ดัชนีเศรษฐกิจ 06/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573459

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.พ. 2559 05:01

 

เอไอเอสโรมมิ่งดีแทค แก้ซิม 2 จีดับ-ทรูเปิดศึกฟัดแย่งลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573471

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ก.พ. 2559 05:01

 

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญากับบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ในสัญญาโรมมิ่งคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา

แนวทางดังกล่าวเป็น 1 ในแนวทางแก้ปัญหาให้กับลูกค้า หลังเอไอเอสพลาดการประมูล 4 จีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นเดิมที่เอไอเอสให้บริการ 2 จี และขณะนี้ยังมีลูกค้าใช้บริการบนคลื่นดังกล่าวอีก ประมาณ 12 ล้านเลขหมาย “การโรมมิ่งกับเครือข่ายของดีแทคนั้นจะทำให้ลูกค้าของเอไอเอสไม่ต้องเจอปัญหาซิมดับ หลังผู้ชนะการประมูลใช้คลื่น 900 รายใหม่ไปชำระเงินค่าประมูลเรียบร้อย ซึ่งหาก กสทช.สั่งให้ยกเลิกบริการบนคลื่นดังกล่าวทันที ก็จะทำให้เอไอเอสไม่มีสิทธิในการใช้คลื่นได้อีกต่อไป การโรมมิ่งกับคลื่น 1800 จึงจะแก้ปัญหานี้ได้ทันที”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทรูมูฟ เอช) ยังได้ยื่นแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.)ให้สืบสวนหาตัวผู้ทำผิด ซึ่งปิดกั้นลูกค้าให้ไม่สามารถติดต่อเบอร์ทรูมูฟ เอช แคร์ 1331 ได้ โดยทรูมูฟเข้าใจว่าผู้ได้รับประโยชน์หรือมีส่วนรู้เห็นน่าจะเป็นเอไอเอส เพราะการปิดกั้นเกิดขึ้นเฉพาะเครือข่ายเอไอเอสมายังเครือข่ายทรูมูฟ เอชเท่านั้น ขณะที่เอไอเอสออกแถลงการณ์ยืนยัน ลูกค้าเอไอเอสสามารถโทร.ออกไปยังทุกเบอร์ได้ตามปกติ โดยขณะนี้ได้มีการสื่อสารถึงลูกค้าที่ยังใช้เครื่อง 2 จีต่อเนื่อง แต่หลังข้อความเสียงก็ใช้งานได้ปกติ หรือไม่อยากฟังก็ยกเลิกได้.

‘สมคิด’ นำทีม รมต.ศก.-เอกชน บุก ศรีลังกา 9-12 มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573392

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 22:30

 

“สมคิด” นำทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจและเอกชนไทย บุก ศรีลังกา 9-12 มี.ค. ตั้งเป้ามูลค่าการค้าสองฝ่ายเพิ่มเป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 59…

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนไทย เดินทางไปเยือนศรีลังกาอย่างเป็นทางการวันที่ 9-12 มี.ค.59 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกัน โดยจะมีการหารือกับผู้แทนระดับสูงของรัฐบาล การจัดบิสซิเนส ฟอร์รั่ม การจับคู่ทางธุรกิจ เป็นต้น ทั้งนี้ไทยและศรีลังกามีศักยภาพที่จะขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกันในสาขาต่างๆ ได้ เช่น ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ด้านการประมง ด้านยาและเวชภัณฑ์ ด้านอุตสาหกรรมเกษตร และด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น

“กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการค้า ไทย – ศรีลังกา ครั้งที่ 2 เพื่อเป็นช่องทางการแสวงหาโอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างกัน และแนวทางส่งเสริมให้มูลค่าการค้าระหว่างกันให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ที่ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 59” รมว.พาณิชย์กล่าว

นางอภิรดี กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีศรีลังกาได้เยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยรองนายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนศรีลังกาพร้อมด้วยรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ถือเป็นการเดินทางไปบุกตลาด เพื่อทำให้การค้าระหว่างสองประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามศรีลังกาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันที่ 4 ของศรีลังกาในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย และการค้าระหว่างไทยและศรีลังกาในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 54-58) มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 521.26 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 58 การค้ารวมมีมูลค่า 488 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 0.12% ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 380 ล้านเหรียญสหรัฐ

“สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปศรีลังกา ได้แก่ ผ้าผืน ปลาแห้ง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เม็ดพลาสติก ยางพารา เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับอัญมณี ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องจักรไฟฟ้า กาแฟ ชา เครื่องเทศ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น” รมว.พาณิชย์กล่าว.

ปตท. เปิดตัวรายการ “ยอดมนุษย์ฝึกหัด” ค่ายวิทยาศาสตร์รู้รักษ์ทรัพยากรและพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573395

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 19:15

 

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของประชากรและเศรษฐกิจที่เติบโตมากขึ้น ทำให้ ปตท. เกิดความกังวลต่อปัญหาการขาดแคลนพลังงานในอนาคต จึงเป็นภารกิจสำคัญของ ปตท. ในการทำหน้าที่สร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานว่า เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป กลุ่มเด็กและเยาวชนจึงนับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ เพราะจะเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต การปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์พลังงานรวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้พวกเขามีจิตสำนึกและรู้จักการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่ามากที่สุด ผ่านการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวต่อว่า ปตท.จึงได้จัดทำรายการ “ยอดมนุษย์ฝึกหัด” ขึ้น เพื่อนำเอาแนวคิดและนโยบายการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นเรื่องใกล้ตัวมานำเสนอในรูปแบบของรายการโทรทัศน์เชิงสนุกสร้างสรรค์ (Edutainment) ผ่านวิธีการคิดและแบบฝึกหัดในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งหวังที่จะดึงดูดความสนใจเด็กๆ ให้ได้เรียนรู้และจดจำวิธีการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ผ่านภารกิจที่เหล่ายอดมนุษย์ฝึกหัดต้องร่วมกันระดมสมอง เพื่อพิชิตภารกิจให้สำเร็จในแต่ละสัปดาห์ และสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งเรามั่นใจว่ารายการยอดมนุษย์ฝึกหัดนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานให้ฝังแน่นอยู่ในใจของพวกเขาต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ เด็กๆ ทั้ง 10 คน ที่เข้าร่วมในการรายการ “ยอดมนุษย์ฝึกหัด” ได้ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากวีดิโอคลิปที่ส่งเข้าร่วมประกวดกว่า 2,000 คนจากทั่วประเทศ เพื่อมารวมตัวกันในค่ายฝึกหัดการเป็นยอดมนุษย์ผู้รอบรู้ รู้จักในสิทธิ รู้หน้าที่ และรู้คุณค่าในสิ่งที่มีอยู่ จนนำไปถึงการรู้รักษ์พลังงานตลอดระยะเวลา 13 สัปดาห์ ณ โรงเรียนกำเนิดวิทย์และสถาบันวิทยสิริเมธี จังหวัดระยอง โดยมีกัปตันยอดมนุษย์อย่าง กัปตัน “โจ๊ก-โซคูล” ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเหล่ายอดมนุษย์รุ่นจิ๋ว เพื่อพิชิตภารกิจด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์สุดหิน อาทิ แบบฝึกหัดน้ำ ไฟฟ้า พลังงาน การสื่อสาร ฯลฯ จากเหล่าเทรนเนอร์สุดโหดที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมามอบโจทย์ให้ในแต่ละสัปดาห์ อาทิ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ / เก้า-จิรายุ ละอองมณี / รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ / เต๋า-สมชาย เข็มกลัด / ใบเฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์ / โก๊ะตี๋ อารามบอย ฯลฯ เพื่อให้พวกเขาเติบโตไปเป็นยอดมนุษย์ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยรู้รักษ์พลังงานอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

โจ๊ก โซคูล ในฐานะกัปตันยอดมนุษย์ฝึกหัด กล่าวว่า ดีใจที่ได้รับโอกาสจาก ปตท. มารับหน้าที่เป็นกัปตันยอดมนุษย์ฝึกหัดครั้งนี้ เพราะตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับตัวแทน 10 ยอดมนุษย์ฝึกหัดรุ่นจิ๋ว ได้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างเต็มที่และความสามัคคีของเด็กๆ ทุกคนที่ช่วยกันระดมความคิดแก้ไขปัญหาภารกิจต่างๆ ลองผิด ลองถูกกันหลายต่อหลายครั้ง เพื่อพิชิตภารกิจให้สำเร็จ ซึ่งมั่นใจว่ายอดมนุษย์ฝึกหัดของผมทุกคน รวมทั้งคนดูทางบ้านจะซึมซับเอาความรู้และเทคนิคการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรายการไปใช้จริงในชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

ด้านตัวแทนของเหล่าเทรนเนอร์สุดโหดอย่าง สาว รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ กล่าวว่า การปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืนนั้น แค่สอนอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เด็กๆ ต้องได้เรียนรู้และลงมือทำด้วยตัวเอง เหมือนกับภารกิจด้านพลังงานต่างๆ ที่เหล่าเทรนเนอร์ในรายการยอดมนุษย์ฝึกหัดมอบหมายให้เด็กๆ ได้รวมพลังกันพิชิต ซึ่งเชื่อว่าภารกิจต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้พวกเขา รวมทั้งคนดูทางบ้าน จดจำสาระความรู้ที่สอดแทรกแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ไปปรับใช้จริงได้ง่ายกว่าการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ทั้งยังช่วยสร้างจิตสำนึกให้เด็กๆ ได้รู้จักการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าต่อไป เมื่อพวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่

ร่วมลุ้น! ร่วมเชียร์! เหล่ายอดมนุษย์ฝึกหัดไปกับ ปตท. ได้ในรายการ “ยอดมนุษย์ฝึกหัด” ค่ายวิทยาศาสตร์รู้รักษ์พลังงานเชิงสนุกสร้างสรรค์นอกห้องเรียน ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 – 11.00 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 เริ่มตอนแรก 20 ก.พ. นี้!

‘วิริยะ’ ลุยตลาด Non-Motor ตั้งเป้าเบี้ยประกันรับตรง โตกว่า 3.5 หมื่นล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573348

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 17:45

 

วิริยะประกันภัย แถลงผลงานปี 58 เผย เบี้ยประกันรับตรง 3.2 หมื่นล้าน กำไร 2.4 พันล้าน ตั้งเป้าปี 59 โตไม่น้อยกว่า 3.5 หมื่นล้าน พร้อมลุยตลาด Non-Motor เต็มที่ หวังสัดส่วนรับเบี้ยประกันเพิ่ม 80:20 ภายใน 5 ปี…

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 59 นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานแถลงข่าวและขอบคุณสื่อมวลชนประจำปี 2559 ณ พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ว่า สำหรับผลประกอบการในปี 2558 ที่ผ่านมานั้น วิริยะประกันภัยมีเบี้ยประกันรับตรง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 58 อยู่ที่ 32,418.58 ล้านบาท มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตาม Template RBC รายเดือน อยู่ในระดับ 233.86% มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ 2,400 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนการลงทุนในปี 58 อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว เฉลี่ยร้อยละ 4.5

ส่วนในปีนี้ วิริยะประกันภัยตั้งเป้าเบี้ยประกันรับตรง ต้องเติบโตไม่น้อยกว่า 5% หรือ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเน้นใน 4 เป้าหมาย คือ 1. เพิ่มสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่ออายุให้อยู่ในอัตรา 80% ให้ได้ จากเดิมทำได้อยู่ที่ 75% 2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ตรงความต้องการและความเสี่ยงลูกค้า โดยปีนี้ วิริยะประกันภัยกำหนดให้เป็นปีแห่งการพัฒนาการบริการสินไหมทดแทนที่เป็นเลิศ 3. การขยายผลการให้บริการด้านประกันภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสนองการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยใช้รูปแบบความร่วมมือกับประเทศลาวเป็นต้นแบบการดำเนินงาน และ 4. เรื่องการรับประกันภัย Non-Motor โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากเบี้ยประกันภัยรับตรงเข้าบริษัทฯ ผ่านฐานลูกค้าพันธมิตร กลุ่ม Corporate และโบรกเกอร์ที่ดูแลงานลูกค้ารายใหญ่ นอกเหนือจากช่องทาง Personal Line ที่บริษัทฯ ทำอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมางาน Non-Motor ค่อนข้างประสบผลสำเร็จ ปีนี้จึงวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนประกันภัย Non-Motor ไว้ 3 ประการ ทั้ง การกระจายอำนาจด้านสินไหมทดแทนที่จะสนับสนุนให้การทำงานด้าน Non-Motor คล่องตัวสูงขึ้น การตลาดโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และการสนองรับ Aec ลูกค้าอยู่ที่ไหนต้องให้บริการถึงที่นั่น เป็นต้น

นายสยม กล่าวด้วยว่า การขยายตลาดประกันภัย Non-Motor ในปี 59 นี้ คาดหวังว่า บริษัทจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการรับประกันภัยจากเดิม ที่ประกันภัยรถยนต์ มีสัดส่วน 91% และประกันภัย Non-Motor มีสัดส่วน 9% มาเป็น 80:20 ให้ได้ภายใน 5 ปี

ด้าน นายประวิตร สุขสันติสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายด้านการลงทุนของวิริยะประกันภัยในปี 59 นี้ ด้วยว่า บริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายการลงทุนโดยคำนึงถึงระดับความเสี่ยง และการจัดสรรสภาพคล่องให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี สภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ มีความปลอดภัยของเงินต้นและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ คปภ. เช่น การลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ และตราสารทุนในตลาดหลักทรัพย์.

ปตท.-บางจาก ปรับลดเบนซิน 50 สต. ขึ้นดีเซล 50 สต. มีผลพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573359

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 17:28

 

ปตท. และบางจาก ประกาศปรับลดราคาเบนซินทุกชนิดลง 50 สต.ต่อลิตร เว้น E85 ลง 30 สต. และปรับขึ้นดีเซล 50 สต.ต่อลิตร มีผลตี 5 พรุ่งนี้ (6 ก.พ.)

วันที่ 5 ก.พ. ปตท. และบางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน 50 สตางค์/ลิตร เว้น e85 ลดลง 30 สตางค์/ลิตร ส่วน ดีเซล ปรับขึ้น 50 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (6 ก.พ. 59) เวลา 05.00 น.

ส่งผลให้ ราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 29.56 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล 95 ราคา 22.60 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล91 ราคา 22.18 บาท/ลิตร, E20 ราคา 20.24 บาท/ลิตร, E85 ราคา 17.59 บาท/ลิตร และ ดีเซล 20.19 บาท/ลิตร

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 9.18 จุด มูลค่าซื้อขาย 40,034.87 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573349

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 17:25

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 9.18 จุด ที่ระดับ 1,306.29 จุด มูลค่าซื้อขาย 40,034.87 ล้าน …

วันที่ 5 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด เพิ่มขึ้น 9.18 จุด ที่ระดับ 1,306.29 จุด หรือคิดเป็น 0.71% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 40,034.87 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

พณ. ตรวจตลาดช่วงตรุษจีน จับจ่ายคึกคัก สินค้าเซ่นไหว้ราคาทรงตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573277

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 15:43

 

พาณิชย์ ตรวจตลาดตรุษจีนที่เยาวราช เผยการใช้จ่ายเริ่มคึกคัก สินค้าเซ่นไหว้ส่วนใหญ่ราคาทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน เผย กลุ่มเนื้อสัตว์ราคาทรงตัว ผักเริ่มลดลง แต่ผลไม้แพง สั่ง จนท.ออกตรวจตลาดทั่วประเทศ ป้องกันผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ตลาดเยาวราช ว่า จากการตรวจสอบการจับจ่ายใช้สอย พบว่ามีความคึกคักเพิ่มมากขึ้น โดยประชาชนเริ่มซื้อของเซ่นไหว้ ก่อนที่วันจ่ายจริงวันที่ 6 ก.พ. 59 ซึ่งราคาสินค้าส่วนใหญ่ทรงตัว ไม่แตกต่างจากปีก่อน และปริมาณสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ โดยสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ทั้งตัว เฉลี่ย กก.ละ 65-80 บาท เนื้อหมู เฉลี่ย กก.ละ 130-145 บาท ของแห้ง เช่น เห็ดหอมและเส้นหมี่ราคาทรงตัว ส่วนผักสดเริ่มลดลงเล็กน้อยจากสภาพอากาศที่เย็นลง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น มีเพียงผลไม้ไทย เช่น ส้ม ส้มโอ กล้วยหอมทอง และชมพู่ ที่ราคาขยับขึ้น กก.ละ 5-10 บาท ขณะที่ผลไม้ต่างประเทศ เช่น แอปเปิ้ล และสาลี่ ราคาทรงตัวที่ 4 ผล 100 บาท

“ในช่วงนี้ กรมฯ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาจำหน่ายสินค้าทั่วประเทศแบบรายวัน เพื่อดูแลและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค โดยร้านค้าจะกำชับให้ปิดป้ายแสดงราคา และห้ามค้ากำไรเกินควร หากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้ร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 และคาดว่าหลังจากผ่านเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว ราคาสินค้าโดยรวมจะอ่อนตัวลงตามกลไกตลาด” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

สำหรับการปรับลดราคาแก๊สหุงต้ม กก.ละ 0.5-2 บาทนั้น จากการวิเคราะห์ของ กรมฯ พบว่า จะทำให้ต้นทุนของอาหารสำเร็จรูปลดลง จานละ 10-14 สตางค์ ซึ่งไม่มากนัก แต่เป็นผลดีต่อผู้ประกอบการที่ต้นทุนลดลง และไม่มีแรงกดดันต่อราคาอาหารปรุงสำเร็จ เชื่อว่าราคาอาหารที่ 30-35 บาท จะยังคงมีจำหน่ายอยู่ในทุกพื้นที่ หลังจากที่กรมฯ ได้เดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านหนูณิชย์พาชิม ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

“ขณะนี้มีร้านอาหารปรุงสำเร็จที่เข้าร่วมโครงการร้านหนูณิชย์พาชิมแล้ว 4,600 ร้าน จากเป้าหมาย 10,000 ร้าน คาดว่าภายในเดือน พ.ค.นี้ จะทำได้ครบ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1,600 ร้าน ส่วนที่เหลือเป็นต่างจังหวัด และตั้งเป้าที่จะขยายในพื้นที่ 50 เขตของกรุงเทพฯ ให้ได้มากขึ้น ขั้นต่ำต้องได้ 10 ร้านต่อ 1 เขต เพื่อกระจายการดูแลผู้บริโภคให้ทั่วถึง” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

ส่วนสถานการณ์ราคาสินค้าทั่วไป ปัจจุบันทรงตัวและปรับลดลง โดยเฉพาะการปรับลดลงจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งล่าสุดได้ปรับลดราคาลงมาแล้ว 13 กลุ่มสินค้า กว่า 120 รายการ.

‘โม อมีนา’ทำแผงหนังสือร้อนระอุ อวดหุ่นสุดฮอตในชุดว่ายน้ำเซ็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200963

วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 16.54 น.
5 ก.พ.59 นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ “โม อมีนา” ที่ดีกรีความฮอตยังคงที่และยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน

ล่าสุดสาวโมก็ได้ทำให้หนุ่มๆ ต้องตาค้างกันอีกครั้ง เมื่อสาวโมได้สลัดผ้านุ่งชุดว่ายน้ำสุดซี๊ด รับเดือนแห่งความรัก ขึ้นปกนิตยสาร MAXIM โชว์หุ่นสวยๆ ทำให้ความร้อนต้องระอุขึ้นกว่าเดิม งานนี้รับรองว่าใครที่รอคอยไม่มีผิดหวังแน่นอน

ภาพจาก : magazinedee

‘แมท’ ชวน 6 หนุ่มหล่อพิสูจน์ความฟิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/200962

วันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ หลังเปิดตัวแฟนหนุ่ม “แมท-ภีรนีย์” ก็ฮอตเอาๆ ล่าสุดโดน นมตราหมีโกลด์ จีบเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตัวแทนสาวมั่น รับมือกับความเยอะในชีวิต พร้อมเปิดตัวอลังการในงาน“ผู้หญิง…อย่าหยุดเยอะ!” พร้อมด้วย 6 หนุ่มหล่อล่ำร่วมพิสูจน์ความ สวย-สมาร์ท-สตรอง เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน งานนี้แมทจัดเต็ม เผยอินไซด์เบื้องหลังโฆษณาล่าสุดที่โคลนนิ่งตัวตนได้แบบว่าเป๊ะมากๆ หวังสร้างแรงบันดาลใจให้สาวๆ รุ่นใหม่ ตื่นตัวกับการดูแลตัวเองให้ สวย-สมาร์ท-สตรอง ภายในงานยังเชิญ 6 ดาราหนุ่ม สน–ยุกต์, หมอก้อง-สรวิชญ์, เดี่ยว–สุริยนต์, มาร์ช-แบงค์-เจมส์ ฮอร์โมน มาประจำแต่ละบูธอาทิ กิจกรรม Live Display ได้ 3 หนุ่มฮอตจากแก๊งฮอร์โมน มาร์ช-แบงค์-เจมส์ แท็กทีมคอยดูแลจัดการให้สาวๆ โพสท่าแชะรูปอวดลุคโชว์เสน่ห์อย่างเต็มที่ กิจกรรม Saving a Bear life เทคแคร์โดยหนุ่ม เดี่ยว-สุริยนต์ อาสาช่วยเป็นเทรนเนอร์ทดสอบความแข็งแรงของสาวๆ ด้วยฐานปีนหน้าผาสูง 5 เมตร กิจกรรม Getting Bear out ลับสมองประลองปัญญากับ หมอก้อง-สรวิชญ์ ปิดท้ายด้วย กิจกรรม Dance for Bear ท้าแดนซ์โดยหนุ่ม สน-ยุกต์ ฟิตโชว์สเต็ปเท้าไฟกระชากใจสาวๆ