พุธนี้“มงคลกิตติ์”เสนอ ประธาน สนช. รีดภาษีรายได้การศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270604

ภตช, มรัฐ, พุธ, นี้, มงคล, กิตติ์, เสนอ, ประธาน, รีด, ภาษีรายได้, การศึกษา, พุธนี้มงคลกิตติ์เสนอ, สนช, มงคลกิตติ์

พุธนี้“มงคลกิตติ์”เสนอประธานสนช.รีดภาษีรายได้การศึกษาลดงบอุดหนุนม.นอกระบบ ชี้อธิการ รายได้มากกว่า”นายกฯ”8 เท่า รอบ 10 ปีคอรัปชั่นอื้อ!! แนะตั้งคกก.ตรวจสอบคุณภาพ

          นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ เปิดเผย“เวบไซด์คมชัดลึก”ว่าในวันพุธที่ 12 เมษายน 2560 ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ และ คณะฯ จะเดินทางมาที่ อาคารรัฐสภา ชั้น 1 เวลา 11.00 น. เพื่อยื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังนี้

          เนื่องด้วย ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) ก่อนรวมตัวจัดตั้งองค์กรเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตรวจสอบ คัดค้าน การนำมหาวิทยาลัยของรัฐ เปลี่ยนสภาพไปเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(ออกนอกระบบ) ตั้งแต่ พ.ศ.2547-2552 ในนาม เครือข่ายต่อต้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ซึ่งทางองค์กร ก็ได้ดูพฤติกรรม วิวัฒนาการ ทั้งก่อน-หลัง จากมาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ว่าเงื่อนไขการออกนอกระบบ มีอะไรบ้าง พอสรุปได้ดังนี้

          ผู้บริหารอยากให้ออกนอกระบบ มีเหตุผลดังนี้(เดิม) 1.เพื่อเกิดความคล่องตัวในการบริหารมหาวิทยาลัยมากขึ้น,2.เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล(มหาวิทยาลัยต้องเลี้ยงตัวเอง),3.มหาวิทยาลัยสามารถเปิดหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานได้,4.สวัสดิการของบุคลากรในมหาวิทยาลัยเทียบเท่าเอกชน,ภาคประชาชน ไม่เห็นด้วยเพราะ(เดิม),1.นักการเมืองมีบทบาทในมหาวิทยาลัยมากขึ้น เนื่องจากงบประมาณส่วนหนึ่งยังต้องขอรับการจัดสรรจากรัฐบาล,2.ค่าเล่าเรียนอาจเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการตัดโอกาสทางการศึกษาของผู้มีรายได้น้อยทางอ้อม(คนจนเก่ง ขยันต้องได้เรียน)

            3.คณะหรือหลักสูตรที่ไม่คุ้มทุนในการเปิดสอน อาจจะต้องปิดตัวลง,4.การบริหารงานของฝ่ายบริหารอาจจะไม่โปร่งใส ตรวจสอบได้ยาก,5.เนื้อหาของร่าง พรบ. มีลักษณะเป็นกฎหมายบริหารจัดการทรัพย์สินที่ดิน ไม่ได้เป็นการบริหารจัดการการศึกษาแต่อย่างใด

            จะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมากว่า 10 ปีที่ผ่านมา การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ มีอะไรดีขึ้นบ้าง สรุปได้ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินเลี้ยงตนเองได้ ยังต้องขอเงินรัฐบาลมากขึ้นเลื่อยๆทุกปีงบประมาณ รายได้หลักๆของมหาวิทยาลัยยังพึ่ง ค่าเทอมนักศึกษา ป.ตรี ภาคสมทบ / ป.โท(ปกติ+พิเศษ)/ป.เอก (ปกติ+พิเศษ) ซึ่ง สัดส่วนผู้เรียนภาคปกติ ปัจจุบันน้อยลงกว่า 20%-45% และไปเพิ่มภาคสมทบแทน

            ซึ่งภาคปกติ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ค่าเทอมเพิ่มกว่า 300%-400% ระดับ ค่าเทอม ป.ตรี ปกติ 20,000-35,000 บาท/เทอม ป.ตรี ภาคสมทบ 50,000-65,000 บาท/เทอม ป.โท (ปกติ+พิเศษ) 220,000-300,000 บาท/หลักสูตร ป.เอก (ปกติ+พิเศษ) 450,000-1,000,000 บาท/หลักสูตร

            2.มหาวิทยาลัยยังไม่สามารถขายงานวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรม ผูกกับภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี เพื่อเป็นรายได้ ได้ ในการเลี้ยงดูตนเอง เพิ่มมูลค่าให้ทางภาคธุรกิจ โดยไม่ของบประมาณจากรัฐ ปัจจุบัน งบวิจัยที่ทำกันก็ไม่สามารถตอบโจทย์ แก้ปัญหาประเทศชาติได้ เป็นงานวิจัยประเภท ชี้นำ สนับสนุนหน่วยงานที่ให้เงินทำวิจัย หรือ ให้เงินวิจัยเพื่ออุดปากไม่ให้พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคมและประชาชน ทำให้สังคมขาดความจริง แก้ปัญหาผิด ทำให้การลงทุนภาครัฐ ธุรกิจ ลงทุนผิดพลาดสิ้นเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก

           3.รายได้ ปกติ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา ผู้อำนวยการสำนัก เฉพาะฝ่ายบริหาร เมื่อออกนอกระบบ เงินเดือนเพิ่มขึ้น 1.4-6 เท่า 4.รายได้พิเศษ ของ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา ผู้อำนวยการสำนัก อาจารย์ผู้สอน มาจาก

          เงินค่าสอน นักศึกษา ป.ตรี ภาคสมทบ/ ป.โท/ป.เอก ดังนี้ จำนวนนักศึกษา ป.ตรี ภาคสมทบ ประมาณ 738,101 คน/ปี ค่าเทอม 73,810-95,953 ล้านบาท/ปี,จำนวนนักศึกษา ป.โท ประมาณ 193,638 คน/ปี ค่าเทอม 42,600-58,091 ล้านบาท/ปี,จำนวนนักศึกษา ป.เอก ประมาณ 21,636 คน/ปี ค่าเทอม 9,736-21,363 ล้านบาท/ปี

          นอกจาหนั้น ยังมี เงินที่ปรึกษา ปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ดุษฏีนิพนธ์,-เงิน ประธานหลักสูตร รองประธานหลักสูตร กรรมการหลักสูตร ที่ปรึกษาหลักสูตร 9,000-25,000 บาท/เดือน/หลักสูตร,เงิน ค่าออกข้อสอบ-ตรวจข้อสอบ ต่อชุด,เงิน ค่าเขียนหนังสือ,เงิน รับทำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่นๆ อาทิ มหาวิทยาลัยวิจัย 3,000 ล้านบาท/ปี ไม่รวมเอกชน  ทั้งนี้ รายได้ ตามข้อ 4 ได้รับการ ยกเว้น ตาม พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2481 มาตรา 42 (7)

           แต่จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ปี 2016-2017 ตกอันดับแบบสุดๆ ม.มหิดล จาก 295 ลงไป 501-600 / ม.เชียงใหม่ จาก 551-600 ลงไป 601-800/จุฬาลงกรณ์ จาก 253 ลงไป 601-800 /ม.เกษตรศาสตร์ จาก 651-700 ลงไป 801+/ ม.สงขลา จาก 701+ ลงไป 801+

          “ถือเป็นวิกฤติของสถาบันอุดมศึกษาของไทย ที่อันดับตกลงพร้อมกับอันดับค่าความโปร่งใสของประเทศไทย จาก 76 ลงไป 101 เป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจ พ.ศ.2557-2559 ตกอันดับต่อเนื่อง) นี่ยังไม่รวม ผลการวัดมาตรฐานการศึกษาในระดับ ประถม มัธยม ที่ประเทศไทยต่ำมาก” เลขาธิการ ภตช. กล่าว

         5.ภายในมหาวิทยาลัย มีปัญหา เรื่อง การทุจริตคอร์รัปชั่น ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การใช้อำนาจกลั่นแกล้งข้าราชการ/พนักงานมหาวิทยาลัย ชั้นใหญ่-ผู้น้อย ให้ออกจากราชการ ถ้าไม่คล้อยตาม มีการเมืองเชิงผลประโยชน์ในมหาวิทยาลัยอย่างรุนแรง แอบนำเงินมหาวิทยาลัยไปใช้ เช่น ม.แถว หนองจอก มีการนำเงินค่าเทอมนักศึกษาไปหมุนก่อนเข้าบัญชีฝ่ายบริหาร ในบางมหาวิทยาลัยราชมงคล มีความขัดแย้งเชิงอำนาจ ในมหาวิทยาลแถว ชลบุรี มีการผูกขาดการเป็นฝ่ายบริหาร นับ 10 ปี ในหลายแห่ง

          นางมงคลกิตติ์   กล่าวอีกว่า ดังนั้น ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) เห็นสภาพแบบนี้มานับ 10 ปี ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องนำสู่การแก้ไข ปรับปรุง ปฏิรูป ให้ประชาชน ประเทศชาติได้ประโยชน์แบบไม่ลั่วไหล เงินได้ต่างๆที่ฝ่ายวิชาการเคยได้รับไปโดยไม่เสียภาษี จะสร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเพราะทุกสาขาอาชีพเขาเสียภาษีกัน และเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย จึงเสนอมายัง ศาสตราจารย์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก้ไข ตรวจสอบ ปรับปรุงดังนี้

      “1.เสนอขอให้ยกเลิก-แก้ไข พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2481 มาตรา 42 (7),2.เสนอให้ ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม พรบ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ใหม่ เพื่อแก้ไข ป้องกัน ให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงต่อไป,3.เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ ประเมิณคุณภาพ สมรรถนะ ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ทั้ง 24 แห่ง,4. เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ ประเมิณคุณภาพ สมรรถนะ ของมหาวิทยาลัยของรัฐ อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไข ปรับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ด่วน “เลขาธิการ ภตช. กล่าวในที่สุด

“โฆษก ทบ.” แฉ คนไม่หวังดี ปล่อยคลิปเก่าทำร้ายทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270594

เกณฑ์ทหาร, กองทัพ, คมชัดลึก, การเมือง, โฆษก, ไม่, หวังดี, ปล่อย, คลิป, เก่า, ทำร้าย, ทหาร, คนไม่หวังดี, โฆษก ทบ,  โฆษก ทบ, บิ๊กเจี๊ยบ

” โฆษก ทบ.” ลั่นนโยบาย “บิ๊กเจี๊ยบ” ดูแลพลทหารดุจพี่น้อง เชื่อคนไม่หวังดี ปล่อยคลิปเก่าเวียนซ้ำ ดิสเครดิตช่วงกองทัพเกณฑ์ทหาร

         9 เม.ย.60 – พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการนำภาพคลิปวิดีโอ กำลังพลของกองทัพบกปฏิบัติต่อกันอย่างไม่เหมาะสม มาเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียในช่วงนี้ว่า หลายๆคลิปวิดีโอเป็นเหตุการณ์เก่า และบางคลิปวิดีโอเกิดขึ้นเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ตนยืนยันว่าทุกเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอที่มีการทำร้ายร่างกายกำลังพลของกองทัพบกนั้น กองทัพบกได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้มีการสืบสวนสอบสวนจนสามารถนำผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษตามขั้นตอนกฏหมายทั้งทางด้านวินัยและอาญา

ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าอาจมีบางบุคคลพยายามนำเหตุการณ์ดังกล่าว มาตัดต่อรวมกันแล้วนำมาเผยแพร่วนเวียนซ้ำในช่วงนี้เพราะอาจมีเจตนาที่จะให้มีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือกองทัพ ดังนั้นจึงอยากขอความร่วมมือ เพราะภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำอาจมีผลต่อความรู้สึกโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบ หรืออาจทำให้เกิดความวิตกกังวลต่อผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจเลือกทหารประจำปีที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้              อย่างไรก็ตาม ขอให้มั่นใจว่า แม้ในอดีตเคยเกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์บางประการ แต่ในปัจจุบันกองทัพได้ดำเนินการอย่างจริงจังที่จะป้องกัน และแก้ไขปัญหามาต่อเนื่อง ควบคู่กับการบอกกล่าวสังคมอย่างตรงไปตรงมาต่อกรณีเกิดเหตุ และสนับสนุนให้มีการดำเนินในสิ่งที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม ทำให้ความกังวลในมุมต่างๆ ลดระดับไปมา อีกทั้งในปัจจุบันทุกหน่วยต้องยึดถือในนโยบายของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ในการดูแลกำลังพลให้ดี โดยเฉพาะในระดับพลทหารต้องดูแลเสมือนว่าเป็นคนในครอบครัว หรือญาติพี่น้องลูกหลานของเราเอง ซึ่งปัจจุบันมักมีภาพในมุมบวกที่เกิดขึ้นกับลูกหลานพลทหารถูกถ่ายทอดมาให้สังคมรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องจนทำให้ความรู้สึกสังคมโดยส่วนใหญ่มีความอุ่นใจมากขึ้น

“สุริยะใส” ห่วง !! ปฏิรูปหลงทาง..??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270546

ปยป, รธน, สุริยะ, ห่วง, ปฏิรูป, หลงทาง, สุริยะใส, ปฏิรูปหลงทาง

“สุริยะใส” แนะภารกิจ 5 ข้อหลังประกาศใช้ รธน. จี้ ป.ย.ป. เร่งคลอดผลงาน

          9 เม.ย.60 – นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ได้แสดงความห่วงใยต่อการปฏิรูป ระบุว่า ผมเห็นว่าหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชามติ หลายฝ่ายอาจคิดว่าการปฎิรูปประเทศเกิดขึ้นแล้วและทุก อย่างคงเดินไปตามโรดแมปอีก 19 เดือนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการมองข้ามบริบทและปัจจัยหลายตัวแปรที่อาจทำให้การเมืองไทยยังมีความเสี่ยง และภาระกิจเรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งที่หลายอย่างไม่เริเริ่มเลย

ฉะนั้นการวางโรดแมปเลือกตั้ง จนเกิดกระแสปี่กลองของการเลือกตั้ง อาจทำให้หลงลืมภารกิจสำคัญจนมองข้ามการบ้านต่างๆ ได้ แน่นอนสุดท้ายแล้วต้องกำหนดวันเลือกตั้ง แต่ภารกิจก่อนเลือกตั้งก็เป็นสิ่งที่ทุกภาคฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาล คสช.ต้องดำเนินการคือการปฎิรูปประเทศให้เป็นรูปธรรมก่อนเลือกตั้ง และต้องไม่มองข้ามปัจจัยหลายอย่างจนหลงทาง นั่งนับแต่วันเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งมีการบ้านหลายข้อที่ยังต้องเฝ้าจับตาและผลักดันกันต่อ เช่น ความต่อเนื่องของกระบวนการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการตรากฎหมายลูกอีกกว่า 40 ฉบับ ที่ไม่ได้มีแค่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับเท่านั้น การตรากฎหมายสำคัญเหล่านี้จะมีส่วนร่วมของประชาชนและจะเป็นดัชนีตอบโจทย์การปฏิรูปอย่างแท้จริง พรรคการเมืองไม่ควรนั่งนับถอยหลังเลือกตั้งแต่ต้องวางแผนปฏิรูปพรรค กล้าสรุปบทเรียนในฐานะที่มีส่วนสำคัญทำให้การเมืองล้มเหลว ต้องอ่านและศึกษารัฐธรรมนูญทุกมาตราอย่างจริงจัง เพราะมีกลไกใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย

ภาครัฐต้องเร่งเผยแพร่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและกลไกใหม่ๆ ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและระบบเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมต้องเตรียมความพร้อมในการเสนอความเห็นและผลักดันการจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับกฎหมายลูกและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านกระบวนการตรากฎหมายลูกหลายครั้งพบว่าบิดเบือนเจตนารมน์รัฐธรรมนูญและไม่ตอบโจทย์ปฏิรูป คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ  ป.ย.ป. จะต้องเร่งสร้างผลงานโดยเฉพาะการปฎิรูประบบราชการ เพราะกระแสเลือกตั้งมาจะทำให้ข้าราชการเกียร์ว่างมากขึ้น

ศาลอุทธรณ์ สั่ง ศาลอาญาคดีทุจริตรับไต่สวน ปูฟ้องปลัดสปน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270542

ปลัด สปน, คมชัดลึก, การเมือง, จำนำข้าว, ยิ่งลักษณ์, ศาลอุทธรณ์, สั่ง, ศาลอาญา, คดี, จริ, ตรับ, ไต่สวน, ฟ้อง, ปลัด, สปน, ปูฟ้องปลัดสปน, จิรชัย มูลทองโร่ย

“ทนายปู” เผย 21 เม.ย.ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดพร้อมคดีฟ้อง“จิรชัย มูลทองโร่ย” ปลัด สปน. รวมหลักฐานชดใช้จำนำข้าวไม่ครบขั้นตอน หลังศาลอุทธรณ์สั่งรับคดีไต่สวนมูลฟ้อง

         9 เม.ย.60 เวลา 12.30 น. นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งกลับให้ศาลชั้นต้น รับคดีหมายเลขดำ อท.44/2559 ที่ฟ้องนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องว่า ภายหลังที่ตนได้รับมอบอำนาจ ให้ยื่นอุทธรณ์คดีที่ฟ้องนายจิรชัย ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ล่าสุดศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้นัดพร้อม เช้าวันที่ 21 เม.ย.นี้ เพื่อจะให้กำหนดวันที่จะนำพยานเข้าไต่สวนมูลฟ้อง

        นายนพดล ทนายความอดีตนายกฯ กล่าวย้อนการฟ้องคดีว่า เดิมอดีตนายกฯ ได้ยื่นฟ้องนายจิรชัย ต่อแผนกคดีทุจริตฯ ในศาลอาญา ซึ่งขณะนั้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ยังไม่ได้จัดตั้งขึ้น แล้วองค์คณะแผนกคดีทุจริตฯ ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดีในชั้นตรวจคำฟ้องไปเสียก่อนโดยยังไม่ทันที่จะไต่พยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และเมื่อเรายื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนกลับไปให้ศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาขณะนี้ คือ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ตามขั้นตอน โดยชั้นนี้เรามีพยานที่จะให้ศาลไต่สวน ประมาณ 3 ปาก หนึ่งในนั้นคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ตัวความเอง ส่วนฝ่ายของนายจิรชัยในชั้นนี้ก็สามารถที่จะแต่งตั้งทนายความ เข้ามาร่วมซักถามพยานของโจทก์ได้โดยที่ตัวของนายจิรชัย ยังไม่ต้องมาแสดงตัวต่อศาลระหว่างการไต่สวน แล้วหากศาลดำเนินการไต่สวนพยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนี้ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง จะทำคำสั่งต่อไปว่าจะให้ประทับรับคำฟ้องนี้ไว้พิพากษาหรือไม่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมูลเหตุพิพาทที่ อดีตนายกฯ ยื่นฟ้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า นายจิรชัยได้มีความเห็นให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นเงินจำนวน 2.8 แสนล้านบาท ซึ่งฝ่ายโจทก์อ้างว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นายจิรชัย ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบขาดความเที่ยงธรรม ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว ไม่ไต่สวนพยานบุคคล ไม่แสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ตรวจสอบสินค้าคงเหลือให้ครบถ้วนและไม่สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่ได้นำราคาข้าวสารที่คงเหลือในสต็อกมาคำนวณหักออกจากความเสียหายก่อนสรุปปิดบัญชี นอกจากนี้คณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวยังไม่ได้สรุปว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความเสียหายที่เกิดจากหน่วยงานใด แต่กลับกำหนดความเสียหายและกล่าวหากับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าโครงการรับจำนำข้าวแล้วทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งที่โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องของนโยบายที่เน้นช่วยเหลือเกษตร หากมีความเสียหายก็ไม่ได้เกิดจากการกระทำของน.ส.ยิ่งลักษณ์โดยตรง ซึ่งศาลอาญาโดยองค์คณะแผนกคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.59 กระทั่งอดีตนายกฯ มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.59 โต้แย้งคำพิพากษาดังกล่าว

“ไก่อู” ซัด บางกลุ่มใช้ข้อห้ามสงกรานต์ ลดความน่าเชื่อถือรบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270388

ไกอู, ลดความน่าเชื่อถือ, ข้อห้ามสงกรานต์, ไก่อู, ซัด, บาง, กลุ่ม, ใช้, ข้อห้าม, สงกรานต์, ความน่าเชื่อถือ, ลดความน่าเชื่อถือรบ, สำนักนายกฯ, ช่วงสงกรานต์, ครม

“ไก่อู” ปัด “สำนักนายกฯ” คลอด 9 ข้อห้าม “ช่วงสงกรานต์” ชี้ แต่ละเรื่อง “ครม.” วอน ปชช. ร่วมมืออยู่แล้ว ซัด บางกลุ่ม หวัง ลดความเชื่อถือ รบ. พ่วง ข้อห้ามนั่งท้าย

        เมื่อวันที่8เม.ย.60 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสื่อออนไลน์นำเสนอข่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรีแจ้ง 9 ข้อห้ามเด็ดขาดในวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5-18 เม.ย.นี้ เช่น ห้ามแต่งกายโป๊รัดรูป เน้นการแต่งกายด้วยผ้าไทย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน ห้ามเล่นน้ำที่มีสิ่งเจือปน ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูงฯลฯ โดยหากฝ่าฝืนจะมีโทษหนัก ว่า สำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ออกระเบียบดังกล่าวแต่อย่างใด โดยหากพิจารณารายละเอียดเป็นข้อๆ  แล้วจะพบว่า แต่ละข้อเป็นแนวทางที่คณะรัฐมนตรีเคยขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ร่วมกันรักษาประเพณีไทยด้วยการเล่นน้ำสงกรานต์ตามวิถีไทย เพื่อส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวในปีก่อน ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีงาม

ทั้งนี้ มีความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลด้วยการผนวกเรื่องการห้ามนั่งท้ายรถกระบะและการเล่นน้ำบนถนนหรือสาดน้ำข้างทางเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการเข้มงวดซ้ำเติมประชาชน พร้อมกับมีบทลงโทษหนัก เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงถือเป็นเจตนาดี แต่กลับถูกมองเป็นเจตนาร้าย

           พลโทสรรเสริญ กล่าวว่า อยากให้พี่น้องประชาชนเลือกนำข้อแนะนำที่ดีไปปฏิบัติ เพื่อรักษาคุณค่าของวัฒนธรรมประเพณีที่งดงามของไทย ให้คนในชาติเกิดความภาคภูมิใจและเป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยว รวมทั้งขอความร่วมมือไม่แชร์หรือส่งต่อข่าวที่บิดเบือน ซึ่งอาจเป็นชนวนของความขัดแย้งระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยขอให้ช่วยกันนำข้อเท็จจริงไปอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม

ม.44 ยังใช้ได้ แม้รธน.ประกาศใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270271

สงกรานต์, กรธ, โล่งใจ, ม44, คมชัดลึก, ไม่จบ, ประกาศ, ภารกิจ, รธน, ม44, ยัง, ใช้ได้, แม้, รธน, ประกาศใช้, ยังใช้ได้, แม้รธนประกาศใช้, มีชัย

“มีชัย” เผย ม.44 ใช้ได้ แม้รธน.ประกาศใช้  ชี้ภารกิจยังไม่จบ ระบุสิ่งที่ต้องทำวันข้างหน้าต้องทำกฎหมายให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด

          7 เม.ย. 60 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า สำหรับการใช้มาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เคยมีอยู่เดิมตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวพ.ศ.2557 ยังคงสามารถใช้ได้ตามที่เคยใช้ เพราะไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากเดิม

เมื่อถามว่าหากมีการใช้มาตรา 44 เดิมจะถือว่าเป็นการยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่พ.ศ.2560 บางมาตราหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า เดิมทีก็มีรัฐธรรมนูญเหมือนกัน แต่ครั้งนี้หากจะมีการใช้อำนาจดังกล่าวขึ้นมาเขาก็คงระมัดระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้ไปขัดกับหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรห้าม และคิดว่าคงไม่ถึงขั้นที่จะเอามาตรา 44 ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาก่อนหน้านี้หัวหน้าคสช.มีการใช้มาตรา 44 ในบางกรณีที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วจะมีผลอย่างไรหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญก็เขียนว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ถ้าอะไรที่มันไปไกลเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญจะไปได้ ก็ต้องกลับมาดู แต่เข้าใจว่าคงไม่มี เพราะที่ผ่านมาก็ระมัดระวังกันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าการแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาตรา 5 ว่าด้วยการกำหนดให้วินิจฉัยกรณีปัญหาไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จากเดิมที่กำหนดให้มีกลไกของประมุของค์กรสำคัญทำหน้าที่ดังกล่าว มีความหมายว่าอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า มีความหมายว่ากลับไปเป็นแบบรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 เพียงแต่ว่าช่องทางไปศาลรัฐธรรมนูญก็เปิดกว้างขึ้นมา

เมื่อถามว่าแสดงว่าหากเกิดวิกฤติแบบในอดีตขึ้นมา สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผ่านมาตรา 5 ได้ใช่หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า มันแปลว่าเมื่อมันไม่มีทางออกถึงจะไปศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากมันมีประเพณีอย่างอื่นที่เรายังนึกไม่ออก ถึงตอนนั้นก็อาจจะนึกออกก็ได้ ก็ใช้ไปตามประเพณีการปกครอง

เมื่อถามว่าแสดงว่าประเพณีการปกครองในที่นี้หมายถึงศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นผู้ตัดสินใช่หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมันก็ใช่ แต่เรายังไม่รู้ว่าวันข้างหน้ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ซึ่งอาจต้องย้อนกลับไปดูประเพณีการปกครองว่าทางออกของมันคืออะไร เมื่อเรายังไม่รู้ปัญหาในขณะนี้ เราก็คงตอบอะไรให้มันชัดเจนลงไปได้ยาก เพราะต้องไปดูถึงตอนนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรธ.ได้จัดพิธีรดน้ำดำหัวนายมีชัย เนื่องในเทศสงกรานต์ โดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ รองประธานกรธ. คนที่ 2 เป็นตัวแทนกรธ. กล่าวอวยพรนายมีชัยว่า พวกเราทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับนายมีชัย ซึ่งทุกคนเคารพรัก เปรียบเสมือนเป็นเหมือนพ่อของพวกเรา วันนี้รัฐธรรมนูญได้ผ่านและประกาศใช้ พวกเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมา อย่างไรก็ตามในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ขอให้นายมีชัย มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุเกิน 100 ปีขึ้นไป

จากนั้นนายมีชัย กล่าวเปิดใจภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ.2560 ได้รับการประกาศใช้ว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย.เป็นวันที่มีความสุขและโล่งใจก็ว่าได้ เพราะได้ทำงานด้วยเหนื่อยยากมามาก พอถึงผลสำเร็จพวกเราทุกคนก็ดีใจ แม้จะมีบางคนไม่ค่อยดีใจกับพวกเราเท่าไหร ก็ไม่เป็นไร จากนี้ไปเหลือภาระที่ต้องทำในวันข้างหน้า คือ ต้องทำกฎหมายให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เป็นภูเขาอีกลูกที่ต้องเราต้องพยายามยกออกจากอกให้ได้ตามเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวมาโดยตลอด ที่ผ่านมาสื่อมวลชนไม่ได้ทำหน้าที่จ้องจับผิดแต่อย่างใด เพราะส่วนตัวสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นกัลยาณมิตรของสื่อมวลชนมาตลอด โดยการทำงานของสื่อมวลชนเป็นลักษณะของการช่วยสะกิด

“ทำให้เกิดความรู้สึกว่าในระหว่างที่เราเดินทาง เราไม่ได้โดดเดี่ยวและเราไม่มีสื่อคอยจับผิด แต่เรามีสื่อที่คอยสะกิดให้ทำอะไรให้รอบคอบขึ้น แล้วเดินไปด้วยกันกับเรา เสมือนว่าสื่อมวลชนมีส่วนช่วยในการยกร่างรัฐธรรมนูญ” นายมีชัย กล่าว.

“บิ๊กป้อม” สั่งส่งหนังสือทวงถาม สปป.ลาว ล่า “โกตี๋”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270250

ร่วมมือ, เลขาสมช, สันติบาล, บุคคล, อันตราย, สถาบัน, คมชัดลึก, บิ๊ก, ป้อม, สั่ง, ส่ง, หนังสือ, ทวงถาม, สปป, ลาว, ล่า, ตี๋, บิ๊กป้อม, สั่งส่งหนังสือทวงถาม, สปปลาว, โกตี๋, เลขาฯสมช, สันติบาลฯ สปปลาว

  “เลขาฯสมช.” เผย “บิ๊กป้อม” สั่ง ให้ส่งหนังสือถึง “สันติบาลฯ สปป.ลาว” ทวงถามความคืบหน้า ล่าตัว “โกตี๋” ย้ำ เป็นบุคคลอันตรายต่อสถาบันฯ

          7 เม.ย.60 – พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาญา มาตรา 112 ที่หลบหนีอยู่ในสปป.ลาว  ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการให้ทำหนังสือไปถึงหัวหน้ากรมใหญ่สันติบาลของสปป.ลาว และคาดว่าจะออกได้ในวันนี้ โดยส่งผ่านสถานเอกอัครราชทูตลาว ประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครทูตไทย ณ เวียงจันทร์ สปป.ลาว เพื่อสอบถามในสิ่งที่เคยพูดคุยกันว่ามีความคืบหน้าอย่างไร เพราะฝ่ายไทยเห็นว่าโกตี๋ ยังเคลื่อนไหวอยู่เหมือนเดิม และทางการไทยยืนยันมาตลอดว่าโกตี๋เป็นบุคคลอันตราย มีความคิดต่อต้านสถาบัน ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองถือเป็นความผิดทางอาญาที่รุนแรง มีหมายจับ 21 หมาย จึงต้องการให้ทางการลาวจับกุมตัวส่งมาให้ ส่วนที่โกตี๋ ระบุเดินทางออกจากสปป.ลาวไปที่เวียดนามแล้วนั้น เชื่อว่ายังอยู่ที่เดิม เพราะต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือ การออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางยูทูป ถ้าหลบหนีไปเวียดนาม คงไม่สามารถเคลื่อนไหวเช่นนั้นได้ เพราะการยกเครื่องมือไปชายแดนไม่ใช่เรื่องง่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไทยได้ติดตามตัวนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรมว.หมาดไทย ที่ถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังโกตี๋ ด้วยหรือไม่ เลขาฯสมช.กล่าวว่า เราติดตามทุกคนที่มีหมายจับคดีอาญาอยู่แล้ว และติดตามว่ามีกิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง แต่นายจารุพงศ์ ไม่ได้อยู่ที่สปป.ลาว ขณะนี้มุ่งติดตามตัวคนที่หลบหนีหมายจับและไม่มารายงานตัวจำนวน 6 คนที่อยู่ในสปป.ลาวก่อน และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทางการลาวว่าจะร่วมมือมากแค่ไหน.

“วิษณุ” โว รธน.ใหม่ สิทธิเสรีภาพ ปชช.เปลี่ยนแปลงมากสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270064

คมชัดลึก, การเมือง, สรรหา, รธน, ม44, วิษณุ, รธน, ใหม่, สิทธิ, เสรีภาพ, ปชช, เปลี่ยนแปลง, มาก, สุด,  วิษณุ, รธนใหม่, สิทธิเสรีภาพ, ปชชเปลี่ยนแปลงมากสุด, ตุลาการศาลรธน-คตง

 “วิษณุ” โว รธน.ใหม่ สิทธิเสรีภาพ ปชช.เปลี่ยนแปลงมากสุด ออกตัว แจง “ม.44” เปิดทางสรรหา “ตุลาการศาลรธน.-คตง.” พ้นวาระก่อนกม.ลูกคลอด

         6 เม.ย. 60 – เมื่อเวลา 16.15 น. ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ.2560 ว่า หลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่สถานภาพของแม่น้ำ 5 สายจะค่อยๆ สิ้นสุดลงไป แต่ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือ สิทธิเสรีภาพประชาชน ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีหน้าที่ของรัฐ แต่ครั้งนี้มีหน้าที่ของรัฐในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ และสิทธิของประชาชนได้มีเพิ่มเติมหลายเรื่อง นอกจากนี้ ยังมีอะไรใหม่ๆ แต่จะเกิดขึ้นเมื่อมีรัฐบาลและสภาใหม่ ส่วนการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะต้องมีการปรับปรุงในบางส่วนให้ตรงกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว จะนับวันไปสู่วันเลือกตั้ง จะมีการผ่อนปรนข้อบังคับพรรคการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯ เคยชี้แจงแล้วว่าให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้พิจารณา

เมื่อถามต่อว่า รัฐบาล จะนำคำสั่งตามมาตรา 44 มาปรับปรุงใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นนโยบายของ คสช. ที่จะให้ฝ่ายกฎหมายทยอยดูว่าส่วนใดจะยกเลิก ส่วนใดนำมาควบรวมกัน ไม่ให้กระจัดกระจาย ส่วนใดที่จะให้อยู่ต่อหลังการเลือกตั้งให้ทิ้งไว้ ใครจะยกเลิกทีหลังต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลายฉบับมีการเขียนระบุไว้ว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเขียนกฎหมาย เมื่อ พ.ร.บ.ออกมาคำสั่งนั้นจะถูกยกเลิกไป

เมื่อถามถึง คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 23/2560 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้มีความจำเป็น เพราะจะมีกรรมการในองค์กรอิสระบางแห่งพ้นวาระก่อนกฎหมายลูกจะออกมา จึงได้มีการประสานกับ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แล้วว่าจะออกคำสั่งในลักษณะนี้ เพราะแม้ตอนนี้จะสรรหาใหม่แต่เมื่อกฎหมายลูกออกมาจะมีการเซ็ตซีโรหรือไม่ คนจะสมัครจะไม่กล้าเพราะไม่รู้อยู่ได้นานแค่ไหน การแก้ปัญหาจึงนำหลักเกณฑ์ที่คิดจะออกเป็นกฎหมายลูกมาออกเป็นคำสั่ง

โดยยึดหลักเกณฎ์ตาม กรธ.

คำสั่งดังกล่าวระบุถึง 2 องค์กรคือ ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ซึ่งจะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครบวาระในเดืน พ.ค.นี้เราจึงให้รักษาการต่อ และให้มีการสรรหาระหว่างนั้นโดยยึดคุณสมบัติตามกฎหมายลูกที่ กรธ.แจ้งมา

ส่วน คตง.ที่จะครบวาระในเดือน ก.ย.นี้ จะให้ทำเช่นเดียวกัน รวมถึงตัวผู้ว่าฯ สตง.ที่จะมีอายุครบ 65 ปีซึ่งต้องพ้นวาระตามกฎหมาย ให้ทำหน้าที่ต่อไปจนถึงเดือน ก.ย.เช่นกันและให้ยึดวาระการดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้

ส่วนกรณี นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลาออกนั้น เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นยังไม่ได้คิด คงต้องดูว่าเท่าที่มีอยู่ยังสามารถทำงานได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้อาจจะต้องสรรห ก็ต้องคุยกับ กรธ.

“แอมเนสตี้ฯ” จี้ รัฐบาล ไม่ใช้ รธน.ใหม่ จำกัดสิทธิมนุษยชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270055

แอมเนสตี้, รัฐธรรมนูญ, รัฐประหาร, ทหาร, แอม, เนส, ตี้, จี้, รัฐบาล, ไม่, ใช้, รธน, ใหม่, จำกัด, สิทธิมนุษยชน, แอมเนสตี้ฯ, ไม่ใช้, รธนใหม่, จำกัดสิทธิมนุษยชน

“แอมเนสตี้ฯ” จี้ รัฐบาลไทย ไม่ใช้ รธน.ใหม่ ปกปิดการปฏิบัติที่มิชอบ จำกัดสิทธิมนุษยชน

          6 เม.ย.60 แชมพา พาเทล (Champa Patel) ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญใหม่ของไทยมีเงื่อนไขที่นำไปสู่การจัดเลือกตั้งทั่วไป และกำหนดแนวทางเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพต่างๆ ถึงกระนั้นก็แทบไม่มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงในประเทศ รัฐบาลทหารของไทยยังคงมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการปกครอง จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง อีกทั้งรัฐบาลใหม่ก็ได้รับอำนาจอย่างเสรีในการจำกัดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นผลมาจากข้อบัญญัติต่างๆที่กำกวม

รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้ประกาศและมีคำสั่งมากมาย บังคับใช้โดยรัฐบาลทหารมาตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยประกาศและคำสั่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการชุมนุม โดยมีการนำไปสู่การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ทางการไทยได้ประกาศแล้วว่า จะไม่มีการผ่อนปรนข้อห้ามต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ความหวังที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริงในอนาคตคงเป็นไปได้อยาก

“เราเรียกร้องรัฐบาลไทยให้เปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ และยอมรับที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของตน ทางการควรยกเลิกการดำเนินคดีอาญาใด ๆ ที่มีต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้แสดงความเห็นต่างอย่างสงบ และให้ยกเลิกกฎหมายจำนวนมากที่คุกคามต่อเสรีภาพอย่างไม่หยุดยั้งนับแต่รัฐประหารปี 2557 ”

กระแสพระราชปรารภ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270038

กระแสพระราชปรารภสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

              6 เม.ย.60 – กระแสพระราชปรารภ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นผู้อ่าน

กระแสพระราชปรารภ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ! “รัฐธรรมนูญ 2560” (อ่านต่อ…)