จอห์นสัน คอนโทรลส์ พัฒนาเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ มุ่งยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

สิงคโปร์–8 ก.พ.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

จอห์นสัน คอนโทรลส์ (Johnson Controls) ยกระดับพันธสัญญาที่มีต่อสภาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งทำเนียบขาว ด้วยการปรับปรุงเครื่องทำน้ำเย็นที่ปกติใช้สารทำความเย็น HFC ให้สามารถใช้ร่วมกับสารทำความเย็น Opteon (TM) XP10 (R-513A) ที่มีค่าศักยภาพในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (GWP) ต่ำและไม่ติดไฟ ซึ่งผลิตโดยบริษัท The Chemours Company โดยเครื่อง ทำน้ำเย็นของ YORK ทั้งแบบ Screw และ Centrifugal  ที่มีขนาดตั้งแต่ 125 ถึง 6,000 ตัน (440 ถึง 21,100 กิโลวัตต์) สามารถใช้สารทำความเย็น R-513A ได้

http://photos.prnasia.com/prnvar/20150623/8521504142LOGO

ปัจจุบัน ลูกค้าของเรามีความสบายใจเมื่อเลือกใช้หรือซื้อเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้สารทำความเย็น R-134a เพราะรู้ว่าจะได้รับความคุ้มค่าอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องข้อกำหนด HFC ตลอดอายุการใช้งาน” ลอร่า แวนด์ รองประธานฝ่ายสร้างเสริมประสิทธิภาพ ธุรกิจเครื่องทำความเย็นทั่วโลก บริษัท จอห์นสัน คอนโทรลส์ กล่าว “เราเลือกสารทำความเย็นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด โดยพิจารณาจากความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ความพร้อมใช้งาน และต้นทุน”

เมื่อหลายปีก่อนเราพยายามแก้ปัญหาการลดลงของโอโซน โดยเฉพาะที่เป็นผลพวงจากสาร CFC และ HCFC เราจึงเลิกใช้เครื่องทำความเย็นที่ต้องใช้สารทำความเย็น R-123 เพราะมีแนวโน้มว่าจะตกรุ่นในอนาคต” คุณแวนด์กล่าว “เราคิดและวางแผนล่วงหน้าเป็นสิบๆปีมาโดยตลอด ดังนั้น ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ เพราะเครื่องทำความเย็นของเราพร้อมสำหรับอนาคตแน่นอน”

Opteon(TM) XP10 (R-513A) ของ Chemours เป็นสารอะซีโอโทรปที่ไม่ติดไฟ (A1) โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสาร R-134a แต่มีค่า GWP ต่ำกว่าถึง56% ทั้งนี้ XP10 เป็นสารทำความเย็นในตระกูล Opteon(TM) ที่มีค่า GWP ต่ำ และได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนด HFC ทั้งในปัจจุบันและที่กำลังมีการเสนอ ในขณะเดียวกันก็มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่”

อุตสาหกรรม HVACR กำลังเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้นในการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และสารทำความเย็น Opteon(TM) XP10 ได้เข้ามาช่วยในจุดนี้ เนื่องจากเป็นสารกลุ่มไฮโดรฟลูออโรโอเลฟิน (HFO) ที่มีค่า GWP ต่ำและไม่ติดไฟ ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนโดยไม่บั่นทอนประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น ไม่ว่าจะใช้งานในลักษณะใดและในสภาพอากาศเช่นไรก็ตาม” ดิเอโก โบรี ผู้อำนวยการธุรกิจระดับโลกของ Chemours Fluorochemicalsกล่าว

จอห์นสัน คอนโทรลส์ ใช้วิธีลดการปล่อยคาร์บอนแบบองค์รวม แม้ว่าสารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำจะมีความสำคัญต่ออนาคต แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานคือโอกาสที่ดีที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างแท้จริง เพราะการใช้พลังงานมีสัดส่วนสูงถึง 95% ของการปล่อยคาร์บอนตลอดอายุการใช้งานของเครื่องทำความเย็น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบทำความเย็นประเภทต่างๆของจอห์นสัน คอนโทรลส์ ได้ที่

http://www.johnsoncontrols.com/buildings/hvac-equipment/chillers

เกี่ยวกับจอห์นสัน คอนโทรลส์

จอห์นสัน คอนโทรลส์ เป็นผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 150 ประเทศ พนักงาน 130,000คนของบริษัทได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นต่างๆที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการใช้พลังงานของอาคาร แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดสำหรับรถยนต์ แบตเตอรี่ขั้นสูงสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าและรถไฮบริด ส่วนประกอบที่นั่งรถยนต์ และระบบต่างๆสำหรับรถยนต์ ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนของเราสืบย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งก่อตั้งบริษัทในปี 2428 ด้วยการประดิษฐ์อุปกรณ์เทอร์โมสแตทภายในห้องระบบไฟฟ้าเครื่องแรก เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นและสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้าของเรา ผ่านการดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ทั้งนี้ ในปี 2558 นิตยสารCorporate Responsibility Magazine จัดให้จอห์นสัน คอนโทรลส์ อยู่อันดับที่ 14 ในการจัดอันดับประจำปี “100 Best Corporate Citizens” สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ http://www.johnsoncontrols.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @johnsoncontrols

เกี่ยวกับ  The Chemours Company

The Chemours Company (NYSE: CC) ช่วยสร้างโลกที่มีความสดใส และสะอาดมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีของเคมีภัณฑ์. Chemours เป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีไททาเนียม ผลิตภัณฑ์ฟลูออโร และเคมีภัณฑ์ บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่กำหนดทิศทางตลาด ความเชี่ยวชาญในการใช้งาน และนวัตกรรมทางเคมีให้แก่ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของ Chemours สามารถพบได้ในพลาสติกและสารเคลือบ ระบบทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศ ในการทำเหมืองและการกลั่นน้ำมัน รวมถึงในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วไป บริษัทมีผลิตภัณฑ์เด่นหลากหลายแบรนด์ เช่น Teflon(TM), Ti-Pure(TM), Krytox(TM), Viton(TM), Opteon(TM) และ Nafion(TM) ทั้งนี้ Chemours มีพนักงานราว 8,400 คนในโรงงาน 36 แห่ง ที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 5,000 รายในอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และยุโรป Chemours มีสำนักงานใหญ่ในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้สัญลักษณ์หุ้น CC สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ chemours.com หรือติดตามเราทางทวิตเตอร์ได้ที่ @chemours

โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20150623/8521504142LOGO

สหรัฐฯไม่ปล่อย! ตั้งข้อหาเมียแกนนำไอซิส สมคบคิดทำ ‘เคย์ลา มูลเลอร์’ เสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574932

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 13:00

 

(เคย์ลา มูลเลอร์)

อัยการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาเมียแกนนำระดับสูงไอซิสสมคบคิด จนทำให้ เคย์ลา มูลเลอร์ ตัวประกันหญิงชาวอเมริกันเสียชีวิต หลังถูกไอซิสลักพาตัวในซีเรียและถูกส่งตัวไปที่บ้านของหญิงคนนี้ จนถูก อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี หัวหน้ากลุ่มไอซิสข่มขืนหลายครั้ง ก่อนเสียชีวิต

เมื่อ 9 ก.พ. 2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะอัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตั้งข้อหา นางนิซรีน อัสซาด อับราฮิม บาฮาร์ ภริยาม่ายวัย 25 ปี ของสมาชิกระดับสูงกลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ‘รัฐอิสลาม’ หรือไอซิส ในข้อหาสมคบคิด จนเป็นเหตุให้ น.ส.เคย์ลา มูลเลอร์ ตัวประกันหญิงชาวอเมริกันเสียชีวิต โดยขณะนี้ นางนิซรีน อัสซาด อับราฮิม บาฮาร์ หรือรู้จักในชื่อ อุมม์ เซย์ยาฟ ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำของอิรักแล้ว

บีบีซี รายงานว่า คณะอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า นางเซย์ยาฟ ซึ่งเป็นภรรยาของ นายอาบู เซย์ยาฟ แกนนำระดับสูง ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่ากับ รัฐมนตรีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติของไอซิส ได้กักขังหน่วงเหนี่ยว น.ส.มูลเลอร์ จนเป็นเหตุให้เธอถูกนายอาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี หัวหน้ากลุ่มไอซิส ข่มขืนล่วงเกินทางเพศหลายครั้ง ก่อนที่ น.ส.มูลเลอร์ จะเสียชีวิต เมื่อปี 2558 โดยกลุ่มไอซิสอ้างว่า เธอเสียชีวิตระหว่างที่กองทัพจอร์แดนส่งเครื่องบินรบปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มไอซิส แก้แค้นให้กับนักบินชาวจอร์แดนที่ถูกไอซิสสังหารโหด

ทั้งนี้ มูลเลอร์ ได้อาสามาทำงานช่วยเหลือด้านมนุษยชนที่เมืองอเล็ปโป ในซีเรีย ก่อนถูกกลุ่มไอซิสลักพาตัวไป เมื่อ ส.ค. ปี 2556 และเธอได้ถูกนำตัวไปขังคุกเช่นเดียวกับตัวประกันคนอื่นๆ จากนั้น เดือน ก.ย. 2557 มูลเลอร์ได้ถูกส่งไปยังบ้านพักของ นายอาบู และ นางอุมม์ เซย์ยาฟ ในซีเรีย ส่วนนายอาบู เซย์ยาฟ ได้ถูกปลิดชีพเมื่อเดือน พ.ค. 2558 จากการจู่โจมโดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ

ไต้หวันผวา เกิดแผ่นดินไหวซ้ำ ขนาด 4.9 เขย่าภาคตะวันออก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574905

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 11:12

 

ชาวไต้หวันระทึกอีก เกิดธรณีพิโรธ ขนาด 4.9 ซ้ำ ใกล้เมืองฮัวเหลียน มีความลึกเพียง 6 กม. ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาเหยื่อเคราะห์ร้ายที่คาดว่ามีมากกว่า 100 รายที่ยังติดอยู่ใต้ซากอพาร์ตเมนต์ 17 ชั้น ที่ถล่มลงมาในเมืองไถหนาน หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ 3 วันก่อน

เมื่อ 9ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศายงาน  เกิดแผ่นดินไหวซ้ำ ขนาด 4.9 ใกล้เมืองฮัวเหลียน ทางภาคตะวันออกของไต้หวัน เมื่อเวลา 00.47 น. ของเช้าวันอังคารที่ 9 ก.พ. 59 (ตามวลาท้องถิ่น) และศูนย์กลางแผ่นดินไหวลึกจากผิวดินเพียง 6 กม. เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย หลังจาก 3 วันก่อน ชาวไต้หวันในเมืองไถหนาน ทางภาคใต้เพิ่งเผชิญหายนะภัยแผ่นดินไหวใหญ่ ขนาด 6.4 เมื่อเช้าตรู่วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา จนทำให้อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้ซากอพาร์ตเมนต์สูง 17 ชั้น ชื่อเหว่ยกวน จิ้นหลง (มังกรทอง) ที่พังถล่มลงมา

ข่าวแจ้งว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุธรณีพิโรธรุนแรงเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็นอย่างน้อย 38 รายแล้ว และคาดว่ายังมีผู้ประสบภัยติดอยู่ใต้ซากอพาร์ตเมนต์ 17 ชั้นที่พังถล่มอีกกว่า 100 คน หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 8 ก.พ. เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตเด็กหญิงวัย 8 ขวบ และผู้ประสบภัยอีก 3 คน รวม 4 คนออกมาได้จากใต้ซากตึกที่ติดอยู่นานกว่า 60 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่ทางการไต้หวันเผยว่าจนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาจากใต้ซากอพาร์ตเมนต์ได้แล้ว 310 คน และในจำนวนนี้ 100 คน ได้รับบาดเจ็บจนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ส่วนเด็กทารกหญิงวัย 6 เดือน ที่ทีมกู้ภัยสามารถดึงออกมาได้จากซากตึกหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ปรากฏว่าทารกน้อยได้เสียชีวิตในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

รัสเซียรวบทันควัน 7 ไอเอส เตรียมวางบึมมอสโก-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574749

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 08:15

 

รัสเซียรวบตัว 7 สมาชิกไอเอสเดินทางมาจากตุรกี เตรียมก่อการร้ายในกรุงมอสโก-เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตรวจค้นห้องพบอุปกรณ์ประกอบระเบิด สายชนวน อาวุธปืน…

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า สำนักงานข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ได้แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า สามารถจับกุมตัวสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ได้จำนวน 7 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เมืองเยกาเตอรินเบิร์ก หลังจากตรวจสอบพบว่า กำลังเตรียมการก่อการร้ายที่กรุงมอสโก และเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

สำนักงานข่าวกรองรัสเซียได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวรัสเซียและเอเชียกลาง จำนวน 7 คน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2559 ที่เมืองเยกาเตอรินเบิร์ก โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามที่กำลังวางแผนการก่อการร้าย โดยใช้วัตถุระเบิดที่กลางกรุงมอสโกและเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และในเขตภูมิภาคสเวิร์ดลอฟท์ (อูรัล)”

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า “ได้มีการตรวจพบห้องทดลองประกอบระเบิด วัตถุระเบิด สายจุดชนวน อาวุธปืน ลูกระเบิด และเอกสารชวนเชื่อของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในบ้านพักของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม”

แหล่งข่าวกล่าวว่า หัวหน้าเครือข่ายกลุ่มนี้เดินทางมาจากประเทศตุรกีก่อนเดินทางเข้าประเทศรัสเซีย และทั้งหมดวางแผนที่จะเดินทางกลับประเทศซีเรียหลังจากที่การก่อการร้ายเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีคนรัสเซียจำนวนประมาณ 2,900 คน จากแถบสาธารณรัฐคอเคซัสที่สั่นคลอน ได้เดินทางไปร่วมฝึกซ้อมรบกับกลุ่มรัฐอิสลามในซีเรียและอิรัก ข้อมูลจากสำนักงานข่าวกรองรัสเซีย

ด้านสถาบัน Soufan Group ที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลที่มีสำนักงานตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า จำนวนนักรบหัวรุนแรงที่เดินทางจากภูมิภาคเอเชียกลางได้เพิ่มจำนวนอย่างมากในปี 2558 มีจำนวนถึง 2,300 คน ที่เดินทางไปเข้าร่วมฝึกรบในซีเรียและอิรัก

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ประเทศรัสเซียที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลซีเรียได้ทำการโจมตีทางอากาศรายวัน กับเป้าหมายกลุ่มรัฐอิสลามหรือกลุ่มก่อการร้ายอื่นที่ตั้งอยู่ในซีเรีย ขณะที่กลุ่มรัฐอิสลามและกลุ่มฟรอนท์อัลนอสรา ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของอัลไกดาได้เรียกร้องให้สมาชิกของตนพุ่งเป้าโจมตีประชาชนรัสเซีย โดยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เครื่องบินรัสเซียถูกวางระเบิดตกบริเวณคาบสมุทรซีนายประเทศอียิปต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 224 คน โดยกลุ่มรัฐอิสลามอ้างความรับผิดชอบ.

ตร.ฮ่องกงปะทะเดือดพ่อค้าแผงลอย-ยิงปืนขู่! ประเดิมตรุษจีนวันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574741

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและม็อบพ่อค้าแผงลอยขายอาหารและกลุ่มผู้สนับสนุนในฮ่องกง เมื่อคืนวันจันทร์ หลังตำรวจนำกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่จากพ่อค้าที่เปิดร้านโดยไม่ได้รับอนุญาต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและม็อบพ่อค้าแผงลอยขายอาหารในเขตมงก๊ก ของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อวันจันทร์ (8 ก.พ.) ซึ่งถือเป็นวันแรกของการฉลองเทศกาลตรุษจีนในฮ่องกง หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเหล่าพ่อค้าที่มาตั้งร้านขายอาหารริมถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ชุมนุมระหว่างการปะทะกันในเขตมงก๊ก (ภาพ: REUTERS)

เหตุปะทะกันเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 22:00 น. หลังจากตำรวจพยายามเข้าเคลียร์พื้นที่ถนนพอร์ตแลนด์ ตามแผนควบคุมร้านค้าแผงลอย อย่างไรก็ตาม เหล่าพ่อค้าแม่ค้ารวมตัวกันขัดขืน ขว้างปาขวดแก้วและแจกันดอกไม้ใส่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ตัดสินใจตอบโต้ด้วยสเปรย์พริกไทยและกระบอง จนม็อบพ่อค้าแม่ค้าต้องล่าถอย

สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีกในช่วงเที่ยงคืน เมื่อตำรวจปราบจลาจลตั้งแถวปิดถนน นาธาน กับถนน อาร์กีล และเผชิญหากับฝูงชนที่ไม่พอใจ โดยมีกลุ่ม ฮ่องกงพื้นเมือง (Hong Kong Indigenous) ซึ่งส่งตัวแทนลงสมัครชิงตำแหน่งในสภาปกครองของฮ่องกงร่วมในการประท้วงด้วย กลุ่มฮ่องกงพื้นเมืองยังเรียกร้องผ่านเฟซบุ๊กให้ประชาชนออกมาร่วมประท้วงโดยพกหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันมาด้วย

ผู้ชุมนุมสนับสนุนพ่อค้าหาบเร่แผงลอยผิดกฎหมายถือโล่ประดิษฐ์เองเคลื่อนขบวนในระหว่างการประท้วงในเขตมงก๊ก (ภาพ: REUTERS)

นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า ตำรวจฮ่องกงชี้ปืนไปทางผู้ประท้วงและยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 2 นัด ในช่วงเวลาประมาณ 2:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นด้วย แม้โฆษกจะออกมาระบุว่าไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ก็ตาม

ในเวลาต่อมา ตำรวจฮ่องกงออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาขอประณามเหตุปะทะในเขตมงก๊กอย่างรุนแรง โดยพวกเขาได้ใช้มาตรการแก้ไขรวมทั้งการใช้กระบองและสเปรย์พริกไทย เพื่อหยุดพฤติกรรมความรุนแรงอย่างผิดกฎหมาย

ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนีปรึกษาปัญหาผู้ลี้ภัยและ Brexit

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574734

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 05:50

 

(ภาพ: AFP)

ผู้นำประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี ร่วมรับประทานอาหารค่ำที่เมืองสตาร์สบูร์ก และหารือปัญหาผู้ลี้ภัยในยุโรปรวมทั้งเงื่อนไขข้อเสนอของอังกฤษก่อนการลงประชามติว่าจะอยู่หรือออกจากสหภาพยุโรป…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ อองลองด์ แห่งฝรั่งเศส และนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้พบปะพูดคุยกันในระหว่างการรับประทานอาหารค่ำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เมืองสตาร์สบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส โดยมีความเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับปัญหาผู้ลี้ภัยในยุโรป และประเด็นเงื่อนไขข้อเสนอของอังกฤษก่อนการลงประชามติว่าจะอยู่หรือออกจากสหภาพยุโรป

นายมาร์ติน ชูลซ์ ประธานสภายุโรป เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำให้กับนายอองลองด์ และนางแมร์เคิล ที่ได้พบปะเจรจากันก่อนรับประทานอาหารเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยได้หารือเกี่ยวกับปัญหาซีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองอเลปโปที่เป็นที่ตั้งของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลซีเรียโดยได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างจริงจัง ผู้ใกล้ชิดประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุ

ผู้นำทั้งสองประเทศได้มีความเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับกระบวนการหรือมาตรการรองรับผู้ลี้ภัยที่ไหลทะลักเข้ามาในยุโรป เพื่อให้สามารถจัดทำแผนปฏิบัติการยุโรปให้เป็น “เรื่องสำคัญเร่งด่วน”

เกี่ยวกับประเด็นเงื่อนไขเกี่ยวกับข้อเสนอของอังกฤษ หรือที่เรียกกันว่า Brexit นั้น ทั้งนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ และนางอังเกลา แมร์เคิล ได้ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับโครงการความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรที่จะมีการหยิบยกขึ้นพิจารณาในที่ประชุมคณะมนตรียุโรประหว่างวันที่ 18 และ 19 กุมภาพันธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเทศสหราชอาณาจักรต้องออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุ

นอกจากนั้น ยังมีการหยิบยกประเด็นปัญหาที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้คือ ปัญหาวิกฤตการณ์ในยุโรป และความนิยมชมชอบประชานิยมที่เพิ่มสูงขึ้น แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดกับประธานสภายุโรประบุ

นายออลลองด์ นางแมร์เคิล และนายชูลซ์ ได้รับประทานอาหารคำ่ร่วมกันที่ร้านอาหารแบบร้านไวน์ดั้งเดิม ของเมืองสตาร์สบูร์กที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิลล์ ไม่ไกลจากมหาวิหารของเมืองสตาร์สบูร์ก เป็นการพบปะกันแบบส่วนตัวก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสุดยอดยุโรปในวันที่ 18 และ 19 กุมภาพันธ์ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ทั้งนี้ ไม่มีการแถลงข่าวทั้งก่อนหน้าและภายหลังเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารค่ำ

ปัญหาที่ตัวผู้สมัคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574294

โดย ยูเรนัส 9 ก.พ. 2559 05:01

 

สำหรับเปรู ปีนี้จะเป็นอีกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญในบ้านเมืองเกิดขึ้น เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองที่จะลงชิงชัยในการเลือกตั้งคราวนี้ ยังคงให้ นางเคอิโกะ ฟูจิโมริ บุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีผู้อื้อฉาว นายอัลเบอร์โต ฟูจิโมริ เป็นนักการเมืองหญิงที่ชาวเปรูนิยมชมชอบ แม้บิดาของเธอจะมีประวัติด่างพร้อยไปบ้างก็ตาม

ส่วนนักการเมืองอีกคนที่ทำท่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง อย่าง นายซีซาร์ อะกุนญ่า นักธุรกิจที่ร่ำรวยก็ได้รับความนิยมจากปวงชนในระดับต้นๆ เช่นกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ นายซีซาร์กลับประสบปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และถูกวิพากษ์–วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งเปิดโปงว่า เขาใช้วิธีตุกติกในการทำวิทยานิพนธ์สมัยเรียนในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยของสเปน และอ้างว่า เขาจบมาได้เพราะคัดลอกงานของนักศึกษาผู้อื่นแล้วทำเป็นอุ๊บอิ๊บปิดเป็นความลับ จึงเรียนจบได้ดีกรีปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตมาอย่างไม่โปร่งใส

เมื่อข่าวนี้กระพือออกมา ทางมหาวิทยาลัยที่ถูกพาดพิงจัดแจงดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามข้อกล่าวหานี้ทันที ขณะที่นายซีซาร์ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง และแถลงข่าวทำนองว่า เขาถูกโจมตีจากผู้ประสงค์ร้าย และต้องการดิสเครดิตเขาทางการเมือง เอ้า ก็คิดดูดิ การขุดคุ้ย อดีตเกี่ยวกับการศึกษาของเขาคราวนี้ย่อมเกิดจากแรงจูงใจเพื่อหวังให้เขาขาดคุณสมบัติที่จะเข้าไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีนั่นเอง พร้อมกับ กล่าวว่า ในการทำวิทยานิพนธ์ครั้งนั้น เขาได้รับเมตตาจากอาจารย์ที่ปรึกษาและนักคิดนักเขียนหลายท่าน

ด้านผู้สันทัดกรณีเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของนักการเมืองที่มีสิทธิลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้นำประเทศให้ความเห็นว่า ถ้าหากผลการตรวจ สอบออกมาว่า ข้อกล่าวหาที่นายซีซาร์โดนนั้นมีมูลความจริง เขาก็เข้าข่ายโกหกหลอกลวงเรื่อง วุฒิการศึกษา และส่งผลให้เขาอาจถูกเพิกถอน สิทธิในการสมัครเข้ารับการเลือกตั้ง

แต่เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ถามว่า แล้วใครจะได้รับผลดีจากการที่ (อาจ) มีคู่แข่งทาง การเมืองถูกตัดสิทธิในการลงเลือกตั้งล่ะ? ก็นัก การเมืองทุกคนที่ปรารถนาจะชิงเก้าอี้ผู้นำเปรูนั่นแหละ.

ยูเรนัส

สัญญาณไฟอวยชาวเกย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574309

โดย ดิน ดอกข่อย 9 ก.พ. 2559 05:01

 

หลัง “คอนชิตา เวิร์สต์” เกย์หนุ่มไว้หนวดแต่แต่งกายเป็นหญิงชาวออสเตรีย ชนะการแข่งขันร้องเพลง “ยูโรวิชั่น” ในปี 2557 เขา (หรือเธอ) ก็โด่งดังเป็นพลุแตก และทำให้ชาวรักร่วมเพศพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย

คอนชิตาดังถึงขนาดระหว่างการแข่งขันยูโรวิชั่นในปี 2558 ซึ่งจัดขึ้นในออสเตรีย มีการเปลี่ยน “สัญญาณไฟข้ามถนน” ทั้งในกรุงเวียนนา เมืองซอลซ์เบิร์ก และเมืองลินซ์ จากแค่รูปผู้ชายล้วน เป็นรูปคู่รักร่วมเพศจูงมือกัน มีรูปหัวใจดวงเล็กประกอบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ “ความใจกว้าง” และ “อดทนอดกลั้น”

แต่ที่เมืองลินซ์ นายมาร์คุส ไฮน์ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเรื่องการจราจร นักการเมืองสังกัดพรรค “เสรีภาพ” (FPOe) ฝ่ายขวาจัด ที่ต่อต้านชาวเกย์ดันสั่งให้ถอดสัญญาณไฟที่ว่านั้นออกซะ ทำให้เกิดการต่อสู้กับพรรคอื่นๆในสภาเทศบาลเมืองลินซ์อย่างดุเดือด

สุดท้าย สภาฯเมืองลินซ์ลงมติในเรื่องนี้เมื่อ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้นำสัญญาณไฟข้ามถนนอันรัญจวน จิตนี้กลับมาใช้ใหม่ แต่นาย ไฮน์ยังฮึดฮัดไม่ยอมแพ้ ยื่นอุทธรณ์ทันควัน

ไม่มีลูกหลานเป็นตุ๊ด-แต๋ว…คงไม่เข้าใจ…อ่ะนะ!

ดิน ดอกข่อย

สตรีหมายเลขหนึ่งอาจเป็นประธานาธิบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574320

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 9 ก.พ. 2559 05:01

 

รศ.ดร.สุชาติ แสงทอง ผอ. สำนักศิลปะและวัฒนธรรม จัด The International Conference on Arts and Cultures in a Creative Economy ครั้งที่ 6 ระหว่าง 9-10 กุมภาพันธ์ 2559 เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การจัดการทางวัฒนธรรมสู่สายตาโลกและประชาคมอาเซียน” อังคารวันนี้ 15.00-17.00 น. ที่หอประชุม มรภ.นครสวรรค์ เปิดฟ้าส่องโลกเขียนเรื่องการเลือกตั้งอเมริกาโดยละเอียดมาเข้าปีที่ 20 แล้วครับ ระบบการเลือกตั้งอเมริกาก็เหมือนเดิม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะมีเรื่องแปลกแตกต่างออกไปจากเดิมคือ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอาจจะกลายมาเป็นประธานาธิบดีเสียเอง

อ่านรัฐธรรมนูญอเมริกาทวนไปทวนมาหลายรอบ หาตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไม่เจอครับ แต่ตำแหน่งนี้ขอเรียนว่า สำคัญ และเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของประธานาธิบดีมาตลอด ในช่วง 8 ปี ที่วิลเลียม เจ คลินตัน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (1992-2000) ฮิลลารี รอดแฮม คลินตัน เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่มีบทบาทมาก การจัดทำนโยบายทุกอย่างของประธานาธิบดี นางฮิลลารี มีส่วนร่วมทั้งหมด

อย่างหนึ่งซึ่งอาจจะดึงคะแนนของนางฮิลลารีในการสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้ ผมว่าเป็นเรื่องการปฏิรูประบบสุขภาพของสหรัฐฯในสมัยคลินตัน ซึ่งคนที่เป็นผู้นำสำคัญที่ออกมาแอ็คอาร์ตให้เราเห็นอยู่ตลอดเวลาก็คือ นางฮิลลารีนี่แหละ และในตอนนั้นการ ปฏิรูประบบสุขภาพของสหรัฐฯล้มคว่ำคะมำหงาย ยังเป็นสิ่งหลอกหลอนใจคนอเมริกันจนกระทั่งทุกวันนี้

สิ่งหนึ่งซึ่งพอพยุงชื่อของนางฮิลลารีไว้ได้บ้างก็คือ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศซึ่งในยุคคลินตันผู้สามีทำได้ดีพอสมควร และก็เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปนะครับว่า แม่งานคนสำคัญ ในเรื่องการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศก็คือ นางฮิลลารี

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งบางคนไม่ยอมให้สื่อมวลชนและสาธารณชนก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ที่เด่นก็คือนางลอรา บุช แต่ก็ไม่ใช่เก็บตัวเงียบอย่างภริยาผู้นำในบางประเทศนะครับ เมื่อมีวาระสำคัญของประเทศที่สตรีหมายเลขหนึ่งจะต้องประกาศชัดเจนว่าตนเองอยู่ฝ่ายไหน นางลอราก็ไม่รีรอที่จะแสดงตน ผู้อ่านท่านยังจำเหตุการณ์ในยุคของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ได้ไหมครับ ตอนนั้น มีประเด็นการทำแท้ง นางลอราออกมาประกาศเลยว่า ตัวเองอยู่ฝ่าย Pro-Choice ซึ่งหมายถึง อยู่ฝ่ายที่สนับสนุนการทำแท้งเสรี

หลายครั้งที่มีการแต่งตั้งบุคคลขึ้นไปเป็นรัฐมนตรี นางลอรานี่ล่ะครับ คัดค้านพร้อมทั้งเอาหลักฐานมาแถลงแสดงเหตุผล ว่าคนนั้น คนนี้ไม่เหมาะเพราะอะไร นอกจากนี้ นางลอรายังเป็นผู้หาเงินสนับสนุนช่วยเหลือคนติดเชื้อ HIV ในทวีปแอฟริกาซึ่งตอนนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก

ท่านอาจเคยได้ยินคำว่า Lady President คำนี้ไม่ได้หมายถึง ประธานาธิบดีหญิงนะครับ แต่เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งที่ แอบทำหน้าที่ประธานาธิบดีซึ่งมีอยู่หลายคน สมัยอดีตประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน (1912–1919) มีสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งชื่อนางอีดิท วิลสัน ตอนที่สามีของนางอีดิทเส้นโลหิตในสมองแตก ผู้คนรอบตัว ขอให้ประธานาธิบดีสละตำแหน่งให้รอง แต่นางอีดิทประกาศไม่ยอม ให้สามีสละตำแหน่ง เมื่อมีใครจะเข้าไปเยี่ยมประธานาธิบดี เธอ ก็กีดกันเพราะอาจกลัวสามีจะพูดเรื่องการสละตำแหน่ง

227 ปีที่สหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีคนแรก นายจอร์จ วอชิงตัน จนถึงนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีแต่ละคนมีตำนานที่ผู้คนในแต่ละยุคแต่ละสมัยเล่าขานกันไม่รู้จบ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแต่ละคนก็มีตำนานที่น่าสนใจไม่แพ้ประธานาธิบดีสามีของตัวเองดอกครับ อย่างนางดอลลี เมดิสันเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง (1808-1816) ที่เผชิญ สงคราม ตอนนั้นใครๆ ก็ทิ้งทำเนียบขาว แต่นางดอลลีไม่ทิ้ง เธอรวบรวม เอกสารสำคัญต่างๆของประเทศได้จนครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำประกาศ อิสรภาพและรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา เมื่อได้ครบทุกชิ้นแล้ว จึงยอมถอย ซึ่งต่อมาอังกฤษก็เผาทำเนียบขาวจนไม่เหลือ

สมัยก่อนคนจะเป็นประธานาธิบดีต้องเป็นผู้ชาย ผิวขาว และไม่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (ยกเว้นจอห์น เอฟ เคเนดี)

ทว่า เกือบ 8 ปีที่แล้ว สหรัฐฯมีประธานาธิบดีผิวสีเป็นครั้งแรก

และคราวนี้ ก็อาจจะมีสุภาพสตรีเป็นประธานาธิบดี ซึ่งไม่ใช่สุภาพสตรีธรรมดาซะด้วยซีครับ แต่เป็นสุภาพสตรีที่เคยเป็นถึงสตรีหมายเลขหนึ่งมาก่อน.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

รอบโลก 09/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574653

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 05:01

 

2 นร.ขะแมร์เหยื่อระเบิด

•พนมเปญ-ตำรวจกัมพูชาเผยเมื่อ 8 ก.พ.ว่า เด็กนักเรียน 2 คน ซึ่งเป็นญาติกัน อายุ 12 และ 14 ปี เสียชีวิตที่ จ.กัมปงธมเพราะจรวดอาร์พีจี หลังเก็บจรวดได้ขณะไปล่านกเมื่อ 5 ก.พ. และใช้ขวานผ่าจรวดจนระเบิดขึ้น ส่วนเด็กอีกคนรอดตายวิ่งกลับมาแจ้งชาวบ้านและตำรวจ อนึ่ง กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกับระเบิดตกค้างมากที่สุดในโลก หลังเกิดสงครามกลางเมืองกว่า 30 ปี ในช่วงทศวรรษ 1960-1990 ส่วนที่ชิลีมีผู้เสียชีวิต 7 คน รวมทั้งเด็ก 2 คน จากอุบัติเหตุรถไฟสินค้าพุ่งชนรถยนต์ที่จอดขวางรางอยู่ที่ภูมิภาคมาอูเล.

มะกันผวาซิกาในโอลิมปิก

•นิวยอร์ก-สำนักข่าวรอยเตอร์เผยเมื่อ 8 ก.พ. โดยอ้างผู้ที่เข้าร่วมการประชุมสหพันธ์การกีฬาสหรัฐฯ เมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐฯ แจ้งในที่ประชุมว่า นักกีฬาและทีมงานซึ่งหวั่นวิตกเรื่องไวรัสซิกาที่กำลังระบาดในอเมริกากลางและใต้ ควรพิจารณาถอนตัวไม่ไปร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 ที่บราซิลจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่นครริโอ เด จาเนโร ในเดือน ส.ค.นี้ อนึ่ง ไวรัสซิกาซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ ทำให้เด็กที่คลอดออกมาเป็นโรค “ไมโครเซฟาลี” มีศีรษะเล็กผิดปกติ.

จี้ทวนแผนอภัยโทษ

•โคลัมโบ-นายเซอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์คัดค้านรัฐบาลศรีลังกาที่มีแผนจะอภัยโทษผู้ต้องหา 200 ราย ที่เป็นสมาชิกขบวนการปลดปล่อยพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (LTTE) ซึ่งถูกขังตั้งแต่ปี 2552 หลังกองทัพรัฐบาลบุกโจมตีที่มั่นของกลุ่มแอลทีทีอีได้สำเร็จ แต่นายเซอิดระบุว่าผู้ต้องหาควรเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายเสียก่อนแล้วจึงค่อยขอรับการอภัยโทษ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงจะต้อง ได้รับการลงโทษอย่างเหมาะสมกับความผิด.

ฮามาสฆ่ากันเอง

•เยรูซาเลม-เมื่อ 8 ก.พ. องค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์” แถลงประณาม กองกำลัง “ฮามาส” ในปาเลสไตน์ หลังกองพลน้อยอัล-คัสซัม ปีกติดอาวุธของฮามาส ยืนยันว่าได้ประหารชีวิตนายมาห์มูด เอชทาวี ผู้บัญชาการทหารของตนเมื่อ 7 ก.พ. ในข้อหาเป็นสายลับให้อิสราเอล วันเดียวกัน กองทัพรัฐบาลเยเมนเผยว่า ได้ยิงจรวดสกัดขีปนาวุธ “สกั๊ด” ซึ่งยิงมาจากเยเมนเข้าใส่เมืองคามิช มูชาอิต ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพคิง คาลิด คาดว่าเป็นฝีมือกบฏเผ่าฮูธีชาวชีอะห์ที่สู้รบกับรัฐบาลเยเมนและพันธมิตรนำโดยซาอุฯ.