลการจัดอันดับ ระบุต่อไปอีกว่า 5 อันดับสุดยอดวงดนตรีที่มีการพูดถึงมากที่สุด อันดับหนึ่ง ได้แก่ วงบอยแบนด์จากทางฝั่งตะวันตก วันไดเรคชั่น (One Direction) อันดับสองรองลงมา คือ วงดนตรีสัญชาติไทย สควีซ แอนนิมอล (Sqweez Animal) อันดับสาม ได้แก่ วงบอยแบนด์จากแดนกิมจิ เอ็กโซ (EXO) และอันดับถัดมาคือ วงดนตรีเพื่อชีวิต คาราบาว และ วงทเวนตี้ไฟฟ์อาเวอส์ วงดนตรีสัญชาติไทยแนวอัลเทอร์เนทีฟ ตามลำดับ
สำหรับ 5 อันดับเพลงฮิตยอดนิยม ได้แก่ เพลงแว้นฟ้อหล่อเฟี้ยว โดยศิลปิน แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก (Feat. ดีเจต้นหอม, โก๊ะตี๋ และ วง 3.50) รองลงมา คือ เพลงขอใจเธอแลกเบอร์โทร โดย หญิงลี ศรีจุมพล อันดับสาม ได้แก่ เพลงจูบ จากศิลปินวง ILLSLICK (Feat.หนึ่ง ETC) ตามมาด้วย เพลง เหงา แซด แซด (เหงา Sad Sad) โดย ตุ้ย เกียรติกมล และอันดับสุดท้าย ได้แก่ เพลงชัยชนะ ของศิลปิน ป๊อด โมเดิร์นด็อก (Feat. สันติ ลุนเผ่)
นอกจากนี้ 5 อันดับสุดยอดภาพยนตร์ที่มีการพูดถึงมากที่สุด ได้แก่ สตาร์ วอร์ส (Star War) รองลงมาคือ ภาพยนตร์ไทยเรื่อง แม่เบี้ย 2015 ตามมาด้วยภาพยนตร์ฝรั่งเรื่อง ฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส 7 (Fast & Furious 7), ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ละติจูดที่ 6 (Latitude 6) และอันดับสุดท้าย ได้แก่ ภาพยนตร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งปี ได้แก่ ภาพยนตร์ไทยเรื่อง อาบัติ (อาปัติ)
สำหรับ 5 อันดับสถานที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด อันดับหนึ่ง ได้แก่ สยามพารากอน ถือเป็นศูนย์การค้าในกรุงเทพมหานคร และยังเป็นศูนย์การค้าที่มีคนเดินมากที่สุดในประเทศอีกด้วย ถัดมา คือ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี (IMPACT Exhibition and Convention Center) ในแต่ละปีสถานที่นี้จะมีการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ มากมาย และมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานเป็นจำนวนมาก อันดับสาม ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้า โรงแรม และอาคารสำนักงานที่ครบวงจร มีพื้นที่รวมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตามมาด้วย ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ได้จัดงานสำคัญมากมายทั้งในและต่างประเทศ อันดับสุดท้าย คือ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและจัดการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงโขนพระราชทาน คอนเสิร์ต และละครเวที รวมถึงใช้เป็นสถานที่ในการจัดการประชุมในระดับประเทศอีกด้วย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576163
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 19:10

เอกชน เล็งปรับหลักสูตรการศึกษา ปั้นนักศึกษาทุกคณะเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม (ไอดีอี) หวัง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ หอการค้าไทย คาด ปีนี้ จีดีพี โตเพิ่ม 0.1% วางเป้า ผู้ประกอบการ 100 ราย เกิดเงินทุน 6-8 พันล้านบาท …
วันที่ 11 ก.พ. 59 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับมหาวิทยาลัยเอกชนในการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนให้นักศึกษาทุกคณะสาขา สามารถเป็นผู้ประกอบการธุรกิจได้ ทั้งคณะนิติศาสตร์, รัฐศาสตร์, บัญชี, เศรษฐศาสตร์, นิเทศศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น เพื่อสร้างสังคมผู้ประกอบการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการใช้นวัตกรรมในการทำธุรกิจ (ไอดีอี) ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
“ตอนนี้รัฐบาลให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) นำนวัตกรรมมาเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะนำร่องเพื่อสร้างโมเดลร่วมกับมหาวิทยาลัยเอกชน จากนั้นจะขับเคลื่อนร่วมกับมหาวิทยาลัยภาครัฐ และหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป เพราะการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม 1 รายจะช่วยสร้างรายได้หรือเพิ่มเพิ่ม 5-7 เท่าภายใน 3 ปี”
ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้นวัตกรรม คาดว่าในปี 59 จะช่วยผลักดันให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.1% โดยเป้าหมายในการส่งเสริมผู้ประกอบการ 100 ราย จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทั้งมูลค่าการลงทุน การจ้างงาน และรายได้ของผู้ประกอบ 6,000-8,000 ล้านบาท แต่ในปี 60 คาดว่า จะส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรม 1,000 ราย คาด จะเกิดเงินหมุนเวียน 60,000-80,000 ล้านบาท จะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่ม 0.5-1%
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576160
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 18:55

พาณิชย์ เตรียมหารือโรงสีข้าวสัปดาห์หน้า ขอความร่วมมือซื้อข้าวเปลือกปี 59/60 ของชาวนาในพื้นที่ป้องกันไม่ให้ถูกกดราคาซื้อ พร้อมใช้ดาวเทียมส่องผลผลิตทุก 7 วัน หวัง ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพที่สุด จ่อชง นบข. พิจารณา 24 ก.พ.นี้…
วันที่ 11 ก.พ. 59 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้า การจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวแบบครบวงจร ว่า สัปดาห์หน้า จะเชิญสมาคมโรงสีข้าวไทยมาหารือถึงแผนการรับซื้อข้าวเปลือกในแต่ละพื้นที่เพาะปลูกข้าว เพื่อป้องกันปัญหาขายไม่ได้หรือขายได้ในราคาต่ำ ภายหลังจากที่คณะทำงานวางแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ที่มีตนเป็นประธาน ได้กำหนดปริมาณการผลิตข้าวเปลือกนาปี ปี 59/60 ที่ประมาณ 25-27 ล้านตัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดพื้นที่เพาะปลูก และพันธุ์ข้าวที่จะใช้เพาะปลูกในแต่ละพื้นที่ไปแล้ว
“การเชิญสมาคมโรงสีข้าวไทยมา ก็เพื่อจะหารือถึงความเป็นไปได้ว่า ในแต่ละพื้นที่ที่กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวนั้น เมื่อผลผลิตออกมาแล้ว โรงสีในพื้นที่จะมีกำลังการรับซื้อได้ทั้งหมดหรือไม่ ถ้าไม่ได้ จะได้วางแผนแก้ปัญหาต่อไป คือ อาจให้กรมการค้าภายใน หาโรงสีนอกพื้นที่เข้ามารับซื้อ หรืออาจจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อให้ชาวนาขายได้ ราคาไม่ตกต่ำ หรือป้องกันการซื้อกดราคา”
นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตข้าว เพื่อให้ข้าวมีคุณภาพมากที่สุด จะใช้ดาวเทียมเข้ามาตรวจสอบด้วยทุกๆ 7 วัน โดยได้ขอความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ขณะเดียวกัน จะจัดตั้งคณะทำงานที่มีผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเดินสายไปตรวจสอบในทุกพื้นที่ เพื่อให้ทราบปัญหา และจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
สำหรับการดำเนินการทั้งหมดนี้ จะนำเข้าเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันที่ 24 ก.พ.นี้.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576167
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 18:30

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จับรางวัลมอบโชคแก่ลูกค้าผู้โชคดีจากกิจกรรม “โอกาสทองของคนรักบ้าน Pruksa Best Buy Moment” ต่อหน้าสื่อมวลชนและสักขีพยาน ณ โครงการบ้านพฤกษา ไพร์ม สถานีรถไฟฟ้า บางพลู – ราชพฤกษ์
“โอกาสทองของคนรักบ้าน Pruksa Best Buy Moment” เป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีที่บริษัทฯ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยรวบรวมที่อยู่อาศัยที่ดีให้กับลูกค้าในช่วงเวลาที่ดีที่สุด โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถสร้างยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ รวมทั้งสิ้น 2,347 ยูนิต มูลค่ารวม 6,665 ล้านบาท โดยมีรางวัลใหญ่ ได้แก่ รถยนต์ Mercedes Benz CLA 250 จำนวน 2 รางวัล และ Honda HR-V จำนวน 6 รางวัล รวมมูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ณ สำนักงานขายทุกโครงการ หรือ pruksa.com หรือ โทร. 1739
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/576138
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 17:52

กรมการขนส่งทางบก เผยอยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข นำรถต่างชาติ ข้ามพรมแดนเข้ามาใช้ในประเทศเป็นการชั่วคราว ย้ำต้องขออนุญาตล่วงหน้า ขณะที่ รถยนต์ส่วนบุคคลไทย รถโดยสาร รถบรรทุกที่มีพาสปอร์ตรถ สามารถนำไปใช้ในลาวได้…
วันที่ 11 ก.พ. 59 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในโซเชียล กรณีนักท่องเที่ยวชาวจีน นำรถยนต์ข้ามพรมแดนเข้ามาใช้ในประเทศไทย และเกิดข้อสงสัยกันว่า ในระเบียบปฏิบัติสามารถทำได้หรือไม่นั้น กรมการขนส่งทางบกได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขออนุญาต การอนุญาตระยะเวลาการใช้รถ และเครื่องหมายแสดงการใช้รถที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวหรือเพื่อการอื่นอันจำเป็นในการใช้รถ ซึ่งร่างประกาศดังกล่าว จะกำหนดให้ผู้ที่จะนำรถยนต์เข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ต้องขอและได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกก่อนนำรถเข้ามา
สำหรับการกำหนดหลักเกณฑ์ในการขออนุญาต เช่น ผู้จะนำรถเข้ามาใช้ในประเทศต้องแจ้งขออนุญาตล่วงหน้า มีเอกสารเกี่ยวกับรถและคนขับรถครบถ้วน มีรายละเอียดโปรแกรมการเดินทาง ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ มีการจัดทำประกันภัยรถยนต์ เป็นต้น หากเอกสารตามหลักเกณฑ์ครบถ้วนแล้ว จึงดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและออกเครื่องหมายแสดงการใช้รถสำหรับติดประจำรถตลอดระยะเวลาการใช้รถในประเทศไทย
ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก ได้หารือกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจปล่อยยานพาหนะที่ด่านพรมแดน ในการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลการอนุญาตระหว่างกรมการขนส่งทางบกกับหน่วยงานดังกล่าว เพื่อรองรับการดำเนินการให้เป็นไปตามร่างประกาศดังกล่าว พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรของไทย มารยาทในการขับรถ เครื่องหมายหรือความหมายของป้ายต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อความปลอดภัยของทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นำรถเข้ามาใช้ในประเทศ และผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศด้วย
นายจิรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของรถไทยที่ต้องการข้ามพรมแดนไปใช้ในประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันมีความตกลงร่วมกันในการออกหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตรถ เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำรถข้ามพรมแดน โดยสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสาร และรถบรรทุกไปใช้ใน สปป.ลาว ได้ โดยต้องมีพาสปอร์ตรถและเอกสารกำกับรถให้ครบถ้วน ส่วนกัมพูชามีความตกลงร่วมกันเฉพาะรถโดยสารและรถบรรทุก ในขณะที่เวียดนามมีความตกลงเฉพาะรถบรรทุกเพียงประเภทเดียวเท่านั้น
สำหรับการจะนำรถข้ามพรมแดนไปประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศที่มีความตกลงร่วมกัน ให้ศึกษาข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารประกอบการขอผ่านแดนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งฝั่งไทยและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงข้อกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งจะเป็นไปตามข้อกำหนดแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่จะนำรถไปใช้ในต่างประเทศศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านให้มากที่สุด ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง กฎจราจร ศึกษาเส้นทาง สภาพท้องถนน และต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัย.