ครม.ไฟเขียวขึ้นภาษีบุหรี่ 90% ทำราคาขยับซองละ 5-10 บาท มีผล 10 ก.พ.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575197

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 22:30

 

ก.คลังเสนอที่ประชุม ครม.ไฟเขียวขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 90% ส่งผลราคาบุหรี่ขยับซองละ 5-10 บาท เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสธ.ที่ต้องการลดการสูบบุหรี่ มีผลทันทีพรุ่งนี้ รายได้เพิ่มหมื่นล้าน…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2559 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กระทรวงการคลังได้เสนอปรับขึ้นภาษีบุหรี่ที่ขายในประเทศ มีผลทันทีวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 โดยมีการปรับภาษีทั้งสองขา คือ ในส่วนการคิดภาษีจากราคา จากเดิมคิดที่ ร้อยละ 87 เป็น ร้อยละ 90 และการคิดภาษีในส่วนปริมาณ จากเดิมเก็บ 1 บาทต่อกรัม ขึ้นเป็น 1.1 บาทต่อกรัม ซึ่งจะส่งผลให้บุหรี่ที่ขายในประเทศปรับขึ้นราคาอีก 5-10 บาทต่อซอง เช่น บุหรี่กรองทิพย์ปัจจุบันขายอยู่ 60 บาทต่อซอง การปรับครั้งนี้มีผลให้ราคาขายปลีกปรับขึ้นอีก 10 บาทต่อซอง หรือราคาจะอยู่ที่ 70 บาทต่อซอง ส่วนบุหรี่ที่นำเข้าจากจีน ที่มีราคาขาย 20-30 บาทต่อซอง จะปรับขึ้นประมาณ 5-10 บาทต่อซอง เพราะต้องดูการจัดเก็บภาษีก่อนหน้านี้ว่าดูปริมาณหรือราคาเป็นหลัก

กฎกระทรวง ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา

โดยการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการลดการสูบบุหรี่ โดยในปีภาษีนี้ที่เหลือการจัดเก็บอีก 8 เดือน จะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท.

บริษัทดังญี่ปุ่นร่วมทุน SPCG ผลิตโซลาร์ฟาร์ม พร้อมลุยเมียนมา-ปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575192

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 22:20

 

SPCG บุกญี่ปุ่นจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนผลิตโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ ขณะนี้เริ่มโครงการแล้ว คาดขายไฟได้ปี 60 แย้มมีแผนลุยต่อที่ เมียนมา และฟิลิปปินส์…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG พร้อมด้วย บริษัท Kyocera Corporation และ บริษัท Century Tokyo Leasing Corporation หรือ TCL ร่วมทำพิธีลงนามสัญญาการร่วมทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 30 เมกะวัตต์ ณ เมือง Tottori ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยาน

น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี แถลงว่า บริษัทฯ เลือกลงทุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น และการส่งเสริมการลงทุนของสถาบันต่างๆ โดยระยะแรกจะสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาด 30 เมกะวัตต์ ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาโครงการแล้วในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติ ภูเขาไฟไดเซน โครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 30 เมกะวัตต์แห่งนี้ จะใช้เวลาพัฒนาประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ประมาณต้นปี 2560

SPCG บุกญี่ปุ่นจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนผลิตโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ ได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง Kyocera และ TCL เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกมาก อีกทั้งไทยกับญี่ปุ่นยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน โดยบริษัท Kyocera Corporation เป็นผู้นำด้านการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีคุณภาพมานานกว่า 40 ปี และ TCL ก็ยังเป็นผู้นำธุรกิจให้เช่าซื้อในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นอีก 2-3 โครงการ มีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ จะถือหุ้นสัดส่วน 1 ใน 3 และบริษัทฯ ยังมีการเจรจาร่วมลงทุนในเมียนมาและฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ซึ่งในส่วนนี้บริษัทจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% โดยโครงการทั้งหมดนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2-3 ปี นี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2560 จากปัจจุบันที่มีรายได้จากในประเทศเพียงอย่างเดียว ส่วนการขยายกำลังการผลิตในประเทศจากโครงการโซลาร์ฟาร์มจากส่วนราชการและ สหกรณ์นั้น บริษัทฯ ยังรอความชัดเจนจากภาครัฐอยู่ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเดินแผน 5 ปี (58-62) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ 261 เมกะวัตต์ โดยวางงบลงทุนไว้ประมาณ 3-4 พันล้านบาท จะเน้นขยายไปยังต่างประเทศ อย่างเมียนมาและฟิลิปปินส์.

ภาพจาก : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)

ขนส่งฯ จี้นำรถโดยสาร-บรรทุก ติด GPS ให้เสร็จภายในปี 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575171

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 21:23

 

ขนส่งทางบก เผยยอดรถโดยสารและรถบรรทุกติดตั้ง GPS จดทะเบียนใหม่ จำนวน 235 คัน ระบุ ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถ สามารถเลือกรุ่น GPS หรือผู้ให้บริการระบบได้อย่างเสรี เตือนรถเก่าติด GPS เข้ารับการตรวจสอบความเชื่อมโยงภายในปีนี้ มิฉะนั้นจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถได้

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หลังจากที่ขนส่งทางบกได้กำหนดให้รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ (10 ล้อขึ้นไป) ที่จดทะเบียนใหม่ ต้องดำเนินการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางด้วยระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก หรือ GPS ตั้งแต่ 25 มกราคม 59 จนถึงขณะนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2559) มีรถโดยสารและรถบรรทุกติดตั้ง GPS จดทะเบียนใหม่แล้ว จำนวน 235 คัน ในส่วนของรถที่ได้มีการติดตั้ง GPS ไว้ก่อนแล้วซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบก มีจำนวนทั้งสิ้น 29,258 คัน เป็นรถโดยสาร 1,067 คัน รถโดยสารไม่ประจำทาง 1,662 คัน รถบรรทุกไม่ประจำทาง 14,998 คัน รถบรรทุกส่วนบุคคล 11,531 คัน

ทั้งนี้ ขนส่งทางบกขอให้ผู้ประกอบการและเจ้าของรถ เร่งทยอยนำรถเก่าที่ติดตั้ง GPS แล้วเข้ารับการตรวจสอบการเชื่อมโยงให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ มิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินการต่อทะเบียนได้ ในส่วนของรถโดยสารสาธารณะที่ยังไม่ได้ติดตั้ง GPS กรมฯ ให้ระยะเวลาดำเนินการดังนี้ รถโดยสารสองชั้นต้องติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2559 ส่วนรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่นๆ จะต้องดำเนินการติดตั้งให้ครบถ้วนภายในรอบปีภาษี 2560 สำหรับรถลากจูงกำหนดติดตั้งภายในรอบปีภาษี 2560 รถบรรทุกสาธารณะภายในรอบปีภาษี 2561 และรถบรรทุกส่วนบุคคลให้ระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรอบปีภาษี 2562 มิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินการต่อทะเบียนได้เช่นเดียวกันสำหรับผู้ประกอบการ และเจ้าของรถที่มีความประสงค์จะติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ ขณะนี้ขนส่งทางบกได้ให้การรับรองเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางแล้วจำนวน 52 รุ่น จากผู้ให้บริการระบบ GPS จำนวน 34 บริษัท และอยู่ระหว่างการยื่นขอรับรองกว่า 10 รุ่น โดยสามารถตรวจสอบรายการเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางที่ได้รับการรับรองได้ที่เว็บไซต์ http://apps.dlt.go.th/esb/approve.html

ไทยแอร์เอเชีย ฉลอง AEC เปิดเส้นทาง ‘ดอนเมือง-หลวงพระบาง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575164

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 20:46

 

ไทยแอร์เอเชีย ฉลองเปิดประชาคมอาเซียน ลุยเปิดเส้นทางใหม่ ดอนเมือง สู่ หลวงพระบาง สปป.ลาว พร้อมมีแผนขยายเส้นทางในลาวเพิ่มขึ้น…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยแอร์เอเชียได้เปิดเส้นทางบินใหม่ ดอนเมือง-หลวงพระบาง (สปป.ลาว) ซึ่งการเปิดเส้นทางนี้ถือเป็นการเปิดประตูสู่ สปป.ลาว ครั้งแรกของไทยแอร์เอเชีย หลังรอคอยมานานถึง 8 ปี ทั้งยังเป็นการต้อนรับการเปิดประชาคมอาเซียน และทำให้ไทยแอร์เอเชียสามารถเชื่อมโยงกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กลุ่มประเทศในอาเซียนที่มีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และมีค่าจ้างแรงงานที่สมเหตุสมผลต่อการลงทุนและการผลิต เมื่อรวมกับบริการต่อเที่ยวบินที่แอร์เอเชียเปิดให้บริการ จะทำให้การเดินทางเชื่อมต่ออาเซียนและเอเชียเป็นเรื่องง่าย ทั้งนี้สายการบินไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางบินในอาเซียนมากที่สุด โดยไทยแอร์เอเชีย บินเชื่อมต่อกับประเทศไทยกับอาเซียนใน 7 ประเทศ 12 ปลายทาง รวม 15 เส้นทาง โดยหลังจากเปิดเส้นทางบินไปยัง สปป.ลาวแล้ว จะทำให้ในอาเซียนแอร์เอเชีย เหลือเพียงเที่ยวบินไปยังฟิลิปปินส์และบรูไน เท่านั้นที่ยังไม่ได้เปิดทำการบิน โดยเป้าหมายผู้โดยสารไทยแอร์เอเชียปีนี้อยู่ที่ 16.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 14.8 ล้านคน ในปี 2558

สำหรับประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะพิจารณาโครงสร้างค่าโดยสารเครื่องบินใหม่ นายธรรศพลฐ์ กล่าวว่า ขอให้พิจารณาเป็นรายสายการบิน โดยเฉพาะสายการบินที่มีการเก็บค่าโดยสารไม่เป็นไปตามต้นทุน ไม่เช่นนั้นอาจกระทบกับผู้โดยสารในภาพรวมได้

ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า หลังเปิดเส้นทางบินใหม่ ดอนเมือง-หลวงพระบาง ครั้งนี้จะทำให้ตัวเลขการขนส่งผู้โดยสารระหว่างไทยและ สปป.ลาว อยู่ที่เฉลี่ยเดือนละประมาณ 10,000 คน หรือปีละประมาณ 120,000 คน ในระยะเริ่มแรก หลังจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายเส้นทางบินใน สปป.ลาว เพิ่มขึ้นในอนาคต

นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโสสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า สปป.ลาวมีจำนวนประชากรราว 7 ล้านคน แต่ในปีที่แล้วตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า สปป.ลาวมากถึง 4 ล้านคน โดย 50% หรือ 2 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากประเทศไทย จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาการเชื่อมต่อด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศ ขณะเดียวกัน สปป.ลาวมีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนจากการเป็น Land Lock หรือประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดกับทะเล ให้เป็น Land Link และล่าสุดการเปิดเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศ ก็จะเป็นการเข้าสู่การพัฒนาเป็น Air Link และการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศนั้น จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจและธุรกิจใน 4 ด้าน ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว ดัน จีดีพีเติบโตต่อเนื่อง ส่วนการลงทุน มีการเข้าลงทุนใน สปป.ลาวเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในภาคการผลิต-การก่อสร้าง และการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือที่จะเข้าไปทำงานใน สปป.ลาว เพราะลาวมีความต้องการแรงงานในการพัฒนาประเทศเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมต่อการเดินทางไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 แห่งใน สปป.ลาว เพิ่มโอกาสทางด้านการลงทุนของนักธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศได้มากขึ้น สำหรับเส้นทางบินดอนเมือง-หลวงพระบาง จะทำการบินทุกวัน เริ่มตั้งแต่ 24 ก.พ.นี้เป็นต้นไป ใช้เวลาทำการบิน 1.20 ชั่วโมง โดยเปิดจองตั๋วโดยสารในราคาพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้-14 ก.พ. และเดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.59-5 ก.พ.2560.

คมนาคม พร้อมเดินหน้ารถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575167

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 20:08

 

ครม.ไฟเขียววงเงินสัญญาที่ 3 สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต รถไฟพร้อมลงนามกิจการร่วมค้าเอ็มเอชเอสซี เดินหน้าติดตั้งระบบ…

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ปรับกรอบวงเงินลงทุนโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต จากเดิมประมาณ 75,500 ล้านบาท เป็น 93,900 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้อนุมัติปรับกรอบวงเงินสัญญาที่ 3 งานระบบไฟฟ้า และเครื่องกล รวมตู้รถไฟฟ้าบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน จาก 25,600 ล้านบาท เป็น 32,300 ล้านบาท ตามผลการเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็มเอชเอสซี ประกอบด้วยบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสเตรียล บริษัท ฮิตาชิ และบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ที่เป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก็จะต้องดำเนินการต่อไป

นายออมสิน กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ร.ฟ.ท. ต้องไปเรียกกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็มเอชเอสซีมาเจรจา ว่าจะลดราคาได้อีกหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบตัวเลข 473 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นมา คือ การสร้างทางวิ่งเพิ่มเติม ในช่วงบางซื่อ-รังสิต เป็นทางวิ่งที่ 4 โดยยืนยันการลงนามในสัญญา 3 จะไม่นาน เพราะหากไม่เร่งดำเนินการ เมื่องานโยธาแล้วเสร็จจะไม่มีรถมาวิ่งให้บริการ เพราะในสัญญาจะใช้เวลาดำเนินการถึง 48 เดือน หรืออีก 4 ปี เพราะจะมีงานก่อสร้างทางวิ่ง ระบบสื่อสัญญาณ และระบบรถไฟฟ้าด้วย.

สภาตลาดทุน เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้า อยู่ในกรอบซบเซา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575051

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 18:42

 

สภาธุรกิจตลาดทุน เผย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ในกรอบซบเซา ที่ 71.90 ปรับตัวลดลง 3.3% ระบุ การเติบโตของ ศก.จีน ฉุด ตลาดหุ้นไทยมากที่สุด…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Invester Confidence Index) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย. 59) อยู่ในกรอบซบเซา (Bearish) ที่ 71.90 ปรับตัวลดลง 3.3% จากเดือนที่ผ่านมาที่ 74.35

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนรายบุคคลมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุด (10.53%) ที่ 86.68 อยู่ในกรอบ “ทรงตัว” (Neutral) ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างประเทศปรับตัวลดลงมากที่สุด (70.00%) อยู่ที่ 10.00 จนแตะระดับ “ซบเซาอย่างมาก” (Extreme Bearish)

สำหรับปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ เศรษฐกิจในประเทศ และปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจีน.

หัวเว่ย เปิดตัว ‘จีอาร์ 5’ รุกตลาดสมาร์ทโฟน เอาใจคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574985

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 17:31

 

หัวเว่ย เปิดตัว ‘จีอาร์ ห้า’ สมาร์ทโฟนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ชู Smart Touch เทคโนโลยีสแกนนิ้ว 360 องศา พร้อม โหมดถ่ายวีดิโอแบบ Slow Motion ตั้งเป้าบุกตลาด ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย จ่อขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้น…

วันที่ 9 ก.พ. 59 มร.ไมเคิล จิ่ง ผู้อำนวยการกลุ่มคอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประจำประเทศไทย กล่าวในงาน เปิดตัว หัวเว่ย จีอาร์ ห้า (GR5) สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดในตระกูล G Series ว่า การเติบโตของหัวเว่ย มีทิศทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีสินค้าวางจำหน่ายในทุกระดับราคา มีศูนย์บริการ ศูนย์จัดจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และพร้อมจะขยายศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีกด้วย

มร.ไมเคิล จิ่ง ผู้อำนวยการกลุ่มคอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประจำประเทศไทย

ในปี 2558 ที่ผ่านมา กลุ่มสมาร์ทโฟนหัวเว่ย มีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และในปี 2559 นี้ ยังคงรุกตลาดสมาร์ทโฟนต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเดือน ม.ค. ถึง ก.พ. ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในแต่ละซีรีส์ไปแล้ว 2 รุ่น คือ หัวเว่ย เมท แปด และหัวเว่ย จีอาร์ห้า เป็นการตอบสนองความต้องการลูกค้าทุกระดับ

“หัวเว่ย ยังได้ร่วมมือกับทรูมูฟ เอช ผู้นำ 4G อันดับ 1 ของไทย ตอบแทนผู้ใช้งาน จัดแพ็กเกจสุดคุ้มให้ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่แบบเติมเงิน ได้เล่นเน็ต 4G/3G พร้อมโทร/WIFI และเล่น Social Media App ฟรี 1 ปี มูลค่า 9,500 บาท ด้วย” มร.ไมเคิล กล่าว

ขณะที่ นายพลภัทร์ สายบัวทอง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาร์ทโฟน จีอาร์ ห้า ด้วยว่า หัวเว่ย จีอาร์ ห้า มาพร้อมกับนวัตกรรมสแกนนิ้วรุ่นใหม่ล่าสุด “Fingerprint ID 2.0” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยในการจัดเก็บข้อมูลได้ปลอดภัยมากขึ้น สามารถปลดล็อกตัวเครื่องได้รวดเร็วเพียง 0.5 วินาที ด้วยระบบสแกนนิ้วแบบ 360 องศา และสามารถใช้ในการสั่งงานได้หลากหลาย เช่น รับสายเรียกเข้า ปิดเสียงนาฬิกาปลุก กดชัตเตอร์ในการถ่ายภาพ เป็นต้น

นายพลภัทร์ สายบัวทอง ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กำลังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสมาร์ทโฟน จีอาร์ ห้า…

นอกจากนี้ หัวเว่ย จีอาร์ ห้า ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการแชร์คอนเทนต์ในโลกโซเชียลด้วยโหมดถ่ายวีดิโอแบบ Slow Motion ให้ลูกค้าถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างสร้างสรรค์ และยังมีดีไซน์เรียบหรูด้วยวัสดุ อลูมิเนียม-แมกนีเซียม อัลลอย ตัวเครื่องด้านหลังออกแบบด้วยเทคนิคเซอร์คอนความเร็วสูง เพื่อเพิ่มแฮร์ไลน์ ทำให้มีดีไซน์สวยงาม โค้งมนรับสัดส่วนยิ่งขึ้น

ดีไซน์เรียบหรูด้วยวัสดุ อลูมิเนียม-แมกนีเซียม อัลลอย ตัวเครื่องด้านหลังออกแบบด้วยเทคนิคเซอร์คอนความเร็วสูง

“จีอาร์ ห้า มีความโดดเด่นด้วยหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว Full HD และเอกลักษณ์สุดพิเศษ คือ แบตเตอรี่คงทนด้วยความจุ 3,000 mAh ใช้งานได้นานสูงสุด 35 ชั่วโมง มีให้เลือก 3 สี คือ สีขาว สีดำ และสีทอง ราคาเปิดตัว 8,990 บาท” ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวทิ้งท้าย.

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 3.61 จุด ค่าซื้อขาย 28,393.62 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575110

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 17:23

 

หุ้นไทยปิดตลาดลดลง 3.61 จุด ที่ระดับ 1,303.96 จุด มูลค่าซื้อขาย 28,393.62 ล้านบาท…

วันที่ 9 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด ลดลง 3.61 จุด ที่ระดับ 1,303.96  จุด หรือคิดเป็น 0.28% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,393.62 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

นักลงทุนสะดุ้ง! ราคาทองพุ่ง พ่อค้าบ่นอุบ บรรยากาศซื้อขายไม่คึกคัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575072

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 16:38

 

นายกสมาคมค้าทองคำ เผย บรรยากาศการซื้อขายทองช่วงตรุษจีนปีนี้เงียบเหงา ไม่คึกคัก เหตุราคาปรับตัวสูงขึ้นจากหุ้นตก-น้ำมันลด คาด แนวโน้มราคาทองมีโอกาสปรับสูงอีกในระยะกลาง …

วันที่ 9 ก.พ. 59 นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ ถึงบรรยากาศการซื้อทองช่วงตรุษจีน ว่า ในปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงากว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาทองปรับตัวขึ้นสูงตามที่คาดการณ์ไว้ เกษตรกรรายได้ไม่ค่อยดี จึงขาดกำลังซื้อ แต่ในลักษณะของการขายจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัจจัยที่ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นสูงนั้น มาจากหุ้นตก น้ำมันปรับลดราคา ฉะนั้นคนมาลงทุนทองคำมากขึ้น เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เลยส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น

ขณะที่แนวโน้มราคาทองในระยะกลาง มองว่า มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมากกว่านี้ เจ้าของกิจการรวมถึงนักลงทุน ยังต้องติดตามดูการลงทุนในตลาดอื่นๆ ด้วย เพราะมีผลต่อราคาในตลาดแน่นอน.

สปส. ทยอยโอนผู้ประกันตน ม.40 เป็นสมาชิก กอช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575037

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 15:52

 

สปส. ทยอยโอนผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพพร้อมเงินสะสม ที่มีความประสงค์ไปเป็นสมาชิก กอช.แล้ว แนะผู้ประกันตนแจ้งความจำนงต่อ สปส. ภายใน 23 มี.ค.59 …

วันที่ 9 ก.พ. 59 นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวภายหลังลงนามกับ นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ในบันทึกข้อตกลงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการโอนผู้ประกันตน มาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพ (ทางเลือก 3) และการโอนเงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนไปเป็นสมาชิก กอช. หลังจากที่มี พ.ร.ก.ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม เพื่อยกเลิกการดำเนินการตามมาตรา 40 กรณีบำนาญชราภาพว่า สปส. จะโอนข้อมูลและเงินของผู้ประกันตนที่แสดงความจำนงไปเป็นสมาชิกของ กอช. ทั้งจำนวน ประกอบด้วยเงินสมทบ เงินอุดหนุนรัฐบาลที่ได้รับแล้ว รวมทั้งผลประโยชน์ตอบแทน และเงินสมทบล่วงหน้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากกองทุนประกันสังคมมาเป็นเงินสะสมในบัญชีรายบุคคลของสมาชิกรายนั้นให้กองทุนการออมแห่งชาติ

หลังจากนี้ การโอนข้อมูลจะทยอยดำเนินการเดือนละ 1 ครั้ง และจะสิ้นสุดการโอนผู้ประกันตนในวันที่ 20 เมษายน 2559 โดยผู้ประกันตนจะต้องแจ้งความจำนงต่อ สปส. ภายในวันที่ 23 มีนาคม 2559

ทั้งนี้ เมื่อผู้ประกันตนได้แจ้งความจำนงต่อประกันสังคมแล้ว สามารถติดต่อสมัครสมาชิก กอช. ที่ธนาคาร ซึ่งเป็นหน่วยรับสมัครทั้ง 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ได้เลย โดยไม่ต้องรอให้การถ่ายโอนข้อมูลแล้วเสร็จ เพื่อสมาชิกจะได้มีสิทธิออมและรับเงินสมทบจากรัฐบาลโดยเร็ว เมื่อเงินของสมาชิกถูกโอนมาเข้ากองทุนเรียบร้อยแล้ว กอช. จะมีหนังสือไปแจ้งให้ทราบตามที่อยู่ที่ให้ไว้ต่อไป

เลขาธิการ สปป. กล่าวด้วยว่า จากยุทธศาสตร์การดำเนินงานของรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม มาตรการการออมโดย กอช. คือ ภารกิจการดำเนินงานสำคัญที่รัฐบาลสนับสนุนให้แรงงานนอกระบบจำนวนกว่า 25 ล้านคนทั่วประเทศได้มีหลักประกันที่มั่นคงในยามชรา มีเงินบำนาญให้ใช้ไปตลอดชีวิต โดยสมาชิก กอช.สามารถออมเงินเข้ากองทุนได้ปีละไม่เกิน 13,200 บาท และรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบให้ในอัตราขั้นบันไดตามช่วงอายุ คือ สมาชิกอายุตั้งแต่ 15-30 ปี อายุยังน้อยมีเวลาออมนาน รัฐจะสมทบให้ก่อนปีละ 600 บาท เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 50 ปี รัฐจะสมทบให้มากขึ้นเป็น 960 บาทต่อปี

ต่อมาช่วง 10 ปีสุดท้ายของการออม คือ อายุ 50 ปีขึ้นไปจนถึง 60 ปี รัฐบาลจะสมทบให้เพิ่มเป็นปีละ 1,200 บาท ซึ่ง กอช.จะนำเงินออมของสมาชิกไปหาผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยทบต้นไปเรื่อยๆ ยิ่งมีวินัยส่งเงินออมและมีเวลาออมนานเท่าไร จำนวนเงินบำนาญต่อเดือนที่จะได้รับในอนาคตก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น.