“อาชาบำบัด” สร้างรอยยิ้มให้น้อง ส่งต่อรอยยิ้มเพื่อเรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 8 มี.ค. 2560 11:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878056


นางภาวิณี ทิพย์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกรรมการและสื่อสารองค์กร บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ถ่ายภาพกับน้องๆ ก่อนเริ่มทำกิจกรรม

เพราะเด็กคือรากฐานสำคัญของสังคม บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงจัดตั้ง โครงการรอยยิ้มเพื่อเรา ในปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักเรียนจากห้องเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียนวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ สำหรับดูแลเด็กที่มีปัญหาจากความบกพร่องและข้อจำกัดด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตามนโยบายการทำงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน

น้องๆ ทำความคุ้นเคยกับม้าก่อนเริ่มทำกิจกรรม

นางภาวิณี ทิพย์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกรรมการและสื่อสารองค์กร บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ที่เทเวศประกันภัยได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาและฝึกฝนทักษะของเด็กพิเศษ เพื่อให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ โดยเริ่มตั้งแต่การปรับปรุงห้องเรียนให้เหมาะสม การจัดกิจกรรมเพื่อบำบัด อย่างอาชาบำบัดและวารีบำบัด รวมถึงจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งถือว่าเราเดินมาถูกทาง เพราะมีเด็กหลายคนที่สามารถปรับตัวจนย้ายไปเรียนในชั้นเรียนปกติหรือชั้นที่สูงขึ้นได้

อาชาบำบัด หรือศาสตร์แห่งการขี่ม้าเพื่อพัฒนาเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เป็นการบำบัดที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะการขี่ม้าจะช่วยให้เด็กมีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความกลัวให้กับเด็ก โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นด้วยการให้เด็กสร้างความคุ้นเคยกับครูฝึกและอุปกรณ์ ตามมาด้วยการอบอุ่นร่างกายที่ให้เด็กๆ เป็นผู้คิดท่าทาง และผลัดเปลี่ยนกันออกมาเป็นผู้นำ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาลงสนามจริง ที่ครูฝึกจะให้น้องๆ จูงม้าเดินเล่นรอบสนามเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับม้า การทำกิจกรรมบนหลังม้า ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้าเดิน ขี่ม้าวิ่งช้าๆ หรือทำท่าทางต่างๆ เช่น ให้กางแขน จับหมวก ฝึกการสื่อสาร เป็นเวลากว่า 20 นาที ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้อยู่ในความปลอดภัย 100% เพราะมีครูฝึกถึง 3 คนต่อการดูแลเด็ก 1 คน

จ.ส.อ.ประยุทธ ยังมงคล ครูฝึกชมรมกีฬาขี่ม้า กรมการสัตว์ทหารบก ค่ายทองฑีฆายุ จ.นครปฐม กล่าวว่า อาชาบำบัดจะช่วยพัฒนาเด็กๆ ในด้านร่างกายได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อเพื่อการทรงตัวอยู่บนม้า การฝึกพูดเพื่อสื่อสารกับม้าและครูฝึก ที่จะช่วยปรับบุคลิกภาพให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ ยังมีการเล่นเกมให้เด็กนำผลไม้ไปซ่อนแล้วกลับมาหา ที่ช่วยฝึกเรื่องความจำ เมื่อทำเช่นนี้ซ้ำๆ ก็จะเห็นถึงพัฒนาการของเด็กที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี จนทำให้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาช่วยงานตรงนี้

เมื่อถาม น้องพี – เด็กชาย กฤษณพงศ์ วงศ์เลิศ นักเรียนจากห้องเรียนการศึกษาพิเศษ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอาชาบำบัดตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน ว่าวันนี้สนุกหรือไม่ น้องพีก็ยิ้มรับพร้อมกับตอบว่าสนุกครับ เพราะได้ขี่ม้าและได้กอดม้าด้วย

นางยุพิน นามกรณ์ คุณแม่ของน้องพี กล่าวว่า น้องพีมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยทรงตัวไม่ดี ไม่กล้าขึ้นบนที่สูง และขาดความมั่นใจ แต่ปัจจุบันน้องพีกล้าแสดงออกมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง และสามารถเดินได้เหมือนเด็กปกติ นอกจากนี้ ทุกครั้งที่น้องพีกลับจากการทำกิจกรรม ก็จะไปเล่าให้คุณพ่อและเพื่อนๆ ฟังอยู่เสมอว่าตัวเองได้ไปขี่ม้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขามีความสุข และพยายามที่จะสื่อสารกับคนอื่นเพิ่มมากขึ้น

นางสายฝน แสวงวงค์ ครูห้องการศึกษาพิเศษ กล่าวว่า เมื่อเด็กมีความภูมิใจและมีความสุขกับกิจกรรมที่เขาได้มีส่วนร่วม พัฒนาการด้านอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อย่าง การเดินและการทรงตัว มีอารมณ์ที่ดี มีความมั่นใจ รวมไปถึงรู้สึกอยากที่จะเข้าสังคม นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังได้นำกิจกรรมอาชาบำบัดมาต่อยอดพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง เช่น การวาดภาพ การปั้น การระบายสี หรือแม้กระทั่งนำคำศัพท์จากการขี่ม้ามาแต่งประโยค เพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตให้กับเด็ก

หากใครได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ บนหลังม้าแล้ว ก็คงจะต้องยิ้มตามไปด้วยอย่างแน่นอน เหมือนกับชื่อโครงการรอยยิ้มเพื่อเราของเทเวศประกันภัย เพราะนอกจากรอยยิ้มนั้นจะแสดงให้เห็นถึงความสุขที่เด็กๆ ได้รับแล้ว ยังเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตัวเองและใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนกับเด็กทั่วไป

 

เอสซีจีสยายปีกอาเซียน ซื้อกิจการปูนเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 10:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878027


เอสซีจี ซิเมนต์ฯ ในเครือเอสซีจีซื้อกิจการธุรกิจปูนซีเมนต์ครบวงจรในเวียดนามด้วยเงินก้อนโตกว่า 5 พันล้านบาท ช่วยเสริมแกร่งการทำธุรกิจปูนนอกประเทศ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ในเครือเอสซีจีได้ซื้อหุ้นร้อยละ 100 มูลค่า 156 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5,460 ล้านบาท ใน Vietnam Construction Materials JSC (“VCM”) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจปูนซีเมนต์ครบวงจรในภาคกลางของประเทศเวียดนามจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม โดยธุรกรรมดังกล่าว มีมูลค่ากิจการ 440 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 15,400 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงหนี้สินสุทธิ และเงินลงทุนส่วนเพิ่มเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการ

สำหรับ VCM มีโรงงานตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของตลาดปูนซีเมนต์ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ 3.1 ล้านตันต่อปี และมีศักยภาพที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจากการปรับปรุงประสิทธิภาพได้อีกในอนาคต ทั้งนี้ การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะทำให้เอสซีจีจะมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในอาเซียน (นอกประเทศไทย) รวมเพิ่มขึ้นเป็น 10.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งปัจจุบันเอสซีจีมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทยรวม 23 ล้านตันต่อปี.

 

ทองคำเปิดตลาดลดลง 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,800

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 09:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877965


ราคาทองวันที่ 8 มี.ค. เปิดตลาดราคาลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,200 ขายออกบาทละ 20,300 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,829.28 ขายออกบาทละ 20,800 บาท

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาลดลง 100 บาท จากเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,200 บาท ขายออกบาทละ 20,300 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,829.28 บาท ขายออกบาทละ 20,800 บาท.

 

ปฏิรูปมาตรฐานเทียบชั้นแบงก์ ล้อมคอกทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์-เครดิตยูเนี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877797


กอบศักดิ์ ภูตระกูล

ครม.เห็นชอบปฏิรูป “สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน” เทียบเท่าสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เข้มดูแลธรรมาภิบาล ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ แก้ปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นอยู่ระหว่างการทำแผนฟื้นฟู

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียน ไปออกระเบียบเพื่อให้มีการบริหารและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ให้เทียบเท่าการกำกับดูแลสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เนื่องจากเห็นว่ากิจการสหกรณ์ฯในปัจจุบันมีความสำคัญต่อระบบสถาบันการเงินไทยโดยรวม มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดมีสินทรัพย์รวม 2.5 ล้านล้านบาท โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ 1,448 แห่ง มีทรัพย์สินรวม 2.06 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้มีทรัพย์สินเกิน 5,000 ล้านบาท 113 แห่ง มีสินทรัพย์รวม 1.4 ล้านล้านบาท หรือ 70% ของสินทรัพย์ทั้งสิ้น เทียบเท่ากับสินทรัพย์ของธนาคารใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมี 558 แห่ง

สำหรับแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้กำหนดหลักเกณฑ์ 4 ด้าน คือ ด้านธรรมาภิบาล ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยหลักเกณฑ์สำคัญที่สหกรณ์ทุกขนาดต้องดำเนินการ ในด้านธรรมาภิบาล ให้มีการถ่วงดุลอำนาจ โดยการปล่อยสินเชื่อให้แยกการวิเคราะห์สินเชื่อ และการอนุมัติสินเชื่อออกจากกัน ไม่ควรจ่ายเงินปันผลเกิน 80% ของกำไรสุทธิ งบการเงินต้องเป็นไปตามมาตรฐานบัญชีไทย

ส่วนความเสี่ยงด้านเครดิต ให้ปรับปรุงแนวทางการจัดชั้นสินเชื่อหรือสินทรัพย์ให้สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง และมีการกันสำรองหนี้ตามเกณฑ์ที่กำหนด การพิจารณาเงินกู้ให้สมาชิกสมทบต้องไม่เกินมูลค่าเงินฝากและเงินค่าหุ้นของสมาชิกสมทบ ขณะที่ภาระหนี้ต่อรายได้รวมสุทธิของสมาชิกรายใดรายหนึ่งต้องไม่เกิน 70% และให้จำกัดประเภทและปริมาณหลักทรัพย์ที่สหกรณ์สามารถฝากหรือลงทุนต้องไม่เกิน 10% ของส่วนของผู้ถือหุ้น และการลงทุนในหุ้นกู้ของแต่ละบริษัทต้องมีมูลค่าไม่เกิน 5% ของปริมาณหุ้นกู้ของบริษัทนั้น ห้ามสหกรณ์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์เว้นแต่ใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจการ

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดความสามารถในการก่อหนี้ของสหกรณ์อัตราส่วนหนี้ต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า โดยให้นำเงินรับฝากทั้งหมดมาคำนวณเป็นหนี้สินเพื่อควบคุมปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินให้เหมาะสมกับระดับทุน และการปรับโครงสร้างหนี้ต้องเป็นไปเพื่อแก้ไขหนี้เพื่อให้มีโอกาสได้รับเงินต้นคืนได้มากขึ้น ส่วนความเสี่ยงด้านสภาพคล่องต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องขั้นต่ำ ไม่ต่ำกว่า 60% ของเงินรับฝากและเงินกู้ยืม รวมทั้งแก้ไขนิยามสินทรัพย์ที่สามารถนับเป็นสภาพคล่องที่เปลี่ยนเป็นเงินสดภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ส่วนความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เป็นการกำหนดแนวทางควบคุมภายในที่ช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดจากการดำเนินงานและการทุจริตของคณะกรรมการและผู้อำนวยการสหกรณ์เป็นหลัก

ทั้งนี้ สำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่ยังมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น คณะกรรมการต้องมีไม่น้อยกว่า 3 คน และผู้จัดการต้องเชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงินและการบัญชี ให้กำหนดอัตราส่วนการให้สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงของสหกรณ์เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการให้สินเชื่อในลักษณะเพื่อประโยชน์ เช่น ให้สินเชื่อได้ไม่เกิน 10% ของยอดรวมของหุ้นได้เงินสำรองของสหกรณ์หรือไม่เกิน 15 ล้านบาท เป็นต้น รวมทั้งเพิ่มเติมการกำกับดูแลลูกหนี้รายใหญ่เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยกำหนดอัตราส่วนการให้สินเชื่อลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายสินเชื่อแก่บุคคลหรือโครงการใดโครงการหนึ่งต้องไม่เกิน 100 เท่าของรายได้ หรือการให้กู้แก่สหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งต้องไม่เกิน 10% ของส่วนผู้ถือหุ้นหรือไม่เกิน 15 ล้านบาท

“ครม.ยังสั่งให้กระทรวงเกษตรฯจัดทำประชาพิจารณ์ก่อนจะนำร่างระเบียบนายทะเบียนดังกล่าวมาบังคับใช้ โดยอาจทยอยนำเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการของสหกรณ์ไม่มากมาบังคับใช้ก่อน ส่วนกรณีปัญหาของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทางกระทรวงการคลังรายงานโครงว่าอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการฟื้นฟูซึ่งจะนำเสนอ ครม.ในระยะต่อไป”.

 

ท่องเที่ยวเผย 32 ตำแหน่งงาน ย้ายเสรีข้ามประเทศอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877771


แม่บ้าน-พ่อครัวเฮ! ทำงานอินเตอร์

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังจะมีกฎหมายรองรับข้อตกลงร่วมว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน หรือ ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Professionals เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยวของไทยให้มีมาตรฐานรองรับการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายแรงงานในสาขาการบริการและการท่องเที่ยวของประเทศอาเซียน

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงนี้ บุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่จะสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานในอาเซียนมี 32 ตำแหน่ง ใน 6 แผนก 2 สาขา คือ สาขาที่พักและสาขาการเดินทาง โดยสาขาที่พัก มี 23 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 1.แผนกแม่บ้าน 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้จัดการแผนกแม่บ้าน ผู้จัดการส่วนซักรีด หัวหน้าพนักงานทำความสะอาดห้องพัก พนักงานซักรีด พนักงานทำความสะอาดห้องพัก และพนักงานทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ 2. แผนกต้อนรับส่วนหน้า 5 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับส่วนหน้า ผู้ควบคุมดูแลฝ่ายต้อนรับส่วนหน้า พนักงานต้อนรับ พนักงานรับโทรศัพท์ และพนักงานดูแลสัมภาระ 3.แผนกประกอบอาหาร 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้บริหารงานครัว หัวหน้าพ่อครัว พ่อครัวแต่ละงาน ผู้ช่วยพ่อครัวฝ่ายอาหาร ผู้ช่วยพ่อครัวขนมหวาน พนักงานทำขนมปัง และพนักงานแล่เนื้อ 4.แผนกบริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม 5 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้อำนวยการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม ผู้จัดการหัวหน้าอาหาร หัวหน้าพนักงานบริการ พนักงานผสมเครื่องดื่ม และพนักงานบริกร

สาขาการเดินทาง 9 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 1. แผนกธุรกิจท่องเที่ยว 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ให้คำปรึกษาอาวุโสด้านการเดินทางท่องเที่ยว และผู้แนะนำการเดินทางท่องเที่ยว 2. แผนกบริหารธุรกิจท่องเที่ยว 5 ตำแหน่ง ได้แก่ ผู้จัดการธุรกิจ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อธุรกิจท่องเที่ยว ผู้จัดการฝ่ายบัตรโดยสาร และผู้จัดการฝ่ายท่องเที่ยว.

 

รถไฟฟ้าสีทองมาแน่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877741


ภาพจาก:วิกิพีเดีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน-ประชาธิปก เป็นระบบบนดินได้ จากเดิมกำหนดให้ต้องเป็นระบบใต้ดิน และให้กรุงเทพมหานครเร่งรัดการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับสมบูรณ์ เสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังให้กรุงเทพมหานครบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนในการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางทั้งขนาดใหญ่และขนาดรอง ให้สามารถเชื่อมโยงกันได้ โดยคำนึงถึงเส้นทางและระยะทางที่จะพัฒนาให้เหมาะสม เพื่อให้การลงทุนเกิดความประหยัด รวมทั้งการพิจารณาใช้โครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วมกันได้ ทั้งนี้ รูปแบบการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองสายสีทอง ได้ออกแบบให้เชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย บริเวณสถานีคลองสาน ระยะทาง 2.72 กิโลเมตร จำนวน 4 สถานี เปิดบริการปี 2561 ปริมาณผู้โดยสาร 47,300 คนต่อวัน.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง จากแรงฉุดกลุ่มเภสัชฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877821


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันอังคาร เหตุหุ้นของบริษัทในกลุ่มเภสัชกรรมและบริษัทโรงพยาบาลลดลง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะเพิ่มการแข่งขันด้านราคายา…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 7 มี.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 29.58 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 20927.76 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 6.92 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 2368.39 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 15.25 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 5833.93 จุด

advertisement

เมื่อวันอังคารพรรครีพับลิกันเสนอแผนประกันสุขภาพใหม่ต่อสภาคองเกรส โดยแผนดังกล่าวจะรื้อข้อบังคับหลายอย่างของกฎหมายประกันสุขภาพของอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มหัวก้าวหน้าและกลุ่มหัวอนุรักษ์บางคน จนเกิดคำถามว่า แผนการนี้จะผ่านความเห็นชอบจากสภาหรือไม่

หุ้นของบริษัทกลุ่มเภสัชกรรมลดลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขากำลังวางแผนเรื่องระบบที่จะเพิ่มการแข่งขันด้านราคายาในท้องตลาด หุ้นของหลายบริษัทอย่าง ไฟเซอร์, ไมแลน และ เซลจีน ลดลงอย่างน้อย 1%.

 

ครม.ขยายขอบเขตบริษัทบริหารสินทรัพย์ รับหนี้เสียนอนแบงก์-นาโน-พิโคไฟแนนซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877736


นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 ขยายขอบเขตใน 2 เรื่องได้แก่ ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์รับสินทรัพย์ของหน่วยงานของรัฐมาบริหารได้ รวมถึงสินทรัพย์ของนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจทางการเงิน หรือนอนแบงก์ ได้แก่ ธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล เช่น อิออน ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หรือนาโนไฟแนนซ์ และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือพิโคไฟแนนซ์ รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อและลิสซิ่ง ทำให้ธุรกิจเหล่านี้จะมีช่องทางถ่ายโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังให้ขยายขอบเขตหน้าที่ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถทำงานเป็นที่ปรึกษาในงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสินทรัพย์ได้ เช่น การเป็นที่ปรึกษาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยหนี้ เป็นต้น

“ลูกหนี้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ สมัยก่อนบริษัทเครดิตการ์ดแต่ละแห่งไม่สามารถไกล่เกลี่ยหนี้แบบรวมก้อนได้ แต่พอหนี้เหล่านั้นถูกโอนมาที่บริษัทบริหารสินทรัพย์จะรวมหนี้จากบัตรเครดิตหลายๆใบมาไกล่เกลี่ยหนี้รอบเดียว ทั้งนี้ ครัวเรือนไทยมีปัญหาหนี้เพิ่มขึ้น การเพิ่มให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และรับชำระหนี้ที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนและหนี้นอกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

 

มูลค่าทะลักถึงเวลาต้องเสียภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877731


นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. (เอ็ตด้า) เปิดเผยว่า สพธอ.กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือแผนอี-คอมเมิร์ซ เพื่อนำเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นแนวทางต่อไป โดยในแผนอี-คอมเมิร์ซ จะมีการกำหนดเรื่องการเสียภาษีสรรพสามิตด้วย เพราะปัจจุบันยังไม่มีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยกรมสรรพากรอยู่ระหว่างการปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษี ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนในเร็วๆนี้ “ขณะนี้ถือว่าถึงเวลาที่จะจัดเก็บภาษีการค้าขายออนไลน์แล้ว แต่จะจัดเก็บในอัตราเท่าใดนั้น ภาครัฐต้องคำนวณและวิเคราะห์ให้ดี เพื่อชักชวนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ แต่หากกำหนดอัตราที่สูงมาก ก็จะทำให้ไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้าสู่ระบบ ดังนั้นต้องรับฟังข้อมูลจากภาคเอกชนด้วย เพื่อความรอบคอบ รวมถึงต้องส่งเสริมการค้าขายออนไลน์ด้วย เพราะตลาดค้าขายออนไลน์มีมูลค่ามากถึง 2 ล้านล้านบาท และอัตราเติบโตปีละ 6-10% ดังนั้นภาครัฐ จะต้องจัดทำระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นหลักฐานและป้องกันการปลอมแปลงด้วย ซึ่ง สพธอ.กำลังเร่งพัฒนาระบบดังกล่าว เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในอนาคตอันใกล้”

นางสุรางคณากล่าวต่อว่า ปัจจุบันการค้าขายออนไลน์มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบอี-มาร์เก็ต หรือตลาดออนไลน์ ที่ปัจจุบันมีการซื้อขายกันหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น สื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ไม่สามารถจัดเก็บภาษีใดๆได้เลย เพราะสำนักงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเป็นเพียงการดูแลลูกค้าเท่านั้น สาเหตุที่ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้นั้น เพราะไม่มีรายได้เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องดึงดูดให้ผู้ประกอบการสื่อออนไลน์เข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้ได้.

 

ทุจริตจัดซื้อภัยคุกคามธุรกิจไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 มี.ค. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877726


นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน Forensic services บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยในงานสัมมนา PwC Forensics Summit ซึ่งจัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในองค์กร จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบและป้องกันอาชญากรรมทางการเงินของภาครัฐและภาคเอกชนว่า จากการสำรวจผู้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้พบว่า ผู้ถูกสำรวจมากถึง 93% ระบุว่า มีโอกาสเกิดการทุจริตจากการจัดซื้อ กับธุรกิจที่ดำเนินการในไทยในช่วงปี 60-61 ซึ่งการทุจริตในการจัดซื้อนี้ ถือเป็นปัญหาและภัยร้ายแรงที่ตรวจพบมากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ

ทั้งในไทยและระดับโลก สอดคล้องกับผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจปี 59 ของ PwC ประเทศไทย ซึ่งสำรวจองค์กรภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐในไทยพบว่า การทุจริตจัดซื้อจะเป็นปัญหาการทุจริตที่ตรวจพบมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของไทยในปีนี้ รองจากการยักยอกสินทรัพย์และการรับสินบนและคอร์รัปชัน “ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจล้วนเกิดจากพนักงานภายในองค์กร ทำให้ยากต่อการตรวจสอบการทุจริต โดยผลสำรวจปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ดี เพราะผู้ถูกสำรวจเกือบ 80% ยอมรับว่าการทุจริตเกิดจากคนในทั้งสิ้น”

นายวรพงษ์กล่าวต่อว่า สาเหตุของการทุจริตจัดซื้อที่พบส่วนใหญ่ เกิดจากการที่พนักงานสมรู้ร่วมคิดกับคู่ค้า และบ่อยครั้งก็มีการฮั้วในขั้นตอนการเลือกผู้ค้า ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่องค์กรต่างๆจะต้องมีการตรวจสอบวิเคราะห์คุณสมบัติพื้นฐานของพนักงานและคู่ค้า ครอบคลุมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับบุคคลที่สามที่เป็นผู้ค้าของบริษัท โดยหากบริษัทมีการประเมินความพร้อม และตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ค้า จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดทุจริตในขั้นตอนการประกวดราคา การจัดซื้อจัดจ้าง และการชำระเงินได้

สำหรับประเทศไทยนั้นนายวรพงษ์กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ ทั้งนี้ จากผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 59 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่าไทยตกมาอยู่ที่อันดับ 101 จากทั้งหมด 176 ประเทศ ถือเป็นลำดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี นับจากปี 56 “ค่าคะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยถือว่ารั้งท้ายประเทศกลุ่มเศรษฐกิจบริคส์ และคิวบาที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ หากต้องการให้ไทยเป็นประเทศที่น่าดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ”.