หนังสือเด่น : จุด (ไม่) จบของการเมืองไทย ฉากการเมืองไทยในห้วงเวลา ’48-’59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257029

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ที่ผ่านมา ผลพวงและแรงสั่นสะเทือนของวิกฤติการเมืองไทยที่ก่อตัวและดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนำความสูญเสียและความชะงักงันมาสู่ประเทศไทยอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องราวความซับซ้อนซ่อนปมปัญหาที่แฝงอยู่ในวิกฤติคราวนี้เต็มไปด้วยโยงใย และรากแก้วรากแขนงที่หยั่งรากลึกเกินกว่าหลายคนจะคาดถึง

“จุด (ไม่) จบของการเมืองไทย” เป็นหนังสือที่แต่งขึ้นโดย “ฐิติกร สังข์แก้ว สราวุธ ทับทอง อรรถสิทธิ์ พานแก้ว” จัดพิมพ์ขึ้นโดยสถาบันพระปกเกล้า เนื้อหาเป็นคล้ายบทบันทึกดีๆ ที่เก็บช่วงตอนและภาพฉากอันสลับซับซ้อนของการเมืองไทย ในช่วง
ปี พ.ศ. 2548-2559 มาย้อนภาพให้เห็นถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยให้ปรากฏเด่นชัดขึ้นมา เพื่อตอกย้ำผู้ที่เคยร่วมอยู่ในวิกฤตการณ์ หรือคนรุ่นหลังที่ยังไม่ซาบซึ้งกับเรื่องราวอันซ่อนเร้นซับซ้อนให้ได้รับรู้กัน และโดยการจัดทำของ สถาบันพระปกเกล้าย่อมเป็นตัวรับประกันในเรื่องของความถูกต้องชัดเจน

ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์การเมืองระยะใกล้มานำเสนอเป็นฉากๆ จากมุมมองทางวิชาการ แล้วประมวลเข้าไว้เป็นจุดอ้างอิงต่างๆ ที่คนไทยสามารถจะย้อนกลับมาอ่านแล้วระลึกนึกโยงไปถึงภาพเหตุการณ์ และสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้ไม่ยากเลย เพราะความซับซ้อนที่ว่านั้นได้ถูกย่อยมาให้ผู้อ่านขบเคี้ยวได้อย่างสนุกสนาน ตามคอนเซ็ปต์ของหนังสือที่ว่า “กินไม่ต้องบ่อย แต่อร่อยได้นานๆ”

ตลอดทั้งเล่มของหนังสือได้หยิบ “คำการเมือง” ที่เคยเป็นที่สนใจของคนไทย ให้ผุดขึ้นมาแจ่มชัดอีกครั้งหนึ่ง ราวกับว่าเหตุการณ์วิกฤตการเมืองที่สังคมไทยเพิ่งจะผ่านมานั้นยังคงมีชีวิตชีวาโลดแล่นอยู่ในปัจจุบัน

แม้กาลเวลาอาจทำให้ความลืมเลือนกัดกินพื้นที่ความทรงจำร่วมของคนไทยไปบ้างแล้ว และก็คงมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลบเลือนภาพอันสับสนอลหม่านที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว แต่หนังสือ จุด (ไม่) จบ : ช่วงฉากการเมืองไทย ’48-’59 จะช่วยปลุกตะกอนความทรงจำในส่วนนี้ให้กลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมวิกฤติให้รุนแรงไปกว่าเดิม หากเพื่อก้าวผ่านจาก “จุดวิกฤติ” ไปสู่ “จุดหมายปลายทาง” ของสังคมที่เราทุกคนวาดหวัง

ความน่าตื่นตาตื่นใจของหนังสือเล่มนี้ จึงไม่เพียงกระตุ้นตื่นคนไทยให้จดจำและเรียนรู้พิษภัยจากการเมืองที่ต่อสู้กันอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การประมวลภาพอันซับซ้อนให้อ่านง่ายย่อยง่าย พร้อมเสิร์ฟแก่สายตาผู้อ่านคนไทยทุกผู้ทุกนามอีกด้วย….นี่แหละคือจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้

กะเทาะเปลือกเด็กขาดความอบอุ่น

แนะให้ทิ้งความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากชีวิต

“ฉันอยากได้รับความอบอุ่น” เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี เขียนโดย “Heo Yun-mi” แปลเป็นไทยโดย “นริศร์ จิตปัญโญยศ” จำหน่ายเล่มละ 185 บาท เป็นหนังสือที่อ่านสนุกในด้านของความบันเทิง ที่ตัวเอกจะต้องผจญภัยพบกับเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม ซึ่งแฝงข้อคิดดีๆ ให้กับชีวิตของ เด็กที่เกิดความรู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่น โดยเนื้อเรื่อง เริ่มเมื่อเด็กชายที่อยู่กับแม่เพียงสองคน ถูกคนรอบข้างตอกย้ำให้รู้ถึงความอาภัพของตนเองแถมยังถูกขู่ว่าตนเองจะถูกยมทูตมาทวงวิญญาณคืนทำให้เด็กชายเกิดความว้าวุ่นกับชีวิตจนอยากจะตาย แต่เมื่อเขาได้ใช้สตินั่งคิดแล้วเขาก็ได้พบทางออก

 

ค้นหาความลับในสมาคมหน้ากาก

เรื่องของนักสืบสาวป้ายแดงที่ต้องพิสูจน์

“ระบำผีเสื้อ”เขียนโดย “จรสจันทร์” เป็นนิยายรักสืบสวนสอบสวนของ หญิงสาวที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่แวดวงนักสืบเป็นครั้งแรก โดยต้องการจะพิสูจน์ความกระจ่างถึงความตายของผู้เป็นพ่อที่เกี่ยวข้องกับสมาคมอันหรูหราในสังคม ซึ่งสมาชิกทุกคนจะสวมหน้ากากเข้าไปสังสรรค์หาความสุข ความบันเทิงแบบไม่ต้องเปิดเผยตัวเอง แต่เบื้องหลังเมื่อเธอได้เข้าไปสัมผัสทำให้เธอพบว่าในสมาคมหน้ากากแห่งนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย ซึ่งเกี่ยวข้องมาถึงการตายของพ่อเธอด้วย จำหน่ายเล่มละ 280 บาท

 

พิสูจน์ความจริงจากบันทึกเหมาซาน

ความลี้ลับอำนาจเวทมนตร์ของจีนโบราณ

“มหากาพย์แห่งเหมาซาน” เขียนโดย “ต้าลี่จินกังจ่าง” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” เป็นเรื่องราวการผจญภัยของชายหนุ่มในช่วงปลายของ เหตุการณ์การปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน โดยตัวละครเด่นของเรื่องเกิดบังเอิญไปได้รับ สมุดบันทึกของวิชาเหมาซาน ซึ่งเป็นหลักการของวิชาและศาสตร์อันลี้ลับของจอมยุทธจีนโบราณ ซึ่งในเล่มที่สองที่กำลังวางตลาดอยู่ในเวลานี้ เป็นเรื่องราวในตอนที่ชายหนุ่มผู้ครอบครองบันทึกแห่งอาคมได้บุกไปยังประเทศอียิปต์เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ของศาสตร์แห่งเหมาซาน ทำให้เขาต้องพบกับเรื่องราวลี้ลับมหัศจรรย์ยากที่จะคาดเดาถึง ตั้งแต่เริ่มจนจบ เรื่องราวจึงเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา จำหน่ายเล่มละ 290 บาท

 

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์ ในประวัติศาสตร์จีน

เรื่องราวที่พลิกผันความเป็นมาของสุสานทหารม้าดินเผา

“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์” เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่งหนาน”แปลเป็นไทยโดย “ดารินทิพย์” เป็นเรื่องราวของหมี่เยวี่ย เด็กสาวที่ต้องพบกับชีวิตที่ไม่มีใครคาดฝันจากชาวบ้านธรรมดากลายเป็น สตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในยุคชุนซิวจ้านกั้ว ผู้รวบรวมแผ่นดินฉินให้กลายเป็นหนึ่ง โดยผู้เขียนได้สืบค้นลงลึกตามหลักประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ซึ่งได้พบว่า ในยุคของเธอนี่เอง คือ บันทึกแห่งความเป็นจริงของ สุสานทหารม้าดินเอาที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ที่ใครๆ คิดว่าอยู่ในรัชสมัยของ จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมานานหลายศตวรรษ จำหน่ายเล่มละ 275 บาท

Tech for Life : 19 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/257025

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

loT

พักหลังคำว่า “อินเตอร์เนต ออฟ ติงส์”(Internet of Things) ที่ใช้ตัวย่อว่า IoT มีการพูดกันถี่ขึ้น

คำว่า Internet of Things มีคนแปลเป็นไทยว่า “อินเตอร์เนตในทุกสิ่ง” คือนอกจากอยู่ในสมาร์ทโฟน ทีวี. ฯลฯ แต่ในอนาคตจะกระจายไปถึง “หวี” ที่วัดสุขภาพของเส้นผมได้ ขณะที่เครื่องปิ้งขนมปัง และเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ สั่งงานผ่านมือถือ

ทักษะขั้นสูง

แอนโทนี บอร์น ผอ. ฝ่ายอุตสาหกรรมการผลิตและเทคโนโลยีระดับสูง (ไฮเทค) ของ ไอเอฟเอส คาดการณ์ว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า“การฝึกงาน” จะกลายมาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากกว่า “วุฒิการศึกษา” โดยผู้ผลิตทั่วทั้งยุโรป และสหรัฐฯ กำลังรับมือกับการขาดแคลนแรงงานมีทักษะ และการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานมีทักษะอาจนำไปสู่ยุคใหม่ของการฝึกงาน

NOVA

โนวาโฟน (NOVA Phone) สมาร์ทโฟนจากประเทศจีน ลุยตลาดในไทย โดยเปิดตัว SuperD รุ่น D1 สมาร์ทโฟน 3 มิติ มาพร้อมกับ Full Display Mode หน้าจอ 3 D (3 มิติ)สามารถรับชมด้วยตาเปล่า ไม่ต้องสวมแว่นหน้าจอ 5.5 นิ้ว และรองรับอุปกรณ์เสริมแว่น SuperD VR ZERO ได้ด้วย กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล สนนราคา 7,900 บาท

ช็อปออนไลน์

PayPal ผู้ให้บริการการชำระเงินแบบดิจิทัลระดับโลก ร่วมกับ อิปซอสส์ (Ipsos) รายงานการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกปี 2016 โดยสำรวจพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภค ใน 32 ประเทศ ระบุว่าในไทย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากจำนวนผู้บริโภคที่ช็อปออนไลน์ข้ามประเทศ 54 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะช็อปสินค้าหมวดหมู่ประเภทแฟชั่นมากที่สุด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับ ตามมาด้วยสินค้าในหมวดหมู่การศึกษาและสื่อบันเทิง (40 เปอร์เซ็นต์)

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256929

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เทศกาลอาหารไทย-จีน” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์เมนูอาหารรสเลิศเน้นกลิ่นอายความเป็นไทย ผสมผสานกับเมนูอาหารจีนที่จัดเต็มความอร่อย ในราคาท่านละ 550 บาท++ พิเศษ! มา 4 จ่าย 3 ตลอดเดือนก.พ. ที่ห้องอาหารแอท คาเฟ่ โรงแรมริชมอนด์ โทร.02-8318888 ต่อ 2126

“อาหารญี่ปุ่นละมุนลิ้น” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นหลากหลายเมนู อาทิ แซลมอนในกลุ่มปลาดิบ, ชาบู, สุกี้, เทปังยากิ, ข้าวปั้นแซลมอนซอสสไปซี่, สเต๊กหอยเชลล์, สเต๊กหอยแมลงภู่สไตล์ญี่ปุ่น, กุ้งเทมปุระ ฯลฯ มื้อเที่ยงในราคาท่านละ 590 บาทถ้วน มื้อเย็นในราคาท่านละ 690 บาทถ้วน ที่ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“หูฉลามน้ำแดงเพื่อสุขภาพ” ชวนชิมหูฉลามแท้เส้นหนาคัดพิเศษ มาเคี่ยวในน้ำซุปสูตรเฉพาะยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ซุปหูฉลามชิ้นโตในน้ำซุปสีเหลืองทอง เสริมทัพความอร่อยด้วยเนื้อปู จัดเสิร์ฟพร้อมทานแบบร้อนๆ ท่านละ 1 ถ้วย พร้อมอาหารจีนแบบบุฟเฟ่ต์อีกกว่า 50 ชนิด อาทิ เป็ดปักกิ่ง, หมูหันฮ่องกง, ซีฟู้ดฮองเฮา ฯลฯ ในราคาท่านละ 880 บาท ทานหมดรับ Cash Back 100 บาท ที่ห้องอาหารสเตลล่า พาเลซ ชั้น 79 โรงแรมใบหยก สกาย โทร.02-6563939

ชวนชิม

“Valentine’s Set Menu” ชวนชิมเซตอาหารเมนูพิเศษเพื่อคู่รัก มาพร้อมเมนูออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยและเมนูจานหลักรวมกว่า 7 เมนู อาทิ สเต๊กปลาซีบาส จากฝรั่งเศส, เนื้อเซอร์ลอยสไลด์ เสิร์ฟพร้อมหอยนางรมและมัสตาร์ดไอศกรีมซอส ฯลฯ และปิดท้ายด้วยของหวานสุดเซอร์ไพรส์จากเชฟโรแรนด์ ชูว์เลอรร์ สุดยอดเชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว รวมโปรเซคโค่ อิตาเลียนสปาร์กลิ้งไวน์ ในราคาเซตละ 2,900 บาท++ ตลอดเดือน ก.พ. ที่ร้านแกลเลอเรีย มิลาโน ชั้นจี ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ ไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้มอลล์ สุขุมวิท 20 โทร.02-6634988

 

“Yakiniku and Spicy Yakiniku” ชวนชิมเมนูดงบุริ ข้าวหน้าญี่ปุ่นแบบต่างๆ ปรุงด้วยซอสสูตรลับต้นตำรับจากโตเกียว 4 เมนูความอร่อยใหม่ ทั้งข้าวหน้าเนื้อย่าง ที่คัดสรรเนื้อคุณภาพพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศ ข้าวหน้าหมูย่าง, ข้าวหน้าเนื้อย่างรสเผ็ด และข้าวหน้าหมูย่างรสเผ็ด เสิร์ฟพร้อมสลัดและซุปมิโสะ ในราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 159-179 บาท พิเศษแลกซื้อไข่ออนเซนได้ในราคาเพียง 9 บาท จากปกติ 25 บาท เมื่อสั่งเซตเมนูโปรโมชั่น วันนี้-31 มี.ค. ที่ร้านโยชิโนยะ ทุกสาขา โทร.02-6633888

 

“Mister Donut Very Berry” ชวนชิมโดนัทเนื้อนุ่ม ที่ยกระดับความพรีเมียมด้วยสตรอเบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ 2 รสชาติ ได้แก่ เวรี่สตรอเบอร์รี่ ไส้สตรอเบอร์รี่ ท็อปปิ้งครีมสตรอเบอร์รี่และเนื้อสตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำเต็มคำ และเวรี่บลูเบอร์รี่ ไส้บลูเบอร์รี่ ท็อปปิ้งครีมบลูเบอร์รี่และเนื้อสตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำเต็มคำ เสิร์ฟคู่กับหลอดบีบสตรอเบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ ในราคาชิ้นละ 35 บาท
วันนี้-31 มี.ค. ที่ร้านมิสเตอร์ โดนัท ทั้ง 10 สาขาที่ร่วมรายการ

ชวนช็อป

“HomePro Super Shock Sale” ชวนช็อปวัสดุและอุปกรณ์แต่งบ้าน ลดสูงสุดกว่า 70% พร้อมลุ้นรับฟรี บัตรของขวัญ
โฮมโปร มูลค่า 45,000 บาท สมาชิกโฮมการ์ดรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% วันนี้-26 ก.พ. ที่โฮมโปร ทุกสาขา

“Zen Lady In Style” ชวนช็อปสินค้าคอลเลคชั่นใหม่สุดชิคของสาวแฟชั่นนิสต้า ลดสูงสุด 70% เคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 30% รับส่วนลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนน The1Card วันนี้-23 ก.พ. ที่แผนกสตรี ชั้น 1-4 ห้างสรรพสินค้าเซน และ Marks & Spencer เซ็นทรัลเวิลด์

“Mitsubishi Electric VIP Sale” ชวนช็อปผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้านวัตกรรมใหม่จากแบรนด์มิตซูบิชิ อาทิ เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ฯลฯ ในราคาสุดพิเศษพร้อมของสมนาคุณมากมาย วันนี้-19 ก.พ. ที่แคสคาต้า ชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

 

ชวนใช้

“มิชลินโปรโมชั่นหั่นราคา” ชวนใช้ยางมิชลิน อะจิลิส ยางคุณภาพเยี่ยมในราคาสุดคุ้ม เอาใจบรรดารถตู้โดยสารสาธารณะ พร้อมลงทะเบียนลุ้นรับเหรียญมิชลินทองคำอีกมากมาย ระหว่างวันที่ 20-25 ก.พ. ที่บริเวณสถานีรถตู้ จตุจักร, เจเจกรีน, ตลาดมีนบุรี, ตลาดแฮปปี้แลนด์, ขนส่งหมอชิต, สถานีขนส่งสายใต้ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

“A Touch of White Wedding Fair 2017” ชวนใช้แพ็กเกจงานแต่งงานราคาพิเศษ ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ชมแฟชั่นโชว์ชุดเจ้าสาว พร้อมลุ้นรับรางวัลตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-ไทเป 2 ที่นั่ง พร้อมที่พักฮันนีมูน 3 วัน 2 คืน, รางวัลที่พักโรงแรมหรูที่ภูเก็ต, รางวัลพลอยรูปหัวใจสีชมพู ฯลฯ วันนี้-19 ก.พ. เวลา 10.00-20.00 น. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โทร.02-2380230

“Fortune Town Education Days 2017” ชวนใช้คอร์สเรียนเสริมทักษะกว่า 13 สถาบัน อาทิ ร้องเพลง เต้น ดนตรี ศิลปะ คอมพิวเตอร์ ภาษาต่างประเทศ วิทย์ คณิต หรือติวเฉพาะเพื่อเข้าสอบในระดับต่างๆ ฯลฯ โปรโมชั่นพิเศษต้อนรับปิดเทอม วันนี้-31 มี.ค. ที่ชั้นจี Education Zone ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ โทร.02-6411884

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนข้าวผัด อาหารคาร์โบไฮเดรตหลักปรับเป็นเมนูหลากหลาย ผสมทั้งวัตถุดิบแบบไทยๆ ในวันพุธที่ 22 ก.พ. และตอนละครลิง คืนถิ่นงานวัด การแสดงมหรสพที่เคยเป็นที่นิยม ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา ในวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.พ. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก
ช่อง 7

“TK park Music Ed. 2017:Jazz Happens” ชวนชมและรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ บรรเลงโดยกลุ่มคนดนตรีแจ๊ส รวมมิตรศิลปินคุณภาพ ในวันเสาร์ที่ 18 ก.พ. เวลา 16.00-18.00 น. ที่ห้อง Learning Auditorium อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 Dazzle Zone ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-2574300

“โครงการอ่านหนังสือพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9” ชวนชมนิทรรศการหนังสือพระราชนิพนธ์ กิจกรรมการอ่านหนังสือริมทะเล และกิจกรรมชวนเด็กๆ อ่านหนังสือ ทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน เวลา 13.00-16.30 น. ตลอดเดือนก.พ.-มิ.ย. พร้อมฟังเสวนาพระราชนิพนธ์ 2 เรื่อง ในวันเสาร์ที่ 18 ก.พ. ที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โทร.032-508443-5

 

คุณหมอนักเขียน ‘หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล’ อินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพและความงาม ในโลกโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256946

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เอาใจสาวๆ ที่รักสุขภาพและความสวยความงามกันอีกแล้ว สำหรับรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ช่วง Focus On สัปดาห์นี้พิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” พาไปพูดคุยกับ “หมอผิง-พญ.ธิกากานต์ รุจิพัฒนกุล” คุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เป็นคุณหมอนักเขียนที่มีผลงานพอคเกตบุคด้านสุขภาพนับสิบเล่ม และยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพและความงามในโลกโซเชียล ที่มียอดผู้ติดตามทั้งในอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ นับแสนคน

หมอผิง-พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล เล่าว่า “ประวัติการทำงานของหมอ ปัจจุบันอาจจะทำหลายอย่างหน่อย อันแรกก็คือ เป็นแพทย์ทางด้าน Anti-Aging Medicine ประจำที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และก็ทำงานด้านบริหารด้วย เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาล และก็มีงานเขียนหนังสือเกี่ยวกับด้านสุขภาพ แล้วก็มีสำนักพิมพ์ของตัวเอง เป็นสำนักพิมพ์ชื่อ PleaseHealth ก็ผลิตผลงานหนังสือแนวสุขภาพ

จริงๆ ถ้าพูดถึงประวัติการศึกษา หมอจบที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หลังจากนั้นหมอก็ไปเรียนแพทย์ที่รามาธิบดี ใช้ทุนที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ แล้วหมอก็ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ก็จบจากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา และก็จบ American Boaed Anti-Aging Medicine จากสถาบันเวชศาสตร์ชะลอวัยแห่งอเมริกา (American Academy of Anti-Aging Medicine) แล้วกลับมาเมืองไทย ก็มาทำงานที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาตลอด

นอกจากเป็นหมอทางด้านนี้แล้ว หมอก็เขียนหนังสือด้วย เขียนมาถึงปัจจุบันก็ 15 เล่มแล้ว เขียนด้วย แปลด้วย ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องดูแลสุขภาพ เพราะหมอรู้สึกว่าจริงๆ แล้วคือ เราอย่าเน้นรอแค่คนไข้ป่วยแล้วก็รักษา เราควรจะเน้นไปเรื่องของการดูแล บอกเขาด้วยว่าทำอย่างไรเขาจะไม่ป่วย หมอว่าอันนี้สำคัญกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วการทำอย่างไรถึงจะไม่ป่วย มันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต เรื่องการกิน การออกกำลัง ซึ่งอ่านแล้วทำเองได้ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง

สาวๆ จะสนใจกันมากๆ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เกี่ยวกับเรื่องความงามด้วย เพราะจริงๆ แล้วเรื่องความสวยงามมันต้องเริ่มจากข้างใน บางคนพอพูดถึงความสวยงามก็จะไปเน้นเรื่องของภายนอก โดยที่ลืมคิดไปว่าจริงๆ แล้วมันต้องเริ่มจากการทานเลย ถ้าเราทานถูกวิธี มันก็ส่งผลถึงผิวพรรณ ถึงรูปร่าง หรือแม้แต่การออกกำลังกาย จริงๆ มันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของผิวพรรณ เรื่องของการชะลอวัย

สำหรับหนังสือทั้ง 15 เล่มที่หมอเขียนนั้น ก็มีเล่มที่คนอาจจะรู้จักกันและพิมพ์เยอะ เป็นผลงานแปล คือ วิตามินไวเบอร์ น่าจะพิมพ์ซ้ำไป 17 ครั้งแล้ว ถ้างานเขียนก็จะมี ผอมได้ไม่ต้องอด, เลิกลดแล้วจะผอม อันนี้จะมาคู่กันเป็นเรื่องของการลดน้ำหนัก ก็พิมพ์หลายครั้งแล้วเหมือนกัน แล้วก็เล่มที่เป็นเล่มแรกของสำนักพิมพ์ PleaseHealth ที่หมอทำเองจริงๆ ก็คือ อ่านแล้ว Young เป็นเล่มแรกของสำนักพิมพ์แล้วก็พิมพ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ก็ถือว่าฟีตแบ๊กดี

ถามว่าเป็นหมอก็มีภารกิจมากมายอยู่แล้ว ทำไมถึงมีเวลามาเขียนหนังสือ แล้วมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจนั้น คือหมอเป็นคนชอบอ่าน ก็อ่านตั้งแต่เด็กแล้ว อ่านทุกอย่างเลย พออ่านไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกอยากจะเขียนบ้าง แรกๆ ก็เขียนทั่วๆ ไป เขียนเหมือนไดอารี แล้วเราก็เริ่มมาช่วงวัยรุ่นก็อยากเขียนพวกเรื่องสั้น แล้วพอเราเริ่มมาเรียนเกี่ยวกับทางด้านผิวหนัง ทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เราก็พบว่าจริงๆ มันเป็นเรื่องราวที่น่าถ่ายทอดออกมาให้คนอ่าน หมอก็เลยเริ่มมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เป็นนอลฟิคชั่น

แรกๆ ก็คือหัดเขียนไปเรื่อยๆ สักปีหนึ่งได้หมอก็เริ่มปรับ แล้วก็ลองส่งไปยังสำนักพิมพ์ดังๆ ในเมืองไทยดู พอเขารับงานเขียน เราก็เลยได้ออกมาเป็นรูปเล่ม เริ่มแรกเราทำให้สำนักพิมพ์คนอื่น เราก็เริ่มรู้สึกว่าเขียนมันก็สนุกนะ แต่ว่าในโปรดักชั่นอื่นๆ ของการทำหนังสือเล่มหนึ่ง มันยังมีทั้งในส่วนของอาร์ตไดเร็คชั่น การทำปก อะไรต่างๆ เราอยากลองทำทั้งหมดเลย ก็คือควบคุมเองทุกอย่าง ก็เลยเปิดเป็นสำนักพิมพ์

ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเปิดสำนักพิมพ์อะไรจริงจัง พูดง่ายๆ เหมือนเราอยากลองทำเองสักเล่มหนึ่งดู ก็คือเล่ม อ่านแล้ว Young นี่แหละ ก็หาข้อมูลแล้วก็ลองติดต่อและทดลองทำ ทำแล้วติดใจ มันเริ่มรู้สึกว่าสนุกดี ปกติจะเขียนเฉยๆ ก็เลยเริ่มชวนน้องคนอื่นที่เป็นหมอ มาเขียนหนึงสือกับเรามั้ย และก็เลยเริ่มทำมาเรื่อยๆ กลายเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง กลายเป็นงานอีกชิ้นหนึ่ง

เรื่องแบ่งเวลา ก็แบ่งเวลายากเหมือนกัน แต่ว่าหลักๆ คือเวลาอยู่ที่โรงพยาบาล เราก็ทำงานของโรงพยาบาลไป แต่ว่าพอกลับบ้านตอนเย็น หมอก็จะนั่งเขียนงาน นั่งสะสางงานของตัวสำนักพิมพ์ แล้วก็ในวันหยุดอย่างวันอาทิตย์ คือโชคดีที่หมอเป็นคนไม่ค่อยดูละคร เฟซบุ๊คก็ไม่เล่น ก็เลยเอาเวลามาโฟกัสตรงนี้ได้

และหมอก็เป็นคนทำอาหารด้วย การพักผ่อนรีแลกซ์ของหมอก็คือ ทำอาหาร มีอินสตาแกรมทำอาหารเช้าให้ดูทุกๆ เช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ เป็นอาหารสุขภาพ ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมเพราะว่าทุกคนกำลังฮิตเรื่องคลีนฟู้ด หมอว่ามันสนุกคือ คลีนฟู้ดกินก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดเราทำเองได้มันจะสนุกและยั่งยืนมากขึ้น เพราะว่าเวลาเราทำเองได้ 1.คือมันประหยัดกว่า 2.คือเรารู้ใจเราว่าเราชอบกินแบบไหน เราก็ทำแบบที่เราชอบ แล้วเราก็ได้ครีเอทเมนูของเราเอง

ส่วนเรื่องการแบ่งเวลา การบริหารเวลาการทำงาน การใช้ชีวิตส่วนตัว แล้วทำให้เราดูสดใสมีความสุขถามว่าหมอมีหลักการอะไรในการประกอบธุรกิจและดำเนินชีวิตบ้าง ตรงนี้หมอว่า วินัยสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะการเป็นหมอ หรือว่าการจะเป็นนักเขียน หรือทำสำนักพิมพ์ อย่างแรกคือต้องมีวินัยในตัวเองก่อน 2.เราต้องหมั่นหาความรู้หาอะไรมาเติมตัวเองตลอดเวลา เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นงานหมอเอง หรือการเป็นนักเขียน เราก็ต้องหมั่นหาวัตถุดิบใหม่ๆ ให้กับตัวเอง และ3.ก็คือหมอว่าเราต้องคิดถึงใจคนอื่นเสมอในการทำงาน อย่างการเป็นแพทย์เราก็ต้องนึกถึงใจคนไข้ หรือการทำงานเขียนก็ต้องนึกถึงใจคนอ่าน หมอว่าถ้าเรามี 3 สิ่งนี้ได้ งานอะไรมันก็ผ่านพ้นไปได้ และประสบความสำเร็จ”

คุณแหน : 18 กุมภาพันธ์ 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256939

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● ผู้ปกครองสถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร ศิริดา ทรงธรรมเสนีย์ นำเด็กๆ ในอุปการะและเจ้าหน้าที่รับฟัง
การถ่ายทอดประสบการณ์
 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ “ปั่นข้ามฝัน 2,000 วันรอบโลก” จากครอบครัวนักปั่น เจริญ-อรวรรณ
โอทอง เพื่อเป็นแนวทางในการตั้งเป้าหมายของชีวิตและการวางแผนเพื่อบรรลุเป้าหมาย ด้วยการสั่งสมความรู้ที่จำเป็น เทคนิควิธีการ และปรัชญาการดำเนินชีวิต จัดโดย มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน ปตทเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

●● ไปขึ้นเขาวงพระจันทร์ ลพบุรี บุญเอื้อ เฉลยเพียร เป็นผู้พิชิตบันได 3,790 ขั้นโดยไม่ต้องใช้ความเพียรสักเท่าใด เจ้าตัวบอกว่า แค่นี้สบายมาก

●● คนปีขาลเฮง ประชุม สาริกบุตร ให้ลูกสาวไปซื้อลอตเตอรี่เลข 14 วันวาเลนไทน์ ถูกเลขท้ายไปเรียบร้อย ดีใจเหมือนถูกรางวัลใหญ่ เพราะนานๆ จะเสี่ยงโชคสักครั้ง

●● งานสังสรรค์ ชาววารสารฯ ธรรมศาสตร์ 2513-2516 ปีนี้กำหนดงานตรงกับวันเกิดของ สุพัตรา จริยานันทเนตร เลยได้รับประทานไอศกรีมทุเรียนและไอศกรีมดอกกุหลาบจากร้านไอซ์เดียแทนขนมเค้ก ซึ่งเบิร์ธเดย์เกิร์ลอยากรับประทานมานานแล้ว คราวนี้ได้สมมาดปรารถนา ด้วยการหิ้วมาของ พรทิพย์ สาริกบุตร เพื่อนร่วมรุ่นผู้แสวงหาของอร่อยเจ้าดังมาชิมอยู่เสมอคนหลังใกล้ๆ จะเปิดรายการ “อ้วนชวนชิม” เร็วๆ นี้

●● วันที่ 19 ก.พ. นี้ โจแซท มือกีตาร์ชื่อดัง พร้อมวงดนตรีหลายวงจะมาโชว์ที่ Center Point Studio สุขุมวิทซอยลาซาล ผู้มีดนตรีในหัวใจตามไปชมกันได้

●● วันที่ 19 ก.พ. เหมือนกัน เทวี แย้มสรวล เป็นพิธีกรในการอภิปรายทางวิชาการเกี่ยวกับโรคหัวใจ อาจไม่ต้องผ่าตัด ที่โรงพยาบาลสุขุมวิท ตอนช่วงเช้า

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ธัญญลักษณ์ พจนพิสุทธิ์ ที่สูญเสียมารดา สวดที่วัดบางชัน รามอินทรา 109 พระยาสุเรนทร์ กำหนดฌาปนกิจ วันที่ 18 ก.พ. เวลา 15.00 น. ..

●● พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ลงที่แม่หมอ ฟองสนาน จามรจันทร์ ถูกผู้ไม่ประสงค์ออกนามแต่ประสงค์ออกภาพและเสียงใส่ร้ายเรื่องที่ไม่จริง หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งกลับจากไปกราบสังเวชนียสถานที่อินเดียมาหมาดๆ…

●● แฟนคลับรายการวิทยุส่งความห่วงใยมายัง สุพจน์ ผจญยุทธ์ ที่จู่ๆ ก็ป่วยไข้ไม่สบายต้องแอดมิทที่โรงพยาบาลวิภาวดี เมื่อตอนต้นสัปดาห์

●● วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ทัศนีย์ ชาญวีรกูล ได้รับดอกกุหลาบสีแดงช่อโตจาก ชวรัตน์ สามี อันแสดงให้เห็นว่า “รักเราไม่เก่าเลย”…หลายคนเห็นแล้วบอกตรงว่า “อิจฉา” ก็พูดไปประสาคนอิจ
ที่ครอบครัวไม่อบอุ่น
 !!… ●●

 
บารอนเนส

Fashion Update : ชาร์ลส แอนด์ คีธ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256945

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชาร์ลส แอนด์ คีธ (CHARLES & KEITH) เผยโฉมคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2017 พร้อมภาพยนตร์โฆษณา ที่มี เกล็น ลัชฟอร์ด (Glen Lushford) มากำกับผลงานและออกแบบท่าเต้นโดย สตีเฟน กัลโลว์เวย์ (Stephen Galloway) ผ่านการเล่าเรื่องของ แอลลี่ เออร์เทล (Ally Ertel) และ เพย์ตัน ไนท์ (Peyton Knight) สองนางแบบที่ได้พัฒนาจากคนแปลกหน้ากลายมาเป็นมิวส์ของกันและกัน ภาพยนตร์โฆษณาที่สีสันแจ่มชัดนี้ ทำให้เราได้เห็นการค้นหาตัวตนของทั้งสองคน และข้อสรุปที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดมากนัก เพราะศิลปะสามารถถ่ายทอดในสิ่งที่คำพูดไม่สามารถทำได้

คอลเลคชั่นนี้ให้ความสำคัญกับรายละเอียด องค์ประกอบ และวัสดุต่างๆ คาแร็กเตอร์อันโดดเด่นมีให้เห็นตั้งแต่อารมณ์สบายๆ ไปจนถึงความร่าเริง สดใส และสีสันอันหลากหลาย ที่ก่อให้เกิดความแตกต่างแบบไม่ได้ตั้งใจ มู้ดที่ผ่อนคลายแต่ในขณะเดียวกันก็มีความโดดเด่นในตัวเอง

โทนสีพาสเทลที่ดูนุ่มนวลตามแบบดั้งเดิมนั้น จะมีความเข้มข้นขึ้น ในคอลเลคชั่นนี้มีตั้งแต่รองเท้าแตะแบบสลิปออน, รองเท้าส้นแบนพร้อมสายพันข้อเท้า และกระเป๋าตกแต่งด้วยหมุดในโทนสีพาสเทลผสานเมทาลิก ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของความหวานแบบเฟมินีนนั้นเปลี่ยนไป กลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและมีเสน่ห์น่าค้นหาในตัวเอง

 

ความคิดสร้างสรรค์ ได้รับการถ่ายทอดให้เห็นผ่านทางการใช้สีสันสดใส ที่ดูมีชีวิตชีวา วัสดุ และองค์ประกอบ อาทิ สายโซ่และตะขอเกี่ยว โทนสีสดใส พู่ห้อยแบบแฮนด์เมด ดีเทลของเชือกถัก งานปักและตะเข็บที่ร้อยด้วยเชือกหนัง สิ่งเหล่านี้ล้วนมีให้เห็นในรองเท้าแบบมูลส์ รองเท้าส้นแหลมหัวเปิด และรองเท้าบู๊ตแบบที่เผยให้เห็นช่วงนิ้วเท้า

นอกจากนี้ ยังมีคอลเลคชั่นแคปซูลชิ้นพิเศษของแอคเซสซอรี่ที่ตกแต่งด้วยพู่หลากสี มีทั้งกระเป๋าสะพายข้าง ต่างหูประดับพู่ และสร้อยข้อมือ ที่จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในเว็บไซต์ CHARLESKEITH.COM เท่านั้น ส่วนเครื่องประดับอื่นๆ จะมาในแนวของรูปทรงที่เรียบโก้และตกแต่งด้วยลายหินอ่อนต่างชนิดกัน

สาวก ชาร์ลส แอนด์ คีธ (CHARLES & KEITH) เมืองไทย ตามไปอัพเดทคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2017 ได้ที่ร้านชาร์ลส แอนด์ คีธ ทุกสาขานะคะ

 

ทัพนักร้องโชว์ละครเวทีเพลงเทิดพระเกียรติ ‘รากฟ้า กับ แสงดิน’ ในรัชกาลที่ ๙

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256935

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จบการแสดงไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับละครเวทีบทเพลงพระราชนิพนธ์เทิดพระเกียรติของในหลวงรัชกาลที่ ๙  ครั้งแรกที่จะได้ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของละครเวที กับบทเพลงพระราชนิพนธ์เรื่อง “รากฟ้า กับ แสงดิน” ในรัชกาลที่ ๙ จัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันดนตรีมาตรฐานสากลรัชปาร์มิวสิค กำกับการแสดงโดย นิมิต พิพิธกุล ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2550 ซึ่งเป็นละครเวทีที่เกี่ยวกับ “เรื่องราวของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีความเชื่อในรากที่งอกจากฟ้าและเหยียดรากลงสู่ผืนดินว่าจะเป็นแรงพลังแห่งการสร้างความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านอย่างยั่งยืน” โดยละครเรื่อง “รากฟ้า กับ แสงดิน” ในรัชกาลที่ ๙ นี้ นำพาเข้าไปสู่ห้วงเวลาแห่งความตื่นเต้นและความสุขโดยได้ศิลปินรุ่นใหญ่ วินัย พันธุรักษ์ ที่ได้ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” ได้อย่างไพเราะ และ แอน-นันทนา บุญ-หลง ที่ได้ขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ไกลกังวล” พร้อมด้วย เนย-วรัฐฐา อิมราพร และ แจม-ชรัฐฐา อิมราพร ที่ได้นำเพลง “สายลม” และนักแสดงอีกมากกว่า 50 ชีวิต กับบทเพลงพระราชนิพนธ์กว่า 30 เพลงเต็มอิ่มตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงเต็ม ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

รวมพลคนรักการวิ่ง มินิมาราธอน เดิน-วิ่งการกุศล ‘ไทยคม 10K 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256941

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ฉลอง 25 ปี จัดกิจกรรมรวมพลคนรักการวิ่ง มินิมาราธอน เดิน-วิ่งการกุศล บริเวณสะพานพระราม 8 ในงาน ไทยคม 10K 2017 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่พระราชทานความห่วงใยเรื่องสุขภาพพลานามัยของพสกนิกรชาวไทยเสมอมา พร้อมชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่าห้าแสนบาท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรการแข่งขันส่วนหนึ่ง ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

มินิมาราธอน เดิน-วิ่งการกุศล “ไทยคม 10K 2017” จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านพระราชทานถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศ Overall ในระยะทาง 10 กม.
ทั้งประเภทชายและหญิง พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท และยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ “BEAT YOUR BEST : ท้าวัดใจสร้างสถิติใหม่ของคุณ” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม SUB 50 / SUB 55 หากนักวิ่งชายที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 50 นาที (SUB 50) และนักวิ่งหญิงที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 55 นาที (SUB 55) ในระยะทาง 10 กม. มีสิทธิได้รับของที่ระลึกพิเศษที่บันทึกถึงสถิติการวิ่งในครั้งนี้เช่นกัน และรางวัลพิเศษ “ไทยคมท้าทั่วไทยสร้างสถิติใหม่ของคุณ” มอบให้แก่นักวิ่งชายหญิงที่สามารถทำลายสถิติเวลาในระยะ 10K โดยนักวิ่งชายจะต้องสร้างสถิติบนทางวิ่งให้ได้ต่ำกว่า 29.15 นาที นักวิ่งหญิงจะต้องเข้าเส้นชัยให้ได้ต่ำกว่า 35.00 นาที ทั้งนี้ ด้วยวัตถุประสงค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของงานวิ่งไทยคม คือ “ต้องการสนับสนุนและยกระดับมาตรฐานของนักวิ่งชาวไทยให้ทัดเทียมระดับสากล” โดยไทยคมไม่ได้เพียงต้องการสนับสนุนนักกีฬาเข้าสู่ทีมชาติ แต่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเห็นประโยชน์ของการออกกำลังกายรักษาสุขภาพ ไปพร้อมๆ กับพัฒนาพื้นฐานการวิ่งของคนในประเทศชาติให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพราะด้วยการวิ่ง เป็นวิธีการออกกำลังกายที่สะดวกที่สุด และเป็นกีฬาที่สามารถชวนกันมาได้ทั้งครอบครัว ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวได้อีกด้วย

 

จีรนันท์ ห้องแซง จากชีวิตติดลบสู่ออกาไนซ์มือทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256937

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากอดีตผู้บริหารบริษัทข้ามชาติ เงินเดือนเหยียบแสน ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจเทรดดิ้งและธุรกิจก่อสร้างโครงการหลาย
ร้อยล้าน หากไม่เพราะพิษเศรษฐกิจหรือโชคชะตาเล่นตลก ทำให้ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์กลับกลายเป็นสิ้นเนื้อประดาตัว แต่เพราะความเป็นนักสู้ในตัว ทำให้ จีรนันท์ ห้องแซง ไม่เคยมีคำว่าท้อแท้บรรจุไว้ในสมอง ตั้งต้นชีวิตใหม่จากศูนย์สู่การเป็นผู้บริหาร M.A.I Organizer ธุรกิจรับเหมาพื้นที่จัดงานขายสินค้าในศูนย์การค้าฯ มานานกว่า 5 ปี

“เคยเป็น จีเอ็ม บริษัทต่างชาติอยู่ 16 ปี แล้วออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากธุรกิจเทรดดิ้งก่อน แล้วก็มาจับธุรกิจรับเหมา ทำสองอย่างไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจเทรดดิ้งก็ไปได้สวย ก็ไปทุ่มเทให้กับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความประมาทของตัวเอง เห็นว่าเทรดดิ้งมันรันไปได้เราก็ปล่อย ปรากฏว่าเศรษฐกิจซบเซา สต๊อกสินค้าเยอะแต่ขายไม่ออก รับเหมาก็สะดุด ทุกอย่างมันพัง จากเจ้าของธุรกิจกลายมาเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าตามตลาดเปิดท้ายแบบนั้น เจอเพื่อนที่เขาเป็นระดับผู้บริหารบริษัทใหญ่ๆ มาทัก ดิฉันไม่อายนะ เพราะคิดว่าถ้าเราไม่ทำ ไม่หาเลี้ยงตัวเองจะหวังพึ่งใคร ล้มได้ก็ต้องลุกได้ ขายเสื้อผ้าอยู่ได้ 2 ปี เคยไปออกบูธในห้างสรรพสินค้าตามงานต่างๆ ก็เห็นธุรกิจเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า แล้วเอามาขายต่อให้คนมาขายของ มันน่าสนใจ น่าจะมีช่องทางที่เราจะทำได้ ก็ใช้เวลาศึกษาในธุรกิจรับเหมาพื้นที่จัดงานขายสินค้าในศูนย์การค้ากว่า 6 เดือน จนรู้ช่องทางการติดต่อกับศูนย์การค้าและเจ้าของสินค้าต่างๆ จึงได้เข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว”

M.A.I Organizer ตั้งชื่อตามชื่อเล่น “ไหม” ของตนเอง จีรนันท์ บอกว่า เธอเริ่มธุรกิจนี้ด้วยเงินทุนที่ได้จากการกู้เงินนอกระบบรายวัน เมื่อจัดงานได้จึงแบ่งผลกำไรที่ได้ส่วนหนึ่งไว้เป็นทุน และอีกส่วนหนึ่งนำไปใช้หนี้ จนในที่สุดก็สามารถตั้งตัว และมีเงินทุนหมุนเวียนเป็นของตัวเอง

“การอยู่ในธุรกิจนี้การสร้างความน่าเชื่อถือ หรือสร้างเครดิตให้กับตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการที่เราเป็นคนโนเนมเข้าไปติดต่อเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าหรูๆ ถึงแม้เราจะเอาเงินไปให้เขาก็ตาม ก็ใช่ว่าเขาจะขายพื้นที่ให้เรา แต่ละงานที่เราไปขายโครงการกับห้างสรรพสินค้าหลักๆ คือโครงการนั้นๆ เหมาะกับภาพลักษณ์ของพื้นที่หรือเปล่า เพราะห้างสรรพสินค้าเขาก็ต้องรักษา
ภาพลักษณ์ตัวเอง โครงการมีความน่าสนใจ โดดเด่นหรือไม่ และงานของเราจะดึง End user หรือผู้บริโภคมาให้เขาได้หรือไม่ อันนี้ก็สำคัญ อีกด้านหนึ่งก็คือ กลุ่มร้านค้าที่เราไปขายพื้นที่ให้เขามาลงงานกับเรา ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้เขาได้ว่าเขามาซื้อพื้นที่เรา แล้วเขาจะขายได้ ไม่ใช่ว่าเราเองรับเงินมาส่วนเขาจะขายได้หรือไม่ได้ ไม่สนใจ แบบนั้นเป็นการตีหัวเข้าบ้าน สุดท้ายคือ
เราเองก็จะไม่รอด”

ในการทำงานใดๆ ก็ตาม ย่อมอาจเกิดปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนจบงาน จีรนันท์ ยอมรับว่า ไม่มีงานไหนที่ไม่เกิดปัญหา ถึงแม้ว่าจะมีการวางแผนไว้อย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม

“เราต้องเตรียมพร้อมรับมือหาทางแก้ให้ดีที่สุด เราต้องคำนึงถึงห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ฝ่ายที่เป็นลูกค้าของเราคือ ร้านค้าที่มาซื้อพื้นที่ และตัวเราเองในฐานะเจ้าของงาน ต้องเห็นใจซึ่งกันและกัน เราต้องเดินไปด้วยกันให้ได้ เวลาจะแก้ปัญหาอะไรก็ต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะมีผลกระทบกับใครอย่างไร คือแก้ปัญหาให้ทุกฝ่ายได้รับความพึงพอใจเท่าที่จะทำได้ เพราะสุดท้ายมันคือเครดิตของเรา ถ้าเราทำไม่ดี ห้างที่ไหนจะยอมปล่อยพื้นที่ให้เรา ส่วนร้านค้านี่ถ้าเราดูแลเขาดี เขาก็อยู่กับเรานาน เวลาเราไปจัดงานที่ไหน เขาก็อยากไปกับเรา ถ้าเรารักษาฐานลูกค้าได้เวลาจัดงานอะไรก็สบายไม่ต้องคอยวิ่งหาลูกค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา”

กว่า 5 ปี ในธุรกิจนี้ จีรนันท์ บอกว่า ประเภทสินค้าที่ถนัดที่สุดอยู่ในกลุ่มแฟชั่นและอาหาร และงานตามฤดูกาลหรือเทศกาลสำคัญตลอดปี แต่ในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับยานยนต์นั้นยอมรับว่ายังเข้าไม่ถึง โดยกลุ่มที่น่าสนใจที่เธอกำลังศึกษาเพื่อเจาะตลาดอยู่คือ กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การตกแต่งบ้าน

“ดิฉันจะไม่จับงานที่เราไม่ถนัด แต่ถ้าจะทำอะไรก็ต้องศึกษาธุรกิจก่อน เราจะอยู่กับที่ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเก่งเรื่องสินค้าแฟชั่นและอาหาร แล้วเราก็จะอยู่แค่นี้ ดิฉันชอบอะไรที่ท้าทายความสามารถ ที่สำคัญคือทุกวันนี้มีทีมงานกว่า 40 ชีวิตที่ต้องดูแล บางงานทำไป กำไรไม่ได้เยอะ แต่ก็ต้องทำ เพราะทีมงานก็ต้องอยู่ได้ ตัวดิฉันเองไม่เป็นไร ทีมงานต้องมาก่อน เราอยู่กันแบบครอบครัว ส่วนใหญ่ก็อยู่กันมาตั้งแต่บริษัทยังไม่มีอะไร ฝ่าฟันกันมา มันก็เป็นพลังให้ตัวเองในการทำงานด้วยว่า เราจะหยุดไม่ได้ ต้องครีเอทงานดีๆ ไปเสนอเจ้าของพื้นที่ ไปเสนอลูกค้าให้เขามาซื้อพื้นที่เรา”

ก้าวต่อไปของ M.A.I Organizer จีรนันท์ วางแผนที่จะสร้างทีมงานที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ขยายขีดความสามารถในการจัดงานที่หลากหลายในเวลาเดียวกันได้ โดยมุ่งหวังที่จะรุกคืบการเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานในศูนย์การค้าระดับ Hi-End ของประเทศมากขึ้น

“ทุกวิกฤติจะมีโอกาสให้เราเสมอ เพียงแต่เราต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเองก่อน ให้คิดว่า ล้มได้ก็ลุกได้ เหมือนกับเธอที่เคยล้มและลุก พลิกชีวิตติดลบ จนค้นพบธุรกิจและงานที่สร้างโอกาสให้กับชีวิตเธออีกครั้ง”

ปลดปล่อยจิตวิญญาณไปกับ’ลี คูเปอร์’ คอลเลคชั่นรับซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/256853

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560, 09.09 น.

     ลี คูเปอร์ แบรนด์แฟชั่นยีนส์สุดฮิปจากเกาะอังกฤษ โดย เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี) ชวนชาวฮิปสเตอร์มาร่วมแหกกฎ ปลดปล่อยจิตวิญญาณความเป็นคุณ ไปกับคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายใหม่ล่าสุดประจำซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 โดยคอลเลคชั่นนี้ ลี คูเปอร์ ได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด Release Your Rebel” ที่สะท้อนภาพหนุ่มสาวในกรุงลอนดอนฝั่งตะวันออก ผู้ที่มีแนวคิดล้ำสมัยกว่าใคร ไม่เกรงต่อขนบใดๆ และกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ผ่านหลากหลายแง่มุมที่ไม่จำกัดแค่เพียงแต่สไตล์การแต่งตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแนวคิดการดำเนินชีวิต ผลงานศิลปะ แนวดนตรี แม้กระทั่งสังคมโดยรอบ เพื่อค้นพบจิตวิญญาณที่แท้จริง โดยมีแนวการออกแบบจากวัฒนธรรมดนตรีร็อคอะบิลลี่ (Rockabilly) ในยุค50 ที่รุ่งเรืองถึงขีดสุด มีการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นในย่านอีสท์ลอนดอน ตามยอดตึกระฟ้า จนกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับจัดแสดงคอนเสิร์ตสไตล์ร็อกแอนด์โรลล์ และเพื่อสดุดีความกล้าหาญของกลุ่มวัยรุ่นในการปลดแอกพันธนาการทางความคิดที่ซ้ำซากจำเจ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสู่คอลเลคชั่นที่ผสานความสปอร์ตและสไตล์เทคโน ร่วมกับเทรนด์แฟชั่นที่ล้ำสมัย โดยมีคีย์ไอเท็มหลักของแบรนด์อย่าง “กางเกงยีนส์ขากระบอกทรงแฮร์รี่ (Harry) ของสุภาพบุรุษ” และ “กางเกงยีนส์เข้ารูปทรงเพิร์ล (Pearl) ของสุภาพสตรี” ที่มีการปรับดีไซน์ให้มีความล้ำสมัยขึ้น

 

โดยออกแบบให้มีทรงที่กว้างขึ้น พร้อมกับการตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าเดนิมคุณภาพสูงที่ให้สัมผัสอันอ่อนนุ่ม เบาสบาย และเทคนิคการฟอก ที่ช่วยเพิ่มมิติความหลากหลายให้คุณก้าวข้ามกฎเดิมๆ มาพร้อมกับไอเท็มเครื่องแต่งกายอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เดรส แจ็คเก็ต และแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ที่ ลี คูเปอร์ กล้า ท้า ลอง ให้คุณร่วมปฏิวัติไปด้วยกัน

พบกับ คอลเลคชั่นเครื่องแต่งกายใหม่ล่าสุดประจำซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 จาก “ลี คูเปอร์”ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่เคาน์เตอร์และร้านค้าลี คูเปอร์ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทุกสาขาทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Lee Cooper Thailand Fanpage

ภาพคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดประจำซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2017 จาก ลี คูเปอร์