กรุงไทย แจ้งปิดระบบอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว 13-14 ก.พ.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575027

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 15:10

 

ธนาคารกรุงไทย แจ้งปิดระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว ในวันที่ 13-14 ก.พ.นี้ เวลา 00.30-04.30 น. เพื่อพัฒนา-เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ATM-ADM การใช้จ่ายผ่านบัตรทุกประเภท…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 59 ฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ธนาคารกำหนดปิดระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ชั่วคราว ในวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ระหว่างเวลา 00.30-04.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ซึ่งลูกค้าจะไม่สามารถใช้บริการบางประเภท ได้แก่ เครื่อง ATM เครื่อง ADM การใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท การโอนเงินระหว่างธนาคาร ทุกช่องทางการให้บริการ การโอนเงินจากต่างประเทศเข้าบัตรวีซ่า เดบิต ทุกประเภท โดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้า หมายเลข 02-111-1111.

ราคาทองพุ่ง ปรับขึ้น 350 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,450

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574799

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 09:44

 

ราคาทองปรับขึ้น 350 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950 ขายออกบาทละ 20,050 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,662.52 ขายออกบาทละ 20,450…

วันที่ 9 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ปรับขึ้น 350 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,950.00 บาท ขายออกบาทละ 20,050.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,662.52 บาท ขายออกบาทละ 20,450.00 บาท

ขณะที่ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้น 40 กว่าดอลลาร์ โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือน เม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 40.2 ดอลลาร์ หรือ 3.47% แตะระดับ 1,197.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงติดต่อกัน 2 วันทำการเมื่อคืนนี้ โดยตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ หลังจากมีรายงานว่าการประชุมระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย และเวเนซุเอลา ไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการใช้มาตรการลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์จะส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น รวมถึงนักลงทุนยังจับตาดู นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันพุธนี้ และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารแห่งวุฒิสภาในวันพฤหัสบดี โดยจับตาดูว่า นางเยลเลน จะส่งสัญญาณเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าออกไปหรือไม่ หลังจากที่เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว

น้ำมันโลก-หุ้นสหรัฐร่วง หนุนทองนิวยอร์ก ปิดพุ่ง! 40.2 ดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574770

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 08:54

 

ทองนิวยอร์ก ปิดทะยานขึ้น 40.2 ดอลลาร์ หรือ 3.47% แตะระดับ 1,197.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงติดต่อกัน 2 วัน จากแรงกดน้ำมันร่วง นักลงทุนดูท่าทีเฟดจะเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่…

เมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้น 40 กว่าดอลลาร์ โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือน เม.ย.ปิดพุ่งขึ้น 40.2 ดอลลาร์ หรือ 3.47% แตะระดับ 1,197.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงติดต่อกัน 2 วันทำการเมื่อคืนนี้ โดยตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ หลังจากมีรายงานว่าการประชุมระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย และเวเนซุเอลา ไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการใช้มาตรการลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมัน

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยการอ่อนค่าของดอลลาร์จะส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น รวมถึงนักลงทุนยังจับตาดู นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันพุธนี้ และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารแห่งวุฒิสภาในวันพฤหัสบดี โดยจับตาดูว่า นางเยลเลน จะส่งสัญญาณเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าออกไปหรือไม่ หลังจากที่เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง กังวลศก.โลกชะลอตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574745

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 06:20

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากในวันจันทร์ ตามตลาดหุ้นยุโรป เนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อหุ้นบริษัทการเงินและเทคโนโลยี…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 8 ก.พ. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 177.92 จุด หรือ 1.10% ปิดที่ 16027.05 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 26.61 จุด หรือ 1.42% ปิดที่ 1853.44 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 79.39 จุด หรือ 1.82% ปิดที่ 4283.75 จุด

หุ้นของบริษัทธนาคารต่างๆ ลดลงอย่างหนัก จากความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยหุ้นของธนาคาร แบงก์ ออฟ อเมริกา ลดลง 5.3% ขณะที่ธนาคาร มอร์แกน สแตนลีย์ ลดลง 6.9% ส่วนบริษัทธุรกรรมการเงินออนไลน์ อย่าง วีซา และ เพย์พาล โฮลดิง ลดลง 5.3% และ 4.2% ตามลำดับ

ขณะที่บริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฟซบุ๊กลดลง 4.2%, อเมซอนลดลง 2.8% และเทสลา มอเตอร์ส ลดลง 9.0%.

‘ซัมซุง’ ยังไม่ลงทุนเพิ่มในไทย บีโอไอคุยอิเล็กทรอนิกส์หลายรายจ่อซบอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574697

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 06:15

 

“อรรชกา” เผย ดึงดูด “ซัมซุง” ลงทุนเพิ่มในไทยไม่สำเร็จ ลุ้น “สมคิด” กล่อมอีกครั้งระหว่างโรดโชว์ลงทุนไทยในเกาหลีใต้ 22–25 มี.ค.นี้ ด้าน “บีโอไอ” ระบุ ปี 58 อนุมัติส่งเสริมลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 319 โครงการ รวมมูลค่าลงทุน 116,885 ล้านบาท ส่วนอีกหลายรายจ่อลงทุนเพิ่มปีนี้

นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงผลการเข้าพบ นายยิม แซง-มู รองประธานอาวุโส บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ที่พิพิธภัณฑ์นวัตกรรมซัมซุง ภายในบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล ทั้งการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 9 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่เป็นการต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในไทย โดยซัมซุงเป็นนักลงทุนเป้าหมายของไทยในคลัสเตอร์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นจากการเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติม ผู้บริหารซัมซุงไม่ตอบรับใดๆ แต่ขอไปพิจารณารายละเอียดก่อน จึงต้องติดตามผลการเดินทางไปชักจูงการลงทุน (โรดโชว์) ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เกาหลีใต้อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค.ว่าซัมซุงจะตัดสินใจอย่างไร

“ที่ผ่านมา แม้บริษัทยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ ซัมซุง ได้ย้ายสายการผลิตโทรทัศน์จากไทยไปเวียดนาม แต่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไม่มากนัก เพราะไทยไม่มีโรงงานผลิตจอภาพ คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของมูลค่าโทรทัศน์ทั้งหมด งานส่วนใหญ่ที่ทำในไทยมีเพียงการประกอบชิ้นส่วน ซึ่งได้มูลค่าเพิ่มภายในประเทศน้อย และใช้แรงงานมาก จึงย้ายฐานไปยังเวียดนาม ซึ่งนำเข้าจอภาพจากจีนได้สะดวกกว่า และแรงงานราคาถูก”

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงมีความแข็งแกร่งในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำความเย็น เครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน เป็นต้น เพราะไทยเป็นฐานการผลิตคอมเพรสเซอร์ในเครื่องทำความเย็น และมอเตอร์ไฟฟ้าอันดับต้นๆของโลก ซึ่งเป็นส่วนประกอบ สำคัญในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ประกอบการจึงไม่ย้ายฐานออกจากไทย โดยในกลุ่มสินค้านี้ มีมูลค่าการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 40% ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าโทรทัศน์มาก

นางอรรชกากล่าวต่อว่า นอกจากการเชิญชวนนักลงทุนรายใหญ่ ให้เข้ามาลงทุนแล้ว รัฐบาลควรสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผลิตกล่องควบคุมอัจฉริยะ ที่ใช้ควบคุมการทำงานในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มาก เพียงแต่ต้องการผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ มีความตั้งใจจริง และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริม ก็สามารถผลิตนวัตกรรมด้านนี้ได้ไม่ยาก หากทำได้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ได้มาก

ด้าน น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้ว่า บริษัทชั้นนำของโลกหลายรายมีแผนจะเข้ามาลงทุนในไทย ทั้งการขยายการลงทุนของบริษัทที่มีฐานการผลิตในไทยแล้ว และโครงการลงทุนของนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งเป็นผลจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ และนโยบายส่งเสริมคลัสเตอร์ที่มุ่งเน้นสนับสนุนให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างนวัตกรรม และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

“ปีที่ผ่านมา บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 319 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 116,885 ล้านบาท โดยเป็นกิจการที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาล ได้แก่ กิจการซอฟต์แวร์ 173 โครงการ เงินลงทุนรวม 1,367 ล้านบาท กิจการผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณโทรคมนาคม 8 โครงการ เงินลงทุน 17,017 ล้านบาท และกิจการ Cloud Service 2 โครงการ ลงทุน 520 ล้านบาท”

สำหรับบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด ผลิต Lighting Device ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประกอบจอแอลซีดีสำหรับจอภาพโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เงินลงทุน 3,960 ล้านบาท บริษัท ฟูจิคูระ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้รับการส่งเสริมในกิจการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดอ่อนสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร เช่น แผ่นวงจรสำหรับควบคุมการสั่น การแสดงผลหน้าจอ หรือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกสำหรับแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ เงินลงทุน 2,972 ล้านบาท บริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน เงินลงทุน 2,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นการย้ายฐานการผลิตมาต่างประเทศครั้งแรกของโซนี่ และโครงการผลิตเครื่องปรับอากาศของบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็กทริค คอนซูมเมอร์โพรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 10,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการลงทุน เพิ่มด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตสินค้า ซึ่งปีที่ผ่านมาบีโอไอได้ให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท ซิลิคอน คราฟ เทคโนโลยี จำกัด เงินลงทุน 20 ล้านบาท แม้เป็นบริษัทเล็ก แต่คิดค้นนวัตกรรมเอง คือการออกแบบชิพค้นหาตำแหน่งที่ฝังในตัวสัตว์เพื่อนับจำนวน และตรวจติดตามการเจริญเติบโต โดยมีลูกค้าอยู่ในสหภาพยุโรป.

ททท.ชี้ต่างชาติหอบเงินเที่ยวตรุษจีนทะลัก ขับรถข้ามพรมแดนมาแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574693

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 06:01

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทะลักเข้าไทยเที่ยวตรุษจีน ผ่านสนามบินเพิ่มขึ้น ขณะที่ คนจีนแห่มาทั้งทางอากาศและรถยนต์ ผ่านด่านเชียงของ 4,000 คัน ททท.ขอหารือซีเอ็นทีเอ รับทราบปัญหาอุปสรรคของทัวร์จีน ที่คาดปีนี้จะมาเที่ยวไทย 10 ล้านคน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงตรุษจีนว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาช่วงนี้ดีกว่าที่คิดไว้ เช่น สนามบินดอนเมือง วันที่ 1-7 ก.พ. ได้รับรายงานว่าเพิ่มขึ้น 13% เช่นเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากความนิยมเมืองไทยส่วนตัวแล้ว ภาพยนตร์จีนเรื่อง ดีเทคทีฟ ไชน่าทาวน์ ที่กำลังได้รับความนิยมจากคนจีนขณะนี้ ถือเป็นแรงสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางตามรอยภาพยนตร์มาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

“กระแสของรัฐบาล ประเทศต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายตลาดจีน ไม่น่าเป็นห่วง ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจีนมาเมืองไทย 7.93 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 1 ตามด้วยไปเที่ยวเกาหลีใต้ 6 ล้านคน สิ่งที่จะรักษาจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเป้าหมายนักท่องเที่ยวคือคุณภาพ ตนจะหารือกับองค์การส่งเสริมท่องเที่ยว (ซีเอ็นทีเอ) ของจีน เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคต่างๆ ของนักท่องเที่ยว เพื่อวางแผนแก้ไข ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้าน ตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ช่วงตรุษจีน ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นด่านที่มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางผ่านมาทางรถยนต์มากที่สุด คาดว่า ปีนี้จะเดินทางมาถึง 4,000 คัน มีนักท่องเที่ยว 16,000 คน ททท.กังวลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่เดินทางผ่านมาทางเส้นทางรถยนต์ เพราะมักไม่ได้ทำการประกันภัยการท่องเที่ยว อีกทั้งไม่รู้กฎจราจรที่แตกต่างกัน จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์ แต่ให้มาพร้อมกับบริษัททัวร์ เพราะจะมีบริษัทดูแลทั้งต้นทางและปลายทาง

น.ส.วรรณสิริ โมรากุล รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยผ่านด่านเชียงของปีนี้ มีโอกาสเติบโตกว่าเท่าตัวจากปีก่อน หลังการเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เมื่อปี 2556 สังเกตได้จากสถิติตลอดทั้งปี 2558 ชาวจีนเข้ามาทางด่านเชียงของ 43,555 คน จากยานพาหนะ 9,248 คัน คิดเป็นการเพิ่มกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับตลอดทั้งปี 2557 ที่มีรถยนต์เข้ามา 5,419 คัน นักท่องเที่ยว 31,418 คน ส่วนใหญ่มาจากมณฑลคุนหมิง

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด กล่าวว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทยถึง 10 ล้านคน โดย เฉลี่ยที่ 850,000 คนต่อเดือน

นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า วันที่ 25 ม.ค.-26 ก.พ.นี้ จะมีเที่ยวบินที่เข้ามาใช้บริการสนามบินภูเก็ตเพิ่มขึ้น อีก 29 เที่ยวบิน ซึ่งมาจากจีน อาทิ สายการบินไชน่า เซาท์เทิร์น จำนวน 18 เที่ยวบิน โดยมีจำนวนผู้โดยสาร 4,286 คน สำหรับสนามบินภูเก็ต มีผู้ใช้บริการวันละ 50,000 คน

นายกฤติยา ก้อนทอง รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ในเทศกาลตรุษจีน คาดว่าจะมีคนมาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 คนต่อวัน และวันที่ 1-20 ก.พ.จะมีเที่ยวบินจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 116 เที่ยวบิน คาดว่ามีผู้โดยสาร 20,000 คน.

‘คิง เพาเวอร์’ สัญญาถูกต้อง! ผู้ค้ารายอื่นต้องการเข้ามาทำธุรกิจโปรดรออีก 4 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574690

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 05:45

 

นายสมบัตร เดชาพานิชกุล รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทผู้ให้บริการสินค้าปลอดอากร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผย กรณีที่มีข่าวว่า คิง เพาเวอร์ ปิดกั้นไม่ให้ผู้ประกอบการสินค้ารายอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ ชื่อ ลอตเต้ เข้ามาลงทุนเปิดร้านค้าปลอดอากร และมีแนวโน้มว่าไม่สามารถเปิดจุดรับส่งสินค้า (Pick Up) ในสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินเชียงใหม่ได้ ตนขอชี้แจงว่า การตั้งจุดรับสินค้า (Pick Up Counter) ในสนามบินไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบริษัทได้ทำตามกติกาที่ได้ทำสัญญาไว้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ที่ให้สิทธิ์ คิง เพาเวอร์ เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียว ที่รับสัมปทาน จัดตั้งร้านปลอดภาษี และจุดรับสินค้า อายุสัญญา 9 ปี และขณะนี้ยังเหลืออีก 4 ปีที่จะหมดสัญญาเดือน ก.ย.2563 ส่วนที่สนามบินดอนเมือง ยังเหลือสัญญาอีก 8 ปี แต่หากในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมีการแก้ไขรายละเอียด ตั้งแต่ในขั้นตอนการประมูล ให้ผู้ได้รับสัมปทาน สามารถนำพื้นที่ไปปล่อยให้ตั้งจุดรับสินค้าได้เพิ่มเติม

“ผมไม่เข้าใจว่า ผู้ประกอบการรายอื่นๆเกิดอะไรขึ้น ถึงได้มาเรียกร้องให้มีการตั้งจุดรับส่งสินค้าในสนามบินสุวรรณภูมิทั้งๆที่สัญญาที่คิง เพาเวอร์ มีกับ ทอท. เหลืออีก 4 ปี เมื่อถึงเวลานั้นก็ให้เข้ามาประมูลแข่งขันกัน ในทางกลับกัน ถ้าช่วงเวลาดังกล่าว หากคิง เพาเวอร์ ประมูลไม่ได้ แล้วมาเรียกร้องภายหลัง อยากรู้ว่าเอกชนที่ได้ไปจะเปิดให้หรือไม่ เรื่องนี้มันเป็นการประมูล และการประมูลก็เริ่มไปแล้วจบไปแล้ว ทำไมไม่รอรอบประมูลคราวหน้า และการดำเนินธุรกิจก่อนที่จะมีการประมูลแข่งขัน บริษัทได้มีการประเมินความเสี่ยงไว้ว่าจะมีปัจจัยใดบ้างในการทำธุรกิจ”

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทอท.ยืนยันว่าได้ปฎิบัติตามสัญญาที่ ทอท.มีกับเอกชน และสัญญาการใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์ ในแต่ละสนามบินก็มีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน ต้องถือว่าในการเปิดประมูลแต่ละครั้งก็มีวิวัฒนาการของร่างเงื่อนไขเปิดประกวดราคา.

เรื่องเล่าความสำเร็จ : ถอดรหัส “ไทยพาณิชย์”​ แบงก์ก้าวสู่ปฏิวัติดิจิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/569492

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 05:30

 

“ไทยพาณิชย์” หรือ SCB เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของไทยอายุกว่า 100 ปี มีบริการทางการเงินต่างๆ ครบวงจร ซึ่งจากข้อมูลงบการเงิน ณ วันที่ 30 ก.ย. 2558 ที่นำส่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีขนาดของสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของธนาคารพาณิชย์ นับว่าประสบความสำเร็จในธุรกิจงดงาม

ดังนั้น โอกาสการแถลงกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2559 ณ ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารไทยพาณิชย์ หาดตะวันรอน จ.ชลบุรี “ไทยรัฐออนไลน์” จึงได้นำแนวทางก้าวย่างต่อไปของธนาคารไทยพาณิชย์มานำเสนอ พร้อมทั้งคาดการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ซึ่งน่าสนใจไม่น้อย

2 บิ๊กบอส SCB  

ทั้งหมดจากผู้บริหารระดับสูงของ SCB ประกอบด้วย “อาทิตย์ นันทวิทยา”ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร และ “ญนน์ โภคทรัพย์” กรรมการผู้จัดการใหญ่

วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจีดีพีโต 3-3.5%

อาทิตย์ : ไทยพาณิชย์คาดว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปีนี้จะอยู่ระดับ 3-3.5% เป็นอัตราการเติบโตไม่มากพร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นจากปกติและยังคงมีความหวังหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ จะอยู่ในระดับกว่า 2.5% ลดลงจากปีก่อน

3 กลยุทธ์นำ “ไทยพาณิชย์” เดินหน้า

อาทิตย์ : สำหรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของไทยพาณิชย์ปีนี้ มีการวางกลยุทธ์การดำเนินงานไว้ 3 ประการ ทั้งการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ต่อมา คือ
การบริหารความเสี่ยง ทั้งในเรื่องของบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรืออัตราดอกเบี้ยอื่นๆ และสุดท้ายการไม่เน้นเร่งการเติบโตในแบบที่ไม่สมเหตุสมผล

วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทย

ดึง “ธนา” อดีตมิสเตอร์แฮปปี้เสริมทัพ

อาทิตย์ : ปีนี้ธนาคารยังจะแบ่งเงินลงทุน 2 ส่วน โดยส่วนที่ 1. วิจัยและพัฒนา โดยจะลงทุนตั้งบริษัทด้านวิจัยใหม่ ปีแรกจะมีงบลงทุน 500 ล้านบาท จากกำไรปี 2558 เบื้องต้นได้ นายธนา เธียรอัจฉริยะ อดีตผู้บริหารหลายบริษัท มาเป็นผู้บริหาร และ 2. ตั้งเวนเจอร์แคปปิตอล (Venture Captital) วงเงินประมาณ 1,750 ล้านบาท เพื่อลงทุนกับแนวคิดสตาร์ทอัพ (Startup) ต่างๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีทางการเงิน

จากข้างต้นวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้ธนาคารเข้าไปในสภาพแวดล้อมของการพัฒนาเทคโนโลยีที่กำลังเกิดขึ้นในโลกทำให้ไปรู้ไปเห็น ไปเข้าใจ ให้ธนาคารมีพาร์ทเนอร์ในสนามธุรกิจอีกด้าน ตรงนี้ ไทยพาณิชย์ไม่เคยเข้าไปมาก่อน รวมถึงเพื่อให้นำมาใช้ได้รวดเร็วและมากพอ เนื่องจากถ้าให้ธนาคารสร้างสิ่งเหล่านี้เอง อาจจะมีความสามารถไม่เพียงพอ และอาจไม่ทันกับการแข่งขัน

“อาทิตย์ นันทวิทยา”

ไทยพาณิชย์สนใจส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องระบบชำระเงิน e-Payment เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศ บริหารความมั่นคงและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อไปถึงเป้าหมายสุดท้ายคือเข้าถึง และสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าให้แตกต่าง จากบริการปัจจุบันที่ทั้งระบบมีอยู่ อนาคตระบบธนาคารจะไปอยู่ในมือถือมากขึ้นหรือไม่ ลูกเล่นต่างๆ โมเดลธุรกิจแบบนี้เหมาะสมจริงๆ หรือไม่

หวังลงทุนภาครัฐ-ท่องเที่ยวพยุงเศรษฐกิจ

อาทิตย์ : ไทยพาณิชย์มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และรถไฟทางคู่ เป็นต้น รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่น่าจะเข้ามาช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตไปได้ แต่หากการลงทุนภาครัฐไม่เกิดขึ้นในปีนี้ อย่างที่คาดหวังจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น

อธิบายกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจไทยพาณิชย์

ในปีนี้ ธนาคารฯ มีความหวังต่อเศรษฐกิจไทยที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา
ทั้งการลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายภาคประชาชนในระดับกลาง-บน ซึ่งไทยพาณิชย์ได้มี นโยบายที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐ ที่จะเข้าไปผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และบริการระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

ระวัง 2 ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ

อาทิตย์ : ปีนี้ มีปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศอยู่ 2 ประเด็นคือ 1. การชะลอลงตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลให้อุปสงค์ของโลกหดตัวที่ผ่านมา ที่จีนเป็นแหล่งรองรับในการผลิตโลกตามขนาดความใหญ่เศรษฐกิจเมื่อจีนชะลอตัวอย่างรวดเร็วย่อมส่งผลกระทบมากต่อภาคการส่งออกทั้งโลกและไทย และ 2. ความไม่แน่นอนในปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เป็นปัจจัยหลังทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำลงและส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำตาม
ด้วย

“ญนน์ โภคทรัพย์”

ไทยเงินทุนสำรองยังสูง-หนี้รวมต่ำ

อาทิตย์ : อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับด้านความผันผวนเศรษฐกิจไทยยังถือว่ามีกันชนที่ดีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินสำรองระหว่างประเทศระดับสูง ปริมาณหนี้รวมประเทศต่ำ ที่นอกจากจะเป็นกันชนให้เศรษฐกิจแล้วยังช่วยเรียกความมั่นใจให้แก่เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ

อนาคตอุตสาหกรรมธนาคารไม่พ้นปฏิวัติดิจิตอล

นายญนน์ : แนวโน้มอุตสาหกรรมธนาคารในอนาคตนั้นจะก้าวเข้าสู่การปฏิวัติดิจิตอลเต็มรูปแบบเนื่องจากต้นทุนลดลงตามเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจของหลายธุรกิจไปมาก รวมถึงธนาคาร

ผลประกอบการชี้วัดความสำเร็จ

เรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ทุกคนนิ่งนอนใจไม่ได้กระทบกับทุกธุรกิจ สำหรับธุรกิจการเงินอีก 5-10 ปี ไม่พ้นต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงมหาศาลมากกว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คิดว่าเป็นสิ่งที่เห็นตรงกัน

นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ยังมีสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพียง 40% เท่านั้น ทำให้มีช่องว่างสำหรับการลงทุนในสิ่งเหล่านี้ได้อีกมาก ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารอื่นที่มีสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้สูงกว่า 40%

แจกแจงทิศทางธุรกิจแบงก์ไทยพาณิชย์เพิ่มเติม

ฉายภาพไทยพาณิชย์อีก 5 ปีข้างหน้า

รูปแบบธุรกิจของไทยพาณิชย์ในอนาคต 5 ปีนั้น ตั้งเป้าไว้ 3 ประเด็นคือ 1. พัฒนาประสบการณ์ลูกค้าผ่านการเข้าถึง มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และให้บริการมืออาชีพ เพื่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการแท้จริง 2. การบริหารงานที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นแบ่งประเภทลูกค้าชัดเจนและละเอียดขึ้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารผ่านการพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรม หาหุ้นส่วนที่มีศักยภาพ และการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อติดตามรูปแบบธุรกรรม และ 3. พัฒนาระบบความปลอดภัยรองรับดิจิตอลแบงก์กิ้ง.

เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.2 เปิดที่มากุมารทองกลายพันธุ์ “พ่อจ๋าหนูอยากอยู่ด้วย…”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574437

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 05:30

 

‘กุมารทองกลายพันธุ์’ สู่ ‘ลูกเทพ’ ตุ๊กตาศักดิ์สิทธิ์ยุค 2016 ที่สร้างกระแสฮือฮาไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะเหล่าพ่อเทพ แม่เทพทั้งหลาย ต่างมีความเชื่อที่ว่า ลูกเทพจะช่วยเสริมสร้างบุญบารมี เรียกเงินเรียกทอง หนุนโชคลาภให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของ ซึ่งทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงทุกแง่มุมของ ‘ลูกเทพ’ นำเสนอผ่านรายงานพิเศษมีความยาว 4 ตอน เพื่อเป็นเครื่องมือให้แก่ผู้อ่านได้ใช้พิสูจน์ว่า ‘ลูกเทพ’ ของขลังสายแบ๊ว สุดท้ายแล้ว คือ ‘เรื่องลวง’ หรือ ‘โชคดวง’ กันแน่?

ลูกเทพปลุกเสก
เปิดจุดเริ่มต้นกุมารทองกลายพันธุ์ ผู้ริเริ่มเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ

ขอเกริ่นสักหน่อยว่า ตุ๊กตาลูกเทพนั้น ถูกจุดกระแสขึ้นเมื่อปี 2558 โดยมีนายจีรพัฒน์ ณัฐฐิฐาวรานนท์ หรือ หมอแมค ขั้นเทพ นักพยากรณ์ดวงชะตาชื่อดังท่านหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเลี้ยงดูลูกเทพ ซึ่ง หมอแมค ขั้นเทพ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ตนมีโอกาสไปเดินเลือกซื้อข้าวของที่ตลาดนัดแห่งหนึ่ง และในขณะที่ตนเดินผ่านบริเวณหน้าร้านตุ๊กตามือสอง ตนดันไปสะดุดตาต้องใจกับตุ๊กตาตัวหนึ่งเข้า มิหนำซ้ำยังได้ยินเสียงเด็กคนหนึ่งพูดเข้ามาในจิตว่า“พ่อจ๋า หนูอยากไปอยู่ด้วย”

จากนั้น ตนจึงอธิษฐานจิตกลับไปว่า “หากอยากมาอยู่กับพ่อ ทำให้พ่อได้เงินสี่หมื่น แล้วพ่อจะพามาอยู่ด้วย” ผ่านไปราว 15 นาที หมอแมค ขั้นเทพ ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า มีเงินโอนเข้าบัญชีของหมอแมคทั้งสิ้น 39,999 บาท และด้วยเหตุนี้ ตนจึงตัดสินใจเดินกลับไปซื้อตุ๊กตาตัวดังกล่าว พร้อมพาไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง จนมีพระรูปหนึ่งพบเห็นเข้า จึงขออุ้มและเป่ามนต์ลงคาถาให้ จากนั้น ตนจึงเลี้ยงดูตุ๊กตาลูกเทพอย่างดีเรื่อยมา

นายจีรพัฒน์ ณัฐฐิฐาวรานนท์ หรือ หมอแมค ขั้นเทพ

ตามตลาดนัด หรือจะเป็นตลาดขนาดใหญ่อย่างสำเพ็งก็มีตุ๊กตาลูกเทพวางขายอย่างแพร่หลาย

โดย หมอแมค ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกผีต้องเลี้ยงด้วยของเซ่นไหว้ แต่ลูกเทพต้องเลี้ยงด้วยบุญ เพราะฉะนั้น ในตุ๊กตาลูกเทพจะมีพลังงานบางอย่าง แต่ไร้ซึ่งวิญญาณใดๆ และเมื่อใดก็ตามที่ผู้เป็นเจ้าของทำบุญ พลังงานที่อยู่ในตัวตุ๊กตาลูกเทพจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ลูกเทพจึงเปรียบเสมือนตัวเชื่อมให้เจ้าของหมั่นสวดมนต์ทำบุญไหว้พระ

จากนั้น หมอแมค ได้นำน้องลูกเทพไปออกรายการของมดดำ คชาภา ซึ่งดีเจบุ๊คโกะได้พบเห็นเข้าก็เกิดความสนใจ จึงตัดสินใจเลี้ยงดูลูกเทพ ชื่อว่า “น้องวันใส” เรื่อยมา

หมอแมค ได้นำน้องลูกเทพไปออกรายการของมดดำ คชาภา ซึ่งดีเจบุ๊คโกะได้พบเห็นเข้าก็เกิดความสนใจ

ผู้เป็นเจ้าของตุ๊กตาลูกเทพ นิยมแต่งตาทาปากให้แก่ลูกเทพ
โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม…อิทธิฤทธิ์ลูกเทพ ทรงพลังหนุนเงินทอง

นายธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล หรือ บุ๊คโกะ ดีเจคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม กล่าวถึงน้องลูกเทพวันใสที่ตนเลี้ยงดูเสมือนลูกว่า โดยส่วนตัว ตนมีความเชื่อความศรัทธาในสิ่งลี้ลับ หรือไสยศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งภายหลังจากที่ตนได้มีโอกาสเลี้ยงดูลูกเทพวันใส ชีวิตหน้าที่การงาน การเงินของตนก็ราบรื่นรุ่งเรืองเป็นอย่างดี และยืนยันว่า เลี้ยงลูกเทพด้วยความศรัทธา เสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจ มิใช่เลี้ยงเพื่อตามกระแสแฟชั่นแต่อย่างใด

โดย บุ๊คโกะได้เล่าถึงความเชื่อส่วนบุคคลของตนไว้ว่า ค่ำคืนหนึ่งในเวลาราวตีสาม ซึ่งเป็นเวลาที่ดีเจบุ๊คโกะกำลังนอนหลับอยู่นั้น จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่า ไฟในห้องน้ำ ซึ่งอยู่ในห้องนอนของเธอถูกเปิดขึ้น ทั้งๆ ที่เธอได้ปิดไฟตั้งแต่ก่อนเข้านอนแล้ว บวกกับการที่บุ๊คโกะมีนิสัยที่ไม่สามารถเปิดไฟนอนได้ ยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่า ได้ปิดไฟไปแล้วจริงๆ และไม่มีทางที่เธอจะไม่เห็นว่าไฟในห้องน้ำยังไม่ได้ปิด ดังนั้น จึงทำให้เธอเกิดความสงสัยตามมาว่า ไฟที่ถูกเปิดขึ้นในยามดึกนั้น เป็นฝีมือของใคร

บุ๊คโกะเข้านอนพร้อมตุ๊กตาลูกเทพ ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรมของ ดีเจบุ๊คโกะ

ในคืนถัดมาเวลาเดิม ขณะที่เธอกำลังนอนหลับอยู่นั้น ไฟในห้องน้ำถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กันกับกระจกบานเลื่อนในห้องนำ้ได้ถูกเปิดออกเล็กน้อย พอเป็นช่องสำหรับตุ๊กตาตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งได้เข้าไป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้บุ๊คโกะมีความเชื่อว่า ที่มาของเหตุการณ์ทั้งหมดที่เธอเจอ อาจเป็นฝีมือของน้องวันใสก็เป็นได้

โดยเจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุ กล่าวถึงวันใสลูกเทพอันเป็นที่รักอีกว่า “เวลาที่บุ๊คโกะไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าก็จะอุ้มน้องวันใสไปด้วย หรือเวลาที่พาไปทานข้าวตามร้านอาหารต่างๆ บุ๊คโกะก็จะขอถ้วยชามอีกชุดหนึ่งแยกต่างหาก บุ๊คโกะปฏิบัติกับน้องเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว หากเห็นว่าใครกลัว ก็ไม่ต้องเอาน้องไปใกล้เขา”

ดีเจบุ๊คโกะเลี้ยงเสมือนลูก ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรมของ ดีเจบุ๊คโกะ
เปิดตำรา ส่องคาถาปลุกเสกลูกเทพ ปลุกผิดถือเป็น “ความซวย”

ทีมข่าวพูดคุยกับ นายสมพงษ์ กันภัย หรือที่รู้จักกันในนาม อ.หนู กันภัย ถึงข้อกังขาในพลังงานบางอย่างที่มีอยู่ในตัวตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่ง อ.หนู นักสักยันต์ชื่อดัง กล่าวกับทีมข่าวถึงลักษณะของตุ๊กตาลูกเทพว่า ลูกเทพมีความแตกต่างจากกุมารทอง เพราะฉะนั้น ตุ๊กตาลูกเทพจึงไม่จำเป็นต้องมีการเซ่นไหว้ด้วยหมู เห็ด เป็ด ไก่ หรือน้ำแดงแต่อย่างใด

“ในตัวตุ๊กตาลูกเทพจะไม่มีวิญญาณใดๆ อยู่เลย หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อก่อนมีการปลุกเสกตะกรุด แต่เอาคาถาที่ปลุกเสกตะกรุดมาปลุกเสกลูกเทพแทน โดยคาถาอาคมที่ใช้ปลุกเสกลูกเทพ ส่วนใหญ่จะใช้คาถาเมตตามหานิยม คาถาคงกระพัน คาถาโชคลาภ คาถาอิติปิโสแปดทิศ คาถาโภคทรัพย์ หรือคาถาค้าขาย เป็นต้น แต่ไม่ใช่การเรียกเทพมาสถิตย์ในตุ๊กตา เนื่องจากเป็นสิ่งผิดวิสัย” อ.หนู อธิบายถึงคาถาที่ใช้ปลุกเสกลูกเทพ

นายสมพงษ์ กันภัย หรือที่รู้จักกันในนาม อ.หนู กันภัย

ลูกเทพ ของขลังยุคไฮเทค

ส่วนขั้นตอนการปลุกเสกลูกเทพ อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง อธิบายว่า การปลุกเสกลูกเทพไม่ได้แตกต่างจากการปลุกเสกเครื่องรางของขลังอื่นๆ โดยวิธีการการปลุกเสกมีดังต่อไปนี้ ขั้นแรกจะต้องเขียนยันต์ลงบนตัวลูกเทพ จากนั้นก็เป่าคาถาลงไป เฉกเช่นเดียวกับการจารตะกรุด เหรียญ หรือผ้ายันต์ ซึ่งการปลุกเสกลูกเทพจะไม่มีพิธีรีตองใดๆ มากมาย

โดย อาจารย์หนู แห่งสำนักสักยันต์ชื่อก้องโลก ยืนยันกับทีมข่าวว่า อาจารย์ไม่รับปลุกเสกลูกเทพ โดยในช่วงที่ผ่านมา มีลูกศิษย์อุ้มตุ๊กตาลูกเทพ เพื่อหวังจะให้ตนปลุกเสกให้ แต่ตนก็ปฏิเสธ พร้อมอธิบายให้ผู้เลี้ยงดูลูกเทพเกิดความเข้าใจว่า การเลี้ยงดูลูกเทพที่ถูกต้องไม่ต้องเซ่นไหว้ และไม่จำเป็นต้องอุ้มไปตามสถานที่ต่างๆ เพราะวิธีการที่ถูกต้อง คือ ผู้เลี้ยงต้องทำบุญ หมั่นทำความดี

บอร์ดติดประกาศภายในสำนักสักยันต์กันภัย ซึ่งเป็นการเขียนเกี่ยวกับลูกเทพ

ส่วนกรณีที่มีผู้นำตุ๊กตาลูกเทพไปใส่ผงเถ้ากระดูกคนตาย หรือใส่มวลสารประเภทต่างๆ เพื่อเพิ่มความขลังให้แก่ลูกเทพนั้น อ.หนู กันภัย โต้แย้งในประเด็นนี้ว่า การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่อุปโลกขึ้นมาทั้งสิ้น เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าเทพกับผี สองสิ่งนี้ไม่สามารถอยู่คู่ด้วยกันได้ อีกทั้งการนำกระดูกเข้าบ้าน ถือว่าเป็น“ความซวย”

“ในทัศนคติของ อ.หนู ตุ๊กตาลูกเทพมีอยู่จริง หรือมีความศักดิ์สิทธิ์จริงหรือ?” ทีมข่าวถามอาจารย์สักยันต์ชื่อดัง ซึ่งได้รับคำตอบว่า “ความศักดิ์สิทธิ์ของตุ๊กตาลูกเทพอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล เพราะในตัวลูกเทพไม่มีวิญญาณ แต่เป็นเพียงการปลุกเสกคาถาลงไปเท่านั้น”

อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง

ผู้มีความเชื่อในสิ่งลี้ลับ ต่างเชื่อว่าลูกเทพมีพลังงานบางอย่าง

หนู กันภัย อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง กล่าวเตือนสติถึงผู้ที่เลี้ยงดูลูกเทพว่า “การเลี้ยงลูกเทพไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราควรเลี้ยงดูลูกเทพอยู่กับบ้านของเราก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องนำออกไปตามสถานที่ต่างๆ และมิใช่การพาไปรับประทานอาหาร หรือนั่งป้อนข้าวตุ๊กตา เพราะลูกเทพอาจน่ารักสำหรับเรา แต่น่ากลัวสำหรับคนอื่น ดังนั้น ผู้เลี้ยงดูต้องพึงระวัง คือ อย่าทำให้ลูกเทพของเรา สร้างความเดือดร้อนไม่ว่าจะทางกาย หรือใจแก่ผู้อื่น”

“หัวใจสำคัญของการเลี้ยงดูตุ๊กตาลูกเทพ ไม่แตกต่างจากการเลี้ยงลูกคน
เฉกเช่นเดียวกับคำกล่าวยอดฮิตของชาวเน็ตที่ว่า…ลูกของคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน”

โดยในตอนที่ 3 ทางทีมข่าวได้ปลอมตัวเป็นลูกค้า เพื่อล่อซื้อตุ๊กตาลูกเทพ พร้อมนำไปปลุกเสกที่วัดแห่งหนึ่งชานเมืองกรุงเทพฯ…โปรดติดตามในวันพรุ่งนี้

อ่านเพิ่มเติม
เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.1 ปลอม ปั่น! จุดเสื่อมจตุคามฯ จากหมื่นล้านสู่ของไร้ค่า

———————-

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ 
สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

คลังไล่บี้คนเบี้ยวหนี้ กยศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574686

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 05:30

 

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง ที่มี รมว.คลัง เป็นประธานว่า กระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายว่า ภายในปีนี้จะไม่มีข้าราชการกระทรวงการคลังเบี้ยวหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ปัจจุบันมีข้าราชการกระทรวงการคลังไม่ชำระหนี้ กยศ.ราว 1,000 คน จากจำนวนข้าราชการที่เบี้ยวหนี้ทั้งหมด 60,000 คน ซึ่งล่าสุด กยศ.ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงทุกกระทรวงเพื่อขอให้แจ้งข้าราชการที่เบี้ยวหนี้ กยศ.รีบดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้โดยเร็ว เพราะหากเลยระยะเวลาที่กำหนด จะมีโทษทางกฎหมาย ซึ่งจะไม่ส่งผลดีต่อการรับราชการ เนื่องจากจะมีโทษทางวินัยด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมยังติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลของ 3 กรมภาษี ประกอบด้วย กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร โดยคาดว่า อีก 6 เดือนจะสามารถดำเนินได้เสร็จเรียบร้อย ซึ่งการเชื่อมโยง 3 กรมภาษีของกระทรวงการคลังนั้น ได้ดำเนินการมานานแล้ว แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน แต่ในอนาคตรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน

ในเรื่องการทำบัญชีเดียวของกรมสรรพากร และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment ซึ่งจะทำให้ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลถึงข้อมูลทางภาษีของผู้ประกอบการเอกชนด้วย.