กศน. ทั่วไทย ภาคกลาง + ตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

กศน. ทั่วไทย ภาคกลาง + ตะวันออก

จิรวรรณ โรจนพรทิพย์ jirawan073@yahoo.com

อบรมวิทยากรแผนเรียนรู้รายบุคคล

นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ กศน. เป็นประธานมอบเกียรติบัตร และปิดการอบรมวิทยากรกระบวนการขับเคลื่อนการจัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคล เพื่อออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตผู้เรียน โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้ได้รับความรู้อย่างแท้จริง

กฟผ. มอบ 22 ล้าน จัดนิทรรศการพลังงานไฟฟ้า

นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ กศน. รับมอบเงิน 22 ล้านบาท จาก นายกรศิษฎ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อสนับสนุนจัดนิทรรศการถาวรด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) และศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด โดยหวังให้เป็นศูนย์กระจายความรู้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานไฟฟ้า

ปลูกสตรอเบอรี่ ที่บ้านทิพุเย ( IK 3)

ศรช. บ้านทิพุเย กศน. อำเภอทองผาภูมิ นำนักเรียนเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการปลูกสตรอเบอรี่และผักปลอดสารพิษ ณ แปลงเกษตรมูลนิธิธรรมจาริก โดยมีเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติเกริงกระเวีย มาให้ความรู้กับนักเรียนอย่างใกล้ชิด

กีฬาสานสัมพันธ์เทิดพระเกียรติต้านยาเสพติด

นายกิตติภพ อ่วมมั่น ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอท่าช้าง จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในโครงการกีฬาสานสัมพันธ์เทิดพระเกียรติต้านยาเสพติด ณ สนามกีฬาโรงเรียนวัดพิกุลทอง (หลวงพ่อแพอุปถัมภ์) เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความมีวินัยแก่นักศึกษา ระหว่าง กศน. อำเภอท่าช้าง และ กศน. อำเภอพรหมบุรี

เชิญร่วมบริจาคเงิน “กฐินพระราชทาน” วัดมงคลใต้ มุกดาหาร

สำนักงาน กศน. ขอเชิญชวน ข้าราชการในสังกัด กศน. และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเงิน นำผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวาย ณ วัดมงคลใต้ พระอารามหลวง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ในวันที่ 29 ตุลาคม 2559 ตามกำลังศรัทธา ที่กลุ่มการคลัง สำนักงาน กศน. หรือ โอนผ่านทางธนาคาร ได้ที่ ชื่อบัญชี กฐินกรมการศึกษานอกโรงเรียน เลขที่บัญชี 059-1-24428-4 ธนาคารกรุงไทย สาขา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตั้งแต่วันนี้ – 10 ตุลาคม 2559

ต้อนรับ “น้องฝ้าย” นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก

นายคมสันต์ เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม คณะครู กศน. จังหวัดชลบุรี และประชาชนชาวชลบุรี ทุกภาคส่วน โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี ร่วมขบวนแห่ ต้อนรับ น้องฝ้าย สุกัญญา ศรีสุราช นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก 2016 รอบเมืองชลบุรี

กศน.ใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05102011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

กศน.ใต้

พาณิชย์ ยศปัญญา pannit@matichon.co.th

เรื่อง

เปิดศูนย์ดิจิทัล

เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ กศน. เดินทางตรวจราชการและมอบนโยบายพร้อมกำหนดแนวทางในการทำงานให้กับสถาบัน กศน. ภาคใต้ ในโอกาสที่เดินทางมาเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยมี นายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการ สถาบัน กศน. ภาคใต้ และคณะ เข้ารับฟังนโยบาย

กศน. ยะลา ร่วมเปิดศูนย์ฯ

นายอุดร สิทธิพาที ผู้อำนวยการ กศน. จังหวัดยะลา นางขนิษฐา มะลิสุวรรณ รองผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา พร้อมด้วย อาจารย์อาธิป บูสา (ครู ก) อาจารย์อับดนเล๊าะ สีบู (ครู ข) อาจารย์ศรันย์ แวดาแม (ครู ค) เข้าร่วมพิธีเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนต้นแบบ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมี นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการ กศน. เป็นประธาน ณ โรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ จังหวัดสงขลา เมื่อเร็วๆ นี้

ประเมินคุณธรรม

นายณรงค์ เรือนติ๊บ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอเมืองนราธิวาส และบุคลากร กศน. เข้าร่วมประชุม ชี้แจงการประชุม แบบประเมินคุณธรรม ณ กศน. อำเภอเมืองนราธิวาส เมื่อเร็วๆ นี้

วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ

สำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี และ กศน. อำเภอ นำโดยผู้อำนวยการ สำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี นายสมเชาว์ กาญจนจรัส ร่วมจัดงาน “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ” ประจำปี 2559 ณ บริเวณสำนักงาน กศน. จังหวัดปัตตานี ได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา อ่านสารนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบโล่บุคลากร/หน่วยงาน/สถานศึกษา/เครือข่าย ที่จัดและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดีเด่น ประจำปี 2559 รวม 45 ท่าน ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ กว่า 500 คน เป็นบุคลากร กศน. จังหวัดปัตตานี และเครือข่ายในพี้นที่

ขับเคลื่อนเรียนรู้

เมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา บุคลากร สำนักงาน กศน. จังหวัดชุมพร และ กศน. อำเภอทุกอำเภอในจังหวัดชุมพร เข้ารับการฝึกอบรมผู้บริหาร และครู กศน. เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ของครู กศน. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านทางช่อง ETV ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ

เชียรใหญ่ ร่วมขับเคลื่อน

นายพงศกฎ พงศ์เพ็ชร์ และบุคลากร กศน. อำเภอเชียรใหญ่ เข้าร่วมการฝึกอบรมผู้บริหารและครู กศน. เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการจัดกระบวนการเรียนรู้ของครู กศน. ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านทางรายการ โทรทัศน์เพื่อการศึกษา (ETV) เมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา ณ กศน. อำเภอเชียรใหญ่

3 หลักสูตร เป๊ะ…ปัง “งานช่าง-งานฝีมือ” ไฮไลต์เด็ด เดือนตุลาคม ที่ มติชนอคาเดมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05103011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

มติชนอคาเดมี

3 หลักสูตร เป๊ะ…ปัง “งานช่าง-งานฝีมือ” ไฮไลต์เด็ด เดือนตุลาคม ที่ มติชนอคาเดมี

ประสบความสำเร็จกันเป็นอย่างดีสำหรับโปรเจ็กต์ “งานช่างสร้างเถ้าแก่ใหม่” ของ มติชนอคาเดมี ในช่วงเดือนกันยายน ที่ผ่านมา สามารถสร้างกระแสความสนใจให้กับผู้เรียนทั้งรายเก่าและใหม่ ช่วยกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ได้เป็นอย่างดี จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “เถ้าแก่ใหม่ฟีเวอร์” ต้องบอกเลยว่า หลังจากจบโปรเจ็กต์นี้ น่าจะมีผู้เรียนหลายท่านก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งทางทีมงานของพวกเราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนเช่นกันครับ ส่วนใครที่พลาดการสมัครเรียนรอบที่ผ่านมา ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะในเดือนตุลาคมนี้ ทีมงานของมติชนอคาเดมี ก็ยังคงสรรหาหลักสูตรที่น่าสนใจ มานำเสนอให้อีกถึง 3 หลักสูตรเลยทีเดียว ที่แน่ๆ อินเทรนด์ติดกระแส และนำไปต่อยอดสร้างอาชีพได้ไม่ยากอีกด้วย

เสน่ห์ของอาหารอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากรสชาติความอร่อยของแต่ละเมนูที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ซึ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยกระตุ้นต่อมความอยากกินอาหารได้เป็นอย่างดี คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ฟู้ดสไตลิสต์” หรือ ศิลปะการตกแต่งจานอาหาร ที่อาจทำให้ใครหลายๆ คนตื่นตาตื่นใจกับการกินอาหารมากยิ่งขึ้น ยิ่งในยุคโลกโซเชียลด้วยแล้ว การได้ถ่ายภาพอาหารสวยๆ อัพโหลดขึ้นบน Facebook หรือ Instagram ก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งสำหรับคนทั่วไปเสียแล้ว เกริ่นมาขนาดนี้…ไม่ได้จะแนะนำหลักสูตร “ฟู้ดสไตลิสต์” แต่ทีมงานของเราอยากแนะนำหลักสูตร การแกะสลัก เพื่อการจัดจาน มากกว่า…เพราะสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าให้กับอาหารการกินของคุณได้มากขึ้นกว่าเดิมทีเดียว โดยครั้งนี้ได้ อาจารย์ศุภลักษณ์ ทับทวี หนึ่งในทีมงานตัวแทนประเทศไทย (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) เข้าร่วมสาธิตผลงานแกะสลักผัก-ผลไม้ ฯลฯ ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ปี 2547 ที่พร้อมจะมาถ่ายทอดวิชาการแกะสลักผักและผลไม้ สำหรับการตกแต่งจัดจานแบบมืออาชีพกันเลยทีเดียว ใน วันที่ 22 ตุลาคม 2559 นี้ โดยในชั่วโมงเรียนนี้ ผู้เข้าเรียนจะรู้กันตั้งแต่ การเลือกซื้อผักและการเก็บรักษาผลงาน, วิธีการจับมีดแกะสลัก และการปอก หั่น ตัด, วิธีการแกะสลักชุดผักเครื่องจิ้มน้ำพริก อาทิ การจัดต้นหอม แบบปลายใบม้วน-ใบฝอย, แกะสลักดอกกุหลาบ จากมะเขือเทศ, แกะสลักใบไม้จากแตงกวา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำการเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล, วิธีการแกะสลักผลไม้สำหรับกิน, แกะสลักภาชนะกุหลาบจากแคนตาลูป เป็นต้น เรียกได้ว่า ครบถ้วนสำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดสำหรับจัดจานเพิ่มมูลค่าในร้านอาหาร หรือจะนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเสริมก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเดี๋ยวนี้…โลกโซเชียล และนักชิมทั้งหลาย เขาก็สนใจเรื่องสวยๆ งามๆ อยู่ไม่น้อย…เรียนจบปุ๊บ ก็นำไปต่อยอดปั๊บ รับรองว่า โดนใจลูกค้าหรือใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน

ถือเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการตอบรับจากผู้เรียนทุกท่านเป็นอย่างดี ก็ต้องนึกถึงหลักสูตร “สบู่แฟนซี” ที่ได้วิทยากร อย่าง อาจารย์พิมพา กสิคุณ เภสัชกรและเวชกรแพทย์แผนไทย ที่เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องสำอางเชิงธุรกิจ และจัดจำหน่ายมายาวนานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว หลังจากเปิดตัวหลักสูตรแรกจนฮ็อตฮิตไปแล้ว ใน วันที่ 30 ตุลาคม 2559 นี้ อาจารย์พิมพา จึงไม่พลาดที่จะต่อยอดความสำเร็จไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวหลักสูตร การผลิตสบู่ เพื่อผิวสวย เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจความงามที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เป็นอันดับต้นๆ ในยุคปัจจุบันนี้เลยทีเดียว โดยในชั่วโมงเรียนนี้ทุกคนจะได้รู้กันตั้งแต่แหล่งซื้อ-ขายวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ในการผลิต, การผลิตสบู่ เพื่อผิวสวยสูตรต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน, วิธีการคำนวณต้นทุน-กำไรในการผลิตสินค้า, แนะนำเรื่องการทำแพ็กเกจจิ้งผลิตภัณฑ์ พร้อมปิดท้ายด้วยการแนะแนวทางในการทำธุรกิจให้กับผู้เรียนอีกด้วย ทีมงานอยากแอบกระซิบว่า สบู่ผิวสวยรูปแบบต่างๆ กำลังเป็นกระแสฮ็อตฮิตในตลาดออนไลน์เช่นกันนะ…ใครอยากรู้ลองเปิดเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม ก็จะเห็นผลิตภัณฑ์สบู่อารมณ์นี้เพียบไปหมด ดังนั้น อย่ารอช้า รีบมาเรียนไปทำขาย สร้างรายได้กันให้เป๊ะ…ปังกันไปเลย

หนึ่งในอาชีพสุดฟินของคนที่หลงใหลในอาชีพเกษตรกรรมสมัยใหม่ อย่าง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่กำลังมาแรงสุดๆ เพราะถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน กับกระแส “อาหารคลีน” ที่ถูกอกถูกใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก ด้วยความฮิตติดกระแสขนาดนี้ ทีมงานของเราจึงไม่พลาดที่จะเปิดหลักสูตรใหม่ล่าสุด ใน วันที่ 29 ตุลาคม 2559 อย่าง ไฮโดรโปนิกส์ ผักเงินล้าน ที่ต่อยอดมาจากหลักสูตรสุดฮ็อต อย่าง การปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ ที่ได้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์มายาวนานกว่าในวงการนี้ อย่าง อาจารย์ปกรณ์ พิสุทธิ์ชาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนอินสไปรด์ จำกัด และเจ้าของเว็บไซต์ http://www.thaihydrohobby.com ที่จะมาเปิดเผยและให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์กันแบบครบวงจร พร้อมนำพาทุกท่านไปชมระบบการจัดการฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ ของจริงกันอีกด้วย โดยในชั่วโมงเรียนนั้นทุกท่านจะได้เรียนรู้เรื่องการปลูกพืชไม่ใช้ดิน, เทคนิคการลดไนเตรตของผักไฮโดรโปนิกส์, เรียนรู้ระบบการในปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ พร้อมตอบปัญหา และข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำธุรกิจนี้อีกด้วย ส่วนช่วงบ่าย อาจารย์ปกรณ์ จะพาผู้เรียนทุกท่านไปเยี่ยมชมฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ เพื่อศึกษาระบบการจัดการภายในฟาร์ม และตอบทุกคำถามที่ค้างคาใจ สำหรับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า…ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากนำไปต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ ที่กำลังอินเทรนด์ในขณะนี้เลยทีเดียว

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตร การแกะสลัก เพื่อการจัดจาน (วันที่ 22 ตุลาคม 2559), ไฮโดรโปนิกส์ ผักเงินล้าน (วันที่ 29 ตุลาคม 2559), การผลิตสบู่ เพื่อผิวสวย (วันที่ 30 ตุลาคม 2559) จะมาให้ความรู้ พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมืออาชีพ สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชนอคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

คนบางเลน นครปฐม ฉีกแนวใช้บล็อกซีเมนต์ ปลูกกล้วยไม้ตัดดอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05106011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้า

ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา

คนบางเลน นครปฐม ฉีกแนวใช้บล็อกซีเมนต์ ปลูกกล้วยไม้ตัดดอก

ไทย เป็นอีกประเทศในโลกที่ผลิตกล้วยไม้ได้อย่างมีคุณภาพ แหล่งปลูกกล้วยไม้หลายแห่งมีศักยภาพในการผลิตกล้วยไม้ได้จำนวนมาก สามารถส่งขายได้ทั้งภายในและต่างประเทศ

การผลิตกล้วยไม้ไม่เพียงแต่เจ้าของธุรกิจจะต้องแข่งขันกับหลายประเทศที่ผลิตอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังต้องเอาชนะธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงจนทำให้กระทบกับยอดและคุณภาพผลผลิตอีกด้วย แต่ด้วยใจสู้ของชาวสวนกล้วยไม้ไทยต่างหาวิธีเอาชนะกับปัญหาอุปสรรคอย่างไม่ท้อ

ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้า ฉบับนี้พาท่านผู้อ่านไปพบกับ คุณสมชาย เลิศรุ่งวิทยาชัย อยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 7 ตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เจ้าของสวนกล้วยไม้ ที่ชื่อ “สวนหมื่นล้านออร์คิด” เป็นสวนกล้วยไม้สกุลหวายตัดดอกที่มีคุณภาพขนาดใหญ่ย่านบางเลน ขายส่งทั้งตลาดในและต่างประเทศ

พบปัญหาจำนวนมะพร้าวลดลง หายาก ราคาแพง

ส่งผลต่อการทำธุรกิจ

ความจริงแล้วสวนกล้วยไม้เมื่อมองจากภายนอกก็เหมือนกัน แต่ถ้าได้เดินเข้าไปในแปลงปลูกกล้วยไม้ของสวนคุณสมชายจะพบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของกล้วยไม้ที่ปลูก ใช้บล็อกซีเมนต์เป็นวัสดุปลูกแทนกาบมะพร้าว ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ให้ผลผลิตสมบูรณ์ทั้งขนาดและความสวยสด แถมยังประหยัดคุ้มทุนกว่าการใช้กาบมะพร้าวล้วนเสียด้วยซ้ำ แต่เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณสมชายถึงเลือกนำบล็อกซีเมนต์มาใช้กับธุรกิจของเขา ลองตามไปฟังคำตอบกัน

คุณสมชายอยู่บนเส้นทางอาชีพปลูกกล้วยไม้ตัดดอกมานานกว่า 12 ปี เดิมทีมีสวนอยู่แถวจังหวัดนนทบุรี แต่มองดูน่าจะคับแคบไป จึงทำให้ตัดสินใจย้ายมาที่บางเลน นครปฐม เพื่อทำสวนกล้วยไม้แห่งใหม่ที่มีพื้นที่จำนวน 100 ไร่

เดิมทีคุณสมชายใช้กาบมะพร้าวเป็นวัสดุปลูกเช่นเดียวกับรายอื่น ซึ่งทำกันมายาวนาน และกาบมะพร้าวที่ใช้มี 2 แบบ คือ ชนิดอัดก้อนและไม่อัดก้อน

แนวคิดที่ต้องการหาวัสดุอื่นมาแทนมะพร้าวเพราะหลายปีนี้พบว่าเกิดวิกฤตหนอนหัวดำมากินต้นมะพร้าว ส่งผลให้ลูกมะพร้าวเกิดความเสียหายและลดจำนวนลง ขณะเดียวกัน เปลือกมะพร้าวที่นำมาใช้สำหรับปลูกกล้วยไม้ก็หายากมากขึ้น อีกทั้งยังมีราคาขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ คือจากเดิมเคยซื้อแบบอัดก้อนราคาก้อนละ 6 บาท ได้ขยับขึ้นมาเป็น 12 บาท ต่อก้อน แล้วยังหายากด้วย กว่าจะสั่งได้ครบต้องรอนาน

ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นมีการสะสมจนทำให้ผู้ประกอบธุรกิจกล้วยไม้ตัดดอกไม่สามารถกำหนดเป้าหมายและตัวเลขการผลิตที่ชัดเจนแน่นอนได้ จึงทำให้ขาดโอกาสทางการค้าไปอย่างน่าเสียดาย เพราะการปลูกกล้วยไม้ต้องคำนึงถึงช่วงเวลาเพื่อกำหนดให้ออกดอกทันในช่วงเทศกาล แล้วหากเลยออกไปจะทำให้ราคาลดลงทันที

เลือกใช้บล็อกซีเมนต์ เพราะต้นทุนต่ำ ผลิตง่าย ใช้ได้นาน

ด้วยเหตุนี้คุณสมชายพร้อมกับกลุ่มเพื่อนหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วเกิดแนวคิดว่าควรจะหาวัสดุชนิดอื่นมาทดแทนการใช้มะพร้าว โดยผุดแนวคิดหาวิธีมากมายหลายชนิด แต่หลายแนวทางที่คิดออกมาล้วนแต่ประสบปัญหาตรงที่ต้องใช้ต้นทุนสูงแล้วไม่สอดคล้องกับความต้องการ

ในที่สุดมีการเสนอความคิดให้ลองใช้บล็อกซีเมนต์ที่ใช้กันอยู่ในวงการก่อสร้างทั่วไปมาเป็นวัสดุปลูกกล้วยไม้ ซึ่งเมื่อมาตรวจสอบราคาต้นทุนแล้วเพียงราคาก้อนละ 3 บาท อีกทั้งการขึ้น-ลงราคาก็ไม่เปลี่ยนแปลงเร็วเพราะอาจไปกระทบกับต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงยังมีความทนทานสามารถใช้ได้นานถึง 10 ปี

แต่ข้อเสียคือมีน้ำหนักถึงก้อนละ 6 กิโลกรัม ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับน้ำหนักของโต๊ะปลูก จึงได้ลองออกแบบใหม่ให้แตกต่างจากบล็อกซีเมนต์ทั่วไป แล้วสามารถลดน้ำหนักลงมาได้เหลือก้อนละ 5 กิโลกรัม ในที่สุดเมื่อมีการปรับแต่งทุกอย่างก็สามารถลองนำมาใช้งานจริงได้ จึงได้ผลิตออกมาจำนวนมากเพื่อนำไปใช้กับกล้วยไม้รุ่นใหม่

“บล็อกซีเมนต์ที่ผลิตออกมาเพื่อใช้สำหรับปลูกกล้วยไม้มีขนาดและลักษณะแตกต่างจากบล็อกซีเมนต์ที่ใช้ในการก่อสร้าง กล่าวคือด้านยาวจะสั้นกว่า และด้านกว้างจะยาวกว่า และความหนาจะน้อยกว่า เหตุผลที่ต้องออกแบบเช่นนี้เพราะต้องการให้มีน้ำหนักเบา อีกทั้งจำนวนช่องยังน้อยกว่าด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังใช้แกลบดำเป็นส่วนผสมของการผลิตบล็อกซีเมนต์ด้วย”

ถึงแม้แนวทางการนำบล็อกซีเมนต์มาใช้ แต่คุณสมชายยังคงต้องใช้กาบมะพร้าวด้วยเพื่อให้ช่วยเก็บความชื้นจากน้ำ เพียงแต่ใช้น้อยลงมากเหลือเพียง 20 เปอร์เซ็นต์จากที่เคยใช้ และเป็นกาบมะพร้าวอ่อนที่อยู่บริเวณเปลือกมะพร้าวที่หลังจากได้ปอกเปลือกออกแล้วโดยนำกาบมะพร้าวอ่อนมาปิดที่ช่องบริเวณด้านหน้าบล็อกซีเมนต์ โดยกาบมะพร้าวดังกล่าวมีราคาคันรถละ 3,000 บาท ใช้งานได้จำนวนมากด้วย

กำไรเห็นชัดเมื่อพ้นปีที่ 4

ทางด้านการลงทุน คุณสมชาย บอกว่า ถ้าเริ่มลงทุนพร้อมกันกับแบบใช้กาบมะพร้าวล้วน อาจใช้เงินลงทุนไม่ต่างกัน แต่จะเริ่มเห็นความชัดเจนในการเปลี่ยนต้นกล้วยไม้รุ่นที่สอง ในราวปีที่ 4 เนื่องจากสามารถลดต้นทุนไปได้ถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าใช้กาบมะพร้าวตามแนวทางเดิมจะต้องซื้อวัสดุปลูกชุดใหม่ ต้องลงทุนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงที่ต้องขนวัสดุเก่าไปทิ้ง แล้วยังต้องจ้างคนมาทำความสะอาด

แต่การนำบล็อกซีเมนต์มาใช้สามารถใช้ของเดิมได้ โดยไม่ต้องไปลงทุนซื้อใหม่ ไม่ต้องขนอะไรออกนอกพื้นที่เลย เพียงมีค่าทำความสะอาดของเดิมเท่านั้น ถือว่าประหยัดเงินลงทุนได้เกือบเท่ากับเงินลงทุนก้อนแรก

ข้อดีของการนำบล็อกซีเมนต์มาใช้อีกด้านหนึ่งคือมีประโยชน์ต่อการควบคุมปริมาณน้ำจะง่ายกว่า โดยเฉพาะหน้าฝน ถ้าใช้กาบมะพร้าวตามแนวทางเดิมจะอุ้มเก็บน้ำไว้นาน จะชื้นมาก แล้วแห้งยากจึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเชื้อรา เพราะแม้ว่ากล้วยไม้จะชอบน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำมากและชุ่มเกินไป

เมื่อนำบล็อกซีเมนต์มาใช้ ปรากฏว่าปริมาณน้ำที่อยู่ในกาบมะพร้าวอ่อนมีจำนวนน้อยมาก เหมาะสมกับความต้องการของกล้วยไม้ จึงทำให้ไม่เกิดความชื้นสะสมแล้วไม่เป็นเชื้อรา ดังนั้น สารกำจัดเชื้อราที่ใช้จึงน้อยลงมาก แล้วใช้ห่างได้ ถือเป็นข้อดีของการลดต้นทุน

นอกจากนั้น ยังมีข้อดีคือแมลงศัตรูพืชลดลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วที่ผ่านมา 3 ปี ยังพบว่ากล้วยไม้แตกหน่อใหม่จำนวนหลายหน่อ ทั้งนี้ การใช้แนวทางนี้ให้มีประสิทธิภาพจะต้องมีการบริหารจัดการเรื่องปุ๋ย/น้ำอย่างสอดคล้องและเหมาะสมควบคู่ไปด้วย

ขณะนี้สวนกล้วยไม้ของคุณสมชายได้นำบล็อกซีเมนต์มาใช้แล้วกว่า 60 ไร่ และใช้มานานกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นเพียงกล้วยไม้รุ่นแรก นอกจากตัวเขาเองแล้วในกลุ่มญาติและเพื่อนที่ประกอบธุรกิจกล้วยไม้ตัดดอกก็ได้นำวิธีนี้ไปใช้กันแล้ว

ไม่ผิดหวังเรื่องคุณภาพ แต่ต้องบริหารจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม

สำหรับในเรื่องคุณภาพและผลผลิตที่เกิดจากการปลูกในบล็อกซีเมนต์ คุณสมชาย บอกว่า ในระยะแรกหรือผลผลิตรุ่นแรกมีอัตราการเจริญเติบโตช้ากว่าวิธีการใช้กาบมะพร้าวล้วนเพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่เมื่อผ่านพ้นไปสัก 1 ปี จะพบว่าการให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันเลย

คุณสมชายแสดงความเป็นห่วงในเรื่องสถานการณ์กาบมะพร้าวที่นำมาใช้ปลูกกล้วยไม้อยู่ในขณะนี้ว่านับวันจะยิ่งหายากเพราะลดน้อยลงมาก แล้วยังมีราคาแพง ฉะนั้น หากใช้วิธีการเดิมต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มมาก แล้วในอนาคตยังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร แต่ถ้ามีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน อย่ารอให้ถึงวันที่เดือดร้อน จึงต้องหาทางแก้ไขก่อน

อย่างไรก็ตาม กล้วยไม้ในสวนของคุณสมชาย ยังมีการปลูกแบบใช้กาบมะพร้าวล้วนอยู่จำนวน 20 ไร่ เขาบอกว่ากล้วยไม้ชุดนี้คงไม่เปลี่ยนไปใช้บล็อกซีเมนต์ เพราะต้องการปลูกเพื่อเปรียบเทียบ พร้อมกับใช้สำหรับเป็นฐานข้อมูลด้วย

สำหรับท่านที่สนใจการปลูกกล้วยไม้ด้วยการใช้บล็อกซีเมนต์เป็นวัสดุ ตามแนวทางของ คุณสมชาย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ (089) 890-8814

ราคาสินค้าตลาดสี่มุมเมืองประจำวันที่ 16 กันยายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05108011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

ราคาสินค้าตลาดสี่มุมเมืองประจำวันที่ 16 กันยายน 2559

ผัก

กระเจี๊ยบเขียว กิโลกรัมละ 14

ข้าวโพดฝักอ่อน กิโลกรัมละ 20

ขึ้นฉ่าย กิโลกรัมละ 50

ต้นคะน้า กิโลกรัมละ 6.50

ยอดคะน้า กิโลกรัมละ 7

แตงกวาทั่วไป กิโลกรัมละ 4

แตงกวาเล็กอ่อน กิโลกรัมละ 8

แตงไทยอ่อน กิโลกรัมละ 10

แตงร้าน กิโลกรัมละ 6.50

ถั่วงอก กิโลกรัมละ 20.50

ถั่วฝักยาวด้วง กิโลกรัมละ 20

ถั่วฝักยาวเส้น กิโลกรัมละ 21

ถั่วพู กิโลกรัมละ 30

ถั่วแขก กิโลกรัมละ 30

บวบงู กิโลกรัมละ 14

บวบเหลี่ยม กิโลกรัมละ 6

บวบหอม กิโลกรัมละ 10

ผักกาดหอม กิโลกรัมละ 22.50

ผักบุ้งจีน กิโลกรัมละ 6

ผักบุ้งไทย มัดละ 50

ฟักเขียวแก่ กิโลกรัมละ 5

ฟักเขียวอ่อน กิโลกรัมละ 5

มะเขือเปราะ กิโลกรัมละ 16

มะเขือม่วง กิโลกรัมละ 14

มะเขือลาย กิโลกรัมละ 16

มะเขือลิง กิโลกรัมละ 14

มะเขือยาวขาว กิโลกรัมละ 19

มะเขือพวง กิโลกรัมละ 20

มะระจีน กิโลกรัมละ 15

มะละกอดิบ กิโลกรัมละ 6

ลูกน้ำเต้า กิโลกรัมละ 10

กะหล่ำปลีขาว (แกะเปลือก)กิโลกรัมละ 17.50

กะหล่ำปลีม่วง กิโลกรัมละ 30

คะน้าฮ่องกง กิโลกรัมละ 70

แครอตนอก กิโลกรัมละ 25

กระเทียมต้น กิโลกรัมละ 80

ตั้งโอ๋ กิโลกรัมละ 45

ผักกวางตุ้งดอก กิโลกรัมละ 15

ผักกวางตุ้งไต้หวัน กิโลกรัมละ 35

ผักกวางตุ้งธรรมดา กิโลกรัมละ 4

ผักกาดแก้ว กิโลกรัมละ 45

ผักกาดขาวปลี กิโลกรัมละ 14

ผักกาดขาว (ลุ้ย) กิโลกรัมละ 18

ผักกาดเขียว กิโลกรัมละ 10

พริกยอดสน กิโลกรัมละ 35

พริกยำเขียว กิโลกรัมละ 24

พริกยำแดง กิโลกรัมละ 56

มะเขือเทศเชอร์รี่ กิโลกรัมละ 65

มะเขือเทศผลใหญ่ กิโลกรัมละ 20

มะเขือเทศสีดา กิโลกรัมละ 20

มันฝรั่ง กิโลกรัมละ 35

ยอดฟักแม้ว กิโลกรัมละ 30

ลูกฟักแม้ว กิโลกรัมละ 20

ผลไม้

กล้วยไข่กำแพงเพชร

เบอร์ใหญ่ หวีละ 60

กล้วยไข่กำแพงเพชร

เบอร์กลาง หวีละ 42.50

กล้วยไข่กำแพงเพชร

เบอร์เล็ก หวีละ 22.50

กล้วยน้ำว้านวล

เบอร์ใหญ่ หวีละ 60

กล้วยน้ำว้านวล

เบอร์กลาง หวีละ 42.50

กล้วยน้ำว้านวล

เบอร์เล็ก หวีละ 22.50

ขนุนทองประเสริฐ กิโลกรัมละ 30

ขนุนมาเลย์ กิโลกรัมละ 30

ฝรั่งกิมจู ใหญ่ กิโลกรัมละ 25

ฝรั่งกิมจู กลาง กิโลกรัมละ 23

มะพร้าวอ่อนน้ำหอม ใหญ่ ลูกละ 22

มะพร้าวอ่อนน้ำหอม กลางลูกละ 20

มะพร้าวอ่อนน้ำหอม เล็ก ลูกละ 18

ส้มเขียวหวาน 00 กิโลกรัมละ 60

ส้มเขียวหวาน 0 กิโลกรัมละ 60

ส้มเขียวหวาน 1 กิโลกรัมละ 45

ส้มเขียวหวาน 2 กิโลกรัมละ 30

ส้มเขียวหวาน 3 กิโลกรัมละ 25

ส้มเขียวหวานสีน้ำตาล

เบอร์ 00 กิโลกรัมละ 68

ส้มเขียวหวานสีน้ำตาล

เบอร์ 0 กิโลกรัมละ 68

ส้มเขียวหวานสีน้ำตาล

เบอร์ 1 กิโลกรัมละ 50

ส้มเขียวหวานสีน้ำตาล

เบอร์ 2 กิโลกรัมละ 35

ส้มเขียวหวานสีน้ำตาล

เบอร์ 3 กิโลกรัมละ 28

ส้มสายน้ำผึ้ง เบอร์ 7 กิโลกรัมละ 95

ส้มสายน้ำผึ้ง เบอร์ 6 กิโลกรัมละ 90

ส้มสายน้ำผึ้ง เบอร์ 5 กิโลกรัมละ 80

ส้มสายน้ำผึ้ง เบอร์ 4 กิโลกรัมละ 50

ส้มสายน้ำผึ้ง เบอร์ 3 กิโลกรัมละ 35

ส้มโชกุน เบอร์ 00 กิโลกรัมละ 80

ส้มโชกุน เบอร์ 0 กิโลกรัมละ 70

ส้มโชกุน เบอร์ 1 กิโลกรัมละ 45

ส้มโชกุน เบอร์ 2 กิโลกรัมละ 35

ส้มโชกุน เบอร์ 3 กิโลกรัมละ 25

เนื้อหมู

กระเพาะหมู กิโลกรัมละ 95

ไข่ดันหมู กิโลกรัมละ 90

ซี่โครงหมู กิโลกรัมละ 127

ตับหมู กิโลกรัมละ 100

ขาหมู กิโลกรัมละ 69

เนื้อแดงหมู กิโลกรัมละ 130

เนื้อสันใน-นอกหมู กิโลกรัมละ 129.50

เนื้อสามชั้นหมู กิโลกรัมละ 130

ปอดหมู กิโลกรัมละ 30

ไส้ตันหมู กิโลกรัมละ 160

ไส้อ่อนหมู กิโลกรัมละ 130

หัวใจหมู กิโลกรัมละ 95

หัวหมูสด กิโลกรัมละ 85

หัวหมูพะโล้ กิโลกรัมละ 100

เนื้อวัว

ขอบกระด้งเนื้อ กิโลกรัมละ 220

ขี้ริ้วเนื้อ กิโลกรัมละ 220

เครื่องในเนื้อ กิโลกรัมละ 130

ดอกจอกเนื้อ กิโลกรัมละ 220

ตับเนื้อ กิโลกรัมละ 230

น่องเนื้อ กิโลกรัมละ 220

ซี่โครงเนื้อ กิโลกรัมละ 200

เนื้อแดง กิโลกรัมละ 230

เนื้อปลีกเนื้อ กิโลกรัมละ 220

สันคอเนื้อ กิโลกรัมละ 220

เศษเนื้อ กิโลกรัมละ 130

หัวใจเนื้อ กิโลกรัมละ 200

เนื้อวัวบด กิโลกรัมละ 220

ลิ้นเนื้อ กิโลกรัมละ 220

เนื้อไก่

ไก่แก่ กิโลกรัมละ 62.50

ไก่ผ่าซีก กิโลกรัมละ 70

ข้อไก่ กิโลกรัมละ 31.50

เครื่องในไก่ กิโลกรัมละ 67.50

ซี่โครงไก่ กิโลกรัมละ 22.50

ตีนไก่ กิโลกรัมละ 72.50

ปีกเต็ม-น่องไก่ กิโลกรัมละ 80

ปีกบนไก่ กิโลกรัมละ 70

สะโพกไก่ กิโลกรัมละ 85

อกไก่ กิโลกรัมละ 70

ไข่ไก่ เบอร์ 0 ฟองละ 4.50

ไข่ไก่ เบอร์ 1 ฟองละ 4.20

ไข่ไก่ เบอร์ 2 ฟองละ 3.80

ไข่ไก่ เบอร์ 3 ฟองละ 3.50

ไข่เป็ด เบอร์ 0 ฟองละ 6

ไข่เป็ด เบอร์ 1 ฟองละ 5

ไข่เป็ด เบอร์ 2 ฟองละ 4.80

ไข่เป็ด เบอร์ 3 ฟองละ 3.50

ปลาน้ำจืด

กบ กิโลกรัมละ 97.50

ปลากด กิโลกรัมละ 150

ปลาเค้า กิโลกรัมละ 110

ปลาช่อนเล็ก กิโลกรัมละ 130

ปลาช่อนใหญ่ กิโลกรัมละ 160

ปลาดุกนา กิโลกรัมละ 120

ปลาทับทิม กิโลกรัมละ 92.50

ปลานิล กิโลกรัมละ 47.50

ปลาเนื้ออ่อน กิโลกรัมละ 250

ปลารากกล้วย กิโลกรัมละ 250

ปลาแรด กิโลกรัมละ 92.50

ปลาสร้อย กิโลกรัมละ 55

ปลาสลิด กิโลกรัมละ 150

ปลาสวายหั่น กิโลกรัมละ 60

ปลาสวายตัว กิโลกรัมละ 40

อาหารทะเล

ปลากระบอก กิโลกรัมละ 110

ปลากะพงขาว กิโลกรัมละ 157.50

ปลาเก๋า กิโลกรัมละ 180

ปลาซาบะ กิโลกรัมละ 67.50

ปลาอินทรี กิโลกรัมละ 235

หมึกไข่ ใหญ่ กิโลกรัมละ 250

หมึกไข่ กลาง กิโลกรัมละ 190

หมึกไข่ เล็ก กิโลกรัมละ 185

หมึกกล้วย กิโลกรัมละ 205

หอยแครง กิโลกรัมละ 147.50

หอยลาย กิโลกรัมละ 62.50

ปูม้า (ตัว) กิโลกรัมละ 290

ปูม้า (แกะ) กิโลกรัมละ 465

ดอกไม้

ดอกรัก ลิตรละ 65

ดาวเรือง ตัดดอก ร้อยละ 90

ดาวเรือง ตัดกิ่ง ร้อยละ 135

บานไม่รู้โรย กิโลกรัมละ 80

บัวหลวงขาว กำละ 35

บัวหลวงแดง กำละ 25

กุหลาบตาก กิ่งใหญ่ ร้อยละ 500

กุหลาบตาก กิ่งรอง ร้อยละ 320

มะลิดิบ ลิตรละ 550

มะลิแช่ ลิตรละ 350

ดอกพุด ลิตรละ 150

ดาหลา ดอกละ 40

จำปี ร้อยละ 110

ชา…เครื่องดื่มแห่งวัฒนธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05110011059&srcday=2016-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 29 ฉบับที่ 632

ครัวชาวบ้าน

พิชญาดา เจริญจิต

ชา…เครื่องดื่มแห่งวัฒนธรรม

คนสมัยใหม่เขามักจะบอกว่า…ชาเป็นเครื่องดื่มของคนแก่ หรือดื่มชาทำให้ท้องผูก ซึ่งอาจเป็นเพราะกระแสความนิยมในการดื่มน้ำอัดลม กาแฟ ไวน์ เบียร์ ที่มาแรง ทำให้คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จักเลือกดื่มชา โดยเฉพาะชาจีน ที่ดูช่างไม่มีโอกาสเสียเลยในยุคแห่งเครื่องอำนวยความสะดวกที่ทุกๆ คนเคยชินกับความรวดเร็ว และสำเร็จรูป เพราะมีรายละเอียดของอุปกรณ์ และขั้นตอนวิธีชงชาจีน อีกทั้งเป็นเครื่องดื่มชนิดร้อน จึงหาโอกาสดื่มได้ยาก

ในที่ทำงาน ส่วนมากก็มีแต่ชาฝรั่งสำเร็จรูปชนิดซองที่เราคุ้นเคยในนาม ชาลิปตัน เท่านั้น ที่ยังสามารถสู้เจ้าตลาดอย่างกาแฟได้ บางท่านพอกลับเข้าบ้านก็พบกับน้ำอัดลมกระป๋อง เบียร์กระป๋อง ที่เพียงดึงห่วงอะลูมิเนียมก็พร้อมดื่มได้ทันที แล้วเราจะปล่อยให้วัฒนธรรมของชาวตะวันออกโดยแท้ที่สืบทอดกันมานานนับพันปีเสื่อมหายไปตามรสนิยมสมัยใหม่กระนั้นหรือ

วัฒนธรรมการดื่มชา

แม้วัฒนธรรมการดื่มชาดั้งเดิมจะลืมเลือนไปบ้าง แต่สำหรับชาวตะวันออกอย่างประเทศไต้หวัน ที่มีอากาศค่อนข้างหนาว คนเลยนิยมดื่มเครื่องดื่มร้อนกันมาก ซึ่งคนที่นั่นเขาดื่มชากันเป็นประจำเกือบทุกคน ตั้งแต่อายุน้อยๆ วัยรุ่น จนถึงคนแก่ ชาของที่นั่นขายดีกว่าน้ำอัดลม เพราะรัฐบาลเขาให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง มีโรงเรียนสอนเกี่ยวกับเรื่องชา โดยเฉพาะการดื่มชาของไต้หวันนั้นเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมประจำชาติกันเลยทีเดียวเชียว

สำหรับประเทศไทยเราที่อากาศร้อนอบอ้าวแทบตับจะแตก จะเห็นได้ว่าก็ยังมีการดื่มน้ำชากันมานานแล้วเช่นกัน สมัยอาก๋ง อาม่า ไปสวนลุมพินีตอนเช้าทุกวัน จะพบเห็นมีก๊วนน้ำชามากเช่นกัน จึงไม่น่าจะใช่เหตุผลเกี่ยวกับอากาศร้อน หนาว แต่อาจเป็นด้วยความเชื่อมากกว่าไหม

บางคนเชื่อที่ว่า ดื่มน้ำชามากๆ จะทำให้ท้องผูก อาจเป็นความจริงบ้างบางส่วน ถ้าเราดื่มน้ำชาที่แช่ใบชาไว้นานกว่า 2 ชั่วโมง ใบชาจะคายสารแทนนินออกมา ซึ่งสารชนิดนี้มีผลที่จะทำให้ท้องผูกได้ แต่ถ้าดื่มตามวิธีชงชาแบบจีน คือเทน้ำร้อนลงในถ้วยน้ำชาไม่ถึงนาทีจะไม่มีทางท้องผูกได้เลย ว่างั้นนะ

แหล่งปลูกต้นชาที่ดี และเหมาะสมที่สุด

สำหรับประเทศไทย ภูมิประเทศทางภาคเหนือในเขตจังหวัดเชียงราย มีภูมิอากาศที่เหมาะกับการปลูกต้นชา เพราะดินที่นี่อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้แหล่งปลูกชาสำคัญๆ ของโลกเลย และชาที่ปลูกได้ในประเทศไทยก็มีรสชาติดีไม่แพ้ของไต้หวันเช่นกัน

หากคนไทยเรานิยมหันมาดื่มชาจีนกันบ้าง เกษตรกรก็หันมาปลูกชากันมากขึ้น คงจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกชามีอาชีพและมีรายได้มากขึ้น เพราะในประเทศไต้หวัน ชาจีนดีๆ อย่าง ชาอู่หลง ที่นิยมกันมาก และมีราคาดีมากๆ คนไทยเราก็มีแหล่งผลิตเช่นกัน ซึ่งชาอู่หลงบนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ถือได้ว่าเป็นชาที่พัฒนาจนสามารถส่งออกตีตลาดกลับไปยังไต้หวันได้ เช่น ชาอู่หลงก้านอ่อน และชาอู่หลง เบอร์ 12

ที่มาของ ชา

ชา เป็นเครื่องดื่มที่คนรู้จักกันมานาน และนิยมดื่มกันอย่างแพร่หลายที่สุดอย่างหนึ่งในโลก ส่วนจะเริ่มรู้จักดื่มชากันตั้งแต่เมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัด หลายคนเชื่อว่า ชามีถิ่นกำเนิดมาจากหลังคาโลก คือ ประเทศทิเบต แต่ในตำนานชาของจีน มีเรื่องเล่าว่า อยู่ในช่วงเดียวกับอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุเริ่มต้น หรือประมาณ 2,737 ปี ก่อนคริสตกาล จักรพรรดิเชนนุงของจีนไต้บังเอิญพบว่า ใบชามีรสชาติดีและกลิ่นหอม เมื่อนำมาใส่น้ำร้อน จึงเริ่มมีคนนิยมดื่มชานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ชา มาจากพืชตระกูลคาเมเลีย ไซเนนซิส ถิ่นกำเนิดอยู่ในจีนและอินเดีย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเขียวตลอดปี ในเมล็ดมีสารจำพวกน้ำมันระเหย ส่วนในใบมีสารจำพวกแทนนินและกาเฟอีน มีลักษณะใบเรียวยาว ขอบใบเป็นหยัก ละเอียด คล้ายฟันปลา ในทางเศรษฐกิจเป็นพืชที่มีความสำคัญรองจากกาแฟ แต่เป็นเครื่องดื่มที่มีคนดื่มมากที่สุดในโลก

หลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่าคนเราเริ่มรู้จักนำใบชามาบ่มและผ่านกรรมวิธีต่างๆ คือ ตำนานชาของลู่หยู ซึ่งจัดพิมพ์ในประเทศจีน เมื่อปี ค.ศ. 780 ได้บรรยายถึงการปลูกชา กรรมวิธีในการทำใบชาพร้อมดื่ม เช่น อัดเป็นก้อน ป่นเป็นผง และในรูปใบชาแห้งต่างๆ

พระภิกษุในพุทธศาสนาเป็นผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการดื่มชาสู่ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นก็ขยายไปหมู่เกาะชวา และหมู่เกาะอินเดียตะวันออกในอาณานิคมโปรตุเกส เมื่อพ่อค้าอังกฤษมาตั้งบริษัทอินเดียตะวันออกขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-18 ชาก็หลั่งไหลสู่หมู่เกาะอังกฤษ และอาณานิคมทั้งหลาย รวมๆ ทั้งทวีปอเมริกาในที่สุด

วิธีชงชาจีน

ก่อนจะมานั่งจิบชา ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ครบก่อน เริ่มจาก ตะเกียงลาน กาน้ำ ปั้นน้ำชา ปั้นรองกากชา จอกชา บางชุดอาจมีจอกสำหรับดมชาด้วย ซึ่งเป็นจอกทรงสูงกว่า และชิ้นสุดท้ายก็คือ ชามรองน้ำล้างจอกชา ทั้งนี้ อาจจะมีอุปกรณ์พิเศษหรือทันสมัยกว่านี้ก็ตามแต่รสนิยม

หลังจากที่จัดหาอุปกรณ์ได้ครบแล้วก็เริ่มกรรมวิธีชงชาตามแบบคนจีนได้เลย เมื่อต้มน้ำจนเดือดดีแล้ว ให้ยกกาขึ้นพักไว้ ทิ้งให้เย็นลงเล็กน้อย อุณหภูมิที่ชงชาจีนได้อร่อยที่สุดคือ ประมาณ 85 องศาเซลเซียส เพราะถ้าน้ำร้อนมากเกินไปจะทำให้ใบชาสุก จนไม่คลายรส และกลิ่นหอมของชาออกมา

ระหว่างนั้นก็ใช้ช้อนตักใบชาลงในปั้นอย่าใช้มือ เพราะอาจจะมีเหงื่อและกลิ่นอื่นๆ อันไม่พึงประสงค์อาจติดไปกับใบชาได้ ใส่ใบชา ประมาณ 1 ใน 4 ของปั้นน้ำชา หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ร่วมดื่ม

เคล็ดลับ วิธีเทน้ำร้อนลงในปั้น

ให้ยกกาเทน้ำลงมาจากระดับสูง ห่างจากปั้นประมาณสัก 1 ฟุต เพื่อให้น้ำไหลผ่านอากาศ ช่วยลดอุณหภูมิอีกที สำหรับครั้งแรกให้เทน้ำลงในปั้นจนล้นเพื่อล้างใบชาไปในตัว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แล้วค่อยรินใส่จอก สำหรับน้ำแรกแบบนี้ไม่ต้องรอนาน เพราะใบชายังใหม่ และมีรสจัดเข้มอยู่แล้ว พอถึงน้ำที่ 3 หรือ 4 ก็รอนานขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องไม่เกิน 2 นาที เพราะเดี๋ยวใบชาสุก และเวลาเทน้ำก็ไม่ต้องยกกาสูงแล้ว เพราะน้ำจะเริ่มอุ่นลงตามเวลา น้ำชาในครั้งที่ 3 หรือ 4 จะเป็นน้ำชาที่มีรสกลมกล่อมที่สุด เพราะใบชาที่ม้วนอยู่จะคลายตัวได้ที่ ให้รสชาติ และหอมเต็มที่

ชาปั้นหนึ่งจะชงได้ถึง 6-7 ครั้ง หากว่าเราชงได้ 3 ครั้ง แล้วอยากหยุดไว้ก่อนก็ได้ หากเรารินน้ำออกจากปั้นให้แห้งจริงๆ เราสามารถเก็บใบชาไว้ในปั้นอย่างนั้นจากเช้าถึงเย็น แล้วนำมาชงต่อได้อีกโดยรสชาติไม่เสียไป แต่ห้ามเก็บข้ามคืน

วิธีรินน้ำชาใส่จอก

ให้จัดจอกชาเรียงเป็นแถวชิดกัน แล้วรินจากจอกแรกไปหาจอกสุดท้าย โดยรินจอกละน้อยก่อน แล้ววนจากจอกสุดท้ายมาจอกแรก วนไปวนมาจนเต็มเท่ากันทุกจอก แล้วชาทุกจอกจะมีรสชาติเสมอกัน หรืออีกวิธีก็คือ รินน้ำชาทั้งหมดลงในปั้นอีกใบ น้ำชาหยดแรกก็จะผสมคลุกเคล้ากับหยดสุดท้าย ทำให้รสชาติเท่ากันหมด จากนั้นค่อยรินใส่จอกให้แก่ผู้ดื่มแต่ละคน ซึ่งวิธีหลังนี้จะช่วยลดอุณหภูมิน้ำชาให้พอดีดื่ม

วิธีลดอุณหภูมิน้ำชา

ธรรมเนียมสำคัญในพิธีชงชาแบบจีน คือ รินน้ำชาตามวิธีดังกล่าวลงในจอกสำหรับดมก่อน จอกสูงจะช่วยเก็บกลิ่นไว้ได้นาน หลังจากนั้นค่อยรินลงจอกสำหรับดื่ม น้ำชาก็จะอุ่นพอดี ส่วนผู้ดื่มก็จะนำจอกดมใบเปล่านั้นมาประคองไว้ด้วยมือทั้งสอง ยกรองไว้ใกล้จมูก ไอหอมของชาที่ติดอยู่ในจอกลึกก็จะหอมชื่นใจ ไอร้อนที่เก็บผ่านจอกกระเบื้องบางก็จะอุ่นมือให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเขาบอกว่า เป็นความสุขสุดยอดช่วงหนึ่งในศิลปะการดื่มน้ำชา ว่างั้น!

ชนิดและลักษณะของชาจีนที่ดี

คนจีนได้จำแนกชนิดของชาตามฤดูที่เก็บชาในประเทศจีน มี 4 ฤดู คือ ชุง แห่ ชิว และตัง คือ เริ่มนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ประมาณ 3 เดือน นั้น เป็นช่วง ชุง แห่ คือช่วงหน้าฝน ส่วน ชิว คือ ช่วงหมดฝนจะเริ่มเข้าหน้าหนาว ตัง จึงเป็นอีกช่วงที่เก็บชาได้ แต่ใบชารสดีที่สุดจะได้จากฤดูชุงเท่านั้น และภูมิประเทศยิ่งสูงยิ่งหนาว ชาจะยิ่งหอมและมีคุณภาพดี และราคาแพงยิ่งขึ้นเท่านั้น

ใบชาที่ดีจะต้องมีลักษณะใบแห้งและม้วนหดตัวแน่น เมื่อนำมาชงน้ำร้อนแล้ว ใบจะคลายออกให้เห็นเต็มทั้งใบ ไม่ขาด สีออกเขียวอมเหลืองเมื่อผ่านน้ำร้อนแล้ว แต่ใบชาไม่ดีจะออกสีน้ำตาล ถ้าเป็นพวกชาสด อย่าง ชาชิงชิงอู่หลง น้ำชาจะต้องใส สีออกเหลืองเขียว กลิ่นหอม ใบชาสด รสขมเล็กน้อย ชุ่มคอ ถ้าเป็นพวกชาทิกวนอิม (เป็นยอดชาชั้นเยี่ยมที่สุดในตระกูลชาอู่หลง)

หรือชาจุ้ยเชียน (เป็นชาประเภทชาแดง) เมื่อชงน้ำชาจะมีสีเข้มออกไปทางสีน้ำตาล กลิ่นหอมไหม้ รสขม ชุ่มคอนาน พวกคอชาอายุมากๆ จะชอบพวกชาทิกวนอิมมากกว่า (เป็นยอดชาชั้นเยี่ยมที่สุดในตระกูลชาอู่หลง : ชาอู่หลงเป็นชาหมักน้อย ลักษณะอยู่ระหว่างชาเขียวกับชาแดง คือกลิ่นหอม นุ่ม คล้ายน้ำผึ้ง ค่อนไปทางชาเขียวแต่รสเข้มค่อนไปทางชาแดง สีของชาอู่หลง จะเป็นสีเหลืองอมเขียว ใส)

วิธีบ่มใบชาแบบอู่หลง

การเก็บชาต้องดูวันที่ไม่มีฝนตก และก่อนหน้าเวลาเก็บต้องรอให้เวลาสายให้แสงแดดออกแล้ว เพื่อให้น้ำค้างระเหยหมด ใบชาต้องแห้งพอสมควรจึงจะเริ่มเก็บ เวลาริดใบจะริดเฉพาะช่วงยอด แต่ละยอดมี 2 ใบ หรือไม่เกิน 3 ใบ การเก็บต้องทำโดยความระมัดระวัง ทะนุถนอมไม่ให้ใบช้ำ

หลังจากนั้นจะนำใบชาสดมาผึ่งแดด ประมาณ 20 นาที เพื่อไล่ความชื้นออกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วก็นำไปกระตุ้นโดยใช้มือนวดเบาๆ ให้ใบเสียดสีกันจนขอบใบเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ หรือเกิดกระบวนการหมัก ทำครั้งละไม่เกิน 1 ชั่วโมง ประมาณ 4-5 ครั้ง แล้วนำเข้าเครื่องกระตุ้น 2 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที แต่ต้องทิ้งระยะห่างกัน 1 ชั่วโมง ช่วงนี้ใบจะคืนตัวและคายความหอมออกมา

แล้วนำไปคั่วด้วยความร้อนกว่า 300 องศาเซลเซียส นาน 5-6 นาที หลังจากนั้นก็นำเข้าเครื่องนวดให้ใบม้วนตัว แล้วนำไปอบอีกที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส แล้วนำออกมาห่อในผ้าขาว ครั้งละประมาณ 3 กิโลกรัม เพื่อม้วนใบด้วยมือ อบและนวดแบบนี้ 4-5 ครั้ง ขั้นตอนนี้ความชื้นในใบชาจะเหลือเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์ สุดท้าย จะอบด้วยความร้อนมากกว่า 90 องศาเซลเซียส ให้ความชื้นลดเหลือ 5-8 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำให้เสร็จภายในเวลา 24 ชั่วโมง

ขั้นสุดท้ายก่อนนำมาบรรจุห่อ คือการคัดเลือกเกรดใบชา หมายถึงคัดเอาก้านออกและแบ่งความสมบูรณ์ของใบชาที่ม้วนตัว มาขายในราคาต่างๆ กันไป จากนั้นก็นำไปอบให้เกิดกลิ่นหอมอีกที ก่อนจะบรรจุห่อ

ชาจีนที่ดีจะไม่มีการปรุงแต่งกลิ่น หรือเติมสิ่งแปลกปลอมใดๆ เพราะรสธรรมชาติเท่านั้นที่คนจีนยอมรับ

เมื่อท่านได้อ่านเรื่องราวของ “ชาจีน” แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าคนไทยรุ่นใหม่ๆ คงหันมาสนใจเลือกดื่ม “ชา” แทนเครื่องดื่มอื่นกันบ้างนะคะ จะเลือกดื่มชาร้อนหรือเย็นก็ได้ทั้งนั้น หรือหากท่านใดอยากมีคอนโดฯ อยากมีเบนซ์ เขาบอกว่าให้ดื่มชาเขียว อิชิตัน ซิ ไม่แน่ว่าการดื่มชาอาจเปลี่ยนชีวิตท่านก็ได้ ใครจะไปรู้เนาะ

‘เอมมี่ แม็กซิม’สุดเศร้า! สูญเสียคุณพ่อด้วยโรคมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/256891

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 14.26 น.

17 ก.พ.60 ขอแสดงความเสียใจกับสาว“เอมมี่ อมลวรรณ” หรือ “เอมมี่ แม็กซิม” ที่เพิ่งสูญเสียคุณพ่อ หลังจากที่เข้าพักรักษาอาการป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีระยะสุดท้าย ที่ โรงพยาบาลอุัยธานี

โดยเอมมี่ได้โพสต์ข้อความสุดเศร้าผ่านอินสตาแกรมว่า หากชาติหน้ามีจริงขอเป็นลูกคุณพ่อต่อไป แต่กระนั้น งานของเอมมี่ที่จะจัดคืนนี้ เอมมี่เองก็จะไม่ทิ้ง เพื่อไม่ให้ผู้ว่าจ้างเสียหาย

https://www.instagram.com/p/BQkZaCIhp00/

https://www.instagram.com/p/BQZ57RMAoyV/

https://www.instagram.com/p/BQYAEf6AqDN/

https://www.instagram.com/p/BQCAduogBVI/

https://www.instagram.com/p/BQDXJnZAqzU/

https://www.instagram.com/p/BP2Z2_PAIqm/

 

ช็อกวงการหนังสือ!’โหน่ง วงศ์ทนง’ ประกาศลาออกจาก’a day’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/256875

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 11.48 น.

17 ก.พ.60 เรียกได้ว่าช็อกวงการหนังสือเลยทีเดียว เมื่อ “โหน่ง วงศ์ทนง” พร้อม “นิติพัฒน์ สุขสวย” สองในสามผู้ก่อตั้งนิตยสาร “อะเดย์” ได้ประกาศลาออกจากบริษัท เดย์ โพเอทส์

โดยโหน่ง วงศ์ทนง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว @wongthanong ระบุว่า “เรียนทุกท่านทราบว่า ผม-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ และ นิติพัฒน์ สุขสวย สองผู้ก่อตั้ง a day ได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัท เดย์ โพเอทส์ แล้วครับ”

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีข่าวปัญหาเรื่องการซื้อขายหุ้น ทำให้มีข่าวในเชิงลบถึง โหน่ง วงศ์ทนง โดยกล่าวหาร้ายแรงถึงขั้น ทิ้งผู้ร่วมลงขัน ทรยศคนอ่านแลกกับเงิน 300 ล้าน เป็นต้น

จนทำให้ โหน่ง วงศ์ทนง เปิดใจผ่าน Live กับสื่อในเครือ the momentum เพื่อตอบทุกข้อสงสัย พร้อมกับวาทะที่ว่า “ถ้าดีลนี้เกิดขึ้น ผมลาออก” และยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือทราบเรื่องการขายหุ้นมาก่อน

 

หนุ่มๆใจสลาย’กิ๊บซี่’เปิดตัวแฟนหนุ่ม ควงคู่เที่ยวทะเล-โชว์เซ็กซี่ชุดว่ายน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/256866

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 10.25 น.

17 ก.พ.60 เรียกได้ว่าวาเลนไทน์ปีนี้เป็นปีที่ครึกครื้นเป็นอย่างมาก ทั้งเหล่าคนดัง คนบันเทิงต่างควงคู่หวานใจไปสวีทกันจนแฟนคลับพากันอิจฉา รวมไปถึงคู่ที่ไม่เคยเปิดตัว ก็ถือโอกาสวันแห่งความรักเปิดตัวอย่างเป็นทางการสะเลย เช่นเดียวกับนักร้องสาวสุดเซ็กซี่ “กิ๊บซี่ วนิดา” ที่ขอควงหนุ่มคนรู้ใจไปเที่ยวทะเล พร้อมแชะภาพเปิดตัวให้ได้ชมผ่านอินสตาแกรม

นอกจากความหวานที่ชวนตาร้อนแล้ว ยังได้เห็นสาวกิ๊บซี่โชว์เซ็กซี่เบาๆ ในชุดว่ายน้ำอีกด้วย งานนี้หนุ่มๆ หลายคนคงอกหักกันเป็นแถว

https://www.instagram.com/p/BQhSCEzDTKj/

https://www.instagram.com/p/BQkXdu3Dy36/

https://www.instagram.com/p/BQe8rUEjvBU/

 

‘แสงเทียน The Candlelight Blues’ ละครเวทีฝีมือนักศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/256780

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ BU Theatre Company ภาควิชาศิลปะการแสดงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชิญชวนร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับละครเพลงเรื่อง “แสงเทียน The Candlelight Blues” ที่สะท้อนเสียงแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย อันมีต่อพระราชาผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตลอดกาล นำแสดงโดยนางสาวพัทฑรียา พยอม, นายยศภูมิ ดำรงเดชากูลและนักแสดงสมทบกว่าร้อยชีวิต

นายยศภูมิ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 พูดถึงความพิเศษของงานนี้ว่า “เป็นเรื่องของเพลงพระราชนิพนธ์ครับ ที่อันเชิญมาทั้งหมด 13 เพลง จุดเด่นของละครอยู่ที่ดนตรีซึ่งเราหยิบมาทำใหม่ แต่ไม่ได้ดัดแปลงบทพระราชนิพนธ์ เป็นการนำเสนอในรูปแบบที่พิเศษมากขึ้น บรรเลงผ่านเครื่องดนตรี 4 ชิ้น คือ เปียโน ไวโอลิน 2 ตัว และเชลโล” นางสาวพัทฑรียา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เผยถึงความรู้สึกของการได้รับบทนำว่า “ภูมิใจมากค่ะ ที่ได้รับบทแสงเทียน เพราะว่าโดยส่วนตัวหนูเหมือนเคยประกวดร้องเพลงพระราชนิพนธ์มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่คิดว่าพอใกล้เรียนจบ จะได้กลับมาร้องเพลงพระราชนิพนธ์อีกครั้ง แล้วได้ทำเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยค่ะ”

“แสงเทียน The Candlelight Blues” จัดแสดงระหว่างวันที่ 17-18 และ 24-25 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงละคร Black Box อาคารนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ(วิทยาเขตรังสิต) สำรองที่นั่งฟรี http:/www.butheatrecompany.com หรือโทร. 088-2325004, 094-4246102