เตือนเหนือ-อีสานอากาศแปรปรวน มีฝน-หนาวเย็นต่อไปอีกระยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199274

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559, 11.04 น.
26 ม.ค.59 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 19/2559 เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ดังนี้

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็น

ในวันที่ 26-27 มกราคม 2559 คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 26-27 มกราคม 2559 ไว้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559 เวลา 11.00 น.

(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย

(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

 

 

ตอนบนมีฝนและอากาศหนาวจัด กทม.อุณหภูมิต่ำสุด13-16องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199258

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559, 08.15 น.
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(26 ม.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีฝนกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 13-20 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-5 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศหนาวกับมีลมแรง กับมีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 9-11 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 16-23 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 0-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 20-21 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และ สงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-28 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.

ชัยนาทหนาวจัดอุณหภูมิ14องศา 2ผู้เฒ่าช็อกเสียชีวิตคาบ้านพัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199128

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559, 14.56 น.
25 ม.ค. 59 เวลา 09:30 น. พ.ต.ท.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ พงส.สภ.เมืองชัยนาท เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตที่ บ้านเลขที่ 55 ม.1 ต.ชัยนาท อ.เมืองชัยนาท พบศพนางจำรัส ยอดเพ็ชร อายุ 72 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้นล่างใต้บันไดทางขึ้นชั้นบน มีผ้าห่ม 1 ผืน ที่ใช้ห่มแต่คลุมอยู่เพียงที่บริเวณเท้า ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายใดๆ แพทย์คาดว่าน่าจะเสียชีวิตจากอากาศที่หนาว จัดคือเมื่อคืนที่ผ่านมา พื้นที่ จ.ชัยนาทมีอุณหภูมิที่ลดต่ำถึง14องศาเซลเซียส

โดยนายอำนวย ยอดเพ็ชร สามี อายุ 78 ปี เผยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ตายบ่นว่าหนาวจึงดื่มสุราเพื่อคลายหนาว กระทั่งเข้านอนตามปกติ จนกระทั่งช่วงสายวันนี้ตนไปปลุกให้มาทานข้าวก้พบว่าเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจอะไร จึงนำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

และอีกจุดหนึ่ง เวลาใกล้เคียงกันที่บ้านเลขที่ 150 ม.1 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท ก็มีผู้พบศพนายสัมพันธ์ เพ็งขันธ์ อายุ 68 นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านอีกราย โดยญาติๆเผยว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรคทั้งโรคหัวใจ ความดัน และโรคไต เมื่อคืนที่ผ่านมาอากาศที่หนาวมาก อาจจะเป็นสาเหตุทำให้นายสัมพันธ์เกิดอาการช็อกเสียชีวิตดังกล่าว

อุตุฯประกาศอุณหภูมิลดอีก1-3องศา กทม.-ปริมณฑลต่ำสุด13-16องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199126

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559, 14.47 น.
25 ม.ค. 59 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 16/2559 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรงเกิดขึ้น และยังคงมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส

สำหรับการคาดการณ์อุณหภูมิต่ำสุดตามภาคต่างๆ ในช่วง 1-2 วันนี้ จะมีดังนี้

ภาคเหนือ – อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส
ภาคกลางและภาคตะวันออก – อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล – อุณหภูมิต่ำสุด 13-16 องศาเซลเซียส

ในช่วงวันที่ 25-27 ม.ค. 59 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนเกิดขึ้นและยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อไปอีก ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงและหนาวเย็นลง

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-27 ม.ค. 2559 ไว้ด้วย

 

เชียงรายอุณภูมิวัดได้8องศา ขณะที่อุทยานภูชี้ฟ้าติบลบ2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/199089

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559, 10.36 น.
25 ม.ค. 59 เวลา 06.00 น. นายสนิท หอมนาน หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ได้ให้เจ้าหน้าที่อุทายนภูชี้ฟ้าทำการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินเท้าขึ้นยอดภูชี้ฟ้า เพิ่มความ ระมัดระวังการเดินขึ้นสองเท่า เพราะเกิดฝนตกปรอย ๆ และมีลมพัดแรง ประการสำคัญบนยอดภูมีอากาศที่หนาวจัด โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิยอดภูชี้ฟ้า ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร  เช้าวันนี้เวลา 06.00-08.00 น. วัดได้ -2 องศาเซลเซียส  แต่จากสำรวจไม่พบว่าเกิดแม่คะนิ่งหรือน้ำค้างแข็งเพราะมีลมและฝนตกลงมา ส่วนยอดนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นภูชี้ฟ้าในเช้าวันนี้มีจำนวน 150 คน ท้องฟ้าปิดไม่ทะเลหมอก

ส่วนอุณหภูมิที่สำนักงานวนอุทานภูชี้ฟ้า ซึ่งอยู่ต่ำกว่ายอดภูชี้ฟ้า วัดได้ -1 องศาเซลเซียส มีลมพัดแรงตลอดเวลา อากาศหนาวจัด ทั้งนี้ทางวนอุทยานภูชี้ฟ้าประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว ต้องเตรียมเครื่องกันหนาวให้มากขึ้น และการเดินขึ้นยอดภูชี้ฟ้าระยะทาง 700 เมตร ต้องปฎิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งตลอดเส้นทางเพราะทางขึ้นมีฝนตกและมีลมแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงรายพบว่า คนงานก่อสร้าง ต้องก่อไฟผิงเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นก่อนที่จะเริ่มทำงาน เพราะอากาศในพื้นที่ถือว่าหนาวจัดจนทำให้มือเย็นหยิบจับอุปกรณ์ก่อสร้างแทบที่จะไม่ได้ จึงต้องก่อไฟผิงเพื่อบรรเทาความหนาวเย็น ก่อนที่จะทำงาน เช่นเดียวกับชาวบ้านในหลายพื้นที่ต้องก่อไฟผิงเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นเช่นกัน รวมทั้งผู้ใหญ่ต้องนำเด็กเล็กมาผิงไฟด้วยเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ถึงแม้จะสวมใส่เสื้อผ้ากันหนาวหลายชั้น แต่ก็ไม่สามารถทนกับความหนาวเย็นได้จึงต้องก่อไฟเพื่อผิงบรรเทาความหนาวเย็น ประจวบกับในพื้นที่มีลมพัดตลอดเวลาจึงทำให้อากาศหนาวเย็นจัด

ทางด้านสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดเชียงราย ตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุดในเช้าวันนี้วัดได้ 8 องศาเซลเซียส ลดลงจากวานนี้ 11 องศาเซลเซียส  ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนประชาชนให้สวมใส่เสื้อให้มากขึ้นและดูแลเด็กผู้สูงอายุให้มาก เพราะอากาศถือว่าหนาวจัด

 

ทอ.เล็งเปิดรับ‘นักบินหญิง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160202/221678.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
ทอ.เล็งเปิดรับ‘นักบินหญิง’

‘ผบ.ทอ.’ เผยเล็งเปิดรับ ‘นักบินหญิง’ บินเครื่องบินลำเลียง ระบุเดินหน้าทำโครงการนำร่องเสนอกระทรวงกลาโหม คาดปีนี้เป็นรูปเป็นร่าง

      ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) วันที่ 2 ก.พ.59 พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายสามารถในการบินกองทัพอากาศ และมอบประกาศนียบัตรนักบินประจำกองแก่ศิษย์การบิน นายทหารสัญญาบัตร รุ่นที่ 136-57-2 ที่สำเร็จการฝึกอบรมตามหลักสูตรการฝึกศิษย์การบินกองทัพอากาศ จำนวน 28 คน
      ทั้งนี้ พล.อ.อ.ตรีทศ ได้กล่าวให้โอวาทแก่นักบินใหม่ตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ นักบินใหม่ทุกคนที่ได้เข้าสู่การเป็นนักบินประจำกอง ถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของกองทัพ มีภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงของประเทศ ขอให้ใช้ความรู้ ความสามารถ และความรอบคอบพัฒนาทักษะการบิน และการรับราชการ พร้อมทั้งรักษาทรัพย์สินของทางราชการ ขอให้ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถสมกับเป็นนักบินที่กล้าหาญ และเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของกองทัพ
      จากนั้น พล.อ.อ.ตรีทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองทัพอากาศจะเปิดรับนักบินหญิงว่า ผู้หญิงมีขีดความสามารถเช่นเดียวกับผู้ชาย หลายประเทศก็มีนักบินหญิงที่สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง รวมถึงเรื่องการบิน ตนคิดว่าผู้หญิงก็มีขีดความสามารถ และมีความละเอียดอ่อนถี่ถ้วนมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการทำการศึกษาคุณสมบัติว่าถ้ากองทัพอากาศมีนักบินหญิงแล้วจะเป็นอย่างไร โดยจะมีการทำเรื่องขออนุมัติจากกระทรวงกลาโหมเพื่อทำโครงการนำร่องขึ้นมาช่วงระยะหนึ่ง ประมาณ 2-3 ปี และประเมินผลว่าถ้ามีการรับนักบินหญิงเข้ามาทำงานกับกองทัพจะเป็นอย่างไร จะมีผลกระทบและข้อขัดข้องอย่างไร อีกทั้งต้องดูแนวทางว่าจะรับจากคนข้างนอกหรือรับจากคนภายใน เพราะเรื่องการบินนักบินทุกคนต้องบินตามมาตรฐานสากล ส่วนนักบินทหารนอกจากการบินตามมาตรฐานสากลแล้วยังต้องมีการบินด้านยุทธวิธีด้วย ดังนั้น การที่จะรับนักบินหญิงเข้ามาต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ถ้าโครงการดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดีก็จะดำเนินการต่อในระยะยาว แต่ทั้งนี้นักบินหญิงคงไม่ได้เริ่มจากโรงเรียนนายเรืออากาศและโรงเรียนการบิน โดยขั้นต้นนี้ยังไม่ใช่เครื่องบินขับไล่ แต่จะเป็นเครื่องบินลำเลียง ตนคาดว่าภายในปีนี้จะเห็นโครงการดังกล่าวเป็นรูปเป็นร่าง
      “กองทัพอากาศตอนนี้มีปัญหาเรื่องนักบินลำเลียง เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว เราก็สูญเสียนักบินเครื่องบินลำเลียงให้กับภาคอุตสาหกรรมการบินพอสมควร ถ้ามีนักบินหญิงเข้ามาช่วยกองทัพอากาศอีกก็จะดี แทนที่จะสูญเสียนักบินไปเพียงอย่างเดียว เราก็มีคนข้างนอกเข้ามาช่วย สำหรับการแก้ไขปัญหาที่เรียกว่าสมองไหลในระยะยาวนั้น ตอนนี้ ก็เป็นปัญหาไม่ใช่เฉพาะนักบิน แต่มีเรื่องของช่างด้วย ทางผู้บังคับบัญชาการกองทัพอากาศพยายามดำเนินการให้เขามีความภูมิใจในความเป็นกองทัพอากาศ ภูมิใจในความเป็นนักบินและช่างของกองทัพอากาศ และพยายามที่จะให้สวัสดิการความจำเป็นพื้นฐานให้เพียงพอ ถ้าเขามีความจำเป็นและมีความภูมิใจ แต่ไม่ต้องการเงินเดือนที่มากขึ้น ผมคิดว่าเขาก็จะอยู่กับกองทัพอากาศ อีกทั้งต้องให้ความยุติธรรมในเรื่องเส้นทางการรับราชการของพวกเขาต้องมีความชัดเจน หากเขาพอใจแม้อยู่กับกองทัพอากาศเงินเดือนจะน้อย แต่ก็มีความสุขในการทำงาน คิดว่าเขาจะอยู่กับเราเพื่อช่วยพัฒนากองทัพต่อไป เพราะงานของกองทัพมีมาก” พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าว
ทอ.ช่วยเหลือภัยแล้ง เตรียมทำฝนหลวงช่วยประชาชน มี.ค.นี้
      2 ก.พ. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสพปัญหาภัยแล้งว่า ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยของกองทัพอากาศที่อยู่ทั่วประเทศไปดูความต้องการของประชาชนที่แท้จริง เมื่อได้ข้อมูลมาก็ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหา พร้อมทั้งนำข้อมูลมาเสนอรัฐบาลเพื่อหาหนทางแก้ไข ที่ผ่านมากองทัพอากาศก็ช่วยเหลือในเรื่องของการขุดบ่อกักเก็บน้ำ รวมถึงทางส่วนกลางก็เตรียมเครื่องบินเพื่อทำฝนหลวง ซึ่งมีแผนเริ่มดำเนินการในเดือน มี.ค.เป็นต้นไป ถ้าสภาพอากาศเป็นใจเชื่อว่าจะสามารถทำฝนได้ แต่ทั้งนี้บางพื้นที่ก็มีปัญหาว่าในช่วงฝนตกไม่มีพื้นที่กักเก็บน้ำได้ ส่วนบางพื้นที่ก็ขอทำฝาย เราก็ให้หน่วยไปสำรวจพื้นที่เพื่อนำข้อมูลออกมาเพื่อประสานกับทางจังหวัดช่วยดูแลร่วมกัน
‘ผบ.ทอ.’ สั่งกำลังพลทำความเข้าใจปชช.ปมร่างรธน.
      พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการให้กำลังพลกองทัพอากาศช่วยทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกกับประชาชนว่า ตนได้สั่งให้กำลังพลศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำความเข้าใจว่าเป็นอย่างไร ส่วนการทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น ต้องไปสื่อสารให้ประชาขนรับทราบข้อมูล แต่ประชาชนเองก็ต้องให้ความสนใจเช่นกัน เพราะร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนต้องมีส่วนร่วม
      เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกเป็นอย่างไร พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าวว่า ไม่ขอให้ความคิดเห็นดีกว่า เมื่อถามต่อว่าแม่น้ำ 5 สายจะมีการหารือร่วมกันหรือไม่ พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าวว่า เรื่องนี้มีผู้ที่ดำเนินการอยู่แล้ว ในส่วนของกองทัพก็ให้ความรู้กับกำลังพล และพยายามให้กำลังพลไปสื่อสารกับประชาชนให้สนใจและมีความรู้เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องศึกษาร่างรัฐธรรมนูญ
‘ผบ.ทอ.’ ยันซากวัตถุที่จ.นครศรีธรรมราชไม่ใช่เครื่องทอ.-เร่งตรวจสอบ
      พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบซากวัตถุที่จ.นครศรีธรรมราช ที่คาดว่าอาจจะเป็นเครื่องบินว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องดำเนินการ โดยมีหน่วยงานตรวจสอบเรื่องอากาศยานอุบัติเหตุ ต้องดูว่าชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนของอากาศยานอะไร ในส่วนของกองทัพอากาศได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่ชิ้นส่วนอากาศยานของกองทัพอากาศ แต่ก็ได้เก็บรักษาวัตถุดังกล่าวไว้เพื่อเป็นหลักฐานให้ทางกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการต่อว่าวัตถุดังกล่าวมาจากไหน โดยมีคณะกรรมการของกระทรวงฯเข้ามาดำเนินการ
      เมื่อถามว่า จากสภาพวัตถุคาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินหรือไม่ พล.อ.อ.ตรีทศ กล่าวว่า จากที่ลงข่าวทราบว่ายังไม่ใช่ชิ้นส่วนของเครื่องบิน ซึ่งต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะมีความชัดเจนทั้งเลขนัมเบอร์ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของอะไร แต่ในขั้นต้นไม่ใช่ชิ้นส่วนเครื่องบินของกองทัพอากาศ

เรียก’ตู่’พบด่วนที่กองทัพภาค1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160202/221676.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
เรียก'ตู่'พบด่วนที่กองทัพภาค1

‘จตุพร’ เผย แม่ทัพภาคที่ 1 เชิญพูดคุย อ้างไม่รู้เรื่องอะไร ทหารชี้พูดใส่ร้าย ไม่กักตัวค้างคืน พร้อมปล่อยกลับบ้านหลังเข้าใจกัน

                       2 ก.พ. 59  เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.  ทหารซึ่งแจ้งว่าจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้โทรศัพท์มาเชิญนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไปพูดคุยร่วมกันที่กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งขณะนั้นนายจตุพร กำลังเตรียมตัวอัดรายการ “มองไกล” ที่ถ่ายทอดผ่านทางยูทูบระหว่างเวลา 11.00 – 12.00 น. นายจตุพร จึงได้เดินทางไปที่กองทัพภาคที่ 1 ทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังคนติดตามนายจตุพร ก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง และกำลังพูดคุยกันอยู่ รวมทั้งไม่ทราบว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.30 น.  นายจตุพร ได้เดินทางมายังกองทัพภาคที่ 1 ด้วยรถตู้ส่วนตัวยี่ห้อโฟล์คสวาเกน
                       นายจตุพร กล่าวว่า ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์มาหาตน โดยระบุว่า ขอเชิญมาพูดคุยร่วมกับ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าเป็นเรื่องใด ทั้งนี้ ตนจะเปิดเผยรายละเอียดหลังการพูดคุยกับสื่อมวลชนอีกครั้งในภายหลัง
                       ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยว่า การเชิญตัวมาพูดคุยในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้เชิญตัวนายจตุพร มาพูดคุยเพียงคนเดียว ซึ่งไม่ได้เป็นการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 แต่เป็นการพูดคุยในระดับเจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ของกองทัพภาคที่ 1 เท่านั้น ในกรณีที่นายจตุพรไปกล่าวในรายการหนึ่งทางช่อง PEACE TV โดยมีการใช้ข้อความกล่าวหาว่า ทหารเป็นอันธพาลกวนเมือง ทางเจ้าหน้าที่ กกล.รส. จึงจำเป็นต้องเชิญตัวมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ เพราะที่ผ่านมานายจตุพรก็รับปากให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายครั้งแล้วในเรื่องการแสดงความคิดเห็น วันนี้จึงเรียกมาพูดคุยเฉยๆ ไม่ได้มีการกักตัวไว้แต่อย่างใด เมื่อเข้าใจกันแล้วก็จะให้นายจตุพรกลับบ้านได้ ยืนยันว่าเป็นการคุยกันดีๆ
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยมีสื่อมวลชนบางส่วนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1

‘บิ๊กโด่ง’ปัดกองทัพเจรจาซื้อรถถังรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160202/221670.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
‘บิ๊กโด่ง’ปัดกองทัพเจรจาซื้อรถถังรัสเซีย

‘พล.อ.อุดมเดช’ ปัดกองทัพเจรจาซื้อรถถังจากรัสเซีย แจงเรื่องนี้ยังต้องพิจารณา

      2 ก.พ.59 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เปิดเผยกรณีสื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่ากองทัพบกไทยสนใจสั่งซื้อรถถัง รุ่น T-90 และ T-14 จากประเทศรัสเซีย ว่า ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เรื่องนี้ยังต้องพิจารณา จึงยังไม่มีการเจรจากับทางการรัสเซียแต่อย่างใด ยืนยันว่ายังไม่มี

‘บิ๊กตู่’ขอสื่อยกระดับการทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160202/221669.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
‘บิ๊กตู่’ขอสื่อยกระดับการทำงาน

‘สรรเสริญ’ เผย ‘นายกฯ’ ขอสื่อยกระดับการทำงาน อย่าตกเป็นเครื่องมือคนมีวาระซ่อนเร้นใช้เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนทำลายปท. แนะปฏิรูป-เลิกขายข่าวสีสันไร้สาระ

      2 ก.พ.59 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แสดงความเป็นห่วงต่อแนวทางการทำงานของสื่อมวลชนบางแขนง บางสังกัด ที่ยังขาดการใช้ดุลพินิจแยกแยะว่าเรื่องใดมีสาระควรเป็นข่าว หรือเรื่องใดมีเพียงสีสันแต่หาประโยชน์ไม่ได้ โดยสื่อควรเลือกนำเสนอข่าวที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต หรือ ทำให้ประชาชนเกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเอง
      “นายกฯ ห่วงเป็นพิเศษ สำหรับสื่อมวลชนที่ยังขาดจรรยาบรรณปล่อยให้นักการเมือง นักปลุกระดมบางกลุ่มบางคนที่มีวาระซ่อนเร้น มาใช้สื่อเป็นช่องทางนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน สร้างความสับสนในสังคม พูดขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว ขยายความขัดแย้งในประเทศไม่รู้จักจบสิ้น ที่สำคัญ ข้อมูลเท็จและกล่าวให้ร้ายต่อสถานการณ์ภายในประเทศจากบุคคลเหล่านี้ เมื่อมีการเผยแพร่ออกไป ยังทำลายภาพลักษณ์ของชาติในสายตาประชาคมโลก ที่อาจไม่เข้าใจสถานการณ์จริงของประเทศไทย ซึ่งสื่อมวลชนไม่ควรปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลายชาติทางอ้อมเช่นนี้” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
      โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า สื่อควรยกระดับการทำงานและปฏิรูปตนเอง มองประโยชน์และภาพรวมที่จะเกิดขึ้นกับประเทศด้วย เลิกขายข่าวสีสัน ข่าวความขัดแย้ง ไร้สาระ และข่าวความคิดเห็นที่ขาดความเป็นกลาง แล้วมุ่งเสนอข้อเท็จจริงที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วอย่างถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สื่อต้องทำหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น
      พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้สื่อยังควรระมัดระวังการเสนอข่าวในเชิงชี้นำหรือนึกคิดสรุปไปเอง โดยปราศจากข้อมูลและความเข้าใจที่ถูกต้อง เช่น การวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเพียงผิวเผิน บางจุดบางประเด็นโดยปราศจากความพยายามที่จะเข้าใจเจตนารมย์สำคัญของการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าทำไปเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรง ความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำรอยอีก และป้องกันคนโกงคนเลวไม่ให้เข้ามามีอำนาจ แสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ ทั้งนี้นายกฯ กล่าวย้ำในการประชุม ครม.เสมอว่า รัฐบาลไม่ต้องการแสวงหาอำนาจ แต่ต้องใช้อำนาจเพื่อรักษาประเทศชาติให้มั่นคงไว้เพื่อลูกหลานในอนาคต
‘นายกฯ’ ฉุนสื่อวิพากษ์รัฐธรรมนูญ-แต่งตั้งทหาร
      2 ก.พ. เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุมคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เข้ามอบดอกป๊อปปี้ สัญลักษณ์แสดงความระลึกถึงและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก เนื่องใน “วันทหารผ่านศึก”แก่นายกรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่า อยากให้ดูแลทหารให้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเพราะเป็นผู้ปกป้องรักษาแผ่นดิน และทหารส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนจน นอกจากจะต้องมาตายฟรีและบาดเจ็บฟรีแล้ว ยังโดนคนเหยียบย่ำซึ่งใครก็รับไม่ได้ ดังนั้นต้องบอกให้ทหารมีศักดิ์ศรี เพื่อให้คนยอมรับ ซึ่งคนจนยังไงก็จนจะไปโทษเขาไม่ได้ แต่ต้องสร้างคนให้รู้หน้าที่อยู่ในกรอบกฎหมายและกติกาบ้านเมืองทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่เช่นนั้นพวกขยะมันเยอะ
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพล.อ.ประยุทธ์ได้รับฟังรายละเอียดโปรแกรมประยุกต์เคลื่อนที่ WMApp ให้ผลการพยากรณ์อากาศความละเอียดสูงผลงานจากบัณฑิตวิทยาลัยสหวิทยาการ วิทยาศาสตร์ระบบโลกและการจัดการภัยธรรมชาติอันดามัน มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ได้หันมาถามกลุ่มผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหาวันนี้คือการชี้แจงให้ทุกคนได้รับรู้ โยเฉพาะชาวบ้าน ปัญหาสำคัญคือแหล่งน้ำที่ไปขุดไว้ไม่ตรงกับพื้นที่การเกษตร น้ำมีในเขื่อนในอ่างเก็บน้ำ แต่พื้นที่ปลูกข้าวและทำการเกษตรอยู่ห่างไกล จะทำอย่างไรจึงจะให้มีน้ำไปถึงพื้นที่เหล่านั้น ถามว่าใครเป็นคนไปทำสิ่งเหล่านี้ ขุดในพื้นที่ไม่จำเป็น ถามว่าใครทำ
      ผู้สื่อข่าวจึงได้ตอบกลับว่าทหารเป็นคนขุด พล.อ.ประยุทธ์ แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมกล่าวว่า “เดี๋ยวก็ทุบเลย หาว่าทหารทำ ไม่รู้เรื่อง ใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนบริหารประเทศ รัฐบาลไหนก็ไม่รู้ แต่รัฐบาลนี้ต้องมาแก้ไขทุกเรื่อง ผมบอกกรมชลประทานไปแล้ว ไม่ต้องมาพูดว่าน้ำตะวันตกหรือน้ำตะวันออก ชาวบ้านเขาไม่รู้เรื่อง มันต้องแยกพื้นที่ออกมาเป็นภูมิภาค ในแต่ละพื้นที่มีแหล่งน้ำอยู่ที่ไหน ทั้งในและนอกเขตชลประทาน แหล่งน้ำธรรมชาติ เขื่อน แหล่งน้ำในนา ต่อไประบบส่งน้ำอยู่ที่ไหนจะต้องทำและนำไปสู่การทำโซนนิ่ง ทำไมทหารทำผิดหรือ”
      เมื่อผู้สื่อข่าวชี้แจงว่า คิดว่านายกฯ ถามว่าใครเป็นคนขุดแหล่งน้ำต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบโต้อย่างดุเดือดว่า “ผมไม่ถามแบบนั้นหรอก ถามอย่างนี้อย่ามาเป็นนายกฯ ไม่ต้องเป็น ใครก็เป็นได้ พวกเธอเป็นแบบนี้ทำให้ฉันโมโห นึกถึงสมองฉันบ้างสิ พวกเธอไม่พัฒนาและให้ฉันพัฒนาอยู่คนเดียว มันจะรู้เรื่องไหม ฉันไม่ได้เก่งกว่าเธอ พวกเธอเก่งกว่าฉันอยู่แล้ว เพราะพวกเธอบริหารประเทศมาทุกรัฐบาล”
      จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมชุดตรวจวัณโรค และวัณโรคดื้อยา ซึ่งนายกรัฐมนตรียังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียวต่อเนื่อง โดยกล่าวว่า “การพัฒนาต่างๆ จะต้องทำให้เป็นขั้นตอนไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นเหยื่อจากเรื่องอื่นไปหมด วันนี้ผมต้องขอโทษที่อารมณ์เสีย” จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้หันมายังกลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวต่อว่า “ไอ้พวกดื้อยา ไอ้พวกดื้อตาใส เจตนาดื้อ ดื้อแบบไม่บริสุทธ์ นักวิชาการก็ต้องรีบทำ รีบพัฒนา หลังจากรัฐบาลนี้ก็คงไม่มีใครทำแล้ว อยากถามใครจะทำ ไปถาม ไปบังคับเขากันบ้าง” ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่าก็ต้องเป็นรัฐบาลชุดหน้าทำ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างดุเดือดว่า ไปถามเขาเลย ไม่ต้องมาถ้า ไปบังคับให้เขาทำเหมือนอย่างที่คุณบังคับผม” ผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่า ก็ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “แล้วเขียนไว้มันได้หรือไม่ล่ะ รัฐธรรมนูญไม่เป็นสากล แล้วช่วยอะไรกันบ้างอธิบายกันบ้างมั้ย”
      ผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่า ทุกวันนี้สื่อก็ทำความเข้าใจกับสาธารณะอยู่แล้วตามหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อ๋อเหรอ เห็นถามฉันอยู่ทุกวันจะเลือกตั้งหรือเปล่า จะทำได้ทันในปี 60 หรือเปล่า ถามอยู่แค่นี้ จะเลือกอะไรก็เลือกไป จะเลือกพรุ่งนี้ก็เลือกไป ไปเลือกมา แล้วก็ได้ไอ้คนเฮงซวยเข้ามาอีก จะทำอย่างไรไปจัดการซะ ถ้าไม่เฮงซวยก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน” โดยเมื่อพูดจบพล.อ.ประยุทธ์ ได้โยนกล่องชุดตรวจวัณโรค และวัณโรคดื้อยา ใส่กลุ่มผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะหันไปชิมน้ำจิ้มสุกี้จากน้ำส้มสับปะรด ซึ่งเป็นผลงานวิจัยด้านอาหาร และบรรจุภัณฑ์
      ก่อนจะหันมาใส่อารมณ์กับผู้สื่อข่าวอีกว่า “ต้องทำงานและพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เรื่อย ๆ เพราะมีพวกยุแยงตะแคงรั่วอยู่เรื่อย ๆ รำคาญ เอาสิ ด่าผมมาเลย ไม่กลัวอยู่แล้ว ด่ามา ว่ามา แล้ววันข้างหน้าก็คอยดูแล้วกัน ถ้าประเทศบาติมันย่อยยับไปละก็อย่ามาโทษฉัน ผมพูดทุกอย่างรู้เรื่อง เพราะอ่าน สื่ออ่านกันบ้างไหมแล้วเจอบ้างหรือไม่สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำดี ๆ ไว้ อ่านกันหรือเปล่า ตอบมาสิ”
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ เรียกหาโทรศัพท์เพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกล่าวว่า “ขอสู้กันสักตั้ง ไม่รู้จะส่งกันมาทำไม ส่งมาเพื่ออะไร จะให้ฉันทำอะไร ถ้าคิดกันแค่นี้อย่ามาเป็นสื่อ ไปเป็นอะไรก็ได้ จะส่งมาทำไมวะ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นเรื่องอะไร จึงทำให้นายกฯ โมโหได้ขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบโต้ทันทีว่า ” โง่ ก็ไปหาเอาเอง คำตอบน่ะ พวกเธอฉลาดกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ฉันจะส่งให้คนที่มันไม่ฉลาดอ่าน เธอฉลาดแล้วไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องเสนอรูป เสนอภาพฉันก็ได้ มันไม่เกิดประโยชน์ การทำเพื่อชาติบ้านเมือง มันลำบากนักก็ไม่ต้องทำหรอก ล้วง แคะ แกะ เกามันทุกเรื่อง ไม่ต้องมาตั้งกันอีกแล้วเรื่องของทหาร เป็นผบ.กับเขาหรือยังไง เป็นแก๊งนี้แก๊งนั้น มันบ้าหรือเปล่า
      จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวระหว่างดูผลงานเลนส์เสริมสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกล้องจุลทรรศน์แบบพกพาว่า “ผมไม่รู้เป็นอะไร คิดอะไรมามันผิดไปหมด” ก่อนที่จะเดินไปกลุ่มของนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุขที่นำคณะพร้อมศิลปินดารา อาทิ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว หรือ บี้ the star เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อเชิญชวนสวมสายรัดข้อมือ และ ลงนามในโปสเตอร์ “ We Can. I Can.” รณรงค์ป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องใน “วันมะเร็งโลก ” ซึ่งตรงกับวันที่ 4 ก.พ.ของทุกปี โดยนายกรัฐมนตรีได้เขียนข้อความรณรงค์ว่า ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ตามคำแนะนำแพทย์และสาธารณสุข ไม่มีใครรักเรา ดูแลเราได้ดีที่สุดมากกว่าตัวเราเอง
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดข่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ อารมณ์เสียตั้งแต่ช่วงเช้าหลังจากได้อ่านหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง รวมทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำ โดยเฉพาะในส่วนของทหาร ถึงขนาดมอบหมายให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีส่งข้อความข่าวมายังสื่อมวลชนในทำนองต่อว่าการทำหน้าที่ของสื่อและขอให้ยกระดับการทำหน้าที่ ทั้งนี้เมื่อสอบถามไปยังกลุ่มคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีถึงสาเหตุที่ทำให้นายกรัฐมนตรีอารมณ์เสียเพราะอะไร ก็ได้รับการยืนยันว่ามาจากเรื่องรัฐธรรมนูญและการแต่งตั้งทหาร
‘นายกฯ’ เข้าทำเนียบฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมครม.
      ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ในช่วงเช้าตามปกติ เพื่อเตรียมที่จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ในเวลา 09.00 น.
      โดยก่อนการเข้าประชุม ครม. นั้น ได้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเชิญชวนสวมสายรัดข้อมือ (Wristband) และ ลงนามในโปสเตอร์ ” We Can. I Can.” เพื่อใช้รณรงค์ป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องใน “วันมะเร็งโลก (World Cancer Day)” , สำนักงานคณะกรรมการ วิจัยแห่งชาตินำผลงานการประดิษฐ์จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาจัดแสดงแก่นายกรัฐมนตรี เพื่อเผยแพร่ผลงานของนักประดิษฐ์ และ คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อมอบดอกป๊อปปี้ สัญลักษณ์แสดงความระลึกถึงและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก เนื่องใน “วันทหารผ่านศึก”

‘นพดล’ชี้‘พท.’ไม่กลัวการปราบโกงแต่กลัวโกงการปราบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160202/221668.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559
‘นพดล’ชี้‘พท.’ไม่กลัวการปราบโกงแต่กลัวโกงการปราบ

“นพดล” ชี้ พรรคเพื่อไทย ไม่กลัวการปราบโกง แต่กลัวโกงการปราบ

          วันที่ 2 ก.พ.59 นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่มีการกล่าวหาว่า พรรคเพื่อไทยไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะกลัวรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงที่เป็นยาแรงนั้น ขอชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายสนับสนุนการปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ พรรคไม่มีปัญหากับการปราบโกง เพียงแต่ให้มีการดำเนินการตามเนื้อผ้า ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เพราะพรรคและผู้สนับสนุนพรรครู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นเหยื่อของการละเมิดหลักนิติธรรม และรู้สึกว่าพรรคทำอะไรก็ผิด แต่บางฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด ดังนั้นพรรคไม่ได้กลัวยาแรง แต่กลัวยาสั่ง พรรคไม่ได้กลัวการปราบโกง แต่กลัวการโกงการปราบ คือการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน คนไทยไม่มีสิทธิปฏิเสธการปราบโกง แต่มีสิทธิปฏิเสธการเลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน
          นายนพดล กล่าวว่า  ส่วนสาเหตุหลักที่พรรคเพื่อไทยวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยนั้นก็วิจารณ์ตามเนื้อผ้าและหลักการ เนื่องจากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญรอนสิทธิประชาชน มีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตยและขัดหลักสากล อีกทั้งจะทำให้ได้รัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ให้อำนาจองค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงประชาชนมากเกินควรโดยไร้การตรวจสอบการใช้อำนาจที่เหมาะสม ไม่เคารพอำนาจอธิปไตยของประชาชน และเขียนรัฐธรรมนูญที่แก้ได้ในทางทฤษฎีแต่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ปิดตายถาวร แก้ไม่ได้ โดยไม่สำนึกว่าการร่างเกิดจากการรัฐประหารไม่ใช่ตัวแทนประชาชน ดังนั้น การวิจารณ์และคัดค้านของพรรคจึงไม่ได้ทำเพื่อตัวพรรคเอง แต่กระทำตามเนื้อผ้า ส่วน กรธ.จะรับฟังหรือไม่ก็เป็นสิทธิ พรรคเชื่อว่า กรธ.มีความรู้ที่จะร่างรัฐธรรมนูญที่ดีได้ ส่วนจะมีปัญญาที่จะทำหรือไม่พรรคไม่ทราบ