ควันจากปล่องภูเขาไฟเอตนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884181


ควันจากปล่องภูเขาไฟเอตนา

ภาพถ่ายมุมสูงทางอากาศอยู่เหนือปล่องภูเขาไฟเอตนาที่กำลังมีควันโขมงพวยพุ่งขึ้นมา ภูเขาไฟแห่งนี้ยังไม่ดับและเป็นภูเขาไฟสูงที่สุดในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ที่เมือง คาตานญา บนเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นภูเขาไฟมีชื่อเสียงและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก นักท่องเที่ยวที่บินไปเกาะซิซิลีนิยมเก็บภาพมุมสูงของภูเขาไฟเอตนาเมื่อมองลงจากเครื่องบิน.

โวยอดีตผู้นำโสมขาวทิ้งสุนัขเลี้ยง 9 ตัวไว้ในทำเนียบปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884975


เมื่อ 14 มี.ค. นายฮวาง คโย-อาห์น นายกรัฐมนตรีผู้รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ปฏิเสธใบลาออกของที่ปรึกษานโยบายระดับสูง 13 คน ของ น.ส.ปัก กึน-เฮ อดีตประธานาธิบดี ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินถอดถอนจากตำแหน่งในข้อหาสมคบกับเพื่อนสนิทคอร์รัปชันและใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ อ้างว่าเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านกิจการภายในของชาติ และว่าที่ปรึกษาเหล่านี้คอยให้คำแนะนำนายฮวางหลัง น.ส.ปักถูกถอดถอน

ด้านอัยการกรุงโซลเผยว่า จะเรียก น.ส.ปักไปสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะสอบแบบส่วนตัวหรือถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อสาธารณชน ส่วนกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์แจ้งตำรวจให้เอาผิด น.ส.ปักในข้อหาปล่อยปละละเลยสัตว์ หลังย้ายออกจากทำเนียบประธานาธิบดี “บลู เฮาส์” ไปอยู่บ้านส่วนตัว แต่ทิ้งสุนัขล่าสัตว์พื้นเมืองพันธุ์ “จินโด” ถึง 9 ตัวไว้ที่นั่น ทั้งนี้ เพื่อนบ้านได้มอบสุนัขจินโด 2 ตัวชื่อ “แซรอม” (ใหม่) และ “ฮีมัง” (ความหวัง) ให้ น.ส.ปักในปี 2556 และมันเพิ่งมีลูก 7 ตัว เมื่อเดือน ม.ค.ปีนี้

สุนัขที่นางปักเลี้ยงเอาไว้ในทำเนียบประธานาธิบดี

อนึ่ง มาเลเซียเผยว่า ได้ดองศพนายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดานายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือไว้เพราะการสอบสวนคดียังไม่สิ้นสุด หลังเขาถูกสตรี 2 คน ใช้สารพิษวีเอ็กซ์ป้ายหน้าในสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อ 13 ก.พ. มาเลเซียยังเตรียมเนรเทศชาวเกาหลีเหนือ 50 คน และเร่งตามจับผู้ต้องสงสัยเพิ่ม.

 

แสนสบายบนหลังแม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884167


แสนสบายบนหลังแม่

ลูกโคอาล่าชื่อแรมบูรา กำลังนอนอุ่นสบายบนหลังของแม่ที่กำลังไต่ขอนไม้ เป็นภาพอบอุ่นน่ารักของแม่ลูกโคอาล่าที่เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องเหมือนกับจิงโจ้แต่เอาไว้เก็บใบไม้ไว้หยิบมากินยามหิว โคอาล่ามีถิ่นกำเนิดและเป็นสัญลักษณ์อีกชนิดหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย หน้าตาน่ารักไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ใหญ่หรือลูกเล็กๆ ขนปุกปุยให้ความ อบอุ่นและอาศัยอยู่ในสภาพอากาศร้อนได้.

ทรัมป์นัดถกสี จิ้นผิง-ใจป้ำบริจาคเงินเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 มี.ค. 2560 04:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884971


สื่อออนไลน์ “อาซิออส” เผยเมื่อ 13 มี.ค.ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีแผนเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีนไปพบปะเจรจาครั้งแรกที่รีสอร์ต “มาร์-อา-ลาโก” ในรัฐฟลอริดาใน 6-7 เม.ย.นี้ เพื่อสมานความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ด้านนายฌอน สไปเซอร์ โฆษกรัฐบาลสหรัฐฯ แถลงว่า ทรัมป์จะเริ่มบริจาคเงินเดือนของตนซึ่งตกปีละ 400,000 ดอลลาร์ให้องค์กรการกุศลในสิ้นปีนี้ และขอให้สื่อช่วยแนะนำด้วยว่าจะให้องค์กรใด ขณะที่นางเคลลีแอนน์ คอนเวย์ โฆษกของทรัมป์แถลงยอมรับว่า ยังไม่มีหลักฐานใดๆว่าอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ดักฟังโทรศัพท์ในช่วงหาเสียงตามข้อกล่าวหาของทรัมป์ จนถูกกดดันอย่างหนักให้เปิดเผยหลักฐาน

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

อนึ่ง พายุหิมะ “สเตลลา” พัดถล่มชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือสหรัฐฯ รวมถึงมหานครนิวยอร์ก รัฐเมน นิวเจอร์ซีย์ เวอร์จิเนีย รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ส่งผลให้บางพื้นที่หิมะตกหนาถึงกว่า 2 ฟุต พร้อมกระแสลมแรงเกือบ 100 กม.ต่อชั่วโมง ทางการต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เที่ยวบินเข้าออกพื้นที่ถูกระงับหรือเลื่อนกว่า 6,800 เที่ยวบิน ถือเป็นพายุหิมะรุนแรงที่สุดในช่วงฤดูหนาวปีนี้ ทั้งเป็นภัยธรรมชาติใหญ่ครั้งแรกในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้กำหนดการพบปะเจรจาครั้งแรกระหว่างทรัมป์กับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ต้องถูกเลื่อนออกไป.

 

โสมแดงกร้าว! ขู่โจมตีไร้ปรานีหากเรือมะกันล้ำอธิปไตยตอนซ้อมรบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 03:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884912


โสมแดงกร้าว! ขู่โจมตีไร้ปรานีหากเรือมะกันล้ำอธิปไตยตอนซ้อมรบ

เครื่องบินเอฟ-18 บนเรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสัน ของสหรัฐฯเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เข้าร่วมการซ้อมรบประจำปีกับเกาหลีใต้เมื่อวันอังคาร ขณะที่เกาหลีเหนือออกมาขู่จะโจมตีอย่างไร้ความปราณีหากเรือสหรัฐฯ รุกล้ำอธิปไตยของพวกเขา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ‘ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน’ ของสหรัฐฯ เริ่มเดินทางไปร่วมการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้แล้วเมื่อวันอังคาร (14 มี.ค.) โดยกำลังเคลื่อนตัวผ่านน่านน้ำนอกชายฝั่งทางตะวันออกของเกาหลีใต้ ขณะที่และเครื่องบิน เอฟ-18 ทะยานออกจากดาดฟ้าของเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เพื่อแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ เพิ่มความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่คุกรุ่นอยู่แล้วจากการทดสอบยิงขีปนาวุธและทดสองระเบิดนิวเคลียร์ของแดนโสมแดง

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ ทำใหเกาหลีเหนือออกมาเตือนสหรัฐฯ ว่า พวกเขาจะโจมตีอย่างไร้ความปรานี หากเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ รุกล้ำอธิปไตยหรือละเมิดศักดิ์ศรีของพวกเขา “หากสหรัฐฯ ล่วงละเมิดอธิปไตยและศักดิ์ศรีของเกาหลีเหนือแม้เพียงเล็กน้อย กองทัพของพวกเขาจะเปิดฉากโจมตีทั้งทางบก, ทางอากาศ, ทางทะเล และใต้ทะเล ด้วยความเม่นย้ำเป็นพิเศษอย่างไร้ความปรานี” สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงาน

“แค่เพียงวันที่ 11 มี.ค. เพียงวันเดียว เครื่องบินหลายลำจากเรือบรรทุกเครื่องบินของศัตรูก็บินตามเส้นทางใกล้กับเขตแดนทางอากาศและทางน้ำของเกาหลีเหนือ เพื่อฝีกซ้อมการทิ้งระเบิด และฝึกลอบโจมตีเป้าหมายภาคพื้นในกองทัพเกาหลีเหนือด้วย” เคซีเอ็นเอระบุ

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน เกาหลีเหนือเพิ่มดำเนินการทดสอบยิงขีปนาวุธ 4 ลูกไปตกในทะเลนอกชายฝั่งของประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จัดการซ้อมรบประจำปี ซึ่งเกาหลีเหนือมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อทำสงครามกับพวกเขา

อัยการไต้หวันฟ้อง ‘หม่า อิง-จิ่ว’ อดีตปธน. ทำข้อมูลลับรั่วไหล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 02:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884860


อัยการไต้หวันฟ้องร้องนาย หม่า อิง-จิ่ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อวันอังคาร ข้อหาทำให้ข้อมูลลับรั่วไหล ละเมิดกฎหมายการสอดแนม…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 มี.ค. สำนักงานอัยการไตัหวันดำเนินการฟ้องร้องนายหม่า อิง-จิ่ว อดีตประธานาธิบดีไต้หวันด้วยข้อหาทำให้ข้อมูลลับรั่วไหล ละเมิดกฎหมายการสอดแนมและความปลอดภัยทางการสื่อสาร กับกฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล จากคดีการดักฟังโทรศัพท์เมื่อปี 2013

ผู้กล่าวหานายหม่าด้วยข้อกล่าวหาดังกล่าวคือนาย เค่อ เจี้ยน-หมิงสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) เขาระบุว่า นายหม่าเปิดเผยข้อมูลลับให้แก่นาย เจียง อี้-หัว นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และนาย ลั่ว จื่อ-เฉียง โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีในตอนนั้น นอกจากนี้ นายหม่ายังให้นาย หวง ชื่อ-หมิง อดีตอัยการสูงสุดปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการสบสวนนายเค่อซึ่งดำเนินมาจนถึงตอนนี้ด้วย

นายเค่ออ้างว่า การรั่วไหลของข้อมูลดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของเขา ด้วยการเชื่อมโยงเขาเข้ากับคดีการใช้อิทธิพลแทรกแซงการพิจารณาคดี

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายหม่าเดินทางไปรับการไต่สวนที่ศาลแขวงกรุงไทเป โดยเขายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง และกล่าวว่า นายเค่อฟ้องร้องเขาก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจสังคมจากความพยายามของเขาที่จะโน้มน้าวอัยการไม่ให้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านศาล ที่ตัดสินให้นายเค่อไม่มีความผิดในข้อหายกยอกเงิน

 

มะกันอ่วม! พายุหิมะถล่มตะวันออก ยกเลิก 5,900 เที่ยวบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2560 01:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884791

พายุหิมะพัดถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรงเมื่อวันอังคาร ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 5,900 เที่ยว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 มี.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญพายุหิมะท้ายฤดูกาลพัดถล่ม ทำให้หิมะปกคลุมหนากว่า 1 ฟุตในหลายพื้นที่ การจราจรส่วนใหญ่ในเมืองต่างๆ ตั้งแต่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปจนถึงนครบอสตันกลายเป็นอัมพาต และต้องมีการยกเลือกเที่ยวบินมากถึง 5,900 เที่ยว

นอกจากนี้ พายุหิมะยังมาพร้อมกับกระแสลมแรง พัดเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายจุดส่งผลให้เกิดเหตุไฟฟ้าดับกระทบประชาชนมากกว่า 100,000 ราย ในรัฐเวอร์จิเนียไปจนถึงรัฐเพนซิลเวเนีย โรงเรียนในเมืองน้อยใหญ่ ต้องหยุดการเรียนการสอน และทำให้ทางการสหรัฐฯ ต้องประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้ถนน

ตลอดช่วงเช้าวันอังคาร เส้นทางการเคลื่อนตัวของพายุเปลี่ยนไปเล็กน้อย และหิมะในเมืองต่างๆ เช่น ฟิลาเดลเฟีย และนิวยอร์ก ก็เริ่มกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง รัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประกาศให้ข้าราชการที่ตำแหน่งไม่สำคัญ สามารถมาสายได้ 3 ชั่วโมง หรือลาหยุดได้หากจำเป็น ส่วนนาย แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วรัฐ และอนุญาตให้ลูกจ้างรัฐหยุดอยู่กับบ้าน

ในวันเดียวกันนี้ มีการประกาศยกเลิกเที่ยวบินในสหรัฐฯ มากกว่า 5,900 เที่ยวบิน โดยมากกว่า 2,800 เที่ยวในจำนวนนี้อยู่ในรัฐนิวยอร์ก ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากตกค้างอยู่ในสนามบิน ขณะเดียวกัน บริษัท แอมแทร็ค ต้องประกาศยกเลิก หรือปรับผังการให้บริการรถไฟในภาคตะวันออกเฉียงเหนือใหม่

 

มันกลับมาแล้ว! โจรสลัดโซมาเลียปล้นเรือบรรทุกน้ำมันครั้งแรกในรอบ 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2560 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884751


แก๊งไอ้ก้างอาละวาดแล้ว หลังมีโจรสลัดปล้นเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศโซมาเลีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมจับลูกเรือ 8 คนเอาไว้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเรียกร้องเงินค่าไถ่แต่อย่างใด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศโซมาเลียและผู้เชี่ยวชาญด้านโจรสลัด ระบุในวันที่ 14 มี.ค. ว่า โจรสลัดก่อเหตุปล้นเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำนอกชายฝั่งของประเทศโซมาเลีย ถือเป็นเหตุปล้นเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ในเส้นทางน้ำสำคัญของโลกแห่งนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012

จอห์น สตีด จากองค์กรมหาสมุทรเหนือโจรสลัด (Oceans Beyond Piracy) ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ เรือบรรทุกน้ำมัน ‘อาริส 13’ ซึ่งกำลังขนน้ำมันจากประเทศจิบูตี ไปยังกรุงโมกาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย พร้อมลูกเรือ 8 คน ก่อนจะถูกเรือเล็ก 2 ลำบุกเข้าจู่โจม ด้านเจ้าหน้าที่ของรัฐกึ่งปกครองตนเอง ปุนต์แลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศโซมาเลีย เปิดเผยว่า กลุ่มโจรสลัดมากกว่า 20 คนจากเรือเล็กทั้ง 2 ลำ บุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันขณะที่เรือลอยลำอยู่นอกชายฝั่งทางเหนือของโซมาเลีย ซึ่งเป็นแหล่งลักลอบขนอาวุธ และฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธ อัล-ชาบับ

ขณะที่นาย ซาลาด นูร์ ผู้เฒ่าท้องถิ่น เผยต่อสำนักข่าวเอพีผ่านทางโทรศัพท์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ถูกพาไปจอดทอดสมอที่นอกชายฝั่งเมืองอาลูลา และมีชายติดอาวุธขึ้นเรือไปเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง คำพูดของนายนูร์สอดคล้องกับคำพูดของแหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่บอกกับเอพีว่า “กัปตันเรือบรรทุกน้ำมันแจ้งกับบริษัทต้นสังกัดว่ามีเรือเล็ก 2 ลำมุ่งเข้าหาพวกเขา และพวกเห็นคนติดอาวุธบนเรือหนึ่งในสองลำนี้ด้วย และจากนั้นเรือก็เปลี่ยนเส้นทางและตอนนี้จอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่ง”

ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เป็นของใคร โดยนายสตีดระบุว่า เรือมีเจ้าของเป็นชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และติดธงศรีลังกา แต่กระทรวงต่างประเทศศรีลังการะบุว่า เรือลำนี้ไม่ได้ลงทะเบียนกับพวกเขา แต่ยืนยันว่าลูกเรือทั้งเป็นคนเป็นชาวศรีลังกา

 

โฆษกรบ.กัมพูชา ปัดข่าวลือบนโลกโซเชียล รองนายกฯ ‘สก อาน’ เสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2560 17:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884521


โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ออกโรงปฏิเสธข่าวลือ รองนายกรัฐมนตรี สก อาน เสียชีวิต ‘ไม่เป็นความจริง’ หลังลือสนั่นทางโซเชียล มีเดีย ตั้งแต่สุดสัปดาห์ ขณะที่สื่อเขมร ยังรายงาน สก อาน ได้รับทูลเกล้าฯแต่งตั้งได้ตำแหน่ง ‘สมเด็จ’ แล้ว

เมื่อ 14 มี.ค. สื่อในกัมพูชา รายงานนายฟาย สิฟาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชาออกโรงปฏิเสธข่าวลือของนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเสียชีวิต หลังได้เริ่มลือกันอย่างแพร่หลาย ผ่านมาทางโซเชียล มีเดีย ตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวผ่านทางเซฟบุ๊ก โดยยืนยันว่า ข่าวที่ลือกันทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ว่าดร.สก อาน เสียชีวิตนั้น ‘ไม่เป็นความจริง’

ขณะเดียวกัน สื่อในกัมพูชารายงานด้วยว่า ท่ามกลางข่าวลือถึงเรื่องปัญหาสุขภาพของนายสก อาน ในวัย 66 ปี จนถึงขั้นเสียชีวิต หลังจากเขาไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะมานานหลายเดือนแล้วนั้น อีกทั้งขณะนี้ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าขณะนี้นายสก อาน อยู่ที่ใด ปรากฏว่า รัฐบาลกัมพูชาได้มีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายสก อาน ได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็น ‘สมเด็จ’ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตำแหน่งเกียรติยศสูงสุดและยากที่พลเรือนคนใดจะได้รับ หลังจากก่อนหน้านี้ นายซอร์ เค็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายซาย ชุม ประธานวุฒิสภา ได้รับแต่งตั้ง เป็นสมเด็จ เมื่อปี 2558

นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา(กลาง) บันทึกภาพเมื่อปี 2558

สื่อในกัมพูชา รายงานด้วยว่า การแต่งตั้งนายสก อาน ได้รับ ตำแหน่งสมเด็จนั้น มีเหตุผลหลายประการ รวมทั้ง ความพยายามของเขาในการปกป้องประชาธิปไตย, การเสริมสร้างสันติสุขในประเทศ, การทำให้สังคมในกัมพูชามีเสถียรภาพภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ซึ่งได้รับตำแหน่ง ‘สมเด็จ’ แล้วเช่นกัน

 

ญาติไม่มารับศพ! รบ.มาเลย์ ตัดสินใจ ดองร่างคิม จอง นัม แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2560 16:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/884396


ญาติไม่มารับศพ!  รบ.มาเลย์ ตัดสินใจ ดองร่างคิม จอง นัม แล้ว

ทางการมาเลเซีย ‘ดอง’ศพ คิม จอง นัม หลังโดนลอบสังหารสะท้านโลกมานานกว่าเดือน แต่ยังไม่มีคนในครอบครัวเดินทางมารับศพ ด้านรอยเตอร์ เผยแอบเคลื่อนย้ายศพออกจากห้องดับจิตอย่างลับๆ ไม่ให้นักข่าวรู้เมื่อ 14 มี.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน รัฐบาลมาเลเซียจำเป็นต้อง ดองศพของคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เนื่องจากเสียชีวิตมานานครบเดือนแล้ว หลังถูกลอบสังหารที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยนายอาห์หมัด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยกับสื่อมวลชน เมื่อ 14 มี.ค. ถึงเหตุผลที่ทางการมาเลเซียจำเป็นต้อง ‘ดอง’ ร่างของคิม จอง นัม เพื่อที่ว่าจะได้สามารถรักษาสภาพศพให้ได้ยาวนานขึ้น ขณะที่ ยังไม่มีสมาชิกในครอบครัวของเขาเดินทางมายังมาเลเซียเพื่อรับศพ

รอยเตอร์ยังเผยด้วยว่า ทางการมาเลเซียได้มีการเคลื่อนย้าย ศพของคิม จอง นัมอย่างลับๆ ออกจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นที่สนใจของนักข่าวหลายสิบคนที่ยังคงปักหลักติดตามรายงานความเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกห้องเก็บศพ

นักข่าวปักหลักรายงานข่าว ที่หน้าสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลกัวลัมเปอร์

ขณะที่ รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังเปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการทูตระหว่างมาเลเซียกับเกาหลีเหนือ ที่สะบั้นสัมพันธ์กันถึงขั้นสั่งห้ามชาวมาเลเซียและชาวเกาหลีเหนือเดินทางออกจากประเทศว่า ทางการมาเลเซียจะเนรเทศแรงงานชาวเกาหลีเหนือ 50 คน ที่ทำงานอยู่ที่รัฐซาราวัก บนเกาะบอร์เนียว ซึ่งอยู่เกินกำหนดระยะเวลาในวีซ่า ออกจากมาเลเซีย โดยแรงงานชาวเกาหลีเหนือ 50 คนนี้เป็นแรงงานชาวเกาหลีเหนือที่ทำงานอยู่ที่รัฐซาราวัก 176 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครียดหนัก!คิม จอง อึนสุดกร้าว ห้ามชาวมาเลย์ในเกาหลีเหนือ ออกนอกประเทศ