“ป.ป.ช.” เปิดทรัพย์สิน สนช. ทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269733

คมชัดลึก, สนช, ทอง, พระเครื่อง, เพียบ, ของขลัง, หนี้สิน, บัญชี, ปปช, ปปช, เปิด, ทรัพย์สิน, ทหาร, เปิดทรัพย์สิน, สนช, บิ๊กช้าง

“ป.ป.ช.” เปิด บัญชีทรัพย์สิน 3 สนช. สายทหาร พบ “บิ๊กช้าง” พระเครื่อง-ทอง-ของขลัง เพียบ

          5 เม.ย.60 – ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีรับตำแหน่ง จำนวน 3 ราย พบว่า พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม และคู่สมรสมีทรัพย์สินมากที่สุดทั้งสิ้น 59,658,147 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของ พล.ท.ธนเกียรติ 10,024,254 บาท ของคู่สมรส 49,633,892 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินใน จ.สตูล จ.เพชรบุรี จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และกรุงเทพฯ รวมถึงโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ 2 หลัง มูลค่าประมาณ 21,500,000 บาท นอกจากนั้น ทรัพย์สินอื่น อาทิ อาวุธปืน 5 กระบอก พระสมเด็จ พระนางพระยา พระรอด ไม่มีหนี้สิน

ขณะที่ พล.อ.สสิน ทองภักดี และคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 47,982,804 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของ พล.อ.สสิน 38,056,528 บาท ของคู่สมรส 9,926,276 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนมูลค่า 15,611,826 บาท ที่ดิน 13,100,000 บาท ในหลายจังหวัด เช่น อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และกรุงเทพฯ และพบว่าหนี้สินมี 60,105 บาท

ในส่วนของ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 28,673,379 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของพล.อ.ชัยชาญ  17,768,309 บาท คู่สมรส 10,596,694 บาท และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 308,375 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ พล.อ.ชัยชาญ เป็นเงินฝาก 4,714,661 บาท ที่ดิน 3,349,000 บาท และทรัพย์สินอื่น มูลค่า 2,023,650 บาท อาทิ อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .380 H06350 เควิน 1 กระบอก พระบูชา 27 องค์ พระเครื่องและของขลัง 23 องค์ พร้อมสร้อยทอง 2 เส้น ทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 75 บาท ทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 5 บาท และพบว่ามีหนี้สิน 2,001,231 บาท.

ยังไม่มี สนช.ไขก๊อกลงเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269724

ลูก, กฎหมาย, กระทบ, ไม่, คมชัดลึก, สนาม, ลง, ลาออก, สนช, พรเพชร, ยัง, ไม่มี, ก๊อก, เลือกตั้ง, ยังไม่มี, สนชไขก๊อกลงเลือกตั้ง

“พรเพชร”เผย ยังไม่มีสนช.ลาออกลงสนามเลือกตั้ง แต่หากมีคงไม่มาก ยันไม่กระทบถกกฎหมายลูก

          5 เม.ย.69 –  นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมีสมาชิก สนช.บางส่วนลาออกไปลงรับสมัครรับเลือกตั้งจะมีผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน แต่ยังไม่ได้ยินว่าจะมีสนช.คนใดลาออกไปสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งนายกฯก็บอกแล้วว่าก็เป็นการลาออกเพื่อไปทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ซึ่งก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล และในรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้แล้วถ้าตำแหน่งสนช.ว่างลงสามารถเสนอโปรดเกล้าแต่งตั้งเพิ่มได้ ทั้งนี้การลาออกของสมาชิกสนช.ไม่มีผลกระทบในการพิจารณากฎหมายร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับ และคงจะลาออกไม่มากนัก เนื่องจากการพิจารณากฎหมายจะใช้องค์ประชุมเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบว่าท่านใดจะลาออกบ้าง เพราะยังไม่มีใครปรึกษาอย่างจริงจริง แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสมาชิกสนช.ให้ความสนใจมาก สมัครมาเป็นกรรมาธิการมากผิดปกติเกิน 30 คน ปกติจะมีเพียง 15-21 คนเท่านั้น

เมื่อถามว่าร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังเสร็จพระราชพิธีหรือไม่ หรือประกาศใช้ในวันถัดไป นายพรเพชร กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญน่าจะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ หรือไม่ยังไม่แน่ใจ ขอดูตัวบทกฎหมายก่อน.

นายกฯ ถกอีอีซี ตรวจอู่ตะเภา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269710

นำทีม, ถก, อู่ตะเภา, อีอีซี, ลงทุน, โครงสร้าง, พื้นฐาน, MOU, มอง, เห็น, อนาคต, ติด, กับดัก, ตัวเอง, ประยุทธ์, ระเบียง, เศรษฐกิจ, พิเศษ, นายกฯ, อีซี, ตรวจ, อู่, ตะเภา, ถกอีอีซี, ตรวจอู่ตะเภา, บิ๊กตู่, มองเห็นอนาคต อย่าติดกับดักตัวเอง, อารมณ์ดี มองเห็นอนาคต อย่าติดกับดักตัวเอง

“บิ๊กตู่” นำทีมถก อีอีซี ที่อู่ตะเภา ดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเซ็นต์ MOU 3 ฉบับ บอก “มองเห็นอนาคต อย่าติดกับดักตัวเอง”

          5 เม.ย. 60 – เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางอรรชกา ศรีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางไปท่าอากาศยานอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) รวมถึงตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาสนามบินอูตะเภา เพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “อารมณ์ดี มองเห็นอนาคต อย่าติดกับดักตัวเอง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการพบปะและหารือกับนักธุรกิจข้ามชาติรายใหญ่กว่า 20 ราย ก่อนจะเป็นประธานการประชุมประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ส่วนราชการและเอกชนในพื้นที่ร่วมประชุมด้วย ซึ่งที่ประชุมจะพิจารณาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะใน  2 โครงการหลัก 1.โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และ 2.การพัฒนารถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง

จากนั้นนายกฯจะเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง 3 ฉบับ 1.เรื่องศูนย์ซ่อมอากาศยาน ระหว่างกองทัพเหลือกับบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) 2.เรื่องศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศ ระหว่างกองทัพเหลือกับบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) และ 3.เรื่องศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการบิน ระหว่างกองทัพเรือกับสถาบันการบินพลเรือน.

ห้ามนั่งท้ายกระบะสาดน้ำเด็ดขาด !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269644

สงกรานต์, เล่น, อนุพงษ์ เผ่าจินดา, มหาดไทย, ห้าม, นั่ง, ท้าย, กระบะ, สาด, น้ำ, เด็ดขาด, มท1, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร

“มท.1”เข้มห้ามนั่งท้ายกระบะเล่นสงกรานต์เด็ดขาด สั่งจนท.เคร่งครัดบังคับใช้กฎหมาย ให้เหมาะสมปชช.อยู่ในช่วงเศร้าโศก

       4 เม.ย.  –  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2560 ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” โดยพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มาตรา 44 คุมเข้มการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งดื่มไม่ขับ ขับรถเร็วและไม่คาดเข็มนิรภัยในรถยนต์ส่วนบุคคลและรถสาธารณะ รวมถึงคุมเข้มรถโดยสารสาธารณะกับผู้ประกอบการและพนักงานขับรถที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ขอให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่เห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับที่ 16 ของพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถหรือมีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว หากมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่า เมาแล้วขับ

ขณะเดียวกันได้กำชับจังหวัดส่งเสริมการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณี กำหนดพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยและปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดจุดการเล่นน้ำ ขอเน้นย้ำว่า ห้ามโดยสารท้ายรถกระบะโดยเด็ดขาดในทุกกรณี เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงห้ามโดยสารท้ายกระบะเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ใช้วิธีอื่นในการเดินทางกลับ  และมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าความสะดวก แล้วในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ช่วงเวลาเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม ตามประเพณีวัฒนธรรม เช่น การเข้าวัดทำบุญ เป็นต้น และยิ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุกฝ่ายยังอยู่ในบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก

“ขอทุกฝ่ายอย่าสนุกสนานรื่นเริงมากจนเกินเลย ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจร ยึดหลัก 4 ห้าม 2 ต้องคือห้ามขับรถเร็ว ห้ามดื่มแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มนิรภัยทุกครั้ง ศปถ.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดสนธิกำลังตั้งจุดตรวจหลักด่านชุมชนทั้งถนนสายหลักและสายรอง เพื่อดูแลความปลอดภัย” รมว.มหาดไทย กล่าว

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอกำชับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องจัดตั้งกองอำนวยการอำเภอขึ้นมา โดยมีภาคเอกชน ชมรมมูลนิธิต่างๆร่วมด้วย โดยให้นายอำเภอแบ่งพื้นที่ เช่น จุดตรวจ จุดสกัด ต้องจัดให้มีผู้รับผิดชอบ รวมถึงแบ่งประเภทสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้นเพื่อกำหนดเครื่องมือ เครื่องใช้ให้พร้อมแก้ปัญหาเมื่อเกิดภัยนั้นๆ ทั้งรถยก รถลากดึง ชุดปฏิบัติการพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงไฟส่องสว่าง กล้องซีซีทีวีในทุกพื้นที่ต้องใช้การได้ ส่วนสถานที่จัดกิจกรรมบันเทิงรื่นเริง ผู้จัดต้องจัดสถานที่จอดรถไว้ด้วย พร้อมรับฝากกุญแจ เมื่อมารับรถคืนต้องไม่เมา ถ้าใครเมา ห้ามคืนกุญแจรถให้

“ให้ตั้งเป็นสโลแกน คืนกุญแจรถให้คนเมา เหมือนคืนความตายหรือคืนความตายให้เขาไปตาย  กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องดูให้ดี ขอเน้นย้ำให้นายอำเภอสั่งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้จัดชุดปฏิบัติการประจำตำบลหมู่บ้าน เชิญตำรวจ ทหาร ครู เจ้าหน้าที่อนามัย จดรายชื่อผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับเขียนเป็นกติกาประจำหมู่บ้าน ให้ผู้ปกครองเตือนลูกหลาน ถ้าทำผิดระเบียบก็จะให้เก็บผักตบชวา ถางหญ้า ทำความสะอาดห้องส้วมสถานีอนามัย เป็นต้น ผมยืนยันว่า มาตรา 44 ไม่ได้จำกัดสิทธิเสรีภาพในการเล่นสงกรานต์ แต่ขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย” ปลัด มท. กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า  หากผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ ได้รับเชิญให้กล่าวเปิดงานที่ใด ขอให้เน้นย้ำเรื่องมาตรการความปลอดภัยทางถนนด้วย ขณะที่โรงเรียนตามต่างจังหวัดให้ประสานขอความร่วมมือไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน บอกไปยังโรงเรียนให้รับทราบกติกาวันสงกรานต์ ให้นักเรียนส่งเป็นการบ้านให้ผู้ปกครองรับทราบแล้วส่งกลับมายังโรงเรียน

สำหรับการนำรถกระบะมาบรรทุกน้ำนั้น ผู้ขับ ผู้เล่นต้องไม่เมา และหากใช้รถกระบะเล่นน้ำห้ามขึ้นถนนใหญ่หรือดินดำ แต่ขับวนเล่นในหมู่บ้านได้ ถ้าขึ้นถนนใหญ่ต้องเข้าสู่มาตรา 44 อย่างเคร่งครัด ขณะที่ร้านค้า ร้านจำหน่ายสุรา ให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เรียกผู้ขายมาทำความเข้าใจในการจำหน่ายสุราตามกฎหมาย ที่สำคัญสงกรานต์ปีนี้ต้องห้ามโป๊ เปลือย

นายกฯน้อมนำพระบรมราโชวาท ร.10 เป็นแนวทางปฏิบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269616

ร10, นายกฯ, น้อมนำ, พระบรมราโชวาท, ร10, เป็น, แนวทาง, ปฏิบัติ, เป็นแนวทางปฏิบัติ

“นายกฯ”น้อมนำพระบรมราโชวาท ร.10 เป็นแนวทางปฏิบัติ  ครม.กำชับแผนรักษาความปลอดภัยช่วงสงกรานต์

        4 เม.ย. พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้กล่าวถึงการมอบรางวัลให้ข้าราชการดีเด่นในกระทรวงต่าง ๆ ฝ่ายพลเรือน เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยนายกฯได้มอบนโยบาย ให้มีการประเมินการทำงานของข้าราชการที่ได้รับรางวัล และในปีถัดไปให้มีการพิจารณาหาข้าราชการดีเด่นเป็นหน่วย ๆ ไป

นอกจากนี้นายกฯได้นำพระบรมราโชวาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากล่าวให้ที่ประชุมให้รับทราบว่า “งานราชการนั้นคืองานของแผ่นดิน มีผลเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนทุกคน ดังนั้นข้าราชการผู้ปฏิบัติงานของแผ่นดินจึงต้องทำความเข้าใจในความสำคัญของหน้าที่และความรับผิดชอบของตนให้ถ่องแท้ และร่วมกันคิดร่วมกันทำ ด้วยความอุตสาหะ เสียสละ และสุจริต จริงใจ รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดจากงานเป็นหลักใหญ่ งานของแผ่นดินทุกส่วนจะได้ดำเนินก้าวหน้าไปพร้อมกัน และสำเร็จประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือยังความเจริญมั่นคง ให้เกิดแก่ประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนได้อย่างแท้จริง และยั่งยืนตลอดไป”

   ครม.กำชับแผนรักษาความปลอดภัยช่วงสงกรานต์

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอแผนให้ที่ประชุมได้รับทราบ ในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตและอำนวยความสะดวกในการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 โดยจะมีระยะเวลาการดำเนินการช่วงระหว่างวันที่ 5 – 18 เม.ย. เพื่อให้ครอบคลุมวันที่ 6  เม.ย. ซึ่งเป็นวันหยุดราชการเนื่องในวันจักรี ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการนี้เพื่อป้องกันและลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน

โดยแผนนี้จะครอบคลุมทั้งการเดินทางถนน ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ สำหรับแผนอำนวยความสะดวกในการเดินทาง อาจจะมีการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชนในระหว่างการเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งสิ้น 718 จุด ทั่วประเทศ โดยเป็นการจัดเพื่อบริการที่พักคอย จุดพักรถ น้ำดื่ม และห้องสุขา รวมไปถึงการบริการข้อมูลการเดินทาง การตรวจสภาพรถ โดยการบริการบางอย่างจะดำเนินการให้ฟรี

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องการบริการขนส่งสาธารณะได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ จัดเตรียมพื้นที่สถานีขนส่งชานชาลา และที่จอดรถสำรอง เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนรถโดยสาร เพิ่มเที่ยวรถ และเที่ยวบิน รองรับปริมาณการเดินทางจำนวนทั้งหมด 521,996 เที่ยว รองรับผู้โดยสารประมาณ 35 ล้านคน มีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีมาตรการที่เสนอโดยกระทรวงมหาดไทย โดยจะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ช่วง ในช่วงแรกคือวันที่ 22 มี.ค. – 10 เม.ย. และช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่ควบคุมเข้มข้นพิเศษ ระหว่างวันที่ 11 – 17 เม.ย. โดยมีเป้าหมายคือลดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บให้เหลือน้อยที่สุด จะมีการซ่อมถนน สำรวจจุดเสี่ยงและปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัยมากขึ้น มีการตรวจสอบมาตรฐานยานพาหนะ โดยเฉพาะขนส่งสาธารณะ การดูและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร แก่ผู้ใช้รถ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงทางด้านความปลอดภัยทางคมนาคม มาตรการการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุโดยกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรวม.กลาโหม ได้แสดงความเป็นห่วงและสั่งการ เพิ่มเติมในเรื่องความเข้มงวดในมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยให้เน้นงานด้านการข่าว และการเฝ้าระวังการก่อวินาศกรรม การป้องกันในจุดเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง และศูนย์การค้า ที่จะมีคนสัญจรเป็นจำนวนมาก

โดยรองนายกฯได้สั่งการให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการในพื้นที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ อีกทั้งยังมีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้จัดทำแผนเผชิญเหตุ รวมถึงการซักซ้อมปฏิบัติจริง ทั้งนี้ได้มีการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างเหมาะสม และรณรงค์เรื่องการแต่งกายให้สุภาพในการร่วมเทศกาลวันสงกรานต์ช่วงนี้ด้วย

แบ่งเขตเลือกตั้งยังไม่ยุติ !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269611

ภูมิพิทักษ์ กองแก้ว รองเลขาธิการกกตด้านกิจการบริหารกลาง, แบ่ง, เขตเลือกตั้ง, ยัง, ไม่, ยุติ

กกต.แจงแบ่งเขตส.ส.แค่เตรียมการภายใน ยังไม่ยุติ อาจปรับเปลี่ยน เหตุมีการเพิ่ม-ลดจำนวนราษฎร-ไม่มีเลือกตั้งปีนี้ จึงต้องรอตัวเลขราษฎรนิ่งหลัง 31 ธ.ค.60

       4 เม.ย. — นายภูมิพิทักษ์ กองแก้ว รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการบริหารกลาง แถลงว่า ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาเรื่องที่สำนักงานกกต.ได้มีการเตรียมความพร้อมในการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส. จากการที่สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้ออกประกาศเรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 65,931,550 คน ซึ่งสำนักงานกกต.ได้คำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีตามหลักเกณฑ์มาตรา 83,85 และ 86 ของร่างรธน.ฉบับผ่านการออกเสียงประชามติที่กำหนดให้มีส.ส.เขตทั้งสิ้น 350 คน

โดยมีจังหวัดที่จะพึงมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 คนจำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ ตราด นครนายกพังงา แม่ฮ่องสอน ระนอง สมุทรสงครามสิงห์บุรี และอ่างทองและมีจังหวัดที่มีส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเกิน 1 คน จำนวน 68 จังหวัดและกทม. ดังนั้นพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการกกต. ในฐานะรักษาการเลขาธิการกกต.จึงได้มีหนังสือสั่งการให้สำนักงานกกต.ประจำจังหวัดดำเนินการสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมเสนอแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส.ไว้เป็นการล่วงหน้า 3 รูปแบบเรียงตามลำดับความเหมาะสมโดยแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละให้เขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรแต่ละเขตใกล้เคียงกันและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนรวมถึงพรรคการเมือง ก่อนที่จะเสนอ ร่างการแบ่งเขตเลือกตั้งพร้อมทั้งแผนที่และรายละเอียดพื้นที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจำนวน 2 ชุด ภายในวันที่ 25 เมายน 2560

“เมื่อรัฐธรรมนูญจะมีการประกาศใช้ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ และสำนักงานทะเบียนกลางได้ประกาศจำนวนราษฎรประจำปี 2559 กกต.ก็ต้องเริ่มทำงานไปก่อน เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเท่านั้น จำนวนส.ส.ที่พึงมีในแต่ละจังหวัดที่ประกาศออกไปจึงยังไม่ถือว่าเป็นข้อยุติเพราะการเลือกตั้งก็คงไม่เกิดขึ้นในปีนี้ ดังนั้นการแบ่งเขตที่ชัดเจนว่าจังหวัดไหนจะมีส.ส.เท่าไร คงต้องรอการประกาศจำนวนราษฎร ณ.วันที่ 31 ธ.ค. 60 ซึ่งเวลานั้นก็อาจจะมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราษฎร ที่จะมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนของส.ส.ในแต่ละจังหวัดได้”นายภูมิพิทักษ์ กล่าว

นอกจากนี้สำนักงานยังได้มีการเตรียมการภายในเพื่อให้มีความพร้อมในการเลือกตั้งส.ส.ในเรื่องอื่น ๆ อีกทั้งการเตรียมการเรื่องการจัดทำงบประมาณการจัดหาบุคลากรมาปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้งประกอบกับกระบวนการแบ่งเขตเลือกตั้งมีขั้นตอนการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการพอสมควร ส่วนปฏิทินการเลือกตั้งนั้นทางสำนักงานก.ก.ต.ได้เริ่มเตรียมการเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนว่าในแต่ละห้วงเวลาต้องดำเนินการอะไรบ้างแต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันใดเพราะต้องรอให้มีการประกาศใช้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งก่อน

ยังไม่ปลดล็อกการเมืองหลังใช้รธน.!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269602

รัฐธรรมนูญ, ประวิตร, สงกรานต์, ยัง, ไม่, ปลดล็อก, การเมือง, หลัง, ใช้, รธน, บิ๊กป้อม, มิดไนท์สงกรานต์

“บิ๊กป้อม”ย้ำยังไม่ปลดล็อกการเมือง หลังประกาศใช้ รธน. ไม่บังคับจัด มิดไทน์สงกรานต์ แต่ถ้ามีเรื่อง ผู้ว่าฯ ต้องรับผิดชอบ

         4 เม.ย. — พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่จะมีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าจะมีการปลดล็อกพรรคการเมืองหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังไม่มี ซึ่งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปตามขั้นตอน อะไรที่ยังไม่เรียบร้อยก็ขอให้รอก่อน เพราะยังเหลือเวลาอีกปีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาปีกว่านั้นจะเปิดโอกาสให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ พล.อ. ประวิตร ตอบว่า ขอให้ถามเรื่องดังกล่าวนี้กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีดีกว่า

   ไม่บังคับจัด มิดไนท์สงกรานต์ แต่ถ้ามีเรื่อง ผู้ว่าฯ ต้องรับผิดชอบ

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงข้อเสนอที่ให้จัดเทศกาลสงกรานต์ถึงเวลาเที่ยงคืน หรือ “มิดไนท์สงกรานต์” ว่า เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยตนได้คุยกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว ขณะช่วงนี้อยู่ในบรรยากาศการถวายอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนั้นการเล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้จึงควรจัดแบบพอเหมาะ เรื่องดังกล่าว ครม. ไม่ได้ให้ความเห็นชอบว่าต้องจัดมิดไนท์สงกรานต์ แต่จะทำอย่างไรให้การจัดงานเทศกาลมีความเหมาะสม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับภัยอันตรายที่จะได้เกิดขึ้นมากมาย ทั้งนี้เรื่องมิดไนท์สงกรานต์ ทราบว่ามีประมาณ 19 จังหวัดที่จัดขึ้น ซึ่ง รมว.มหาดไทย ก็ได้รับเรื่องไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการใช้มาตรการนี้ทั่วประเทศหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ จะมาพูดได้อย่างไรว่าบังคับใช้ทั่วประเทศ  ก็เป็นเรื่องแล้วแต่ที่ใครจะจัด แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุ ซึ่งเรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องรับผิดชอบ ถ้ามีการเสียชีวิตหรือมีเกิดเหตุขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ว่าฯกับภาคเอกชนร่วมกัน

เล็งยื่่นป.ป.ช.ให้ตรวจสอบย้อนหลัง”13รองอธิการฯมม.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

7แสน-ล้าน, นายกฯ, เงินเดือน, สอบผอรร, เล็ง, ยื่่นปปชให้ตรวจสอบย้อนหลัง13, รอง, อธิการฯ, 13รองอธิการฯมม

“มงคลกิตติ์”หนุนป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินผู้บริหารม.รัฐ แฉ!เงินเดือน7แสน-ล้าน มากกว่า”นายกฯ”เล็งยื่นป.ป.ช.พรุ่งนี้ให้ตรวจย้อนหลัง13 รองอธิการบดีมมม.

           เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2560  นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช. สั่งให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยของรัฐแสดงทรัพย์สินภายในวันที่ 3 เม.ย -2 พ.ค. 2560 นี้ ล่าสุดรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล 13 คนลาออกจากตำแหน่งว่า อาจจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ ป.ป.ช.จะออกกฎเกณฑ์เพิ่มเติมให้ย้อนหลังไปอีก 2-3 เดือน ซึ่งในวันพรุ่งนี้(5 เม.ย.)ตนจะเดินทางมายืนให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอดีตรองอธิการบดีทั้ง 13 ราย เพราะคิดว่ายังมีรองอธิการบดีจากอีก 200 มหาวิทยาลัย เตรียมจะลาออกกัน เนื่องจากการออกฎเกณฑ์การแสดงบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. ตนเห็นว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งเปิดเผยไม่พอ ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ ว่ารองอธิการบดีต้องเปิดเผยว่ามีเงินเข้า-ออกเท่าไหร่ ก่อนเข้า และหลังรับตำแหน่ง ควรจะมีการชี้แจง แล้วแปะที่หน้ามหาวิทยาลัยให้นักศึกษาได้ดูว่าอาจารย์ของเรามีทรัพย์สินเท่าไหร่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

          “คณาจารย์บางทีมีเงินมากผิดปกติ เพราะตามประมวลกฎหมายรัชฎากร เงินได้ทางการศึกษาไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งอาจจะต้องมีการเสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป เรื่องการเก็บภาษีการศึกษาเกี่ยวกับการสอนพิเศษ และรายได้อธิการบดีบางมหาวิทยาลัยมีมากกว่าเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี อยู่ประมาณ 20 เท่า นายกฯมีเงินเดือนแสนสอง แต่อธิการบดีมีเงินเดือน 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท ไม่รวมหลักสูตรพิเศษ จ่ายเงินครบจบแน่นอน บางมหาวิทยาลัยมีเงินเดือน 7 แสน ไม่รวมค่าประธานหลักสูตรละหมื่นห้า เดือนหนึ่งมี 20 หลักสูตร ก็รับสามแสนบาท ปีหนึ่งๆได้กี่ล้านบาท เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ ป.ป.ช.ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” นายนายมงคลกิตติ์ กล่าว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า นอกจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยแล้ว ป.ป.ช.น่าจะออกระเบียบ ครอบคลุมไปถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนแข่งขันสูงก็เป็นระดับ 8 และ 9 ด้วย เพราะถ้าออกระเบียบในช่วงนี้ยังทัน ที่จะเป็นช่วงมีการฝากเด็กเข้าเรียน ในช่วงหลังเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งหากระเบียบ ป.ป.ช.ที่ออกมาทำให้ อธิการบดี รองอธิการบดี ของมหาวิทยาลัยลาออกกันหมด ไม่มีใครกล้ามาเป็นผู้บริหาร ก็ให้เปิดรับสมัครเป็นแบบสรรหา และจ้างเอกชนที่เป็นผู้บริหารเฉพาะกิจไปบริหาร จ้างเป็นเงินเดือนแล้วเขาก็จะเสียภาษีที่ถูกต้อง รวมทั้งหากมีข้าราชการคนใดสามารถชี้แจงบัญชีทรัพย์สินได้ก็ให้ไปสมัคร

“การเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ถ้าบริสุทธิ์ใจแล้ว จะชี้แจงตอนไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปจัดทัพทรัพย์สิน รองอธิการบดีเองนอกจากเงินเดือน เงินสอนพิเศษ ยังมีเงินที่ปรึกษาบริษัทอีก ซึ่งอาจจะผิดระเบียบ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่ออกนอกระบบ อธิการบดีและรอง มีฐานะดีผิดปกติกันทุกคน เพราะฉะนั้นแล้วก็ต้องไปตรวจสอบ โดยเฉพาะ 13 รองอธิการบดีที่ลาออก ป.ป.ช.ควรตรวจสอบย้อนหลัง ไม่ควรอ้างเตรียมตัวไม่ทัน เพราะข้าราชการต้องพร้อมตลอดเวลา ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

ครม.ไฟเขียวซื้อรถถัง 10 คัน !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269598

รถถังจีน, ประวิตร, ครม, ไฟเขียว, ซื้อ, รถถัง, คัน, ครมไฟเขียวซื้อรถถัง

“ครม.”เห็นชอบซื้อรถถังล๊อตสอง 10  คัน ทดแทนรุ่นเก่าจากสหรัฐวงเงิน 2,000 ล้านยังเหลืออีก 11 คัน

        4 เม.ย. —  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการซื้อรถถัง VT-4 จากจีนของกองทัพบก ในระยะที่ 2 จำนวนเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท ว่า การซื้อรถถังนี้เป็นระยะที่ 2 ของการจัดซื้อ จำนวน 10 คัน ซึ่งยังเหลืออีก 11 คัน โดยจะนำมาทดแทนรถถังเบา M41 ของสหรัฐอเมริกา  ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่  2  ซึ่งมีอายุการใช้งานมานานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กองทัพบกได้ลงนามซื้อรถถัง VT- 4 จากประเทศจีน ไปแล้ว 28 คัน ในสมัย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และ ต่อมาพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้พิจารณาจัดหาต่อในระยะ 2  เพื่อให้ครบ 1 กองพัน ในปีงบประมาณ 2560 โดยผูกพันงบประมาณ 3 ปี ซึ่งคาดว่ารถถัง VT- 4 จะกระจายไปอยู่ใน 3 กองพัน ประกอบด้วย กองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์(ม.พัน 4 รอ.) กองพันทหารม้าที่ 9 รักษาพระองค์(ม.พัน 9 รอ.)กองพันทหารม้าที่ 8 รักษาพระองค์(ม.พัน 8 รอ.)

รัฐบาล !! ถกด่วนสหรัฐกล่าวหาไทยโกงดุลการค้า!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269593

นายกฯ, ม44, รัฐบาล, ด่วน, สหรัฐ, กล่าวหา, ไทย, โกง, ดุลการค้า,  นายกฯ

” นายกฯ”สั่งรองนายกฯ –หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ประชุม หลังสหรัฐฯ กล่าวไทยโกงดุลการค้า

       4 เม.ย. — พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวหาประเทศไทยเป็น 1 ใน 16 ประเทศ ที่โกงดุลการค้าสหรัฐอเมริกา พร้อมเตรียมออกมาตรการตอบโต้ ว่า ทุกคนต้องใจเย็น เพราะมี 16 ประเทศและในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องของคณะทำงานภายในซึ่งเขาจะต้องเตรียมการให้พร้อม ตนได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมแล้ว อย่าไปถามทีละกระทรวงจะกลายเป็นปัญหา อย่างไรก็ตามเรามีเพื่อนอยู่ 15 ประเทศ ถ้าออกมาก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไร มันเรื่องของการค้า การลงทุน เรื่องเศรษฐกิจ ให้คณะกรรมการพิจารณาแล้วกัน อย่าเพิ่งไปตีอกชกหัว และเรากลับสหรัฐฯ ก็มีความสัมพันธ์กว่า 180 ปี

นายกฯแจงต้องเห็นใจแท็กซี่ปฏิเสธรับคน เขาอาจมีเหตุผล จะให้ใช้มาตรา 44 ทุกเรื่องไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีรถแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซาก จะมีมาตรการควบคุมหรือมาตรฐานสำหรับผู้ใช้บริการ ว่า ต้องดูว่ามีรถแท็กซี่อยู่เท่าไหร่ ซึ่งมีจำนวนหลายแสนคัน และเป็นอาชีพหนึ่งที่มีมานาน เราต้องพัฒนารถแท็กซี่เก่ากันให้ได้ เพราะมีหลายบริษัทหลายสมาคม จะต้องนำไปสู่ความทันสมัย มีวิทยุสื่อสาร มีอินเตอร์เน็ตในรถบริษัทไหนที่ไม่มีก็ต้องปรับปรุง ทำให้แท็กซี่ที่พัฒนาแล้วมีรายได้ที่เพียงพอ เพราะเขาใช้ต้นทุนสูง คนที่ยังปรับปรุงรัฐบาลก็ต้องพร้อมที่จะดูแล ส่วนที่ยังไม่ปรับปรุงต้องใช้กฎหมายในการดำเนินการ เพียงแต่งบประมาณของเราไม่มี ตนกำลังหาวิธีปรับปรุงเรื่องเหล่านี้ ทุกคนต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของคนในชาติ มันต้องแก้ไขให้ได้ ประโคมกันเข้าไปมันเสียหายกันทั้งหมด ตนถามว่าแล้วคนเหล่านี้จะทำอย่างไร เขาจะเอาอย่างไรไปเลี้ยงดูครอบครัว ใครผิดก็ว่าไปตามผิด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนรถอูเบอร์ ได้ให้ไปศึกษาดูว่าจะทำอย่างไร ซึ่งบางคนบอกว่าตรงนี้ดีกว่า กฎหมายระบุ หากเป็นรถรับจ้างจะต้องชัดเจน แต่ที่เราเห็นขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เขาไม่แสดงให้เห็นว่าเป็นรถรับจ้าง เราไว้ใจได้หรือไม่ว่า ถ้าวันข้างหน้าได้รับการอนุญาต แต่รถเหล่านั้นไม่สัญลักษณ์แสดงถึงการเป็นรถรับจ้าง ตนถามว่าเราจะทำอย่างไร เนื่องจากรถไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเขาไม่ยอมจดทะเบียน เพราะเขาบอกไม่มีกฎหมาย เขาก็ไม่ผิด ต่อไปถ้าเกิดปัญหาคนเหล่านี้จะสร้างความเดือดร้อน เช่นเดียวกับตรงนี้ เพราะเขาเป็นคนขับ ซึ่งเราจะรู้ใจใครได้ วันนี้อาจจะดี แล้ววันหน้าเราต้องไปโทษอูเบอร์อีกหรือเปล่า อย่างไรก็ตามสัญชาตญาณของมนุษย์ ทำอย่างไรเราจะสร้างทั้งสองทาง เอาอันที่ดีกว่า แล้วอันนี้เลิกไปมันไม่ได้ เห็นใจคนขับแท็กซี่บ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารที่ซ้ำซากนั้น บางครั้งเขาก็มีเหตุผล เขาอาจจะไม่อยากรับ หรือบางครั้งเขาอยากรับแต่รับไม่ได้ มันต้องแยกแยะให้ออก เหมือนเราคิดแต่บังคับให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ วันนี้ที่ทำทุกวัน ตามกฎหมายยังไม่ได้เลย บางเรื่องถ้าเป็นไปได้ก็ขอร้องรับคนซะ อย่าให้เป็นปัญหาอีก มันก็หงุดหงิดด้วยกันทั้งคู่ วันนี้พอมีมาตรการอบรมคนขับแท็กซี่ ก็มีปัญหาจะอบรมทำไม เสียเวลา เสียเงิน ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ออกคำสั่งมาตรา 44 แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง จะต้องบังคับให้รับผู้โดยสาร อีกหน่อยคงต้องออกมาตรา 44 บังคับคนนั่งรถ ให้ขาซ้ายทับขาขวาอะไรแบบนี้หรือเปล่า อย่ามาต่อต้านทุกกฎหมายเลย กฎหมายก็มีส่วนที่ดีเพื่อเกิดสิ่งดีๆ แต่ถ้ามองว่ากฎหมายบังคับ ก็ต้องมีเชิงอย่างนั้น จะได้ไม่เกิดเหตุไง ทั้งนี้ทางฝ่ายความมั่นคงได้เสนอมาตรการที่ผ่อนผันได้บ้าง เขาก็ปรับให้แล้ว