ส่อล่ม! UN ระงับคุยสันติภาพซีเรีย ชี้ไม่มีความคืบหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572470

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 03:50

 

(ภาพ: REUTERS)

สหประชาชาติระงับการเจรจาสันติภาพซีเรียที่นครเจนีวาไว้ชั่วคราว หลังเริ่มคุยมา 2 วัน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยจะเริ่มพูดคุยกันอีกทีในช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ระงับการเจรจาสันติภาพระหว่างตัวแทนฝ่ายรัฐบาลซีเรียและฝ่ายกบฏในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นมานาน 5 ปีชั่วคราวแล้ว ตามการเรียกร้องของ นาย สตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ทูตพิเศษสหประชาชาติประจำซีเรีย เนื่องจากแทบไม่มีความคืบหน้าหลังเริ่มเจรจาตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน และจะกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งในวันที่ 25 ก.พ.

นาย เดอ มิสตูรา ยอมรับว่า ยังมีเรื่องมากมายที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่ยืนยันด้วยว่า “นี่ไม่ใช่จุดจบและไม่ใช่ความล้มเหลวของการเจรจา ทำไมนะหรือ? เพราะพวกเขามาและพวกเขาอยู่ ทั้งสองฝ่ายยืนยันในข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเขาต้องการให้กระบวนการทางการเมืองเริ่มต้นขึ้น”

สตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ทูตพิเศษสหประชาชาติประจำซีเรีย (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหประชาชาติเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลซีเรียออกมาอ้างว่า สามารถทลายการปิดล้อมที่เมืองนูบุลและเมืองซาห์รา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองอเลปโปได้แล้ว ซึ่งถือเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงสำคัญของฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลที่ยึดเมืองอเลปโปอยู่

อนึ่ง เหตุสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ซึ่งดำเนินมานานเกือบ 5 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 250,000 ราย ขณะที่ประชาชนอีก 11 ล้านคน ต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อหนีการปะทะกันระหว่างกองทัพฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด และฝ่ายกบฏ รวมทั้งกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส)

ญี่ปุ่นตั้งท่ายิงจรวดเกาหลีเหนือ-มะกันจี้เพิ่มโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572414

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 03:15

 

ระบบป้องกันอากาศยาน แพทริออต แพค-3 ของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ประจำการในกรุงโตเกียว เพื่อรับมือการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือ (ภาพ: AFP)

เมื่อ 3 ก.พ. กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น สั่งเตรียมพร้อมด้านการทหารเพื่อยิงจรวดของเกาหลีเหนือที่อาจคุกคามอธิปไตยของญี่ปุ่น หลังเกาหลีเหนือประกาศแผนยิงจรวดเมื่อวานนี้ พร้อมแจ้งต่อสำนักงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 3 องค์กร รวมทั้งองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (ไอเอ็มโอ) ว่าจะทำการยิงจรวดเพื่อส่งดาวเทียมสำรวจโลก “กวางเมียงซอง” ขึ้นสู่วงโคจรโลกช่วงวันที่ 8-25 ก.พ.

ด้านนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นระบุจะร่วมมือกับสหรัฐฯและพันธมิตรอื่นๆ เพื่อเรียกร้องอย่างแข็งกร้าวให้เกาหลีเหนือละเว้นจากสิ่งที่นายอาเบะเรียกว่าเป็นแผนการปล่อยขีปนาวุธ

ส่วนเกาหลีใต้แถลงเตือนเกาหลีเหนือต้องจ่ายราคาแพง ถ้ายังเดินหน้าปล่อยจรวดตามแผนซึ่งเกาหลีใต้มองว่าเป็นการทดสอบขีปนาวุธ พร้อมแจ้งเตือนสายการบินต่างๆเลี่ยงบินในเส้นทางที่อาจอยู่ ในวิถีของจรวดของเกาหลีเหนือในช่วงเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือระบุว่า การปล่อยจรวดจะมีขึ้นช่วงเช้าวันหนึ่งของวันเวลาที่แจ้งไว้และยังแจ้งถึงพื้นที่ที่ชิ้นส่วนจรวดที่เป็นชิ้นส่วนทำหน้าที่เป็นตัวขับดันและส่วนที่ใช้เป็นช่วงบรรทุก ซึ่งอาจตกลง คาดว่าน่าจะอยู่ในทะเลเหลือง นอกชายฝั่งด้านตะวันตก ของคาบสมุทรเกาหลีและในมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงฝั่งตะวันออกของฟิลิปปินส์

ปฏิกิริยานานาชาติ กระทรวงต่างประเทศของ จีน แสดงความวิตกอย่างยิ่ง หวังว่าเกาหลีเหนือจะยับยั้งแผน และไม่ทำอะไรที่เป็นการยั่วยุซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และว่าสิทธิ์ในการสำรวจอวกาศของเกาหลีเหนือถูกจำกัดอยู่ภายใต้มติของสหประชาชาติ ด้านสหรัฐฯเรียกร้อง ให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือหนักข้อขึ้นอีก ซึ่งขณะนี้กำลังมีการพิจารณามาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือหลังอ้างความสำเร็จทดลองระเบิดไฮโดรเจน (เอช-บอมบ์) ที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์ทั่วไปเมื่อ 6 ม.ค. นับเป็นการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 4 ของเกาหลีเหนือ

แผนปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือที่มีขึ้นไม่นานต่อจากการทดลองระเบิดไฮโดรเจน ทำให้เกิดความวิตกกันว่าเกาหลีเหนือมีแผนติดหัวรบนิวเคลียร์กับขีปนาวุธ เพิ่มศักยภาพในการโจมตีเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอาจถล่มเป้าหมายที่อยู่ไกลออกมาถึงพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ส่วนการปล่อยจรวดครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ของเกาหลีเหนือมีขึ้นเมื่อปี 2555 เพื่อส่งดาวเทียมสื่อสารสู่วงโคจรโลก แต่ถูกนานาชาติมองว่าเป็นกลลวงทดสอบเทคโนโลยีขีปนาวุธ.

เวิลด์ แบงก์ ปล่อยกู้ 100 ล้านดอลลาร์ช่วยจีนลดมลพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572411

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 02:40

 

(ภาพ: AFP)

เมื่อ 3 ก.พ. ธนาคารโลก (เวิลด์ แบงก์) ได้ปล่อยเงินกู้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,500 ล้านบาท) เพื่อช่วยปรับปรุงระบบทำความร้อนให้ทันสมัยขึ้นทั่วเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเอง ซินเจียงอุยกูร์ หนึ่งในพื้นที่ที่เกิดมลพิษทางอากาศรุนแรงมากที่สุดในจีน หลังจากเมื่อเดือน ม.ค. ธนาคารโลกอนุมัติเงินกู้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับโครงการทำนองเดียวกันให้เมืองเชิงเต๋อ เมืองซิงไท่ เมืองจางเจียโขว และเมืองปิงชาน ในมณฑลเหอเป่ย

ธนาคารโลกยังเผยถึงการพัฒนาการใช้พลังงานความร้อน เพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของเมืองต่างๆทางตอนเหนือของจีน ซึ่งมีทั้งแผนการระยะสั้นจะรณรงค์เลิกใช้หม้อต้มพลังงานถ่านหินมาเป็นใช้พลังงานก๊าซแทน ส่วนแผนระยะยาวจะเสนอมาตรการจูงใจชาวบ้านให้ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพขึ้น

ขณะที่ทางการท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง เทศบาลนครเทียนจิง และมณฑลเหอเป่ย หรือที่เรียกว่า เขตจิงจินจี ศูนย์รวมอุตสาหกรรมประเทศ มีผู้อาศัยทั้งสิ้น 130 ล้านคน และเป็น 3 เมืองใหญ่ที่ก่อมลพิษทางอากาศมาก ที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 500,000 คน และยังทำให้อายุขัยของคนจีนแถบนี้ไม่ยืนยาวเท่าคนจีนทางตอนใต้เฉลี่ย 5.5 ปี ได้เตรียมแผนติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมลพิษตามโรงงานอุตสาหกรรมให้มากขึ้น.

ไล่ลูกมหาเธร์เซ่นพิษคดีเงินฉาวนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572408

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 02:05

 

(ภาพ: AP)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมูคริซ มหาเธร์ ลูกชายของอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด แห่งมาเลเซีย ลาออกจากตำแหน่งมุขมนตรีรัฐเคดาห์เมื่อ 3 ม.ค. โดยระบุว่า ถูกขับไล่เพราะตนและบิดาไปวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ในคดีการเงินอื้อฉาว มูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายมูคริซแถลงว่า ตนสูญเสียเสียงสนับสนุนข้างมากในสภารัฐเคดาห์ เพราะพวกที่จงรักภักดีต่อนายนาจิบในพรรคสหชาติมาเลย์ (อัมโน) พยายามกำจัดตน เขาเตือนว่าพรรคอัมโนถึงจุดต่ำสุด มีมลทินในเรื่องกองทุนเพื่อการ ลงทุน “1 เอ็มดีบี” และเงินกว่า 700 ล้านดอลลาร์ที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ของนาจิบ เรื่องอื้อฉาวซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้เกินกว่าจะรับได้ และทำร้ายเราทั้งหมด

มูคริซนับเป็นคู่อริทางการเมืองของนาจิบรายล่าสุดที่ถูกกำจัด หลังเกิด คดีอื้อฉาว “1 เอ็มดีบี” แม้สัปดาห์ก่อนอัยการสูงสุดจะวินิจฉัยว่า เงิน 861 ล้านดอลลาร์ที่ถูกโอนเข้าบัญชีนาจิบ เป็นเงินบริจาคจากราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย และนาจิบคืนเงินเกือบทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์

และประเทศอื่นๆ ยังเดินหน้าสอบสวนคดีทุจริตใน 1 เอ็มดีบี ซึ่งมีหนี้สินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์อยู่ ทั้งนี้ นาจิบเป็นผู้ก่อตั้ง 1 เอ็มดีบีในปี 2552 และเขาเป็นประธานที่ปรึกษา ขณะที่มหาเธร์ขุดคุ้ยโจมตีเรื่องนี้มาตลอด.

มะกันส่งผู้เชี่ยวชาญไปบราซิล เริ่มพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส ‘ซิกา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572432

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 00:50

 

(ภาพ: AP)

สหรัฐอเมริกาส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในประเทศบราซิลในสัปดาห์หน้า เพื่อเริ่มงานเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านเชื้อไวรัส ซิกา ซึ่งกำลังระบาดหนักในทวีปอเมริกาใต้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 3 ก.พ. 2016 นายมาร์เซโล กาสโตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศบราซิล เปิดเผยว่า ผู้เชี่ยญชาญทางเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา จะเดินทางมาถึงบราซิลในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อจัดการประชุมระดับสูง ซึ่งพวกเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนแรกและกรอบเวลาสำหรับการพัฒนาวัคซีนต้านเชื้อไวรัส ‘ซิกา’ ซึ่งตอนนี้กำลังระบาดในหลายพื้นที่ของทวีปอเมริกาใต้

มาร์เซโล กาสโตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบราซิล (ภาพ: AFP)

ทั้งนี้ ประเทศบราซิลเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสซิกามากที่สุดในขณะนี้ โดยประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า บราซิลและสหรัฐฯ จะร่วมมือกันเพื่อพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสซิกา ซึ่งคาดว่ากว่าจะได้วัคซีนที่ใช้การได้อย่างปลอดภัยอาจต้องใช้เวลาหลายปี

ขณะที่ นายกาสโตร กล่าวว่า จนกว่าจะมีวัคซีน มีทางเดียวที่จะต่อสู้กับโรคนี้ได้คือ การกำจัดยุงลาย และวิธีการที่ดีที่สุดคือ การทำลายแหล่งเพาะพันธ์ุของยุงลาย

มาร์เซโล กาสโตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขบราซิล (ภาพ: AFP)

อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในประเทศแถบลาตินอเมริกา จัดประชุมร่วมกันในวันที่ 3 ก.พ. เพื่อหารือเพิ่มความร่วมมือในการต่อสู้กับไวรัสซิกา โดยก่อนหน้านี้นายกาสโตรเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศในอเมริกาใต้เพิ่มความร่วมมือ ระบุว่าภูมิภาคนี้ต้องการ การแลกเปลี่ยนข่าวสาร, การสร้างแนวร่วมและหารือว่าควรร่วมมือกันอย่างไรจึงจะสามารถรับมือการระบาดครั้งนี้ได้

อนึ่ง เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว จากความเร็วของการแพร่กระจายและมีความเป็นไปได้สูงที่เชื้อตัวนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนทารกเกิดมาพร้อมกับภาวะศีรษะเล็กผิดปกติเพิ่มสูงขึ้น

มะกันเชื่อ วัตถุระเบิดทำบินโซมาเลียเป็นรูจนต้องลงจอดฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572392

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 23:15

 

(ภาพ: AP)

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เชื่อว่า เหตุระเบิดในห้องโดยสารของเครื่องบินของประเทศโซมาเลียจนทำให้เครื่องเป็นรูจนต้องลงจอดฉุกเฉินเมื่อวันอังคาร เป็นผลจากวัตถุระเบิด…

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานในวันพุธที่ 3 ก.พ. 2016 โดยอ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ 2 คน ว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐฯ เชื่อว่าวัตถุระเบิดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดในห้องโดยสารของเครื่องบินโดยสารสายการบิน ดาอัลโล แอร์ไลน์ส ของประเทศโซมาเลีย จนเป็นรูขนาดใหญ่และต้องลงจอดฉุกเฉิน

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.พ. 2016 เครื่องบิน แอร์บัส เอ321 เที่ยวบินที่ ดี3159 (D3159) ของสายการบินดาอัลโล แอร์ไลน์ส กำลังเดินทางจากกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลียไปยังประเทศจิบูตีพร้อมผู้โดยสาร 74 คน ต้องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินหลังจากเกิดเสียงระเบิดและไฟลุกไหม้

แหล่งข่าวซึ่งไม่ขอเปิดเผยนามยังบอกกับรอยเตอร์สด้วยว่า ตอนนี้ยังขาดหลักฐานที่แน่นหนา ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน

ความเสียหายภายในห้องโดยสาร (ภาพ: AP)

ออสเตรเลียยันพบคนติดเชื้อซิกา แล้ว 2! เผยเคยมีหนุ่มโดนลิง-ยุงกัดที่บาหลีจนติดเชื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572320

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 18:35

 

พบชาวออสเตรเลีย ติดเชื้อไวรัสซิกาแล้ว 2 ราย หลังเพิ่งเดินทางกลับจากไปเที่ยวในประเทศแถบแคริบเบียน ขณะที่หนุ่มออสซี่เคยติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างไปเที่ยวบาหลี เพราะถูกลิงและยุงกัด เตือนนักท่องเที่ยวควรหาทางป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสร้าย

เมื่อ 3 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย เผย มีชายและหญิงออสเตรเลีย 2 คน ในนครซิดนีย์ ติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากทั้งคู่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศในแถบแคริเบียน เมื่อเร็วๆ นี้

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวกับนักข่าวบีบีซีว่า ชายและหญิงคู่นี้ รู้จักกันดี และผลจากการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสซิกาออกมา เป็นบวก เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ม.ค. 59ซึ่งหมายถึงทั้งคู่ติดเชื้อไวรัสซิกา ที่กำลังระบาดหนักในกว่า 20 ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาและประเทศแถบแคริบเบียน จนทำให้องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ อีกทั้งยังพบว่า เด็กทารกที่เกิดมาศีรษะมีขนาดเล็ก มีความเกี่ยวข้องกับแม่ที่ติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างตั้งครรภ์

บีบีซียังแจ้งด้วยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้กล่าวว่าเคยมีชาวออสเตรเลียติดเชื้อไวรัสซิกาหนึ่งรายเมื่อปีก่อน หลังกลับจากไปเที่ยวที่หมู่เกาะโซโลมอน และยังมีอีก 4 คนที่ติดเชื้อไวรัสซิกา หลังกลับจากเกาะคุกเมื่อปี 2557 ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มชาวออสเตรเลียวัย 27 ปี ซึ่งติดเชื้อไวรัสซิกา หลังจากถูกลิงและยุงกัดระหว่างไปเที่ยวที่เกาะบาหลี ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2556 ได้เตือนให้นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังและหาทางป้องกันการติดเชื้อไวรัสซิกา.

นักโบราณคดีเช็ก ทำนายสิ้นโลก จะเหมือนอียิปต์โบราณ หลังพบหลุมศพราชินีฟาโรห์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572255

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 16:51

 

ทีมนักโบราณคดีเช็ก เตือนโลกยุคปัจจุบันกำลังเผชิญหายนะที่นำไปสู่การล่มสลาย สูญสิ้น เหมือนกับสมัยอียิปต์โบราณ หลังเพิ่งมีการพบหลุมพระศพราชินีเคนทาคาเวสที่ 3 อายุ 4,500 ปี เมื่อปีก่อน

เมื่อ 3 ก.พ.59 สื่อต่างประเทศรายงาน การทำนายการสิ้นโลกถูกจุดชนวนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อนักโบราณคดี จากสถาบันการศึกษาอียิปต์โบราณ ในสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งได้พบหลุมพระศพพระราชินี เคนทาคาเวส ที่3  พระมเหสีของฟาโรห์ เนเฟอร์เรเฟร (Neferefre) แห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณ สมัย 4,500 ปีก่อน ที่สุสานอาบูเซียร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงไคโร เมื่อปลายปี 2558 โดยหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีเชื่อว่า หลุมพระศพพระราชินีเคนทาคาเวสที่ 3 หรือทรงมีพระนามเรียกขานว่า ‘ราชินีม่าย’ ที่พบนั้น สามารถนำไปสู่การเปิดเผยให้เห็นว่า อาณาจักรอียิปต์โบราณได้เผชิญหน้ากับปัญหาเดียวกับสิ่งที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวายทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยในเช็ก ระบุว่า ‘รอยปะสีดำ’ ในประวัติศาสตร์ของโลกอยู่ใต้พื้นดิน หายนะที่สามารถอุบัติขึ้นและทำลายโลกเราได้นั้น คล้ายคลึงกันระหว่างปัจจุบันกับอดีต โดยศาสตราจารย์มิโรสลาฟ บาร์ตา หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของเช็ก กล่าวว่า กะโหลกศีรษะของพระราชินีเคนทาคาเวสที่ 3 ที่พบนั้น มีร่องรอยการถูกทุบ ซึ่งไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงถูกฆาตกรรม แต่เป็นฝีมือของพวกที่บุกเข้ามาในสุสาน

กระทรวงโบราณวัตถุอียิปต์เผยแพร่ภาพ หลุมพระศพพระราชินีเคนทาคาเวสที่3

ตามรายงานของนักโบราณคดี ระบุว่า อาณาจักรอียิปต์มีความร่ำรวยมั่งคั่งอย่างเหลือเชื่อ ในระหว่างที่พระราชินีเคนทาคาเวสที่ 3  ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ แต่ทว่า 200 ปี หลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว แม่น้ำไนล์กลับแห้งขอด และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้ทำลายอาณาจักรอียิปต์จนย่อยยับและนำไปสู่การล่มสลาย

ทีมนักโบราณคดีกำลังวิเคราะห์ว่า สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่จาก 4,500 ปีก่อน ได้เริ่มต้นคล้ายๆ กับชีวิตบนโลกในวันนี้ อีกทั้งยังเชื่อว่า หายนะที่เกิดกับอาณาจักรอียิปต์โบราณสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ อันเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น

เครื่องใช้ที่พบในหลุมพระศพ

ข่าวแจ้งว่า นอกเหนือจากพบหลุมพระศพของพระราชินีเคนทาคาเวสที่ 3 แล้ว ยังพบเครื่องใช้สอยสมัยโบราณ รวมทั้งหม้อ ซึ่งสามารถตรวจสอบธาตุคาร์บอนเพื่อระบุอายุของเครื่องใช้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดย ศ.บาร์ตา ยังกล่าวเตือนทิ้งท้ายว่า มนุษย์ทั้งหลายไม่ควรจะอิ่มเอมใจกับความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีกันอยู่ พร้อมกับย้ำว่า มีความสำคัญที่พวกเราควรเรียนรู้บทเรียนจากประวัติศาสตร์.

ไวรัสซิการะบาด ทำ ‘ทาทา’ วุ่น!! ต้องเปลี่ยนชื่อรถรุ่นใหม่ ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572153

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 14:51

 

‘ทาทา’ บริษัทผลิตรถยนต์ของอินเดีย กุมขมับ.. จำต้องเปลี่ยนชื่อรถรุ่นใหม่แบบ 5 ประตูที่กำลังเปิดตัวสู่ตลาดกะทันหัน เพราะตอนแรกตั้งชื่อไว้ว่า รุ่นซิกา แต่เกิดไปพ้องเสียงกับไวรัสซิกาที่กำลังระบาดหนักอยู่พอดี

เมื่อ 3 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัทผลิตรถยนต์ ทาทา มอเตอร์ส ในอินเดีย งานเข้า จำต้องเปลี่ยนชื่อรุ่นรถยนต์แบบ 5 ประตูรุ่นใหม่ ที่กำลังจะเปิดตัวสู่ตลาดอย่างกะทันหัน ขณะที่เดิมตั้งใจจะใช้ ชื่อรุ่นว่า ซิกา คาร์ (Zica car) แต่เผอิญไปประจวบเหมาะพ้องเสียงกับเชื้อไวรัสซิกา (Zika) ที่กำลังระบาดหนักในกว่า 20 ประเทศ ในภูมิภาคลาติน อเมริกา และแถบแคริบเบียนช่วงนี้พอดี ถึงขนาดองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว

บริษัท ทาทา มอเตอร์ส ชี้แจงว่า บริษัททาทาต้องรับผิดชอบต่อสังคม เพียงแต่งานมอเตอร์โชว์ ในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ซึ่งเริ่มในวันพุธที่ 3 ก.พ.นี้ บริษัททาทาจำต้องใช้ชื่อเก่า ‘ซิกา คาร์’ ตามเดิมไปก่อน และจะเปลี่ยนชื่อรถ 5 ประตูรุ่นใหม่ ในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ บริษัทผลิตรถยนต์ในอินเดีย ทาทา มอเตอร์ส ได้ตั้งใจใช้ชื่อรถยนต์รุ่นใหม่ว่า Zica ซึ่งย่อมาจาก Zippy Car แต่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพราะออกเสียงเหมือนกับไวรัสซิกามากเกินไป

ฮือฮาอีก! กลุ่มล่าเอเลียน อ้าง UFO กำลังดูดพลังงานจากดวงอาทิตย์ของเรา (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572106

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 12:22

 

จะเชื่อหรือไม่เชื่อดี… กลุ่มตามล่ามนุษย์ต่างดาว อ้างมีวัตถุลึกลับ ขนาดใหญ่กว่าโลกมนุษย์ของเราเป็น 100 เท่า กำลังดูดรังสีพลาสมา  พลังงานจากดวงอาทิตย์…

เมื่อ 3 ก.พ. 59 สื่อต่างประเทศรายงานเรื่องฮือฮา ที่กำลังเป็นประเด็นให้ผู้คน โดยเฉพาะบรรดานักล่าตามหายูเอฟโอ และเอเลียน ต้องมานั่งถกกันอีกแล้วว่า จะเป็นเรื่องจริง มีโอกาสจะเป็นจริง หรือไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน เมื่อ ไทเลอร์ กล็อคเนอร์ หนึ่งในผู้ตามล่ามนุษย์ต่างดาวหรือเอเลียน ซึ่งดูแล ‘เซคเคียว ทีม 10’ (Secure Team 10) ที่มีการเผยแพร่ในยูทูบอ้างว่ามี ยูเอฟโอ (Unidentified Flying Objects หรือวัตถุบินได้ที่ไม่สามารถกำหนดลักษณะได้) กำลังดูดพลังงานจากดวงอาทิตย์

จากคลิปวิดีโอของเซคเคียว ทีม 10 บอกว่า จากภาพที่ได้จาก NASA’S helioviewer ที่ได้มาจากทฤษฎีสมคบคิด เชื่อว่า มีวัตถุปริศนา รูปร่างลักษณะเป็นวัตถุทรงกลมเหมือนลูกบอล มีขนาดใหญ่กว่าโลกเป็น 100 เท่า กำลังดูดรังสี หรือพลาสมาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นพลังงานสำคัญที่สุดของโลกมนุษย์เราอยู่ โดยจากภาพจะเห็นว่า วัตถุปริศนาได้มีการเคลื่อนเข้าหาดวงอาทิตย์ ก่อนจะบินจากไป

ภาพจากeveryday news อัพโหลดลงในยูทูบ

ไทเลอร์ กล็อคเนอร์ ยังได้เปรียบเทียบภาพดังกล่าวว่า ละม้ายคล้ายคลึงกับภาพที่ถ่ายเมื่อปี 2555 ซึ่งเขาได้อ้างว่า มีแนวของรังสีคล้ายกัน คือ เป็นการดูดรังสีพลาสมาจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตาม หลังจากเซคเคียว 10 ได้อัพโหลดวิดีโอลงในยูทูบ ได้มีความเห็นที่แตกต่างกันตามมาของคนในโซเชียลที่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ มีทั้งฝ่ายเชื่อ และอีกฝ่ายที่ยังสงสัยอยู่

ชมคลิป ที่นี่