งานคือเงิน 05/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572544

โดย หมึกเขียว 5 ก.พ. 2559 05:01

 

เวลาทุกนาทีมีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้สูญเปล่าไป เพียงเพราะถอดใจกับอุปสรรคและปัญหา

หมึกเขียว ขอเป็นหนึ่งกำลังใจส่งให้ คนสู้ชีวิต สามารถก้าวถึงเส้นชัยที่วาดฝันไว้ในเร็ววัน พร้อมอาสาสรรหาสารพัด ตำแหน่งงานน่าสนใจ มากฝากกันเช่นเคยที่ งานคือเงิน

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับ

นักจัดการงานทั่วไป 1 อัตรา

สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา วุฒิ ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา ศิลปศาสตร์ หรือบริหารธุรกิจ มีความรู้ความสามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการปฏิบัติงานและนำเสนอโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆได้เป็นอย่างดี มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ มีมนุษยสัมพันธ์ดี สามารถประสานการทำงานร่วมกับบุคคลอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอก หรือหน่วยงานต่างๆอย่างดี มีไหวพริบในการปฏิบัติงาน ตอบข้อซักถามชี้แจง แนะนำแก่ผู้ที่ต้องการทราบข้อมูล และสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นอย่างดี มีจิตมุ่งบริการและเสียสละ สามารถอุทิศเวลาให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องมีความรับผิดชอบ และมีความซื่อสัตย์สุจริต

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน 1 อัตรา

สังกัดกลุ่มตรวจสอบภายในระดับกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ วุฒิ ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาบัญชี บริหารธุรกิจ หรือ เศรษฐศาสตร์ มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน มีความสามารถในการสำรวจข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา และสรุปเหตุผล มีความรู้ความสามารถในการใช้อุปกรณ์สื่อเทคโนโลยี เพื่อการสืบค้นข้อมูลจากสื่อหรือเทคโนโลยีต่างๆ มีความรู้และทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อนำเสนอโดยโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ในด้านการศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มีมนุษยสัมพันธ์ดี สามารถประสานสัมพันธ์กับบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ

นักประชาสัมพันธ์ 1 อัตรา

สังกัดกลุ่มสารนิเทศ สำนักอำนวยการ วุฒิ ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาด้าน สื่อสารมวลชน นิเทศศาสตร์ หรือ อักษรศาสตร์ มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ สามารถใช้ภาษาและคอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างดี มีความรู้ความสามารถวิเคราะห์ ตรวจสอบ สรุปประเด็นข่าว มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ มีความกระตือรือร้น คล่องแคล่ว ว่องไว พร้อมที่จะปรับปรุงการทำงานและพัฒนาตนเองตลอดเวลา อุทิศตนและเสียสละเวลาให้กับทางราชการและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มีปฏิภาณไหวพริบ ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติและรู้จักคิดไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ในด้านการศึกษา การเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทุกตำแหน่งมีระยะเวลาการจ้าง ตั้งแต่วันทำสัญญาจ้าง ถึง 30 ก.ย.2559 และให้ทำสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี (อาจต่อสัญญาจ้างได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นของส่วนราชการ)

สมัครที่ กลุ่มบริการงานบุคคล ชั้น 9 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ ถึง 5 ก.พ.นี้

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับ

อาจารย์ ระดับ A–5 สาขากฎหมายอาญา 1 อัตรา

วุฒิ ปริญญาตรีนิติศาสตรมหาบัณฑิต โดยได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง

สนใจสมัครที่ www.hrm.chula.ac.th/recruitmentonline สอบถามที่ หน่วยบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.0-2218-2017 ต่อ 325 ถึง 5 ก.พ.นี้

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ รับ

พนักงานรายวัน ตำแหน่ง ผู้ปฏิบัติงานบริหาร 1 อัตรา

สังกัดศูนย์การแพทย์ ปฏิบัติงานสำนักงานคณบดี วุฒิประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่าทุกสาขาวิชา สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม Mirosoft office อย่างดี มีความรับผิดชอบในหน้าที่สูงและมีความกระตือรือร้น มีมนุษยสัมพันธ์และความสามารถสูงด้านการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นอย่างดี ปฏิบัติงานที่แพทยศาสตรศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ อ.องครักษ์ จ.นครนายก และที่ งานบริการการศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซอยสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

สมัครที่ งานทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ อ.องครักษ์ จ.นครนายก สอบถาม โทร.0-3739- 5451 (-5) ต่อ 60224,60225 หรือ 0-2649-5000 ต่อ 27979 ต่อ 20207 (-8) ถึง 5 ก.พ.นี้

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขยายเวลารับ อาจารย์ประจำโครงการหลักสูตรการออกแบบพัฒนาชุมชนเมืองบัณฑิต/มหาบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) 1 อัตรา วุฒิ ปริญญาโท/ปริญญาเอก ทางด้านวิชา การออกแบบชุมชนเมือง (URBAN DESIGN) หรือด้านวิชาการที่เกี่ยวข้อง

สนใจสอบถามและสมัครที่ ห้องงานบุคคลและสื่อสารองค์กร อาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร.0-2986-9434, 0-2986-9605 (-6) ต่อ 3011,3012 ถึง 5 ก.พ.นี้

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รับ

พนักงานรายวัน ตำแหน่ง คนงาน 1 อัตรา

สังกัดศูนย์การแพทย์ ปฏิบัติงานสำนักงานคณบดี เพศชาย วุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) หรือเทียบเท่า สามารถปฏิบัติงานนอกเวลาราชการได้ หากมีงานเร่งด่วน ที่ไม่สามารถดำเนินการในเวลาราชการได้ มีความรับผิดชอบและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์พัฒนางาน มีความสามารถในการสื่อสาร ประสานงานกับบุคคล หรือหน่วยงานต่างๆอย่างดี มีจิตใจบริการ และมีความพร้อมในการให้บริการตลอดเวลา ปฏิบัติงานที่งานบริหารและธุรการ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.องครักษ์ จ.นครนายก

สมัครที่งานทรัพยากรบุคคล ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อ.องครักษ์ จ.นครนายก โทร.0-3739-5451 (-5) ต่อ 60224,60225 หรือ 0-2649-5000 ต่อ 27979 ต่อ 20207 (-8) ถึง 10 ก.พ.นี้

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับ

นักวิทยาศาสตร์ 1 อัตรา

วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ทาง วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิศวกรรมทางการแพทย์ สรีรวิทยา กายวิภาคศาสตร์ ชีวการแพทย์ หรือ ปริญญาตรีสาขาใดสาขาหนึ่ง และมีความรู้ความสามารถในการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษด้านประสาทสรีรวิทยา ต้องมีประสบการณ์ในการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษที่เกี่ยวกับการตรวจความผิดปกติขณะนอนหลับ (Sleep Test) การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การตรวจสมรรถภาพปอด (PFT) และการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษแบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สมัครที่ งานบริหารทรัพยากรมนุษย์ ชั้น 7 อาคารกิตติวัฒนา ระยะที่ 2 สอบถามโทร.0-2926-9368 (-70) ถึง 11 ก.พ.นี้

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รับ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 15 อัตรา

วุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางสถิติ ทางโลจิสติกส์ และ เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ของสำนักงาน ก.พ. มีความรู้ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลสถิติ และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำการวิจัยเพื่อให้ทราบถึงนโยบาย ยุทธศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมตลอดทั้งกฎหมายต่างๆ มีความรู้ความสามารถทางวิชาการในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการ วิเคราะห์นโยบายและการวางแผน ภายใต้การกำกับ แนะนำตรวจสอบและใช้ประกอบการพิจารณาทำแผนวิจัยให้สอดคล้องกับสภาวะและความต้องการของประเทศ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 15 อัตรา

วุฒิ ปริญญาโท หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ หรือ รัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาบริการธุรกิจ หรือ สาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางสถิติ หรือ ทางโลจิสติกส์ ต้องสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาโทของ สำนักงาน ก.พ. มีความรู้ความสามารถในการรวบรวม ข้อมูลสถิติ และศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องที่จะทำการวิจัยเพื่อให้ทราบถึงนโยบาย ยุทธศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางสังคมและเศรษฐกิจ รวมตลอดทั้งกฎหมายต่างๆ มีความรู้ความสามารถทางวิชาการในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการ วิเคราะห์นโยบายและการวางแผน ภายใต้การกำกับแนะนำ ตรวจสอบและใช้ประกอบการพิจารณาทำแผนวิจัยให้สอดคล้องกับสภาวะและความต้องการของประเทศ

สนใจสอบถามและสมัครที่ ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ อาคาร 2 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัส เขตป้องปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โทร.0-2282-9144 ถึง 12 ก.พ.นี้

กรมประมง กลุ่มงานบริการ รับ

เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 1 อัตรา

สังกัดศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสมุทรปราการ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด (กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด) ปฏิบัติงานที่จังหวัดสมุทรปราการ ระยะเวลาการจ้าง มี.ค. ถึง 30 ก.ย.2559 วุฒิ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ตามผลการรับรองของสำนักงาน ก.พ. ในสาขาวิชาการบัญชี มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชี จัดทำและปฏิบัติงานด้านเอกสารทางการเงินและบัญชีให้งานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด สามารถรวบรวมรายละเอียดการจัดทำงบประมาณเพื่อใช้ประกอบในการทำงบประมาณประจำปีของหน่วยงาน ตรวจสอบและดูความถูกต้องของเอกสารสำคัญทางการเงิน เพื่อให้เกิดความถูกต้องในการปฏิบัติงาน และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย มีมนุษยสัมพันธ์ บุคลิกภาพ วุฒิภาวะทางอารมณ์ ความรับผิดชอบ อดทน เสียสละ และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงานอื่นอย่างดี มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เชาว์ปัญญา ปฏิภาณไหวพริบ คล่องแคล่วว่องไวในการตอบปัญหา แก้ปัญหาและแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ มีความกระตือรือร้น อุดมคติ จริยธรรมและคุณธรรม

สมัครที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสมุทรปราการ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด (กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด) ถึง 15 ก.พ.2559.

หมึกเขียว

ดัชนีเศรษฐกิจ 05/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572957

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.พ. 2559 05:01

 

เก็งผลประกอบการ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572962

โดย อินเด็กซ์ 51 5 ก.พ. 2559 05:01

 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ.59 ปิดที่ 1,297.11 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 39,842.93 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 837.83 ล้านบาท

หุ้นที่ซื้อขายสูงสุด ADVANC ปิด 166 บาท ลบ 5.50 บาท, PTT ปิด 238 บาท บวก 4 บาท, CPALL ปิด 42.50 บาท บวก 0.75 บาท, KTB ปิด 17.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง และ PTTEP ปิด 58 บาท บวก 1.25 บาท

บล.โกลเบล็ก คาดหุ้นไทยจะมีแรงซื้อดักงบและปันผลปี 58 ที่จะประกาศออกมาช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีทรุดตัวแรง แนะกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น เลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุน เช่น กลุ่มที่คาดว่างบไตรมาส 4 ดี ชอบ EPG, QTC, FSMART, KCE, TVT, GL, BEAUTY, EA, SYNEX, SMPC, SPALI, ORI, UBIS ช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยว และได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันปรับตัวลงแนะ AOT, BA, AAV และกลุ่มจ่ายปันผลสูงเชียร์ INTUCH, ADVANC และ KTB

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ ระบุว่า หุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีที่ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีปลายปี 58 ถือเป็นการปรับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตลาดตุรกี โดยตลาดหุ้นทั่วโลกปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นมีเพียง 3 ประเทศ คือ ตลาดหุ้นตุรกี ไทย และเม็กซิโก

หุ้นไทยที่ปรับขึ้นเป็นผลจากรัฐบาลไทยมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังเป็นผลจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเปิดรับฟังความเห็นและปรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าส่งผลดีต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้าหุ้นไทยได้ก็ต่อเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และแบงก์ชาติปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากปรับลดลงอีก 0.25% มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสม

อย่างไรระยะนี้ตลาดไทยที่ทรงตัวถือเป็นจังหวะในการทยอยเลือก “ซื้อ” หุ้นที่จ่ายปันผลสูง ซึ่งที่ผ่านมาราคาหุ้นหลายบริษัทปรับตัวลง เช่น กลุ่มสื่อสาร ทำให้บางบริษัทมีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 10%

ขณะที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ แถลงนโยบายและแผนการดำเนินงานปี 59 โดยมี “สมิทธ์ พนมยงค์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ร่วมให้ข้อมูล ระบุว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ มองหุ้นไทยปีนี้ยังคงผันผวน คาดดัชนีแกว่งในกรอบ 1,200-1,400 จุด อิง P/E 12.5-14 เท่า กำไรบริษัทจดทะเบียนโต 5-9%

แนะเลือกหุ้นขนาดกลางและเล็ก ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าบริษัทใหญ่และมองหาราคาหุ้นที่ต่ำกว่าตลาด และมีอัตราการโตมากกว่าเศรษฐกิจ ชอบหุ้นท่องเที่ยว บริการ โรงแรม ค้าปลีก จะโดดเด่น ส่วนหุ้นพลังงาน สถาบันการเงิน หรือสื่อสารให้เลือกรายตัวเพราะยังมีความเสี่ยง!!

อินเด็กซ์ 51

“กอบกาญจน์” เตรียมชงนายกฯให้ สตง.ผ่อนปรน ใช้งบท้องถิ่นพัฒนาท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572993

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.พ. 2559 05:01

 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า วันที่ 5 ก.พ.นี้ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทางกระทรวงเตรียมเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผ่อนปรนเกณฑ์อนุมัติการใช้งบประมาณด้านการท่องเที่ยวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อให้สามารถนำเงินไปพัฒนาด้านการท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อท้องถิ่นเสนอขอใช้งบประมาณด้านการท่องเที่ยวจะถูกตีกลับโครงการ เพราะเกรงว่าจะนำงบฯไปใช้แบบแอบแฝงผลประโยชน์ เช่น นำไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง

“สิ่งที่กระทรวงให้ความสำคัญมากในด้านการท่องเที่ยว คือ การกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าสู่ชุมชนให้มากที่สุด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกพัฒนาแล้วก็จะต้องเติบโตไปอย่างยั่งยืน ซึ่งจะสำเร็จได้ ขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่ต้องเป็นแกนนำหลักในการพัฒนา ปลูกจิตสำนึก ไม่ใช่ภาครัฐนำงบส่วนกลางไปใช้พัฒนา เพราะสุดท้ายก็จะไม่ยั่งยืน เปลี่ยนแปลงตามนโยบายของรัฐบาลอยู่ดี”

สำหรับการใช้งบประมาณที่ได้มา กระทรวงจะทำการคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในชุมชนต่างๆตามคลัสเตอร์ ของยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี 2558-2560 พร้อมตั้งเกณฑ์ว่าควร พิจารณาให้งบประมาณไปที่ แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองก่อน เนื่องจากยังไม่มีความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยว แต่มองเห็นถึงศักยภาพที่จะเติบโตได้ จะช่วยเหลือคนในชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีขึ้นสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว ส่วนในแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดที่มีความพร้อมเรื่องการท่องเที่ยว สามารถใช้รายได้ที่ได้จากการท่องเที่ยวมาพัฒนาตัวเอง

“กระทรวงจะรับหน้าที่เป็นผู้เสนอแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อมที่จะนำงบประมาณส่วนท้องถิ่นไปใช้ให้กับ สตง.ได้รับทราบ เพื่อการันตีว่าแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้นๆ มีศักยภาพในการพัฒนาจริงๆ ขณะเดียวกัน ในการควบคุมดูแลการใช้งบประมาณจะมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททช.)ทำงานควบคู่การพัฒนาการท่องเที่ยวของท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด”.

ผู้เชี่ยวชาญ เผย ดีเซลมีโอกาสปรับขึ้นราคา แตะ 20 บาท/ลิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572817

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 20:30

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เผย จากราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง 2.40 ดอลลาร์ ในระยะสั้นไม่กระทบไทย แนะ จับตาดูการประชุมกลุ่ม OPEC อาจลดกำลังการผลิต ขณะที่ดีเซลมีโอกาสแตะที่ 20 บ./ลิตร หากสิงคโปร์ปรับขึ้นราคาน้ำมัน…

วันที่ 4 ก.พ. 59 นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 32.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลว่า ในระยะสั้นไม่ส่งผลกระทบอะไรกับน้ำมันในไทย ซึ่งราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นนั้น ไม่สามารถทำให้ค่าการตลาดลดลงมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาค่าการตลาดยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในไทยยังต้องดูราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ก่อนว่า วันนี้ (4 ก.พ.) จะเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบมากน้อยแค่ไหน คาดว่า สัปดาห์นี้ราคาน้ำมันไทยจะยังทรงตัวอยู่ในระดับเดิม

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล มีความเป็นไปได้ที่จะหลุดกรอบไปแตะที่ 20 บาทต่อลิตร เนื่องจากค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลค่อนข้างต่ำ และหากราคาน้ำมันสิงคโปร์ ปรับขึ้นตามน้ำมันดิบ ค่าการตลาดก็จะลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 1 บาท ฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะขึ้นราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ นักลงทุนยังต้องจับตาดูต่อไปว่า รัสเซียจะมีการประชุมกลุ่มประเทศ OPEC หรือไม่ ถ้ามีการประชุมจริง ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะขยับขึ้นอีก ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนนั้น ควรใช้ทรัพยากรด้วยความประหยัด เพราะราคาน้ำมันมีความผันผวน ซึ่งช่วงนี้ผันผวนเกิน 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล.

พาณิชย์ คาด ก.ม. แข่งขันการค้าฉบับใหม่ มีผลใช้ภายในปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572866

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 19:42

 

พาณิชย์ คาด ก.ม. แข่งขันทางการค้าฉบับแก้ไขใหม่ มีผลใช้ในปีนี้แน่ มั่นใจ คุมพฤติกรรมเอาเปรียบในการทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนให้ต่างชาติ…

วันที่ 4 ก.พ. 59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ร่างปรับปรุง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. … ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คาด จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นจะส่งกลับให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง หากผ่านจะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษา เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ โดยขั้นตอนทั้งหมดน่าจะไม่เกิน 6 เดือน หรือบังคับใช้ได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยป้องกันพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจได้ ทำให้ธุรกิจเกิดความเกรงกลัว เพราะได้ปรับปรุงกฎหมายให้เข้าไปดูแลพฤติกรรมที่เอารัดเอาเปรียบได้รวดเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจ ที่จะเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และดึงดูดการเข้ามาลงทุนของต่างชาติในไทยได้เพิ่มขึ้น

สำหรับสาระสำคัญในการแก้ไขนั้น ได้ปรับโทษทางอาญาให้เหมาะสมกับความร้ายแรงของพฤติกรรม และเพิ่มโทษทางปกครอง โดยคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า มีอำนาจสั่งปรับธุรกิจที่มีพฤติกรรมเอาเปรียบได้ และยังเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ลดขั้นตอนการพิจารณา ลดหย่อนโทษ เอาผิดกับการกระทำนอกราชอาณาจักร การเอาผิดกรณีการร้องเรียนที่เป็นเท็จ

นอกจากนี้ ยังได้ปรับเพิ่มให้รัฐวิสาหกิจต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแข่งขัน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการแข่งขันกับธุรกิจรายอื่น แต่มีข้อยกเว้นการกระทำที่เป็นประโยชน์สาธารณะ หรือการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ปรับเพิ่มการควบรวมกิจการสามารถดำเนินการได้เลย แต่ต้องแจ้งให้คณะกรรมการฯ ทราบภายหลังการควบรวมแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน และปรับปรุงคำนิยามผู้มีอำนาจเหนือตลาดให้เป็นสากลมากขึ้น

ส่วนคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และสำนักงานคณะกรรมการฯ จะเป็นอิสระในการบังคับใช้กฎหมาย โดยคณะกรรมการฯ จะคัดเลือกจากปลัดกระทรวงเศรษฐกิจ 4 กระทรวง ร่วมกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานฯ จะแยกออกเป็นองค์กรอิสระ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์

“หากกฎหมายฉบับแก้ไขนี้มีผลบังคับใช้ ไทยจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย และกลับมาเป็นต้นแบบอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ ไทยเป็นประเทศแรกที่มีกฎหมายแข่งขันตั้งแต่ปี 42 และบังคับใช้มา 17 ปี เพิ่งจะมาแก้ไขสำเร็จเอาตอนนี้” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว.

‘นที’ รับทีวีดิจิตอลไม่ประสบความสำเร็จทั้งหมด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572796

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:55

 

กสทช. รับทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง ไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้ทั้งหมด ภายใน 1 ปี ยังไม่เปิดประมูลใหม่ หากผู้ประกอบการคืนใบอนุญาต…

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและ กิจการโทรทัศน์ (กสท.) และ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึง แนวโน้มธุรกิจทีวีดิจิตอล ยอมรับว่า ทั้ง 24 ช่องทีวีดิจิตอล ไม่สามารถประสบผลสำเร็จทั้งหมด ขณะเดียวกัน กสทช. ต้องช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการแต่ละรายมีความสามารถแตกต่างกันไป รวมทั้งสายป่านยาวสั้นไม่เหมือนกัน เท่าที่สังเกตเห็นจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกที่เป็นรายเดิมที่ประกอบธุรกิจอยู่แล้ว มี 6 ช่อง คือ ช่อง 3 (มี 3 ช่อง), ช่อง 7, ช่อง 9 (มี 2 ช่อง) กลุ่มนี้ยังพอมีกำไรอยู่ แต่กำไรลดลงเพราะถูกชิงส่วนแบ่งจากรายใหม่ที่เข้ามา

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่เคยเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ สามารถยึดครองส่วนแบ่งตลาดในทีวีดิจิตอลได้ มีประมาณ 5-7 ช่อง ได้แก่ บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK POINT), บมจ.อาร์เอส (RS), บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY), ทรูวิชั่นส์ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนี้คาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้ภายในปีนี้

กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่เป็นรายใหญ่เฉพาะทาง ส่วนใหญ่เคยเป็นผู้ผลิตรายการข่าวมาก่อน ได้แก่ เนชั่นทีวี สปริงนิวส์ วอยซ์ทีวี และไบรท์ทีวี ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าลำบากที่สุด เพราะก่อนเข้ามาประมูล มีประสบการณ์เพียงรายการข่าวเท่านั้น

ส่วนกลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มทุนธุรกิจที่มีสายป่านยาว และบางรายก็เคยทำคอนเทนต์มาก่อน ได้แก่ ไทยรัฐทีวี, นิวส์ทีวี, อัมรินทร์ทีวี และ พีพีทีวี เป็นต้น

“กลุ่มช่องเดิมถูกแบ่ง Market Share ออกไป ถ้าต้องการได้กลับมาเหมือนเดิมก็ต้องเพิ่มช่องเข้ามา อย่างช่อง 3 ที่มี ช่อง 3SD ช่อง 3 Family ช่อง 3 HD ส่วนช่อง 9 (MCOT) ได้ใหม่อีก 1 ช่อง (ช่องเด็ก) แต่ช่อง 7 เพิ่มช่องใหม่ไม่ได้ เค้กก็จะเล็กลง”

พ.อ.นที กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทีวีดิจิตอลเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือ ไต้หวัน ก็เหลือ 7-8 ช่อง ซึ่งการที่ กสทช.เปิดประมูล 24 ช่อง เป็นการเปิดโอกาสให้กับทุกราย แต่จากการกำหนดเวลาประมูลไว้ที่ 1 ชั่วโมง ทำให้ไม่ได้แข่งขันกันรุนแรงเหมือนการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคม

“ปัญหาทีวีดิจิตอลเป็นเพราะมีซัพพลายมากถึง 4 เท่าตัว การเกิดมามากทำให้ช็อกตลาด แต่สุดท้ายระบบการแข่งขันจะคัดไปเอง ทุกคนลองผิดลองถูก แต่ละช่องก็พยายามหาสไตล์ของตัวเอง อาทิ ไทยรัฐทีวี นำการถ่ายทอดฟุตบอลไทย ส่วนแกรมมี่ หันไปจับกลุ่มวัยรุ่น เป็นต้น ซึ่งพยายามจับ Nich Market” พ.อ.นที กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัว เพราะมีต้นทุนค่าใบอนุญาต การลงทุนคอนเทนต์ เป็นภาระแต่ละช่อง โดยจะรอดูว่ามีรายใดที่ไม่สามารถจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ที่จะถึงกำหนดในเดือน พ.ค. 59 นี้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากผู้ประกอบการรายใดต้องการคืนใบอนุญาต ก็ต้องยึดแบงก์การันตีตามหลักเกณฑ์ และยืนยันว่า ภายใน 1 ปี จะยังไม่มีการเปิดประมูลรอบใหม่.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 5.34 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,842.93 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572860

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:21

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 5.34 จุด ที่ระดับ 1,297.11 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,842.93 ล้าน

วันที่ 4 ก.พ. 59 ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาด เพิ่มขึ้น 5.34  จุด ที่ระดับ 1,297.11 จุด หรือคิดเป็น 0.41% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 39,842.93 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

เอสพีซีจี จับมือ ธนาพัฒน์ฯ ผุดสร้างบ้านพลังงานแสงอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572815

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:15

 

(เครดิตภาพจาก : เอสพีซีจี)

เอสพีซีจี จับมือ ธนาพัฒน์ฯ สร้างบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำร่องโครงการ Jade Praise พระราม 3 เป็นอันดับแรก…

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. น.ส.วันดี กุญชรยาคงจุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) และนายดลพิวัฒน์  ปรีดาวิภาต ผู้อำนวยการบริหาร บริษัทธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ได้ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟในบ้านทุกหลังของโครงการของธนาพัฒน์ฯ โดยนำร่องโครงการทาวน์โฮมหรู Jade Praise พระราม 3 เป็นอันดับแรก

น.ส.วันดี เปิดเผยว่า บริษัทเอสพีซีจี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด (SPR) ผู้นำเทคโนโลยีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ได้เลือกใช้อุปกรณ์หลักที่มีคุณภาพ ได้แก่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์ของ KYOCERA Corporation ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีสภาพทางการเงินที่แข็งแรงก่อตั้งมายาวนานกว่า 60 ปี  มีประวัติการผลิตมายาวนานกว่า 35 ปี  และให้การรับประกันคุณภาพการผลิตไฟฟ้ายาวนานถึง 25 ปี  เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุดแก่ผู้อาศัยในโครงการ การลงทุนใช้เวลาประมาณ 7-8 ปี จะสามารถคืนทุนได้  ที่เหลืออีกกว่า 20 ปี จะเป็นการคืนกำไรให้แก่ผู้ลงทุน หรือคิดเป็นผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 17% ของเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม การร่วมมือกับบริษัทธนาพัฒน์ฯ ในครั้งนี้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าที่ซื้อภายในโครงการ Townhome ของ TNP ภายใต้แนวคิด “ทาวน์โฮมหรูอัจฉริยะ พร้อมนวัตกรรมใหม่ ในสังคมเหนือระดับ” มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่โครงการควบคู่กันกับการส่งเสริมเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการช่วยลดสภาวะโลกร้อน โดยหลังคาของโครงการใน Jade Townhome นอกเหนือจากได้ประโยชน์จากผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาแล้ว ยังช่วยลดความร้อนบนพื้นที่หลังคาของบ้านอีกด้วย

ความร่วมมือ

ด้านนายดลพิวัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2559 ธนาพัฒน์ฯ จะเดินหน้าพัฒนาโครงการบ้านอย่างต่อเนื่อง อาทิ บ้านประหยัดพลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ การร่วมกับ SPR บริษัทลูกของเอสพีซีจี ผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของไทย ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพและบริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของบริษัทฯ ในด้านการสร้างนวัตกรรมที่ดีสำหรับลูกค้า เน้นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้าในทุกโครงการ จึงเริ่มติดตั้งโซลาร์รูฟในโรงการ Jade Praise พระราม 3 เป็นโครงการแรก เมื่อลูกค้าซื้อบ้านในโครงการ จะแถมการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟในบ้านทุกหลังด้วย

สำหรับการติดตั้งระยะแรกภายใน Townhome Jade Praise Private Zone ขนาด M สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้วันละ 3.87 kWp ให้กับลูกค้าฟรี หรือประมาณ 7,062 หน่วยต่อปี รับประกันอายุการใช้งาน 25 ปี งบประมาณในการลงทุน 350,000 บาท ถ้าคำนวณในการประหยัดค่าไฟ 25 ปี จะประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าประมาณ 1.2 ล้านบาท.

 

ม.หอการค้า คาด ตรุษจีนปีนี้คึกคัก เงินสะพัด 5 หมื่นกว่าล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572775

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 15:41

 

ม.หอการค้าไทย เผย ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงตรุษจีน ระบุ บรรยากาศปีนี้คึกคัก คาด เงินสะพัดสูง 52,561.88 ล้าน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ปชช.ส่วนใหญ่ มองมีการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าแพงขึ้นจากปีที่ผ่านมา…

วันที่ 4 ก.พ.59 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ จากความคิดเห็นของประชาชน 1,224 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า มีเงินสะพัดสูงถึง 52,561.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ 50,472.39 ล้านบาท หรือ 4.1% โดย 36.3% มองว่าบรรยากาศจะคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มูลค่าการใช้จ่ายในปีนี้ส่วนใหญ่ 43.3% มองว่ามีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากสาเหตุของราคาสินค้าที่แพงขึ้น, ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น, รายได้เพิ่มขึ้น, ธุรกิจมีกำไรเพิ่มขึ้น และได้โบนัสเพิ่ม ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 28.8% มองว่ามีการใช้จ่ายที่ลดลง โดยเป็นการลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลง, รายได้ลดลง, ลดค่าใช้จ่าย และราคาสินค้าถูกลง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ประชาชนส่วนใหญ่ถึง 67.4% มองว่าราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้แพงขึ้นเมื่อเทียบกับตรุษจีนปีก่อน ขณะที่ 27.5% ระบุว่าราคาสินค้าไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีเพียง 5.2% เท่านั้นที่ระบุว่าราคาสินค้าลดลง

ส่วนการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ถึง 83.4% ตอบว่าไม่มีการวางแผนการท่องเที่ยว ขณะที่อีก 16.6% ระบุว่ามีการวางแผนการท่องเที่ยว โดยในกลุ่มที่ตอบว่ามีการวางแผนการท่องเที่ยวนี้พบว่าส่วนใหญ่ 91.3% เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ มีเพียง 8.7% ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับพร 1 ประการที่ต้องการขอให้ตัวเอง ได้แก่ ขอให้การค้าเจริญรุ่งเรือง มีเงิน มีรายได้, ขอให้ร่ำรวย, ขอให้สุขภาพแข็งแรง และขอให้มีแต่ความสามัคคีกัน.