Police point to iPhone theft in brutal murder

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30303525

A CCTV recording shows Wasin Luangjame, right, scuffling with his attacker before being stabbed.

A CCTV recording shows Wasin Luangjame, right, scuffling with his attacker before being stabbed.
January 06, 2017 01:00
By THE NATION
3,117 Viewed

Tens of thousands hit by severe flooding in South

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30303524

 

January 06, 2017 01:00
By THE NATION
4,273 Viewed

Election to be held early next year, PM tells Canadian envoy

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

Prayut

Prayut
January 06, 2017 01:00
By THE NATION
2,493 Viewed

Traffic deaths soar to 478 over holiday

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30303522

January 06, 2017 01:00
By WATTANA KHAMCHU,
JITTRAPORN SENAWONG
THE NATION

Prayut rejects elections campaigns in current environment, leaving door open to delay

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30303446

Prayut

Prayut
January 05, 2017 01:00
By WASAMON AUDJARINT
THE NATION

Prayut spells out new structures for reform

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30303445

Prayut

Prayut
January 05, 2017 01:00
By WASAMON AUDJARINT
THE NATION

กสทช. เปิดประมูลเบอร์สวย 200 เลขหมาย ผ่านแอปฯ 18-19 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 15:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878387


กสทช.โชว์ความพร้อมประมูลเลขหมายสวยผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนเปิดประมูลจริง 18-19 มี.ค. รวม 200 เลขหมาย ราคา 6 ตัวเหมือน เริ่มต้น 5 แสนบาท และ 7 ตัวเหมือนเริ่มต้น 3 ล้านบาท คาดได้เงินส่งรัฐ ขั้นต่ำ 225 ล้าน…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงาน กสทช. พร้อมสำหรับการจัดประมูลเลขหมายสวยจำนวน 200 เลขหมาย ในวันที่ 18-19 มี.ค. โดยการประมูลครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีการประมูลใน ห้องประมูลผ่านแอปพลิเคชัน (application) ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นระบบที่รักษาความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ประมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนหากเป็นผู้ชนะการประมูล นอกจากนี้ยังป้องกันการสมยอมราคา โดยผู้ประมูลแต่ละรายจะไม่สามารถทราบราคาของผู้ประมูลรายอื่น

สำหรับเลขหมายสวยครั้งนี้จะแบ่งเป็น 6 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท หลักประกันต่อเลขหมาย 5 หมื่นบาท และ 7 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 1 หมื่นบาท หลักประกันต่อเลขหมาย 3 แสนบาท ซึ่งหากมีผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 200 เลขหมาย จะมีเงินนำส่งเข้ารัฐบาล ขั้นต่ำ 225 ล้านบาท

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การประมูลผ่านแอปพลิเคชันนี้จะมีรูปแบบ คือ 1. ผู้ประมูลเริ่มกดเสนอราคาตามราคาขั้นต่ำที่กำหนด และเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ 2. เสนอราคาตามต้องการคือระบุราคาที่ต้องการเสนอได้ทันที เช่น จากราคา 5 แสนบาท เสนอเพิ่มเป็น 7 แสนบาทได้ทันที 3. การเสนอราคาด้วยการเพิ่มราคาอัตโนมัติจนถึงราคาที่ตั้งใจไว้ คือการตั้งราคาสูงสุดเอาไว้ในระบบ แล้วระบบจะเสนอราคาแต่ละลำดับให้อัตโนมัติจนถึงราคาสูงสุดที่ตั้งงบประมาณไว้หรือจนกว่าจะไม่มีผู้เสนอราคาอื่นเสนอราคาอีก เป็นการช่วยป้องกันกรณีที่อาจเสนอราคาไม่ทันผู้อื่นและเสนอราคาผิดพลาด

ทั้งนี้ การเสนอราคาทุกครั้งของผู้เข้าประมูลทุกคนจะมีการบันทึกไว้ตามเวลาที่เสนอราคา เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลสำหรับใช้ตรวจสอบหากเกิดเหตุขัดข้อง จึงเชื่อมั่นได้ว่าระบบประมูลมีความถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และมีความน่าเชื่อถือสูง ขณะเดียวกันผู้ประมูลยังสามารถกำหนดเลขหมายที่สนใจประมูลล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน โดยระบบจะมีการเตือนให้ผู้ประมูลไม่พลาดการประมูลในเลขหมายที่ต้องการ หากผู้เข้าร่วมประมูลต้องการประมูลเลขหมายสวยเพิ่ม ก็สามารถวางเงินหลักประกันเพิ่มได้ตลอดเวลา และเมื่อการประมูลเลขหมายสวยจบลง ผู้เข้าประมูลสามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวเองได้ตลอดเวลาว่า ชนะการประมูลเลขหมายใดบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไร โดยผู้ชนะการประมูลจะได้รับหนังสือแสดงสิทธิว่าเป็นผู้ชนะการประมูลเลขหมายสวยจาก สำนักงาน กสทช.

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลเลขหมายสวยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประมูลได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 มี.ค. 2560 ทาง http://auction.nbtc.go.th

 

ขนส่งทางบกเข้มป้องกันอุบัติเหตุ รับมือเดินทางช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 14:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878282


กรมการขนส่งทางบกเตรียมมาตรการรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2560 ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยจัดสัมมนาผู้ประกอบการรถโดยสาร เพื่อแก้ไขปัญหารถโดยสารสาธารณะในทุกๆ มิติ…

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 4 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนา “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจมาตรการกำกับรถโดยสารสาธารณะให้ปลอดภัย” ในการนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้เกียรติแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ข้อคิดเห็นเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะและความร่วมมือของผู้ประกอบการ”

นายอาคม กล่าวว่า เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถโดยสารสาธารณะก่อให้เกิดการบาดเจ็บการสูญเสียชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก และสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจประเทศ กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดำเนินมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในระยะเร่งด่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้ขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะมาตรการสร้างความปลอดภัยในรถตู้โดยสารอย่างเร่งด่วน กำหนดให้รถตู้โดยสารหมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ต้องติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์บ่งชี้ตัวตนคนขับรถ (เครื่องรูดใบขับขี่แสดงตัวตน) ครบทุกคันภายใน 31 มี.ค.นี้ ส่วนรถโดยสารประเภทอื่นๆ ต้องติดตั้งระบบ GPS Tracking ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อควบคุมกำกับ ดูแล ติดตามการเดินรถในลักษณะ Online แบบ Realtime ทั้งพิกัด ความเร็ว ชั่วโมงการขับรถ ตลอดจนพฤติกรรมพนักงานขับรถ และยังจัดชุดตรวจการ ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่บริเวณจุดตรวจระหว่างเส้นทางเดินรถ หรือจุด Check Point โดยให้ดำเนินนโยบายต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบการเดินรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขประกอบการ

นอกจากนี้ ได้จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกตรวจจับความเร็วรถโดยสารสาธารณะด้วยกล้องเลเซอร์ในเส้นทางสายหลักเข้า–ออกกรุงเทพฯ และติดตามรถโดยสารสาธารณะทุกคันผ่านศูนย์บริหารจัดการเดิน รถด้วยระบบ GPS ตลอดช่วงเทศกาล เพื่อติดตามพฤติกรรมการขับรถ การใช้ความเร็วภายใต้กฎหมายกำหนด

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการกำกับควบคุม บังคับใช้กฎหมายทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ต่อเนื่องถึงระยะกลาง เริ่มตั้งแต่กำหนดให้รถโดยสารประจำทางทุกประเภท ทุกคันจะต้องออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารหรือจุดจอดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ตามนโยบายการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯและภูมิภาคทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและคนขับรถตาม Checklist ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจความพร้อมตาม Checklist ต่อเนื่องตลอดปีและเข้มข้นเป็นพิเศษช่วงการเดินทางเทศกาลสงกรานต์นี้ หากคนขับรถหรือรถโดยสารมีสภาพไม่พร้อมหรือเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สั่งห้ามใช้รถและเปลี่ยนตัวคนขับรถทันที โดยผู้ประกอบการจะต้องหารถและคนขับที่มีความพร้อมมาปฏิบัติหน้าที่แทน

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบผู้ขับรถฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายหรือมีการกระทำผิดซ้ำซากจะดำเนินมาตรการลงโทษเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่เปรียบเทียบปรับจนถึงพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ผู้ประกอบการขนส่งที่ฝ่าฝืนไม่กำชับพนักงานขับรถปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กรมการขนส่งทางบกลงโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง.

 

คลังแจงขั้นตอน-เอกสาร ลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878355


คลัง ย้ำลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ 3 เม.ย.-15 พ.ค. แจงขั้นตอน เอกสารหลักฐานที่จำเป็นให้พร้อม และต้องมาลงทะเบียนด้วยตนเองเพื่อยืนยันตน…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รักษาการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3 เม.ย. ถึงวันที่ 15 พ.ค. 2560 โดยขั้นตอนการลงทะเบียน เริ่มจากผู้ลงทะเบียนในโครงการฯ สามารถขอแบบฟอร์มลงทะเบียนได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกสาขา, ธนาคารออมสิน ทุกสาขา, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา, คลังจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทุกเขต รวมทั้งสิ้น 3,669 หน่วยรับลงทะเบียน ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง www.mof.go.th, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง www.fpo.go.th, อีเพย์เมนท์ www.epayment.go.th และเว็บไซต์ของหน่วยรับลงทะเบียนทั้ง 5 หน่วยงานข้างต้น

หลังจากนั้นผู้ลงทะเบียนควรศึกษาแบบฟอร์มให้เข้าใจ และเตรียมเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการกรอกแบบฟอร์มให้พร้อม เช่น บัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง เลขบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา และบุตร สมุดทะเบียนบ้าน ทะเบียนผู้พิการ ทะเบียนเกษตรกร เลขที่บัญชีเงินฝาก นอกจากนี้ ต้องสำรวจว่าตนมีรายได้ เงินฝาก และหนี้สินเท่าใด เป็นต้น หลังจากนั้นให้กรอกแบบฟอร์มให้ครบถ้วน ชัดเจน และถูกต้องตามความเป็นจริง และผู้ลงทะเบียนควรตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนลงนามรับรองความถูกต้อง และยินยอมให้เปิดเผยและตรวจสอบ

สำหรับผู้ลงทะเบียนต้องมาลงทะเบียนด้วยตัวเอง ด้วยการยื่นแบบฟอร์มที่กรอกครบถ้วนถูกต้องแล้วพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อยืนยันตัวตนและข้อมูลที่กรอกให้ทางราชการ ในกรณีผู้พิการและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้ ต้องมีใบมอบอำนาจมาแสดงในวันลงทะเบียน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะกรอกข้อมูลของผู้มาลงทะเบียนเข้าระบบ หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้ว ผู้ลงทะเบียนต้องรับเอกสารหลักฐาน (ส่วนท้ายของแบบฟอร์ม) กลับไป เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์.

 

เอกอัครราชทูตไทยประจำปากีสถานนำคณะเยี่ยมชมกิจการคิง เพาเวอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 8 มี.ค. 2560 11:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878110


กรุงเทพฯ – นายวิทยา สินทราพรรณทร (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้การต้อนรับ นายสุชาติ เลียงแสงทอง (ที่ 3 จากขวา) เอกอัครราชทูตไทย ประจำสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน พร้อมด้วย นายชอดรี อับดุล กาห์ฟูร ข่าน (ที่ 4 จากขวา) ผู้ว่าการการท่องเที่ยวปากีสถาน และคณะสื่อมวลชนปากีสถาน ในโอกาสเยี่ยมชมกิจการกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ หนึ่งในบริษัทสำคัญที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยการเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทยตามแนวทางการปฏิบัติงานแบบประชารัฐ ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ