ปธน.ดูเตร์เต งานเข้า!ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อสภา ถอดถอนพ้นตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2560 12:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886566


ปธน.ดูเตร์เต งานเข้า!ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อสภา ถอดถอนพ้นตำแหน่ง

ส.ส.พรรคฝ่ายค้านในฟิลิปปินส์ ทนความโหด ประธานาธิบดีดูเตร์เตไม่ไหว..ยื่นคำร้องต่อสภาให้ดำเนินกระบวนการอิมพีชเมนต์พ้นตำแหน่งผู้นำประเทศ กล่าวหาดูเตร์เตก่ออาชญากรรมสูงมาก และใช้อำนาจในทางมิชอบ หลังเข้ามาบริหารประเทศไม่ถึงปี สงครามปราบยา ฆ่าคนตายเฉียดหมื่นเมื่อ 16 มี.ค.สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายแกรีย์ อาลีจาโน ส.ส.พรรคฝ่ายค้านของฟิลิปปินส์ ยื่นคำร้องต่อสภาคองเกรส ให้ดำเนินกระบวนการถอดถอน หรืออิมพีชเมนต์ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต โดยกล่าวหาผู้นำฟิลิปปินส์ผู้นี้ ก่ออาชญากรรมสูงมาก, ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน และใช้อำนาจในทางมิชอบ เพราะหลังจากนายดูเตร์เต ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว เขาได้ประกาศทำสงครามปราบปรามยาเสพติด และมีผู้ถูกฆ่าตายไปแล้วกว่า 8,000 ศพ

นอกจากนั้น นายแกรีย์ อาลีจาโน ยังกล่าวหาประธานาธิบดีดูเตร์เตว่า กระทำความผิดทางอาญาหลายเรื่องราว จนสมควรที่จะต้องถูกอิมพีชเมนต์ รวมทั้งการปกปิดทรัพย์สิน และการมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการสั่งให้ตำรวจ ‘ตั้งศาลเตี้ย’ ยิงปลิดชีพผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาโดยไม่มีการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นอกจากนั้น ดูเตร์เต ยังตั้ง ‘ทีมสังหาร’ ปลิดชีพคนร้ายและนักค้ายาเสพติด สมัยที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา มายาวนาน ด้วยเหตุนี้การยื่นคำร้องต่อสภาคองเกรส ให้ดำเนินกระบวนการอิมพีชเมนต์ประธานาธิบดีดูเตร์เต นั้น ทาง ส.ส.พรรคฝ่ายค้านมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ชาวฟิลิปปินส์ได้มีโอกาสได้พูดคัดค้านการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโดยมิชอบ รวมทั้งการก่ออาชญากรรมของประธานาธิบดีดูเตร์เต

อย่างไรก็ตาม ด้าน นายเออร์เนสโต อาเบลลา โฆษกประธานาธิบดี ตอบโต้ความเคลื่อนไหวของส.ส.ฝ่ายค้านที่ยื่นต่อสภาให้ถอดถอนประธานาธิบดีดูเตร์เตพ้นตำแหน่งว่า เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องการบ่อนทำลายการบริหารประเทศของประธานาธิบดีดูเตร์เต

เอ็กซิทโพลชี้! นายกฯ ดัตช์ คะแนนนำฝ่ายต้านมุสลิม ในศึกเลือกตั้งทั่วไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2560 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886175


เอ็กซิทโพลเผยผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปเนเธอร์แลนด์ โดยพรรคของนาย มาร์ค รุตต์ นายกรัฐมนตรี มีคะแนนนำห่างพรรคฝ่ายขวาจัดของนายเกอร์ต วิลเดอร์ส ผู้ต่อต้านมุสลิม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศเนเธอร์แลนด์ จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค. โดยเป็นการชิงชัยกันระหว่างพรรค วีวีดี ของนายกรัฐฒนตรี มาร์ค รุตต์ ฝ่ายกลางขวา และพรรคพีวีพี ฝ่ายขวาจัดของนาย เกอร์ต วิลเดอร์ส ผู้มีแนวคิดต่อต้านชาวมุสลิม เจ้าของฉายา ‘ทรัมป์แห่งเนเธอร์แลนด์’ โดยผลเอ็กซิทโพลแรกชี้ว่า นายกฯ รุตต์ มีคะแนนนำห่าง

เอ็กซิทโพลระบุว่า พรรควีวีดีจะได้เก้าอี้ในสภา 31 ที่นั่งจากทั้งหมด 150 ที่นั่ง ลดลงจาก 41 ที่นั่งในการเลือกตั้งเมื่อปี 2012 แต่ยังนำหน้าพรรคพีวีพี ที่คาดว่าจะได้ไป 19 ที่นั่ง เท่ากับพรรคอื่นๆ อีก 2 พรรค

เกอร์ต วิลเดอร์ส หัวหน้าพรรคพีวีพี ฝ่ายขวาจัด

ทั้งนี้ การเลือกตั้งเมื่อวันพุธ มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถึง 81% มากที่สุดในรอบ 30 ปี โดยเป็นบททดสอบสำคัญว่าเนเธอแลนด์ต้องการยุติการปกครองแบบเสรีนิยมที่เป็นมานานหลายสิบปี และหันหน้าเข้าหาฝ่ายประชานิยมหรือไม่ ท่ามกลางกระแสประชานิยม นักการเมืองนิยมขวาสุดโต่งกำลังมาแรงในยุโรปอีกทั้งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัฐบาลเนเธอร์แลนด์กับชาติมุสลิมอย่าง ตุรกี ก็กำลังย่ำแย่อย่างหนัก

ผลเอ็กซิทโพลที่ออกมาช่วยบรรเทากระแสชาตินิยมดังกล่าวไปได้บ้าง โดยนายปีเตอร์ อัลต์ไมเออร์ หัวหน้าเจ้าหนาที่รัฐบาลของนาง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ทวีตข้อความแสดงความยินดีว่า “เนเธอร์แลนด์ โอ้ว เนเธอร์แลนด์ พวกคุณคือผู้กล้า! ขอแสดงความยินดีกับผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่นี้”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ถือเป็นชัยชนะของนายรุตต์ เนื่องจากยังไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากในสภา จึงจำเป็นต้องมีการจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งพรรคพันธมิตรของเขาก็ได้เก้าอี้ในสภาเพียง 9 ที่นั่ง จากเดิมที่มีมากถึง 38 ที่นั่ง ทำให้พรรคของนายวิลเดอร์สยังมีโอกาสจับมือกับพรรคอื่นๆ คว้าเสียงข้างมากในสภาไปครอง

 

รู้จัก ‘สก อาน’ รองนายกฯ กัมพูชาผู้ล่วงลับ อดีตมือขวาของ ‘ฮุน เซน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886111


เมื่อวันพุธที่ 15 มี.ค. สมเด็จวิบุลปัญญา สก อาน รองนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชา ถึงแก่อสัญกรรมแล้วขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ขณะมีอายุ 66 ปี จากโรคประจำตัวที่เป็นมานาน

เชื่อว่าการถึงแก่อสัญกรรมของสมเด็จฯ สก อาน จะทำให้เกิดผลกระทบในกัมพูชาไม่มากก็น้อย เนื่องจากเขาเป็นผู้มีอิทธิพลระดับต้นๆ ของประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ มามากมาย ซึ่งวันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับเส้นทางชีวิตของชาย ผู้ได้รับการยกย่องจากสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้เป็นมือขวาคนนี้กัน

สก อาน กับสมเด็จฯ ฮุน เซน

ประวัติสมเด็จฯ สก อาน

สมเด็จฯ สก อาน เกิดเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ปีพ.ศ. 2493 ที่หมู่บ้านกัมปอง ในเมืองคีรีวง จังหวัดตาแก้ว ทางใต้ของกัมพูชา ในครอบครัวคนจีนฮั่นที่ถูกเรียกว่า ‘ฮากกา’ เขาแต่งงานกับนาง เทง อัย อานนี มีลูกด้วยกัน 5 คน

ในด้านการศึกษา สก อาน จบการศึกษาระดับมัธยมในปี 2510 และกลายเป็นครูโรงเรียนมัธยม จากนั้น 2 ปีต่อมา เข้าได้รับแต่งตั้งเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองคีรีวง แต่เขาต้องการศึกษาในชั้นที่สูงขึ้นไปอีกจึงไปเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ‘เอโคล นอร์มัล ซุเปอเรียร์’ (École Normale Supérieure) ในกรุงพนมเปญ

เขาจบปริญญาตรีสาขาภูมิศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และสังคมวิทยา ในปี 2515 ในปีเดียวกันเขายังได้รับอนุปริญญาขั้นสูงในสาขาวิชาครุศาสตร์ หลังจากนั้น ระหว่างปี 2516-2518 นายสก อาน ก็เข้าโครงการฝึกฝนในระดับสูงสาขาการทูตที่สถานบินการจัดการแห่งชาติด้วย

ในช่วงที่ สก อาน กำลังทุ่มเทให้กับการศึกษาอยู่นั้น เป็นช่วงที่กลุ่มเขมรแดงทำการปฏิวัติและปกครองประเทศกัมพูชา (พ.ศ. 2518-2522) ซึ่งเขมรแดงมีแนวคิดกำจัดศัตรูทางชนชั้นทั้ง ทหาร, ข้าราชการ, เชื้อพระวงศ์ และผู้มีการศึกษา ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากกว่า 850,000 ถึง 3 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับนาย สก อาน ในยุคนั้นคลุมเครืออย่างมาก ขณะที่นาย ฟาน สีฟาน โฆษกคณะรัฐมนตรีคนปัจจุบันของกัมพูชาเปิดเผยเพียงว่า นายสก อาน อยู่ในกัมพูชา และเอาชีวิตรอดจากการปกครองอันโหดร้ายของเขมรแดงได้

ตำแหน่งและหน้าที่

หลังจากยุคการปกครองของเขมรแดงผ่านพ้นไป ในปี 2523 นาย สก อาน ก็ได้รับโอกาสเป็นเลขาส่วนตัวของสมเด็จฯ ฮุน เซน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกิจการต่างประเทศ ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศอินเดียในปี 2528 และหลังจากกลับมากัมพูชาในปี 2531 เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการต่างประเทศ ส่วนสมเด็จฯ ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว

นาย สก อาน ได้รับการแต่งตั้งรัฐมนตรีประจำสำนักงานคณะรัฐมนตรีในปี 2541 และได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในปี 2547 ซึ่งการดำรงทั้งสองตำแหน่งนี้ทำให้เขามีความรับผิดชอบในหลายพื้นที่ นอกจากนี้เขายังเป็นประธานคณะกรรมการรับรูงคุณภาพการศึกษาแห่งกัมพูชาซึ่งก่อตั้งในปี 2540 โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อปฏิรูปและทำให้ภาคการศึกษามีมาตรฐาน

นาย สก อาน ยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านมากมาย เพื่อเจรจาปัญหาเรื่องพรมแดน และพัฒนตรีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อน เขายังเป็นผู้ผลักดันการเจรจาจนนำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพปารีสปีค.ศ. 1991 และเป็นผู้ดูแลศาลคดีเขมรแดง (Khmer Rouge tribunal) ของฝ่ายกัมพูชาอีกด้วย

นอกจากนี้ นาย สก อาน ยังดำรงตำแหน่งสำคัญๆ อีกหลายตำแหน่ง เช่น ประธานสภาเพื่อการจัดการการปฏิรูป (CAR), ประธานสภาเพื่อการปลดประจำการกองทัพ (CDAF), ประธานร่วมของสภาการปฏิรูปกฎหมายและตุลาการ, ประธานคณะกรรมการแห่งชาติกัมพูชาในองค์การยูเนสโก, ประธานสำนักงานปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา (CNPA) รวมทั้ง ประธานกรมอัปสรา (APSARA) หน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่บริหารพื้นที่กว่า 40,000 เฮกตาร์ ของนครวัด และตำแหน่งอื่นๆ อีกมาก

ด้วยการที่นายสก อาน ดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ มากมาย ทำให้เขาถูกมองว่ามีอำนาจในกัมพูชาเป็นรองเพียง สมเด็จ ฮุน เซน เท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ตกเป็นข้อครหาเรื่องการคอร์รัปชันบ่อยครั้ง เช่นเมื่อปี 2552 นักข่าวกัมพูชาชื่อ ฮัง จักรา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Khmer Machas Srok ได้เขียนบทความ 2 ชิ้น กล่าวหาสก อาน และผู้ช่วยว่ามีพฤติกรรมคอรัปชั่น ส่งผลให้ตัวฮัง จักรา ถูกจับกุมตัวและส่งฟ้องศาลด้วยข้อหาหมิ่นประมาท และตีพิมพ์ข้อความอันเป็นเท็จ จนถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาหนึ่งปีที่เรือนจำเปรย์ซาร์

อย่างไรก็ตาม ในการปรับอำนาจของรัฐบาลกัมพูชา หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2556 ทำให้นายสก อาน เสียตำแหน่งไปเป็นจำนวนมาก เพื่อลดกระแสความไม่พอใจจากฝ่ายค้าน ในเรื่องการรวบรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางมากเกินไป

ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จก่อนถึงแก่อสัญกรรม

ในวันที่ 13 มี.ค. ปี พ.ศ. 2560 พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา ทรงมีพระราชกฤษฎีกา ประกาศสถาปนานายสก อาน ให้มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางชั้นสมเด็จ เป็น สมเด็จวิบุลปัญญา สก อาน แม้จะมีข่าวลือกว่านาย สก อาน เสียชีวิตแล้วที่กรุงปักกิ่ง เพราะไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนานหลายเดือน แต่รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

แต่ในคืนวันที่ 15 มี.ค. นายฟาน สีฟาน โฆษกสำนักงานคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าสมเด็จฯ สก อาน ถึงแก่อสัญกรรมแล้วที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในเวลา 18:32น. ของวันเดียวกันนั้น สิริรวมอายุได้ 66 ปี

 

ออสซีเตือนภัยหลังหูฟังระเบิดบนเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886152


เมื่อ 15 มี.ค. สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติออสเตรเลีย (ATSB) แถลงเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง หลังบนเที่ยวบินระหว่างกรุงปักกิ่งกับนครเมลเบิร์น เมื่อ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา เกิดเหตุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทหูฟังของผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งระเบิด ทำให้เธอบาดเจ็บเล็กน้อย มีแผลไฟไหม้บริเวณใบหน้าและลำคอ มีแผลพุพองที่มือ แต่ ATSB ไม่เปิดเผยชื่อสตรีเคราะห์ร้าย ยี่ห้อหูฟัง หรือสายการบินดังกล่าว

สตรีผู้โชคร้ายเผยว่า จู่ๆอุปกรณ์หูฟัง ซึ่งใช้แบตเตอรี่ชนิดลิเทียม-อิออน เกิดระเบิดขึ้นขณะเธอสวมฟังเพลงและกำลังเคลิ้มหลับ ทำให้สะดุ้งตื่นตกใจ รีบถอดหูฟังขว้างทิ้งลงพื้น ซึ่งมันลุกไหม้และหลอมละลาย ลูกเรือต้องใช้ถังน้ำราดดับไฟ แม้เหตุระทึกวันนั้นไม่ก่อความเสียหายร้ายแรง แต่ผู้โดยสารทั้งลำต้องทนสูดดมกลิ่นควันจากการเผาไหม้อุปกรณ์พลาสติกและเส้นผมของสตรีคนดังกล่าวตลอดเที่ยวบิน บางคนถึงกับสำลักควัน

เหตุแบตเตอรี่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระเบิดลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง รวมทั้งกรณีที่ปีที่แล้วสายการบินหลายแห่งทั่วโลกห้ามนำโทรศัพท์สมาร์ทโฟน “ซัมซุง กาแล็กซี โน้ต 7” ขึ้นเครื่องบิน หลังมีรายงานแบตเตอรี่ระเบิดไฟลุกไหม้ จนซัมซุงต้องหยุดผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ และสูญเสียผลประโยชน์หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.

 

เตรียมย้ายสู่บ้านใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885367


เตรียมย้ายสู่บ้านใหม่

เจ้าอธามา ฮิปโปโปเตมัสเพศผู้กำลังเคี้ยวแครอท ของกินเล่นแถมเหลือบตามองนักท่องเที่ยวที่กำลังยืนดูอธามาเอร็ดอร่อยกับอาหารสุดโปรด โดยเจ้าฮิปโปฯตัวอ้วนพีกำลังจะย้ายจากสวนสัตว์เมืองลอสแอนเจลิส ไปอยู่ที่สวนสัตว์เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างถาวรในกรงพื้นที่ประมาณ 8,000 ตารางเมตร และเพื่อขยายสายพันธุ์ของฮิปโปฯ.

อรุณรุ่งสีแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885360


ภาพไล่เรียงตามลำดับระยะใกล้ไกลของสถานที่สำคัญในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เริ่มตั้งแต่อนุสรณ์สถานลินคอล์น อนุสาวรีย์วอชิงตันและรัฐสภาแห่งสหรัฐอเมริกา โดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้ายามเช้าตรู่เป็นสีแดงไล่โทนจากเข้มไปจนอ่อนเรื่อ ในวันแรกของการเปลี่ยนแปลงเวลาตามฤดูกาล หรือเรียกว่า “เวลาออมแสง” (daylight saving time) ที่เริ่มขึ้นในช่วงกลางเดือน มี.ค. ซึ่งจุดประสงค์ของการปรับเวลาดังกล่าวเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานในช่วงค่ำ ฟ้าสว่างเร็วขึ้นทำให้ผู้คนออกมาทำงานแต่เช้า และเข้านอนเร็วกว่าเดิม.

 

เงาหางกระรอกบนแสงจันทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/885340


เงาหางกระรอกบนแสงจันทร์

ดอกไม้ประเภทช่อแบบหางกระรอก (Catkin) ที่ลักษณะของปลายช่อดอกนั้นจะห้อยระย้าลงมาเป็นกลุ่มดอกเรียงสลับกันไปมาบนกิ่งไม้ไร้ใบ เป็นภาพโครงร่างเงาดำที่ใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบซิลลูเอท (silhouette) ดูมีความลึกลับน่าสะพรึงกลัวในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่นครแฟรงก์เฟิร์ต หรือมีชื่อเต็มๆว่าแฟรงก์เฟิร์ต อัม ไมน์ (Frankfurt am Main) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญและใหญ่เป็นอันดับ 5 ตั้งอยู่ภาคตะวันตกของประเทศเยอรมนี.

โสมขาวเลือกผู้นำใหม่ 9 พ.ค.เรียกสอบอดีต ปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 มี.ค. 2560 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886150


สำนักอัยการเกาหลีใต้แถลงเมื่อ 15 มี.ค.ว่า ได้ส่งหมายเรียก น.ส.ปัก กึน-เฮ อดีตประธานาธิบดีมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีอาญา ที่สำนักอัยการกรุงโซล ในเวลา 09.30 น. วันอังคารที่ 21 มี.ค.นี้ หลัง น.ส.ปักวัย 65 ปี ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยืนตามมติรัฐสภาให้ถอดถอนจากตำแหน่งเมื่อ 10 มี.ค. ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับนางชอย ซูน-ซิล เพื่อนสนิท บีบบังคับให้กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่หรือแชโบล รวมทั้งซัมซุง บริจาคเงินให้กองทุนที่นางชอยตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ และปล่อยให้นางชอยก้าวก่ายชักใยกิจการรัฐบาล

ทนายของ น.ส.ปักเผยว่า จะร่วมมือในการสอบสวน แม้ก่อนหน้านี้ปฏิเสธมาตลอด แต่หลังถูกถอดถอน เธอไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองประธานาธิบดีจากการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาอีกต่อไป ซึ่ง น.ส.ปักอาจถูกฟ้องในข้อหากรรโชกทรัพย์ รับสินบนและอื่นๆ นอกจากนี้เหล่าบุคคลระดับสูง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลของ น.ส.ปัก และนายลี แจ-ยอง ทายาทและผู้นำโดยพฤตินัยของ “ซัมซุง กรุ๊ป” ก็ถูกฟ้องแล้วในคดีนี้ แต่ น.ส.ปักยังยืนกรานว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายและความจริงจะถูกเปิดเผยในที่สุด

น.ส.ปักจะเป็นอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 4 ที่ถูกอัยการสอบสวนในข้อหาคอร์รัปชัน 2 คนแรกคือนายชุน ดู-ฮวาน และโนห์ แต-วู ซึ่งรับโทษจำคุกหลังพ้นตำแหน่งในข้อหารับสินบน ส่วนนายโนห์ มู-ฮยอน กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายในปี 2551 หลังถูกอัยการสอบสวนข้อหารับสินบน

ด้านกระทรวงมหาดไทยเกาหลีใต้แถลงว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่จะมีขึ้นใน 9 พ.ค.นี้ ตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญที่ให้มีการเลือกตั้งใหม่หลังผู้นำถูกถอดถอนภายใน 60 วัน ซึ่งโพลชี้ว่านายมูน แจ-อิน ผู้นำพรรคประชาธิปไตยฝ่ายเสรีนิยมมีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งคนอื่นๆ ส่วนนายกรัฐมนตรีฮวาง คโย-อาห์น รักษาการประธานาธิบดี ผู้จงรักภักดีต่อ น.ส.ปักเผยก่อนหน้านี้ว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ส่วนผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ โทรศัพท์หารือเพื่อเตรียมรับมือการยั่วยุจากเกาหลีเหนือที่คาดว่าจะมีขึ้นอีก เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯและเกาหลีใต้ร่วมซ้อมรบใหญ่ประจำปี ภายใต้รหัส “คีย์ รีซอล์ฟ/โฟล อีเกิล” ด้านนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มเดินทางเยือนเอเชีย 3 ชาติคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ท่ามกลางวิกฤติเกาหลีเหนือ สหรัฐฯยังเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปล่อยตัวนายออตโต วอร์มเบียร์ นักศึกษาอเมริกันที่ถูกจับส่งเข้าค่ายใช้แรงงานหนัก ในข้อหาขโมยป้ายสัญลักษณ์ทางการเมืองในโรงแรมกรุงเปียงยางปีที่แล้ว.

 

ตามคาด! เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% หลัง ศก.มะกันดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2560 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886160


ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยผลการประชุมนโยบายเมื่อวันพุธ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% ตามความคาดหมายของหลายฝ่าย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 15 มี.ค. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 9 ต่อ 1 ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีก 0.25% ไปอยู่ที่ระดับ 0.75% ถึง 1% ตามความคาดหมายเพราะมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในเดือน ก.พ., อัตราการเงินเฟ้อ และอัตราว่างงานที่ลดลงเหลือ 4.7%

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานขึ้นอีกเล็กน้อย หลังเศรษฐกิจมีความก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง และแม้ว่าหลังจากการเพิ่มขึ้นครั้งนี้ นโยบายการเงินก็จะยังสนับสนุนให้ตลาดแรงงานเข้มแข็งขึ้นไปอีก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะประคองตัวเข้าสู่เป้าหมายที่ 2%

ทั้งนี้ นี่เป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือนของเฟด และเป็นครั้งที่ 3 ในรอบกว่า 10 ปี โดยเฟดตั้งเป้าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน 3 ครั้งในปี 2017 โดยนักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะไม่เกิดขึ้นก่อนเดือน มิ.ย. เพื่อรอความเคลื่อนไหวของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะออกมาตรการลดภาษี ลดข้อจำกัด และเพิ่มการใช้จ่ายภาคโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่

 

‘ชางงี’ ผงาดแชมป์สนามบินดีสุดในโลก 5 ปีซ้อน-‘สุวรรณภูมิ’ รั้งที่ 38

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2560 01:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/886027


‘ชางงี’ ผงาดแชมป์สนามบินดีสุดในโลก 5 ปีซ้อน-‘สุวรรณภูมิ’ รั้งที่ 38

สนามบินชางงีของสิงคโปร์ ได้รับการจัดอันดับโดย สกายแทร็กซ์ ให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิของไทย อยู่อันดับที่ 38 ของโลกและอันดับ 3 ในอาเซียน…สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันที่ 14 มี.ค. ‘สกายแทร็กซ์’ บริษัทที่ปรึกษาด้านการบินของสหราชอาณาจักร ซึ่งคอยจัดอันดับสนามบินและสายการบินต่างๆ เผยแพร่ผลการจัดอันดับ สนามบินที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2017 และจัดพิธีมอบรางวัลที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสนามบินที่ดีที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้ยังคงเป็นของ ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี ซึ่งครองแชมป์เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้ว

การจัดอันดับสนามบินของ สกายแทร็กซ์ ใช้การสำรวจความคิดเห็นและผลโหวตจากผู้ใช้บริการสายการบินนานาชาติจำนวนหลายล้านคนตลอดช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสนามบินชางงียังสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสารอย่างไม่เสื่อมคลายด้วยอาคารผู้โดยสาร 3 หลัง ที่มีโรงภาพยนตร์ 24 ชั่วโมง, สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า และสวนผีเสื้อ นอกจากนี้ อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 4 ก็เพิ่งสร้างเสร็จ และจะเปิดใช้งานในช่วงครึ่งหลังของปี 2017 นี้ด้วย

นาย ลี เซียว เฮียง ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี ระบุในแถลงการณ์หลังการประกาศรางวัลว่า “การชนะรางวัลสนามบินที่ดีที่สุดในโลกของสกายแทร็กซ์ เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้แก่พนักงานกว่า 50,000 คน ของท่าอากาศยานชางงี ทุกคนผู้มีความกระตือรือร้นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดขงสนามบินแห่งนี้ให้แก่ผู้โดยสารของเรา”

สนามบินสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ นอกจากชางงีที่ยังยึดอันดับ 1 ไว้อย่างเหนียวแน่น สนามบินอื่นๆ ใน 10 อันดับแรกยังคงเกาะกลุ่มเอาไว้ได้ แต่มีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของอันดับ โดยท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว ฮาเนดะ ขึ้นจากอันดับ 4 มาอยู่อันดับ 2, ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนตกจากอันดับ 2 ไปอยู่อันดับ 3 ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติ แฟรงค์เฟิร์ต ขึ้นจากอันดับ 12 มาอยู่ที่ 10 ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ตกจากที่ 9 ไปอยู่ที่ 12 หลุดท็อป 10

ปีนี้ยังเป็นอีกปีที่ไม่มีสนามบินจากทวีปอเมริกาเหนือติด 10 อันดับแรกเลยแม้แต่แห่งเดียว โดยท่าอากาศยานแวนคูเวอร์ของแคนาดายังคงเป็นสนามบินที่ดีที่สุดในอเมริกาเหนือเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน โดยรั้งที่ 13 ดีขึ้นจากปีก่อน 1 อันดับ ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิของไทย ตกจากปีก่อน 2 อันดับไปอยู่ที่ 38 เป็นสนามบินดีที่สุดอันดับ 3 ในอาเซียน รองจาก ชางงี และท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งอยู่ที่ 34 ตกจากปีก่อน 10 อันดับ

10 อันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลก โดย สกายแทร็กซ์

1. ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี ประเทศสิงคโปร์

2. ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว หรือ ฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น

3. ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ประเทศเกาหลีใต้

4. ท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิก ประเทศเยอรมนี

5. ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

6. ท่าอากาศยานนานาชาติ ฮาหมัด ประเทศกาตาร์

7. ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ จังหวัดนาโงยะ ประเทศญี่ปุ่น

8. ท่าอากาศยานซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

9. ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ ในสหราชอาณาจักร

10. ท่าอากาศยานนานาชาติ แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี