โยน “บิ๊กป้อม” ตอบจัดซื้อเรือดำน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263465

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

คมชัดลึก, ซื้อ, จัด, โยน, บิ๊ก, ป้อม, ตอบ, จัดซื้อ, เรือดำน้ำ, บิ๊กป้อม, ตอบจัดซื้อเรือดำน้ำ, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” โยน “บิ๊กป้อม” ตอบข้อสรุปซื้อเรือดำน้ำ

         7 มี.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความชัดเจนกรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมี.ค.นี้ ว่า เรื่องนี้ต้องไปถามพล.อ.ประวิตร ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลพ.ร.บ.งบประมาณต่างๆ ที่ออกมา ในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีการวางแผนการใช้จ่ายของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม เขาต้องใส่และบรรจุไปในแผนของเขาในการพัฒนากองทัพอย่างเป็นขั้นตอน.

 

“เก็บภาษี ‘ทักษิณ’ สรรพากรทำอยู่” นายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263463

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 7 มี.ค. 2560

อย่าช้าเก็บภาษี, ช้า, อย่า, กรมสรรพากร, รายงาน, ภาษี, เก็บ, คมชัดลึก, เก็บภาษี, ทักษิณ, สรรพากร, อยู่, นายกฯ, สรรพากรทำอยู่, เก็บภาษี ทักษิณ สรรพากรทำอยู่

นายกฯ ระบุ เก็บภาษี “ทักษิณ” กรมสรรพากรดำเนินการอยู่

 

7 มี.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณาแนวทางเรียกเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีขายหุ้นชินคอร์ป ให้กับเทมาเส็กเมื่อปี 2549 ซึ่งจะหมดอายุความที่สามารถเรียกได้ในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ว่า เรื่องนี้กระทรวงการคลังได้กำชับกรมสรรพากรดำเนินการอยู่ ให้มีการติดตามและประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลก็รอรับฟังรายงานจากข้อสรุปดังกล่าว

 

ชงคาดโทษ“รัฐบาล”ปลุกม็อบเผชิญหน้าคนเห็นต่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263462

เสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ฯ การเมือง, คาดโทษ, รัฐบาล, ปลุก, ม็อบ, เผชิญหน้า, เห็น, ต่าง

“เสรี”เผยร่างรายงานปรองดองเสนอห้ามรัฐบาลหน้าปลุกม็อบต้านคนเห็นต่าง – คาดโทษเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ระบุเพิ่มเนื้อหา ใช้ มาตรการพักโทษ-ไม่ทำผิดซ้ำ ผู้ถูกดำเนินคดี

          7 มี.ค.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งมีวาระพิจารณาทบทวนร่างรายงาน เรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างปรองดองทางการเมือง ของคณะอนุกมธ.พิจารณารวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง ก่อนนำเสนอเข้าสู่ กมธ.วิสามัญกิจการสภาสปท.โดยก่อนการประชุมเพื่อพิจารณา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ฯ การเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงเนื้อหาเพิ่มเติมที่ปรับปรุงตามความเห็นของกมธ.ฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มีประเด็นการให้โอกาสของผู้ที่ถูกดำเนินคดีในศาล กรณีที่ผู้ที่ถูกดำเนินคดีสารภาพในความผิด จะได้รับการพิจารณาพักโทษ โดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่กลับไปสร้างความผิดในฐานเดิมอีก ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องเป็นดุลยพินิจของผู้พิพากษา ข้อเสนอจะไม่ก้าวล่วงต่อการใช้ดุลยพินิจของผู้พิพากษา ที่ต้องพิจารณาคดีตามฐานความถูกและความผิดของการกระทำ ทั้งนี้กรณีดังกล่าวจะไม่รวมกับคดีทุจริตหรือคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนั้นแล้วจะไม่มีข้อเสนอต่อการนิรโทษกรรมใด ๆ

นายเสรีกล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคตนั้น มีข้อเสนอด้วยว่า ห้ามรัฐบาลระดมกลุ่มคนมาชุมนุมเพื่อต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หรือสร้างสถานการณ์ที่จะทำให้เกิดการเผชิญหน้า รวมถึงต้องใช้มาตรการแก้ปัญหาโดยให้ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายบริหารต้องทำความเข้าใจและข้อตกลง รวมถึงการหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้จะมีข้อเสนอคาดโทษรัฐบาลที่สร้างม็อบเผชิญหน้าด้วย เพื่อให้ข้อเสนอดังกล่าวมีสภาพบังคับใช้ได้ ส่วนจะต้องออกเป็นกฎหมายหรือไม่ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

“กรณีรัฐบาลปลุกม็อบนั้น ผมมองว่าที่ผ่านมาใครๆ ก็ดูออก โดยไม่ต้องให้ใครมาชี้ว่าม็อบไหนของรัฐบาลหรือไม่  เพราะยังมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ด้วย  ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหานี้ คือ เพื่อไม่ให้รัฐบาลเป็นคู่กรณีของความขัดแย้ง” นายเสรี กล่าว

โรดแมปเลือกตั้งไม่เปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263457

พระเพลิง, ถวาย, พิธี, คมชัดลึก, วันสตรีสากล, นายกฯ, โรดแมป, เลือกตั้ง, ไม่, เปลี่ยน, บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” ยันโรดแมปเลือกตั้งไม่เปลี่ยน เผยทุกอย่างคลี่คลายหลังพิธีถวายพระเพลิง-พิธีบรมราชาภิเษก

 

7 มี.ค.60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆทางการเมือง มีสัญญาณบ่งบอกว่าจะกระทบให้ต้องขยับโรดแมปหรือไม่ ว่า สื่อก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใครเป็นคนทำ สื่อก็ไปหาคนทำ ตนพยายามทำให้สงบอยู่แล้ว เรื่องโรดแม็พก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น บอกไปแล้วว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ทุกอย่างจะคลี่คลายลงหลังจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และมีพิธีพระบรมราชาภิเษก ว่ากันเรื่องขั้นตอนของประชาธิปไตย เหตุการณ์เกิดขึ้นมาโดยที่เราไม่คาดคิด ไม่อยากให้เกิดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบครม. กรณียังไม่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขแล้ว ตรงนี้จะมีการเผยแพร่เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “รอซิ อีกไม่นานเดี๋ยวเขาจะเปิดเผยให้ดู พร้อมกำหนดพระราชทานโดยละเอียด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมครม.พล.อ.ประยุทธ์ ได้แถลงข่าวตามปกติ ซึ่งเป็นการตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวเขียนส่งคำถามไว้ล่วงหน้า โดยพล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาตอบคำถามเพียงสั้นๆ ประมาณ 6 นาที ด้วยท่าทีสีหน้าที่เบื่อหน่าย ทั้งนี้เมื่อลงจากโพเดียมแถลงข่าวและเดินเกือบจะพ้นจากกลุ่มผู้สื่อข่าว พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยุดหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับวันสตรีสากลว่า “พรุ่งนี้ (8 มี.ค.)เป็นวันสตรีสากล ต้องให้เกียรติสตรีและอย่าทำรุนแรงกับสตรี” จากนั้นกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มผู้สื่อข่าวที่เป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ว่า “แล้วสตรีก็อย่ามารุนแรงกับผมด้วย” ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากตึกบัญชาการ ไปยังห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าทันที.

ปฏิรูปประเทศเห็นผลชัดเจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263450

คมชัดลึก, ปรับปรุง, รัฐบาล, กมธ., รายงาน, สปท., ปฏิรูป, ประเทศ, เห็นผล, ชัดเจน, อลงกรณ์

“อลงกรณ์” เผย สปท.ส่งรายงานปฏิรูปพร้อมข้อเสนอแนะให้ รบ.แล้ว 142 เรื่อง อยู่ระหว่าง กมธ.ปรับปรุง 4 เรื่อง

 

7 มี.ค. 60 – นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. แถลงความคืบหน้าการทำงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปเทศ(สปท.) โดย สปท.ได้ส่งรายงานการปฏิรูปประเทศและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลแล้ว 142 เรื่อง และอยู่ในระหว่างการปรับปรุงของคณะกรรมาธิการ 4 เรื่อง เชื่อว่า การปฏิรูปประเทศจะขับเคลื่อนไปอย่างมีทิศทางและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ภายใต้การดำเนินงานของ ป.ย.ป. ซึ่งปี 2560 ถือเป็นปีแห่งการปฏิรูป จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจในการปฏิรูปประเทศ ยืนยันว่า สปท.เปิดกว้างกับทุกคำวิจารณ์ ส่วนการปรองดอง ขณะนี้อยู่ในช่วงการเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย.

ไทม์ไลน์กรธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263440

“ปธ. กรธ.” เผยไทม์ไลน์ทำกฎหมายลูก หลังส่ง 2 ฉบับให้ สนช.แล้ว จะทยอยส่งเดือนละฉบับ

 

7 มี.ค. 60 – นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เผยไทม์ไลน์การทำงานของกรธ. ต่อการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้กระชับเวลาเลือกตั้งทั่วไป ยืนยันทันทีที่สนช.พร้อม กรธ.จะส่งร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และหลังจากนั้นจะทยอมส่งกฎหมายประกอบเดือนละฉบับ เพื่อให้ สนช.มีเวลาทำงาน ส่วนจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งตามกรอบ 150 วัน หลังจากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่สำคัญต่อการเลือกตั้งเมื่อใด ต้องขึ้นอยู่ความพร้อมของพรรคการเมือง และ กกต.ตามกฎหมายใหม่ที่กำหนดขึ้น และการพิจารณาของ กกต.ชุดที่มาตามกฎหมายใหม่.

กกต.ปลื้มกรธ.เพิ่มดาบสืบสวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263432

กรธ., กกต., กกต, ปลื้ม, เพิ่ม, ดาบ, สืบสวน, บุญส่ง

“บุญส่ง”ขอบคุณกรธ.เพิ่มอำนาจสืบสวนเต็มที่ เผย ส่งความเห็นกลับเรียบร้อยแล้ว คงจุดยืนเดิม ปม ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง

     7  มี.ค. —  นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. และพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาถามความคิดเห็นกกต.ว่า สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสืบสวนสอบสวนและการไต่สวนตามร่างกฎหมายลูกกกต. ได้อำนาจมาครบถ้วน ต้องขอบคุณ กรธ. ที่ให้อำนาจ กกต. มาดำเนินการอย่างเต็มที่

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. รักษาการเลขาธิการ กกต. กล่าวถึง ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้ส่งความเห็นกลับไปยังกรธ.เรียบร้อยแล้ว โดยความเห็นที่ส่งกลับไปเพิ่มเติมนั้น เนื้อหาส่วนใหญ่ก็เห็นพ้องกับสิ่งที่กรธ.ได้ยกร่างไว้ แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่กกต. ยังคงเห็นต่างอยู่ โดยเฉพาะการให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด

แจงดูงานต่างประเทศจำเป็น เป็นหลักสากล-ทุกหน่วยงานต้องมี ไม่ได้ออกนอกกติกา

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวชี้แจงการเดินไปดูงานต่างประเทศในหลักสูตรการบริหารงานระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2 ว่า สำหรับตนในฐานะตัวแทนที่พานักศึกษาหลักสูตร กบส.ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งหมด 4 วัน ได้ดูงานทั้งหมด 7 แห่ง โดยหลักไปดูงานที่กกต.ญี่ปุ่น ทำให้ทราบถึงระบบการหาเสียง กระบวนการติดป้ายหาเสียง ซึ่งระบบของประเทศญี่ปุ่นดีมาก ถือว่าได้รับประโยชน์อย่างมาก  ส่วนตัวมองว่าการเดินทางไปดูงานต่างประเทศถือว่ามีความจำเป็น ถือว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์ หน่วยงานไหนก็มี ถือเป็นหลักสากล หลักสูตรสูงสุดของแต่ละหน่วยงานต้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ไม่ได้ออกนอกกฎกติกาใดๆ ทั้งสิ้น

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำหรับผลการเดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ของหลักสูตร กบส.รุ่นที่ 2 นักศึกษาจะมีการนำเสนอผลการไปดูงานทั้งหมดในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ว่าได้รับประโยชน์ไร และจะนำมาพัฒนาต่อการเลือกตั้งในประเทศอย่างไรบ้าง สำหรับตนได้เดินทางไปดูงานที่สาธารณะรัฐเกาหลีได้ประโยชน์และมุมมองหลายด้าน เพราะมีโอกาสได้ไปพบกับกกต.เกาหลี และ AWEB

การไปดูงานในหลักสูตรนี้ช่วยให้พนักงานระดับสูงของ กกต.มีมุมมองมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศอย่างเดียว ช่วงนี้กฎหมายเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น ระบบการเลือกตั้งที่เรานำแบบญี่ปุ่นมาใช้ เพราะถ้าไม่ไปดูที่ประเทศต้นแบบก็จะไม่รู้กระบวนการว่าเป็นอย่างไร

คน 85.5% เซ็งเรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป สารพัดข้ออ้าง หนุนอูเบอร์-แกร็บคาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898840


ผู้โดยสาร 85.5% เซ็งเจอปัญหาเรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป พบ 75.1% หนุนให้มีบริการอูเบอร์คาร์ และแกร็บคาร์ เห็นควรใช้กฎหมายควบคุมและขึ้นทะเบียนเป็นรถรับจ้างให้ถูกต้อง…

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. กรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของผู้โดยสารเรื่อง “หัวอกผู้โดยสารกับการสร้างทางเลือก : แท็กซี่ หรือ อูเบอร์คาร์” โดยเก็บข้อมูล จากผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,193 คน พบว่า ปัญหาที่ผู้โดยสารเคยพบจากการเรียกแท็กซี่ หรือนั่งรถแท็กซี่มากถึงร้อยละ 85.5 คือ เรียกแล้วไม่ไป (รีบไป ส่งรถ/แก๊สจะหมด/รถติด/ไกล) รองลงมาร้อยละ 42.4 คือ พาขับวน/ขับอ้อม/ออกนอกเส้นทาง และร้อยละ 35.2 คือ คนขับมารยาทไม่ดี/พูดจาไม่เพราะ

เมื่อถามว่ารูปแบบการให้บริการแท็กซี่ที่ผู้โดยสารต้องการมากที่สุด ร้อยละ 34.1 ระบุว่า ต้องการคนขับซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ รองลงมา ร้อยละ 33.0 ระบุว่าแท็กซี่ต้องไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร และร้อยละ 11.4 ระบุว่าหากแท็กซี่รีบไปส่งรถหรือแก๊สหมด ไม่ควรขึ้นป้าย “ว่าง”

ทั้งนี้เมื่อมีตัวเลือกในการให้บริการ อย่าง อูเบอร์คาร์ และ แกร็บคาร์ เกิดขึ้น ผู้โดยสารส่วนใหญ่ร้อยละ 75.1 สนับสนุน (โดยร้อยละ 57.6 ให้เหตุผลว่าผู้โดยสารจะได้มีทางเลือก และร้อยละ 37.3 ให้เหตุผลว่าจะได้มีการแข่งขันและพัฒนาคุณภาพการให้บริการของแท็กซี่) ในขณะที่ผู้โดยสารร้อยละ 24.9 ไม่สนับสนุน (โดยร้อยละ 47.5 ให้เหตุผลว่าเป็นการแย่งอาชีพคนหาเช้ากินค่ำ และร้อยละ19.2 ให้เหตุผลว่าเป็นการบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต)

เมื่อถามว่าเคยเรียก/ใช้บริการอูเบอร์คาร์ และ/หรือ แกร็บคาร์ หรือไม่ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ร้อยละ 75.9 ระบุว่าไม่เคยใช้บริการ (โดยร้อยละ 23.8 ให้เหตุผลว่าไม่รู้จักบริการ อูเบอร์คาร์ และแกร็บคาร์ และร้อยละ 20.8 ให้เหตุผลว่าใช้รถส่วนตัวอยู่แล้ว) ในขณะที่ร้อยละ 24.1 ระบุว่าเคยใช้บริการ (โดยร้อยละ 41.8 ให้เหตุผลว่า สะดวกและรวดเร็ว มีเวลาที่แน่นอน และร้อยละ 16.2 ให้เหตุผลว่าสามารถเรียกมารับและส่งถึงที่หมายได้แน่นอน)

ส่วนความเห็นต่อมาตรการจัดการและบริหาร รถยนต์รับจ้างสาธารณะ อูเบอร์คาร์ และแกร็บคาร์ ผู้โดยสารร้อยละ 51.4 เห็นว่าควรใช้กฎหมายควบคุมและขึ้นทะเบียนเป็นรถรับจ้างให้ถูกต้อง รองลงมาร้อยละ 19.4 เห็นว่าควรเปิดกว้างสร้างทางเลือกให้กับผู้โดยสารไม่ผูกขาดการเดินทาง และร้อยละ 15.5 เห็นว่า ควรเร่งรัดพัฒนาระบบ สมาร์ทแท็กซี่ ให้ผู้โดยสารได้ใช้สะดวกขึ้น.

 

เกาหลี-ญี่ปุ่นชิงทัวริสต์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 มี.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898710


พลิกเกมสู้หลังรัฐบาลสั่งคนจีนเลี่ยงเที่ยวเกาหลี

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ ทำให้เอเย่นต์ทัวร์เริ่มปรับเปลี่ยนแพ็กเกจมาไทยมากขึ้น จากการรายงานของสำนักงาน ททท.ในจีน 5 แห่ง “เอเย่นต์เริ่มเลี่ยงการจัด โปรแกรมไปเกาหลีใต้ตามนโยบายของรัฐบาลจีนแล้ว โดยมีการปลด โฆษณาแพ็กเกจทัวร์เกาหลีไปเกือบหมด ทำให้ต้องเร่งหาจุดหมาย ใหม่รองรับและแจ้งว่าพร้อมผลักดันการขายในไทยทดแทน”

โดยผลกระทบ 2 มิติที่มีต่อการท่องเที่ยวไทย เรื่องแรก ได้แก่ แนวโน้มยอดขายแพ็กเกจทัวร์จีนที่น่าจะปรับตัวสูงขึ้น มีระยะเห็นผลในอีกราว 2 เดือนข้างหน้า ส่วนเรื่องที่ 2 คือการที่เกาหลีใต้จะต้องหาตลาดทดแทนนักท่องเที่ยวจีนจะทำให้เห็นการผนึกกำลังระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบันเทิง เพื่อเข้ามาเปิดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทยมากขึ้น ถ่วงดุลกับญี่ปุ่นซึ่งเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยว (ทัวริสต์)ไทย โดยในปี 2559 มีคนไทยไปญี่ปุ่นเกือบล้านคน ทั้งนี้ ททท.คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2560 ประเทศไทยจะมีรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 734,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 9.2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 32.5 ล้านคน/ครั้ง ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ นักท่องเที่ยวไทยมีแผนเดินทางเพียง 14% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีมาตรการกระตุ้นใดๆ

ด้านนางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกอัตราเข้าพักเฉลี่ยโรงแรมทั่วประเทศอยู่ที่ 76.5% เติบโตราว 11.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสถานการณ์ที่ดีที่สุดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ, ภาคเหนือ และภาคใต้ และคาดการณ์ไตรมาส 2 น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 70% เพิ่มจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 60.25% อานิสงส์มาจากการที่บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดจีน ให้ความร่วมมือมาใช้โรงแรมที่ถูกกฎหมายมากขึ้น ทำให้สามารถจัดเก็บข้อมูลสะท้อนตรงกับ
สถานการณ์นักท่องเที่ยวขาเข้ามากขึ้น.

 

หุ้นสหรัฐฯ พุ่ง จากความเชื่อมั่นผู้บริโภค-ราคาน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มี.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/898760


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในวันอังคาร หยุดสถิติลดลงติดต่อกัน 8 วันของดาวโจนส์ โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 28 มี.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 150.52 จุด หรือ 0.73% ปิดที่ 20701.50 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 16.98 จุด หรือ 0.73% ปิดที่ 2358.57 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 34.77 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 5875.14 จุด

หุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหลังจากมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมี.ค. แตะค่าสูงสุดในรอบ 16 ปี ขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น จากข่าวการขาดแคลนน้ำมันในลิเบียที่ช่วยให้ความกังวลเรื่องน้ำมันเกินความต้องการลดลง