“มีชัย” เผย สปท.บางคน ถูกดึงร่วมวงปฏิรูปต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270031

คมชัดลึก, การเมือง, สปท, มีชัย, เผย, บางคน, ถูก, ดึง, ร่วมวง, ปฏิรูป, ต่อ,  มีชัย, สปทบางคน

“มีชัย” เผย สปท.บางคน ถูกดึงร่วมวงปฏิรูปต่อ – ไม่เป็นปัญหา หากถูกหั่นอายุเหลือ 60 วัน

          6 เม.ย.60 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เชื่อว่าหลังจากนี้ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะไม่มีประเด็นใดที่เป็นปัญหา แม้การดำรงตำแหน่งของสปท.จะมีวาระเหลือ 60 – 90 วัน เนื่องจากร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ จะถูกส่งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทันทีหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้แล้ว และอาจทำให้ใช้บังคับได้เร็วกว่า 4 เดือน เพราะประเด็นดังกล่าว สปท. รับทราบแล้ว รวมถึงกรณีที่สปท.พ้นไป จะมี สปท.บางคนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมเป็นกลไกของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามกฎหมายปฏิรูปที่ สนช. จะพิจารณา เพราะการทำงานด้านการปฏิรูปหลังจากนั้นจะทำในรูปแบบของคณะกรรมการ ไม่ใช่รูปแบบของสภา

“ เรื่องนี้ไม่มีอะไรที่น่ากังวล เพราะตามกรอบที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ได้กำหนดให้ทำกฎหมายว่าด้วยแผนและปฏิรูปต้องทำให้เสร็จภายใน 120 วัน ดังนั้นอาจจะทำเร็วกว่าเวลาดังกล่าวก็ได้ ” นายมีชัย กล่าว

“มีชัย” โต้ “ปริญญา” เป็นไปไม่ได้เลือกตั้ง 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270025

สนช, มีชัย ฤชุพันธุ์, กรธ, รัฐธรรมนูญ, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, มีชัย, โต้, ปริญญา, เป็นไปไม่ได้, เลือกตั้ง

“มีชัย”โต้“ปริญญา”เป็นไปไม่ได้เลือกตั้งเร็ว ปี 60 ติดกรอบทำ ก.ม.ลูก ย้ำอย่าคิดร้ายมีใบสั่ง สนช. คว่ำ ก.ม.ลูก

              6 เม.ย. 60 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตจากนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองคณบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ว่า สามารถทำให้เร็วได้ภายในปี 2560 ว่าไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ เพราะหากนับเวลาจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่มีกรอบ 8 เดือน และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องพิจารณาอีกฉบับละ  2 เดือนจะใช้เวลาทั้งหมดถึงสิ้นปี  ส่วนที่ระบุว่าสามารถส่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ใช้กำหนดเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับได้ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะก่อนที่จะส่งร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้สนช. ได้ต้องรอจนกว่า ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ผ่านการพิจารณาของสนช. ก่อนเพื่อเขียนให้สอดคล้องกันอย่างไรก็ตามช่วงเวลา 8 เดือนที่เขียนไว้เป็นกรอบนั้น ต้องการให้พรรคการเมืองได้มีเวลาเตรียมพร้อมด้วย ไม่ใช่เวลาที่กำหนดไว้ให้เฉพาะ กรธ.ทำกฎหมายลูกเท่านั้น

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนที่คาดการณ์ว่าการเลือกตั้งอาจขยายไปถึงปี 2562  เพราะสนช. อาจลงมติไม่เห็นชอบร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น เป็นประเด็นที่คาดเดา เพราะการทำงานระหว่าง กรธ. และ สนช. เรื่องกฎหมายลูกนั้นได้ประสานและหารือร่วมกัน แต่ยอมรับว่ากรณีที่สนช. อาจลงมติไม่เห็นชอบร่างกฎหมายลูกในวาระสามนั้นอาจเกิดขึ้นได้ และหากเกิดขึ้นจริงซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ครบเวลา 8 เดือน หากกรธ. ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ จะเป็นเรื่องที่กรธ.ต้องพิจารณาจัดทำใหม่ โดยจะใช้เวลาไม่นานเพราะอาจแก้ไขในประเด็นที่เป็นประเด็นข้อขัดข้องเท่านั้น

“ผมว่าอย่าไปกล่าวหา หรือมองในแง่ร้าย ว่าจะมีคำสั่งใดที่จะสั่งสนช. ให้ลงมติคว่ำร่างกฎหมายลูก เพราะที่ผ่านมาการทำกฎหมายลูก กรธ. ได้หารือกับ สนช. มาโดยตลอด” นายมีชัย กล่าว

“สุวิทย์” เผย “ป.ย.ป.” จ่อ ส่งไม้ต่องาน ปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270010

การเมือง, คมชัดลึก, ปยป, สุวิทย์, เผย, จ่อ, ส่ง, ไม้, ต่อ, งาน, ปฏิรูป, ยุทธศาสตร์, ปยป, ส่งไม้ต่องาน, ปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ฯ, ปฏิรูป-ยุทธศาตร์ฯ

“สุวิทย์” เผย “ป.ย.ป.” จ่อ ส่งไม้ต่องาน “ปฏิรูป-ยุทธศาตร์ฯ” หลัง ใช้ รธน.ใหม่ เตรียม ประชุมใหญ่ ป.ย.ป. 21 เม.ย.

          6 เม.ย. 60 – เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทษ์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า คงไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาประกาศใช้ มาตรา 44 ที่ยังสามารถใช้ได้อยู่เมื่อมีความจำเป็น ส่วนมาตรา 44 ที่เคยประกาศใช้ก็ยังคงอยู่ หากรัฐบาลใหม่ที่เข้ามา ต้องการยกเลิกก็ต้องออกพระราชบัญญัติ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการทำงานของ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะส่งไม้ต่อให้กับคณะกรรมการปฎิรูปและยุทศาสตร์ชาติต่อไปอย่างไรได้บ้าง โดยวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมใหญ่ของ ป.ย.ป ประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด เพื่อฉายภาพรวมให้เห็นว่าขณะนี้ได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว และจะเชื่อมโยง 6 มิติของยุทธศาสตร์ชาติเข้ากับการปฎิรูป รวมถึงแผนแม่บทที่จะต้องมีในยุทธศาสตร์ 20 ปี และแผนแม่บทปฎิรูปใน 11 ด้าน นอกจากนี้ในส่วนที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ คือระบบราชการ 4.0 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ก.พ.ร.จะมีหน้าที่ปฎิรูประบบราชการเป็นหลัก

นายสุวิทย์ กล่าวว่า หลังจากนี้ ป.ย.ป.เองต้องปรับการทำงาน ให้สอดรับกับ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฎิรูปประเทศ และ พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะออกมาบังคับใช้หลังจากนี้ เนื่องจากวันนี้ ป.ย.ป. ทำงานเพื่อส่งไม้ต่อให้คณะกรรมการที่จะเกิดขึ้นตามที่พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับดังกล่าวกำหนด อย่างไรก็ตาม มีอีก 2 เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการหลังมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ การปฎิรูปตำรวจและการศึกษา

“ วันนี้ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านแล้ว การทำงานของ ป.ย.ป. ยังคงเดิม เพียงแต่เตรียมพร้อมที่จะส่งมอบให้กับคณะกรรมการ ยุทศาสตร์และการปฎิรูปที่จะเกิดขึ้น ” นายสุวิทย์ ระบุ

“รัฐบาล”อนุโลม นั่งหลังกระบะ ได้ไม่เกิน 6 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270001

การเมือง, คมชัดลึก, เทศกาล, เมาแล้วขับ, รัฐบาล, อนุโลม, นั่ง, หลัง, กระบะ, ได้, ไม่, เกิน, รัฐบาลอนุโลม, นั่งหลังกระบะ, ได้ไม่เกิน

“รัฐบาล” อนุโลม นั่งหลัง กระบะ ได้ไม่เกิน 6 คน ย้ำ เจตนาห่วงใย ปชช. เทศกาล จนท.เข้มกวดขัน เมาแล้วขับ -ขับหวาดเสียว

          6 เม.ย.60 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลอยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน กรณีการบังคับใช้กฎหมายและการผ่อนปรนเป็นบางกรณี สำหรับการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ ดังนี้

1. รัฐบาลไม่มีเจตนาสร้างความลำบากแก่ประชาชน แต่จำเป็นต้องมีมาตรการลดอุบัติเหตุ แต่เมื่อประชาชนยังไม่พร้อม รัฐบาล จะเร่ง รณรงค์สร้างความเข้าใจ และให้เวลาปรับตัวอีกระยะหนึ่ง 2. เจ้าหน้าที่จะยังคงบังคับใช้กฎหมายด้วยการ จับปรับ ในกรณีของรถยนต์ส่วนบุคคลที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้าที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย แต่จะอนุโลม ตักเตือน ผู้ที่ นั่งเบาะหลังที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างถูกต้อง 3. รถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้  รถโดยสารประจำทาง ต้องคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง 4. สำหรับรถกระบะ อนุโลมให้นั่งในแค๊ป และในท้ายกระบะได้ไม่เกิน 6 คน แต่ห้ามนั่งบนขอบกระบะหรือฝาปิดท้ายรถ

5. เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่ที่ดื่มสุรา หรือใช้ความเร็วเกินกำหนด ขับรถหวาดเสียว หรือแซงในที่คับขัน ที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง 6. นายกฯ สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เรียกรับผลประโยชน์ใดๆ จากประชาชน หากผู้ใดพบเห็น ขอให้ถ่ายคลิปและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายกฯ และรัฐบาล มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปฏิบัติงาน โดยขอความร่วมมือให้คนไทยช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสม มุ่งเน้นที่การสร้างจิตสำนึก และความรับผิดชอบของทุกคน เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน จากอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน ที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก

“ปชป.”ทำบุญครบรอบ 71 ปีก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 8

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269962

ปชป.ทำบุญครบรอบ 71 ปีก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 8  นักการเมืองร่วมอวยพรเพียบ โวเลือกตั้งครั้งหน้า ปชป.ไม่เล็ก

          6 เม.ย.60 – ที่พรรคประชาธิปัตย์  ได้จัดงานครบรอบ วันคล้ายวันเกิดพรรค ครบ 71 ปี ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 8  มีพิธีทางศาสนาศาสนาอิสลาม พราหมณ์  และพุทธ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ นายชวน หลีกภัย  ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อดีตส.ส. ส.ก  ส.ข. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

นอกจากนั้นยังมีตัวแทนพรรคการเมืองอื่นๅ  นำกระเช้าดอกไม้  เข้าแสดงความยินดี อาทิ จากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคฯ นายศุภชัย  ไทยสมุทร รองเลขาธิการพรรคฯ จากพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายนิกร จำนง  รวมทั้งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ เป็นต้น

ด้านนายบัญญัติ กล่าวว่า ต่อไปนี้วันที่ 6 เมษายน จะมีวันสำคัญถึง 3 วัน คือ วันจักรี วันเกิดพรรค และวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ปี 2560 ซึ่งการเลือกตั้งคงจะเกิดขึ้นในไม่ช้าตามโรดแมป หรือคลาดเคลื่อนคงไม่ผิดจากนี้ ซึ่ง 71 ปีของพรรคเราดำรงอยู่ได้ด้วยความมุ่งมั่นของสมาชิกทุกคน  และพรรคจะเข้มแข็งได้ประกอบไปด้วย สภาพการเมืองในประเทศ  และ.คนของพรรค ที่ผ่านมาพรรคเราลุ่มๆดอนๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่เลือกตั้งครั้งต่อไปมั่นใจว่าเราไม่น่าจะเล็กอย่างที่เป็นมา.

ยธ.แม่งานตามการบ้านร่างกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269861

ชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม, แม่งาน, ตาม, การบ้าน, ร่าง

“ชาญเชาวน์”เผยก.ยุติธรรม แม่งานหลักตามการบ้าน ร่าง กม. ของแต่ละกระทรวง ทุกสิ้นเดือน ก่อนรายงานต่อให้ ครม.

        5 เม.ย. นายชาญเชาวน์  ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังการประชุมการเตรียมออกกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งที่ 1/2560 ว่า ที่ประชุมได้พูดคุยกัน 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ เรื่องแรกคือเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว จะมีกฎหมายของแต่ละกระทรวงที่ต้องออกมีอะไรและทำอย่างไรบ้าง และถ้าออกกฎหมายแล้วจะต้องกำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งเรื่องกฎหมายลูกเป็นหน้าที่กรธ.พร้อมเชิญเลขาธิการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาร่วมด้วย

โดยขณะนี้ทุกกระทรวงมีความชัดเจนเรื่องกฎหมายแล้ว เรื่องที่สองคือการพูดคุยถึง มาตรา 77 ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเกี่ยวข้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐ ซึ่งต่อไปนี้การออกกฎหมายจะต้องแบ่งเป็น 4 ช่วงก่อนการออกกฎหมาย จะต้องมีการตรวจสอบลำดับความสำคัญ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึง เมื่อหลังประกาศใช้กฎหมายแล้ว ยังจะมีการทบทวนผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายนั้น โดยจะสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 ที่มีอยู่แล้ว ถ้ากฎหมายไม่จำเป็นก็สามารถยกเลิกได้ หรือทำอย่างไรให้ทันสมัย

ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จะรับผิดชอบการติดตามความคืบหน้าของแต่ละกระทรวงทุกวันที่ 30 ของเดือน โดยทุกกระทรวจะต้องแจ้งความคืบหน้ามายังเว็บไซต์ที่กระทรวงยุติธรรมเปิดขึ้น โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่เป็นเว็บไซต์กลาง ประชาชนสามารถติดตามคามคืบหน้าความเคลื่อนไหวการร่างกฎ​หมายของแต่ละกระทรวงได้เช่นกัน จากนั้นก็จะรายงานเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ต่อข้อถามที่ว่าที่ประชุมได้มีการพูดคุยเรื่องการปฏิรูปตำรวจ และปฏิรูปการศึกษาหรือไม่ นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า สำนักงานตำนวจแห่งชาติ และกระทรวงศึกษาธิการ ต้องตั้งเรื่องขึ้นมาเพื่อประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญ และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีร่างกฎหมายวินัยการเงินการคลัง จะทำเสร็จทันหรือไม่นั้น นายชาญเชาวน์ ผู้แทนกระทรวงการคลังระบุว่าร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ ตนมั่นใจว่าทำเสร็จทัน

ลากเลือกตั้งปี62!! เป็นไป หาก สนช. โหวตตก กม.ลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269814

ไอลอว์, คมชัดลึก, จี้, กรธ, สนช, สะดุด, ปี62, ลากยาว, จ่อ, วันเลือกตั้ง, การเมือง, แก้โจทย์, รธนใหม่, มอง, วงวิชาการ, ลาก, เลือกตั้ง, เป็นไป, หาก, โหวต, กมลูก , ลากเลือกตั้งปี62, สนช, โหวตตก, ปริญญา

วงวิชาการมองไทย หลังรธน.ใหม่ ไร้ความเปลี่ยนแปลง เหตุมุ่งแก้โจทย์การเมือง “ปริญญา” เชื่อวันเลือกตั้งจ่อลากยาว ปี 62 หาก กม.ลูก สะดุดชั้นลงมติของ “สนช.”

          5 เม.ย. 60 – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานเสวนาวิชาการ เรื่อง “ทิศทางประเทศไทย ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” เนื่องในวันสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2560 โดยมีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย เชื่อว่าเมื่อประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรประกาศใช้ วันที่ 6 เม.ย. จะมีความชัดเจนในหลายประเด็น ได้แก่ การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี 5 เดือน หรือ เดือนกันยายน 2561 เมื่อนับเวลาการจัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ทั้ง 10 ฉบับโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตามกรอบเวลา 8 เดือน และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา รวมถึงแก้ไขข้อขัดข้องที่อาจใช้เวลาประมาณ 4 เดือน อย่างไรก็ตามการจัดการเลือกตั้งหรือการมีรัฐบาลชุดใหม่ อาจเกิดได้ในช่วงตุลาคม 2561 แต่จะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ต้องพิจารณาในปัจจัยสำคัญ คือ กระบวนการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่อาจมีปัญหาช่วงการลงมติของ สนช. เพราะตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้กำหนดทางออกไว้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ2560 อีกรอบ หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้การเลือกตั้งช้าออกไปอีกเป็นปี 2562 ได้

“ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งส.ส.จะทำได้เร็ว หาก กรธ. ส่งกฎหมายลูกที่ใช้ในการเลือกตั้ง จำนวน 4 ฉบับ คือ กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง, ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ได้ในคราวเดียว ให้กับสนช.โดยไม่ต้องใช้เวลาจนครบ 8 เดือน จะทำการเลือกตั้งจะเร็วที่สุด คือ ไม่เกินเดือนมกราคม 2561 ส่วนกรณีที่ กรธ. ไม่ยอมส่งร่างกฎหมายลูกที่ใช้ในการเลือกตั้ง แม้แค่บางฉบับก็เท่ากับกรธ.ประวิงเวลาในการเลือกตั้งให้ช้าออกไป ซึ่งขอให้จับตาการทำงานของกรธ. ว่าจะเลือกฟังใครที่อยากให้การเลือกตั้งล่าช้าหรือไม่” นายปริญญา กล่าว

นายปริญญา กล่าวด้วยว่า แม้การเลือกตั้งส.ส.จะสามารถทำได้ แต่กระบวนการเลือกนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดว่าในระยะ 5 ปี การเลือกนายกฯ ต้องใช้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ซึ่งใช้การลงมติของ ส.ส. ร่วมกับส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 250 คน ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมาก ดังนั้นตนเชื่อว่าหาก คสช. ต้องการเป็นรัฐบาลต่อจึงมีความเป็นไปได้สูง เพราะหาเสียงส.ส.​เพียง 126 เสียง คสช. จะได้ครองตำแหน่งนายกฯ ได้ทันที

ขณะที่นายกิตติ ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านนโยบายต่างประเทศ กล่าวว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในสายตาประเทศสากลที่ยึดความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งจับตาประเด็นการเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญใหม่ และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สัญญาณเชิงบวกกับประเทศไทยจึงจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ทางด้านนายธร ปิติดล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า การเมืองไทยหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนมองว่าคือการถอยหลังกลับไปสู่การเมือง ในปี 2520 ยุคที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษดำรงตำแหน่งนายกฯ และเป็นช่วงประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือหากเรียกให้ทันสมัยคือ ประชาธิปไตยแบบไฮบริดจ์ โดยจะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเกินครึ่ง ซึ่งในยุคดังกล่าวที่มีการเน้นอุตสาหกรรม การลงทุน การส่งออก และเมื่อเปรียบเทียบกับการต่างประเทศในการลงทุนลักษณะเดียวกัน ตนมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศเข้าข่ายแย่ เพราะมีปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม และความไม่ลงตัวที่มาจากสถาบันทางการเมือง ทั้งนี้ตนมองว่าด้วยระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ทำให้พรรคการเมืองใดไม่ได้เสียงข้างมาก และมีวุฒิสภาเป็นพรรคของ คสช. จะทำให้ดุลอำนาจมีการกระจายไปสู่กลุ่มต่างๆ มากยิ่งขึ้น กล่าวคือ ลดอำนาจของผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง เพิ่มอำนาจให้กับกลุ่มทุนที่เข้าสู่ระบบการเมืองผ่านการแต่งตั้ง ข้าราชการ ดังนั้นตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ เพราะมุ่งเฉพาะแก้โจทย์ทางการเมืองเท่านั้น​

ส่วนนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิเสรีภาพ เชื่อว่าภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในระยะ 1ปีจากนี้ประชาชนจะไม่มีส่วนร่วมต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ, การกำหนดมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ทั้ง 10 ฉบับ, กระบวนการปฏิรูปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด, การมีส่วนร่วมต่อการกำหนดการเลือกตั้ง แม้ประชาชนจะมีสิทธิในช่วงของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่มีพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งเท่ากับการเซ็นต์เช็คเปล่าไปให้กับคนที่ออกกฎหมาย อย่างไรก็ตามแม้จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ แต่ประกาศและคำสั่งของคสช. ที่มีเกือบ 200 ฉบับ อาทิ การให้คดีการเมืองของพลเรือนขึ้นศาลทหาร, ให้อำนาจทหารควบคุมตัวได้ 7 วัน , ให้หัวหน้า คสช.​ มีอำนาจพิเศษ ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังคงใช้บังคับต่อไป จึงถือว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่มีความหวังต่อประชาชน ยกเว้นใน 2 ประเด็น คือ สิทธิเสนอร่างกฎหมาย และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ.

สนช.รับหลักการกม.จับกุมผู้ต้องหาหนีประกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269782

สนช, รับ, หลักการ, จับกุม, ผู้ต้องหา, หนี, ประกัน

สนช.รับหลักการกม. ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหนีประกัน  เปิดทางตั้งคนคุมผู้ป้องกันหลบหนี   พร้อมให้สินบนรางวัลกับผู้แจ้งเบาะแส

        5 เม.ย. –ที่รัฐสภามีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.พ.ร.บ.มาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาล พ.ศ……. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งร่างดังกล่าวเป็นเพราะปัญหาที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาลหลบหนีไปทำให้การพิจารณาพิพากษาคดีต้องล่าช้า ส่งผลกระทบต่อนโยบายในการป้องปรามอาชญากรรม อีกทั้งการไม่มีเจ้าพนักงานกำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ศาลกำหนด เพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้เมื่อเกิดการหลบหนีก็ไม่มีเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยเหล่านี้กลับมาดำเนินคดี ดังนั้นจึงควรมีมาตรการกำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวและการติดตามจับกุมผู้ต้องการหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งการนำเงินค่าปรับตามคำพิพากษาในคดีอาญามาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในมาตรการดังกล่าว โดยกำหนดในมาตรา 4  ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรา 108 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลอาจมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลใดเป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวก็ได้

ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย เว้นแต่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้หลบหนีหรือไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายขึ้น โดยผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยตัวมิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรแก่กรณี นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้รางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสของผู้ต้องหาที่หลบหนีด้วย

จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายโดยสมาชิกสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ 175 คะแนน รับหลักการร่างพ.ร.บ.มาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาล พร้อมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 15 คน และให้มีระยะเวลาพิจารณา 60 วันก่อนกลับมาเสนอให้สนช.พิจารณาอีกครั้ง

ร้อง ป.ป.ช. สอบ “13รองอธิการบดี” ส่อเลี่ยงยื่นทรัพย์สิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269758

13 รองอธิการบดี, รองอธิการบดี, คมชัดลึก, เงินได้, ภาษี, ศธ, ตำแหน่ง, นักการเมือง, ชาติ, แม่พิมพ์, ทรัพย์สินฯ, 13 รองอธิการบดีมหิดล, ร้อง, ปปช, สอบ, รอง, อธิการบดี, ส่อ, เลี่ยง, ยื่น, ทรัพย์สิน, 13รองอธิการบดี, ภตช, 13 รองอธิการบดี มหิดล

“ภตช.” ร้อง “ป.ป.ช.” สอบ “13 รองอธิการบดี มหิดล” ส่อเลี่ยงยื่นทรัพย์สินฯ ซัดแม่พิมพ์ของชาติ ต้องรับผิดชอบกว่า นักการเมือง

          5 เม.ย.60 – นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ (ภตช.) พร้อมด้วย น.ส.ภคอร จันทรคณา รองเลขา ภตช. ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธาน ป.ป.ช. ผ่านนายศักดิ์ชัย เมธินีพิศาลกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของรองอธิการบดีมหาวิทยาลัย 13 ราย ที่อาจจะมีพฤติกรรมหลบหลีก ซ่อนเร้น เลี่ยงการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยการลาออกก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ และขอให้กำหนดตำแหน่งเพิ่มเติมในการแสดงบัญชีทรัพย์สินของบุคคลในกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย รองเลขาธิการ กพฐ. ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รองเลขาธิการ กอศ. ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. รองเลขาธิการสภาการศึกษา ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รองเลขาธิการ สกอ. ผู้ช่วยเลขาธิการ สกอ. เลขาธิการ กศน. รองเลขาธิการ กศน. เลขาธิการ สช. รองเลขาธิการ สช. ศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา ผอ.เขตพื้นที่การมัธยมศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนแข่งขันสูง 366 โรงเรียน รวมทั้งขอให้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ กรรมการ ป.ป.ช. และ ข้าราชการ ป.ป.ช.ตั้งแต่ระดับ 9-11 ทั้งหมดเพื่อสร้างความเป็นธรรมกับผู้ถูกตรวจสอบ และให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า กฎหมาย ป.ป.ช.ในเรื่องนี้ยังมีรูรั่ว เพราะในตำแหน่งรองอธิการบดีนั้น หากเป็นตำแหน่งรักษาการก็ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน จึงอยากให้เพิ่มเติมเข้าไปได้ ไม่อย่างนั้นจะมีการเลี่ยงกฎหมายเกิดขึ้น ทุกมหาวิทยาลัยจะมีแต่รักษาการรองอธิการบดี อย่างมหาวิทยาลัยบูรพา ที่มีรักษาการรองอธิการบดีมา 2  ปีแล้ว ดังนั้น กฎหมาย ป.ป.ช.ควรจะเป็นแหตาเล็ก มากกว่าเป็นอวนตาห่าง ที่จับได้เพียงแค่ปลาใหญ่เท่านั้น จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินของรองอธิการบดี 13 รายที่ที่ลาออกก่อนหน้านี้ รวมทั้งทรัพย์สินของรักษาการรองอธิการบดีในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย รวมถึงข้าราชการระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ข้าราชการสุจริตตั้งแต่ต้น และคนที่เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติก็ควรที่จะมีความรับผิดชอบมากกว่านักการเมือง

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์หน้า ภตช. จะเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายรัษฎากร ที่กำหนดว่าเงินได้ทางการศึกษาไม่ต้องเสียภาษี เพราะอธิการบดีบางมหาวิทยาลัยมีรายได้จากเงินส่วนนี้สูงมาก บางคนมีรายได้เดือนละ 4-7 ล้านบาท จึงเห็นว่าควรกำหนดให้เงินส่วนนี้จะต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้า เพื่อให้นำเงินภาษีมาพัฒนาประเทศ ไม่อย่างนั้นเงินจำนวนมากจะไปกระจุกอยู่ที่อธิการบดี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชนผู้เสียภาษีรายอื่น.

“ป๋าเปรม” ย้ำทุกคนเท่าเทียมภายใต้ รธน.ฉบับเดียวกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269761

สานใจไทย, สู่ใจใต้, เยาวชน, สำนึก, คนไทย, ตอบแทน, ประเทศไทย, พุทธ, อิสลาม, ระหองระแหง, คมชัดลึก, ป๋า, เปรม, ย้ำ, ทุกคน, เท่าเทียม, ภายใต้, รธน, ฉบับ, เดียวกัน, ป๋าเปรม, รธนฉบับเดียวกัน, สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 30

“ป๋าเปรม” ประธานเปิดงาน “สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 30” ย้ำทุกคนเท่าเทียม ภายใต้ รธน. ฉบับเดียวกัน ฝากเยาวชนทุกคน สำนึกว่าเป็นคนไทย ตอบแทนและเป็นคนดี

          5 เม.ย. 60 – พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิดงาน สานใจไทยสู่ใจใต้รุ่นที่ 30 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ในฐานะประธานดำเนินโครงการ กล่าวรายงาน ทั้งนี้มีตัวแทนเหล่าทัพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ที่สโมสรที่สโมสรทหารบก

พล.อ.เปรม กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องความสามัคคีของคนในชาติ ตนเคยพูดกับเด็กอิสลามว่า พวกเขาเป็นคนไทย มีสิทธิ์ มีหน้าที่ตอบแทนแผ่นดินเช่นเดียวกับคนไทยที่นับถือศาสนาอื่น ซึ่งเคยมีเด็กมาบ่นกับตนเรื่องความไม่เป็นธรรม ตนเลยบอกว่าความไม่เป็นธรรม มีอยู่ทั่วโลก ดังนั้นต้องแสวงหาความเป็นธรรม แต่ต้องขอร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันทำให้เยาวชนเข้าใจว่าเขามีความเท่าเทียมกับเด็กศาสนาอื่น แม้แต่ศาล อัยการ ตำรวจ ก็ไทยทั้งนั้น ซึ่งขอร้องเด็กว่า ให้ระลึกว่าเป็นคนไทย อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่จะมีการพระราชทานในวันพรุ่งนี้ (6 เม.ย.) ซึ่งจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน

พล.อ.เปรม กล่าวต่อว่า ตอนริเริ่มโครงการได้ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนนี้กระจายไปยังกระทรวงอื่นๆ ซึ่งต้องขอบคุณ ต่อไปนี้ความระหองระแหงระหว่างไทยพุทธ ไทยอิสลามจะหมดไปในที่สุด ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน เอาใจใส่ และชอบโครงการนี้อยากให้พวกเรานึกว่าเราเป็นคนไทย ต้องรักชาติไทย ตอบแทนแผ่นดินไทย ทำตัวเป็นคนดีของประเทศไทย

ทั้งนี้สำหรับโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ เป็นโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน มีการคัดเลือกเยาวชนร่วมโครงการไปแล้ว 29 รุ่น จำนวน 6,109 คน โดยในครั้งนี้ครั้งที่ 30 มีเยาวชนเข้าร่วม 321 คน แบ่งเป็น เยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามจำนวน 229 คนเยาวชนที่นับถือศาสนาพุทธจำนวน 91 คนและเยาวชนที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวน 1 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้วิสัยทัศน์และประสบการณ์ชีวิตรวมทั้งได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงซึ่งจะมีการจัดอบรมปีละสองรุ่น.