คุมเข้มสถานทูตรัสเซีย !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269568

ประวิตร  วงษ์สุวรรณ, สถานทูตรัสเซีย, คุม, เข้ม, สถานทูต, รัสเซีย, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม”สั่งเพิ่มรักษาความปลอดภัย สถานทูตรัสเซียในไทย หลังเกิดระเบิดรถไฟฟ้าใต้ดินรัสเซีย ย้ำหน่วยงานมั่นคง ระมัดระวัง พร้อมดูแลสงกรานต์

       4 เม.ย. — พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ให้สัมภาษณ์ก่อนให้การต้อนรับนาย Kirill Barsky (คีริลล์  บาร์สกี) เอกอัคราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคำนับ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านความมั่นคงระหว่างไทยและรัสเซีย ถึงการรักษาความปลอดภัย ภายหลัง เกิดเหตุระเบิด รถไฟฟ้าใต้ดินในประเทศรัสเซียว่า ในส่วนของเราได้ดูแลรักษาความสะอาดปลอดภัยมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และต้องดูแลสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยให้มากขึ้น ซึ่งตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการถือเป็นระเบียบปฏิบัติการอยู่แล้ว

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึง มาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ว่าได้ดำเนินการไปหมดแล้ว หลังจากที่ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและได้เน้นย้ำไปทุกเรื่องในการดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือสถานที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะต้องดูแลทั้งหมดทั้ง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุอย่างเช่น 7 จังหวัดภาคใต้นั้น ทางกองทัพภาคที่ 4 ดูแลอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่กองทัพภาคที่ 4 จะมีการเสนอตั้งด่านความมั่นคงนั้น ก็ขอให้เขาเสนอมาไม่มีปัญหาอะไรซึ่งเชื่อว่าทั้ง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการได้อยู่แล้วและคงจะมีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงกลาโหม ได้เข้มงวดมาตราการรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการในกระทรวงกลาโหม โดยต้องผ่านเครื่องแสกนวัตถุภายในห้องแลกบัตรด้านหน้าประตูทางเข้ากระทรวงกลาโหม ยกเว้น บุคคลระดับวีไอพี อาทิ รัฐมนตรีต่างประเทศ ทูตต่างประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้มา 1 เดือนแล้ว

เปิดวาระ ครม. วันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269534

คมชัดลึก, ครม, เปิด, วาระ, ครม, วันนี้, เปิดวาระ

วาระครม. เตรียมตั้งสำนักงานบริหารนโยบายนายกฯ เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน ปยป. พร้อมพิจารชดเชยค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว

เวลา 09.00 น. วันที่ 4 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยจะแจ้งกำหนดการและวิธีปฏิบัติงานพระราชพิธี ภายหลังการโปรดเกล้าร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 6 เมษายนนี้ และภายการประชุมนายกรัฐมนตรีเตรียมชี้แจงโรดแมฟของรัฐบาลเพื่อความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีการหารือประเด็นทั้งด้านการบริหารราชการแผ่นดิน  สังคม และเศรษฐกิจที่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเสนอเข้าสู่ที่ประชุม โดยวันนี้สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี จะเสนอการจัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีและการบริหารงานเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง(ป.ย.ป.)  ส่วนสำนักงาน ก.พ.ร. เสนอเรื่องการปรับปรุงแนวทางการจัดส่วนราชการในภูมิภาค ส่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) จะขออนุมัติกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการของ กอ.รมน.

กระทรวงแรงงานได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ….  กระทรวงพลังงานจะเสนอโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง(ทดแทนเครื่องที่1-2)  และเสนอร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบไฟฟ้าภายใต้กรอบ BIMSTEC

กระทรวงคมนาคมขออนุมัติหลักเกณฑ์การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง K (Price Adjustment)  โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-คูคต  พร้อมกับขออนุมัติขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันงบประมาณ กรณีไม่มีหนี้ผูกพันและขยายระยะเวลาเบิกจ่ายเงิน รายการค่าก่อสร้างและจัดหาระบบตรวจการชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (VTS ระยะที่2)ของกรมเจ้าท่า

กระทรวงสาธารณสุข เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่…) พ.ศ…  กระทรวงการต่างประเทศ เสนอเอกสารเพิ่มเติม (Addendum) ฉบับที่ 2 ของสัญญาการให้ (Grant Contract) ของโครงการสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอาเซียนจากสภาพยุโรป(ASEAN Regional Integration Support from the EU:ARISE)  และกระทรวงยุติธรรม จะเสนอร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษสังกัดกระทรวงยุติธรรมราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน

ร้องสนช.ทบทวนร่างกม.คุ้มครองผู้บริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269532

สารี อ๋องสมหวัง, สนช, ร้อง, ทบทวน, ร่าง, คุ้มครอง, ผู้บริโภค

คอบช.-เครือข่ายผู้บริโภค ขอ สนช.ทบทวนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค

         4 เม.ย.  คณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน(คอบช.) นำโดยนายประสาท มีแต้ม พร้อมด้วยน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ร่วมกับสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทุกภูมิภาคทั่วประเทศนำโดยน.ส.สารี อ๋องสมหวัง ได้เข้ายื่นหนังสือถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านนายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล รองเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเสนอแนะความเห็นและให้ทบทวนต่อการแก้ไขร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ……

โดยนายประสาท กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวนั้น อาจขัดกับการจัดทำร่างกฎหมายจัดตั้งการรวมตัวกันของผู้บริโภคและการตั้งองค์กรเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคตามมาตรา 46 ของร่างรัฐธรรมนูญ  โดยเฉพาะในหมวด 4 ว่าด้วยความร่วมมือกับองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ในมาตรา 62 -67 มีเนื้อหาขัดกับร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 46 ในหลายประเด็น ได้แก่ องค์กรที่จะมีสิทธิในการรวมตัวกันเป็นคณะกรรมการ ถูกจำกัดให้เป็นสมาคมและมูลนิธิที่จะต้องได้รับการรับรองหรืออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)เท่านั้น คณะกรรมการองค์กรเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคขาดความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้เห็นว่าควรมีองค์กรที่เป็นตัวแทนผู้บริโภคอย่างแท้จริง ดังนั้นคอบช.และเครือข่าย จึงขอให้สนช. และคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาฯได้พิจารณาข้อเสนอแนะดังกล่าวเพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคและประโยชน์ต่อการทำกฎหมายตามร่างรัฐธรรมนูญ

คลอดเขตเลือกตั้งส.ส.350 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269384

กกต, คลอด, เขตเลือกตั้ง, 350, จรุงวิทย์

กกต. คลอดเขตเลือกตั้งส.ส. 350 คน กทม.ครองแชมป์ ด้าน “จรุงวิทย์” เผยร่อนหนังสือก่อนทราบข่าวประกาศใช้รธน.

        3 เม.ย. – พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า วันนี้ (3เม.ย)ได้ส่งหนังสือถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อให้เตรียมความพร้อมในการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยมีจังหวัดที่มีส.ส. 1 คน จำนวน 8 จังหวัด จังหวัดที่มีส.ส.มากกว่า 1 คน จำนวน 68 จังหวัด และจังหวัดกรุงเทพฯมีจำนวน ส.ส. 30 คน รวม ส.ส.ทั้งหมด 350 คน โดยข้อมูลจำนวนราษฎร ณ วันที่ 30 มีนาคม 2560 มีประชากรส.ส.1 คน ต่อราษฎร 188,375.857 คน โดยจังหวัดที่มีส.ส.มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ กรุงเทพฯมี ส.ส. 30 คน จังหวัดนครราชสีมามีส.ส. 14  คน จังหวัดขอนแก่นมีส.ส.10 คน จังหวัดอุบลราชธานีมีส.ส. 10 คน และจังหวัดเชียงใหม่มีส.ส. 9 คน

ตามที่กกต.ได้ชี้แจงมาตลอดว่าเราเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งทุกอย่าง เพราะถ้ามีกฎหมายใหม่ออกมาจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ทุกอย่างจะต้องทำล่วงหน้า รวมถึงหนังสือสั่งการดังกล่าวด้วย เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยประกาศจำนวนประชากรและสอดคล้องกับที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี 350 เขตเลือกตั้ง จากเดิม 375 เขตเลือกตั้ง ทำให้กระทบในพื้นที่ หากมีการเตรียมการแบบกระชั้นชิดอาจจะทำให้ดำเนินการไม่ทัน อย่างไรก็ตามขณะที่ตนสั่งการไปนั้น ยังไม่ทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ในวันที่ 6 เม.ย.นี้

สำหรับเนื้อหาของหนังสือด่วนที่สุด ที่กกต.แจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เรื่องการเตรียมความพร้อมในการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ระบุว่า ตามที่สำนักงาน กกต.ได้แจ้งข้อมูลสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 รายละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น สำนักงาน กกต. ได้คำนวนจำนวนสมาชิกส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี ตามหลักเกณฑ์มาตรา 83 , 85 และ 86 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับการออกเสียงประชามติ โดยมีจังหวัดที่จะพึงมีสมาชิกส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 คน จำนวน 8 จังหวัด และมีจังหวัดที่จะพึงมีสมาชิกส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเกิน 1 คน จำนวน 68 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งส.ส.ที่จะมีขึ้น จึงขอให้สำนักงานกกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ที่มีจำนวนสมาชิกส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะพึงมีเกิน 1 คน เตรียมการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกส.ส.ไว้เป็นการล่วงหน้าจำนวนอย่างน้อยสามรูปแบบเรียงตามลำดับความเหมาะสม โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรแต่ละเขตใกล้เคียงกัน และจัดส่งร่างการแบ่งเขตเลือกตั้งพร้อมทั้งแผนที่และรายละเอียดพื้นที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้สำนักงานกกต.จำนวน 2 ชุด ภายในวันที่ 25 เม.ย.นี้

ภตช. ชงปปง. เร่งเชือด!!ทุจริตCCTVใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269376

CCTV, นายมงคลกิตติ์, สพฐ, ปปง, เร่ง, เชือด, ทุจริตCCTV, ใต้, ภตช, ชงปปง, บิ๊กตู่

ภตช. ชงปปง. เร่งเชือด!ทุจริตCCTV รัฐสูญ 300 ล้านบ.ระบุซอฟต์แวร์ไม่ครบ ศูนย์ควบคุมไม่มี ดูผ่าน มือถือ-แจ้งเตือน สพฐ. กอ.รมน.ไม่ได้ เชื่อใจ”บิ๊กตู่”ปราบทุจริตได้

       เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2560 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์  หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และ เลขาธิการคณะกรรมการเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ และ คณะฯ ได้เดินทางมายื่นหนังสือ ต่อ พลตำรวจเอกชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ผ่าน ร.ต.อ.ไพรัตน์ เทศพานิช เลขานุการกรม ปปง. เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการอาจจะกระทำความผิดตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5) และ มาตรา 4(ตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน อายัดการเงินและทรัพย์สิน ถ้าผิดดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป) กับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ระดับ 8-11 สังกัด สพฐ.

ภตช. ชงปปง. เร่งเชือด!!ทุจริตCCTVใต้

        เลขาธิการ ภตช. กล่าวอีกว่า ช่วง จัดซื้อจัดจ้าง เซ็นสัญญา (มี อดีต เลขาธิการ กพฐ อดีต ผอ.ศูนย์ใต้ สพฐ ผอ.ศูนย์ใต้ สพฐ. ผอ.เขต รอง ผอ.เขต) เอกชนผู้รับสัญญา อาทิ 1. บริษัท ไทยทรานสมิชชั่น อินดี้สทรี จำกัด(TTI) 2.บริษัทบางกอกอีเล็กโทรนิคส์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(BE) 3.บริษัทเทคโน-ซายน์ จำกัด(TNS) 4.บริษัท ลิบร้า เน็ตเวิร์ค แอนด์เซอร์วิส จำกัด(LIBRA) 5.บริษัท ซีซีทีวี(ประเทศไทย) จำกัด(CCTV) และ เจ้าหน้าที่ทหารบางคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด(ประธานจัดซื้อจัดจ้าง ประธานการตรวจรับพัสดุ )

ภตช. ชงปปง. เร่งเชือด!!ทุจริตCCTVใต้

      “ขบวนการดังกล่าว มีความไม่ชอบมาพากล ในการจัดซื้อกล้องวงจรปิด(cctv) และการส่งมอบงานติดตั้ง โครงการ safe zone school ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) วงเงิน 405,079,680 บาท(งบประมาณปี พ.ศ.2557 สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต่อเนื่อง รัฐบาล คสช) หลังจากนั้น คณะทำงานฯก็ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ส่งผู้แทนเข้าไปสังเกตการณ์จัดซื้อจัดจ้าง ส่งผู้แทนเข้าไปตรวจสอบการติดตั้ง-ส่งมอบงาน จนกระทั้ง นำคณะทำงานการตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ภายใต้ ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ”้เลขาธิการ ภตช. กล่าว

ภตช. ชงปปง. เร่งเชือด!!ทุจริตCCTVใต้

      เลขาธิการ ภตช.  กล่าวเพิ่มเติมว่า ภตช.ได้ลงพื้นที่อีกครั้งช่วง วันที่ 2-3 มีนาคม 2560 ต่อจาก การลงพื้นที่ตรวจสอบของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขตพื้นที่ 9 ที่สรุปแล้วว่า มีการส่งมอบงานไม่ครบตามสัญญา หลังจากนั้น กระทรวงศึกษาธิการ โดย นายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ได้มอบให้ พลโทโกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ลงตรวจสอบเพิ่มในวันที่ 27-30 มีนาคม 2560 ได้ข้อสรุปว่า น่าจะมีการทุจริตจริง ส่งมอบงานไม่ครบหลายกรณี โครงการล้มเหลว ดูแล นักเรียน ครู 5 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ได้ แล้วเบิกจ่ายไปแล้ว 11 เขตพื้นที่การศึกษา อีก 1 เขตพื้นที่การศึกษายังไม่ได้เบิกจ่าย ชี้รัฐเสียหายกว่า 300 ล้านบาท

      “พอจะได้ข้อสรุปดังนี้  กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง อาจจะมีขบวนการฮั้วประมูลของ ดังนี้ บริษัท ไทยทรานสมิชชั่น อินดี้สทรี จำกัด(TTI) ได้สัญญา 6 สัญญาได้แก่ สพป.ปัตตานี เขต 1,2 สพป.ยะลา เขต 1,สพป.นราธิวาส เขต 1,2 สพป.สงขลา เขต3,บริษัท บางกอกอีเล็กโทรนิคส์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(BE) ได้สัญญา 1 สัญญาได้แก่ สพม.เขต 16, บริษัทเทคโน-ซายน์ จำกัด(TNS) ได้สัญญา 3 สัญญาได้แก่ สพป.ปัตตานี เขต 3 , สพป.ยะลา เขต 2 ,สพป.นราธิวาส เขต3,บริษัท ลิบร้า เน็ตเวิร์คแอนด์ เซอร์วิส จำกัด(LIBRA) ได้สัญญา 2 สัญญาได้แก่ สพม เขต 15,สพป.ยะลา เขต 3 และบริษัท ซีซีทีวี(ประเทศไทย) จำกัด(CCTV) อาจจะเข้าแข่งขันเป็นพิธี ใน สพป.ปัตตานี เขต1  มีพฤติกรรมอาจจะสมยอมจงใจไม่แข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรม มีการไม่นำของมาแสดงแบบไขว้กันจงใจแพ้ ไขว้กันจงใจชนะ เป็นที่น่าเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมาก”เลขาธิการ ภตช. กล่าว

      เลขาธิการ ภตช.  ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการตรวจรับงาน จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจรายโรงเรียนในกลุ่ม 1,092 โรงเรียน กับ 12 สำนักงานเขต พบว่ามีการส่งมอบงานไม่ครบตามคุณลักษณะเฉพาะทางวิชาการ และ ตามเอกสารแนบท้ายสัญญาในโครงการ safe zone school ดังนี้ 1.อาจจะไม่มีการปฏิบัติตาม ข้อกำหนดทางเทคนิคทั่วไป ข้อ 5..จะต้องออกแบบระบบกล้องวงจรปิด สามารถดูผ่าน Web Browser และสามารถแสดงภาพผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Androild ได้เป็นอย่างน้อย หมายความว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้รับผิดชอบ สามารถดูกล้องวงจรปิดทั้ง 6 กล้อง ได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลด์ ตลอดเวลา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้รับผิดชอบ สามารถดูกล้องวงจรปิดทั้ง 140 จุด 840 กล้อง(ตัวอย่าง สพป.ปัตตานี เขต 1) ได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลด์ในเวลาเดียวกันตลอดเวลา จะต้องมีห้องคอลโทรลเพื่อง่ายต่อการควบคุม เลขาธิการ กพฐ หรือผู้รับผิดชอบ สามารถดูกล้องวงจรปิดทั้ง 1,104 จุด 6,624 กล้องได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลด์ในเวลาเดียวกันตลอดเวลา จะต้องมีห้องคอลโทรลที่ สพฐ.เพื่อง่ายต่อการควบคุม แม่ทัพภาคที่ 4 หรือผู้รับผิดชอบ สามารถดูกล้องวงจรปิดทั้ง 1,104 จุด 6,624 กล้องได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลด์ในเวลาเดียวกัน จะต้องมีห้องคอลโทรลที่ กอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้า เพื่อง่ายต่อการควบคุม

      2. อาจจะไม่มีการปฏิบัติตาม คุณลักษณะเฉพาะโครงการ Safe Zone School(CCTV) ข้อ 1.2.12 มีระบบรองรับแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้(Alarm condition) ข้อ 1.2.12.1 พบการเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่กำหนด(Motion Detection) ข้อ 1.212.2 มีสัญญาณจากอุปกรณ์ภายนอก(Alarm Input) ข้อ 2.12.3 เมื่อระบบขัดข้อง ขาดการเชื่อมต่อหรือถูกกู้คืน(Network loss and recovery ข้อ1.2.13 มีระบบรองรับแจ้งเตือนในรูปแบบดังต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย(Alarm function) ข้อ 1.2.13.1 ส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์ภายนอก ผ่าน(Alarm Output ) ข้อ 1.2.13.2 ส่งภาพนิ่ง หรือ ข้อความแจ้งเตือนผ่าน E-mail  เมื่อระบบไม่เชื่อมต่อตามข้อ 1 ข้อ 2 ก็ส่งสัญญาณ ไม่ได้ การติดกล้องวงจรปิดก็ไร้ประโยชน์

       3.อาจจะไม่มีการปฏิบัติตาม ในTor ส่วนแนบท้ายสัญญา ระบุว่า ข้อ 1.2.2 สามารถบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดชนิด IP NETWORK CAMERA ได้ไม่น้อยกว่า 16 กล้อง แต่เมื่อทางผู้เชี่ยวชาญระบบซอฟแวร์ ทำการทดสอบระบบเชื่อมต่อกล้องที่ 7-16 โดยผู้เชี่ยวชาญจาก มจธ. ร่วมกับ นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 1 เมื่อตรวจแล้วไม่สามารถเชื่อมต่อกล้องที่ 7-16 ได้ เพราะว่ามีซอร์ฟแวร์ลิขสิทธิ์จีฟิน แค่ 6 ไลด์เซ่น ซึ่งยังไม่ครบตามเอกสารแนบท้ายสัญญาข้อ 1.2.2 และท้ายสัญญาที่ระบุชื่อซอร์ฟแวร์ จีฟิน ในการเชื่อมระบบ เพราะทางบริษัทคู่สัญญาทั้ง 12 เขต ได้ตกลงเซ็นสัญญากับเขตพื้นที่ไว้ทั้งหมดแล้วอีกทั้งไม่ได้เปิดช่องว่างให้เปลี่ยนซอร์ฟแวร์ได้ ซอร์ฟแวร์ที่ติดตั้งต้องเป็นแบบถาวรตลอดอายุการใช้งาน ซอร์ฟแวร์ชั่วคราวก็ติดตั้งไม่ได้

     4.ข้อสังเกตเพิ่มเติม มีดังนี้  มีการจ้าง บริษัท MIDWAY จำกัด ติดตั้ง ทั้ง 11 เขตพื้นที่การศึกษา โดย บริษัท ไทยทรานสมิชชั่น อินดี้สทรี จำกัด(TTI) ได้สัญญา 6 สัญญาได้แก่ สพป.ปัตตานี เขต 1,2 สพป.ยะลา เขต 1,สพป.นราธิวาส เขต 1,2 สพป.สงขลา เขต 3 บริษัทเทคโน-ซายน์ จำกัด(TNS) ได้สัญญา 3 สัญญาได้แก่ สพป.ปัตตานี เขต 3 , สพป.ยะลา เขต 2 ,สพป.นราธิวาส เขต 3 บริษัท ลิบร้า เน็ตเวิร์คแอนด์ เซอร์วิส จำกัด(LIBRA) ได้สัญญา 2 สัญญาได้แก่ สพม เขต 15 ,สพป.ยะลา เขต 3 ยกเว้น บริษัท บางกอกอีเล็กโทรนิคส์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด(BE) ได้สัญญา 1 สัญญาได้แก่ สพม.เขต 16 เพียงบริษัทเดียวที่ติดตั้งเอง

        อุปกรณ์การติดตั้ง อาทิ กล้อง CCTV , เครื่องบันทึก NVR, ฮาร์ดดิส ,สายแคตซิก,ซอฟแวร์การติดตั้ง,จอแสดงผล ใน 12 เขตพื้นที่การศึกษา น่าจะเป็นอุปกรณ์มาจากแหล่งเดียวกันทั้งหมด ถ้าซื้อในปริมาณมาก ราคาจะถูก,อุปกรณ์ต่างๆที่นำมาทดสอบการเชื่อมต่อ ณ วันที่เสนอราคา น่าจะเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกันทั้งหมด

      “สุดท้ายเพื่อเป็นการไม่ให้ปล่อยคนผิดลอยนวล ย่ำยีความปลอดภัยของ นักเรียน ครู ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ตามชื่อของโครงการ ปปง ก็ควรเร่งดำเนินการดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องคอยให้ผู้กระทำความผิดนำเงินไปไว้ต่างประเทศก่อนแล้วอีก 20 ปีค่อยไปทวงคืน มันช้าไป ศธ., ปปง., ปปท., สตง. ควรประสาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอย่าให้บุคคลเหล่านี้ ที่อาจจะกระทำความผิด หนีออกนอกประเทศไปก่อนได้ ผมเชื่อมันอย่างมากในความตั้งใจในการแก้ปัญหาทำลายระบอบทุจริตในประเทศไทยให้สิ้นซาก ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และผมคิดว่าประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็มั่นใจเช่นกันเหมือนกับผม”เลขาธิการ ภตช. กล่าว

“สนช.-สปท.”อยู่ต่อหลังประกาศใช้รธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269363

สนช-สปท-กรธquot, สนช, รัฐธรรมนูญ, สนชส, อยู่, ต่อ, หลัง, ประกาศใช้, รธน, สนช-สปท, วิษณุ

“วิษณุ”แจง“สนช.-สปท.”ยังอยู่ต่อหลังประกาศใช้รธน.

           3 เม.ย. — นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานะของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  ภายหลังการประกาศใช้ร่างรัฐธณรมนูญฉฐับใหม่ว่า ในส่วนของสนช.จะยังทำหน้าที่ จนถึง 15 วันก่อนวันเลือกตั้ง สำหรับสปท.จะทำหน้าที่จนกว่ากฎหมายปฏิรูป จะออกมาภายใน 4 เดือนหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ต่อข้อถามที่ว่าหมายกำหนดการในพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ มีการยิงปืนใหญ่ทุกครั้งหรือไม่  นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อใดที่มีพระราชพิธีพระราชทานก็จะมีเช่นนี้ หากไม่มีพระราชพิธีก็ไม่ต้องทำอะไร

โควต้าสลากเป็นเหตุ??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269348

พลทอภิรัชต์ คงสมพงษ์, โควต้า, สลาก, เป็น, เหตุ, โควต้าสลากเป็นเหตุ, วัชระ

มทภ.1 เผยเรียก “วัชระ” เข้าพบ เหตุแถลงข่าวเรื่องโควต้าสลากกินแบ่ง ทำสังคมเข้าใจผิด ระบุตอนนี้ทำความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว ถ้าสงสัยเรื่องใดติดต่อได้โดยตรง

        3 เม.ย. —  พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 (ผบ.กกล.รส.ทภ.1) และประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่เชิญนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มาเข้าพบเมื่อเวลา 11.00 น. ในวันเดียวกันนี้ ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายวัชระได้แถลงข่าวและโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องโควต้าการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จนสร้างความสับสนให้กับสังคม ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เชิญมาทำความเข้าใจ พร้อมกับอธิบายขั้นตอนในการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับผู้ที่จำหน่าย เพราะบางครั้งนายวัชระไม่ได้ทราบรายละเอียดที่มาที่ไปและปัญหาที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร

ตนยืนยันว่าตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วกว่าร้อยละ 80 แต่บางอย่างต้องบังคับใช้ด้วยกฎหมายอาจจะล่าช้าไปบ้าง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยแก้ไขปัญหานี้มาก่อน เพื่อทำให้สลากกินแบ่งรัฐบาลราคาถูกลง  ซึ่งตนได้รับนโยบายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้

อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นทราบกันดีว่ารัฐบาลและคสช.กำลังดำเนินการถึงเรื่องการสร้างความปรองดองของคนในชาติก็อยากบอกนายวัชระถ้าไม่เข้าใจเรื่องใดก็ขอให้สอบถามมาที่ตนได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องออกไปแถลงข่าวหรือสร้างข่าวแต่อย่างใด เพราะเกรงว่าจะทำให้สังคมเกิดความสับสน

หมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้ รธน. 6 เม.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269335

ถูกต้อง, รับ, วิษณุ เครืองาม, คมชัดลึก, หมายกำหนดการ, พระราชพิธี, ประกาศใช้, รธน, เมย, วิษณุ, นายกฯ, ไม่ทราบ ขอให้รอฟัง

“วิษณุ” รับหมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้ รธน. ถูกต้อง ขอให้รอ “นายกฯ” แถลงพรุ่งนี้ ระบุยังมี 2-3 จุดไม่แน่นอน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวเผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในวันที่ 6 เมษายน 2560 ออกมาว่า ขอให้อยู่ในความสงบ แล้วรอฟังรายละเอียดในวันพรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะแถลงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับแจ้งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะ ตนก็เพิ่งได้รับทราบว่ามี 2-3 จุดยังไม่แน่นอน แต่จะชัดเจนในไม่ช้า เมื่อชัดเจนแล้ว นายกฯ คงจะแจ้งในทราบในวันพรุ่งนี้ ส่วนจะมีโรดแม็พเลือกตั้งออกมาเลยหรือไม่ยังไม่ทราบ

เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์การเลือกตั้งจะเริ่มนับหนึ่งตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ทราบ ขอให้รอฟัง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายวิษณุ ได้ขอดูหมายกำหนดการดังกล่าวจากสื่อมวลชน และระบุว่า “เอกสารนี้คือหมายกำหนดการ ซึ่งถูกต้อง”

“ไพบูลย์” ฟ้องหมิ่น “เสรีพิศุทธ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269326

อาญา, คมชัดลึก, ประยุทธ์, ผู้มีอำนาจ, เชลียร์, กล่าวหา, เสรีพิศุทธิ์, ไพบูลย์, ฟ้อง, หมิ่น, เสรี, พิศุทธ์, ฟ้องหมิ่น, เสรีพิศุทธ์, คิดเพื่อไทย

“ไพบูลย์” ยื่นฟ้อง “เสรีพิศุทธ์” หมิ่นประมาทออกรายการ คิดเพื่อไทย กล่าวหาเชลียร์ผู้มีอำนาจ หวังประโยชน์ส่วนตน ทำเจ้าตัวเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง

          3 เม.ย. 60 –  นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภาและอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการ ปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาและสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ (3 เม.ย.) ตนได้ให้ทนายไปยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อศาลอาญา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายอาญาครบองค์ประกอบความผิด ฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และถ้อยคำหมิ่นประมาทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถูกเผยแพร่ทางระบบอินเตอร์เน็ตเฟสบุ๊คและยูทูป อีกทั้งยังมีการกระจายแชร์ออกไปเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ยังกระทำการดูหมิ่นตนด้วยการโฆษณา จึงเป็นการกระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 393 อีกประการหนึ่งด้วย  ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งของคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลอาญาว่า

โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2560 เวลา 20.00 น. สถานีโทรทัศน์ ทีวี 24 สถานีประชาชนได้เผยแพร่ภาพและเสียง คำให้สัมภาษณ์ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในการร่วมรายการ “คิดเพื่อไทย” ชื่อตอนว่า “ขั้นตอนล้อมวัดผิดหลักกฎหมาย” ซึ่งต่อมาได้มีการนำเทปบันทึกรายการออกเผยแพร่ทางระบบอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊คของรายการ “คิดเพื่อไทย”ในวันเดียวกัน พร้อมกันนั้นยังได้นำออกเผยแพร่ทางระบบอินเตอร์เน็ตยูทูป ด้วย (https://www.youtube.com/channel/UCGJUf6dtAG-57jtWJRI2yIw) ในการให้สัมภาษณ์ในรายการ “คิดเพื่อไทย” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้กล่าวว่า

“คุณไพบูลย์เนี่ย ถ้าอยู่ใกล้ๆ ผมต้องตบปากมันหน่อยนะ ไอ้พวกนี้ชอบเชลียร์เคยเห็นไหม เคยได้ยินไหม ว่าเดี๋ยวผมจะต้อง ตั้งพรรคปฏิวัติประชาชนและสนับสนุนคุณประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี คุณจะบ้าหรือเปล่า คุณจะตั้งพรรค คุณก็ต้องหวังเป็นนายกรัฐมนตรีเองดิ นี่คุณตั้งพรรคมาทำไม มันเชลียร์ผู้มีอำนาจ คุณหวังอะไร ว่าไอ้ พวกนี้เวลาทำอะไรมีแต่หวังประโยชน์แก่ตัวเองทั้งนั้น ไม่ได้คิดเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน  อะไรต่างๆ เลย คิดเพื่อตัวเอง เพื่อกู เพื่อพรรคพวกกูอะไรแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นที่ทำอยู่ทุกวันนี้ คุณประยุทธ์เน้นเรื่องนี้ กูก็เน้นเรื่องนี้ หรือทำอย่างนี้กูก็พูดอย่างนี้ ไม่ได้สนใจอะไรมันถูกอะไรมันผิดนะ แสดงความคิดเห็น โหลยโท่ยอ่ะนะ”

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า คำกล่าวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีเจตนาสบประมาทดูหมิ่นทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง โดยใส่ความว่าเป็นคนช่างประจบประแจงสอพลอน่ารังเกียจ แต่ความจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ในขณะที่ตนดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภา ได้เป็นผู้ยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จนในวันที่ 7 พ.ค. 2557 ศาลได้มีคำวินิจฉัยให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมกับ รมช.กลาโหม และรัฐมนตรีอื่นอีกรวม 10 คน ทำให้การปกครองประเทศเกิดสูญญากาศขึ้น จึงเปิดช่องทางกฏหมายให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในขณะนั้นยังดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.สามารถประกาศกฎอัยการศึกได้สำเร็จ และนำไปสู่การควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี โดยพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งฉบับที่ 30/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีคำสั่งให้วุฒิสภาสิ้นสุดลง ซึ่งขณะนั้นตนยังดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาและทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาทั้งยังมีวาระปฎิบัติหน้าที่ต่อไปอีก 3 ปี ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งนั้นในทันที แต่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้แต่งตั้งตนให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติซึ่งทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาแทน แต่อย่างใด

นายไพบูลย์ กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่าตนกับพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันในสถานะหรือในลักษณะอย่างที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าวหาดูหมิ่นไส่ความ แต่การที่ตนดำเนินการทั้งหมด เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ แม้จะทำให้ต้องเสียประโยชน์ส่วนตนก็ตาม การที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะเห็นว่าเป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความสามารถในการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นการที่ตนได้น้อมนำพระบรมราชโชวาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีความว่า ในบ้านเมือง นั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมี ความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่ง เสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

ดังนั้น การที่ตนออกมาคลื่อนไหวเรียกร้องให้ดำเนินการประเด็นสาธารณะหลายประเด็น เช่น คัดค้านการสถาปนาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นสังฆราชหรือ การดำเนินคดีเรียกร้องเงินคืนให้สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจากพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ตนเป็นฝ่ายริเริ่มเรียกร้องเปิดประเด็นให้มีการตรวจสอบ เนื่องจากประเด็นที่ตนยกขึ้นเป็นไปตามกฏหมายและเป็นเรื่องความถูกต้องของสังคม ดังนั้น จึงส่งผลให้พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายนำไปดำเนินการ เพราะมีหน้าที่ต้องเอาใจใส่ต่อการบังคับใช้กฏหมายและสร้างความถูกต้องให้แก่สังคม จึงไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกไส่ความ กล่าวหาว่าตนเป็นฝ่ายคอยทำตามพล.อ.ประยุทธ์เพื่อชะเลียหวังประโยชน์ส่วนตน โดยไม่คิดทำเพื่อ ประเทศชาติ การกล่าวของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จึงเป็นการใส่ความ สบประมาท และดูหมิ่นตน

การกระทำของพล.ต.อ.เอกเสรีพิศุทธ์ ไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นด้วยความสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) เพราะมีความมุ่งหวังจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเพื่อสมัครรับเลือกตั้งต่อไปจึงต้องการทำลายชื่อเสียงของตน โดยการใส่ความ สบประมาท และดูหมิ่นตน เพื่อให้ประชาชนที่รับชม และรับฟังการสัมภาษณ์เชื่อว่าตนมีพฤติการณ์อย่างที่ถูกใส่ความ โดยมุ่งหวังจะได้ คะแนนเสียงความนิยมจากประชาชนที่รับชมและรับฟังมากขึ้นจากการกระทำดังกล่าวของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ จึงมีเจตนาไม่สุจริต ไม่ใช่การติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนซึ่งกฎหมายให้ทำได้  ดังนั้นการกระทำดังกล่าวย่อมไม่ได้รับการคุ้มครองตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3)

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เมื่อพบว่าการกระทำของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย จึงยื่นฟ้องศาลอาญารัชดา เพื่อขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป.

ยึดทรัพย์คดีข้าวจีทูจี เกมยาว 10 ปี !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269318

จำนำข้าว, รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี, ยึดทรัพย์, คดี, ข้า, วจี, เกม, ยาว, เกมยาว, เผย, บุญทรง-พวกรวม 6 ราย, จีทูจี

อธิบดีกรมบังคับคดี”เผย”แจ้งระงับทำนิติกรรม“บุญทรง-พวกรวม 6 ราย”ครบแล้ว ระบุพณ.มีเวลาสืบทรัพย์คดีทุจริตขายข้าาวจีทูจียาวตลอด 10 ปี. พบทรัพย์สินเพิ่มแจ้งอายัด

        3  เม.ย. — น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยถึงขั้นตอนการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์จากการเรียกค่าเสียหายในการทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ “จีทูจี” ว่า ภายหลังกระทรวงพาณิชย์ โจทก์ในคดีได้ส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ กรมบังคับคดีได้ส่งหมายแจ้งเรื่องการอายัดทรัพย์ไปยังลูกหนี้ 6 รายครบถ้วนแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งนี้การทำงานของกรมบังคับคดีไม่มีกรอบเวลา ในคดีแพ่งมีอายุความ 10 ปี ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 10 ปี ฝ่ายโจทก์สามารถสืบหาทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อแจ้งให้กรมบังคับคดีอายัดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย และหากสืบทรัพย์ได้เพิ่มเติมก็สามารถแจ้งกรมบังคับคดีให้อายัดทรัพย์ได้ตลอด โดยบางรายมีการสืบทรัพย์ยาวนานไปถึงปีที่ 9

สำหรับคดีทุจริตขายข้าวกรมบังคับคดีได้ส่งหมายแจ้งให้ลูกหนี้รับทราบว่าถูกระงับการทำนิติกรรมทรัพย์สินตามรายการที่ฝ่ายโจทก์ระบุ. ตามปกติลูกหนี้สามารถใช้สิทธิ์ร้องศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว ทุเลาการบังคับคดีได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใด ๆ จากศาลมาถึงกรมบังคับคดี ระหว่างนี้ถือว่าทรัพย์ทุกรายการที่กระทรวงพาณิชย์สืบพบถูกระงับการทำนิติกรรมไว้ . สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกอายัด กรมบังคับคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวน คาดว่ากระทรวงพาณิชย์ ในฐานะโจทก์ จะเป็นฝ่ายชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำเนินการเป็นระยะ

ในส่วนของรายชื่อลูกหนี้คดีทุจริตการขายข้าว 6 ราย ประกอบด้วย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์, นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ โดยนายบุญทรง ถูกเรียกชดใช้ประมาณ 1,700 ล้านบาทส่วนนายภูมิ ถูกเรียกชดใช้ประมาณ 2,300 ล้านบาท