“พรเพชร”หวังกฎหมายลูกช่วยป้องทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269315

พรเพชร, หวัง, กฎหมาย, ลูก, ช่วย, ป้อง, ทุจริต

“พรเพชร”หวังกฎหมายลูกช่วยป้องทุจริต ยันสอบจัดซื้อซีซีทีวีพบขรก.ผิดฟันทันที

         3 มี.ค.  นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่าการทุจริตเชิงนโยบายเป็นการทุจริตที่มีความซับซ้อน ใช้นโยบายเป็นเครื่องมือก่อให้เกิดช่องทางคอร์รัปชั่น ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติพยายามควบคุมดูแลการจัดซื้อจัดจ้าง วิธีการประมูลต่างๆ แต่นโยบายบางอย่างก็ยังนำไปสู่การทุจริตได้ไม่ยาก เพราะเป็นนโยบายที่ถูกใจประชาชน ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยป้องกันการทุจริตได้ รวมถึงร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวมที่กำลังจะเสนอเข้าที่ประชุมสนช.

นายพรเพชร ยังกล่าวถึงการทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างกล้องวงจรปิด (cctv)ภายในบริเวณอาคารรัฐสภา ว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (กร.) กำลังพิจารณาอยู่ โดยได้มอบหมายให้ พล.อ.อ.วีรวิทย์ คงศักดิ์ เป็นประธานในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งบริษัทที่เข้าประมูลยืนยันว่าทำถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง ดังนั้น ก็ต้องอาศัยข้อมูลจากคณะกรรมกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาช่วย เพราะเขามีอำนาจในการเรียกหาข้อมูล แต่หากที่สุดแล้วพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำผิดขั้นตอนก็ต้องดำเนินการเอาผิดทันที

อย่าโยงสรรหาบอร์ดบขส.เข้าการเมือง !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269298

วิลาศ  จันทร์พิทักษ์  อดีตสสกทมพรรคประชาธิปัตย์, อย่า, โยง, สรรหา, บอร์ด, บขส, เข้า, การเมือง, วิลาศ

“วิลาศ”ชี้อย่าโยงปัญหาสรรหาบอร์ดบขส.เข้าการเมือง  ชี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ชาติ รัฐบาลควรเช็คได้แล้ว

         3 เม.ย. — นายวิลาศ  จันทร์พิทักษ์  อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ระบุถึงเรื่องที่ตนขอให้มีการตรวจสอบการสรรหาบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) ที่สรรหามานานกว่า 2 ปี ยังไม่เสร็จสิ้น ว่าไม่ขอชี้แจงเพราะไม่ใช่นักการเมืองนั้นว่า กรณีนี้ปัญหาอยู่ที่การสรรหาหาหัวของผู้นำองค์กรที่หามานานถึง 2 ปีแต่ยังหาไม่ได้ ซ้ำเป็นการสรรหาถึง 4 ครั้ง และมีข้อน่าสังเกตว่า คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ มีการกำหนดคุณสมบัติหรือไม่ว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติกลับไป หรือว่ามีการล็อคคน หรือวางใครอะไรในใจแล้วหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาบางครั้งการสรรหาก็ไม่นานก็ได้รายชื่อตัวบุคคลนั้นแล้ว หรือในการสรรหาบางครั้งแม้จะได้ตัวบุคคลแล้ว แต่ต้องรอนัดสัมภาษณ์เพื่อรับการรับฟังนิสัยทัศน์นานถึง 5 เดือน เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ก็ไม่มีมาตรฐาน เนื่องจากเรื่องเดียวกันบางช่วงใช้เวลาไม่ถึงเดือน แต่การสรรหาบางช่วงใช้เวลานัดฟังทัศนคตินานกว่า 5 เดือนจึงมองว่า ไม่มีหลักเกณณ์

“เพราะปกติก่อนการนัดสัมภาษณ์ผู้ผ่านการคัดเลือก ในช่วงการเปิดรับสมัครต้องมีการกำหนดคุณสมบัติและตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น แต่ทำไมคนที่คัดเลือกเข้ามากลับมีคุณสมบัติไม่ผ่านเกือบทั้งหมด รวมถึงการสรรหาในครั้งที่ 4 เมื่อวันที่  28 มี.ค. ที่ผ่านมาอยากทราบว่ามีคนที่ผ่านการคัดเลือกแต่คุณสมบัติไม่ผ่านทั้งหมดกี่คน และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการเป็นนักการเมือง หรือเอี่ยวการเมืองหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะผ่านมา 2 ปียังสรรหาตัวผู้บริหารองค์กร บขส.ไม่ได้ รัฐบาลน่าจะเข้ามาดูแล แก้ไขปัญหานี้ได้แล้ว” นายวิลาศกล่าว

ทหารชม”วัชระ-บุญยอด”ไร้อคติ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269294

“วัชระ”-“บุญยออด”เข้าพบแม่ทัพภาคที่ 1 หลังถูกเชิญ เผยทหารชมวิจารณ์ไร้อคติทุกอย่างเดินตามโรดแมปคาดเลือกตั้งปี 61

        3 เม.ย. นายวัชระ เพชรทอง และนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ตามที่นัดขอให้มาพบโดยผ่านนายทหารยศ ร.อ. โดยใช้เวลาพูดคุยนานราว 1 ชั่วโมง ต่อมาเวลา12.00 น. นายวัชระ เผยหลังเข้าพบพบ.ท.อภิรัชต์ ว่า พล.ท.อภิรัชต์ระบุว่าที่นัดให้มาพบ ก็เพื่อบอกว่าขณะนี้กำลังเข้าสู่โหมดปรองดอง การแสดงความคิดเห็นของตนในบางเรื่องเป็นประโยชน์ ไม่ได้มีอคติหรือโจมตีรัฐบาลซึ่งต่างจากบางคน  อยากให้ช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เรื่องที่แล้วมาบางเรื่องก็ให้แล้วไปเพราะเรากำลังอยู่ในโหมดปรองดอง ทั้งนี้ตัวท่านสนับสนุนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะซื่อสัตย์สุจริตและเสียสละเข้ามาช่วยประชาชน ถ้าไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ท่านก็คงไม่เต็มที่เหมือนทุกวันนี้ เพราะยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นคนดี

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลรวมชุดมีราคาแพงที่ชาวบ้านร้องเรียนตนและได้แถลงข่าวไปนั้น พล.ท.อภิรัชต์ได้ระบุว่ากำลังแก้ไขปัญหาอยู่ ซึ่งได้มีการจัดแก้ไขปัญหาการผูกขาดสลากกินแบ่งรัฐบาลจากกลุ่ม 5 เสือแล้ว ปัจจุบันสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นรัฐวิสาหกิจที่ส่งรายได้ให้รัฐบาลมากที่สุดในบรรดารัฐวิสาหกิจทั้งหมด

พล.ท.อภิรัชต์ ยังระบุอีกว่า ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามโรดแม็ปหลังจากมีพระราชทานรัฐธรรมนูญแล้ว การเลือกตั้งจะซื้อเสียงไม่ได้แล้ว คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2561 ให้ไปเตรียมตัวเลือกตั้ง ทหารไม่ได้อยากอยู่ในอำนาจนาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการปฏิรูปตำรวจที่ให้แยกอำนาจการสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกำลังดูเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อมูลหรือปัญหาเรื่องใดให้ติดต่อได้

แนะ 2 ประเด็นรองรับการเลือกตั้งท้องถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269283

เลือกตั้งท้องถิ่น, แนะ, ประเด็น, รองรับ, การเลือกตั้ง, ท้องถิ่น, ภูมิสรรค์

“ภูมิสรรค์”เสนอแนะ 2 ประเด็นรองรับการเลือกตั้งท้องถิ่น

        3 เม.ย. นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานติดตามการปฎิรูปการกระจายอำนาจท้องถิ่น  พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระเเสข่าวจากผู้มีอำนาจในหลายฝ่ายได้พูดถึงในลักษณะโยนหินถึงการอยากให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้นก่อนเลือกตั้งระดับชาติ ซึ่งตนเห็นด้วยและเห็นว่าต้องมีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เเต่สิ่งที่อยากเห็นไปมากกว่านั้นคือโรดแม็ปการปฏิรูป การเเก้พรบ.เพื่อรองรับการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยวางเงื่อนเวลาให้ชัดเจนและเเจ้งต่อสาธารณะ ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนในการมีปากเสียงเเละนำความต้องการอย่างเเท้จริงของประชาชนสู่ส่วนกลางได้ถูกต้องตรงตามงบประมาณที่สอดคล้อง โดยรัฐบาลไม่ต้องกังวลถึงความวุ่นวายเพราะ คสช. น่าจะคุมเรื่องความมั่นคงอยู่เพราะมี ม.44 อยู่แล้ว

ทั้งนี้ตนขอเสนอในสิ่งที่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชนที่ต้องการผู้เเทนที่เชื่อมกับส่วนกลางอย่างเเท้จริงดังนี้ 1.เเจ้งขั้นตอนเเละเงื่อนเวลาในการเเก้กฎหมายรองรับและการปฎิรูปแก่สาธารณะชนเพื่อไม่ให้สับสนเเละเห็นความหวังชัดเจน 2.ให้ความเป็นธรรมอย่างเร่งด่วนกับรายชื่อนักการเมืองท้องถิ่นที่ถูกเเขวนไว้ ถ้าผิดก็ดำเนินการทางกฎหมาย แต่หากไม่พบความผิด ควรให้กลับมาทำงานให้พี่น้องประชาชนบ้านเกิดและจะได้เตรียมตัวลงเลือกตั้งให้พร้อม 3.พิจารณาให้มีการเลือกตั้งในกรุงเทพซึ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษก่อน เพราะมีความพร้อมเเละดูแลเรื่องความมั่นคงไม่ยาก เพราะหลายเสียงสะท้อนของประชาชนตามชุมชนทั่วกรุงเทพ

“เริ่มมีเสียงสะท้อนว่าไม่ได้รับการเเก้ปัญหาเหมือนที่มี สก. สข.ที่ดูเเลเขตต่อต่อเขตอย่างใกล้ชิดเสมือนญาติพี่น้อง ในขณะที่สก.เเต่งตั้งของ คสช. 1 ท่านดูเเลหลายเขตและอาจลงพื้นที่ไม่ไหวหรือไม่ได้ลงเลย เเต่ใช้กลไกข้าราชการเขตซึ่งทำให้หนักพอสมควรเเละไม่ทั่วถึง ตนขอเรียนฝากผู้มีอำนาจที่รับผิดชอบ โดยหวังว่าเร็วๆนี้จะเห็นความชัดเจนจริงจังมากกว่าการโยนหินถามประชาชน” นายภูมิสรรค์ กล่าว

เรื่องทักษิณ ไม่มีดราม่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269282

ยึด, กฎหมาย, ท้กษิณ, ปม, รัฐบาล, คสช, ไม่, โกหก, น้อยใจ, ใส่ร้าย, ถูก, เรื่อง, ทักษิณ, ไม่มี, ดราม่า, เรื่องทักษิณ, ไม่มีดราม่า, ประวิตร

“ประวิตร” ยัน ยึดกฎหมาย ไม่มีดราม่า ปม “ทักษิณ” น้อยใจถูกใส่ร้าย ย้ำ รัฐบาล-คสช.ไม่เคยโกหก

          3 เม.ย. 60 –  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่างถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กส่วนตัว Thaksin Shinawatra แสดงความเห็นทางการเมืองว่ารัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ใส่ร้ายป้ายสี ว่า เราดำเนินการตามกฎหมาย ตนในฐานะดูแลด้านความมั่นคงทุกเรื่องต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน และเป็นไปตามกฎหมาย จะไม่มีการใส่ร้ายไปสี รวมทั้งไม่มีดราม่าอะไรทั้งสิ้น

เมื่อถามย้ำว่านายทักษิณบอกอยู่เงียบๆแล้ว แต่ยังถูกใส่ร้ายป้ายสีอีก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาล และคสช.ทำตามกฎหมายทั้งหมด ทั้งนี้เราเดินตามโรดแมปทุกอย่าง บอกว่าจะมีรัฐธรรมนูญก็เป็นไปตามนั้น ขอให้สังเกตว่าตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง จนถึงปัจจุบัน มีตรงไหนที่พวกเราโกหกบ้าง และมีตรงไหนที่เราไม่ทำตามโรดแมปบ้าง ซึ่งไม่มี

ด้าน พล.อ.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ รับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงความคืบหน้าการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า ในวันที่ 5 เม.ย. ทุกอย่างก็จะได้ข้อสรุปหมดแล้ว หลังจากนั้นก็จะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังคณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีพล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน เพื่อบูรณาการข้อคิดเห็นต่อไป ทั้งนี้ประเด็นต่างๆที่เรารับฟังจากพรรคการเมือง ตัวแทนภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และมูลนิธิต่างๆเสนอมาทั้ง 10 ประเด็นตามที่ระบุไว้ เป็นข้อมูลที่ได้ครบถ้วนทุกประเด็นตามที่กำหนดไว้ โดยกระบวนการต่อไปคือจะส่งต่อให้คณะอนุกรรมการฯชุดที่ 2 วิเคราะห์ สังเคราะห์ต่อไป ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ยกเลิกกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและจัดตั้งคณะกรรมการกลางที่เป็นอิสระขึ้นมา ทุกอย่างได้ดำเนินการตามกระบวนการไว้แล้ว อีกทั้งการดำเนินการของคณะอนุกรรมการรับฟังฯล้วนดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง.

ถึงคิว”วิษณุ” !! “เรืองไกร”จี้สอบเงินงอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/269240

“เรืองไกร”จี้”วิษณุ”เปิดประวัติเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ขู่ยื่น”สรรพากร”เจ้าตัว”ยันเสียภาษีถูกต้องแจงทรัพย์สินงอกส่วนใหญ่จากอสังหาฯไม่หวั่นโดนสอบมีหลักฐานชี้แจง

           3 เม.ย.  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายวิษณุ เปิดเผยประวัติการเสียภาษีในช่วงระหว่างปี 2548 – 2557 หลังจากพบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 87.5 ล้านบาท ว่า ตนไม่ขอชี้แจงกับคนทั่วไป เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งยชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งต้องแนบใบเสียภาษีเงินได้ หากมีข้อสงสัยอะไร หน่วยงานของรัฐที่ต้องตรวจสอบก็มีอยู่แล้ว ทั้งกรมสรรพากรหรือป.ป.ช. ถ้าหน่วยงานเหล่านี้มีข้อสงสัยก็ยินดีชี้แจงทุกประการ เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตนก็มีเรียบร้อย ความจริงตนเคยยื่นเอกสารหลักฐานไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่มีปัญหา

เวลานี้นายเรืองไกร ไม่ได้มาตั้งข้อหาว่าตนทุจริต เพียงแต่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงมีทรัพย์สินเพิ่ม แต่การที่ทรัพย์สินของตนเพิ่ม ไม่ใช่เป็นการสังเกตจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินขาเข้าตอนรับตำแหน่ง และยื่นตอนขาออกในตำแหน่งเดียวกัน แต่เป็นการตรวจบัญชีทรัพย์สินขาออกจากตำแหน่งในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2548 แล้วทิ้งช่วงไป 9 ปีระหว่างนั้น ตนก็ทำมาหากิน จากนั้นเมื่อกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ อีกในรัฐบาลนี้ก็ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินอีกว่ามีเงินได้และทรัพย์สินที่งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไรภายใน 9 ปีนั้น จำนวน 87 ล้านบาท ตรงนี้ไม่มีปัญหา เพราะมีหลักฐานแสดง

“ถ้าทรัพย์สินเหล่านั้นมางอกเงยตอนกำลังดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เช่น ตอนเข้ามามี 100 ล้านบาท และตอนออกไปมี 200 ล้านบาท อย่างนั้นจะผิดปกติ แต่นี่มันทิ้งช่วงไป แล้วก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินอะไร ผมก็ไปทำมาหากิน ไปเป็นกรรมการบริษัท แล้วก็มีทรัพย์สินงอกเงยขึ้นมาจริง ๆ แต่เพิ่มมากี่ล้านผมจำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของทรัพย์สิน ไม่ใช่เรื่องของรายได้ หรือเงินสดที่มากองอยู่” นายวิษณุ กล่าว

กรณีของตน เหมือนกับกรณี 60 นักการเมืองที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า เสียภาษีไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่ได้ไปชี้แจงกับกรมสรรพากรจนเข้าใจว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ และปล่อยหลุดไปเกือบหมดแล้ว แต่มีบางส่วนที่ยังไม่มาชี้แจงกับกรมสรรพากร ทั้งนี้ ตนก็อยู่ในข่ายนั้น บางทีการได้ทรัพย์สินมาระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นมรดกหรืออะไรก็ตาม ถ้าสงสัยว่าได้มาโดยนิติกรรมอำพราง ก็สามารถตรวจสอบได้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

ต่อข้อถามที่ว่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น เสียภาษีถูกต้องใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะถ้างอกเงยจากเงินได้ ต้องเสียภาษี แต่ถ้างอกเงยจากที่ดินที่ได้รับมาจากการให้ มันมีทั้งประเภทต้องเสียภาษีและไม่เสียภาษี ทั้งนี้ทรัพย์สินส่วนหนึ่งของตนที่งอกเงยขึ้นมา คือเงินที่ลงทุนใน LTF และ RMF ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ถือว่ามาก แต่ที่เพิ่มขึ้นมา 70-80 ล้านบาท เป็นอสังหาริมทรัพย์เสียส่วนใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่า จากนี้จะถูกขุดคุ้ยเรื่องต่างๆ มากขึ้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร รวมถึงการที่ตนส่งลูกไปเรียนหนังสือต่างประเทศ อย่าว่าแต่ตนเลย ใครๆ ก็ส่งลูกไปเรียนกันทั้งนั้น ก็ไม่ได้ปกปิดหรือปิดบังอะไร

ส่วนจะเป็นประเด็นทางการเมืองที่ฝ่ายตรงข้ามจ้องเอาคืนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบอะไร แต่วิญญูชนย่อมรู้ได้ด้วยตนเอง เลยไม่ตื่นเต้นอะไร

“เรืองไกร”จี้”วิษณุ”เปิดประวัติเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ขู่ ยื่น”สรรพากร”เช็กบิล ย้ำต้องตรวจสอบได้ทุกคน 

ทั้งนี้ก่อนหน้านีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นระหว่างปี 2548-2557และค่าใช้จ่ายที่ส่งบุตรไปศึกษาต่อปริญญาโทและปริญญาเอก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าจำนวนเงินที่ส่งบุตรไปเรียนรวมทั้งสิ้นเท่าใด มีที่มาจากแหล่งใด เพื่อดูว่าทรัพย์สินทั้งหมดได้เสียภาษีครบถ้วนหรือไม่  เนื่องจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินของนายวิษณุ ในสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯเมื่อปี 2548 จนถึงปัจจุบันมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 87.5ล้านบาท เฉลี่ยต่อปี 9.7 ล้านบาท แต่การยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งล่าสุดของนายวิษณุและภรรยามีทรัพย์สินเพิ่มเพียง 3 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกันจึงต้องขอให้เปิดเผยเพื่อทำการตรวจสอบ

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า  ถ้านายวิษณุไม่มีการเปิดรายละเอียดดังกล่าว ตนจะเดินทางไปยื่นกรมสรรพากรและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนการยื่นให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์ของนายวิษณุมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปหรือไม่นั้น ตนยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะที่ผ่านมาประเด็นหุ้นชินฯถูกมองเป็นประเด็นทางการเมือง ตนจึงอยากให้กรณีนายวิษณุ เป็นประเด็นทางกฎหมายสามารถตรวจสอบได้ทุกคน ทุกรัฐบาล และตรวจสอบให้เหมือนกัน ไม่ใช่เลือกตรวจสอบฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้น

Appeal prompts action in gang-rape probe

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30312683

April 19, 2017 13:11
By The Nation

Four suspects arrested with meth pills, ‘ice’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30312677

April 19, 2017 12:56
By The Nation

Anti-trafficking police to take over Suphan Buri gang-rape investigation

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30312642

April 19, 2017 01:00
By The Nation

Thailand to repatriate Japanese woman who ran investment scheme.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/video/play/8652

//players.brightcove.net/4557834535001/2f9f3120-bae8-422b-8474-7cf5ef503762_default/index.html?videoId=5400155733001

News    Apr 18,2017 14:22
The Thai authorities are expected to repatriate a Japanese woman who is on an international wanted list for allegedly running an illegal investment scheme in Japan next week.

Setsuko Yamabe is suspected of illegally raising over US$6.4mil from dozens of investors, telling them that she would return the money with high returns.
The 62-year-old, who is from Kumamoto Prefecture, had collected money for one year up to September 2015.
Yamabe is also suspected of illegally collecting some US$640,000 from two male acquaintances.