ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. ร่วงรอบ 4 เดือน ที่ระดับ 75.5 กังวล ศก.โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572733

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 14:40

 

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. ร่วงรอบ 4 เดือน อยู่ที่ระดับ 75.5 จากความกังวล ศก.โลก-ส่งออกปี 58 ติดลบ รวมถึงราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ค่าครองชีพสูง…

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ม.ค.59 อยู่ที่ระดับ 75.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 64.4 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 70.3 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 91.7

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยมีปัจจัยลบมาจากความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับคาดการณ์ GDP ปี 59 มาอยู่ที่ 3.7% จากเดิมที่คาดไว้ 3.8%, การส่งออกของไทยในปี 58 ติดลบ 5.78%, ราคาพืชผลทางการเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ และเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่ผู้บริโภคยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูง

ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ สศค.เผย จีดีพี ปี 58 ขยายตัว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากปัจจัยลบมากมาย ทำให้ผู้บริโภคไม่มั่นใจและรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวค่อนข้างช้า ทำให้กำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก โดยมองว่าหากรัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง จะทำให้การฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงกลางไตรมาสที่ 2 ของปีนี้.

ใกล้ตรุษจีน ตลาดทองคึกคัก มีแนวโน้มปรับขึ้น สวนทางหุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572663

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 13:38

 

ราคาทองคำปิดพุ่ง 14 ดอลล์ หลัง เฟดส่งสัญญาณยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ ผอ.ศูนย์วิจัยทองคำ ตลาดทองคำช่วงตรุษจีนยังคึกคัก แม้ทองไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก แนะ จับตาตลาดทุน-ความผันผวน…

วันที่ 4 ก.พ.59 มีรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 14.1 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิด (3 ก.พ.) ที่ 1,141.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนสัญญาโลหะเงิน ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 44.5 เซนต์ หรือ 3.11% ปิดที่ 14.734 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัม ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 24.4 ดอลลาร์ หรือ 2.85% ปิดที่ 880.10 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียม ส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 24.25 ดอลลาร์ หรือ 4.9% ปิดที่ 515.55 ดอลลาร์/ออนซ์

นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำอย่างคึกคัก หลังจากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อันเนื่องมาจากรายงานของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ที่ระบุว่า ภาคบริการของสหรัฐฯ ได้ชะลอตัวลงในเดือนม.ค. ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM อยู่ที่ระดับ 53.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งลดลงจากระดับ 55.8 ในเดือนธ.ค. และยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 55.1

ขณะที่ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้สหรัฐฯจะเปิดเผย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์, ประสิทธิภาพการผลิต-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเบื้องต้นในไตรมาส 4/58 และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค. ส่วนในวันพรุ่งนี้ สหรัฐฯจะเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. และข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนธ.ค.

ด้าน นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า ตลาดนิวยอร์กถือว่าเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งจะวิ่งไปในทางเดียวกัน ซึ่งย่อมส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศไทยปรับขึ้นมา แม้ว่าค่าเงินบาทของไทยจะยังแข็งค่าอยู่ก็ตาม

ส่วนปัจจัยที่ทำให้ราคาทองตลาดนิวยอร์กปรับขึ้นเป็นเรื่องธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่คงดอกเบี้ย ส่งผลให้ตัวทองคำขยับตัวขึ้นได้ ในขณะที่ทองคำในประเทศนั้น ปัจจัยสำคัญ คือ ทองคำสามารถผ่านเส้น EMA200 วัน ที่มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจไปได้ ส่งผลให้แนวโน้มต่อไปราคาทองจึงมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้อีก มองกรอบอยู่ที่ 1,145-1,550 เป็นกรอบเป้าหมายแรกที่จะปรับได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น

สำหรับราคาทองไทยที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนนั้น นายกมลธัญ กล่าวด้วยว่า หากมองในแง่ที่คนซื้อเพื่อการสวมใส่ ราคาทองคำจะไม่ค่อยมีผล เพราะต่อให้ราคาสูงกว่านี้คนก็ยังจะซื้ออยู่ดี ส่วนถ้าเป็นในแง่ของการลงทุนจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะนักลงทุนที่รอในแง่ของการเกร็งกำไรก็จะเข้ามาลงทุนในช่วงนี้ ส่งผลให้ตลาดทองคำในประเทศคึกคักมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาดูในเรื่องของตลาดทุน ความผันผวนเป็นหลัก เพราะย่อมมีผลต่อตัวราคาทองคำด้วย ซึ่งจะเห็นว่าช่วงนี้ ราคาเริ่มปรับขึ้นมาแล้ว ซึ่งค่อนข้างจะเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นด้วย.

Gratia สวิตช์ระบบสัมผัส ทัชสกรีน สั่งงานด้วยระบบรีโมต ปิด-เปิดไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572623

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 13:20

 

พอดีเราได้ไปเห็นสินค้าใหม่ๆ ในประเทศไทย คือ สวิตช์ไฟแบบระบบสัมผัส ทัชสกรีน ยี่ห้อ “กราเทีย” ซึ่งช่วงนี้คนที่เล่น facebook อาจจะคุ้นตากับสวิตช์ไฟระบบสัมผัสตัวนี้ที่กำลังโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเราก็อดสนใจไม่ได้ว่ามันจะดีอย่างไร น่าใช้หรือไม่ และในวันนี้เราจะมาลองศึกษาสวิตช์ระบบสัมผัสตัวนี้กันดูนะครับว่าจะดี และน่าซื้อมาใช้ขนาดไหน

ปกติแล้วในห้องนอนระหว่างกำลังนอนดูทีวีช่วงดึกๆ พอเริ่มรู้สึกง่วงก็กดรีโมตปิดทีวี แต่ปัญหาคือแสงสว่างกลางห้องจะทำอย่างไร ถ้าจะลุกขึ้นไปปิด สมองก็จะตื่นตัวกลายเป็นหายง่วงไปเลย บางคนเลยพอถึงเวลาง่วงก็ปล่อยเลยตามเลย หลับท่ามกลางแสงไฟ สุดท้ายก็ต้องลุกมาปิดอยู่ดี

สวิตช์ระบบสัมผัส ทัชสกรีน รุ่นมีรีโมต น่าจะเป็นคำตอบที่ดี ทาง กราเทีย เลยทำตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มที่ นอกจากดีไซน์สวยแล้ว ก็ยังสามารถสัมผัสที่สวิตช์ไฟได้ทั้งที่มือเปียกน้ำอย่างปลอดภัยอีกด้วย เนื่องจากมีกระจก Tempered Glass กั้นอยู่ จึงไม่ได้สัมผัสกับวงจรไฟฟ้าโดยตรง ปลอดภัยแม้มือเปียกครับ

ทั้งนี้ เราไม่จำเป็นต้องมีรีโมตให้กับทุกหลอดไฟในบ้านหรอกครับ ใช้เฉพาะที่จำเป็น เช่น ห้องนอนเพราะไม่อยากลุกไปปิด หรือห้องนั่งเล่น เอาไว้เปิด-ปิดไฟ หากได้ยินเสียงไม่พึงประสงค์ในเวลากลางคืนสามารถกดรีโมตจากชั้นบนห้องนอนได้เลย

การติดตั้งก็ทำได้ง่าย เพราะสามารถถอดชุดสวิตช์ไฟชุดเดิมออกมา แล้วใส่สวิตช์ไฟกราเทียกลับเข้าไปแทนที่ได้เลย และมีให้เลือกตั้งแต่ 1-3 สวิตช์ในกรอบเดียวกัน

การใช้งานรีโมตของกราเทียนั้น เขาใช้เป็นระบบคลื่นวิทยุความถี่ 433 รัศมีการใช้งานสามารถใช้งานภายในบ้านประมาณ 15-20 เมตรได้สบายๆ แม้มีกำแพงหรือกระจกกั้นอยู่ก็สามารถใช้งานได้ จุดเด่นของรีโมตกราเทียนั้น จะสามารถใช้งานภายนอกบ้านได้ ด้วยรัศมีการใช้งานประมาณ 10-15 เมตร และการใช้งานนอกบ้านนั้นขึ้นอยู่กับสัญญาณคลื่นความถี่ของบ้านแต่ละหลังจะไม่เท่ากัน ดังนั้นบ้านบางหลังก็อาจจะใช้ได้ไม่ถึง 10-15 เมตร นอกเหนือจากการใช้งานด้วยรีโมตแล้ว สวิตช์ไฟ กราเทีย ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ทำให้บ้านของคุณดูสวยงามขึ้นมาได้ทันที แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ก็ตามยังเพิ่มมูลค่าของบ้านที่คุณรักได้อีกด้วย

ส่วนเรื่องสายไฟของสวิตช์กราเทียนั้น ไม่จำเป็นต้องเดินเพิ่มเลยครับ หากอยากลองเล่นสวิตช์ไฮเทคแบบนี้ ก็ซื้อมาใส่แทนสวิตช์ชุดเก่าได้ในทันที ราคาก็ไม่แพงอย่างที่หลายๆ ท่านคิด อาจติดเพียงจุดเดียวที่จำเป็นก็ยังได้

รวมแล้วสวิตช์ไฟรุ่นรองรับรีโมต ราคามี 1-3 ปุ่ม ราคา 792-952 บาทด้วยกัน บวกค่ารีโมตตัวเล็กกะทัดรัดราคา 270 บาท แค่นี้เองก็ช่วยให้ท่านไม่ต้องลำบากลุกขึ้นไปปิดสวิตช์ไฟขณะที่กำลังง่วงสุดๆ อีกต่อไปกับ สวิตช์ไฟระบบสัมผัส กราเทีย น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับบ้านของคุณ

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 0-2693-5700-2 และ 08-6338-6577 หรือ www.gratiathailand.com, www.facebook/gratiathailand

ไทย-อินโดฯ-มาเลย์ฯ จับมือลดการส่งออกยาง 6 เดือน หนุนการบริโภคในปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572644

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 12:38

 

ก.เกษตรและสหกรณ์ เผย ไทย-อินโดฯ-มาเลย์ฯ ประเทศผู้ส่งออกยางของโลก บรรลุข้อตกลงลดปริมาณการส่งออกยาง 651,000 ตัน เป็นเวลา 6 เดือน พร้อมหนุนใช้มาตรการส่งเสริมการบริโภคในประเทศมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 นายสุรพล จารุพงศ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความร่วมมือไตรภาคียางพารา ว่า ประเทศผู้ส่งออกยาง 3 อันดับแรกของโลก ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย บรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะลดปริมาณการส่งออกยางธรรมชาติในปีนี้เป็นจำนวน 615,000 ตัน เป็นช่วงระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 ส.ค. 59 พร้อมตกลงที่จะใช้มาตรการส่งเสริมการบริโภคยางพาราในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การนำมาใช้เป็นส่วนผสมของถนนยางพารา ผลิตแผ่นรองรางรถไฟ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละประเทศ ซึ่งจะช่วยผลักดัน และแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำให้กลับสู่ระดับราคาที่ยุติธรรมเหมาะสมแก่เกษตรกร

ทั้งนี้ ภายใต้ปริมาณการส่งออกที่ลดลง 615,000 ตันนั้น ไทยจะลดปริมาณการส่งออกลง 324,005 ตัน อินโดนีเซีย 238,736 ตัน และ มาเลเซีย 52,259 ตัน โดยในปี 59 ไทยมีปริมาณการส่งออกยาง 3,783.2 ล้านตัน อินโดนีเซีย 2,684.7 ล้านตัน และ มาเลเซีย 1,069 ล้านตัน

ราคาทองพุ่ง ปรับขึ้น 150 รูปพรรณขายออกบาทละ 19,650

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572548

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 10:06

 

ราคาทองปรับขึ้น 150 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,150 ขายออกบาทละ 19,250 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,874.20 ขายออกบาทละ 19,650…

วันที่ 4 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ปรับขึ้น 150 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,150.00 บาท ขายออกบาทละ 19,250.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,874.20 บาท ขายออกบาทละ 19,650.00 บาท

 

กสทช.นอนยัน 4 จีได้เงินแน่ “ทรู” พร้อมจ่ายแต่อย่าให้กลายเป็นคนโง่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572459

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 06:15

 

กสทช.ขอร้องให้หยุดมโน เรื่องจะมีคนไม่จ่ายเงินประมูล 4 จี ยืนยันได้รับติดต่อว่าจ่ายแน่ แถมมีอยู่รายจะจ่ายหมดเลยด้วยซ้ำ แต่ขอส่วนลด ย้ำหากต้องเปิดประมูลใหม่ ราคาเริ่มต้นต้องเท่ากับราคาสุดท้ายของการประมูลครั้งก่อน ด้าน “ทรู” ยืนยันทุกอย่างพร้อม แต่ไม่ต้องการกลายเป็นคนโง่

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) รับทราบว่า ผู้ชนะประมูล 4 จี คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ทั้ง 2 รายคือบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล จำกัดและบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ได้โทรศัพท์มาแจ้งและปรึกษากับตน ถึงแนวทางการชำระเงินประมูล โดยยืนยันว่าจะมาชำระค่าประมูลแน่นอน แต่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการยื่นเอกสารและหลักทรัพย์เพื่อให้สถาบันการเงินออกหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ขณะเดียวกัน ยังได้หารือถึงการขออนุญาตนำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจว่าทั้งทรูและแจส จะมาชำระเงินค่าประมูลงวดแรกก่อนวันที่ 21 มี.ค.นี้ “กสทช.ยังมั่นใจว่าทั้ง 2 รายจะมาชำระเงินค่าประมูลตามกรอบเวลาที่กำหนด และบางรายยังได้ติดต่อว่าจะขอชำระเงินค่าประมูลทั้งหมดด้วย แต่ขอส่วนลดในการชำระทั้งหมดด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องนำหารือในที่ประชุมบอร์ดกทค. แต่หากรายใดจะขอชำระเงินค่าประมูลทั้งหมด ก็ให้ทำหนังสือแจ้ง กสทช.อย่างเป็นทางการ เพื่อหารือต่อไป ส่วนใครเป็นคนขอชำระทั้งหมดนั้น ผมเปิดเผยไม่ได้ เป็นความลับ และภายในสัปดาห์หน้า จะมีบางรายมาชำระเงินค่าประมูลด้วย แต่บอกได้เพียงว่าทรูชนะประมูลในราคา 76,298 ล้านบาท และแจส โมบาย ชนะประมูลในราคา 75,654 ล้านบาท”

นายฐากรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมบอร์ด กทค.ยังได้เห็นชอบในหลักการ กรณีที่จะมีการเปิดประมูล 4 จีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ใหม่ โดยราคาเริ่มต้นการประมูลจะต้องเท่ากับราคาสุดท้ายของการประมูลครั้งก่อน โดยจะไม่มีการเปิดประมูลต่ำกว่าราคาที่ชนะประมูล เพราะฉะนั้นราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 75,654 ล้านบาท หรือ 76,298 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งรัฐไม่ได้เสียประโยชน์จากการไม่ชำระค่าประมูล แต่ผู้ประมูลที่ไม่มาชำระเงิน จะได้รับผลกระทบมากแน่ โดยบริษัทที่ชนะประมูลไปแล้ว แต่ไม่มาชำระเงิน จนทำให้เกิดการประมูลขึ้นใหม่นั้น จะถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ไม่ให้เข้าร่วมประมูลอีก และจะได้รับผลกระทบจากการรับใบอนุญาตโทรคมนาคมในกิจการอื่นๆด้วย

โดย กสทช.จะดำเนินการเปิดประมูลโดยเร็วภายใน 3 เดือน หากไม่สามารถเปิดประมูลได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวหรือไม่มีบริษัทใดเข้าร่วมประมูล ก็จะชะลอการประมูลออกไป 1-2 ปี อีกทั้งจะต้องริบเงินประกันวงเงิน 644 ล้านบาท หรือ 5% ของมูลค่าจากผู้ชนะที่ไม่นำเงินมาจ่าย นอกจากต้องรับผิดชอบเงินค่าจัดการประมูลทั้งหมดราว 200 ล้านบาท รวมการประมูลครั้งที่ผ่านมาและการประมูลที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วย “เมื่อผู้ชนะประมูลยืนยันว่าจ่ายแน่ จึงขออย่าได้มโนกันเลยว่าเขาจะไม่มาจ่าย ถ้าไม่มั่นใจก็คงไม่มาประมูล ส่วนกระแสข่าวลือมากในช่วงนี้ เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าประมูลงวดแรก อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงการติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งก็มีหลายเงื่อนไขให้ปฏิบัติ และต้องใช้เวลาในการดำเนินการ จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ แต่ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ทั้ง 2 รายมาจ่ายแน่นอน”

นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการเงิน (ซีเอฟโอ) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทรูยืนยันมีความพร้อมที่จะจ่ายค่าประมูลใบอนุญาตงวดแรก ที่จำนวน 8,040 ล้านบาท ซึ่งจะใช้กระแสเงินสดของบริษัทที่มีอยู่ รวมทั้งการวางแบงก์การันตีตามวงเงินประมูลด้วย เนื่องจากบอร์ดของ 5 ธนาคารที่ให้การสนับสนุนทรู ได้อนุมัติวงเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ทางทรูยังต้องการความชัดเจนถึงแนวทางออก หากต้องมีการประมูลใบอนุญาตใหม่ “ทรูยินดีที่จะจ่ายค่าประมูล แต่ไม่ต้องการดูโง่ เราประมูลใบอนุญาต 4 จี นำเงินเข้าประเทศชาติ แต่อาจต้องกลายเป็นคนโง่ หากที่สุดมีการนำคลื่นออกประมูลใหม่ในราคาที่ไม่เป็นธรรมกับเรา เราจึงจำเป็นต้องขอความชัดเจน ปกป้องบริษัทและผู้ถือหุ้นของเรา”

นายนพปฎลกล่าวว่า ทรูจึงจะทำหนังสือขอคำยืนยันถึงทางออกในการแก้ปัญหาดังกล่าวจาก กสทช. เพื่อการันตีว่าจะได้รับความเป็นธรรม หากต้องมีการประมูลคลื่นใหม่ ซึ่งราคาเปิดประมูลใหม่ต้องไม่ทำให้ทรู ซึ่งชนะการประมูลครั้งที่ผ่านมาและพร้อมนำเงินไปจ่าย ต้องเสียเปรียบ ซึ่งหากได้รับคำยืนยันจาก กสทช.เมื่อไร ก็พร้อมเข้าไปจ่ายเงินและวางแบงก์การันตีทันที ซึ่งคงเป็นในเร็วๆนี้ และเป็นไปตามฤกษ์ที่ดีตามสไตล์ของทรู.

สรรพสามิตฟุ้งรายได้ทะลุเป้า เล็งเปลี่ยนแสตมป์รูปแบบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572450

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 06:01

 

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2559 นี้ กรมสรรพสามิตมีความมั่นใจว่าจะจัดเก็บรายได้ตรงตามเป้าหมาย 496,300 ล้านบาท เนื่องจากในช่วง 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 59 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้สูงกว่าประมาณการ 3,000 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักมาจากภาษีน้ำมัน และภาษีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น สุรา และเบียร์ นอกจากนี้ ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากภาษีรถยนต์ เนื่องจากประชาชนเร่งซื้อรถยนต์ก่อนที่โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา

“ได้หารือกับผู้ประกอบการรถยนต์โดยคาดว่า ปีนี้ยอดขายรถยนต์ ภายในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 800,000 คัน มากกว่าปีที่แล้วที่มียอดขาย 700,000 คัน ไม่ถึง 800,000 คัน และมียอดผลิตเพื่อการส่งออกอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน โดยต้องติดตามว่า ยอดขายรถยนต์ในช่วงต่อไปนี้ จะเป็นความต้องการซื้อรถยนต์ที่แท้จริงหรือไม่”

นอกจากนี้ ในปีนี้กรมสรรพสามิตยังตั้งเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนแสตมป์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทั้งหมด 30 แบบ ลดลงเหลือ 2 แบบเท่านั้น คือ 1.แสตมป์ สำหรับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และ 2.แสตมป์สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนผลการปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมายสรรพสามิตปีงบประมาณ 2559 ระหว่างเดือน ต.ค.58-ม.ค.59 รวม 4 เดือน จับกุมได้ทั้งหมด 13,850 คดี คิดเป็นค่าปรับ 150 ล้านบาท.

ที่ดิน ส.ป.ก.ตามหลอนข้าราชการทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572443

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 05:45

 

ย้อนรอยปี 17 เจ้าหน้าที่รังวัดมั่วแสนไร่

นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ไปแล้วทั้งสิ้น 34 ล้านไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างไม่สามารถเป็นป่าได้ กรมป่าไม้จึงมอบให้ ส.ป.ก.มาดูแล ซึ่งปัจจุบันพบว่า มีพื้นที่กว่า 2-3 ล้านไร่ ที่ยังทับซ้อนป่าสงวนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ แต่จากการตรวจสอบพบว่าปี 2517 ช่วงมีการร้องขอเพื่อออกเอกสารสิทธิ 4-01 นั้น พบว่าอยู่นอกเขตการปฏิรูปจึงเพิกถอนออกไปเป็นส่วนใหญ่

“ปัจจุบันเหลือพื้นที่ที่ได้ ส.ป.ก. 4-01 ประมาณ 1 ล้านไร่ โดยเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ตรวจสอบความถูกต้องจากการชี้นำของคนในพื้นที่ มีเพียง 100,000 ไร่ ที่ออก ส.ป.ก. 4-01 อย่างไม่ถูกต้อง โดยเบื้องต้น ส.ป.ก. ไม่สามารถคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กับกระทรวงทรัพยากรฯ ได้ทันที เนื่องจากพื้นที่บางแปลงเกษตรกรใช้ค้ำประกันเงินกู้จากธนาคาร สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาคือ พื้นที่โซน E หรือพื้นที่เพื่อป่าเศรษฐกิจ ซึ่งกรมป่าไม้ ไม่ได้มอบให้ ส.ป.ก.เข้าทำประโยชน์เนื่องจากกันไว้เป็นพื้นที่ปลูกป่า แต่เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ไม่ได้ประทับไว้บนเอกสารที่ดินแต่ละแปลง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ที่เข้ามารับผิดชอบในช่วงหลังได้นำไปออกเอกสารสิทธิให้กับเกษตรกรได้ ทั้งแบบจงใจและไม่จงใจ จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป”.

‘ดาวโจนส์-S&P’ พุ่ง หลังราคาน้ำมันเพิ่ม-‘แนสแด็ก’ ปิดลบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572487

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 05:40

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ปิดบวกในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรม ซึ่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่แนสแด็กปิดลบ จากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางบริษัท รวมทั้ง อัลฟาเบต…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 3 ก.พ. แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 183.12 จุด หรือ 1.13% ปิดที่ 16336.66 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 9.50 จุด หรือ 0.50% ปิดที่ 1912.53 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 12.71 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 4504.24 จุด

หุ้นบริษัทน้ำมันที่จดทะเบียนกับดาวโจนส์อย่าง เอ็กซ์ซอนโมบิล เพิ่มขึ้น 5.2% ขณะที่ แคเตอร์พิลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.3% ตามราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น หลังโอเปคเตรียมประชุม ทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะมีการลดอัตราการผลิตน้ำมันโลกลง

อย่างไรก็ตาม หุ้นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งจดทะเบียนกับแนสแด็กลดลงอย่างมากรวมทั้ง อเมซอน, เฟซบุ๊ก และ อัลฟาเบต ซึ่งลดลงถึง 4.9% ส่งผลให้บริษัทแม่ของกูเกิลแห่งนี้ เสียตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าทางตลาดสูงที่สุดในโลกคืนให้แก่บริษัท แอปเปิล หลังจากอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวันเดียว ขณะที่บริษัท ยาฮู ลดลง 4.7% หลังเผยผลประกอบการขาดทุน 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแผนปลดพนักงาน 15%.

กสทช.ยอมอ่อนข้อให้ “เจ๊ติ๋ม” รับคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอล!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572439

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 05:30

 

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการทีวีดิจิตอลว่า ที่ประชุมเห็นชอบการขอคืนใบอนุญาตทีวีดิจิตอลของผู้ประกอบการบางราย เนื่องจากไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้ และขอไม่จ่ายค่าประมูลงวดที่ 3 เป็นต้นไป ส่วนงวดที่ชำระไปแล้วคือ 1-2 ก็ถือเป็นรายได้รัฐ ซึ่งรัฐไม่ได้รับความเสียหาย และช่องที่คืนใบอนุญาต ก็ขอให้ กสทช.อย่านำมาประมูลใหม่เพราะไม่ต้องการให้มีช่องทีวีดิจิตอลเพิ่มอีก เพราะปัจจุบันถือว่ามีช่องจำนวนมาก โดยเรื่องนี้จะนำไปหารือในที่ประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่ 10 ก.พ.นี้ และจะทำหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบต่อไป

ส่วนเรื่องการจัดเรียงช่องทีวีดิจิตอลให้เหมือนกันทุกโครงข่ายนั้น ทาง กสทช.ก็ได้เร่งรัดให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่าย ให้เร่งรัดการจัดเรียงช่องตามคำสั่งของ กสทช.ด้วย ซึ่งขณะนี้มีเพียงรายเดียวที่ไม่จัดเรียงช่องตามคำสั่งของ กสทช.และยังได้ยื่นฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครองด้วย.