‘ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี’ เผยมีชีวิตที่ดี เพราะเขียนภาพในหลวงรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254226

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นศิลปินชื่อดังที่มีผลงานเด่นๆ มากมาย สำหรับ “ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี” ล่าสุดรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2ช่อง 784 ช่วง Focus On พิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” พาไปอัพเดทผลงานศิลปะชิ้นใหม่ของเขา

ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี เล่าว่า “ตอนนี้ทำเกี่ยวกับรูปปั้นอยู่ครับ คือผมออกแบบแล้วก็ให้ช่างปั้นที่เป็นรุ่นน้องปั้นขึ้นมา แล้วก็มาจบงานด้วยตัวผมเอง คือในขณะที่ทำก็มีการควบคุมผลงาน ที่ผ่านมาผลงานที่ทำก็จะมีทั้งพระรูปและพระบรมรูปของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำ รูปสุดท้ายผมก็เขียนเสร็จไปนานมาก ประมาณหนึ่งเดือนแล้วก็หยุดเลย

คอลเลคชั่นสะสม

แต่ที่เห็นเยอะคือโปรเจกท์ใหม่ๆ เช่นรูปปั้น ซึ่งผมเคยแต่ซื้อสะสม ไปเจอรูปปั้นที่ไหนก็ซื้อ ซื้อกลับมาไว้เต็มบ้านเลย คือเป็นคนโบราณ คิดว่าการมีรูปของพระองค์ท่านมากๆ ทำให้ชีวิตดีคือเป็นศรีแก่บ้าน ผมว่าเป็นเรื่องจริง เพราะว่าตั้งแต่มีรูปปั้นพระองค์ท่านเยอะๆ ผมว่าชีวิตดีขึ้น ถ้าพูดแบบไสยศาสตร์แบบคนไทยนะ ผมว่าการที่เราเอาสิ่งที่ดีเข้าบ้าน ผมว่าดี เชื่อว่าเป็นการปกปักรักษาให้บ้านร่มเย็น

สำหรับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในความทรงจำของผม เราเป็นคนไทย ผมเกิดมาในรัชสมัยของพระองค์ท่าน ก็ถือว่าเป็นคนที่โชคดีมาก คิดว่าเราทำบุญมาเยอะเหลือเกินที่เกิดมาในแผ่นดินไทย ในรัชสมัยของพระองค์ท่าน สิ่งที่เราได้รับ ได้รู้ ได้การเรียนรู้จากกษัตริย์นักพัฒนา แล้วพระองค์ท่านก็ทรงเหนื่อยยาก สิ่งเหล่านี้มันปลูกฝังเรามานาน

คือเกิดมาก็เห็นพระองค์ท่าน แล้วทุกวันนี้พระองค์ท่านก็ยังอยู่นะ สิ่งที่เราระลึกถึง ทีนี้เราในหน้าที่ของศิลปิน ผมก็คงเขียนรูปพระองค์ท่านไปเรื่อยๆ ก็เราไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรในความเป็นคนเขียนรูป ก็คงเป็นการเขียนรูปพระองค์ท่านในตอนที่บ้านเมืองวุ่นวาย ผมก็เขียนแล้วก็มีการตีพิมพ์เพื่อแจกกับผู้คนบ้าง แล้วก็มีการจำหน่ายบ้างในบางวาระ แต่ส่วนมากเงินก็จะเข้าการกุศลเป็นส่วนใหญ่

ผลงานปั้นของ ศักดิ์วุฒิ

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมก็ได้ทำโปสต์การ์ด เป็นโปสต์การ์ด 9 พระรูปเป็นงานที่ผมเขียนเอง คือช่วงนี้มีคนทำรูปพระองค์ท่านขึ้นมาแจกกันเยอะ ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้ แล้วมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อไปทำการกุศล คือได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อยู่ช่วงหนึ่ง มีเพื่อนประสบอุบัติเหตุก็เข้าไปช่วยเขา

คิดว่าการช่วยคนโดยผ่านโรงพยาบาล ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แล้วโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเขาพูดถึงเรื่องทหารของพระราชา ทหารที่ได้รับบาดเจ็บทางใต้ เขาก็มารักษาที่นี่ผมก็เลยคิดว่าที่นี่น่าจะเป็นจุดหนึ่งที่ดี ในการร่วมกันทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ก็เลยเริ่มที่นี่ ซึ่งรายได้จากการขายโปสต์การ์ดทั้งหมด 100% ก็หาเงินได้ประมาณ 1 ล้านบาทมอบให้กับโรงพยาบาลทั้งหมด

ส่วนเรื่องหลักคำสอนของพระองค์ท่านที่ผมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันนั้น อย่างที่พระองค์ท่านเคยตรัสไว้ว่า คนเราแต่ละคนก็มีหน้าที่ ถ้าคนเราทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ตรงมากในชีวิตผม คือคิดว่าสิ่งที่ผมทำทุกวัน คือตั้งใจมาก ชิ้นงานแต่ละชิ้นที่จะเสร็จก็ต้องมีการตรวจทาน ตั้งใจอย่างที่พระองค์ท่านสอนคือ

คอลเลคชั่นสะสม

ผมว่าคำสอนของพระองค์ท่านอันเดียวนี้ทำให้ประเทศชาติอยู่รอดเลย แล้วทุกคนก็สามารถทำได้เลย ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป อย่าไปก้าวก่ายกันมาก แล้วก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทุกอย่างมันจะเป็นวงจรมันจะครบหมดเลย

สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำถวายพระองค์ท่านนั้น ในชีวิตผมเราเขียนรูปมาเยอะ แต่สิ่งที่ทำให้ผมเป็นที่ยอมรับ และมีชื่อมีเสียง มีเกียรติ เพราะการเขียนรูปพระองค์ท่าน เหมือนกับเรามีชีวิตที่ดีเพราะพระองค์ท่าน ผมมีโปรเจกท์เยอะครับ รายได้บางส่วนก็มาทำเป็นตัวเงินขึ้นมา เพื่อให้กับมูลนิธิต่างๆ แต่ส่วนมากจะเน้นไปทางโรงพยาบาล

อย่างคราวหน้าก็จะทำเกี่ยวกับโรงพยาบาลคนตาบอด เพราะผมเป็นโรคตาด้วย เผื่อว่ากุศลจะทำให้ตาหายขึ้น คือคิดแบบไทยๆ นะ และก็จะทำไปเรื่อยๆ เพราะว่าถ้าเราได้เงินไปช่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อไปช่วยคนต่อ ผมว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่และก็ทำทุกอย่างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านล่าสุดผมได้ไปร่วมกับโครงการของดีไซเนอร์ไทยกับสยามพิวรรธน์ก็มีเสื้อยืดไปจำหน่าย แล้วก็มอบรายได้ทั้งหมดเลยให้กับผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้และมูลนิธิคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ”

(ซ้าย) พิธีกรรายการ ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์ และ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี

คุณแหน : 18 มกราคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254221

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ll งานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหารครบรอบปีที่ ๕๙ และงานเกียรติยศจักรดาว ประจำปี ๒๕๖๐ จัดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อมอบรางวัล “เกียรติยศจักรดาว” แก่ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารที่มีผลงานดีเด่นและรางวัล “จักรดาวสดุดี แด่เตรียมทหารผู้วายชนม์” โดยมอบรางวัลจักรดาวสดุดีให้ครอบครัวของ ผู้พันแอร์- น.ต.ดิลกฤทธิ์ ปัถวี ตท.43 นักบินกริพเพน,ผู้พันบอม-พ.ท.ธีรพล เทียนโพธิ์วัฒน์ตท.35 เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลังกลับจากช่วยน้ำท่วม, บิ๊กไจแอนท์ พล.อ.นพพร เรือนจันทร์ตท.19 เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่ดอยอินทนนท์/ และนักบินกองทัพอากาศ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกเขาชะเมา…

llล้วนพลีชีพในหน้าที่อย่างสมเกียรติชายชาติทหารทั้งสิ้น…

ll ขอแสดงความยินดีกับ บรรพต อมราภิบาล ผอ.กองส่งเสริมและเผยแพร่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับเลือกให้รับรางวัล “เพชรจรัสแสง” ซึ่งคัดเลือกจากข้าราชการดีเด่นของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ..แฟ้มบุคคลขอปรบมือให้…

ll โชคร้ายตอนต้นปีอลงกต ศรีวิจิตรกมล ขี่มอเตอร์ไซค์หักหลบสุนัข แต่คนขี่ร่างหล่นกระเด็น ไหปลาร้าหักต้องลาป่วยยาวเลยทีเดียว…

ll Talk of the townตลอดสองสามวันมานี้เห็นจะไม่มีอะไรเกินข่าว รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สุภัฒ สงวนดีกุล ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ภาพในโรงแรมที่ญี่ปุ่นจำนวน 3ภาพ มูลค่า 15,000 เยนหรือประมาณ 4,500 บาท ทำให้คนไทยอับอายแทนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติได้แสดงความคิดเห็นว่า “น่าอับอายมาก ถ้าชอบงานศิลปะต้องซื้อ ไม่ใช่ขโมย เพราะการขโมยเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด”…

ll กรมการขนส่งทางบก ได้เชิญ รมช.คมนาคม พิชิต อัคราทิตย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Happiness for all : ความสุขทั่วไทยส่งความปลอดภัยให้ทุกคน เพื่อร่วมสนองนโยบายรัฐบาล ในการมอบของขวัญให้แก่ประชาชน เมื่อวันวานนี้ ซึ่งเป็นการจัดพิธีมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน โดยที่ผ่านมาหลายปีได้ให้ความช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยทางถนนไปแล้ว 13,833 รายสำหรับปีงบประมาณ’60 จะเปิดให้ผู้พิการที่ประสบภัยทางถนน ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือเพื่อการยังชีพได้ประมาณ เม.ย.นี้…

ll อุบัติเหตุมีแต่ความสูญเสีย กรมการขนส่งทางบก จึงได้ปรับระบบการทำใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปี’60-61ให้ยากขึ้น โดยเพิ่มเวลาอบรมเป็น 5 ชั่วโมงข้อสอบ 60 ข้อ หวังช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพราะสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในไทยมีมากที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก(รองจากลิเบีย) เท่านั้นยังไม่พอ มีข่าวเพิ่มเติมว่าต่อแต่นี้ไป ผู้ที่สอบใบขับขี่ต้องผ่านการสอบข้อเขียน 100% จึงจะได้รับใบอนุญาต จากของเดิมที่สอบได้แค่ 90 ก็ผ่านฉลุย..ทั้งนี้เพื่อให้คนที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ เป็นผู้มีความรู้กฎระเบียบอย่างแท้จริง เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง !! …ll

บารอนเนส

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254222

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ถ้าถูกแดดถูกฝน อนามัยแข็งแรงก็ไม่เป็นอะไร ทำให้แข็งแกร่งจิตใจก็เหมือนกัน เมื่อประสบอุปสรรคและสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา เราก็ขุ่นหมองแต่ถ้าจิตใจเราแข็งแรงแข็งแกร่งดี อุปสรรคนั้นจะทำให้สามารถที่จะทำให้มีอำนาจจิตดีขึ้นมีกำลังใจมากขึ้น สิ่งที่เป็นอุปสรรค สิ่งที่ทำให้เราขุ่นเคืองใจ ไม่เป็นผลร้ายต่อตัวเรากลับทำให้ใจเราแข็งแกร่งแข็งแรง”

พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์
ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7 มีนาคม 2513

เปิดตัว ‘ภาพมุมมองใหม่ ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254219

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

หญิงไทยอย่ามองข้าม!! แพทย์ชี้5พืชรับมือ’มะเร็งเต้านม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254205

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 15.05 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถือเป็นวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) ซึ่งองค์การอนามัยโลกและสมาพันธ์ควบคุมโรงมะเร็งสากลกำหนดขึ้น เพื่อให้สาธารณชนตระหนักถึงอันตรายของโรคมะเร็ง ภัยเงียบใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ คือ “มะเร็งเต้านม” จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 37 ของมะเร็งทั้งหมดและยังมีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปอด เป็นที่น่าตกใจว่ามีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมเฉลี่ยถึงวันละ 9 คนเลยทีเดียว แล้วเราจะรู้ถึงสัญญาณเตือนและวิธีดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้อย่างไรบ้าง

ศ.ดร.พิเชษฐ์  วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกผู้คิดค้นวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้สมดุลจากพืชไทย เปิดเผยว่า สาเหตุของมะเร็งเต้านมเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม โดยเชื่อว่ามียีนบางตัวกลายพันธุ์แล้วเกิดเป็นเซลล์มะเร็ง ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม อาหารการกินและฮอร์โมนเพศหญิง โดยอัตราเสี่ยงของมะเร็งเต้านมจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ซึ่งจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าของทุกๆระยะอายุที่เพิ่มขึ้น 10 ปี จนกระทั่งถึงวัยหมดประจำเดือน

5 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าท่านอาจจะเป็นมะเร็งเต้านม คือ

สัญญาณที่ 1 มีก้อนที่เต้านมหรือที่รักแร้

สัญญาณที่ 2 รูปร่างหรือขนาดของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

สัญญาณที่ 3 สีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น มีรอยบุ๋ม รอยย่น

สัญญาณที่ 4 ผื่นคันที่รักษาแล้วไม่หายขาด อาการเจ็บผิดปกติที่เต้านมหรือผิวหนังของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นรอยบุ๋มแบบลักยิ้ม มีรอยย่น

สัญญาณที่ 5 ผิวหนังบวมหนาตัวเหมือนผิวของเปลือกส้ม อย่านึกว่าไม่มีอะไร เพราะนั่นเป็นสัญญาณว่าเซลล์มะเร็งได้ลุกลามขึ้นมาที่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการรักษานั้นมีด้วยกันหลายวิธี อาทิ การผ่าตัดเอาเต้านมและต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ออก หากพบว่าเซลล์มะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว อาจจำเป็นต้องให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายแสงรักษาเฉพาะบริเวณนั้นอีกด้วย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรงต่อผู้ป่วย เช่น คลื่นไส้ ผมร่วงและการกดภูมิคุ้มกัน

อีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลมะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพคือการใช้กลไกธรรมชาติในการรักษา ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะภูมิสมดุล โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ อธิบายว่า “Immunotherapy” หรือการรักษาโรคด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การเข้าไปเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตที่มีความสามารถในการกำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะของผิวเซลล์ต่างจากเซลล์ปกติของร่างกาย โดยเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตจะไม่ทำลายหรือกระทบต่อเซลล์ปกติของร่างกาย

ฝรั่ง                                                                     มังคุด

จุดนี้เองทำให้ ศ.ดร.พิเชษฐ์ เห็นว่าการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดการกับเซลล์มะเร็ง จนเป็นที่มาของการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี พัฒนาสารสกัดจากมังคุด ถั่วเหลือง งาดำ ฝรั่ง และบัวบก ซึ่งเมื่อออกฤทธิ์เสริมกันจะกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด Th1, Th9, Th17 และ Interleukin-18 (โดยพิสูจน์ด้วยการทดสอบจากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ซึ่งจะเสริมสร้างประสิทธิภาพเพชฌฆาตในการฆ่าเซลล์มะเร็งของเม็ดเลือดขาวให้เพิ่มมากขึ้นได้หลายเท่าตัวและทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายของเรากลับมาเข้าสู่ภาวะสมดุลจนสามารถรับมือกับโรคมะเร็งได้เอง

ใบบัวบก

งาดำ

ถั่วเหลือง

2 ปีที่แล้ว คุณบรรจง เคซีย์ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว คลำพบก้อนเล็กๆ ที่เต้านม แต่ไม่ได้สนใจปล่อยทิ้งไว้นานนับปี จนมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บขัดที่หน้าอกข้างซ้ายและเจ็บจี๊ดๆ เหมือนเข็มแทง แสบร้อนตลอดเวลา จึงได้ตัดสินใจพบแพทย์และวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 พบก้อนเนื้อ 3 ก้อน ซึ่งเธอเลือกที่จะปฏิเสธการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดเพราะกลัวผลข้างเคียง เธอพยายามใช้ชีวิตอย่างคนปกติและดูแลร่างกายอย่างดี พร้อมด้วยกำลังใจและความรักที่ได้รับจากลูกๆที่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้การรักษาโดยใช้วิธีภูมิคุ้มกันบำบัดได้ผล ถึงวันนี้ผ่านไป 2 เดือน การติดตามผลระบุว่ามะเร็ง 2 ก้อนเล็กหายไป ก้อนใหญ่ลดขนาดลงจาก 2 ซม. เหลือ 1.19 ซม. ค่าบ่งชี้มะเร็ง CA 15-3 อยู่ที่ 14.5 U/ml (ค่าของคนปกติอยู่ที่ 0 – 31) และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกับครอบครัวเหมือนเดิม สุขภาพแข็งแรงมาก ไม่มีอาการผิดปกติเลย

ซึ่งในเรื่องนี้ ศ.ดร.พิเชษฐ์ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้หญิงทุกคนควรหมั่นสังเกตและตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนเมื่อมีอายุ 20 ปีขึ้นไป พบแพทย์ตรวจเมื่อมีอาการสงสัย อย่าปล่อยไว้เพราะไม่เจ็บ ผู้หญิงหลายๆ คนมีความเข้าใจผิดคิดว่าก้อนที่ไม่เจ็บคงไม่เป็นไรและปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งก้อนมะเร็งใหญ่โตขึ้นมากแล้วจึงรู้สึกเจ็บได้ การตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลร่างกายให้อยู่ในภาวะภูมิสมดุล ถือว่าเป็นการเตรียมตัวรับมือกับมะเร็งที่ดีที่สุด

 

สง่างามมาก!’น้องน้ำตาล ชลิตา’ ขึ้นเวทีมิสยูนิเวิร์สรอบพรีลิมฯ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254160

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 08.41 น.
 27 ม.ค.60 การประกวดรอบพลีริมมิเนรี หรือรอบอุ่นเครื่องในชุดว่ายน้ำ ชุดราตรี และชุดประจำชาติ จัดขึ้นที่เดอะ มอลล์ ออฟ เอเชีย อารีน่า กรุงมะนิลาเมื่อช่วงค่ำวานนี้ สาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 86 คน เปิดตัวด้วยชุดเปิดตัวสีสันสดใส พร้อมแนะนำตัวว่ามาจากประเทศใดบ้างต่อคณะกรรมการ

ซึ่งเว็บไซต์ของผู้จัดการประกวดมิสยูเวิร์สบอกว่า การประกวดรอบอุ่นเครื่องนี้จะเป็นการเก็บคะแนนเพื่อให้ทราบคร่าวๆ ว่า สาวงามจากชาติใดบ้างน่าจะได้เข้าสู่รอบ 12 คนสุดท้ายในการประกวดรอบตัดสินวันที่ 30 ม.ค.นี้ โดยสาวงามแต่ละคนเดินโชว์โฉมในชุดว่ายน้ำด้วยลีลามาดมั่นโดยเฉพาะบรรดาตัวเก็งอย่าง โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน บราซิล อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวเนซุเอลา รวมถึง “น้องน้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย ที่มาในชุดราตรีสีชมพูเรียบหรู ส่วนชุดว่ายน้ำเป็นชุดทูพีชสีเหลืองดูมั่นใจ เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ กึกก้อง

ผู้ชมในงานบอกว่าสาวงามแต่ละคนมีความสวยงามและความมั่นใจอย่างมาก ดูยากมากว่าใครจะได้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ในการประกวดที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 ม.ค. หรือวันจันทร์หน้า ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์หลายล้านคน

 

เปิดลายแทงความอร่อยตำรับญี่ปุ่นแห่งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254062

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บรรยากาศภายใน โออิชิ อีทเทอเรียม

โออิชิ สร้างปรากฏการณ์ “นิยามใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่น” แห่งแรกของประเทศไทย “OISHI EATERIUM” (โออิชิ อีทเทอเรียม) ภายใต้แนวคิด 3 ส่วนผสมที่ลงตัว ประกอบด้วย “EAT – EXPLORE – PREMIUM” นำเสนออาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมจากวัตถุดิบชั้นดี และส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ผสานวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นอย่างลงตัว ดื่มด่ำกับมหัศจรรย์ของอาหารญี่ปุ่น ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อย่างครบครัน กับประสบการณ์ครั้งแรกของการรับประทานอาหารญี่ปุ่น ที่ให้คุณสนุกเพลิดเพลินไปกับเส้นทางแห่งรสชาติหลากหลาย เปิดโอกาสให้ได้ลองได้ทำ ได้สัมผัสประสบการณ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆที่ได้คุณภาพและใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเปิดให้บริการเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เป็นสาขาแรก

บรรยากาศภายในร้าน “OISHI EATERIUM” (โออิชิ อีทเทอเรียม) ถูกตกแต่งและนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างตามสไตล์ “ยาไต” (Yatai) เสมือนว่าเดินอยู่บนย่านอาหารการกินในญี่ปุ่น ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยและบรรยากาศดีๆพร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ที่น่าประทับใจผ่าน 8 โซนเด็ด ประกอบด้วย โซนซูชิและซาชิมิ (Sushi & Sashimi) โซนเตมากิ (Temaki) โซนคุชิคัตสึและยากิโทริ (Kushikatsu & Yakitori) โซนซุป สลัด และไข่ตุ๋นญี่ปุ่น (Soup, Salad & Chawanmushi) โซนสเต็กเคาน์เตอร์สไตล์ญี่ปุ่น (Teppanyaki) โซนอาหารนานาชาติชั้นเลิศ (Main Dish) โซนน้ำแข็งใสเกล็ดหิมะสไตล์ญี่ปุ่น (Kakigori) โซนกาแฟและเครื่องดื่ม (Cafe) มาพร้อมขนมหวาน อาทิ เครปเค้กซอสเสาวรส นำเข้าเครปเค้กจากประเทศญี่ปุ่น หรือจะอร่อยกับแพนเค้กร้อนๆ รวมทั้งสิ้น 88 รายการ อาทิ ข้าวปั้นหน้าเอ็นกาวะ, ซุปเย็นปูอลาสก้า, ท้องปลาแซลมอน ซาชิมิ, เทะมากิ ปูนิ่มทอด, โคโรเกะไส้ปูอลาสก้าชีส, สุกี้ยากี้ญี่ปุ่น, ปลาฮาลิบัทย่างราดซอสมิโซะชาเขียว, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ซอสคาเฟ่, คากิโกริ เมล่อนญี่ปุ่น, เครปเค้ก ซอสเสาวรส ฯลฯ


โซนเตมากิ

ส่วนรูปแบบการให้บริการนั้นใช้ระบบบาร์โค้ดในการรอออเดอร์อาหารเมนูพิเศษตามแต่ละโซน โดยลูกค้าสามารถสแกนบาร์โค้ด กดเลือกเมนูอาหารที่ชอบ จากรายการที่ระบุไว้บนหน้าจอเครื่องสั่งอาหาร กดเลือกจำนวนจานที่ต้องการ เมื่อปรุงเสร็จพนักงานจะนำไปเสิร์ฟที่โต๊ะ พิเศษกับไลฟ์โชว์ ทั้ง “แล่ปลา” และ “เทปปันยากิ” วันละ 4 รอบเวลา 12.00 น. / 12.30 น. / 18.00 น. / 18.30 น. สลับสับเปลี่ยนกันไป เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่น ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่จากต้นกำเนิด พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ด้วยอัตราค่าบริการราคาเดียวเพียง 659 บาท สุทธิ/ท่าน อิ่มอร่อยได้นาน 1 ชั่วโมง 45 นาที


โซนซูชิและซาชิมิ


โชว์แล่ปลา

สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย เพื่อผู้ประสบอุทกภัยชาวใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254061

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด มอบเงินจำนวน 3 ล้านบาท ให้แก่ กองทัพบก

กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ส่งกำลังใจและแสดงความห่วงใยกับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ผนึกกำลังสยามพารากอน และไอคอนสยาม รวมถึงองค์กรพันธมิตรและเหล่าพนักงาน จัดกิจกรรมบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบอุทกภัย ผ่านโครงการ “สยามรวมใจ ไทยช่วยไทย ผู้ประสบอุทกภัยชาวใต้” เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ กับช่องต่างๆ ของโครงการ ถือเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคีเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ในการส่งต่อความช่วยเหลือ และส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าผู้บริหารและพนักงาน กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันบรรจุน้ำดื่มสยามพิวรรธน์ สิ่งของจำเป็น อาทิ อาหารพร้อมทาน ยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์ทำความสะอาด เป็นต้น ลงในถุงยังชีพกว่า 10,000 ชุด โดยถุงยังชีพจำนวน 7,000 ถุง มอบให้กับกองทัพบก โดยมี พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาทผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนรับมอบ และถุงยังชีพจำนวน 2,900 ถุง พร้อมด้วยน้ำดื่มสยามพิวรรธน์กว่า 260 แพ็กนมกล่อง 15 ลัง ปลากระป๋อง 6 ลัง และผ้าห่ม 70 ผืน มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้แทนรับมอบ และส่งต่อให้กับกองทัพเรือ สุดท้าย ถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง มอบให้แก่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยถุงยังชีพทั้งหมด รวมถึง อาหาร และสิ่งของจำเป็น จะถูกเพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้


มอบถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง ให้แก่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

นอกจากนี้ ผู้บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด นำโดย พาสินี ลิ่มอติบูลย์, มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และ อารยา จิตตโรภาส ยังได้เข้ามอบเงินจำนวน 3 ล้านบาท ให้แก่กองทัพบก เพื่อนำไปสบทบทุนช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทักภัยครั้งนี้ และช่วยสบทบทุนในการเยียวยาหลังน้ำลดอีกด้วย

 

คุณแหน : 27 มกราคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254088

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ll สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานพวงมาลาหน้าโกศศพ คุณหญิงวัลลีย์ วีระปรีย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวผู้วายชนม์อย่างหาที่สุดมิได้…

ll สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ จัดงาน LA FOIRE SUISSE ระหว่างวันที่ 29-30 มกราคม ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงใช้ชีวิตในวัยเยาว์อยู่ในสหพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเป็นที่รักและภาคภูมิใจของประชาชนสวิส งานนี้จะมีนิทรรศการและการบรรยาย “ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงของนักศึกษาค่ำวันจันทร์ที่ 30 มกราคมนี้ โดยสถานทูตสวิส เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกพื้นเมือง เป็น Surprise แด่พระองค์ท่าน…

ll นานมาแล้ว ตอนเรียนอยู่ในญี่ปุ่น จิตติมา สังขะทรัพย์ ได้อาศัยพักพิงท่านทูตทหารบก (ขณะนั้น) พลเอกประลอง วีระปรีย ..ในงานพระราชทานเพลิงศพ “คุณหญิง” อา ..จึงรับอาสาจัดดอกไม้จันทน์ สวยงามมาให้..พลโท พญ.กมลพร สวนสมจิตร ซาบซึ้ง “น้ำใจ” ของ “พี่จ๋า”…

ll ออกหนังสือใหม่ “ชีวิตเสี่ยง” ม.จ.ภีศเดช รัชนี ทรงนิพนธ์ และทรงใช้นามปากกา ภ.ณ. ประมวลมารค ตามสไตล์ท่านพ่อ (น.ม.ส.) และท่านพี่ (พระองค์เจ้าวิภาวดี)… โดยวังถนนประมวล ได้รับพระราชทานที่ดิน ตั้งแต่รัชสมัยในหลวงรัชกาลที่ 6…

ll ฝรั่งหนีหนาวยุโรปมาภูเก็ต ส่วน มาลินี เต็งอำนวย บินจากเมืองไข่มุกอันดามัน ไปหาหนาวเมืองกระทิง ..ที่ไม่กลัวเพราะสามี ซินยอร์ มาโนโล เตรียมไออุ่นอ้อมกอดให้ ถ้าไวน์สเปนเอาไม่อยู่…

ll ทำโรงเรียนศรีวิกรม์ ของครอบครัวมานาน ไม่รวยสักที ทยา ทีปสุวรรณ เลยหันเข็มมาทำโรงเรียนดังของอังกฤษ Rugby School ..พ่อค้าแม่ค้าแถวพระโขนง เตรียม Go Inter ฝึกพูดภาษา Queen English ชนิดไม่ติดสำเนียงลาว…

ll พิศาล มโนลีหกุล กำลังHappy กับโรงแรมเล็กๆ น่ารัก ของลูกชายที่ดัดแปลงจากห้องแถวเก่าๆ แถวเจริญนคร กรุงธนบุรี ..แค่ชื่อก็น่าฟังแล้ว.. “เวลานิทรา”..ฝรั่งได้เรียนรู้คำไทยเพิ่มอีกหนึ่ง…

ll อัมพวัน พิชาลัย ผอ.ศิลปาชีพ นอกจากใช้ Social Media ได้ผลอย่างจังในการแนะนำฝีมือและผลิตภัณฑ์ครูศิลป์แห่งแผ่นดินได้กว้างขวางแล้ว..ช่วงนี้ต้องขอผู้ใจบุญให้บริจาคทรัพย์ช่วยบรรดา “ครูศิลป์” ภาคใต้ ที่ประสบภัยน้ำท่วม..เพื่อจะได้มีแรงงานและชีวิตทำงานมรดกแห่งความภาคภูมิชาติ สืบทอดต่อไป…ll

ภิญญ์สิรี

โครงการ ‘HEROs สอนหลาน’ ต่อลมหายใจ…บ้านตองกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/254092

วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภูมิปัญญาท้องถิ่น…

สมบัติล้ำค่าที่ถือเป็น “อัตลักษณ์” สำคัญ โดยเฉพาะระยะหลังๆ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในแง่การ “ท่องเที่ยว” เป็นอีกช่องทางสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดังเช่นเมื่อเดือน ก.ค.2559 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้คัดเลือก “10 ชุมชนเด่น” ประจำปี 2559 ที่มีศักยภาพพัฒนาต่อยอดไปเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านเมืองลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 2.ชุมชนบ้านต่อแพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 3.ชุมชนบ้านปลาค้าว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 4.ชุมชนเขมราฐ นาแวง – เจียด อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี 5.ชุมชนปากโสมลำภูพาน อ.สังคม จ.หนองคาย

6.ชุมชนตำบลไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา 7.ชุมชนบ้านแหลมมะขาม อ.แหลมงอบ จ.ตราด 8.ชุมชนวิถีพุทธคลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา 9.ชุมชนพรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช และ 10.ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านนาตีน อ.เมือง จ.กระบี่ นอกจาก 10 ชุมชนข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่น…

บ้านตองกาย!!!

ชุมชนเก่าแก่มีอัตลักษณ์ด้าน “อาชีพกลึงไม้” สืบค้นประวัติย้อนหลังไปได้มากกว่า 100 ปี โดยบ้านตองกายตั้งอยู่ใน ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ หากเราถือเชียงใหม่เป็น “ศูนย์กลางท่องเที่ยวภาคเหนือ” ชุมชนบ้านตองกายถือเป็น “ตัวจักรสำคัญ” ในฐานะแหล่งผลิตไม้กลึง โดยเฉพาะ “ขันโตก” ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัด

ทว่า…ณ วันนี้ บ้านตองกายกำลังอยู่ในภาวะ “วิกฤติ” เพราะคนเชียงใหม่จำนวนไม่น้อยยัง “ไม่รู้จัก” ชุมชนประวัติศาสตร์แห่งนี้ และคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย หากปล่อยให้ “มรดกทางวัฒนธรรม” ในท้องถิ่นต้อง “สูญหาย” ไปตามกาลเวลา นักศึกษากลุ่มหนึ่งจึงเข้ามา “สานต่อ”…

“ธาราทิพย์ อะติถะ” นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ตนเคยเข้าร่วมกิจกรรม Love Your Local Love Your City ที่จัดโดย “ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ” (TCDC) ที่สร้างแรงบันดาลใจให้มองเห็น “โอกาส” ร่วมพัฒนาชุมชน ทำให้เมื่อได้ยินชื่อ “บ้านตองกาย” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก จึงเกิดความสนใจและเข้ามาเรียนรู้ร่วมกับช่างในชุมชน และพบว่าความจริงชาวบ้านตองกายต้องการแลกเปลี่ยนความรู้กับคนนอก เพราะผลิตสินค้าในรูปแบบเดิม “ซ้ำๆ” ลูกหลานก็ไม่สนใจจะเรียนรู้สืบทอด ด้วยกำลังของนักศึกษา และเรียนด้านการออกแบบ เมื่อได้สื่อสารออกไป อย่างน้อยนักศึกษาก็ยังได้รู้จักชุมชนแห่งนี้

“ตอนนี้ต้องการให้คนทั่วไปได้รู้จักก่อน และด้วยวิถีวัฒนธรรมของคนในชุมชน ไม่ต้องการดึงคนในพื้นที่ออกจากหมู่บ้าน แต่เพียงต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อให้เกิดทางเลือกที่มากขึ้น” ธาราทิพย์ กล่าว

หลังตัดสินใจเลือกบ้านตองกาย “ธาราทิพย์” และเพื่อนๆ จึงทำโครงการชื่อว่า “HEROs สอนหลาน” เพื่อเป้าหมาย 2 เรื่อง คือ 1.ให้คนรู้จักชุมชนและให้คนที่สนใจงานไม้กลึงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ มีการประชาสัมพันธ์ต่อภายนอกผ่านหลายช่องทาง อาทิ เฟซบุ๊ค มีแฟนเพจ “Baantongkai woodturning – บ้านตองกาย” หรือจัดทำโปสเตอร์ติดตามร้านกาแฟ ร้านหนังสือ รวมถึงที่ miniTCDC เชียงใหม่ พบว่า มีช่างไม้ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจ เดินทางไปเรียนรู้มากพอสมควร ช่วยเพิ่มรายได้และชื่อเสียงของชุมชนได้ไม่น้อย นำไปสู่ 2.การสร้างผู้สืบทอด ซึ่งเป็น “ความหวัง” ของช่างไม้บ้านตองกาย ปัจจุบันคนที่ทำงานไม้กลึงมีอายุ 60-70 ปี เป็นรุ่นที่ 3 จึงอยากให้มี “รุ่นที่ 4” สืบทอดสานต่อ

“มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบหลากหลาย ทันสมัย เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดได้มากขึ้น ซึ่งเกิดผลดี อาทิ ทำให้เด็กรุ่นหลานอายุ 11-12 ปี เมื่อเห็นไม้กลึงทำเป็นตุ๊กตาญี่ปุ่นก็สนใจอยากทำบ้าง จากเดิมที่ไม่เคยสนใจทำเลย” ธาราทิพย์ กล่าว

ด้าน “ศรีลา คุ้มภัย” หัวหน้าช่างกลึงไม้บ้านตองกาย วัย 64 ปี เล่าว่า เริ่มทำงานไม้กลึงมาตั้งแต่อายุ 12 ปี ทักษะการกลึงไม้ที่นี่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดจาก “รุ่นสู่รุ่น” ตนถือเป็นรุ่นที่ 3 ของบ้าน ที่ผ่านมารับงานผลิตสินค้าแบบ “เน้นปริมาณ” เป็นจำนวนมาก อาทิ โตก โกศ และชุดชากาแฟ แม้จะมีงานมาเรื่อยๆ แต่ปัญหา คือ “ขาดผู้สืบทอด” เพราะคนรุ่นใหม่ๆ มองว่ายากจะสร้างมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากขาด “ทักษะการออกแบบ” ผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่

“ศรีลา” กล่าวอีกว่า โครงการของกลุ่มนักศึกษาจาก มช. ทำให้ชุมชนบ้านตองกายเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากคนภายนอกมากขึ้น โดยเฉพาะ “คนรุ่นใหม่” ที่ สนใจด้านงานไม้และการออกแบบ ส่วนช่างในชุมชนเองนอกจากจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้” จากคนเหล่านี้ เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตชิ้นงาน ต่อยอดพัฒนาทักษะให้สูงขึ้นด้วย

“โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีในการนำเสนอคุณค่า และต่อยอดทักษะหัตถกรรมไม้กลึงของชุมชนโดยผ่านกระบวนการคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ หวังว่าจะทำให้ชุมชนเป็นที่รู้จัก และได้รับการสืบต่อจากคนรุ่นใหม่เพื่อให้ไม้กลึงอยู่คู่กับคนไทยตลอดไป” หัวหน้าช่างกลึงไม้บ้านตองกาย กล่าว

ขณะที่ “อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล” ผู้อำนวยการ TCDC ระบุว่า โครงการ HEROs สอนหลาน เป็น 1 ใน 3 โครงการที่ได้รับคัดเลือกจากทั้งหมด 15 ทีม ที่เข้าร่วมประกวด ในกลุ่มสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมเครือข่ายกระจายโอกาสสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค (miniTCDC) จนได้รับทุนสนับสนุนให้ดำเนินการ “ทดลอง” บนพื้นที่จริง ซึ่ง “โดดเด่น” ในแง่การใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน “เพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์” ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะหน่วยงานที่ร่วมกับ TCDC สนับสนุนกิจกรรม Love Your Local Love Your City จนต่อยอด
มาเป็นโครงการนี้ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการทำงานร่วมกันและเห็นตรงกัน คือ เรื่องของ “ความยั่งยืน” ที่จะทำอย่างไรให้แต่ละโครงการสามารถทำให้กิจกรรมเหล่านี้อยู่ในระบบของการจัดการเรียนการสอน ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของนักศึกษา ร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษา ความรู้ที่ได้จาก TCDC และกระบวนการมีส่วนร่วมของนักศึกษากับชุมชนท้องถิ่น…

ความสำเร็จของโครงการ “HEROs สอนหลาน” ณ บ้านตองกาย จึงถือเป็น “ต้นแบบ” ให้กับอีกหลายชุมชน ในเรื่องการจัดการท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืน