หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ หลังน้ำมันดิ่งแรงหลุด 28 ดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575292

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 06:10

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงเล็กน้อย โดยหุ้นผันผวนตลอดวัน เพราะได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของตลาดหุ้นต่างประเทศ และการลดลงของราคาน้ำมัน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 9 ก.พ. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 12.67 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 16014.38 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 1.23 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 1852.21 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 14.99 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 4268.76 จุด

ตลาดวอลล์ สตรีท ผันผวนระหว่างแดนบวกและแดนลบตลอดวัน ตามตลาดหุ้น นิเคอิ ของญี่ปุ่น ที่ร่วง 5.4% และราคาน้ำมันสหรัฐฯ ดิ่งแรงไปปิดต่ำกว่า 28 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังจากองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เตือนว่า ราคาน้ำมันจะลดลงอีกในปีนี้.

กกร.เห็นพ้องให้ไทยเข้าร่วมทีพีพี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575252

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 06:01

 

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลการประชุมว่า กกร.มีความเห็นชอบร่วมกันในการผลักดันให้รัฐบาลเข้าร่วมภาคีความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี)โดยเร็วที่สุด เพราะจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากสมาชิกทีพีพีทั้ง 12 ประเทศเป็นคู่ค้าหลักของไทย สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงทีพีพีภาครัฐและเอกชนจะหาแนวทางช่วยเหลือเพื่อให้อุตสาหกรรมสามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้ และมีความเข้มแข็งที่จะต่อสู้กับต่างชาติ โดยกลุ่มที่เป็นกังวลในการเข้าร่วมทีพีพี เช่น กลุ่มปศุสัตว์ ยา เครื่องสำอาง ต้องเตรียมความพร้อม โดยอาจนำกองทุนเอฟทีเอที่รัฐบาลตั้งไว้เพื่อช่วยผู้ประกอบ การที่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีกรอบต่างๆมาช่วยเหลือ ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์เด่นชัดคือ สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รถยนต์ และสินค้าเกษตรส่วนใหญ่

“กลุ่มอุตสาหกรรมเกือบ 90% เห็นด้วยกับการเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี รวมทั้งองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และนักลงทุนต่างชาติล้วนสนับสนุนให้ไทยเข้าร่วมทีพีพี นอกจากนี้ข้อตกลงทีพีพี ในปัจจุบันก็มีความเข้มข้นน้อยลงมาก และกำหนดกรอบเวลาช่วงปรับตัวนาน 5-15 ปี เพียงพอในการช่วยอุตสาหกรรมที่เดือดร้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งหากปรับปรุงได้ไทยจะมีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้น”

นายสุพันธุ์กล่าวว่า กกร.ยังเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานอาเซียนฮับ ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนและธุรกิจบริการของทั้ง 10 ประเทศ เนื่องจากมีความแข็งแกร่งโดยจะเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ ฮ่องกงและสิงคโปร์ที่เป็นฮับธุรกิจการเงิน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า หากไทยเข้าร่วมทีพีพีจะทำให้จีดีพีขยายตัว 0.77% และหากฟิลิปินส์เข้าร่วมด้วยก็จะทำให้จีดีพีไทยขยายตัว 1.06% เพราะมีการเชื่อมโยงค้าขายเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบควรใช้โอกาสนี้ร่วมทุนกับประเทศที่แข็งแกร่ง เช่น ธุรกิจปศุสัตว์ร่วมทุนกับผู้ประกอบการนิวซีแลนด์ ธุรกิจอ้อยและน้ำตาลร่วมทุนกับออสเตรเลียที่มีเทคโนโลยีสูงกว่ายกระดับเป็นฟาร์มพืชเกษตรที่มีมาตรฐานทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน หากไทยไม่เข้าร่วมทีพีพีจะเสียหายมากกว่าการเข้าร่วม.

มาม่า มอบโชคครั้งใหญ่ ‘อร่อยออกรถ แจกรีโว่ทุกเดือน แจกทองทุกวัน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568764

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 06:01

 

มาม่า ต่อยอดความสำเร็จในฐานะผู้นำกิจกรรมการตลาดที่ผู้บริโภครอคอย ด้วยการจัดแคมเปญ “มาม่า อร่อยออกรถ แจกรีโว่ทุกเดือน แจกทองทุกวัน” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-10 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดครั้งสำคัญที่มาม่าได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมการขยายฐานลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเดิมที่สะสมชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์มาม่า

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์มาม่า เปิดเผยว่าผลตอบรับของแคมเปญ “มาม่า อร่อยออกรถ แจกรีโว่ทุกเดือน แจกทองทุกวัน” ถือว่าประสบความสำเร็จเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ยอดชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมชิงโชคครั้งก่อนถึง 2 เท่า และผลักดันยอดขายของมาม่าในช่วงที่มีการจัดแคมเปญให้เติบโตเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปี 2557

สำหรับงานมอบรางวัลในครั้งนี้ จัดขึ้นที่บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) โดยรางวัลใหญ่ ได้แก่ รถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ มูลค่า 1,069,000 บาท พร้อมทองคำมูลค่า 400,000 บาท จำนวน 1 รางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัลรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ มูลค่า 709,000 บาท พร้อมทองคำมูลค่า 400,000 บาท จำนวน 4 รางวัล, ทองคำมูลค่า 20,000 บาท จำนวน 140 รางวัล, ทองคำมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 125 รางวัล และรางวัลพิเศษจากมาม่า มูลค่า 800 บาท อีกจำนวน 2,400 รางวัล รวมของรางวัลทั้งหมด 2,670 รางวัล มูลค่า 11,875,000 บาท

นางสาวเอกสุนีย์ ส่านสม ผู้โชคดีจากจังหวัดอ่างท่องที่ได้รับรางวัลใหญ่ในปีนี้ เล่าว่า “ปกติที่บ้านทานมาม่าเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะชอบรสชาติความอร่อยเข้มข้น โดยเก็บสะสมซองเพื่อส่งเข้ามาชิงโชคกับมาม่าทุกปี ในครั้งนี้ส่งชิ้นส่วนเข้ามา 30 ซอง ตอนแรกคิดว่าแค่ได้ทองก็ดีใจแล้ว แต่พอรู้ว่าได้รถยนต์ราคาเป็นล้านก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ขอบคุณมาม่าที่แจกโชคคืนกำไรให้ลูกค้า สำหรับผู้ที่ชอบการชิงโชค อยากให้ส่งชิ้นส่วนมาม่าเข้ามาลุ้นรางวัลกันเยอะๆ เพราะมาม่าแจกหนัก แจกจริง แล้วสักวันโชคดีอาจเป็นของคุณ”

ทางด้าน นางสาววิไลวรรณ ลอยสุวรรณ์ อีกหนึ่งผู้โชคดีจากจังหวัดสงขลา บอกว่า “เป็นลูกค้าตัวจริงของมาม่า เพราะครอบครัวเปิดร้านขายมาม่าทรงเครื่องอยู่หน้าโรงเรียนสหศาสตร์วิทยาคาร หาดใหญ่ ลูกค้าติดใจรสชาติความอร่อยของมาม่า เฉลี่ยแล้วใช้ 2-3 ลังต่ออาทิตย์ พอทราบข่าวว่ามาม่ามีแคมเปญอร่อยออกรถ แจกรีโว่ทุกเดือน แจกทองทุกวัน เลยตั้งใจเก็บซองเพื่อส่งชิงโชคถึง 500 ซอง รู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งจะนำไปต่อยอดเป็นทุนสำหรับการประกอบอาชีพ และอยากให้มาม่าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ทุกปี เพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า”

สำหรับในปี 2559 นี้ มาม่ายังคงเดินหน้าจัดแคมเปญชิงโชคอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางwww.mamalover.net และ www.facebook.com/mamaloverfanpage

ทุ่ม 1,500 ล้านดันท้องถิ่นผงาดเวทีโลก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575250

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 05:45

 

เร่งปฏิรูปการค้าไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบแผนงานปรับโครงสร้างการค้าการลงทุนเพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ วงเงินรวม 1,500 ล้านบาทตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ แยกเป็นโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นไทยเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจโลกงบประมาณดำเนินการ 620 ล้านบาท และโครงการปฏิรูปภาคการค้าไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่งบประมาณดำเนินการ 880 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการเป็นผลสืบเนื่องมาจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศปี 59 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการลงทุนขึ้น 5% สำหรับนโยบายหลัก 5 ด้านประกอบด้วย การเจาะตลาดที่มีศักยภาพ มีกำลังซื้อสูง โดยเจาะเป็นรายเมือง, มองตลาดอาเซียนให้เป็นตลาดเดียว, การพัฒนาตลาดโดยการสร้างแบรนด์ประเทศ พัฒนานักรบเศรษฐกิจใหม่, การเร่งทำระบบอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ประกอบการทั่วประเทศและการพัฒนาเร่งเกษตรกรไทยสู่สากล โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ออกนโยบายเพื่อตอบสนองการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะสามารถตอบสนองนโยบายดังกล่าวได้.

เปิดแผนแก้หนี้ชุบชีวิตครู 3 แสนคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575245

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 05:30

 

ปล่อยกู้ใหม่ใช้หนี้เก่า-นายกฯห่วงซ้ำซ้อน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.รับทราบโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยธนาคารออมสินจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยให้ใช้เงินทายาทที่จะได้รับในอนาคตเมื่อผู้กู้เสียชีวิตเพื่อใช้ค้ำประกัน ทั้งเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (ช.พ.ค.) หรือเงินบำเหน็จตกทอด นำมาขอเงินสินเชื่อใหม่เพื่อลดภาระหนี้หรือปิดบัญชีหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติให้ ขณะเดียวกันผู้กู้ก็ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ในวงเงินสินเชื่อใหม่ตลอดอายุสัญญาด้วย โดยผลที่คาดว่าจะได้รับกระทรวงการคลังรายงานว่า จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ 283,000 ราย ลดภาระหนี้ได้เฉลี่ยรายละ 300,000-600,000 บาท ทำให้ลดภาระการผ่อนชำระหนี้เดิมลงเดือนละ 2,000-4,000 บาท หรือบางรายก็สามารถชำระหนี้ปิดบัญชีได้ พร้อมทั้งจะได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจากเดิมปีละ 5.85-6.70% เป็นปีละ 4% ทำให้ผู้กู้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้วงเงินสินเชื่อใหม่ตลอดอายุสัญญา รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด จะได้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน ช่วยพัฒนาวิชาชีพครูในภาพรวมและคุณภาพการศึกษาของประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งข้อสังเกตุกลางที่ประชุมและรัฐมนตรีหลายคนให้ความเห็นโดยแสดงความเป็นห่วงว่า เมื่อออมสินได้ปล่อยสินเชื่อใหม่ไปแล้วอยากให้ครูใช้วงเงินนี้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ คือ ต้องไปใช้หนี้เดิมไม่ใช่ไปสร้างหนี้ใหม่ เป็นหนี้ซ้ำซ้อนทั้งหนี้เก่าหนี้ใหม่ จากนั้น นายกฯ ได้ให้กระทรวงการคลังหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ หาทางป้องกันปัญหานี้อีกที ขณะที่สำนักเลขาธิการ ครม.เสนอว่าทั้ง 2กระทรวงต้องติดตามการดำเนินโครงการและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาวมาให้ ครม.ด้วย.

เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.3 เปิดโปงกลโกงแม่ค้า แฉพิธีกรรมปลุกเสก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575035

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.พ. 2559 05:30

 

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร… จุดที่เห็นภาพคนอุ้มตุ๊กตาขึ้นรถไฟฟ้า เดินช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ทานบุฟเฟ่ต์ในร้านอาหาร หรือแม้แต่นำตุ๊กตาใส่รถเข็นเดินเล่นในสวนสาธารณะ ดูแลประคบประหงมราวกับเป็นลูกน้อยคนหนึ่ง… ขณะที่ก็มีกระแสแอนตี้ มองว่าคนเหล่านี้เสียสติบ้าง งมงายบ้าง ต่างๆ นานา …

เรียกได้ว่า กระแส ‘ตุ๊กตาลูกเทพ’ สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก หลังจากสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง เปิดให้ผู้บริการสามารถนำตุ๊กตาลูกเทพขึ้นเครื่องไปด้วยได้ แต่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องเพิ่มอีก 1 ที่นั่ง กรณีดังกล่าวนี้ถือเป็นการปลุกกระแสต่อมอยากรู้ ถึงที่มาที่ไปของตุ๊กตาลูกเทพ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น…

ในตอนนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอพาผู้อ่านลงพื้นที่ไปกับเรา ในการเข้าไปสำรวจแหล่งขาย ‘ตุ๊กตาลูกเทพ’ ที่กลุ่มคนรักตุ๊กตานิยมไปเลือกซื้อกันมากที่สุด โดยทีมข่าวฯ ได้ส่งผู้สื่อข่าวที่มีรสนิยมชมชอบในการเล่นตุ๊กตาอยู่แล้ว ประกอบกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่าเชื่อและกลมกลืนไปกับลูกค้าทั่วๆ ไป ลงพื้นที่ ณ ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ย่านงามวงศ์วาน…

ตุ๊กตาลูกเทพ ไซส์ 20 นิ้ว

ตุ๊กตา รุ่นดอลเฮาส์ ไซส์ 18 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 2,500-2,900 บาท
ปลอมตัว! ล่อซื้อ ‘ตุ๊กตาลูกเทพ’ สัมผัสวิถีคนรักตุ๊กตา

เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ย่านงามวงศ์วาน โดยเริ่มต้นด้วยการเดินสำรวจไปเรื่อยๆ เนื่องจากไม่ทราบว่าโซนขายตุ๊กตานั้นอยู่ชั้นใด จึงได้สอบถามกับ รปภ. ที่อยู่ประจำชั้นบนสุด ซึ่งเป็นชั้นที่เปิดเป็นแหล่งขายสินค้ามือสอง โดยพี่ รปภ. ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า โซนขายตุ๊กตา จะอยู่บริเวณชั้น 6

กระนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวลงมาถึงบริเวณชั้นดังกล่าว ซึ่งเป็นชั้นขายสินค้าจำพวกจิปาถะ ที่มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า นาฬิกา ฯลฯ จนกระทั่ง เจอกับร้านขายเสื้อผ้าเด็กร้านหนึ่ง ที่มีคนจำนวนไม่น้อย ยืนรายล้อมกองเสื้อผ้าอยู่ เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นป้ายที่มีข้อความระบุว่า “ตัวละ 35 บาท 3 ตัว 100” โดยผู้คนที่ยืนรายล้อมอยู่นั้น มีตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน บ้างก็อุ้มตุ๊กตามาด้วย บ้างก็ยืนเลือกเสื้อผ้าด้วยท่าทางมีความสุข ราวกับกำลังเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ลูกน้อย…

มีผู้คนที่มีรสนิยมชมชอบตุ๊กตา มายืนเลือกเสื้อผ้า ที่มีป้ายระบุว่า “ตัวละ 35 บาท 3 ตัว 100”

มีผู้คนอุ้มตุ๊กตาลูกเทพมาเลือกซื้อเสื้อผ้า ด้วยท่าทีราวกับเลือกเสื้อผ้าให้ลูกน้อย

และถัดมาบริเวณฝั่งตรงข้ามร้านขายเสื้อผ้าดังกล่าว ผู้สื่อข่าวก็ต้องสะดุดตากับร้านขายตุ๊กตาร้านหนึ่ง ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับตุ๊กตาลูกเทพที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ผู้สื่อข่าวจึงตัดสินใจเดินเข้าไปตรวจสอบ กระทั่งพบว่า บริเวณหน้าร้านมีตุ๊กตาลูกเทพวางตระหง่านอยู่ ประมาณ 4-5 ตัว พร้อมเครื่องแต่งกายตุ๊กตา ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า และหมวก

ผู้สื่อข่าวยืนมองหน้าร้านอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงแม่ค้า ทักทายออกมาจากภายในร้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “เข้ามาดูข้างในก่อนได้นะคะ สนใจตัวไหนหยิบลงมาดูได้ค่ะ” ไม่รอช้า… ผู้สื่อข่าวจึงสวมบทบาทความเป็นลูกค้าก้าวเข้าไปภายในร้านทันที ซึ่งภายในร้านดังกล่าว มีตุ๊กตาลูกเทพ วางเรียงรายอยู่อีกนับสิบตัว ทั้งขนาด หน้าตา ทรงผม การแต่งกายของตุ๊กตาก็ล้วนแตกต่างกันออกไป

ส่องราคาท้องตลาด ช่วงกระแส ‘ตุ๊กตาลูกเทพ’ ฟีเวอร์ รุ่นไหนไฟแรงเฟร่อ?

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงราคาของตุ๊กตาแต่ละตัวว่ามีราคาเท่าไรบ้าง? แม่ค้า ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นเจ้าของร้าน ตอบอย่างทันท่วงทีว่า ตุ๊กตามีหลายขนาด ตั้งแต่ 18 นิ้ว 20 นิ้ว และ 24 นิ้ว โดยไซส์ที่คนนิยมซื้อกันมากที่สุดคือ ไซส์ 20 นิ้ว และ 24 นิ้ว ซึ่งตุ๊กตาไซส์ 20 นิ้ว ราคาจะอยู่ที่ 2,500–2,900 บาท ส่วนไซส์ 24 นิ้ว ราคาจะอยู่ที่ 4,500–30,000 บาท โดยรุ่นที่คนนิยมซื้อมากที่สุดคือ รุ่น อะดอลลาร์ ไซส์ 24 นิ้ว ราคาจะอยู่ที่ 6,900–30,000 บาท และ รุ่นปริ้นเซส ราคาจะอยู่กลางๆ คือ 4,500–4,900 บาท

โดยเจ้าของร้านระบุอีกว่า การที่ราคาแตกต่างกันไปนั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นตุ๊กตา ทรงผม และการอัดตัวด้วยทรายเข้าไปในตุ๊กตา เพื่อให้นั่งได้ ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวลองอุ้มตุ๊กตาที่มีขนาดเท่ากัน เปรียบเทียบตัวที่ผ่านการอัดตัวและไม่อัดตัว ปรากฏว่า ตุ๊กตาตัวที่ผ่านการอัดตัวมาแล้วนั้น ตัวตุ๊กตาจะค่อนข้างหนัก ราวกับการอุ้มเด็กคนหนึ่งเลยทีเดียว

ตุ๊กตา รุ่นปริ้นเซส ไซส์ 24 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 4,900 บาท

เสื้อผ้าตุ๊กตา ราคา อยู่ที่ 300-450 บาท

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้สอดส่องและสอบถามถึงราคาของเครื่องแต่งกายตุ๊กตา พบว่า ราคาเสื้อผ้า จะอยู่ที่ 300-450 บาท รองเท้า จะเป็นรองเท้าตัด ราคาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 300 บาท ทั้งนี้ ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังหยิบจับสลับการอุ้มตุ๊กตาหลากหลายรุ่นและขนาดอยู่นั้น เจ้าของร้าน ก็เปรยออกมาว่า “หากน้องสนใจ พี่ยังมีให้เลือกอีกหลายตัว แต่น้องต้องไปดูที่รถพี่นะ” เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้สื่อข่าวจึงตอบตกลง และตามไปดูสินค้าในรถทันที

โดยพบว่า ภายในรถมีตุ๊กตา ประมาณ 20-30 ตัว ซึ่งขนาดและรุ่นก็ไม่แตกต่างจากสินค้าภายในร้านเท่าใดนัก แต่อาจจะแตกต่างกันที่ทรงผมและหน้าตาเพียงเล็กน้อย ซึ่งจากสิ่งที่ผู้สื่อข่าวเห็นได้ชัดคือ ตุ๊กตาทุกตัวที่ยังไม่ผ่านการตกแต่ง หรือโมดิฟายหน้าตา รวมถึงแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ ก็เป็นเพียงตุ๊กตาธรรมดาๆ ที่ทำด้วยยางเท่านั้น

ร้านค้าขายตุ๊กตาโดยส่วนใหญ่จะเก็บตุ๊กตาไว้ในรถส่วนตัว หากลูกค้าสนใจที่จะซื้อจริง จึงจะพามาให้เลือกสินค้าที่รถ

ภายในรถมีตุ๊กตา ประมาณ 20-30 ตัว

ทั้งนี้ ถามว่าตุ๊กตาที่ทำด้วยยาง กับ ซิลิโคน นั้นต่างกันอย่างไร? เมื่อผู้สื่อข่าวได้ลองสัมผัสทั้งสองแบบ ก็พบว่า ตุ๊กตาที่ทำด้วยยางนั้น ตัวตุ๊กตาจะมีความแข็งมากกว่าตัวที่ทำด้วยซิลิโคน แต่ก็อาจจะมีบางตัวที่เย็บด้วยผ้า ทำให้เมื่อกอดจะให้ความรู้สึกนิ่มเสมือนการได้กอดเด็กจริงๆ

ผู้สื่อข่าวใช้เวลาในการสัมผัสตุ๊กตา และสืบข้อมูลจากร้านตุ๊กตาร้านแรกมาพักใหญ่ จึงเดินดูบรรยากาศร้านอื่นๆ บ้าง ก็พบว่า มีร้านขายตุ๊กตาเปิดอยู่เพียง 3 ร้านเท่านั้น ผู้สื่อข่าวจึงเดินเข้าไปสำรวจยังร้านที่ 2 ที่ตั้งอยู่โจ่งแจ้ง ไม่ได้กั้นเป็นร้านเหมือนร้านอื่นๆ โดยมีตุ๊กตาวางเรียงรายอยู่บนตู้กระจก ประมาณ 6 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไซส์เล็ก 18 นิ้ว ที่ทำด้วยยางทั้งตัว ราคาต่ำสุดของร้านนี้อยู่ที่ 1,300 บาท เนื่องจากไม่ได้มีการตัดแต่งทรงผมเพิ่มเติม

และร้านนี้ก็ดูเหมือนว่า จะคึกคักกว่าทุกร้าน เนื่องจากมีผู้คนที่มีรสนิยมชมชอบตุ๊กตาเข้ามายืนรายล้อมแม่ค้าที่กำลังนั่งตกแต่งทรงผมให้กับตุ๊กตาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมพูดคุยกับลูกค้าทุกคนอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ เท่าที่สังเกตจะทราบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ต่างก็พาตุ๊กตาลูกเทพที่ตนรัก มายืนรอคิวตัดแต่งทรงผมและแต่งหน้าเขียนคิ้วที่ร้านดังกล่าวอยู่เป็นประจำ ซึ่งราคาทำผมก็ขึ้นอยู่กับว่าทรงผมนั้นทำยากหรือไม่ด้วย… แต่หากเป็นทรงต่างๆ เช่น ถักเปีย ราคาก็จะอยู่ที่ 300 บาท ส่วนตัด แต่ง และเปลี่ยนทรงผม ราคาจะอยู่ที่ 600–2,000 บาท รวมถึงหากต้องการเปลี่ยนจากผมสั้นเป็นผมยาว ราคาก็จะอยู่ที่ 800 บาท และนอกจากบริการทำผมตุ๊กตาแล้ว ก็ยังมีบริการแต่งหน้าและโมดิฟายหน้าให้กับตุ๊กตา ราคาจะอยู่ที่ 300-500 บาท ส่วนเขียนคิ้ว ราคาข้างละ 150 บาท นั่นเอง…

ร้านขายตุ๊กตารับตัดแต่งทำผมตุ๊กตาลูกเทพ
วางตุ๊กตามือสองบังหน้า ตบตาว่าไม่ได้ขาย “ตุ๊กตาลูกเทพ”

และถัดมาเป็นการสำรวจร้านที่ 3 ภายในร้านมีตุ๊กตาวางเรียงรายอยู่บนชั้นวางจำนวนมาก ซึ่งตุ๊กตาโดยส่วนใหญ่มีลักษณะใบหน้าและทรงผมที่ดูเก่าและโทรม ราวกับเป็นตุ๊กตามือสอง และภายในร้านยังมีพนักงาน จำนวน 3 คน กำลังนั่งตัดแต่งทรงผมให้กับตุ๊กตาลูกเทพอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อแน่ใจว่าร้านดังกล่าวมีตุ๊กตาลูกเทพขาย ผู้สื่อข่าวจึงใช้ท่าทีเข้าไปสอดส่องและจับต้องตุ๊กตาด้วยความสนใจ จนกระทั่ง เจ้าของร้าน ทักทายผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าค่อนข้างกังวลว่า “เข้ามาเลือกดูข้างในก่อนได้นะคะ สนใจรุ่นไหน ถามได้”

ผู้สื่อข่าวจึงเดินเข้าไปภายในร้านทันที ทำให้ได้ทราบจากเจ้าของร้านว่า ช่วงนี้จำเป็นต้องนำตุ๊กตามือสองมาวางบังหน้าไว้ก่อน เนื่องจากกระแสที่ค่อนข้างรุนแรง ทำให้ตนต้องค้าขายด้วยความกลัว และยังเปรยให้ผู้สื่อข่าวฟังอีกว่า ช่วงนี้ค้าขายอย่างไม่มีความสุขเลย ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ และหากว่ามีคนเดินผ่านไปผ่านมาถาม ก็ได้แต่ตอบไปว่า “นี่ไม่ใช่ตุ๊กตาลูกเทพ เป็นเพียงตุ๊กตาทั่วไป”

ขั้นตอนการทำผมตุ๊กตา

“โดยสำหรับร้านตนนั้น รุ่นที่คนนิยมเล่นมากที่สุดคือ รุ่นปริ้นเซส ขนาด 24 นิ้ว ซึ่งเป็นงานนำเข้าจากฝรั่งเศส ราคาจะอยู่ที่ 3,500 บาท ส่วน รุ่น ดอลเฮาส์ ราคาอยู่ที่ 3,000 บาท และรุ่นน้องยิ้ม ราคาอยู่ที่ 3,000 บาท นอกจากนี้ อุปกรณ์เครื่องแต่งกายอื่นๆ อาทิ เสื้อผ้า ราคาจะอยู่ที่ 200-450 บาท รองเท้า ราคา 150-300 บาท สร้อยทอง ราคา 200 บาท กำไลทอง ราคา 150 บาท และแหวนทอง 150 บาท” เจ้าของร้านที่ 3 กล่าว

เครื่องแต่งกายตุ๊กตาลูกเทพ อาทิ กำไลทอง สร้อยทอง แหวน ฯลฯ

ทั้งนี้ เวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์ ผู้สื่อข่าวกลับไปยังศูนย์การค้าแห่งนี้อีกครั้ง แต่วันนี้… บรรยากาศการซื้อขายตุ๊กตาลูกเทพดูคึกคักขึ้นกว่าครั้งก่อน และมีร้านขายตุ๊กตาลูกเทพเปิดมากขึ้น จำนวน 8 ร้าน โดยมีผู้คนที่ต้องการซื้อตุ๊กตาเข้ามาเดินเลือกซื้อ รวมถึงพบว่า มีหลายคนที่อุ้มตุ๊กตาลูกเทพเข้ามาเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายมากขึ้น

เจาะขั้นตอนการปลุกเสก ก่อนจะเป็น กุมารทองกลายพันธุ์

หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจากร้านขายตุ๊กตาลูกเทพหลายๆ ร้าน จนทราบว่า ร้านขายตุ๊กตาลูกเทพโดยส่วนใหญ่ จะมีการแนะนำสถานที่ทำพิธีปลุกเสกไว้ให้สำหรับลูกค้าที่ต้องการจะปลุกเสกตุ๊กตา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ วัดแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพจำนวนไม่น้อย นิยมเข้าไปปลุกเสก

ทีมข่าวฯ ได้ส่งผู้สื่อข่าวคนเดิม พร้อมตุ๊กตาลูกเทพ ที่มีนามว่า “น้องวนิลา” เดินทางไปยังกุฏิเจ้าอาวาส วัดแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต จ.ปทุมธานี ตามที่ได้นัดหมายกับเจ้าอาวาส ในช่วงเวลา 07.00–08.00 น. แล้วนั้น… โดยผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงวัดดังกล่าว ในเวลา 07.00 น. ซึ่งบรรยากาศบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสค่อนข้างเงียบสงบ

กระทั่ง เวลา 07.35 น. เจ้าอาวาสออกมาเปิดประตูให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปในห้องรับรองของเจ้าอาวาส โดยก้าวแรกที่สัมผัสพรมภายในห้อง กับแสงสว่างเพียงเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเครื่องรางของขลัง และรายล้อมไปด้วย ฝั่งซ้ายมือ ที่มีรูปปั้นกุมารทองและกุมารี ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ จำนวนนับร้อยตัว ส่วนฝั่งขวามือ มีทั้งเครื่องรางของขลัง รูปปั้นฤาษี ปู่ฤาษี และหัวโขน ส่วนมองตรงไปด้านหน้า จะมีพระพุทธรูปหลายสิบรูป ขณะที่เจ้าอาวาสกำลังหันหลังจุดธูปเทียน ไหว้พระ เพื่อเตรียมทำพิธีปลุกเสก

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต จุดธูปเทียนไว้พระ ก่อนทำพิธีปลุกเสก
เข้าสู่ขั้นตอนทำพิธีปลุกเสก “ตุ๊กตาลูกเทพ”

ก่อนที่ขั้นตอนการปลุกเสกจะเริ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวจึงส่งตุ๊กตาให้แก่เจ้าอาวาส พร้อมกับที่เจ้าอาวาสถามกลับมาว่า “ตุ๊กตามีชื่อว่าอะไร” และ “มีจุดประสงค์เลี้ยงไว้เพื่ออะไร” จากนั้น เจ้าอาวาสก็หยิบเทียน พร้อมสวดท่องคาถาตามตำราการปลุกเสก ก่อนจะจับปลายหัวเทียนจุ่มลงขันน้ำมนต์ แล้วจุดลงบนตัวตุ๊กตาทีละจุด โดยเริ่มวนจากรอบดวงตาทั้งสองข้าง จมูก ปาก หูทั้งสองข้าง และไล่ลงมายังแขนและขาทั้งสองข้าง ก่อนจะมาจบลงที่อกด้านซ้าย ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจ แล้วท่องคาถาสวดที่จุดสุดท้ายอยู่ครู่หนึ่ง โดยใช้เวลาในการทำพิธีปลุกเสก ประมาณ 4 นาที ก่อนจะนำตุ๊กตาส่งคืนเจ้าของ เป็นอันเสร็จพิธี.

หลักที่ถูกต้อง เลี้ยงกุมาร ต้องเลี้ยงอย่างไร !?

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการปลุกเสกแล้วนั้น เจ้าอาวาส ก็เทศนาให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า สำหรับการปลุกเสกกุมาร หรือ กุมารี ขึ้นมานั้น ก็เพื่อให้เขามีจิตวิญญาณและมีอาการเหมือนกับเด็ก เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูกุมาร หรือ กุมารี ก็คล้ายกับการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่ง เพียงแต่กุมาร หรือ กุมารี เขามีดวงจิต ดวงวิญญาณ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นวิญญาณผีหรือเทพ ต่างก็คือ วิญญาณ ทั้งสิ้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วยการกินบุญ ฉะนั้น คนที่เลี้ยงกุมาร หรือ กุมารี ก็ต้องหมั่นทำบุญ โดยการสวดมนต์ ตั้งจิต ทำสมาธิ และการทำบุญ เพื่ออนุโมทนาบุญให้แก่เขา ได้เติบโตและมีพลัง ดังนั้น หากต้องการสื่อสารกับเขาได้ เราก็ต้องใช้สมาธิ เพื่อเอาดวงจิตไปผูกกับเขา ยิ่งจิตเรานิ่งมากเท่าไร ก็จะสามารถสื่อสารกับเขาได้มากเท่านั้น

เจ้าอาวาส วัดแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต

ทั้งนี้ การสวดมนต์อุทิศบุญให้แก่กุมารนั้น ไม่จำเป็นต้องสวดหลายบท แต่หมั่นสวดสม่ำเสมอทุกวัน โดยใช้บทสวด อิติปิโส พาหุง มหากา และทำสมาธิ อย่างน้อยวันละครั้ง เนื่องจากผลของการสวดมนต์ก็จะช่วยทั้งการแก้เจ้ากรรมนายเวรของเรา และให้บุญแก่กุมาร หรือกุมารี ที่เราเลี้ยงด้วย ซึ่งหากเราให้บุญจนกุมาร หรือ กุมารี นั้นได้เติบโตแข็งแรง เขาก็จะสามารถช่วยเหลือและช่วยเตือนเมื่อเราจะมีเคราะห์ได้

“อย่างไรก็ดี สิ่งที่อาตมาอยากจะย้ำเตือนคือ การเลี้ยงกุมาร หรือ กุมารี นั้น ไม่ใช่การอุ้มเขาออกไปข้างนอก ตามสถานที่ต่างๆ เพราะโดยทั่วไปแล้ว กุมารจะต้องวางไว้กับที่ เป็นหลักเป็นแหล่ง ไม่ใช่การพาไปเดินเล่น กินข้าว อย่างที่หลายคนเลี้ยง และเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้”

ที่แท้คือ… กุมารทองกลายพันธุ์ แต่… เหตุไฉนถึงเรียก ‘ลูกเทพ’ ?

ถามว่าทำไมถึงเรียกว่า ลูกเทพ? เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว อธิบายให้ฟังว่า ลูกเทพ ใช้เรียกเฉพาะกับ พระพิฆเนศ และพระขันธกุมาร แต่ไม่ได้เกิดมาจากการสมสู่ของเทพ เพราะเทพไม่ได้จุติเป็นตุ๊กตา หรือรูปปั้น ฉะนั้น การปลุกเสกตุ๊กตา ก็คือการเลี้ยงกุมาร หรือ กุมารี นั่นเอง แต่ทั้งนี้ ก็ควรเรียกเขาตามชื่อที่ตั้งไว้

ตุ๊กตา รุ่นอะดอลลาร์ ขนาด 24 นิ้ว ผ่านการตกแต่งและทำสีผิวรีบอร์น ราคาประมาณ 30,000 บาท

“เพราะฉะนั้น การเลี้ยงกุมาร หรือ กุมารี นั้น มีมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว อย่างที่เห็นกันทั่วไปคือ ร้านค้าจะเลี้ยงไว้เพื่อช่วยในการค้าขาย ฉะนั้น การเลี้ยงและการปลุกเสกก็ไม่ต่างจากกุมารทอง เพียงแต่รูปร่างที่เปลี่ยนไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเลี้ยงผิด หรือไม่ให้บุญแก่เขา เขาก็สามารถให้โทษได้เช่นกัน ดังนั้น การเลี้ยงกุมาร สามารถเลี้ยงได้ แต่จะต้องมีสติ เพราะสิ่งเหล่านี้มีจิตและวิญญาณ เพียงแต่ไม่สามารถพูดได้เหมือนมนุษย์”

พิธีปลุกเสก ไม่ว่า… ลูกเทพ กุมาร วัตถุมงคล ก็ต่างใช้คาถา ตำรา และวิธีการเดียวกัน!

“ที่ผ่านมา อาตมาก็ปลุกเสกเครื่องรางของขลังมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีญาติโยมเอากุมารทอง ในรูปแบบตุ๊กตามาให้ทำพิธีปลุกเสกอยู่เรื่อยๆ แต่ช่วงนี้แทบจะไม่มี เนื่องจากมีกระแสข่าวออกมา และอีกอย่างเป็นกฎห้ามของสำนักพุทธ หากจับได้ว่าพระปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพจะจับสึก ซึ่งสำหรับอาตมามองว่า จริงๆ แล้ว การปลุกเสกตุ๊กตาลูกเทพ ก็ไม่ต่างอะไรกับการปลุกเสกกุมาร หรือวัตถุมงคล เพราะวิธีการปลุกเสกก็จะใช้คาถา ตำรา และวิธีการเหมือนกัน เพียงแค่รูปร่างที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุคแต่ละสมัยเท่านั้นเอง ขณะที่บางสำนักมีการปลุกเสก โดยการนำกระดูกคนตายไปใส่ไว้ในตัวตุ๊กตา แล้วนำมาขายราคาหลักแสนบาท กรณีนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดวินัยพระ ซึ่งการปลุกเสกโดยวิธีใส่กระดูกคนตายนั้น ถือว่าไม่ใช่กุมารเทพ แต่เป็นกุมารผี ซึ่งหากเลี้ยงไม่ดีจะอันตรายต่อเจ้าของเป็นอย่างมาก”

ตุ๊กตา ไซส์ 18 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 2,500-2,900 บาท
พาน้องปลุกเสก พอเบื่อแล้วทิ้ง น้องจะตามกลับบ้านจริงหรือ…?

ถามว่าหากไม่อยากจะเลี้ยงแล้วนำไปทิ้งได้หรือไม่? เจ้าอาวาส วัดดังกล่าว เทศนาให้ฟังว่า หากเมื่อไรที่ผู้เคยเลี้ยงต้องพบเจอกับวิบากกรรม หรือดวงตก ดวงวิญญาณเหล่านี้จะยิ่งมาซ้ำเติมให้หนักขึ้น หรือที่เรียกว่า ผีซ้ำด้ำพลอย ดังนั้น ถ้าคิดจะปลุกเสกเขา และมีจุดประสงค์จะเลี้ยงเขาอย่างจริงจังแล้ว ก็ต้องหมั่นให้บุญแก่เขา ไม่ใช่เพียงเห่อไปตามกระแส…

สุดท้ายแล้ว… ‘ตุ๊กตาลูกเทพ’ จะอยู่ในกระแสไปอีกนานแค่ไหน มนตร์ขลังจากการปลุกเสกจะมีอิทธิฤทธิ์จริงหรือไม่ ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความเชื่อและศรัทธาส่วนบุคคล… 

ตุ๊กตารุ่นอะดอลลาร์ ไซส์ 24 นิ้ว ราคา 6,900 บาท

และในวันพรุ่งนี้จะเข้าสู่ตอนอวสานของ ซีรีส์เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ ซึ่งจะตีแผ่เจาะลึกขุมทรัพย์ตุ๊กตาลูกเทพอย่างแท้จริงว่า มูลค่าการปั่นราคา และราคาต้นทุนนั้น มีที่มาที่ไปและต่างจากราคาขายตามท้องตลาดมากน้อยเพียงใด โปรดติดตามได้ใน EP.4

อ่านเพิ่มเติม
เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.1 ปลอม ปั่น! จุดเสื่อมจตุคามฯ จากหมื่นล้านสู่ของไร้ค่า
เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.2 เปิดที่มากุมารทองกลายพันธุ์ “พ่อจ๋าหนูอยากอยู่ด้วย…”

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ 
สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

 

งบ 100 ล้านชูเที่ยวช่วยไทย อลังการถึงขั้นแจกรถโตโยต้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575243

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 05:15

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมขออนุมัติงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจากรัฐบาลภายใต้วงเงิน 100 ล้านบาท ตามโครงการ “เที่ยวช่วยไทย” ตามแนวคิดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ผลักดันและกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยโครงการส่งเสริมกำลังซื้อในช่วงไตรมาส 2-3 ที่ตรงกับโลว์ซีซั่น แต่เพื่อไม่ให้แผนการเริ่มโครงการในเดือน มี.ค.นี้ ต้องสะดุดหรือล่าช้าออกไป จึงเตรียมให้ฝ่ายบริหารของ ททท. พิจารณาจัดสรรงบภายในของ ททท. มาใช้ไปพลางสำหรับช่วงเริ่มต้น เนื่องจากจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้คนไทยรับทราบ จึงเตรียมนำเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ททท.พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 17 ก.พ.นี้

ขณะเดียวกัน มีความคืบหน้าจากรองนายกฯ สมคิด ที่ช่วยประสานกับภาคเอกชนรายใหญ่สนับสนุนรางวัลแล้ว เช่น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบรถยนต์ไตรมาสละ 1 คัน และบริษัท ซัมซุง ประเทศไทย จำกัด ร่วมสนับสนุนของรางวัล ขณะที่งบประมาณจากรัฐบาลนั้น นอกจากเงินสดเป็นรางวัลเดือนละ 1 ล้านบาท จะมีการสนับสนุนด้านประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมของพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวด้วย

ทั้งนี้ แนวคิดเบื้องต้นของโครงการเที่ยวช่วยไทย ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ โครงการเที่ยวลุ้นล้าน เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวได้ลุ้นรางวัลใหญ่รายเดือนและรายไตรมาส, โครงการเกิดมาเที่ยว ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้สิทธิลดราคา 50% ในคืนที่ตรงกับวันเกิดของนักท่องเที่ยว และอีก 50% สำหรับคืนที่ 2 และโครงการเที่ยวไม่รู้จบ ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ให้สวัสดิการพนักงานเป็นการท่องเที่ยว.

ดัชนีเศรษฐกิจ 10/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575210

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 05:01

 

เบาบาง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575219

โดย อินเด็กซ์ 51 10 ก.พ. 2559 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ก.พ.59 ปิดที่ 1,303.96 จุด ลดลง 3.61 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 28,393.62 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,542.64 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด PTT ปิด 241 บาท บวก 1 บาท, SCB ปิด 131 บาท ลบ 3.50 บาท, ADVANC ปิด 165.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง, CPALL ปิด 40.75 บาท ลบ 0.25 บาท และ TPIPL ปิด 2.42 บาท บวก 0.10 บาท

หุ้นไทยเงียบเหงาวอลุ่มบางเบาเหตุยังเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ขณะที่มีแรงซื้อขายเก็งกำไรหุ้นรายตัวที่มีข่าวเข้ามากระทบ

บล.ทิสโก้ มองหุ้นไทยแม้จะปรับตัวลงแต่ถือว่ายังอยู่ในทิศทางที่ดีกว่าตลาดหุ้นโลก ที่ตลาดหุ้นยุโรป เยอรมนี รวมทั้งญี่ปุ่นปรับตัวลงแรง มาทำจุดต่ำสุด หลังนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยและตลาดหุ้นเกิดใหม่ต่อเนื่องมาอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ประเมินทิศทางตลาดระยะสั้น คาดว่าบรรยากาศการซื้อขายหุ้นไทยจะเงียบเหงาเบาบางต่อเนื่อง ด้านเทคนิค หากดัชนียืนเหนือ 1,316 จุด ได้จึงจะเกิดสัญญาณซื้อ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าดัชนีหุ้นไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้วที่ระดับ 1,220 จุดไปแล้ว ขณะที่ในทิศทางขาขึ้น ตลาดมีโอกาสปรับขึ้นไปที่ 1,450 จุดในช่วงไตรมาส 3

แนะกลยุทธ์การลงทุน ให้ทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานดีในช่วงที่ตลาดหุ้นโลกผันผวน เพราะประเมินว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อหรือเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยมากขึ้น ด้านเทคนิคระยะสั้นให้แนวรับที่ 1,290 จุด แนวต้าน 1,310 จุด!!

ปิดท้าย “สันติ กีระนันทน์” รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เผยว่า กิจกรรมบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พบผู้ลงทุน หรือ Opportunity Day สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2558 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ก.พ.-31 มี.ค.2559 มี บจ.ร่วมนำเสนอข้อมูลทั้งหมด 143 บริษัท ทั้งบริษัทขนาดใหญ่กลางเล็ก จาก 19 หมวดธุรกิจ โดยเป็น บจ. ใน SET50 จำนวน 21 บริษัท SET51-100 จำนวน 22 บริษัท และ Non SET 100 จำนวน 61 บริษัท และ mai 39 บริษัท มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปรวมทั้งสิ้น 3.9 ล้านล้านบาท

“กิจกรรม Opportunity Day ได้รับการตอบรับจาก บจ.เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้ง บจ. เดิม และ บจ. ใหม่ ซึ่ง Opportunity Day รอบนี้ มี บจ. ที่เข้าใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 58 ถึง 14 บริษัท ชี้ถึงการที่ บจ. ให้ความสำคัญในการนำเสนอข้อมูลผลประกอบการและทิศทางการดำเนินงานของบริษัทและพัฒนางานผู้ลงทุนสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง!!”.

อินเด็กซ์ 51

แห่ร้องมิจฉาชีพหลอกเงิน อ้างใช้อำนวยความสะดวกนำเข้าสินค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575240

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 05:01

 

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่ามีนายหน้าหรือตัวแทนแอบอ้างเรียกค่าตอบแทนจำนวนมากจากผู้ประกอบการที่จะขออนุญาตนำเข้าสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำเข้าของกระทรวงพาณิชย์ เช่น ใบอนุญาตนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้ว ใบอนุญาตนำเข้าหินประเภทต่างๆ โดยอ้างว่า หากต้องการความรวดเร็วในการขอใบอนุญาตนำเข้า ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจในวงเงินสูงนับแสนบาท

ทั้งนี้ กรมฯขอยืนยันว่า การขออนุญาตนำเข้าสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการนำเข้า ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก มีกรอบเวลาปฏิบัติงานที่ชัดเจน ผู้ที่ต้องการนำเข้าสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.dft.go.th หรือขอรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นคำขออนุญาตได้ด้วยตนเองที่กรมฯ ก่อนนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ในกรณีที่เอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ กรมฯจะใช้เวลาตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาอนุมัติไม่เกิน 5 วันทำการ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วสามารถขอรับใบอนุญาตได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 30 บาทต่อฉบับ จึงขอเชิญชวนให้ติดต่อขอรับบริการ หรือรับคำแนะนำด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องว่าจ้างให้ผู้อื่นดำเนินการแทน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อผู้แอบอ้าง

“หากผู้ประกอบการรายใดพบผู้แอบอ้าง เรียกร้องรับผลประโยชน์ในลักษณะดังกล่าว ขอให้แจ้งเบาะแส กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02-547-5124 หรือสายด่วนกรมฯ โทร. 1385.