โฆษก ทร. เผย ตั้งชื่อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ ต้องขอพระราชทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270948

โฆษก ทร. เผย ตั้งชื่อเรือดำน้ำจีน 3 ลำ ต้องขอพระราชทานและโปรดเกล้าชื่อลงมา ยอมรับ เอ่ยชื่อเรือดำน้ำในอดีต ทร.ผิด ไม่มีชื่อ “สุดสาคร”

          เมื่อวันที่ 11  เม.ย.2560  เมื่อเวลา 12.30 น.ที่มูลนิธิรัฐบุรุษ พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวยอมรับว่าเป็นการพูดพลาดในการเอ่ยชื่อเรือดำน้ำ 4 ลำในอดีตของกองทัพเรือ ที่จัดหาจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นชื่อจากวรรณคดีไทยที่คล้องจองกัน ยืนยันไม่มีชื่อ สุดสาคร ตามที่ให้สัมภาษณ์              “และเรือดำน้ำทั้ง 4 ลำปลดประจำการมา 60 กว่าปีแล้ว ยอมรับในความผิดนี้ และไม่ได้เชี่ยวชาญในประวัติศาสตร์ ซึ่งเรือดำน้ำในอดีตตั้งตามชื่อผู้มีฤทธิ์ในทะเล คือ มัจฉานุ วิรุณ สินสมุทร พลายชุมพล ส่วนเรือดำน้ำ 3 ลำใหม่ที่จัดหาจากประเทศจีนนั้น ยังไม่ได้ตั้งชื่อ ต้องพระราชทานและโปรดเกล้าฯลงมาให้เรียบร้อย ซึ่งการตั้งชื่อเรือเป็นตามระเบียบราชการว่าด้วยระเบียบการตั้งชื่อเรือ อย่างไรก็ตามโครงการจัดซื้อเรือดำร้ำจีน อยู่ในระหว่างการตรวจสอบสัญญาการจัดซื้อ”โฆษกกองทัพเรือ  กล่าว

“อภิสิทธิ์” หนุนลดวาระ กำนัน เหลือ 5 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270943

ผญบ, อภิสิทะิ์ เวชชาชีวะ, อภิสิทธิ์, หนุน, วาระ, กำนัน, เหลือ, หนุนลดวาระ

“อภิสิทธิ์” หนุนลดวาระ กำนัน เหลือ 5 ปี ชี้ทำให้รับผิดชอบ ปชช.มากขึ้น วอนคนค้านฟังเสียง ปชช. เสนอวางแนวทางเลือกผู้ว่าฯ เพิ่มการกระจายอำนาจ

          เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2560 ที่พรรคประชาธิปัตย์   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2557 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ตำแหน่งกำนัน วาระการดำรงตำแหน่งกำนันให้ลดวาระการดำรงตำแหน่งของกำนันจากเดิมให้อยู่ในตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี เหลือให้ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี โดยให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในพื้นที่ เลือกจากผู้สมัครในตำบลนั้น โดยให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 5 ปี ไม่จำกัดวาระว่า เป็นหลักการที่ดีเพราะการมีวาระน่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความมั่นใจในแง่ความรับผิดชอบต่อประชาชนมากขึ้น รวมทั้งการเลือกตรงจากประชาชนด้วย โดยในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิดนี้ให้กระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาเพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดความรับผิดชอบต่อประชาชน

          นายอภิสิทธิ์   กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสคัดค้านจากกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องตัดสินใจ เหมือนกับเวลาที่มีการปฏิรูปการเมืองตนก็บอกเสมอว่า ให้ฟังเหตุผลนักการเมืองในประเด็นหลักการ และส่วนรวม ไม่ต้องฟังเรื่องที่เป็นการปกป้องประโยชน์ตัวเอง ให้พิจารณาในกรอบนี้ สำหรับกำนันผู้ใหญ่บ้านก็เสนอมาว่าระบบที่เป็นอยู่ดีกว่าอย่างไร แต่ไม่ควรทำให้กลายเป็นประเด็นขัดแย้งลุกลาม เพราะทุกองค์กรต้องพร้อมปฏิรูป การเลือกตั้งแบบมีวาระเป็นหลักประกันความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ชัดเจนมากขึ้น

“โดยหากไปในแนวทางนี้สามารถรองรับคนที่เป็นอยู่ในบทเฉพาะกาลได้ว่าจะให้เป็น 5 ปี หรือเท่าไหร่ก็แล้วแต่ เป็นหลักการที่ดี และควรพิจารณาด้วยว่าในส่วนของผู้ใหญ่บ้านจะเปลี่ยนหรือไม่เพื่อให้สอดคล้องกัน หากทำก็ต้องแก้กฎหมาย เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้กฎหมายจะบัญญัติอย่างไรก็ต้องรับฟังความเห็น ประชาชนเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ต้องรับฟังความเห็นของประชาชนด้วยส่วนที่อ้างว่าจะทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่องนั้น ตนเห็นว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะไม่ได้ห้ามผู้ที่ดำรงตำแหน่งสมัครอีกประชาชนก็สามารถเลือกกลับเข้ามาได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธ์   กล่าวอีกว่า ตนขอเสนอให้มีการกระจายอำนาจเพิ่มเติม โดยอยากให้จังหวัดโอนอำนาจให้อบจ.ซึ่งก็จะเหมือนกับประชาชนเลือกผู้ว่าฯ แต่จะคงภารกิจผู้ว่าฯในการเป็นตัวแทนส่วนกลางไว้อย่างไรก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง อย่างไรก็ตามขอขอบคุณคณะกรรมการกระจายอำนาของรัฐบาลที่ยับยั้งการยุบอบต.หรือยกเป็นเทศบาลทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนคัดค้านมาโดยตลอด เนื่องจากอบต.เป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับการกระจายอำนาจและไม่เห็นด้วยที่บอกว่าถ้าประชากรไม่ถึงรายได้ไม่ถึงไม่มีสิทธิมีองค์กรปกครองท้องถิ่นของตัวเอง

“เพราะสภาพท้องถิ่นต้องการล้อกับสภาพความเป็นจริงของชุมขนแม้ประชากรไม่ถึงก็ควรมีองค์กรปกครองท้องถิ่นดูแลในพื้นที่ และควรคิดในมุมที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้น เช่น เลือกผู้ว่าฯ เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น แต่ควรมีกฎหมายสร้างธรรมาภิบาล จะทำโครงการอย่างไรต้องมีกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนควรเป็นอย่างไร เพราะมีปัญหาระหว่างท้องถิ่นกับสตง.มาก เนื่องจากมุ่งตีความเรื่องไม่ใช่อำนาจทำให้ทำงานยากควรทำความเข้าใจและสะสางตรงนี้มากกว่า ไม่ใช่กระจายอำนาจน้อยลง”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

คสช. เร่งเผยแพร่-สร้างความเข้าใจ รธน.60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270930

รธน60, คสช, เร่ง, เผยแพร่, สร้าง, ความเข้าใจ, รธน60

คสช. เร่งเผยแพร่-สร้างความเข้าใจ รธน.60

          เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เปิดเผยว่า  พล.อ. พิสิทธิ์  สิทธิสาร รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยได้กล่าวว่า ขณะนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 ได้ประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ซึ่งมีสาระสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาประเทศและการดำเนินชีวิตของประชาชน จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องศึกษาและเข้าใจในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า พล.อ.พิสิทธิ์  ได้มอบหมายให้ทุกส่วนงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ช่วยเผยแพร่และสร้างความเข้าใจกับประชาชนในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารและขับเคลื่อนประเทศในขณะนี้ อาทิ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นต้น ควบคู่ไปกับการทำให้ประชาชนทราบถึงความคืบหน้าของผลการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เพื่อเป็นพื้นฐานที่จะทำให้สังคมไทยเกิดการมีส่วนร่วมเดินหน้าตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามโรดแมปที่ได้วางไว้

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) จะคงความต่อเนื่อง ทั้งในภารกิจหลักที่เกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและการสนับสนุนงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญกับการเข้าไปแก้ไขและคลี่คลายปัญหาของประชาชนในระดับพื้นที่ ภายใต้แนวทางการชี้แจงสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย  การจัดระเบียบสังคม  งานสร้างความสามัคคีปรองดอง และการช่วยเหลือประชาชน ก็ให้ดำเนินการต่อเนื่องเช่นกัน

ศาลฎีกายกคำร้องรื้อฟื้นคดี ” หนุ่ม” คุก20ปีฆ่าผู้อื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270927

ศาลฎีกา, คำร้อง, รื้อฟื้น, คดี,   หนุ่ม คุก20, ฆ่า, ผู้อื่น,  หนุ่ม,  โฆษกศาลยุติธรรม

ศาลฎีกายกคำร้องรื้อฟื้นคดี ” หนุ่ม” คุก20ปีฆ่าผู้อื่น

              ศาลฎีกา ไม่เชื่อพยาน พิพากษายกคำร้องรื้อฟื้นคดี ” หนุ่ม” คุก20ปีฆ่าผู้อื่น ชี้ หลักฐานสืบใหม่อ้างหลังเกิดเหตุ 2 ปีอาจปั้นแต่ง ” โฆษกศาลยุติธรรม” ระบุ ไม่ใช่คดีแรกศาลฎีกายกคำร้อง ต้องจำคุกตามคำพิพากษาเดิม

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.60 เวลา 10.00 น. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ศาลจังหวัดสิงห์บุรี ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกคำร้องที่นายพัสกร หรือกุ้ง สิงคิ จำเลยฐานฆ่าผู้อื่นฯ ผู้ร้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานที่ผู้ร้องนำมาสืบล้วนเป็นพยานหลักฐานที่เพิ่งหยิบยกขึ้นมากล่าวหลังเกิดเหตุเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ย่อมมีโอกาสแต่งเติมเรื่องราวขึ้นให้ผิดไปจากความจริงได้ง่าย และยังมีพยานปากอื่นที่นำมาสืบก็ไม่ใช่ประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใหม่เพียงพอที่จะแสดงว่าผู้ร้องไม่ได้กระทำผิด

นายสืบพงษ์ รองโฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า การที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องขอรื้นฟื้นคดีใหม่ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรก แต่ก่อนนี้เคยมีคดีที่ศาลคำพิพากษายกคำร้องการขอรื้นฟื้นคดีใหม่ในชั้นศาลฎีกามาแล้ว สำหรับนายพัสกร นั้น หลังจากนี้ก็ต้องถูกคุมขังตามผลคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่าผู้อื่นต่อไปที่ให้จำคุก 20 ปี

สำหรับการขอรื้อฟื้นคดีของนายพัสกร สืบเนื่องจากวันที่ 24 เม.ย.57 นายพัสกร จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกคุมขังตามคำพิพากษาศาลฎีกาจำคุก 20 ปีปรับ 100 บาท ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา 288 และ 371 ในคดีพนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ได้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดี ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดสิงห์บุรี มีคำสั่งเห็นสมควรไม่รับคำร้องเนื่องจากเห็นว่าไม่ต้องตาม พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขี้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 แล้วส่งคำร้องพร้อมถ้อยคำสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1พิจารณา

กระทั่งวันที่ 14 พ.ค.57 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอรื้อฟื้นคดีและให้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นมายังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาต่อไปซึ่งศาลชั้นต้นได้กำหนดนัดวันไต่สวนพยานของนายพัสกรผู้ร้องวันที่ 12ก.พ.และ 2 มี.ค.58 จากนั้น วันที่ 29 พ.ค.58 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาตาม พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขี้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526

กระทั่งวันที่ 25 มี.ค.59 ศาลชั้นต้นส่งสำนวนและความเห็นให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาซึ่งกระบวนการได้ดำเนินตามขั้นตอนมาจนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ( 11 เม.ย.60)

“คสช.” จ่อ ปลดล็อค ม.44 เลิก คุมวัดธรรมกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270923

จ่อ ปลดล็อค ม44 เลิก, คสช,  จ่อ ปลดล็อค ม44 เลิก , คุม, วัด, ธรรมกาย

“คสช.” จ่อ ปลดล็อค ม.44 เลิก คุมวัดธรรมกาย

            เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคสช. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้หารือในภาพรวมเรื่องยกเลิกมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย เพราะตามคำสั่ง หากพื้นที่ใดไม่มีความจำเป็น ก็สามารถยกเลิกการควบคุมพื้นที่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่หัวหน้าคสช.

ทั้งนี้ในที่ประชุมไม่ได้พูดคุยถึงการยกเลิกหรือควบรวมคำสั่งคสช.ที่ผ่านมา ส่วนรายละเอียดขอให้ถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และไม่มีการพูดคุยถึงการผ่อนปรนให้พรรคเคลื่อนไหวและไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานเหมือนช่วงที่ผ่านมาให้สภาพแวดล้อมโดยรวม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และช่วยหลือความเดือดร้อนของประชาชน เพราะวาระการประชุมส่วนใหญ่เป็นในเรื่องการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นหลัก

“มท.1”แจงยังไร้เสียงสะท้อน“กำนัน-ผญบ.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270918

พลออนุพงษ์, มท1, แจง, ยัง, ไร้, เสียงสะท้อน, กำนัน, ผญบ

“มท.1”แจงยังไร้เสียงสะท้อน“กำนัน-ผญบ.”เข้ากระทรวงหลังพ.ร.บ.ปกครองท้องที่ผ่านสภาฯย้ำใช้มวลชนรวมตัวไม่ใช่แนวทางที่ดีเชื่อ“กำนัน-ผญบ.”จะเข้าใจชี้ไม่สิ้นสุด

          เมื่อวันที่  11เม.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์กรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)พิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ในการปรับโครงสร้างวาระและการดำรงตำแหน่งของกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าขณะนี้ยังไม่มีเสียงสะท้อนของกำนันผู้ใหญ่บ้านมายังกระทรวงอย่างไรก็ตามหน้าที่สำคัญของกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นการดูแลความสงบเรียบร้อยการแสดงความเห็นอะไรสามารถกระทำได้ไม่ปิดกั้นแต่ต้องแสดงออกอย่างเหมาะสมตามกรอบของกฎหมาย

          “ถ้ากลุ่มไหนต้องการอะไรแล้วใช้มวลชนเรียกร้องรวมตัวกันมาไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ดีน่าจะมีวิธีแสดงออกอย่างอื่นที่จะแสดงความเห็นผมไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความเห็นแต่ขั้นตอนการดำเนินการขณะนี้เป็นแนวความคิดของสปท.ยังต้องผ่านขั้นตอนอีกมากแต่เรื่องวาระกำนันผู้ใหญ่บ้านก็เคยมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้งประมาณ4-5ครั้งกลับไปกลับมาแต่ก็มีข้อดีและข้อเสียทั้งสองแบบ”พล.อ.อนุพงษ์กล่าวและว่าอย่างไรก็ตามเชื่อว่ากำนันผู้ใหญ่บ้านจะเข้าใจเรื่องดังกล่าว

“บิ๊กป้อม”ร่อนใบลา บินนอก แก้เครียด!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270904

พลอประวิตร, บิ๊ก, ป้อม, ร่อน, ใบลา, บิน, นอก, แก้, เครียด, บิ๊กป้อมร่อนใบลา, บินนอก, แก้เครียด, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม” ร่อน ใบลา พักผ่อน รักษาสุขภาพ ที่ต่างประเทศ หลังบ่นเหนื่อย! เครียด! งานเข้าตลอด!

          เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(กห.) ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

         โดย พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ ได้ยื่นใบลาเพื่อขอไปรักษาสุขภาพ และพักผ่อนในต่างประเทศจนถึง 16 เม.ย. 2560 นี้ แต่ไม่ได้แจ้งว่าไปประเทศไหน

          ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิด เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ได้เปรยว่า “ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อย งานเข้ามาตลอด รู้สึกเครียด ขอเวลาไปดูแลรักษาสุขภาพก่อนแล้วจะกลับมา”

“ยิ่งลักษณ์” แห้ว!! ศาลปกครอง ยกคำขอทุเลายึดทรัพย์จำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270788

จ่ายเงินจำนำข้าว, ยกคำร้อง, เงิน, จ่าย, คำร้อง, หมื่นล, ยกคำขอยิ่งลักษณ์, หมื่, กลาง, โครงการ, หมื่น, ศาลปกครองกลาง, ยิ่งลักษณ์, แห้ว, ศาลปกครอง, คำขอ, ทุเลา, ยึดทรัพย์, จำนำ, ข้าว

ศาลปกครองกลาง ยกคำขอ “ยิ่งลักษณ์” หวังระงับคำสั่งคลังชดใช้โครงการจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน

        10 เม.ย.60 – ศาลปกครองกลาง ยกคำขอ “ยิ่งลักษณ์” ไม่คุ้มครองขอทุเลาระงับคำสั่งคลังให้ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน ทำรัฐเสียหายโครงการจำนำข้าว ชี้ ขั้นตอนการยึด-อายัดทรัพย์ ยังไม่เกิด

ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 10 เม.ย.60 นายวชิระ ชอบแต่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองและเจ้าของสำนวน และองค์คณะตุลาการเสียงข้างมาก มีคำสั่งให้ยกคำขอ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและจำเลยคดีโครงการจำนำข้าวในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ฟ้องคดีปกครอง ที่ขอให้ศาลปกครองสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.59 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ( กขช.) ปล่อยให้เกิดความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวโดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ไว้ก่อนที่จะมีคำพิพากษา ซึ่งคดีดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง , รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4

โดยเหตุผล ที่ตุลาการเสียงข้างมากยกคำขอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากภายหลังจากผู้ถูกฟ้อง ออกคำสั่งเรียกให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ถูกฟ้องได้มีหนังสือแจ้งเตือนให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือดังกล่าว ซึ่ง นอกจากหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกฟ้องยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด ในเมื่อผู้ถูกฟ้องยังไม่มีการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ในชั้นนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่า หากศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับ ตามคำสั่งพิพาท จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ก.พ.60 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ก็ยกคำร้องของ นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งทั้งสองตกเป็นจำเลยคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี , นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายอัฐฐิติพงศ์ หรือ อัครพงศ์ ทีปวัชระ หรือช่วยเกลี้ยง อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ และนายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ และอดีตผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะทำงานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว  ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 453/2559 ลงวันที่ 19 ก.ย.59 เช่นกัน เรื่องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกับกระทรวงพาณิชย์ในส่วนของนายบุญทรง เป็นเงินจำนวน 1,768,973,012.66 บาท , นายภูมิ จำนวน 2,242,571,739.68 บาท และนายมนัส , นายอัฐฐิติพงศ์ , นายทิฆัมพร เป็นเงินจำนวนรายละ 4,011,544,752.33 บาท ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539จากกรณีจงใจกระทำละเมิดให้ราชการเสียหาย จากการนำข้าวตามสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐมาเวียนขายให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ

โดยศาลก็เห็นว่า เจ้าหน้าที่ เพียงมีหนังสือเตือนให้ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง กรณีจึงยังไม่ใช่การใช้มาตรการโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระ อีกทั้งในชั้นนี้ยังรับฟังไม่ได้ว่า ถ้าศาลไม่มีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงพาณิชย์แล้วจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่กลุ่มผู้ฟ้องที่จะยากต่อการเยียวยาแก้ไขในภายหลัง

“วิษณุ”ปัด ใช้ ม.44 ตั้ง “องค์กรอิสระ”สืบทอดอำนาจคสช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270750

ใช้ม44, สืบทอดอำนาจคสช, ตั้งองค์กรอิสระ, ปัด ใช้ม44, วิษณุ, ปัด, ใช้, ม44, ตั้ง, องค์กรอิสระ, สืบทอด, อำนาจ, คสช, วิษณุปัด

“วิษณุ”ปัด ใช้ม.44 ตั้ง “องค์กรอิสระ” สืบทอดอำนาจคสช. ยืนยัน ทุกอย่างตรงไปตรงมา ถ้าอยากได้อำนาจ หรือ ล้วงลูก คงต้องรื้อ ! หมด

         เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2560- เวลา13.30น.ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ  เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายวัฒนา  เมืองสุข   อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โจมตีการใช้มาตรา44เพื่อสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.)เป็นการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่าไม่ใช่การสืบทอดอำนาจแต่เพราะมีความจำเป็นองค์กรอิสระที่ยังไม่ครบวาระ ไม่มีใครไปยุ่งแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและคตง.กำลังจะครบวาระในเร็ววันหากปล่อยจนครบวาระแล้วกว่าถั่วจะสุขงาก็ไหม้ ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้

          “ถ้าปล่อยให้ครบวาระแล้วไม่มีกฎหมายเขียนให้ทำหน้าที่ต่อได้อย่างศาลรัฐธรรมนูญที่ครบวาระถึง 5 คน เหลือ 4 คนทำให้ไม่ครบองค์ประชุมที่จะพิจารณาคดีได้การสรรหาใหม่ต้องรอพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้เข้าใจว่าจะเป็นฉบับสุดท้ายใน 10 ฉบับอาจใช้เวลาเป็นปีจึงต้องแก้ปัญหาวิธีการนี้ ไม่ได้ล่วงเกินเข้าไปในอำนาจของใครไม่มีการล็อกอะไรทั้งสิ้นเพราะยึดคุณสมบัติตามกฎหมายลูก”นายวิษณุ กล่าว

          นายวิษณู  กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ว่าฯสตง.มีอายุครบเกณฑ์ในเดือนนี้ และจะครบวาระเดือนก.ย.60 เช่นเดียวกับคตง.จึงให้ทำหน้าที่ต่อไประหว่างการสรรหาจนถึงเดือนก.ย.แต่ผู้สรรหาผู้ว่าฯสตง.คือคตง.จึงอยากให้คตง.ชุดใหม่เป็นผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวระหว่างนั้นคงให้รองผู้ว่าฯสตง.รักษาการไปก่อน

“ทั้งนี้ผมยืนยันว่า ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน ทุกอย่างตรงไปตรงมา ถ้าอยากได้อำนาจหรือล้วงลูกอะไรคงต้องรื้อหมดตั้งแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)แต่เราไม่ยุ่งสององค์กรที่ทำก็คิดแล้วคิดอีกจนกระทั่งปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)และเขียนคุณสมบัติมาให้”นายวิษณู กล่าว

เมื่อถามว่าเหตุใดไม่ให้รักษาการจนกว่าจะมีกฎหมายลูก   นายวิษณุ  กล่าวว่า  วิธีนั้นถือเป็นทางออกหนึ่งแต่จะมีข้อครหาได้เหมือนกันเพราะวาระเกินและอายุครบที่ผ่านมาเมื่อวาระครบจะมีการขยายให้แต่ถ้าอายุครบเราไม่ทำอะไรโดยศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งอายุและวาระครบจึงไม่สมควรขยาย

“ตำรวจ-เทศบาล” แชมป์ถูกถูกร้องเรียนมากที่สุด!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270682

17 ปีสนง.ผู้ตรวจฯ”วิทวัส”ภูมิใจผลงานด้านจริยธรรม เผย คดีจริยธรรม”ธีรวัฒน์”ไม่หลุด ระบุ จาก 41,156 เรื่อง พบ “ตำรวจ-เทศบาล”ถูกร้องเรียนมากที่สุด

          ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน วันนี้ (10 เม.ย.2560 ) พล.อ. วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานในงานวันสถาปนาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินครบรอบ 17 ปี โดยตั้งแต่ช่วงเช้าพลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ และนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้สักการะพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

         จากนั้น มีหน่วยงานและผู้แทนระดับสูงของแต่ละองค์กรเข้าร่วมอวยพรแสดงความยินดี เช่น นายพิเชต สุนทรพิพิธ พล.อ. ธีรเดช มีเพียร นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ นายศรีราชา วงศารยางกูร อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการ กกต. นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายนพดล เฮงเจริญ รองประธานศาลปกครองสูงสุด นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. นายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฏหมาย ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานจเรตำรวจ ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ตลอดจนผู้แทนกระทรวง กรม ธนาคาร และบริษัทต่าง ๆ อีกจำนวนมาก

พล.อ.วิทวัส ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญของจุดเปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญเก่า และรัฐธรรมนูญใหม่ ที่การทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการเปลี่ยนแปลง หมดหน้าที่ตรวจสอบเรื่องจริยธรรมโดยไปเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. แต่จะมีหน้าที่มากขึ้นในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน โดยมีหน้าที่เร่งด่วนที่ต้องเร่งทำ 2 เรื่อง คือการยกร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และปรับโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จะยึดประชาชนเป็นสำคัญ และหากคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ตรงกับความเห็นของ ครม. ก็จะมีการหาทางออกโดย กฎหมายลูกจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม 2 ฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแสดงข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ข้อยุติของคำวินิจฉัย ทั้งนี้ผลงานในอดีตที่ภูมิใจ คือ การสร้างเสริม การตรวจสอบจริยธรรม เพราะ จริยธรรม สามารถที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆในสังคมได้ ถ้าประชาชนมีจริยธรรม

ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องให้ตั้งกรรมการสอบจริยธรรม นาย ธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิช กกต. พล.อ.วิทวัส ยืนยันว่า แม้รัฐธรรมนูญใหม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่ได้ดูเรื่องจริยธรรมแล้ว แต่ไม่ถือว่าเรื่องดังกล่าวตกไป เพราะเมื่อสอบเสร็จจะต้องส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ดูแลเรื่องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญใหม่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของ กกต. ที่ล่าช้า ทางผู้ตรวจการแผ่นดินคงไม่ต้องไปติดตามเรื่อง แต่ ป.ป.ช. คงรู้หน้าที่ของตนเอง ในการที่จะติดตามเรื่องดังกล่าว

พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ส่วนการแต่งตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังไม่พบข้อจำกัดเรื่องการแต่งตั้งประธาน ในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินในขณะนี้เหลืออยู่เพียง 2 คน ซึ่งตนจะใช้โอกาสในช่วงที่องค์กรอิสระอื่น ๆ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหมดวาระในเดือน พ.ค. หารือ กับประธานรัฐสภา แต่ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเป็นงานพิธีสงฆ์ โดยพระพรหมมังคลาจารย์(ธงชัย ธมมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร บรรยายธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่แก่ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อปี 2543 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียน จำนวน 41,156 เรื่อง โดยดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 38,341 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 93.16

“สำหรับเรื่องร้องเรียนที่เข้ามาในรอบปีงบประมาณ 2560 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559 – ปัจจุบัน) มีเรื่องร้องเรียนรับไว้ดำเนินการทั้งสิ้น จำนวน 1,247 เรื่อง สถิติเรื่องร้องเรียน 17 ปี ที่ผ่านมา พบว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเทศบาลถูกร้องเรียนมากที่สุด เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชน ปัญหาการกระทบกระทั่งและไม่เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง”นายรักษเกชา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการจัดงานครบรอบ 17 ปีครั้งนี้ นอกจากฟังเทศน์ ฟังธรรม รดน้ำขอพรจากผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้เป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจในการทำงานแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย