‘ราเมศ’ซัด’เรืองไกร’บิดเบือนทำลาย’อภิสิทธิ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160204/221809.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559
'ราเมศ'ซัด'เรืองไกร'บิดเบือนทำลาย'อภิสิทธิ์'

‘ราเมศ’ อัด ‘เรืองไกร’ บิดเบือน ยัน ‘อภิสิทธิ์’ มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรค แนะใช้สติปัญญาช่วย ‘ยิ่งลักษณ์’ คดีจำนำข้าว เอาพรรคเพื่อไทยให้รอดก่อนดีกว่า

                      4 ก.พ. 59  นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้วินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าไม่มีคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ขอเรียนว่า การยื่นคำร้องของนายเรืองไกรนี้คือ ความชั่วร้ายที่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจผิด เป็นความต้องการทำลายล้างนายอภิสิทธิ์ เพียงเท่านั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด คดีนี้เป็นการฟ้อง พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ออกคำสั่งกระทรวงกลาโหมให้ปลดออกจากราชการ ซึ่งเราก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลยุติธรรม ก็ต่อสู้ตามกระบวนการ แต่ขอย้ำว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีของศาล คดียังไม่ถึงที่สุด เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด คำสั่งนั้นจะมีผลได้อย่างไร เราเคารพกระบวนการยุติธรรม คดีนี้ไม่มีผลกระทบต่อความเป็นหัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งคดีนี้นายบัณฑิต ศิริพันธ์ เป็นทนายความดูแลคดีอยู่ นายเรืองไกรคงรู้จักชื่อนี้ดี
                      นายราเมศ กล่าวว่า นายเรืองไกรควรใช้สติปัญญาไปช่วยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีจำนำข้าวดีกว่า เอาพรรคเพื่อไทยให้รอดก่อน และช่วยไปติดตามคดีที่ถึงที่สุดแล้วดีกว่า เช่น คดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หนีอยู่ ช่วยติดตามหน่อย นายเรืองไกรยื่นคำร้องไปทั่ว ปีหนึ่งไม่รู้ต้องใช้ซองสีน้ำตาลกี่ซอง แนะนำให้เปิดโรงงานผลิตซองใส่จดหมายเอง นายเรืองไกรโปรดทราบ ขณะนี้ได้มีคดีค้างอยู่ในชั้นตำรวจ และในชั้นศาล กรณีที่นายเรืองไกรไปยื่นร้องในหลายเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ฝ่ายกฎหมายพรรคจะไปติดตามคดีต่างๆ เหล่านี้ เพื่อเร่งรัดให้มีการดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น เพราะดูจากพฤติกรรมแล้วยังร้องคนอื่นไปทั่วไม่ยอมหยุด

‘บิ๊กหมู’เตรียมเสนอความเห็นร่างรธน.ให้‘บิ๊กป้อม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160204/221795.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559
‘บิ๊กหมู’เตรียมเสนอความเห็นร่างรธน.ให้‘บิ๊กป้อม’

“พล.อ.ธีรชัย”เตรียมเสนอความเห็น ร่างรธน.ให้“พล.อ.ประวิตร”ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทหาร ยันร่างรธน.ประชาชนได้ประโยชน์เป็นหลัก ปัดตอบพบ “นายกฯ” ที่ทำเนียบฯ

          วันที่ 4 ก.พ.59 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการส่งทหารลงพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เราส่งทหารเข้าไปแต่ละพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนว่าร่างรัฐธรรมนูญและประโยชน์ของร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร อีกทั้งจะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างไร เพื่อให้ประชาชนรับรู้และฟังเสียงของรัฐบาลเป็นหลัก เพราะรัฐบาลมีความตั้งใจในการปฏิรูปประเทศ โดยทหารจะลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลักควบคู่กับการชี้แจงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลา
          เมื่อถามว่า ส่วนตัวได้ดูร่างรัฐธรรมนูญครบทุกมาตราแล้วหรือยัง และวิเคราะห์อย่างไร พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า ทางทหารจะดูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทหารเป็นหลักว่ามาตราใดที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบหรือไม่อย่างไร จากนั้นจะเสนอไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ซึ่งโดยรวม พล.อ.ประวิตร ก็เร่งรัดอยู่ โดยทางทหารก็จะเสนอไปว่าร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ยังสามารถแก้ไขได้ และต้องเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องได้ประโยชน์เป็นหลัก ประเทศนี้ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง รวมถึงเป้าหมายของรัฐธรรมนูญคือเน้นการปราบทุจริต
          “ตอนนี้กองทัพดูแลกำลังพลเป็นอันดับหนึ่งว่าสวัสดิการและครอบครัวเขาเป็นอย่างไร ให้เขาทำงานอย่างมีความสุขทุกเรื่อง เราให้ทุกหน่วยรวมถึงนักศึกษาวิชาทหารที่เป็นส่วนหนึ่งไปช่วยทำความเข้าใจกับคนกลุ่มวัยเดียวกันว่าร่างรัฐธรรมนูญมีประโยชน์ต่อเขาอย่างไร และได้รับผลกระทบอย่างไร แล้วมาช่วยกันแก้ไข” พล.อ.ธีรชัย กล่าว
          เมื่อถามต่อว่าการที่ทหารลงพื้นที่พบปัญหาอะไรบ้าง พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า ไม่มีปัญหา มีแต่ปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อนแล้วทั้งพลเรือน ตำรวจและทหารในศูนย์ดำรงธรรมมาช่วยกันแก้ไขปัญหา เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติมภายหลังจากที่ไปเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ธีรชัย ย้อนถามว่า รู้ได้อย่างไร

ปม‘บิ๊กตู่’ร้อนโพเดี้ยมเดือด:ร่างรัฐธรรมนูญ,เสพสื่อมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160204/221780.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559
ปม‘บิ๊กตู่’ร้อนโพเดี้ยมเดือด:ร่างรัฐธรรมนูญ,เสพสื่อมาก

ปม‘บิ๊กตู่’ร้อนโพเดี้ยมเดือด:ร่างรัฐธรรมนูญ,เสพสื่อมาก

            หากยังพอจำกันได้ เมื่อช่วงขึ้นปีใหม่ 2559 “บิ๊กตู่” ประกาศไว้ว่า จะปรับภาพลักษณ์ตัวเองเป็น “กู๊ดกาย” ลดการทะเลาะกับสื่อมวลชนลง หลังจากตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ หากเกิดประเด็นร้อนๆ เมื่อยื่นไมโครโฟนถามท่านผู้นำประเทศในยุคปฏิรูป ก็กลับได้คำตอบแบบอารมณ์ร้อนๆ ตามมาด้วยเป็นส่วนใหญ่

ภาพการแถลงข่าวของ “พล.อ.ประยุทธ์” หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ถูกซักในประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งนั้น ดูเหมือนว่าภาพของ “กู๊ดกาย” เมื่อต้นปี จะถูกขยำทิ้งลงถังไม่เหลือสิ้น

เรื่องของรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นเรื่องร้อนสำคัญที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ระเบิดอารมณ์ออกมา เมื่อถามสะกิดถึง ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อย้อนไปตั้งแต่เมื่อครั้งร่างรัฐธรรมนูญภาคแรก ฉบับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขณะนั้น ถูกคว่ำโดยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็เคยทำให้ “บิ๊กตู่” ปรี๊ดแตกมาแล้ว จากการถูกโจมตีว่าต้องการสืบทอดอำนาจ

“รัฐธรรมนูญ-เลือกตั้ง-โรดแม็พ” จึงเป็นเรื่องอ่อนไหวสะกิดอารมณ์นายกฯ เรื่อยมา..!!

เมื่อสิ้นเดือนมกราคมเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ “บิ๊กตู่” ก็เริ่มจัดเต็มทันที หลังรัฐธรรมนูญร่างแรกของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” เปิดออกมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม ถัดมาวันขึ้นสัปดาห์ใหม่ นายกฯ ก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวในเรื่องนี้ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด

กระทั่งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ก็เกิดอารมณ์โมโหของขึ้น ตั้งแต่เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า มาประชุม ครม.ที่ตึกบัญชาการ 1 โดยก่อนการประชุมมีหน่วยงานต่างๆ มาจัดแสดงผลงานให้ผู้บริหารประเทศ และสื่อมวลชนได้ชม เป็นประจำในทุกๆ สัปดาห์ ซึ่งครั้งนี้มีการแสดงผลงาน ของโปรแกรมประยุกต์เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศ, ชุดตรวจวัณโรค และวัณโรคดื้อยา, ชิมน้ำจิ้มสุกี้จากน้ำส้มสับปะรด ซึ่งเป็นผลงานวิจัยด้านอาหาร “บิ๊กตู่” ก็เดินชม ชิม พร้อมหันมากล่าวตำหนิสื่อมวลชนอยู่เป็นระยะๆ จนกระทั่งไปถึงบูธสุดท้ายเกี่ยวกับการรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็ง นายกฯ ก็ยังคงมีอารมณ์ขุ่นมัวอยู่เป็นระยะ ภาพที่ออกมาจึงน่าเห็นใจหน่วยงานที่มาจัดซุ้ม

สื่อมวลชนเองก็งุนงง เพราะ “นายกฯ” อารมณ์เสียโดยไม่ต้องมีการยิงคำถามหรือสัมภาษณ์อะไร..???

ต่อด้วยการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงบ่าย ที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบคำถามในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ที่ถูกนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมและมีการมอบหลักการในร่างนี้ไว้ กระนั้นก็ไม่พ้นอารมณ์ปรี๊ดแตกไม่ต่างจากที่คาดไว้ เพราะบรรยากาศคุมาตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งการแถลงข่าวครั้งนี้ใช้เวลาร่วม 40 นาที

โดยเมื่อถึงคำถามว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ระบุหากร่างรัฐธรรมไม่ผ่านประชามติอาจเจอกับรัฐธรรมนูญที่โหดกว่า นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่อะไรคือที่เรียกว่าโหดไม่โหด และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้โหดอย่างไร เรื่องนายกฯ คนนอกนั้นพรรคการเมืองเป็นคนเลือกไม่ใช่หรือ ถ้าคนในพรรคเป็นไม่ได้ มีความขัดแย้งต้องหาคนนอกมา ที่ไม่ใช่ตน จบหรือยัง ส่วนที่บอกว่าให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากไปถามว่าใครจะตัดสิน คราวก่อนศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่หรือเปล่าก็ทำ ใครตัดสิน

“ผมไง เข้ามาให้ท่านนี่ไงเล่า แล้วท่านอยากให้ผมมาอีกหรืออย่างไร แล้วจะเอาใครถ้าไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วมีใครอีก ศาลเปาบุ้นจิ้นหรือไงศาลไคฟงล่ะสิ ไปหาวิธีการให้มันทำให้ได้” นายกฯ ตอบคำถามนี้ด้วยอารมณ์โมโห มีทั้งการตี ทุบโพเดี้ยมเสียงดัง จนแว่นสายตาที่ถอดวางไว้ กระเด็นร่วงลงพื้น ก่อนที่ช่วงท้ายจะจบการแถลงข่าวแล้วตัดเพ้อว่า ตัวเอง “ไร้ค่า” หลังทำงานมา 2 ปีแล้วไม่ไว้ใจกันบ้างหรือ แล้วเดินออกไปทันที

การอารมณ์เสียครั้งนี้ของ “บิ๊กตู่” หากเทียบจากบรรยากาศที่ผ่านๆ มาแล้ว เรียกได้ว่าหนักที่สุดตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งทีมงานใกล้ชิดก็ยังยอมรับว่าตกใจ อย่างไรก็ตามช่วงเวลาเส้นทางการบริหารประเทศที่เข้าสู่ช่วงสำคัญเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และกับบุคลิกคาแรกเตอร์เช่นนี้ อารมณ์ปรี๊ดแบบนี้หรือมากกว่านี้ก็ย่อมมีตามมาแน่

หากวิเคราะห์จากสาเหตุที่ “บิ๊กตู่” ต้องอารมณ์เสีย โมโหบ่อยแล้ว ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการเสพสื่อ บทความ หรือรายการทีวี ที่มีเนื้อหาวิพากษ์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คสช. หรือกระทั่งตัวนายกฯ เอง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ชอบติดตามข่าวสารอยู่ทุกเรื่องตลอด ไม่แปลกที่หลายครั้งจะเห็นว่า ในการสัมภาษณ์นายกฯ ตอบได้ทุกเรื่อง หรือแม้แต่ตัวเองปล่อยประเด็นจนสื่อต้องมาตามหาต้นตอ อย่างเช่น ข่าวโอนเงินหมื่นล้านไปยังประเทศสิงคโปร์ เมื่อกลางปีที่แล้ว ก็มาจากนายกฯ เองที่บอกว่าถูกกล่าวหาโจมตี หรือแม้กระทั่งเห็นผู้สื่อข่าวที่ไปทำข่าวเปิดบ้านอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เช่นกัน

“บิ๊กตู่” นั้น ถือว่าเป็นผู้ชอบท่องโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา โดยจะพกสมาร์ทโฟนติดตัว 2 เครื่องเสมอ อีกทั้งเวลาว่างยังชอบดูซีรีส์ สารคดี ซึ่งในการขึ้นพูดบนเวทีบางครั้งก็ได้มีการหยิบเรื่องราวข้อคิดจากสิ่งที่ได้มาบอกเล่าให้ฟังอีกด้วย
เหตุการณ์สะกิดต่อมอารมณ์ “กู๊ดกายตู่”

1 มกราคม ประกาศในรายการคืนความสุขฯ ปรับลุกเป็น “กู๊ดกาย” หงุดหงิดน้อยลง ทะเลาะนักข่าวน้อยลง

11 มกราคม ตอบคำถามอย่างมีอารมณ์ ในเรื่องการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ หลังมีข่าวขู่ชุมนุม

16 มกราคม กล่าวในงานวันครู ปีนี้ตั้งใจจะเป็น “กู๊ดกาย” เด็กดีของครู เป็นนายกฯ ที่ใจเย็น แต่ทำได้แค่ 10 วัน เพราะสถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ

22 มกราคม กล่าวตอบโต้ “จตุพร พรหมพันธุ์” ว่า อยากหาอะไรทิ่มปาก หลังออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำก่อนประชามติ

27 มกราคม อารมณ์ขึ้นหลังถูกถามถึงบทความ “มีทหารไว้ทำไม” ของ “นิธิ เอียวศรีวงศ์” ซัดทำประโยชน์อะไรให้แผ่นดินบ้าง

2 กุมภาพันธ์ อารมณ์เสียใส่สื่อมวลชนตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนให้แถลงข่าวในประเด็นร่างรัฐธรรมนูญชนิดโพเดี้ยมสะเทือน

อาเซียนลงมติแพทย์ทหารบกไทยเป็นศูนย์กลางบรรเทาภัยพิบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160204/221775.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559
อาเซียนลงมติแพทย์ทหารบกไทยเป็นศูนย์กลางบรรเทาภัยพิบัติ

อาเซียนลงมติแพทย์ทหารบกไทย เป็นศูนย์กลางบรรเทาภัยพิบัติ : ตะลุยกองทัพ โดยจิตราพร เสนวงศ์

            ถือเป็นก้าวสำคัญของกรมแพทย์ทหารบก ครบรอบการก่อตั้ง 116 ปี ในการยกระดับกิจกรรมด้านการแพทย์ โดยการจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน (ASEAN Center of Military Medicine) ที่ประกอบด้วยตัวแทนด้านการแพทย์จาก 10 ประเทศอาเซียน อาทิ ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์

ศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในอาเซียนและนอกภูมิภาค เพื่อบูรณาการและให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ ตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บ การแพร่ระบาดของโรคใหม่ๆ นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประเทศในสมาชิกอาเซียน จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม โดยอาศัยร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

ด้าน พล.ท.ไตรโรจน์ ครุธเวโช เจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวว่า รูปแบบของศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน จะมีลักษณะเป็นการประสานงานจากตัวแทนด้านการแพทย์ 10 ประเทศ ที่จะถูกส่งมาประจำศูนย์ดังกล่าว คล้ายกับการทำงานขององค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น

“การจัดตั้งศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน เพื่อสร้างระบบการทำงานด้านการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย ถือเป็นเรื่องใหญ่ และประเทศไทยเองจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องการแพทย์ เพราะประเทศไทยได้รับการยอมรับจาก 10 ประเทศอาเซียน ให้เราเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน และในปี 2559 จะมีการฝึกร่วมด้านการแพทย์ทหารกับด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ ครั้งใหญ่ที่ประเทศไทยเพื่อทดสอบศูนย์ฝึกดังกล่าว ซึ่งได้รับการตอบรับจากทุกประเทศ” พล.ท.ไตรโรจน์ กล่าว

พล.ท.ไตรโรจน์ กล่าวอีกว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้เตรียมความพร้อม ทั้งการฝึกซ้อมช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การใช้ภาษา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น เราจะต้องฝึกคนให้มีความรู้ด้านภาษาของแต่ละประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการจัดตั้งศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน ได้รับการลงนามเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ครั้งที่ 9 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยให้กระทรวงกลาโหมไทยเป็นประธานร่วมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหารกับกระทรวงกลาโหมสหพันธรัฐรัสเซีย ในการรับมือต่อสถานการณ์วิกฤติและภัยคุกคาม ซึ่งประเทศสมาชิกในอาเซียนได้ให้ความเห็นชอบให้ไทยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ทหาร

รัฐบาลยกเครื่องพีอาร์โต้ประเด็นลบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221754.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
รัฐบาลยกเครื่องพีอาร์โต้ประเด็นลบ

รัฐบาลปรับงานพีอาร์รูปแบบใหม่ เน้นใช้ออนไลน์เชิงรุก พัฒนาเว็บ-เฟซบุ๊ก ชี้แจงทันทีหากถูกถล่ม พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ GovChannel

                      รัฐบาลยกเครื่องงานด้านประชาสัมพันธ์ของส่วนราชการต่างๆ ครั้งใหญ่ โดยปรับรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “พีอาร์ของรัฐ จริงใจ จริงจัง บำบัดทุกข์ บำรุงสุขเพื่อพี่น้องประชาชน”
                      โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวานนี้ ขอให้การประชาสัมพันธ์ของทุกส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติและนำไปประกอบใช้ให้เกิดความเหมาะสมกับองค์กร
                      1. ให้ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาจัดทำเป็นข้อมูลขององค์กรในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชนตามแนวนโยบายของรัฐบาล และรายงานกรมประชาสัมพันธ์ทราบ
                      2. ให้กำหนดกลยุทธ์ด้านประชาสัมพันธ์ในเชิงข้อเท็จจริง พัฒนาและสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรและประเทศไทย มีผลงานด้านประชาสัมพันธ์เป็นที่ยอมรับของประชาชน และจัดทำจดหมายข่าว (ในรูปแบบที่ประหยัด) การนำเสนอผ่านรายการวิทยุ-โทรทัศน์ และสื่อต่างๆ
                      3. จัดทำและปรับปรุงแผนงานประชาสัมพันธ์ พัฒนาระบบข้อมูลบนเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรืออื่นๆ ให้มีการประชาสัมพันธ์ให้มีความทันสมัยและอยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริง
                      4. ให้มีข้อมูลและเครือข่ายด้านสื่อสารมวลชนสัมพันธ์ที่ทำงานร่วมกับองค์กรในพื้นที่ ทั้งที่เป็นนิติบุคคลและอาสาสมัคร มีการประสานการทำงานทั้งในรูปแบบของงานเขียน งานวิเคราะห์ งานเผยแพร่ และกิจกรรมการมีส่วนร่วมที่ดีในบริบทของสื่อมวลชนสัมพันธ์เพื่อให้องค์กรมีเครือข่ายที่กว้างขวาง
                      5. พัฒนาระบบงานการเขียนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีความพร้อมที่จะเผยแพร่สู่สาธารณชน และมีความพร้อมในการให้ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานภายนอกและผู้สนใจ
                      6. ให้ติดตามและประเมินข่าวประจำวัน ข่าวสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับองค์กรรวมถึงมีข้อพิจารณาเสนอแนะ วิธีการขยายผล และการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม เพื่อนำเสนอผู้บริหารและสมาชิกในองค์กร
                      7. เมื่อมีข่าวเชิงลบหรือการให้ข้อมูลเท็จ ให้จัดการแก้ไขข้อปัญหาในเชิงบูรณาการอย่างทันที ไม่ควรปล่อยให้ข่าวดังจนสร้างความเสียหาย
                      8. ให้รวบรวมประเมินผลการทำงานและเสนอแนะว่าควรทำอะไรเพื่อปรับปรุงการบริหารและการทำงานให้เกิดความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างเป็นระบบ มีทีมเวิร์กที่ดี
                      9. มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นที่ปรึกษาให้กับราชการส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเป็นที่ปรึกษาให้กับส่วนราชการระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมืองพัทยา และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในพื้นที่จังหวัด โดยให้มีการประสานงานกับสำนักงานจังหวัด และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทั้ง 76 แห่ง
                      10. กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ สรุปภารกิจสำคัญด้านประชาสัมพันธ์รายงานต่อประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ คือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตามเวลาที่แจ้ง และนำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดทราบ
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ภาครัฐได้เปิดตัว บริการใหม่ที่ชื่อว่า GovChannel : ศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและบริการอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐแล้ว GovChannel มีสโลแกนว่า “ประตูสู่ภาครัฐ ฉับไว ทันสมัย เข้าถึงประชาชน”   ประกอบด้วย 3 ช่องทาง คือ
                      1. ผ่านคอมพิวเตอร์ ทางเว็บไซต์ govchannel.go.th
                      2. ผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โดยติดตั้งแอปฯ GAC หรือ ศูนย์กลางแอพพลิเคชันภาครัฐ  ที่รวบรวมแอพพลิเคชั่น ภาครัฐไว้ในที่เดียวกว่า 150 แอพ ดาวน์โหลด GAC ใน ระบบ iOS ได้ที่ https://itunes.apple.com/th/app/gac/id880002354?l=th
                      ส่วน ระบบ Android ดาวน์โหลดได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=th.or.ega.appstore&hl=th
                      3. ผ่านอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ตู้ Government Kiosk ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่https://youtu.be/7lLIndArZ60
                      นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลดแอพ “คู่มือประชาชน” เพื่อใช้ในการค้นหาคู่มือบริการประชาชน
                      ระบบ iOS ดาวน์โหลดได้ที่ https://itunes.apple.com/th/app/khumux-prachachn/id1011695147?l=th&mt=8
                      ส่วน ระบบ Android ดาวน์โหลดได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=th.or.ega.ad.opdcapp

กกต.แจ้งความ’ภุชงค์’หมิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221748.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
กกต.แจ้งความ'ภุชงค์'หมิ่น

กกต.ไม่รับอุทธรณ์ ‘ภุชงค์’ ส่งฝ่ายกฎหมายแจ้งความหมิ่นประมาทแล้ว คลอดคุณสมบัติเลขาธิการ รับสมัคร 8 ก.พ. – 7 มี.ค.นี้ รอหารือร่วมรัฐบาลปมเกณฑ์ออกเสียงประชามติ

                      3 ก.พ. 59  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงวุฒิ กกต.แถลงว่า สำนักงานกฎหมายและคดีได้ไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. เพื่อกล่าวโทษนายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต. ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ขณะเดียวกัน กกต.ยังมีมติไม่รับพิจารณาคำยื่นอุทธรณ์นายภุชงค์ กรณี กกต.มีคำสั่งเลิกจ้าง ส่วนสาเหตุนั้นไม่ขอระบุ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย
                      นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กกต.ยังมีมติเห็นชอบร่างประกาศ กกต.เรื่องการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.โดยมีคุณสมบัติดังนี้ คือ ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์นับถึงวันปิดรับสมัคร ทั้งนี้ ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกจะต้องมีประสบการณ์และความสำเร็จด้านการบริหารอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการของหน่วยราชการ หรือหน่วยงานตามองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าประเภทบริหารตั้งแต่ระดับต้น หรือระดับรองอธิบดี รองผู้ว่าราชการ ส่วนองค์กรอิสระ ต้องเป็นระดับรองเลขาธิการ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบช้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 โดยต้องดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 2 ปี และต้องมีผลงานสำเร็จด้านการบริหาร ขณะที่เอกชนต้องเป็นผู้บริหารไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหาร ต้องมีรายได้ของผลประกอบการ มีหลักฐานแสดงต่อกรมสรรพากรไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้จัดตั้งพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ในพรรคการเมืองในระยะเวลา 5 ปีก่อนดำรงตำแหน่ง ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันที่ 8 ก.พ. – 7 มี.ค.นี้

‘อี้’ถอนฟ้อง’เก่ง’ปราศรัยหมิ่นฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221747.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
'อี้'ถอนฟ้อง'เก่ง'ปราศรัยหมิ่นฯ

‘อี้ แทนคุณ’ ขอถอนฟ้อง ‘เก่ง การุณ’ ปราศรัยหมิ่นฯ เลือกตั้งปี 54 ส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา

                      3 ก.พ. 59  เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3005/2555 ที่นายแทนคุณ หรือ อี้ จิตต์อิสระ อายุ 36 ปี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายการุณ หรือ เก่ง โหสกุล อดีต ส.ส.กทม.เขต 12 ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 3 และ 12 มิ.ย. 54 นายการุณ กล่าวปราศรัยหาเสียงในการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เดือน ก.ค. 54 ที่ตลาดนัดบุญอนันต์ และตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง ทำนองว่า ชาติตระกูลของคู่แข่งทางการเมืองมาจากภูเขา ที่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และบุคคลนั้นยังเคยแก้ผ้าถ่ายภาพในหนังสือเกย์ รวมทั้งคู่แข่งทางการเมืองดังกล่าวยังทำลายป้ายหาเสียงและใช้เงินเพื่อการหาเสียง ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
                      วันนี้ นายการุณ จำเลย ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่ส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากป่วย โดยมีใบรับรองแพทย์มายื่นต่อศาล
                      ส่วนนายแทนคุณ โจทก์ มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเนื่องจาก โจทก์-จำเลย ตกลงกันได้แล้ว จึงไม่ติดใจที่จะฟ้องเป็นคดีอีก
                      โดยศาลพิจารณาคำร้องโจทก์-จำเลยแล้ว เห็นว่า การพิจารณาคดีอาญาจะต้องกระทำต่อหน้าจำเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยมีเหตุไม่ได้เดินทางมาศาลในวันนี้ จึงให้งดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
                      ส่วนที่โจทก์ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีนั้น ก็ให้ส่งคำร้องขอถอนฟ้องดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ พิจารณาต่อไป
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 58 ว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ จำคุกจำเลย 2 กระทงๆ ละ 1 ปี รวม จำคุก 2 ปี แต่ทางนำสืบของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 จำคุกกระทงละ 8 เดือน คงเหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน
                      ขณะที่จากมูลเหตุคดีอาญาดังกล่าว นายแทนคุณ อดีต ส.ส.ปชป. ยังได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาทกับนายการุณ อดีต ส.ส.เพื่อไทย จำเลย ต่อศาลแพ่งด้วย ซึ่งคดีแพ่งนั้น ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 59 ให้นายการุณ จำเลย ชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงกับนายแทนคุณ โจทก์ เป็นเงิน 1 ล้านบาท

‘สุรยุทธ์’ผู้แทนพระองค์วางพวงมาลาวันทหารผ่านศึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221743.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
'สุรยุทธ์'ผู้แทนพระองค์วางพวงมาลาวันทหารผ่านศึก

‘พล.อ.สุรยุทธ์’ เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลาเนื่องในวันทหารผ่านศึกที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

                      3 ก.พ. 59  เมื่อเวลา 09.30 น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื่องในวันทหารผ่านศึก เพื่อรำลึกถึงความเสียสละและสดุดีวีรกรรมทหารผ่านศึก โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้แทนผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพ อาทิ พล.ท.เทพพงษ์ เทพจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 โดยมีสมาชิกองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้แทนส่วนราชการต่างๆ หน่วยงาน ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย สมาคม ชมรม มูลนิธิ ตลอดจนทหารผ่านศึกนอกประจำการ เข้าร่วมวางพวงมาลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสดุดีและรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของทหารผ่านศึก และเป็นการเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึกให้เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชนชาวไทย
                      จากนั้น พล.อ.ประวิตร จะเป็นประธานพิธี รับการแสดงความเคารพ และเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก จากขบวนสวนสนามของกำลังพล 3 เหล่าทัพ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาสาสมัครรักษาดินแดน และขบวนสวนสนามของทหารผ่านศึกใน 6 กรณีสงคราม ที่ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ในเวลา 15.00 น.
                      ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถูกประดับตกแต่งด้วยดอกป๊อบปี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันทหารผ่านศึกอย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศสมาชิกจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่ร่วมงานและถ่ายภาพร่วมกับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมรำลึกคุณงามความดีของทหาร ตำรวจ พลเรือน ที่เสียสละชีวิตในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งมีผู้เสียสละชีวิต 59 นาย โดยปัจจุปันมีแผ่นทองจารึกชื่อผู้เสียชีวิตและผู้เสียสละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่างๆ ตั้งแต่ปี 2483 – 2497 รวมทั้งสิ้น 807 นาย อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจคนไทยระลึกถึงความเสียสละและคุณงามความดีของทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ที่เสียสละชีวิตรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติ
                      ขณะเดียวกันได้มีทหารคอยอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรและความปลอดภัยโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกทั้งยังเป็นวันเดียวที่กระถางคบเพลิงจะถูกจุดด้วยไฟจริงๆ ทั้ง 4 ด้านในรอบ 1 ปี เพื่อสักการะดวงวิญญาณของเหล่าทหารผ่านศึก

จำคุก3ปีอดีตจนท.กกต.ฐานแก้ไขข้อมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221734.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
จำคุก3ปีอดีตจนท.กกต.ฐานแก้ไขข้อมูล

จำคุก3ปีอดีตจนท.กกต.ฐานแก้ไขข้อมูลรายชื่อสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทย

            3ก.พ.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกนายอมรวิทย์ สุวรรณผล อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3 ปี 4 เดือน และนายบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย  2 ปี ในคดีนายอมรวิทย์แก้ไขรายชื่อข้อมูลสมาชิกของพรรคพัฒนาชาติไทย ที่ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทย ไม่ครบ 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ให้เป็นผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2549

‘ใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160203/221721.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559
‘ใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์’

‘ใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์’ : ขยายปมร้อน โดยจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

            เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีการทำนายทายทักแล้วว่า หลังจาก มีชัย ฤชุพันธุ์ แถลงร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา เสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องอารมณ์บูดกับสารพันความเห็นและสารพัดคำถามจากสื่อมวลชนเป็นแน่แท้

ภาวะกู๊ดกาย ที่บิ๊กตู่รับปากผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลว่าจะปรับอารมณ์และคำตอบที่ฉุนเฉียวยามที่โดนไล่สอบถามเรื่องที่ไม่อยู่ในภาวะการชี้แจง แต่ด้วยหน้าที่สื่อมวลชนนั้น ทำให้อดไม่ได้ว่า คำถามร้อนๆ ในแต่ละวันนั้น ทำให้ผู้สื่อข่าวละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แม้อาจจะรู้ล่วงหน้าว่าบิ๊กตู่จะอยู่ในภาวะ อารมณ์ไม่ดี”

ว่ากันด้วยเรื่องของ “อารมณ์” กับ “สาระ” ยามที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติแบบนี้ นับตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน คสช.กำลังขับเคลื่อนงานปฏิรูปผ่านแม่น้ำทุกสายตามโรดแม็พ 3 ระยะ และปัจจุบันกำลังเดินอยู่ในระยะที่ 2 ควบคู่ไปกับการร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ เพื่อนำไปสู่โรดแม็พระยะที่ 3 คือ “การเลือกตั้ง” ตามที่รับปากไว้กับเลขาธิการสหประชาชาติและคนไทยทั้งชาติ เพื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามารับไม้งานปฏิรูปที่วางไว้

แต่ตลอดระยะเวลาเรื่อยมาบ่อยครั้งที่เราจะได้เห็น “อารมณ์” ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีมากเสียจนบางครั้งกลบ “สาระ” ของเรื่องที่ต้องการจะสื่อสาร โดยเฉพาะการปะทะคารมกับผู้สื่อข่าวที่เกิดขึ้นบ่อยจนสังคมเห็นเป็นจนชินตา

และจนถึงวันที่ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ฉบับ “มีชัย” ร่างแรก เปิดเผยต่อสาธารณชน ก็เหมือนการเตรียมก้าวขาเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ทว่ามีเสียงตอบรับแสดงความคิดเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญร่างนี้ไปต่างๆ นานา ถาโถมตอบกลับไปยังแม่น้ำสาย “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ฉับพลันและรุนแรง โดยเฉพาะกระแสวิจารณ์จาก “นักการเมือง” ที่บางส่วนออกมาชน ไม่ยอมรับและตำหนิติติงชนิดที่ผลักไสให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอสูรกายที่ดุร้ายของประเทศนี้ ด้วยคำว่า “ไม่เป็นประชาธิปไตย”

หากจะมองเรื่องนี้แบบง่ายๆ เลยนั้น ต้องย้อนไปดูบรรยากาศของการร่างรัฐธรรมนูญยุคก่อนๆ ที่ไม่ใช่แค่ในยุค คสช. เพราะการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่ละยุค บรรยากาศไม่ค่อยแตกต่างกัน เพราะแต่ละครั้งที่มีการเขียนกฎหมายหลักของบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ครั้งใด เสียงวิจารณ์แรงๆ แบบนี้ที่มาจาก “นักการเมือง-นักวิชาการที่ไม่กลัว” มักจะออกมาเป็นด่านหน้าด่านแรกชนกับคนร่างฯ ก่อนกลุ่มคนอาชีพอื่นๆ

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เช่นกัน “นักการเมือง” ยังคงออกมากระตุกหนวดเสือแบบแรงๆ ให้รู้ว่า ไม่ชอบ-ไม่ยอมรับ ไม่อยากใช้กติกานี้ หรือแม้แต่บางคนมองไปล่วงหน้าแบบไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าพรรคใหญ่บางพรรคอาจจะประกาศไม่ลงเลือกตั้งในปี 2560

หากเป็นแบบนั้นจริง คนที่ยิ้มหวานคือ คสช. และขั้วตรงข้ามพรรคใหญ่พรรคนั้น เพราะไร้คู่แข่งและเข้ากับคอนเซ็ปต์รัฐธรรมนูญฉบับปราบคนโกงไปโดยฉับพลัน แต่เมื่อไล่ดูข้อเท็จจริงในยามนี้ ชัดเจนเลยว่า ทุกพรรคค้านกฎหมายหลักฉบับนี้ แต่ไม่เคยพูดให้ได้ยินว่าจะคว่ำบาตรการเลือกตั้ง

แต่ไม่ว่าจะมามุมใด บิ๊กตู่ก็ย่อมเลี่ยงไม่ได้ แม้จะหงุดหงิดเพียงใด เห็นชัดๆ อาการนอตหลุดตอนเช้าก่อนเข้าประชุม ครม. แต่ตกช่วงบ่ายบิ๊กตู่ก็ปรับอารมณ์ใหม่โดยพลัน

“ในส่วนของผมในฐานะที่ต้องรับผิดชอบในภาพรวมได้สั่งการว่าเรื่องทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้ โรดแม็พว่าอย่างไรก็จะว่าไปตามนั้น คือมีการเลือกตั้งในปี 2560 และกระบวนการเลือกตั้งผมก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิมคือเดือนกรกฎาคม 2560 อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในกระบวนการเลือกตั้งให้ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาถามผมอีกว่าจะอย่างไร ผมยังยืนยันกรกฎาคม 60 เริ่มกระบวนการเลือกตั้ง หรือจะเลือกตั้งได้เร็วก็เร็ว เพราะหลังรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะมีกระบวนการอีกเยอะแยะ 3-4 อย่างก็ไปทำให้เร็วขึ้น เดือนกรกฎาคมต้องเริ่มเลือกตั้งให้ได้ และกว่าจะได้รัฐบาลมาก็อีก 1-2 เดือนมิใช่หรือ ต้องมีการประชุมสภา ซึ่งก็ต้องดูในรายละเอียดกันอีก คงไม่ใช่เรื่องกฎหมายลูกอย่างเดียว ผมไม่เคยพูดเป็นอย่างอื่นเลย ยังยืนยันว่าเป็น กรกฎาคม 60 เหมือนเดิม”

ต้องคอยดูว่า จากนี้ไปบิ๊กตู่จะมีภาวะทางอารมณ์แบบนี้อีกหรือไม่ จึงขอฝากลมฝากฟ้าไปถึงบิ๊กตู่ว่า จะทำการใดๆ ของให้ใจเย็นๆ ไว้นะโยม