รังสรรค์ความสามัคคี ปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์ “พะยูน” คู่ทะเลตรัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263766

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560, 14.46 น.

ท้องทะเลตรัง กว้างใหญ่ไพศาล เลาะเรียบชายฝั่งทะเลตรัง 119 กิโลเมตร ปรากฎให้เห็นถึงอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลอย่างพิศุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผืนป่าชายเลน ชายหาด น้ำทะเล เกาะแก่ง ยังคงใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์น้ำทางทะเลหลากชนิด หรือแม้กระทั้งทรัพยากรทางทะเลที่ยังคงสภาพความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นปะการัง หญ้าทะเล หรือพืชหลากชนิดใต้ท้องทะเลกว้าง เป็นความสมบูรณ์ของการดูแลทรัพยากรทางทะเลจากเหล่าชาวประมงพื้นบ้าน ที่ยึดท้องทะเลเป็นที่ทำกินและหลับนอน การใช้ชีวิตของเหล่าชาวบ้านเลียบชายทะเล และในเกาะแก่ง มีการสานสำนึกในอันที่จะช่วยกันดูแลและรักษาทรัพยากรทางทะเลด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง แม้ว่าที่ผ่านมาจะเผชิญกับการรุกรานจากคนที่หวังกอบโกยประโยชน์จากท้องทะเลอย่างขาดจิตสำนึก

เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในท้องทะเลตรัง กระจายการปกครองออกเป็นหลายหมู่บ้าน ชาวบ้านกว่า 90 % นับถือศาสนาอิสลาม ที่ยังยึดถือขนมธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแนบแน่น ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความผูกพันกับท้องทะเล เพราะถือว่า ท้องทะเลเป็นเสมือนอาหารหน้าบ้านที่สามารถหาเลี้ยงชีพทำกิน บนวิถีแห่งความพอเพียง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลชาวบ้านจึงมีความคิดในอันที่จะช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรเหล่านั้นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
โดยเฉพาะสัตว์น้ำทางทะเล ชาวบ้านเกาะลิบงให้ความสำคัญ และช่วยกันดูแล “พะยูน”สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เป็นสัตว์น้ำทางทะเลที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเล โดยสังเกตว่า หากพบฝูงพะยูนจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของทะเลตรัง กลับกันหาก ฝูงพะยูน ลดลง บ่งบอกให้รู้ว่าท้องทะเลตรังขาดความสมบูรณ์ จึงมีความจำเป็นที่ชาวบ้าน จะต้องช่วยกันดูแล อนุรักษ์ “พะยูน” ให้คงอยู่กับท้องทะเลตรัง อย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมาจะได้รับข่าวเศร้าจากท้องทะเลตรัง อยู่เป็นเนืองๆ โดยเฉพาะข่าวการเสียชีวิตของ “พะยูน”สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่หายากในท้องทะเล ที่มีนิสัยน่ารัก อ่อนโยน สังเกตได้จากที่ฝูงพะยูน อาศัยแหล่งหญ้าทะเลน้ำตื้นเป็นอาหารและเป็นที่อาศัยหลบภัย ไม่มีภัยกับเหล่าสัตว์น้ำด้วยกัน หรือแม้แต่มนุษย์เรา กลับกัน “พะยูน”มักจะถูกทำร้ายหรือคร่าชีวิตที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ โดยเฉพาะศัตรูตัวฉกาจ ที่ทำให้ “พะยูน” ต้องตายไปตัวแล้วตัวเล่า มาจากสาเหตุของการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ การไล่ล่าของมนุษย์เรา ที่มีความเชื่อว่า “เขี้ยวพะยูน” นำมาเป็นของขลังนำโชคให้กับผู้ครอบครองได้ แม้ว่ากระแสการอนุรักษ์พะยูน จะมาแรงแต่ก็ไม่วายที่จะได้รับข่าวเศร้าว่า พะยูนตาย พะยูนถูกไล่ล่า ดังที่ นายประจวบ โมฆรัตน์  หัวหน้าสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (ตรัง) แจงให้รู้ว่า “ เมื่อปี พ.ศ. 2559 พะยูนในท้องทะเลตรัง เสียชีวิตไปจำนวน 7 ตัว และในปี 2560 เสียชีวิตไปแล้ว 1 ตัว”  เป็นเรื่องที่น่าวิตก และหวั่นว่า “พะยูน” จะเสียชีวิตที่ส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือของเครื่องมือประมงอวนลอย อวนติดตาข่ายชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอวนปลาสีเสียด อวนลอยปลากะพง อวนสามชั้น อวนจมปู อวนปลากระเบน และโป๊ะ

อีกทั้งบริเวณเกาะตะลิบง-เกาะมุกด์ เป็นแหล่ง ธุรกิจการท่องเที่ยว เรือทัวร์ต่างๆ โรงแรมและรีสอร์ทต่างๆเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน หรือธุรกิจที่พาคนออกไปดูพะยูน กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นดูเสมือนว่าจะไม่ได้มีใครมองปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าจะมีผลกระทบกับพะยูนและหญ้าทะเล  โดยเฉพาะบริเวณแหลมจุโหย เกาะลิบงซึ่งเป็นสวรรค์ของพะยูน เวลาน้ำขึ้นเต็มที่พะยูนกว่า 50 ชีวิตมารวมกันหากิน และในปีนี้ ทางจังหวัด อำเภอกันตัง และชาวบ้านเกาะลิบง หันมาให้ความสนใจมีการปลุกกระแสให้มีการช่วยกันดูแลพะยูน ด้วยการจัดกิจกรรมเสวนา “รักพะยูน”ที่เกาะลิบงขึ้นโดยมีภาคส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้านร่วมเสวนา ใช้สถานที่ ท่าเทียบเรือหาดยาว-เจ้าไหม ต.เกาะลิบง อ.กันตัง เป็นจุดสร้างกระแส จุดประกาย ให้ทุกคนกันมาให้ความสนใจกับพะยูนมากขึ้นกว่าเดิม

โดยมี นายกมล ประเสริฐกุล นายอำเภอกันตัง นายสิทธิพร จิเหลา นายก อบต.เกาะลิบง นายชัยพฤกษ์ ชีวะวงค์ หัวหน้าเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง นายสุเทพ ขันชัย ประธานกลุ่มพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบง และนายมาโนช วงษ์สุรีรัตน์ หน.อุทยานแห่งชาติหาดเจ้ไหม ร่วมวงเสวนา
นายกมล กล่าวในวงเสวนาว่า  การเสวนา “รักพะยูนที่เกาะลิบง”  เป็นภารกิจของอ.กันตังในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยว อ.กันตังเป็นจำนวนมาก และที่เป็นไฮไลต์ คือการท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีเกาะลิบง เกาะมุกด์ เกาะกระดาน รวมทั้งถ้ำมรกตที่มีชือเสียงของ จ.ตรัง โดยเฉพาะเกาะลิบงมีแหล่งท่องเที่ยว 25 จุด แล้วยังมีจุดชมพะยูน ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเทียวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในวันนี้ทางเครือข่ายภาคี ได้ร่วมกันให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของเกาะลิบง แก่ผุ้มาท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนพะยูนที่มีอยู่ในท้องทะเลตรังบริเวณเกาะลิบง มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีอยุ่ 100 ตัว  ปัจจุบันเพิมขึ้นเป็น 150 ตัว โดยการเฝ้าระวังระหว่างชาวบ้านในพื้นที่รวมทั้งภาคภาคีช่วยกันดูแลอนุรักษ์พะยูนรวมทั้งแหล่งอาหารหญ้าทะเล ซึ่งขณะนี้ทาง อ.กันตัง ได้มีการ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวดโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน

ขณะที่ นายสิทธิพร ให้ความเห็นว่า ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยวเกาะลิบง มีการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นประจำ รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจุดชมพะยูน หาดทุ่งหญ้าคา วิถีชีวิตของพี่น้องเกาะลิบง เป็นวิถีชีวิตของชาวมุสลิม 98 เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวเกาะลิบงจะเกิดความประทับใจถึงความมีน้ำใจของพี่น้องชาวเกาะลิบง มิตรไมตรีของชาวบ้านเกาะลิบง นอกจากนี้เกาะลิบงยังมีอาหารทะเลสดจากทะเล คิดว่าความพร้อมดังกล่าวสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของจุดชมพะยูนมี 2 จุด เป็นหอชมวิถีชีวิตสัตว์น้ำ สร้างไว้สูงประมาณ 21 เมตร สามารถมองเห็นพะยูนได้ตลอดเวลาที่น้ำทะเลขึ้นมา อีกทั้งยังมีความสมบูรณ์ของหญ้าทะเลที่มีอยู่ 12 ชนิด และอยู่ในเกาะลิบง 11 ชนิด เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ฝูงพะยูนประมาณ 150 กว่าตัว อาศัยแหล่งหญ้าทะเล ในส่วนของการอนุรักษ์พะยูนในพื้นที่นอกจากชาวบ้านแล้วยังมีภาคส่วนราชการเข้ามาช่าวยดูแลด้วย อีกทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนเข้ามาดูแลพะยูนอีกด้วย เป็นการอนุรักษ์พะยูน

ทางด้าน นายชัยพฤกษ์ บอกว่า ในส่วนของเขตห้ามล่าเกาะลิบง จัดทำเครือข่ายดูแลพะยูนประกอบด้วยชาวบ้าน กลุ่มอนุรักษ์พะยูนในท้องถิ่นด้วยการประสานงานร่วมกัน โดยออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย เพื่อดูแลประชากรพะยูนไม่ให้ถูกล่า โดยจะมีการจัดทำข้อมูลจำนวนพะยูนแต่ละปี ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ150 ตัว นอกจากนี้นยังมีสร้างเครือข่ายกลุ่มองค์กรอนุรักษ์ต่าง ๆ ช่วยกันดูแลพะยูน “จากการที่ปฏิบัติการมาทุกปี การเสียชีวิตของพะยูน ลดน้อยลงช่วงแรกๆ พะยูนจะเสียชีวิตประมาณปีละ 10 ตัว ได้ลดลงมาเรื่อยๆ จนถึงบัดนี้จำนวนพะยูนเสียชีวิตลดลงที่ผ่านมา สถิติการเกิดของพะยูนเพิ่มขึ้น โดยพบฝูงพะยูนแม่ลูกเพิ่มขึ้น ประมาณ 10 กว่าคู่ เป็นกลุ่ม ๆ ละ 20 กว่าตัว สาเหตุการเสียชีวิตของพะยูนมาจากเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ซึ่งทางเขตห้ามล่าฯ ได้มีการกวดขัน ตรวจสอบ ไม่ให้ชาวประมงนำเครื่องมือผิดกฎหมายมาใช้ ซึ่งจริง ๆ แล้วพะยูนที่เสียชีวิตเกิดจากสาเหตุเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ไม่ได้ถูกล่าตามที่ปรากฏเป็นข่าว” นายชัยพฤกษ์ กล่าว

นายอับดุลรอหีม กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนของท้องที่มีส่วนดูแลอนุรักษ์พะยูนมาตั้งแต่ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เริ่มทราบข่าวว่ากลุ่มพะยูนมาอาศัยอยู่บริเวณเกาะลิบง ซึ่งขณะนี้ทางชุมชนมีแนวร่วมเครือข่ายภาคี กลุ่มอนุรักษ์ดุหยง นักเรียนโรงเรีนบ้านบาตูปูเต๊ะ ซึ่งเป็นเครือข่ายช่วยอนุรักษ์?การปลูกหญ้าทะเล รวมทั้งการดูแล พะยูน นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัยฯ ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องพะยูนอีกด้วย  ถ้าหากเกิดเหตุพะยูนตาย จะมีชาวประมงเป็นเครือข่ายแจ้งข่าวมายังผู้นำในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งจะมีเรือประมงจากนอกพื้นที่เข้ามายังเขตท้องทะเลเกาะลิบง ก็จะมีการแจ้งข่าวมายังพื้นที่เพื่อรับทราบ สำหรับปัญหาที่ผ่านมาของการดูแลพะยูนมีไม่มากนัก เนื่องจากชุมชนร่วมมือกั้นให้การดูแลมาโดยตลอด ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเกิดข่าวเศร้าพะยูนตาย ซึ่งมิทราบจากสาเหตุอะไรก็ต้องยอมรับว่าชุมชนเองจะต้องเข้ามาดูแลอนุรักษ์พะยูนให้อยู่คู่กับเกาะลิบงต่อไป
“ล่าสุดศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน นำโดย ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ นักวิชาการประมงชำนาญการกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก พร้อมเจ้าหน้าที่และนักบินชาวต่างชาติ นำเครื่องบินเล็ก 2 ที่นั่ง จำนวน 2 ลำ ทำการบินสำรวจพะยูนในทะเลตรัง โดยเฉพาะบริเวณ รอบเกาะลิบง เกาะมุกด์ เพื่อสำรวจนับจำนวนประชากรพะยูนที่มีอยู่พบว่า ฝูงพะยูนเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นรวมฝูงใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังพบพะยูนคู่แม่ลูก เพิ่มจำนวนขึ้นด้วยมากกว่า 10 คู่ เจอพะยูนระหว่าง 60 ตัว ถึง 150 ตัว การสำรวจบินสำรวจพะยูนทางอากาศติดต่อกันปีนี้เป็นปีที่ 10 พบพะยูนหลายฝูง และฝูงพะยูนก็มีขนาดใหญ่ขึ้น พะยูนบางฝูงอยู่รวมกันมากกว่า 30 ตัว และที่สำคัญได้พบพะยูนคู่แม่ลูกเพิ่มจำนวนขึ้น ไม่น้อยกว่า 10 คู่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีเป็นข้อมูลที่ดีว่าพะยูนมีการเจริญเติบโตของประชากรเพิ่มขึ้น”

การจัดกิจกรรมของกลุ่มก้อนทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้าน นักเรียน ในครั้งนี้ บ่งบอกให้สังคมได้รับรู้ว่า ภายในท้องทะเลตรัง จะต้องมี “พะยูน” อยู่คู่ การุกราน ทำร้ายพะยูนจะต้องลดน้อยลง อย่างน้อยของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นประกายเล็กๆในอันที่จะช่วยกันอนุรักษ์พะยูนให้อยู่คู่ท้องทะเลสืบไป

พายุฤดูร้อนถล่ม’บ้านจันจว้า’เสียหายหนัก! เสาไฟฟ้าหักโค่นกว่า20ต้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/263742

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560, 13.41 น.

4 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวว่า ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้าน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ออกมาสำรวจความเสียหายและเก็บกวาดบ้านเรือนของตนเอง บางส่วนได้เร่งทำการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนรวมทั้งตลาดบ้านป่าสักหลวง ต.จันจว้า ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี ภายหลังถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มในช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้บ้านเรือนของประชาชนไม่ต่ำกว่า 100 หลังคาเรือนใน 5 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่หลังคาที่มุงด้วยกระเบื้องและสังกะสีปลิวไปกับกระแสลม
นอกจากนี้ยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงบนถนนสายแม่จัน-เชียงแสน หักโค่นกว่า 20 ต้น ทำให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเชียงรายต้องปิดการจราจรขาขึ้นไปเชียงแสน 1 ช่องทาง เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้สัญจรไปมา และรอเจ้าหน้าที่มาทำการซ่อมแซมติดตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการระดมกำลังและอุปกรณ์ ทั้งในพื้นที่และพื้นที่ข้างเคียงเข้ามาดำเนินการแก้ไข แต่เบื้องต้นได้มีการเชื่อมต่อไฟฟ้าเพื่อให้ไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอแม่จันและเชียงแสนใช้ได้ตามปกติแล้ว เหลือพื้นที่โดยรอบที่เสาไฟฟ้าหักโค่น ไฟยังดับอยู่เพราะต้องรอการซ่อมแซมเสาไฟฟ้าให้แล้วเสร็จ
นายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่จัน ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ประสบภัยเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว แต่ตัวเลขความเสียอยู่ระห่างการรวบรวม

 

ระวัง…อ้วนกลม ระทมไต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257122

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

พาเหรดชุดสวย ผลงานเหล่าดีไซเนอร์ไทย เฉิดฉายบนเวทีความงามมิสยูนิเวิร์ส 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257126

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

6 ชุด 6 สไตล์ ออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง บนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016

เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ตัวแทนสาวไทยคนแรกในรอบ 29 ปีที่สามารถผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายในการประกวดในเวทีความงามระดับจักรวาล กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน“สยามพารากอน เซเลเบรตส์ เดอะ ไพรด์ ออฟไทยแลนด์ 2017” พาเหรดชุดสวย ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทยชั้นนำ ที่ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016นำไปสวมใส่ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมชมความงามแบบใกล้ชิด กับน้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ที่มาในชุดประจำชาติสุดวิจิตรณ คริสตัล คอร์ท ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 สวย สง่า ในชุดประจำชาติสุดวิจิตร

สำหรับเสื้อผ้าที่นำมาจัดแสดงในงาน “สยามพารากอน เซเลเบรตส์ เดอะ ไพรด์ ออฟ ไทยแลนด์ 2017 ” นั้น มีทั้งหมด 6 ชุด เริ่มต้นจากชุดราตรี ซึ่งได้รับการโหวตจากสุดยอดกูรูแฟชั่นของต่างชาติ ให้เป็นชุดราตรีที่ได้คะแนนสูงสุดของการประกวดครั้งนี้ ฝีมือการออกแบบโดย พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์ไทยชื่อดังเจ้าของแบรนด์ ASAVA เผยว่า “เป็นชุดที่มีโจทย์ในการออกแบบชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งทางกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ต้องการให้ชุดออกมาสร้างภาพให้น้ำตาลเป็นนางงามที่ดูทันสมัย เป็นผู้หญิงแถวหน้า ในขณะเดียวกันต้องดูโก้หรู มีความเป็นแฟชั่นชั้นสูง และชุดนี้ยังนำเสนอให้เห็นถึงความละเมียดละไม ไม่หวือหวา ทั้งยังช่วยส่งให้เห็นถึงความอ่อนหวานของผู้หญิงไทย แต่ก็มีความเข้มแข็งอยู่ในตัว ชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เมื่อครั้งเสด็จประพาสมหานครนิวยอร์ก ทรงเลือกสวมใส่ผ้าไทยและชุดไทยเพื่อโปรโมทให้คนทั่วโลกได้รู้จักชุดไทย และผ้าไทย ชุดนี้จึงเลือกใช้ผ้าไทยทั้งชุด และเพิ่มความโดดเด่นด้วยงานปัก โดยปักในเชฟและฟอร์มตามแบบลายผ้าไทย ผสมผสานความเป็น ASAVA คือความเรียบโก้ และใช้เพชรประดับเพิ่มความวิบวับ เพื่อสร้างความอลังการให้กับชุดเมื่ออยู่บนเวที

นอกจากนี้ชุด Tuxedo Dress ที่น้ำตาลใส่เพื่อให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เป็นชุดที่ตั้งใจนำเสนอความเป็นไทยให้เด่นชัดมากที่สุด เพราะการสัมภาษณ์สื่อมวลชนนั้นเป็นช่วงเวลาของการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและชุดไทยให้คนได้รู้จักไปทั่วโลกที่ดีที่สุด ชุดนี้จึงแสดงออกถึงความเป็นอัตลักษณ์ของหญิงไทย ด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมมัดหมี่สีน้ำเงิน ปักด้วยไหมสีเงินล้อไปกับลายผ้า และออกแบบฟอร์มชุดมาจากเสื้อแจ๊กเกตผู้ชาย และใช้ลายกราฟิกเพิ่มความทันสมัย และมีความเรียบโก้อยู่ในตัว”

อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ และ พลพัฒน์ อัศวะประภา

ด้าน อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ เจ้าของแบรนด์ Surface ผู้ออกแบบชุดสำหรับใส่ในงานประมูล เผยถึงชุดนี้ว่า “ได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปและอเมริกา ซึ่งนำแบบมาปรับและเลือกใช้ผ้าไหมทอยกดอกของจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นผ้าที่มีความวิจิตรงดงาม ผสมกับผ้าดัสเชสซาตินสีดำ ทำให้ดูเป็นชุดที่มีความร่วมสมัยขึ้น ส่วนอีกหนึ่งชุดที่ได้รับคำชื่นชมมากไม่แพ้กันคือ ชุดราตรีสำหรับประกวดในรอบพริลิม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสรีระอันสวยงามของน้ำตาล จึงออกแบบเป็นชุดราตรีที่ค่อนข้างมีความเซ็กซี่ โชว์ให้เห็นรูปร่างอันสมส่วน และเพิ่มความสง่างามด้วยการใช้งานปักเข้ามาผสม และด้านหลังของชุดทำเป็นเลเยอร์ซ้อนกัน รวมถึงใช้เทคนิคเส้นสายเข้ามาผสมผสานจากคอยาวมาจรดปลายชุด เพื่อทำให้น้ำตาลดูสูงโปร่งขึ้นเมื่ออยู่บนเวที”

ชุดราตรีที่ได้คะแนนสูงสุด ฝีมือ พลพัฒน์ อัศวะประภา

นอกจากนี้ ยังมีชุดจากดีไซเนอร์ไทยคนอื่นๆ อาทิ ชุดราตรีเดินพรมแดง ออกแบบโดย ประภากาศ อังศุสิงห์ ดีไซเนอร์เจ้าแบรนด์ Hook’s ที่ได้แรงบันดาลใจทั้งหมดมาจากรูปร่างอันโดดเด่นของน้ำตาล เพราะน้ำตาลเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างสมส่วนสวยงามมาก มีครบทั้งอก เอว และสะโพก ชุดนี้จึงเน้นให้เห็นถึงสรีระ โชว์ความเซ็กซี่แต่ยังคงความโก้หรูไว้ด้วยกัน และชุดสุดท้ายคือชุดสำหรับใส่ร่วมงาน Governor’s Ball ออกแบบโดย พลัฏฐ์ พลาฎิ เจ้าของแบรนด์ Mesh Museum ที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อให้น้ำตาลใส่ร่วมงานเลี้ยงของรัฐบาล โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบชุดนี้มาจากสรีระของน้ำตาล ที่ค่อนข้างจะโดดเด่นมาก จึงอยากโชว์ให้เห็นอก เอว สะโพก และเพิ่มความโดดเด่นของชุดด้วยงานประติมากรรม ทำเป็นโบขนาดใหญ่อยู่ด้านข้างของชุด ซึ่งจินตนาการมาจากสายสะพายของนางงาม และเมื่อนำสายสะพายมาใส่กับชุดนี้จะเข้ากันพอดี โดยชุดนี้เลือกใช้ผ้าไหม ชิ้นบนเป็นผ้าไหมสีงาช้าง และชิ้นล่างปัดด้วยลูกปัดสีขาว-ดำสลับกัน

ชุดสำหรับใส่ร่วมงาน Governor’s Ball ฝีมือ พลัฏฐ์ พลาฎิ

ชุดสำหรับใส่ในงานประมูล ฝีมือ อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์

หนุ่มเลบานอน คว้าตำแหน่ง นายแบบโลก 2016 ในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257121

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

คุณแหน : 20 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257127

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ของดีราคายุติธรรมแล้วยังช่วยเกษตรกรผู้ประสบภาวะน้ำท่วม 15 จังหวัดชายแดนภาคใต้สินค้าจึงขายหมดเร็วทุกวัน สำหรับงาน “ผลพลอยพึ่ง (ภาฯ) สินค้าชุมชนที่ประสบภัย” ถ้าอยากทำดี-ทำบุญ อุดหนุนสินค้า เชิญได้ที่ร้านผลพลอยพอเพียงเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทยที่ร่วมโครงการ มี โลตัส ท็อปส์ สยามพารากอน เดอะมอลล์ บิ๊กซี แม็คโคร ฟิวเจอร์พาร์ค ธ.ก.ส. ธนชาต เงินทุกบาทถึงมือเกษตรกรแน่นอน อุดหนุนได้ถึงวันที่ 19 มีนาคมนี้ เท่านั้น..

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ลานทิพย์ ทวาทศินและ วรวุฒิ ทวาทศิน พร้อมครอบครัว ที่สูญเสียคุณแม่ คุณหญิงจำลอง ทวาทศิน  สวดพระอภิธรรมศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส  เวลา 19.00 น. ถึง 24 ก.พ.และกำหนดพระราชทานเพลิงศพ 25 ก.พ.เวลา 14.00 น..

●● โรงพยาบาลวิภาวดี เชิญร่วม “บริจาคโลหิต เพื่อพ่อหลวง” 24 ก.พ. โถงหน้าห้องประชุม 25 ปี อาคาร 4 มีลุ้นรับของที่ระลึกด้วย..

●● สมพร เทพสิทธา ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  นัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 27 ก.พ.  ณ กรมประชาสัมพันธ์  มีกรรมการเข้มแข็ง อาทิคุณหญิงสุชาดา ถิระวัฒน์, คุณหญิงแสงเดือนณ นคร, ภราดา ดร.ประทีป ม.โกมลมาศ..

●● เพิ่งสังสรรค์วันเกิดผ่านมาไม่กี่วัน ชุมสาย มณีน้อยจัดแจงนัดแนะเพื่อนสนิทไปเลี้ยงวันเกิดให้ นภา ภัคเกษม กับ โอษริศ อมาตยกุล 11 มี.ค. ที่ห้องอาหาร Upper Taste บางปะอิน ตามลายแทงแนะนำจาก ดำรง พุฒตาล  การันตีความอร่อย5 ดาวจึงอยากไปลิ้มลอง ส่วนเจ้าของเป็น 3 พี่น้องศราวุฒิ-บุณยฤทธิ์ ภวัครคุณ,สุดารัตน์ ไชยสาส์น หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ จบป.โทจากสหรัฐอเมริกาและเรียนทำขนมหวานจากฝรั่งเศส..

●● เตรียมเปิดรุ่นที่ 3  ชัชวาลย์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรบริหารด้านการลงทุนเพื่อนักธุรกิจ “อัลตร้า เวลท์”  เปิดรายชื่อนักเรียน 104 คน  อาทิ ชาญ ศรีวิกรม์, ศรัณฐ์ หวั่งหลี,นิติ โอสถานุเคราะห์, กรณ์ ณรงค์เดช, ณัฐปรีพิชัยรณรงค์สงคราม ฯลฯ ทาง  http://www.ultrawealthgroup.com…

●● ใหญ่โตขนาดส้มเขียวหวานแต่เป็น “มะนาวพันธุ์เจ้าพระยา” สดใหม่จากไร่แตงทิพย์ เชียงราย ติดใจทั้งกลิ่นหอม รสเปรี้ยวน้ำเยอะและไม่มีเมล็ด สมบูรณ์แบบนี้กิโลกรัมละ50 บาทเท่านั้น ภควดี สุขุม จัดมาให้ขายที่ร้านเค้ก ในตึกศาลาแดงเพลส ทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น โทร.02-6366689“คุณแหน” ขอแนะนำว่า ควรซื้อเก็บไว้ก่อนหน้ามะนาวราคาแพงโหด ตอนหน้าแล้งหน้าร้อนคือปลายเดือนหน้า..●●

คุณแหน

คาเนโบเผยโฉมเคาน์เตอร์รูปแบบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257125

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

‘หนูนา – หนึ่งธิดา โสภณ’ ชวนดูแลสุขภาพด้วยซูเปอร์ฟู้ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257123

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

น้อมถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257120

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

 

‘สิริวัฒนาพยากรณ์เพื่อการศึกษา’ รวมที่สุดของศาสตร์แห่งการทำนาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257119

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.