เทปโกยอมรับ ปิดบังเรื่องเตาปฏิกรณ์โรงนุกฟูกูชิมาหลอมละลายนาน 2 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581978

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ก.พ. 2559 02:15

 

(ภาพ: REUTERS)

บริษัท เทปโก ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าของญี่ปุ่น ออกมายอมรับว่าพวกเขาปิดบังเรื่องการหลอมละลายของแกนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา ไดอิจิ นานกว่า 2 เดือนทั้งที่ควรประกาศเร็วกว่านี้มาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท โตเกียว อีเล็กทรอนิค พาวเวอร์ โค. หรือ เทปโก ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา ไดอิจิ ซึ่งถูกคลื่นยักษ์สึนามิซัดเข้าใส่หลังเหตุแผ่นดินไหวระดับ 9.0 เมื่อเดือน มี.ค. 2011 ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่า พวกเขาควรจะประกาศเรื่องการหลอมละลายของแกนกลางเตาปฏิกรณ์แห่งนี้สู่สาธารณะภายในไม่กี่วันหลังเกิดเหตุ แต่กลับปฏิเสธข่าวนานกว่า 2 เดือน

แถลงการณ์ของเทปโกระบุว่า บริษัทมีข้อบังคับอย่างชัดเจนว่าควรจะประกาศเรื่องการหลอมละลายของแกนเตาปฏิกรณ์เมื่อความเสียหายเกิน 5% แต่พวกเขากลับแจ้งเรื่องต่อทางการญี่ปุ่น 3 วันหลังเกิดเหตุ ซึ่งความเสียหายเกิน 50% ไปแล้ว และไม่ยอมประกาศให้สาธารณะได้รับรู้เป็นเวลานานกว่า 2 เดือน ซึ่งทางบริษัทจะดำเนินการสืบสวนว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่ทำตามกฎข้อนี้

ทั้งนี้ การหลอมละลายของแกนเตาปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา ไดอิจิ เมื่อเดือน มี.ค. 2011 มีสาเหตุจากโรงไฟฟ้าสูญเสียพลังงานเพราะน้ำจากสึนามิไหลเข้าท่วม จนสูญเสียความสามารถในการหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ทำให้เกิดแก๊สและความร้อนสะสมจนเกิดระเบิด

หายนะในครั้งนี้ทำให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบกว่า 160,000 คนต้องอพยพหนีกัมมันตภาพรังสีที่แพร่กระจายออกมาไปยังที่ปลอดภัย และจนถึงปัจจุบันรังสีที่รั่วไหลออกมายังอยู่ในระดับสูงทำให้ผู้ที่ต้องอพยพส่วนใหญ่ยังไม่สามารถกลับมายังบ้านของตัวเองได้ นับเป็นอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่หายนะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เชอร์โนบิล ในยูเครนเมื่อปี 1986

รัสเซียส่งอาก้า 10,000 กระบอกเป็นของขวัญให้อัฟกานิสถาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581943

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 23:50

 

อเล็กซานเดอร์ มานตีตสกีย์ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศอัฟกานิสถาน (ซ้าย) ส่งมอบปืนอาก้าให้แก่ นายฮานิฟ อัตมาร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอัฟกัน (ภาพ: AFP)

รัสเซียส่งปืนอาก้าจำนวน 10,000 กระบอกเป็นของขวัญให้แก่ประเทศอัฟกานิสถาน โดยมีพิธีส่งมอบในวันพุธ และให้สัญญาว่าจะช่วยชาวอัฟกันต่อสู้กับการก่อการร้าย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศรัสเซียส่งปืนไรเฟิลอัตโนมัติ ‘เอเค-47’ หรือปืนอาก้า จำนวน 10,000 กระบอก พร้อมกระสุนอีกหลายล้านลูกเป็นของขวัญให้แก่ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันพุธที่ 24 ก.พ. ถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งบอกว่า รัสเซียกำลังเพิ่มการมีส่วนร่วมในกิจการของอัฟกานิสถาน

ในพิธีส่งมอบอาวุธที่จัดขึ้นเมื่อวันพุธ นายฮานิฟ อัตมาร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอัฟกานิสถานระบุว่า “ของขวัญนี้แสดงถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ของขวัญที่สำคัญนี้ มาจากมิตรที่สำคัญของอัฟกานิสถาน ในช่วงเวลาอันโหดร้ายสำหรับทั้งอัฟกานิสถานและภูมิภาคนี้” นายอัตมาร์ยังยืนยันด้วยว่า การส่งมอบอาวุธและเครื่องกระสุนที่เกิดขึ้น อยู่ภายใต้ข้อตกลงความมั่นคงที่มีอยู่แล้วของทั้ง 2 ประเทศ

ขณะที่ นายอเล็กซานเดอร์ มานตีตสกีย์ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศอัฟกานิสถาน บอกกับทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่มาร่วมภายในงานว่า รัสเซียตั้งใจจะทำงานร่วมกับอัฟกานิสถานในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ เช่น การก่อการร้ายและยาเสพติด

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อัฟกานิสถานกำลังประสบปัญหาในการรักษาความปลอดภัยของประเทศจากการโจมตีก่อการร้ายที่รุนแรงมากขึ้น โดยพวกเขาต้องรับความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การถอนกำลังของกองทัพพันธมิตรนำโดยนาโต ทำให้ผู้นำอัฟกันหันไปพึ่งพารัสเซีย เช่น ขออาวุธขนาดเล็ก, ปืนใหญ่ และเฮลิคอปเตอร์จู่โจม

แอมเนสตี้ฯ พบ 113 ประเทศทั่วโลก รวมไทย จำกัดสิทธิ คุกคามสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581859

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 18:30

 

(ภาพจากเว็บไซต์ Amnesty International Thailand)

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ปี 58-59 พบ 113 ประเทศจาก 160 ประเทศทั่วโลก จำกัดสิทธิด้านการแสดงออก คุกคามสื่อ ขณะที่ภาพรวมไทยยังน่ากังวล หวัง รบ.สร้างมาตรการผ่อนคลาย ยุติการจับกุมคุมตัวโดยพลการ-ใช้ศาลทหารตัดสินคดีของพลเรือน ปฏิบัติตามพันธกรณีสากลให้สิทธิขั้นพื้นฐาน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จัดแถลงข่าวพร้อมกันทั่วโลก โดยได้มีการเปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2558-59 ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ โดยนายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แอมเนสตี้ฯ ได้รวบรวมและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจาก 160 ประเทศ ในปี 2558 พบว่า ในบางพื้นที่สถานการณ์ดีขึ้น แต่ในหลายพื้นที่กลับแย่ลง โดยมีอย่างน้อย 113 ประเทศทั่วโลก ยังคงจำกัดสิทธิในการแสดงออกและคุกคามสื่อมวลชน

นอกจากนี้ แอมเนสตี้ฯ ยังระบุว่า ปัจจุบันมีผู้พลัดถิ่นจากบ้านเกิดมากกว่า 60 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งผู้คนเหล่านั้น ยังคงพลัดถิ่นเป็นเวลาหลายปี หรืออาจจะนานกว่านั้น และรัฐบาลมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ยังบังคับให้ผู้ลี้ภัยกลับไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้ง ไม่น้อยกว่า 36 ประเทศทั่วโลก ยังคงมีความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธ

ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน พบไม่น้อยกว่า 156 คน ถูกฆาตกรรมและเสียชีวิตขณะถูกคุมขัง โดยมากกว่า 61 ประเทศ จับกุมคุมขังนักโทษทางความคิด เพียงเพราะการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก และมากกว่า 122 ประเทศ มีการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อพลเรือน ขณะที่อาชญากรรมสงครามหรือการละเมิดกฎหมายสงครามที่เกิดขึ้นมีไม่น้อยกว่า 19 ประเทศทั่วโลก

“4 ประเทศ ผ่านกฎหมายที่กำหนดให้คู่รักเพศเดียวกัน สามารถแต่งงานกันได้หรือยอมรับในความสัมพันธ์ของคู่รักเพศเดียวกัน ปี 2558 รวมแล้วปัจจุบันมีอย่างน้อย 20 ประเทศทั่วโลกที่ผ่านกฎหมายนี้” นายชำนาญ กล่าว และว่า ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของประเทศทั่วโลก มีการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรม หรือสาธารณชนไม่ได้รับความยุติธรรม

เมื่อถามเพิ่มเติมถึงการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างไร นายชำนาญ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพยายามอย่างดีที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาหลายปี ประเทศไทยไม่เคยติดอันดับโลก แต่ครั้งนี้ติดอันดับแทบทุกสำนัก ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมหรือการแสดงออก ดังนั้น จำเป็นต้องผ่อนคลาย ปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศรับรองสิทธิขั้นต่ำที่ได้ลงนามสัตยาบันไว้

ขณะเดียวกัน ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ฯ กล่าวถึงการที่ประเทศไทยติดอันดับในการละเลยสิทธิและการคุกคาม เพราะมีบุคคลสูญหายจำนวนมาก นอกจากนายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่) และทนายสมชาย นีละไพจิตร แล้ว ยังมีบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักอีกมาก โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงแต่เราไม่ทราบเรื่อง

สำหรับกลไกหลังจากวันนี้ จะมีการยื่นหนังสือต่อรัฐบาล ซึ่งข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ไม่เกินความสามารถที่รัฐบาลจะกระทำได้ เช่น การเปิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบ การเปิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ยุติการจับกุมหรือควบคุมตัวโดยพลการ ยุติการใช้ศาลทหารไต่สวนคดีของพลเรือน ทั้งนี้ เข้าใจว่าสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยแย่ลง เหตุผลหนึ่งมาจากรัฐบาลพยายามควบคุมให้ประเทศมีความสงบ โดยมองความมั่นคงเป็นหลัก ขณะที่ นายชำนาญ ได้มอบรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลก ประจำปี 2558-59 ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ต่อรัฐบาล โดยมีนายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ผู้อำนวยการกองการสังคม กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนรับมอบ.

เจอซากแล้ว! เครื่องบินเล็กเนปาล ตก หลังขาดการติดต่อ คาดตายหมด 23 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581828

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 16:30

 

(เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของทาราแอร์)

เศร้าเลย…ทีมกู้ภัยเนปาล พบซากเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของสายการบินทาราแอร์แล้ว ตกในเขต อำเภอมยักดี หลังนักบินได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน ระหว่างนำผู้โดยสาร 20 คน ในจำนวนนี้มีชาวจีน 1 คน และคูเวต 1 คน จากเมืองโภคารา มุ่งหน้าสู่เขตจอมสอมเพื่อเดินเขาหิมาลัย

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า กรณีเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กของสายการบินทาราแอร์ หายสาบสูญ ทางภาคตะวันตกของเนปาล หลังทะยานขึ้นจากสนามบินเมืองโภคารา มุ่งหน้าไปยังเขตจอมสอม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ก.พ. และมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบิน 20 คน และลูกเรือ 3 คน ในเวลาต่อมา ทีมกู้ภัยของเนปาลยืนยัน เครื่องบินลำดังกล่าวประสบเหตุตก

ตามรายงานของนายสันชีพ กัวตัม ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนของเนปาล ระบุว่า ได้พบซากเครื่องบินแล้ว ที่หมู่บ้านดานา อำเภอมยักดี ขณะที่ เจ้าหน้าที่เนปาล เผยว่า โอกาสจะพบผู้โดยสารและลูกเรือรอดชีวิตมีน้อยมาก ขณะที่ บีบีซี แจ้งว่า มีผู้โดยสารเดินทางไปกับเครื่องบินแบบใบพัดคู่ลำนี้ จำนวน 20 คน ในจำนวนนี้ ประกอบด้วยชาวจีน 1 คน และชาวคูเวต 1 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้โดยสารจะเป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมไปเดินเขาหิมาลัยที่เขตจอมสอม

เครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของสายการบินทาราแอร์ จอดอยู่ที่สนามบิน

ทั้งนี้ สายการบินทาราแอร์ ของเนปาล ได้แสดงความเสียใจผ่านหน้าเว็บไซต์ของสายการบิน ต่อเหตุการณ์เครื่องบินโดยสารหายสาบสูญ หลังทะยานออกจากสนามบินเมืองโภคารา เมื่อเวลา 07.50 น. ของเช้าวันที่ 24 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่เมืองโภคาราและปลายทางมีสภาพอากาศดี โดยหลังเครื่องบินได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินแล้ว ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ บินค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ก่อนที่ต่อมาจะพบซากเครื่องบินตกในอำเภอมยักดี.

ชนะรวดรัฐที่ 3 ! โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ ‘ลอยลำ’ เลือกตั้งขั้นต้นที่เนวาดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581737

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 14:38

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะอีกแล้ว.. คว้าชัยเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐเนวาดาไป แบบ ‘สบายๆ’  ได้คะแนนเสียงกว่า 44% ทิ้งห่างผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ถึง 20%

เมื่อ 24 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีจากนิวยอร์ก กำลังใจมาเพียบ ชนะเลือกตั้งขั้นต้นในการเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่รัฐเนวาดา มาได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังเป็นรัฐที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ได้เอาชนะผู้สมัครคนอื่นๆ มาแล้ว 2 รัฐ คือ รัฐนิวแฮมป์เชียร์​ และ เซาท์แคโรไลนา

ผลการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกัน ที่รัฐเนวาดา เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ออกมาว่า ทรัมป์ได้คะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 44.95% รองลงมาคือ นายมาร์โค รูบิโอ ได้อันดับ 2 อยู่ที่ 24.30% และอันดับ 3 ได้แก่ นายเท็ด ครูซ อยู่ที่ 20.35 %

สำหรับรัฐเนวาดา โดยปกติแล้ว ถือเป็นรัฐ ‘สวิง สเตท’ (Swing State) คือ รัฐที่ไม่มีผู้สมัครได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นในการรักษาคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยรัฐเนวาดา เป็นรัฐที่มีประชาชนเชื้อสายสเปนอาศัยอยู่มาก ขณะที่การเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐนี้ นางฮิลลารี คลินตัน ชนะเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา.

ระทึก!! บินโดยสารเนปาล หายสาบสูญ นำ 20 นักท่องเที่ยวไปเดินเขาหิมาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581716

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 12:58

 

(เครื่องบินแบบใบพัดคู่ของทารา แอร์)

เครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของทารา แอร์ ในเนปาล นำนักท่องเที่ยว20 คน จะไปเดินเขาหิมาลัย หายสาบสูญ หลังเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินเมืองโภคารา มุ่งหน้าไปยังเขตจอมสอม

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารขนาดเล็ก ของสายการบิน ทารา แอร์ ในเนปาล ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจะไปเดินเขาอยู่บนเครื่องบิน20 คน หายสาบสูญในเขตเทือกเขาหิมาลัย ทางตะวันตกของประเทศเนปาล หลังเครื่องบินได้ทะยานออกจากเมืองโภคารา จะไปยังเขตจอมสอม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมของการเดินเขาหิมาลัย

ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี ระบุว่า เครื่องบินโดยสารลำนี้ ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบใบพัดคู่ ได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน  เพียงไม่นานหลังทะยานออกจากสนามบินเมืองโภคารา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงไปทางตะวันตกราว 200 กม. และเบื้องต้นไม่มีรายงานว่าเครื่องบินลงจอดในบริเวณที่ใด ระหว่างสองเมืองนี้

ข่าวแจ้งว่า หลังเครื่องบินโดยสารของทารา แอร์ ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินแล้ว ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์บินค้นหาทันที แต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ขณะที่  ด้านสายการบินทาราแอร์ ได้แสดงความเสียใจผ่านหน้าเว็บไซต์ของสายการบิน ต่อเหตุการณ์ เครื่องบินโดยสารลำหนึ่งกำลังหายสาบสูญ หลังทะยานออกจากสนามบินเมืองโภคารา เมื่อเวลา 07.50 น.ของเช้าวันที่ 24ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น  และได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ 3ลำ บินค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแล้ว อีกทั้ง จะมีการแจ้งความคืบหน้าทันที หากได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

แรงระเบิดเท่าTNT 1.3 หมื่นตัน!! อุกกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกอีกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581684

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 11:59

 

นาซา รายงาน เกิดเหตุอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกใส่โลกอีกแล้ว แรงระเบิดมีขนาดเท่ากับระเบิดทีเอ็นที ขนาด 13,000 ตัน เดชะบุญ ตกในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งบราซิล

เมื่อ 24 ก.พ. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเรื่องระทึกจากอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมายังโลก จนก่อให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุดหลังผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเท่าที่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลก และตกที่เขตเชลยาบินสก์ ในประเทศรัสเซีย เมื่อ 15 ก.พ. 56 เลยทีเดียว

บีบีซี แจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเหนือชายฝั่งทะเลของประเทศบราซิล เมื่อเวลา 13.55 น. ของวันที่ 6 ก.พ. 59 (ตามเวลามาตรฐานสากล) ก่อนที่ลูกไฟจะตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติก จึงไม่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่แรงระเบิดของอุกกาบาต หลังผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกนั้น เทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที น้ำหนัก 13,000 ตัน และนับเป็นแรงระเบิดที่รุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เกิดเหตุอุกกาบาตตกที่เชลยาบินสก์ ในรัสเซีย ทำให้กระจกอาคารบ้านเรือนจำนวนมากแตกกระจาย เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 1,000 คน เมื่อ 3 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม บีบีซี รายงานด้วยว่า เหตุการณ์อุกกาบาตขนาดใหญ่ตกที่มหาสมุทรแอตแลนติกนั้น บางทีอาจไม่มีนักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นในช่วงที่ก้อนหินยักษ์จากนอกโลกเกิดการเผาไหม้ที่ระดับความสูงประมาณ 30 กิโลเมตร เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก และห่างจากชายฝั่งประเทศบราซิลออกไปประมาณ 1,000 กม. โดยเหตุการณ์นี้มาทราบภายหลัง เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ได้รายงานเหตุการณ์นี้ลงในเว็บเพจของนาซา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาร์มาเกดดอนของจริง! ปธน.ปูติน ทุ่มหลายหมื่นล้าน สกัดอุกกาบาตชนโลก

ฝรั่งเศสเตือนภัยสารเคมีในเครื่องสำอาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581506

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 06:30

 

(ภาพ: REUTERS)

องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคของฝรั่งเศส “อูแอฟเซ-เกอ ชัวซีร์” ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ก.พ. เตือนผู้บริโภคระวังภัยแฝงในผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม 185 ชนิด ซึ่งผลิตและจำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในฝรั่งเศส แต่กลับไม่มีคำเตือนผู้บริโภคให้ตระหนักถึงสารเคมีที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสารพิษสะสม รวมถึงอาการแพ้ และภาวะความผิดปกติของต่อมไร้ท่อในร่างกาย พร้อมยกตัวอย่างแผ่นเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก 8 ชนิด ของบริษัทข้ามชาติชื่อดัง ทั้งลอรีอัล, พร็อกเตอร์แอนด์แกมเบิล (พีแอนด์จี) และไบเออร์สด๊อร์ฟ มีส่วนผสมของสารฟีน็อกซีธานอล ซึ่งถูกใช้เป็นสารกันเสีย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อระบบเลือดและตับ

อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งฝรั่งเศสแถลงยืนยันว่าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่จำหน่ายในฝรั่งเศสล้วนผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ขณะที่บริษัทลอรีอัลออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานขององค์กรคุ้มครองผู้บริโภคว่า สินค้าของบริษัททุกชิ้นคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งยังต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดก่อนจะนำ ไปวางจำหน่ายจริง ส่วนบริษัทพีแอนด์จีและไบเออร์สด๊อร์ฟงดออกความเห็น ต่อรายงานดังกล่าว.

ICAO ลงมติรับกฎห้ามบินขนส่งแบตเตอรี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581503

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ก.พ. 2559 06:00

 

(ภาพ: AFP)

นายโอลูมูยีวา เบนาร์ด อาลิว ประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แถลงผลการประชุมสมาชิกไอเคโอจาก 190 ประเทศทั่วโลก ลงมติรับรองกฎชั่วคราวห้ามขนส่ง หรือเก็บแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดประจุไฟใหม่ได้ในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน เมื่อ 22 ก.พ. โดยกฎชั่วคราว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งแม้จะไม่มีข้อผูกพันตามกฎหมาย แต่ประเทศสมาชิกไอเคโอต่างยึดถือเป็นหลักปฏิบัติของสายการบินมาตลอด

รายงานของไอเคโอระบุว่า ในปี 2557 มีการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆทั่วโลกมากกว่า 5,400 ล้านชิ้นและ 30 เปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่เหล่านั้นถูกขนส่งทางเครื่องบิน และไอเคโอจะผลักดันกฎข้อบังคับถาวรเรื่องการบรรจุและลำเลียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทางเครื่องบินพาณิชย์ให้เสร็จภายในปี 2561 เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลุกไหม้ได้เองหากบรรจุหรือเก็บไว้ด้วยวิธีการไม่เหมาะสม และไฟที่ลุกไหม้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 593 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้โลหะที่ใช้ประกอบเครื่องบินหลอมละลายได้

นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มีนักบินเสียชีวิตแล้ว 4 รายทั่วโลกจากเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าระเบิด และผลสอบสวนพบว่าสาเหตุเกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลุกไหม้กลางอากาศ.

ตึกถล่มที่โรงไฟฟ้าเก่า ‘ดิดคอต เอ’ ดับ 1 ศพ หายอีก 3 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/581507

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ก.พ. 2559 05:30

 

(ภาพ: REUTERS)

เกิดเหตุอาคารถล่มโรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ ทางใต้ของอังกฤษเมื่อวันอังคาร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 3 คน โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเกิดระเบิด แต่บริษัทผู้ดำเนินกิจการยืนยันว่าตึกถล่มเอง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุอาคารถล่มที่โรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ (A) ใกล้เมืองดิดคอต มณฑลอ็อกซ์ฟอร์ดเชียร์ ทางใต้ของอังกฤษ ซึ่งถูกปิดไปตั้งแต่ปี 2013 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และสูญหายอีก 3 คน โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่ามีการระเบิด เมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. วันอังคารตามเวลาท้องถิ่น (ราว 23:00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) ขณะที่ทางการประกาศให้เป็นสถานการณ์ร้ายแรง

นายนาธาน ทราวิส รองหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงภูมิภาค เทมส์ วัลลีย์ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 1 ราย และรายงานด้วยว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเรดคลิฟฟ์ ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด โดย 2 คนมีอาการสาหัสด้วย ขณะที่มีคนอีกกว่า 50 คนต้องรับการปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ จากการสูดฝุ่นควัน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมสถานที่ในรัศมี 100 ม. ในขณะที่หน่วยกู้ภัยจากมณฑลบัคกิงแฮมเชียร์, แฮมป์เชียร์ และเวสต์มิดแลนด์ ออกค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ในซากปรักหักพังซึ่งสูงถึง 30 ม. โดยใช้สุนัขดมกลิ่นช่วยเหลือ ซึ่งนายทราวิสระบุด้วยว่า การค้นหาอาจดำเนินไปตลอดทั้งคืน และอาจดำเนินติดต่อกันอีกหลายวัน

ด้านโฆษกของบริษัท เอ็นพาวเวอร์ ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ และ บี ออกมายืนยันว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การระเบิด แต่เป็นการถล่มบางส่วนของอาคารซึ่งส่งผลให้อีกส่วนหนึ่งของอาคารพังถล่มตามลงมา เอ็นพาวเวอร์ เผยด้วยว่า ตอนนี้พวกเขากำลังทำงานร่วมกับบริษัท โคลแมน แอนด์ คอมพานี บริษัทคู่สัญญาที่รับผิดชอบเรื่องการทำลายโรงงานแห่งนี้ เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้า ดิดคอต แบ่งออกเป็น ดิดคอต เอ และดิดคอต บี โดยดิดคอต เอ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานผสมถ่านหินและแก๊ส ถูกปิดในปี 2013 หลังใช้งานมานานกว่า 43 ปี โดยมันสามารถผลิตไฟฟ้าได้วันละ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอที่จะแจกจ่ายให้ชาวบ้านใช้งานได้กว่า 2 ล้านครัวเรือน ขณะที่ โรงไฟฟ้า ดิดคอต เอ กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการทำลาย โดยหอหล่อเย็น 3 ใน 6 ของโรงงานแห่งนี้ถูกทำลายไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2014 และคาดว่าการทำลายทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในช่วงสิ้นปี 2016

ขณะที่ ดิดคอต บี เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1997 และยังผลิตไฟฟ้ามาจนถึงปัจจุบัน