ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257124
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257124
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257035
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257036
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257031
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบผลงานประติมากรรมไม่เพียงสามารถชื่นชมผลงานชิ้นเด่นๆ ได้จากด้านหน้าของ Gallery of National Modern Artกรุงโรมแล้ว ภายในห้องภาพยังมีผลงานของนักประติมากรรมที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน เช่น Medardo Rosso ศิลปินแนว Post Impressionism ชาวอิตาเลียน เขาเกิดในตูริน ก่อนที่จะย้ายไปมิลานเมื่ออายุ 12 ปี หลังจากปลดประจำการจากการเป็นทหาร เขาเข้าเรียนต่อที่ Brera Academy ซึ่งเขาถูกไล่ออกในเวลาต่อมาเนื่องจากไปชกต่อยกับนักศึกษาคนอื่นที่ปฏิเสธไม่ยอมเป็นหุ่นให้เขาเขียนภาพอันเป็นสิ่งที่นักศึกษาต้องปฏิบัติทุกคนในช่วงเวลานั้น การที่เขาเป็นปฏิปักษ์กับโรงเรียนหลายแห่ง ทำให้เขากลายเป็นคนโดดเดี่ยว อย่างไรก็ตาม การถูกปฏิเสธกลับมิได้ทำให้เขาท้อถอยแต่กลับเป็นแรงกระตุ้นให้เขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากศิลปินอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดจนเขาสามารถที่จะสรรค์สร้างงานที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นั่นคือ งานประติมากรรมจากทองแดงที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแนว Realism

Psyche another view
หลังปี 1882 ซึ่งเป็นช่วงต้นของศิลปะแนว Impressionism เขาเริ่มสร้างสรรค์งานที่แตกต่างจากเดิมอีกโดยมีรายละเอียดและเหลี่ยมมุมลดลงคล้ายแบบร่าง เขาปรับพื้นผิวของงานให้นุ่มนวลขึ้นเพื่อให้การเล่นกับแสง และเงาเกิดได้มากขึ้น นอกจากนี้วิธีการสร้างสรรค์งานของเขายังแตกต่างจากศิลปินอื่น ๆ ตรงที่เขาไม่เคยเขียนแบบร่างไว้บนกระดาษก่อน แต่กลับแกะงานลงบนวัตถุตรงๆ และแก้ไขเอาตามใจชอบ ในปี 1889 เขาย้ายไปอยู่ปารีสและเริ่มถ่ายรูปงานของเขาด้วยแสงที่แตกต่างกัน จากนั้นเขาก็นำภาพถ่ายงานประติมากรรมมาตกแต่งใหม่ด้วยเทคนิคแปลกๆ เขาเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องแสงมาก และเห็นว่า การขาดแสงจะทำให้งานขาดความเป็นหนึ่งเดียว เขาเชื่อว่างานประติมากรรมที่ดีต้องมีไว้ชื่นชมทางสายตา เพราะงานที่ถูกจัดแสดงให้มิวเซียมเหล่านี้ไม่สามารถแตะต้องได้ มันจึงต้องให้ความรู้สึกกับผู้ชมราวกับได้สัมผัสด้วยมือจริงๆ เขายังเชื่อว่าการสัมผัสงานศิลป์ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการชื่นชมด้วยตา ดังนั้นแสงและเงาจึงจำเป็นจะต้องสะท้อนอัจฉริยภาพของศิลปินให้ได้
แม้เขากับ Auguste Rodin จะเป็นเพื่อนกันในเวลาสั้น ๆ แต่ทั้งสองต่างมีอิทธิพลต่องานของกันและกันอย่างมาก นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าทั้ง Pimp, Laughing Little Girl และ The Old ซึ่งเป็นผลงานของ Rosso มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกันกับงานของ Rodin นั่นคือ งานขาดรายละเอียดและความเรียบรื่น แต่กลับแสดงความมีชีวิตชีวาได้อย่างชัดแจ้ง ถึงกระนั้นก็ตาม งานของศิลปินทั้งสองยังคงต่างกันตรงที่ Rodin ชอบใช้โลหะสีมืดทึบในการสร้างสรรค์ผลงาน แต่ Rosso กลับเน้นใช้หินอ่อนมากกว่า

Psyche
Pietro Tenerani นักประติมากรรมแนวนีโอคลาสิคชาวอิตาเลียน เขาเกิดที่ Torano และได้รับการฝึกทางด้านศิลปะกับ Pietro Marchettiลุงของเขาในปี 1813 และหันมาเรียนเพิ่มเติมในกรุงโรม เขาเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นและได้รับการว่าจ้างให้ทำงานประติมากรรมให้กับแท่นเก็บพระศพของพระสันตะปาปา Pius VIII รวมทั้งรูปปั้น St Alfonso de Liguori ที่กรุงวาติกัน เขายังเป็นผู้แกะสลัก St. John the Evangelist สำหรับโบสถ์ San Francesco di Paola ในกรุงเนเปิ้ลด้วย นอกจากผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับคริสตจักรแล้ว เขายังได้รับเกียรติให้แกะสลักรูปปั้นครึ่งตัวของผู้ปกครองเมืองและผู้มีอันจะกินอีกหลายคนด้วย
สำหรับ Psyche ผลงานเด่นของเขาใน Gallery of National Modern Art นี้แสดงให้เห็นถึง Psyche สาวคนรักของ Cupid ที่มีความงดงามหยดย้อยจนเป็นที่อิจฉาของวีนัสเทพธิดาแห่งความงามได้อย่างเด่นชัด นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าแม้ Psyche จะอยู่ในท่าหลับใหลแต่ความสง่างามของเธอยังคงตรึงใจผู้พบเห็นได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ผิวพรรณที่เนียนรื่นบนผืนผ้าที่เธอนั่งทับสะท้อนให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของศิลปินยุค Neoclassic ท่านนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

Laughing Little Girl

Pimp

The Old
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257030
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
บ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCOในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 16 ที่เมืองแซนตาเฟ ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อพ.ศ.2535 นับเป็นแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์แห่งแรกที่มีความสำคัญในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ดังนั้นการจัดงานฉลองมรดกโลกบ้านเชียงที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในปีนี้ นายวีระ โรจนพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ให้ความสำคัญและเป็นประธานเปิดงาน “ตามรอยพ่อ มรดกไทย มรดกโลกบ้านเชียง” ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากทำให้รับรู้ถึงการดำรงชีวิตสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปีแล้ว ยังสร้างความเถิดเทิงรื่นเริงใจกันอย่างสนุกสนานโดยคาดหวังไว้ว่าในวันข้างหน้าหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ที่สร้างเกียรติภูมิของวัฒนธรรมบ้านเชียงมากขึ้น ดังนั้นการสร้างแบรนด์หรือเกียรติภูมิให้ได้ผลต่อพื้นที่นั้นจึงต้องยกเอาประวัติการและคุณค่าทางวัฒนธรรมมาเรียนรู้ถึงหลักฐานจากร่องรอยมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่พบโดยบังเอิญที่บ้านเชียงนั้นมาสร้างงานมากกว่าพิธีการเถิดเทิงอย่างเดียว โดยทั่วไปแล้วหลักฐานทางโบราณคดีที่พบโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้ มักพบเหมือนกัน แต่การยกย่องให้เป็นวัฒนธรรมบ้านเชียงนั้นนอกจากแบบลายที่เขียนด้วยสีแดงเฉพาะแล้ว ยังทำให้มองเห็นการพัฒนาการในหลายมิติด้านความรู้ความสามารถของภูมิปัญญาที่เป็นตัวช่วยให้ผู้คนจากอดีตนั้นสามารถดำรงชีวิตและสร้างสังคมมนุษย์ได้สืบเนื่องต่อกันมายาวนานจนถึงปัจจุบันดังปรากฏว่าวัฒนธรรมบ้านเชียงนั้นได้แพร่กระจายครอบคลุมถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่เคยมีมนุษย์อยู่อาศัยหนาแน่นมาเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

จากการศึกษาศิลปะเครื่องปั้นดินเผาจากวัฒนธรรมบ้านเชียงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค ได้แก่ ภาชนะดินเผาสมัยต้น อายุ 5,600-3,000 ปี มีลายเชือกทาบ เชื่อว่าเป็นปอกัญชา มีทั้งลายขูดขีด และการเขียนสีบ่า พบวางคู่กับโครงกระดูก ภาชนะบางใบใช้บรรจุศพเด็กด้วย ภาชนะดินเผาสมัยกลาง อายุ 3,000-2,300 ปีเป็นสมัยที่เริ่มมีการขีดทาสีแดงแล้ว ภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ 2,300-1,800 ปี เป็นยุคที่มีลวดลายสวยงามที่สุด ลวดลายพิสดารมาก สะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่สงบสุขร่มเย็นก่อนที่จะมีการเคลือบน้ำโคลนสีแดงขัดมันวัฒนธรรมบ้านเชียงโบราณนั้นใช้เครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับจากสำริดในระยะแรกก่อนที่จะรู้จักใช้เหล็ก เช่นเดียวกับชาวโฟลินีเซียน และมีการสร้างและใช้กลองมโหระทึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว โดยมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง เป็นแหล่งเรียนรู้ในระดับสากลและมีชุมชนที่สืบทอดวัฒนธรรมจนเกิดธุรกิจรายได้ทำให้หมู่บ้านกลายเป็นชุมชนของวัฒนธรรมบ้านเชียงที่สามารถรักษาและสืบทอดขนบธรรมเนียมในอดีตผสมผสานกับวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านของชาวไทพวนที่เข้ามาอยู่ร่วมในวัฒนธรรมบ้านเชียง และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรมให้มีรายได้ต่อชุมชน
นอกจากโบราณวัตถุที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง และหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดศรีโพธิ์ในอันเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิมแล้ว ยังมีการสร้างพิธีรำบวงสรวงบรรพบุรุษชาวบ้านเชียงด้วยเครื่องแต่งกายและวิถีการรำแบบชาวไทพวนแสดงผ้าสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ผ้าทอมือของไทย และผ้าทอมือลายคุณทองแดง จากศิลปินพื้นบ้านชาวอีสาน ยายบุญมา ศรีจันทร์ ซึ่งเป็นผู้ได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และได้รับพระราชทานพระราชดำริให้ทอผ้าลายคุณทองแดงโบราณขึ้นตามเรื่องสุนัขโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตัวแรกของไทยที่ได้มีการขุดค้นพบในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ปัจจุบันนี้หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เมื่อ 200 ปีนั้นได้มีคนไทยเชื้อสายลาวพวนอพยพเคลื่อนย้ายชุมชนมาจากแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงตามกลุ่มชาติพันธุ์ต่อชุมชนโบราณโดยมีวัฒนธรรมไทยพวนเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อหมู่บ้านนี้มากขึ้นหมู่บ้านนี้ถูกประกาศเป็นแหล่งห้ามการขุดค้นในพื้นที่บ้านเชียง และบริเวณโดยรอบ และเป็นแหล่งมรดกโลกที่กระจายวัฒนธรรมบ้านเชียงไปทั่วอีสาน



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257052
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
มงกุฎของพระราชินีฟาราห์ ปาห์เลวี
เมื่อพูดถึงอาณาจักรเปอร์เซียแล้ว สำหรับผู้ที่เคยศึกษาประวัติของอาณาจักรแห่งนี้มาก่อน ย่อมประจักษ์ถึงความเกรียงไกรของดินแดนแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี อาณาจักรเปอร์เซียก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ 550 ปีก่อนคริสตกาล โดยแต่เดิมมีชื่อว่า อาณาจักรอาเคเมนิด ซึ่งดินแดนส่วนใหญ่ของอาณาจักรเปอร์เซียอยู่ในดินแดนของอิหร่านในยุคปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ของอิหร่านยุคใหม่คงทราบดีว่า ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา ดินแดนแห่งนี้มีพระราชวงศ์ต่างๆ ปกครอง ดังต่อไปนี้ ราชวงศ์ซาฟาวิด, อัฟชาริด, แซนด์, คาจาร์ และราชวงศ์สุดท้ายคือปาห์ลาวี ที่สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1979
นั่นคือประวัติศาสตร์แบบคร่าวๆ สำหรับอาณาจักรเปอร์เซีย ซึ่งหากจะพูดกันให้ลึกซึ้งจริงจังแล้ว คงต้องใช้เวลาอธิบายกันเป็นวันๆ

บัลลังก์นาเดียร์
สำหรับคอลัมน์ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้Mr. Flower จะนำคุณไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรและอัญมณีของราชวงศ์ปาห์ลาวีเป็นส่วนใหญ่ แต่มีบางชิ้นที่มาจากราชวงศ์ก่อนหน้านั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รู้จักกันในนาม Treasury of National Jewels ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน หรือสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ตั้งอยู่ภายในอาคารธนาคารแห่งชาติของอิหร่าน ใจกลางกรุงเตหะราน
บอกได้เลยว่าภายในพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เพียงห้องเดียวแห่งนี้ ช่างพราวพรายไปด้วยแสงระยิบระยับของอัญมณีชิ้นสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับโลก
บัลลังก์ มงกุฎ และเครื่องประดับชิ้นสำคัญๆ ของพระราชวงศ์ที่ถูกนำไปจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้บ่งบอกได้ชัดเจนถึงพระราชอำนาจและความมั่งคั่งของราชสมาชิกในพระราชวงศ์ แล้วยังส่อสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการของอาณาจักรแห่งนี้ได้โดยพลัน
มีผู้คนมากมายพยายามจะประเมินค่าของสิ่งของทุกชิ้นในพิพิธภัณฑ์นี้ แต่ทว่าจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่สามารถประเมินค่าได้ชัดเจน เพียงแต่ทุกคนที่ได้เข้าไปชมต่างบอกได้ตรงกันว่า ของทุกชิ้นในห้องพระคลังมหาสมบัติแห่งนี้ช่างงดงาม ล้ำค่า และเป็นเพียงหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ ดังนั้นจึงยากยิ่งที่จะประเมินค่าออกมาเป็นตัวเงินได้

มงกุฎของเจ้าชายแอบบาส เมียร์ซา
สิ่งของล้ำค่า (บางชิ้น) ที่นำมาแสดงให้คุณได้ชมในวันนี้ มาจากการถ่ายภาพจากหนังสือชื่อ Treasury of National Jewels ซึ่งขายอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ไม่สามารถนำกล้องทุกชนิด กระเป๋า เป้ ย่าม หรือข้าวของใดๆ ติดตัวเข้าไปได้ ยกเว้นเพียงการสวมเสื้อผ้าที่สุภาพเรียบร้อย ทุกคนที่เข้าชมจึงชมได้ด้วยตา แล้วเก็บความประทับใจกลับไปบอกเล่าให้ผู้คนอื่นๆ ได้รับทราบ
ส่วนความเข้มงวดในการเข้าชมนั้น บอกได้คำเดียวว่า เข้มงวดมาก และห้องพิพิธภัณฑ์ก็เป็นห้องนิรภัยชั้นเยี่ยมเช่นกัน เพราะผนังอาคาร และประตูนิรภัยมีความหนาหลายฟุต (ประมาณ 3-4 ฟุต) รวมถึงมีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดภายใน และสัญญาณเตือนภัยทุกจุด แม้กระทั่งยังห้ามถ่ายภาพภายนอกอาคารแห่งนี้ด้วย
ภาพบัลลังก์องค์ที่นำมาเสนอนี้คือ บัลลังก์นาเดียร์ สร้างในยุคศตวรรษที่ 18 ในรัชสมัยของฟาธ อาลี ชาห์ บัลลังก์นี้ประดับด้วยอัญมณีทั้งหมด 26,733 ชิ้น ใช้ในการพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี

มงกุฎของราชวงศ์ปาห์ลาวี
ส่วนภาพมงกุฎองค์ต่างๆ ที่นำมาเสนอนี้ก็เป็นของล้ำค่า เช่นมงกุฎของกษัตริย์แอบบาส เมียร์ซา ทำให้ศตวรรษที่ 19 ทำจากผ้ากำมะหยี่และซาติน ประดับด้วยมุก และทองคำ แต่ที่สำคัญบนยอดมงกุฎคือมรกตล้อมด้วยเพชร ส่วนมงกุฎแบบเทียรา (Tiara) ที่ในภาพบรรยายว่ามงกุฎของพระราชินีฟาราห์ ปาห์ลาวี มงกุฎองค์นี้ทำในปี ค.ศ. 1938 ในพระราชพิธีหมั้นครั้งที่ 1 ของโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวีแล้วจากนั้นในปี 1958 และ 1967 ได้มีการประดับตกแต่งใหม่ด้วยเพชรจากอิหร่านและจากฝรั่งเศส
ส่วนภาพกล่องมรกตที่นำมาแสดงนี้ ทำให้ครึ่งหลังศตวรรษที่ 19 มรกตที่ใช้ประดับกล่องนี้มีน้ำหนักตั้งแต่ 10 ถึง 320 กะรัต ประดับด้วยเพชร
ขอเรียนตามตรงอีกครั้งว่าภาพเครื่องประดับที่นำมาเสนอนี้เป็นเพียงหนึ่งในพันๆ ชิ้นที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ และขอเรียนว่าแม้จะพยายามบรรยายให้เห็นถึงความงามอย่างไร ก็ไม่มีวันจะเหมือนกับคุณได้ไปชมด้วยตาของตนเอง

มงกุฎของพระราชินีฟาราห์ ปาห์ลาวี
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมในวันเสาร์ถึงวันอังคารเท่านั้น เวลาเปิดคือ 14.00-16.30 น. แต่หากวันเสาร์ถึงวันอังคารใดตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งชาติอิหร่าน ก็จะงดให้บริการการเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้โดยปริยาย
Mr.Flower วางโปรแกรมไว้ว่าจะพาคุณๆ ไปเที่ยวประเทศอิหร่านด้วยกันประมาณ เดือนตุลาคมปีนี้โดยจะพาเที่ยววังของพระราชวงศ์แห่งอิหร่าน และพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชรแห่งนี้ ในกรุงเตหะราน รวมถึงไปเที่ยวเมืองอิสฟาฮาน เมืองมรดกโลกที่งดงามเกินจะบรรยายได้ด้วยคำพูด
หากคุณๆ สนใจร่วมทริปไปด้วยกัน โปรดติดต่อหมายเลขโทรฯ 091-7233615 ทริปนี้รับสมาชิกเพียง 18-20 ท่านเท่านั้นครับ

มงกุฎของฟาธ อาลี ชาห์ ที่รู้จักในนามมงกุฎคิอานี

กล่องทำจากมรกต

คนโททองใส่น้ำสำหรับสรงพระหัตถ์ตั้งบนพานทอง
เครื่องประดับมงกุฎของชาห์

ลูกโลกและขาตั้งทำจากทอง 34 กิโลกรัม และประดับด้วยเพชรและอัญมณีต่างๆ หนักกว่า 3.656 กิโลกรัม
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257038
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราคุยกันไปเกี่ยวกับ การประเมิน “ความพร้อม” ของเรา ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะหาสัตว์เลี้ยงมาเป็นสมาชิกใหม่ และเมื่อเราพิจารณาแล้วพบว่า เรา “พร้อม” ที่จะรับผิดชอบชีวิตสัตว์เพิ่มอีกหนึ่งชีวิตแล้ว วันนี้เรามาคุยกันต่อครับ ว่าสิ่งที่จะต้องคำนึงต่อนั้นมีอะไรบ้างล่ะ เพราะไม่ใช่แค่ว่าเมื่อคิดจะเลี้ยงแล้ว ก็เดินไปที่ร้านค้า เห็นสุนัขตัวไหนก็ซื้อมาเลย เหมือนหยิบของใส่ตะกร้านะครับ เราต้องการ “เลือกลูกสุนัข” อย่างคนที่รู้จักเลือกด้วย
● ควรเลือกสุนัขที่อายุเท่าไร ?
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาเลย ก็คือจะเลือกเลี้ยงสุนัขที่อายุเท่าไหร่สุนัขเด็กหรือสุนัขโต การเลือกเลี้ยงสุนัขตั้งแต่เล็กๆ จะทำให้ลูกสุนัขปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ง่ายกว่า สุนัขเด็กจะมีความสดใสน่ารัก แต่ลูกสุนัขเด็กที่พูดถึงนั้น ควรเลือกลูกสุนัขที่มีอายุ “ไม่ต่ำกว่า2 เดือน” หลายคนอาจจะถามว่าทำไม คำตอบก็คือสุนัขที่อายุ 2 เดือนขึ้นไป มักจะหย่านมแล้ว และมีภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อต่างๆ ได้ดีกว่า โดยเฉพาะตัวที่ได้รับวัคซีนในช่วงเวลาที่เหมาะสม (จากการพิจารณาของสัตวแพทย์แล้ว) เนื่องจากการได้รับวัคซีนที่เร็วเกินไปหรือในช่วงที่ไม่เหมาะสมนั้น จะไม่เป็นผลดีต่อร่างกายลูกสุนัขด้วยครับ
การเริ่มเลี้ยงสุนัขแต่อายุน้อยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ การรับสุนัขโตมาเลี้ยงก็ไม่ผิดนะครับ เพราะหลายคนนิยมรับสุนัขที่ไม่มีเจ้าของมาเลี้ยงก็เยอะ การรับสุนัขเหล่านี้มาเลี้ยงนั้นถือเป็นการทำบุญให้ชีวิตใหม่แก่สุนัขเหล่านั้นด้วย เพียงแต่ต้องดูแลเรื่องวัคซีนและโปรแกรมการป้องกันโรคให้ดีร่วมกันด้วยครับ

● เลี้ยงสุนัขเพศไหนดี ?
อยากเรียนว่า เราควรเข้าใจลักษณะ พฤติกรรมและสิ่งที่จะตามมาจากการเลี้ยง “แต่ละเพศ” ก่อนที่จะเลือกว่าเลี้ยงสุนัขเพศผู้หรือเพศเมีย
ถ้าเป็นเพศผู้ ก็จะมีข้อดีเรื่องลักษณะความสวยงามตามพันธุ์ ความแข็งแกร่ง แต่อาจจะพบปัญหาเมื่อโตเป็นหนุ่มที่มักจะปัสสาวะพ่นไปทั่ว (เพื่อแสดงอาณาเขต) โดยมากมักจะเป็นตามล้อรถยนต์เสาบ้าน กระถางต้นไม้ และเฟอร์นิเจอร์ และนอกจากนี้เมื่อสุนัขโตเป็นหนุ่มขึ้น หลายตัวมักจะหายออกไปจากบ้านไปหาสาวๆ จนอาจได้รับอุบัติเหตุ ติดเชื้อ หรือติดโรคต่างๆ ตามมาได้
ส่วนสุนัขเพศเมีย ก็อาจจะพบปัญหาของเรื่องการมีลูกโดยเจ้าของไม่ได้ตั้งใจให้มี (หากเลี้ยงปล่อยและสุนัขตัวเมียที่ไม่ได้ทำหมัน) และที่น่าห่วงอีกเรื่องก็คือเมื่อสุนัขโตขึ้น (โดยทั่วไป จะเป็นมีอายุ 5 ปีขึ้นไป) อาจพบว่า มีความเสี่ยงต่อการเกิดมดลูกอักเสบเป็นหนอง หรือ pyometra ได้มาก
● เลี้ยงสุนัขพันธุ์อะไรดี ?
จริงๆ แล้วการเลี้ยงพันธุ์ไหนก็ไม่สำคัญ หากเรามีความรักและรับผิดชอบต่อสุนัขดีพอ เพียงแต่อาจจะมีข้อพิจารณาประกอบอื่นๆ อีกเล็กน้อยโดยเราควรศึกษารายละเอียดของพันธุ์ของสุนัขที่เราสนใจก่อนนำมาเลี้ยง เช่น
เราชอบสุนัขพันธุ์(ตัว)ใหญ่หรือพันธุ์(ตัว)เล็ก เช่นเราต้องการให้เขาเป็นเพื่อนเล่นน่ารักๆ ในห้องนอน หรือให้เขาเป็นเหมือนสุนัขอารักขาให้ดูน่าเกรงขาม ซึ่งขนาดของสุนัขอาจจะต้องนำมาคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ตามมาอีกหลายด้าน เช่น ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การดูแล ค่าที่หลับที่นอน หากเจ็บป่วยก็จะมีค่ายาค่ารักษาที่แตกต่างกัน พันธุ์ตัวใหญ่มักมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้มากกว่าพันธุ์เล็ก เพราะปริมาณยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงอาหารและอุปกรณ์เครื่องใช้จะใหญ่กว่า มากกว่า และแพงกว่า เราพร้อมหรือไม่ที่จะรับภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้
อุปนิสัยประจำพันธุ์แต่ละพันธุ์จะแตกต่างกัน สุนัขบางพันธุ์เรียบร้อย เชื่องช้า สุนัขบางพันธุ์ซุกซน ร่าเริงอยู่ตลอดเวลา สุนัขบางพันธุ์ชอบเห่า สุนัขบางพันธุ์ก้าวร้าว ต้องพิจารณาว่าเราและคนในครอบครัวของเราชอบอุปนิสัยของสุนัขแบบไหนด้วยครับ
สุนัขขนสั้นหรือขนยาว ประเด็นนี้ต้องคุยให้ชัดเจนเลยครับ พันธุ์ขนยาวต้องใช้เวลาในการเอาใจใส่ผิวหนังและขนมากกว่า ทั้งเรื่องการอาบน้ำ การแปรงขน การตกแต่งขน และการดูแลเรื่องความสะอาด ซึ่งสุนัขขนสั้นอาจไม่ต้องห่วงเรื่องนี้มากนักครับ
จะเห็นว่าการเลือกสายพันธุ์สุนัขเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงมาก เพราะสุนัขตัวหนึ่ง เมื่อเริ่มเลี้ยงแล้ว จะต้องอยู่กับเราตลอดชีวิตของสุนัข
(ไม่ชีวิตสุนัข ก็ชีวิตเรา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะไปก่อนกันครับ) ดังนั้นต้องคิดให้รอบคอบก่อน ก่อนที่จะเลี้ยงแล้วเอาไปปล่อยให้เป็นภาระคนอื่นหรือของสังคมนะครับ สัปดาห์หน้าเรามาดูวิธีการเลือกสุนัขสุขภาพดีกันครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257028
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยผลวิจัยซึ่งชี้ว่า การใช้ศีรษะโหม่งฟุตบอลเป็นประจำของนักฟุตบอลอาชีพ อาจเชื่อมโยงกับอาการบาดเจ็บของสมองในระยะยาว โดยการวิจัยศึกษาสมองของนักบอล 6 คน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องลูกโหม่ง และพบว่าทั้งหมดล้วนป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม (Dementia) หลังเลิกค้าแข้ง ล่าสุด สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) เปิดเผยว่า องค์กรลูกหนังยุโรป จะเริ่มเดินหน้าศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม และได้สโมสรหนึ่งในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อ มาร่วมงานศึกษาวิจัย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยแจ้งเตือนอันตรายแก่นักเตะเยาวชนทั้งระหว่างการแข่งขัน และฝึกซ้อม ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากกีฬาประเภทอื่นๆ ได้เดินหน้าวิจัยในเรื่องเดียวกันไปก่อนแล้ว ทั้งอเมริกันฟุตบอล และรักบี้ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังชี้ว่า เป็นเรื่องยากที่จะสรุปแบบฟันธงว่า การที่สมองได้รับความกระทบกระเทือนบ่อยครั้ง จะทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ยังต้องการข้อมูลวิจัยเพิ่มเติมต่อไป
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257037
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll อัญเชิญพระบรมราโชวาท ของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มอบให้พุทธศาสนิกชน หลังจากพระราชพิธีสถาปนาให้ยึดถือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทำกายวาจาใจ ให้เป็นปกติ มีความสามัคคี เท่านี้ประเทศชาติของเราก็จะเจริญรุ่งเรือง…
ll “ไทยมีฐานการคลังสูงเป็นประวัติศาสตร์ คือระดับ ๒ แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากนโยบายและแนวโน้มเศรษฐกิจ รวมทั้งฐานะการเงินและตัวเลขหนี้สินที่เกิดขึ้นมั่นใจว่าโมเม้นตัมประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นแน่นอน”คำกล่าวของรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ทำให้คนไทยใจชื้นขึ้น…
llคงจะได้ทราบกันว่า พระธัมมชโย จะอยู่ในบ้านหรือไม่ ให้สังหรณ์ คำกล่าวของรมว.ยุติธรรม สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ“ถ้าไม่เจอ ก็คือไม่เจอ และถ้าไม่เจอตัวพระธัมมชโย ก็แปลว่าท่านหนีคดี ซึ่งคดีมีอายุความ ๑๕ ปี…
ll น่าคิด ความเห็นของ เกษม เพ็ญภินันท์ กล่าวว่า “พื้นฐานของการสร้างความปรองดอง คือคู่ขัดแย้งต้องได้มาแบ่งปันความเข้าใจกัน ต่างฝ่ายต่างเปิดกว้าง ยอมรับจุดยืนซึ่งกันและกันด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน ไม่ใช่เอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาบอกให้ลืมเรื่องเก่าแล้วเริ่มต้นเรื่องใหม่ได้ง่ายๆ”…
ll ส่วน ดร.สุขุม นวลสกุล“อยากให้นึกถึงสิ่งที่ พล.อ.ประวิทย์วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมต.กลาโหม พูดว่า ความปรองดองคือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้จะคิดต่างกัน แต่ที่เกิดปัญหาเพราะ ทุกฝ่ายบังคับให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ โดยการทำให้เกิดความวุ่นวาย”…
ll รางวัลบันทึกเสียงแห่งปี, อัลบั้มแห่งปี และเพลงแห่งปี เป็นของนักร้องซูเปอร์สตาร์ วัย ๒๘ ขวบ ชาวอังกฤษนาม อะเดล ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่อะวอร์ดส์ ครั้งที่ ๕๙ ณ นครลอสแองเจลิส เมื่อต้นอาทิตย์ รวมถึงเพลงป๊อปHello และอัลบั้มเพลง ทเวนตี้โฟร์…
ll ปรบมือให้ สนช. ที่ออกกฎหมาย มาตรา ๓บัญญัติว่า กรณีหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงตั้งแต่ ๑๐ ล้านบาทต่อปีและภาษีอากรขอคืนโดยความเท็จตั้งแต่ ๒ ล้านบาทต่อปี ถือว่า เป็นความผิดตามกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมีศรีธนญชัย กี่บริษัท ที่จะหลีกเลี่ยง…ll
น้องโน้ต
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/257027
วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ศาสตราจารย์จุน หลิว นักบรรพชีวินวิทยาชาวจีนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเหอเฟย เผยแพร่ผลการศึกษาซากฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์ Dinocephalosaurusซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานทะเลคอยาวที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 245 ล้านปีก่อน ที่มณฑลยูนนานทางตอนใต้ของจีน ลงในวารสาร Nature Communications โดยพบซากฟอสซิลตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ดังกล่าว อยู่ภายในแผงกระดูกซี่โครงของตัวแม่ที่คาดว่ามีขนาดลำตัว 3-4 เมตร แต่มีความยาวของคอถึง 1.7 เมตร ฟอสซิลตัวอ่อนที่พบไม่ใช่ซากสัตว์เล็กที่สัตว์เลื้อยคลานทะเลตัวนี้กินเข้าไปก่อนตาย เพราะฟอสซิลตัวอ่อนจะมีลักษณะหงายลำตัวด้านหน้าขึ้น แตกต่างจากฟอสซิลสัตว์เล็กที่ถูกกลืนกิน ซึ่งจะคว่ำหน้าลงเพราะถูกกลืนจากส่วนหัวเข้าไป นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบแล้วว่าซากตัวอ่อนนั้นเป็นสัตว์ชนิดพันธุ์เดียวกันกับตัวแม่ และไม่ใช่ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่ ถือเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ชี้ให้เห็นว่า สัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่ม Archosauromorpha ซึ่งรวมถึงจระเข้ นก และไดโนเสาร์ ซึ่งตามปกติออกลูกเป็นไข่ สามารถออกลูกเป็นตัวได้เช่นกัน