คึกคัก! เอกชน 51 ราย แห่ยื่นซองคุณสมบัติ ประมูลข้าวรัฐ 5.7 แสนตัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576153

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 17:44

 

พาณิชย์ เผย ประมูลข้าวรัฐ 5.7 แสนตัน ผู้ประกอบการสุดคึก! ยื่นซองคุณสมบัติประมูลข้าวทั่วไป 34 ราย ประมูลข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 17 ราย เตรียมเปิดยื่นซองเสนอราคา 16-17 ก.พ.นี้…

วันที่ 11 ก.พ. 59 กรมการค้าต่างประเทศ ได้เปิดให้ผู้สนใจจะเข้าร่วมการประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ครั้งที่ 1/59 จำนวน 570,000 ตัน ยื่นซองคุณสมบัติ โดยในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. เปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติสำหรับการประมูลข้าวทั่วไป และในช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ให้ยื่นซองคุณสมบัติสำหรับข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ภายหลังปิดการยื่นซองคุณสมบัติ มีผู้ยื่นประมูลข้าวทั่วไป จำนวน 35 ราย เช่น บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด บริษัท โรงสีปัญจพล จำกัด บริษัท โกเด้น เกรน อินเตอร์ไพรซ์ จำกัด ไม่ผ่านคุณสมบัติ 1 ราย ถือว่าการประมูลข้าวครั้งนี้ได้รับความสนใจคึกคักมาก โดยจะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 16 ก.พ.นี้

ส่วนการยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมประมูลข้าวเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม 360,000 ตันนั้น มีผู้ยื่นซอง 17 ราย เช่น บริษัท ทรัพย์ทิพย์ บริษัท อี 85 จำกัด บริษัท ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ จำกัด โดยจะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาวันที่ 17 ก.พ.นี้

ด้าน นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากจำนวนผู้สนใจซื้อข้าวจากรัฐครั้งนี้ ใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา เชื่อว่า จะทำให้เกิดการแข่งขันและทำให้รัฐระบายข้าวได้ในราคาใกล้เคียงราคาตลาด เช่นเดียวกับวิธีการระบายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม หากมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน จะสามารถยื่นซองเสนอซื้อสำหรับการประมูลข้าวได้เช่นกัน.

อ่านเพิ่มเติม : คึกคัก! ผู้ประกอบ 34 ราย แห่ยื่นซองคุณสมบัติประมูลข้าว

หุ้นไทยปิดตลาดร่วงแรง 24.00 จุด มูลค่าซื้อขาย 45,363.34 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576145

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 17:25

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 24.00 จุด ที่ระดับ 1,280.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,363.34 ล้านบาท…

วันที่ 11 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดร่วง 24.00 จุด ที่ระดับ 1,280.74 จุด หรือคิดเป็น 1.84% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น  45,363.34 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

สรรพสามิต ยัน ยังไม่ขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์ หลัง รัฐเก็บภาษีบุหรี่เพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576028

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 15:36

 

อธิบดีกรมสรรพสามิต เผย ยังไม่มีสัญญาณปรับขึ้นภาษีเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ หลัง รัฐเก็บภาษีบุหรี่เพิ่ม ทำราคาปรับขึ้น 5-10 บ. ระบุ ไม่พบการกักตุนบุหรี่ ยัน ข้อมูลขึ้นภาษีไม่รั่วไหล…

วันที่ 11 ก.พ. 59 นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ หลังจากที่ได้มีการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่จาก 87% เป็น 90% หรือ 1.10 บาทต่อกรัม ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 59 เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาล ต้องการลดการบริโภคของประชาชนลง ส่วนผลต่อรายได้นั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีดังกล่าวประมาณ 12,000-15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ทั้งตามมูลค่าและปริมาณ โดยจัดเก็บตามมูลค่าปรับขึ้นจาก 87% เป็น 90% ของราคานำเข้า หรือเต็มเพดาน ส่วนปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 1 บาทต่อกรัม เป็น 1.10 บาทต่อกรัม ส่งผลทำให้ราคาขายปลีกของบุหรี่ทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยซองละ 5-10 บาท เช่น บุหรี่กรองทิพย์ปัจจุบันขายอยู่ 60 บาทต่อซอง การปรับครั้งนี้มีผลให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นอีก 10 บาทต่อซอง หรือราคาจะอยู่ที่ซองละ 70 บาท

ส่วนสาเหตุที่ปรับขึ้นแบบทันที เนื่องจากเกรงว่าหากมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้า อาจทำให้มีการกักตุนบุหรี่ของผู้ค้าต่างๆ ได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบปัญหาการกักตุนเกิดขึ้น เพราะการปรับขึ้นภาษีนั้นเป็นความลับ ไม่มีฝ่ายใดรู้มาก่อน

สำหรับการขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ที่หลายฝ่ายเริ่มกังวลใจว่าจะมีการปรับขึ้นตามหรือไม่นั้น อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ยังไม่มีสัญญาณอะไร ยังไม่ปรับขึ้น ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายต่อไป.

ปตท.-บางจาก ลดราคาเบนซินลง 50 สต./ลิตร เว้น E20, E85 ลง 70 สต./ลิตร มีผลพรุ่งนี้ตี 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576101

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 15:23

 

ข่าวดี!! ปตท.-บางจาก ปรับลดราคา กลุ่มน้ำมันเบนซิน ลง 50 สตางค์/ลิตร เว้น E20-E85 ลง 70 สตางค์/ลิตร ดีเซลคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ ตี 5…

วันที่ 11 ก.พ. 59 ปตท.-บางจากฯ ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซิน 50 สตางค์/ลิตร เว้น E20 และ E85 ลดลง 70 สตางค์/ลิตร (ดีเซลคงเดิม) มีผลพรุ่งนี้ (12 ก.พ. 59) เวลา 05.00 น. ราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95: 29.06 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95: 22.10 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91: 21.68 บาท/ลิตร E20: 19.54 บาท/ลิตร E85: 16.89 บาท/ลิตร ดีเซล 20.19 บาท/ลิตร

* ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด

คึกคัก! ผู้ประกอบ 34 ราย แห่ยื่นซองคุณสมบัติประมูลข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576031

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 14:50

 

พาณิชย์ เปิดให้ผู้ประกอบการยื่นซองคุณสมบัติ ก่อนเข้าร่วมประมูลข้าวครั้งแรกของปี 59 เผย มีผู้สนใจ 34 ราย ยื่นซองประมูลข้าวทั่วไป ขณะที่ข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม เปิดให้ยื่นบ่ายวันนี้ (11 ก.พ. 59)…

วันที่ 11 ก.พ. 59 กรมการค้าต่างประเทศ ได้เปิดให้ผู้สนใจจะเข้าร่วมการประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ครั้งที่ 1/59 จำนวน 570,000 ตัน โดยในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. เปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติสำหรับการประมูลข้าวทั่วไป และในช่วงบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ให้ยื่นซองคุณสมบัติ สำหรับข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมภายหลัง ปิดการยื่นซองคุณสมบัติ มีผู้ยื่นประมูลข้าวทั่วไป จำนวน 34 ราย ถือว่าการประมูลข้าวครั้งนี้ได้รับความสนใจคึกคักมาก

สำหรับการยื่นซองคุณสมบัติเพื่อประมูลข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม จะมีการรายงานผลอีกครั้ง หลังจากการยื่นซองในช่วงบ่าย โดยการยื่นซองคุณสมบัติในวันนี้ เพื่อแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมการประมูล โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติและให้ยื่นประมูลข้าวทั่วไปในวันที่ 16 ก.พ. 59 และข้าวอุตสาหกรรมวันที่ 17 ก.พ. 59

สำหรับข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ที่เปิดประมูล 570,000 ตัน นั้น แบ่งเป็นประมูลทั่วไป 204,000 ตัน เป็นข้าว 8 ชนิดที่มีคุณภาพตามมาตรฐานและใกล้เคียงมาตรฐาน (ระดับคุณภาพเกรด P/A/B) ประกอบด้วย ข้าวปทุมธานี ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ข้าวท่อนปทุมธานี ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี ปลายข้าว A1 เลิศ และปลายข้าว (เหนียว) A1 รวมจำนวน 40 คลัง ใน 13 จังหวัด และข้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 360,000 ตัน เป็นข้าว 7 ชนิดที่คุณภาพไม่ตรงตามมาตรฐาน (ระดับคุณภาพเกรด C) ประกอบด้วย ข้าวปทุมธานี ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ข้าวท่อนหอมจังหวัด และปลายข้าว A1 เลิศ รวมจำนวน 119 คลัง ใน 28 จังหวัด

ก่อนหน้านี้ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า การเปิดประมูลข้าวในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของปี 59 เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ข้าวในช่วงนี้ เอื้ออำนวยและอยู่ในวิสัยที่จะเร่งระบายข้าวในสต๊อกของรัฐได้ โดยข้าวฤดูใหม่ส่วนใหญ่ได้ออกจากมือของเกษตรกรแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่กระทบต่อราคาข้าวที่เกษตรกรจะได้รับ และการระบายข้าวในสต๊อกออกไป ยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาข้าวของภาครัฐอีกด้วย.

‘T-50A’ ถูกเสนอเป็นตัวเลือกแข่งโครงการ บ.ฝึกไอพ่นรุ่นใหม่ ทอ.สหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576337

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 07:16

 

ล็อกฮีดมาร์ติน ประกาศเสนอ เครื่องบินฝึกไอพ่น ที-50เอ ที่พัฒนาร่วมกับ KAI แห่งเกาหลีใต้ เพื่อเข้าคัดเลือกโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นสูง หรือ APT ของ ทอ.สหรัฐฯ เพื่อฝึกนักบินรบยุคที่ 5 ทดแทนเครื่องบินแบบ ที-38 …

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2559 บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน ได้แถลงประกาศส่งเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นสูง ที-50เอ (T-50A) ที่พัฒนาร่วมกับ อุตสาหกรรมอากาศยานเกาหลี หรือ KAI ในการแข่งขันคัดเลือกในโครงการ เครื่องบินฝึกนักบินขั้นสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ หรือ เอพีที (APT) เพื่อนำมาทดแทนเครื่องบินฝึกไอพ่น ที-38 ทาลอน รุ่นเก่าที่ใช้งานมากว่า 30 ปี รวมทั้งใช้ฝึกนักบินเพื่อบินกับเครื่องบินรบยุคที่ 5 ด้วย

เพื่อการนี้ ล็อกฮีดมาร์ติน ยังได้ประกาศเลือกโรงงานของบริษัทที่เมืองกรีนวิลล์ รัฐเซาท์แคโรไลนา ในการใช้ประกอบและตรวจสอบขั้นสุดท้าย หรือ Final Assembly and Checkout (FACO) อีกด้วย

ร็อบ ไวลีส รองประธานกรรมการและผู้จัดการทั่วไป โครงการพัฒนาขั้นสูง หรือ สกั๊งค์เวิร์ก (Skunk Works) บริษัทล็อกฮีดมาร์ติน กล่าวว่า เครื่องบิน ที-50เอ พร้อมเดินสายผลิตแล้ว นี่เป็นการเสนอเครื่องบินที่ตรงความต้องการของ APT ทอ.สหรัฐฯ และสามารถส่งมอบได้ตามกำหนดที่วางไว้ เราศึกษาอย่างละเอียดในการทำให้มีข้อเสียน้อยที่สุด สำหรับการแข่งขันในโครงการ APT และพบว่ามีความเสี่ยงมาก ต่อในต้นทุนของโครงการ เพื่อทำให้ตรงตามข้อกำหนด.

ที่มา : lockheedmartin

‘ความรักในหิมาลัย’…ของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน!! ทวยเทพประทานพร ได้พระโอรสองค์แรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576218

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 05:30

 

ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชอัธยาศัยที่ดูอบอุ่น อ่อนน้อม เรียบง่าย คงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอันใด ที่จะยิ่งทำให้ กษัตริย์หนุ่มรูปงาม พระนาม ‘จิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก’ แห่งภูฏาน จะทรงเป็นที่รักยิ่ง และทรงได้รับความชื่นชมจากพสกนิกรชาวภูฏาน และชาวโลก รวมทั้งชาวไทยอย่างมาก

แม้ภูฏานจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ มีประชากรแค่ราว 6.5-700,000 คน ตั้งอยู่บนแผ่นดินสูงที่โอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่เรียงราย ในเทือกเขาหิมาลัย ทว่าข่าวคราวจากแดนไกลในประเทศนี้ กลับมีมาถึงชาวโลกอย่างต่อเนื่อง…

โดยเฉพาะนับตั้งแต่ เจ้าชายจิกมี ทรงได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก สืบต่อจากพระราชบิดา สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ในปีพุทธศักราช 2551 โดยทรงเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ขณะที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 28 พรรษาเท่านั้น จนนับเป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมายุน้อยที่สุดในโลก

‘โชคชะตาได้นำพาข้าพเจ้ามาที่นี่ ข้าพเจ้าจะปกป้องท่านทั้งหลายเหมือนกับคนในครอบครัว ดูแลท่านเหมือนน้อง และให้การอุ้มชูท่านเหมือนบุตร ข้าพเจ้าจะให้ท่านทุกๆ สิ่ง และไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน และนี่คือวิถีทางที่ข้าพเจ้าจะดูแลท่านในฐานะกษัตริย์’

* ความสุขมวลรวมในประเทศพุ่ง!

ท่ามกลางพระจริยวัตรอันงดงามของกษัตริย์จิกมี และการปกครองประเทศที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยการทรงมุ่งเน้น ‘ความสุขมวลรวมของประชากรภายในประเทศ’ (Gross National Happiness) หรือ GNH มาเป็นตัวตั้งชี้วัดความเติบโตก้าวหน้าของประเทศ ไม่ใช่ตัวเลข GDP ที่วัดกันด้วย ‘เงิน’ เหมือนกับประเทศอื่นๆ ทั้งหลาย…และแล้ว ดัชนี GNP ของภูฏานก็ต้องพุ่งพรวด พลันที่มีการประกาศข่าวมหามงคล ‘กษัตริย์จิกมีจะทรงอภิเษกสมรส’ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในระหว่างมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 7 ที่กรุงทิมพู เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2554

‘ในฐานะกษัตริย์ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องอภิเษกสมรส และหลังจากที่ได้คิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ข้าพเจ้าเห็นว่า พิธีอภิเษกสมรสควรจัดขึ้นปลายปีนี้ (2554)’

กษัตริย์จิกมี และพระชายา เจตซัน เปมา

*รักใดที่ว่าหวาน…ฤาจะเทียบเท่าตำนานรักแห่งหิมาลัย

แต่พระราชดำรัสที่ทรงยิ่งทำให้ชาวภูฏาน และหญิงสาวในพระทัยของกษัตริย์จิกมี ทรงรักพระองค์อีกเท่าทวี คงเป็นพระราชดำรัสถึงหญิงสาวที่พระองค์ทรงเลือกมาเป็นพระชายาคู่พระทัยว่า ‘สำหรับพระราชินีแห่งภูฏานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะปัจเจกบุคคล ก็คือ ต้องเป็นคนดี และในฐานะพระราชินี คือต้องมีความมุ่งมั่นไม่ท้อถอยที่จะรับใช้ประเทศชาติและประชาชน’ พร้อมกันนั้น กษัตริย์จิกมียังได้ตรัสว่า พระองค์ได้พบกับสตรีที่มีคุณสมบัติเช่นนั้นแล้ว และเธอชื่อว่า ‘เจตซัน เปมา’ แม้เธอจะอายุยังน้อย แต่มีบุคลิกที่อบอุ่น จิตใจดีงาม

พลันที่กษัตริย์จิกมี ทรงเปิดเผยชื่อหญิงสาวที่แสนจะโชคดีว่า เธอชื่อ ‘เจตซัน เปมา’ ซึ่งขณะนั้น มีอายุเพียง 21 ปี ไม่นานต่อมา ‘ตำนานรักแสนหวานระหว่างเจ้าชายหนุ่มแห่งภูฏานกับหญิงสาวสามัญชน’ ก็ได้ถูกสื่อทั่วโลกนำมาเผยแพร่จนสร้างความประทับใจอย่างมาก

ก็ในโลกยุคดิจิตอล ใครเล่าจะคาดคิดว่า จะมีความรักของเจ้าชายหนุ่มรูปงามเฉกเช่น เจ้าชายจิกมีนั้น มีอยู่จริง เพราะพระองค์ทรงมีความรักฝังใจต่อเจ็ตซัน มายาวนานตั้งแต่วัยเยาว์ ถึงขนาดทรงเคยคุกเข่า ขอ ‘เจตซัน’ แต่งงาน ขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 17 พรรษา ส่วนเจตซันอายุเพียง 7 ขวบ ‘ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังเป็นโสด ไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน’

*หญิงสาวสวยสามัญชน ผู้กุมพระทัยกษัตริย์จิกมี

เจตซัน เปมา เป็นบุตรสาวคนที่ 2 จากจำนวนพี่น้อง 5 คน ของ ธอนทุบ กยอลเซน ผู้เป็นบิดา ซึ่งมีอาชีพเป็นนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส กับ โซนัม ซูกี มารดา โดยเจตซันสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้นที่ประเทศภูฏาน จากนั้นไปเรียนต่อในประเทศอินเดีย ก่อนจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากนั้น หญิงสาวผู้นี้ยังทรงสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ศิลป์

‘ข้าพเจ้ามีความภูมิใจในตัวเธอมาก เธอเป็นผู้หญิงที่อัศจรรย์ มีความเฉลียวฉลาด เธอและข้าพเจ้าได้แบ่งปันเรื่องใหญ่ที่ธรรมดาสามัญ นั่นคือ ความรักและความหลงใหลในศิลปะ’ กษัตริย์จิกมีตรัสชื่นชม เจตซัน เปมา

อีกหนึ่งตำนานรักที่แสนหวาน

*พระราชพิธีอภิเษกสมรสที่เรียบง่ายและสมพระเกียรติ

กษัตริย์จิกมี ได้ทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจตซัน เปมา ตามแบบฉบับโบราณราชประเพณีของราชวงศ์วังชุก เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2554 ณ พระอารามหลวงภายใน พูนาคาซอง ป้อมปราการเก่าสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของราชอาณาจักรภูฏาน

เรื่องที่น่าประทับใจ กษัตริย์จิกมียังตรัสให้คำมั่นสัญญากับพระชายาว่า พระองค์จะไม่ทรงอภิเษกสมรสกับผู้หญิงใดอีก และจะมีเจตซัน เปมาเป็นพระชายาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น โดยหลังจากทรงอภิเษกสมรสแล้ว กษัตริย์จิกมี ได้ทรงพาพระชายาเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศหลายครั้ง อย่างมีความสุข

เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น เมื่อ พ.ย.2554

เสด็จฯ เยือนกรุงลอนดอน ปลายปี 2554

*ชาวภูฏานปลื้มปีติ พระราชินีเจตซัน ทรงพระครรภ์ 

หลังจากกษัตริย์จิกมีและพระชายาทรงอภิเษกสมรสได้ 4 ปี ในที่สุด กษัตริย์จิกมีได้ทรงประกาศข่าวมงคลที่สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวภูฏานอย่างยิ่งว่า พระราชินีเจตซัน พระชายาของพระองค์ทรงพระครรภ์แรกแล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 โดยทรงเลือกวันประกาศข่าวมงคลนี้ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของอดีตกษัตริย์ จิกมี ซิงเย วังชุก พระราชบิดาของพระองค์ ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษาด้วย นอกจากนั้น กษัตริย์จิกมี ยังทรงประกาศด้วยว่า พระราชินีเจตซันทรงตั้งพระครรภ์แรก และทรงได้พระราชโอรส ซึ่งคาดว่าจะมีพระประสูติกาลในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2559

*เทพไท้อำนวยพร ถึงวันประสูติ พระโอรสองค์น้อย

และแล้ว ในวันศุกร์ที่ 5 ก.พ.59 พระราชินีเจตซัน พระชนมายุ 25 พรรษา ได้ทรงมีพระประสูติกาลพระโอรส โดยสำนักพระราชวังภูฏานได้แจ้งข่าวดีผ่านทางเฟซบุ๊กของพระราชินีเจตซัน เปมา พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตลอดการประสูติกาลพระราชโอรสของราชินี กษัตริย์จิกมีทรงอยู่เคียงข้างพระชายาไม่ห่าง และทั้งพระราชินีและพระโอรส ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงดี

อีก 4 วันต่อมา เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวภูฏาน ซึ่งเรียกว่าวันโลซาร์ สำนักราชวังภูฏานได้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์แรกของพระโอรสองค์น้อย ซึ่งอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระอัยกา และทรงมีกษัตริย์จิกมี พระราชบิดาและราชินีเจตซัน พระราชมารดา ทรงประทับเคียงข้างและทอดพระเนตรพระโอรสองค์น้อยด้วยความรัก

‘เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ (โลซาร์) ซึ่งเป็นวันที่ชาวภูฏานได้เฉลิมฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกในครอบครัวและคนรัก เพื่อเป็นการทำให้วันนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น พวกเราจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการภาพแรกของพระโอรสองค์น้อย’

เพียงแต่น่าเสียดายที่พระฉายาลักษณ์แรกของโอรสองค์น้อย ในกษัตริย์จิกมี และพระราชินีเจตซันในครั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยพระพักตร์ และมีการตั้งพระนาม เนื่องจากทรงมีพระชันษาเพียง 4 วันเท่านั้น จึงทำให้ชาวภูฏานและชาวโลกต้องเฝ้ารอชื่นชมพระโอรสองค์น้อยกันต่อไป…

ซาอุฯ ผวาอีก! มือปืนบุกยิงในสำนักงานศึกษาฯ ดับ 6 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576325

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 05:30

 

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนยิงพนักงานของสำนักงานกระทรวงศึกษาธิการท้องถิ่นทางใต้ของซาอุดีอาระเบียเสียชีวิต 6 ราย เมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนเจ้าหน้าที่จะจับกุมผู้ก่อเหตุได้สำเร็จ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงภายในสำนักงานกระทรวงศึกษาธิการท้องถิ่นของชุมชน อัด เดียร์ ในจังหวัดจาซาน ทางตอนใต้ของประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเหตุให้มีพนักงานของสำนักงานแห่งนี้เสียชีวิต 6 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกจับกุม โดยตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของคนร้าย แต่ระบุว่าสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีอาชญากรรม

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของซาอุฯ รายงานว่า คนร้ายไม่ได้เป็นลูกจ้างของสำนักงานกระทรวงศึกษาธิการแห่งนี้ แต่เป็นผู้ที่มาทำธุระที่สำนักงานฯ

ทั้งนี้ เหตุกราดยิงลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในซาอุดีอาระเบีย แต่ในช่วงที่ผ่านมา ซาอุฯ เริ่มตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) จากบทบาทความเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรชาติอาหรับ โจมตีทางอากาศใส่กลุ่มกบฏในประเทศเยเมน ซึ่งรวมถึงกลุ่มไอซิสด้วย

อาเซียนกับพระตะบอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575908

โดย ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ 12 ก.พ. 2559 05:01

 

จังหวัดที่คนขะแมร์ หรือชาวกัมปูเจีย เรียกว่า บัดตัมบอง (บัด หมายถึง การขว้าง โยน) ชายแดนติดกับจังหวัดจันทบุรีของไทยเรา หรือตั้งอยู่ทาง ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา เป็นอีกหนึ่งตัวจังหวัดที่ถือว่าสำคัญต่อประชาคมอาเซียนอยู่ไม่น้อย

และในโอกาสที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดฝึกอบรม “ความรู้เรื่องการเป็นประชาคมอาเซียนสำหรับสื่อมวลชน รุ่นที่ 4 อาเซียนหลังปี 2559” ด้วยการนำสมาชิกที่เข้าร่วมอบรมรุ่นนี้ลงพื้นที่ เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั้งจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดพระตะบอง

นอกเหนือจากการเข้ารับฟังการบรรยายจาก นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, ดร.อิสิวุฒิ ตั้งเกียรติ นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย–กัมพูชา จ.จันทบุรี ที่มองไปถึงอนาคตการค้าชายแดนที่สุกสว่างแล้ว พวกเรายังได้ข้ามพรมแดนเข้าพบกับ Mr.Chan Sophal ผู้ว่าราชการจังหวัดพระตะบอง เข้าใจถึงความตั้งใจของรัฐบาลกัมพูชา ที่ถึงแม้จะถ่อมตัวว่ายังเดินตามหลังเพื่อนสมาชิกอาเซียนแต่ก็พร้อมที่จะเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพื่อพัฒนาก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน โดยจังหวัดพระตะบองเองนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องภาคการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าวหอมมะลิ สายพันธุ์ “ผกาลำดวน” (Phka Malis) หรือที่ชาวกัมปูเจียออกเสียงว่า “ผการุมดวล” ได้รับรางวัลชนะเลิศถึง 3 ปีซ้อน ว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

แม้ทางคณะฯไม่ได้ลิ้มลองข้าวหอมมะลินี้เป็นบุญปาก แต่จากที่ได้รับประทานข้าวขาวธรรมดาของกัมพูชาไม่กี่มื้อ ก็ซึมซาบถึงความนุ่ม ความหอม ความนวลลิ้นเคี้ยวกลืนคล่อง จะเรียกได้ว่า กำลังเป็นคู่แข่งที่เริ่มต้วมเตี้ยมแซงโค้งข้าวหอมมะลิของไทยก็ไม่ผิด

และหากเรายังย่ามใจหลงใหลจมอยู่กับ ชื่อเสียงบารมีเก่าๆ ก็อาจถึงวันที่กว่าจะรู้สึกตัวก็กลายเป็นประเทศตามหลังเพื่อนบ้านเสียแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการสื่อสารด้านภาษา ที่ชาวขะแมร์ปัจจุบันสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษและภาษากัมพูชา

ได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตประเทศเดียวตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างจริงจัง จากที่มองเห็นเป็นภาพกว้างๆ เบลอๆ ก็เริ่มแคบ & ชัดขึ้นแล้วว่า มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

แปลงโฉมสุนัขสู่หมีแพนด้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575909

โดย ดอย ดอกฝิ่น 12 ก.พ. 2559 05:01

 

ธรรมชาติธาตุแท้ของสัตว์น่ารักน่าเอ็นดูสามตัวชื่อ มันฝรั่ง, ข้าวโพดหวาน และ ถั่ว นั้น เป็น “หมาน้อยธรรมดา” พันธุ์เชาเชา แต่ใครเห็นมักเข้าใจผิดคิดว่า “หมีแพนด้า”

เพราะดั้งเดิมพวกมันขนสีขาวบริสุทธิ์ แล้ว ต่อมา เม้ง เจียง เจ้าของชาวสิงคโปร์ ได้ตัดแต่ง และย้อมขนสีดำแทรก จนดูละม้ายเหมือนหมีแพนด้ามากๆ พอสาวเจียงพาไปเดินห้าง “อีออน ออร์ชาร์ด มอลล์” ก็เลยมีคนถ่ายคลิปไปเผยแพร่สู่โลกออนไลน์

ชื่อภาษาจีนของ “หมาแพนดี้” เหล่านี้คือ ตูดู (มันฝรั่ง), ยูมิ (ข้าวโพดหวาน), ดูดู (ถั่ว) ทั้งสามมี “อินสตาแกรม อะเคานท์” ด้วย ชื่อเสียงจึงโด่งดังระเบิดเถิดเทิงด้วยรูปโฉมที่ถูกดัดแปลง

“ฉันแปลงโฉมพวกเค้า เพราะใครๆเจอ ล้วนรัก เลยคิดว่าแทนที่จะปล่อยตามธรรมชาติก็ควรเสริมเพิ่มความสวยงามแปลกตาเข้าไปซะ… คงแจ๋วเจ๋ง” อาหมวยเจียงชี้แจง

ส่วนนายสัตวแพทย์ ชัยปาล ซิงห์ จิลล์ บอกเข้าข่ายทารุณกรรม อาจมีผลข้างเคียงอันตรายต่อสุขภาพสัตว์…จึงไม่ควรทำ!!

ดอย ดอกฝิ่น