ลบแล้วจ้า!! “อุ๊งอิ๊ง” ลบโพสต์เหน็บ “วินธัย” แมนๆ…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268670

ลบแล้ว, วินธัย สุวารี, ปิด, แขวะ, รอยสัก, กล้า, พูด, รับ, แมนๆมีรอยสัก, กล้าพูดกล้ารับ, แล้ว, จ้า, อุ๊งอิ๊ง, โพสต์, เหน็บ, วิน, ธัย, แมน, ลบแล้วจ้า, ลบโพสต์เหน็บ, วินธัย, แมนๆ, วอยซ์ทีวี, กรี๊ดดดด แมนๆมีรอยสักกกกก กล้าพูดกล้ารับ บอกเลย,  ไม่ถือสา

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์เหน็บ “วินธัย” หลังอ้าง คสช. ไม่เกี่ยวปิดวอยซ์ทีวี บอก แมนๆมีรอยสัก กล้าพูดกล้ารับ ล่าสุดลบแล้ว

               31 มี.ค.60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสืบเนื่องจากการที่ กสทช. มีคำสั่งระงับการออกอากาศ “วอยซ์ทีวี” เป็นเวลา 7 วัน และ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุว่า คสช. ไม่เกี่ยวข้อง และไม่ได้เสนอเรื่องดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Ing Shinawatra เป็นภาพข่าวของ พ.อ.วินธัย และภาพของข่าวที่ระบุการสัมภาษณ์ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ประธานคณะอนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ กสท. ของ กสทช. ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพราะ คสช. ขอร้องเรียนให้ตรวจสอบ

โดย น.ส.แพทองธาร ระบุว่า “กรี๊ดดดด แมนๆมีรอยสักกกกก #กล้าพูดกล้ารับ #บอกเลย”

             อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ ได้มีการลบโพสต์ดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊กนางสาวแพทองธารแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง  แมนๆ!!?? “วินธัย” ไม่ถือสา “อุ๊งอิ๊ง” (อ่านต่อ…)

ลบแล้วจ้า!! "อุ๊งอิ๊ง" ลบโพสต์เหน็บ "วินธัย" แมนๆ...

 

“สุวพันธุ์” หน่อมแน้ม ???

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268589

สุว, พันธุ์, หน่อมแน้ม, สุวพันธุ์, เปิดใจ, หน่อมแน้ม  รับได้ไม่นอยด์

“เปิดใจ”สุวพันธุ์ ขอวิจารณ์การทำงานอย่างเป็นธรรม”หน่อมแน้ม รับได้ไม่นอยด์” ออกตัวไม่ชอบให้สัมภาษณ์แต่ชอบเขียนเพราะไม่มีไหวพริบในการตอบ

      30 มี.ค. — นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม. เปิดใจในช่วงจิบน้ำชายามบ่ายกับสื่อมวลชนที่กระทรวงยุติธรรมว่า เข้ารับตำแหน่งรมว.ยุติธรรมนาน 3  เดือน ไม่ขอประเมินผลงานตัวเอง. อยากฟังคนอื่นประเมินมากกว่า การทำงานในกระทรวงนี้มีทั้งรับเอานโยบายเก่ามาสานต่อ และริเริ่มนโยบายใหม่ๆ ของตัวเอง เช่น การผลักดันให้มีศูนย์อำนวยความยุติธรรมระดับชาติโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง. เชื่อมโยงการทำงานของยุติธรรมจังหวัดกับศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งต่อช่องทางการอำนวยความยุติธรรมไปยังกรรมการหมู่บ้าน

ส่วนที่มีคนการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผมในเชิงเปรียบเทียบกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา. องคมนตรี. ว่า ผมช้า. ไม่เก่ง หน่อมแน้ม ซึ่งถ้าเป็นจริง ผมก็ยอมรับได้ ไม่โกรธ ไม่นอยด์ เพียงแต่ขอให้วิจารณ์อย่างเป็นธรรม กรณีธรรมกายโจทย์ที่รัฐบาลได้รับเป็นโจทย์ที่ทำยาก. ห้ามปะทะ. ห้ามบาดเจ็บ ผมขอถามสักนิดว่า เวลาเราเข้าไปเจอพระต้องทำอย่างไร. คำตอบทุกคนคงเหมือนกันคือกราบ. 3. ครั้ง. เมื่อพนมมือกราบพระแล้วก็จบ. พูดได้คำเดียวคือ ครับ ๆ. แต่ละคนมีสไตล์แตกต่างกัน ผมมีแนวทางแบบนี้ พูดแบบนี้. ทำงานแบบนี้ แต่มีเป้าหมายเป็นความสำเร็จเดียวกัน อาจคล้ายกับพระเทพรัตนสุธี. เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะอ่อนโยนจนถูกวิจารณ์ไปต่างๆนาๆ . ส่วนตัวเชื่อว่าท่านอาจจำเป็นต้องพูดทำนองนั้น เพื่อให้ทำงานได้       “ผมยอมรับว่าเป็นคนไม่ชอบให้สัมภาษณ์ ส่วนใหญ่จะเลือกวิธีเขียนบทสัมภาษณ์แล้วส่งให้สื่อ. ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่มีปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม. แต่ก็พยายามให้สัมภาษณ์รายการวิทยุอยู่บ่อยๆ.”

ในช่วงการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย มีการนำเบอร์โทรศัพท์ของตนไปเผยแพร่ในโซเซียลมีเดีย เพื่อให้โทรศัพท์มาพูดคุย. จนถึงขณะนี้ตนไม่เปลี่ยนเบอร์ ก็แค่ไม่รับสายเบอร์แปลก. ส่วนผู้ที่โทรมาพูดคุยกลางดึก ส่วนตัวยอมรับว่าเห็นใจเขา เพราะเขาถูกปลูกฝังให้เชื่อเช่นนั้น แม้ว่าจะพยายามอธิบายด้วยเหตุผลเขาก็ไม่เชื่อ ไม่รับฟัง. ประเด็นเกี่ยวกับธรรมกายจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้เวลา. จะทำให้เร็วทันใจไม่ได้ ต้องยอมรับว่าท่ีผ่านมาเราปล่อยปะมานาน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย. ไม่ว่าจะจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย. เพราะะคดีของพระธัมมชโยอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว

ผมถูกกล่าวหาสารพัด บ้างก็ว่าเป็นศิษย์ธรรมกาย. หรือทำลายพระพุทธศาสนาเพราะเป็นพราหณ์บ้าง โดยนำภาพการประกอบพิธีพราหณ์ในงานครบรอบวัดสถาปนากระทรวงยุติธรรมไปอ้างอิง. ผมบวชที่วัดราชประดิษฐ์ 1 พรรษา พ่อผมก็บวชที่วัดนี้. เป็นสายธรรมยุตต์. เชื่อว่าไม่ต้องอธิบายมาก ก็ตอบคำถามได้ครบทุกประเด็นแล้ว

“บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ – รัฐประหาร” ใครเพื่อนใคร!!??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268583

คมชัดลึก, เป็นเพื่อนเราทั้งสิ้น, เป็นคนที่เรียกร้องรัฐประหาร, ออกมาเรียกร้อง, คนที่, พลอสกนธ์ สัจจานิตย์, ประธาน, กมธ, พลังงาน, บอก, เอาไว้, คือ, บอกเอาไว้, ใครคือเพื่อน, บรรษัท, น้ำมัน, แห่งชาติ, รัฐประหาร, ใคร, เพื่อน, บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ, ใครเพื่อนใคร, บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ - รัฐประหาร

ประธาน กมธ.พลังงานระบุ คนเรียกร้องบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นกลุ่มเดียวกับที่เรียกร้องรัฐประหาร เป็นเพื่อเราทั้งสิ้น

             30 มี.ค. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในตอนหนึ่งของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม  โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานกรรมาธิการพลังงานได้ชี้แจงถึงการบัญญัติการจัดตั้ง “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ” โดยตอนหนึ่งระบุว่า “คนที่ออกมาเรียกร้องเป็นคนที่เรียกร้องให้รัฐประหาร  เป็นเพื่อนเราทั้งสิ้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้องฝันค้าง!! “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ” ไม่ผ่าน!!

“ปึ้ง” ขอนับองค์ประชุม ไม่มีผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268571

คมชัดลึก, ระบุ, ถอดถอน, ขอ, ปึ้ง, นับ, องค์ประชุม, ไม่มีผล, ขอนับองค์ประชุม, วิษณุ

“วิษณุ” ระบุ “ปึ้ง” ขอนับองค์ประชุม ไม่มีผลต่อการถอดถอน

          30 มี.ค. 60 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ เสนอให้นับองค์ประชุมสนช. ระหว่างการแถลงปิดคดีคืนหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบว่า ที่ระบุว่าเห็นองค์ประชุมไม่ครบเป็นการดูด้วยสายตา แต่เมื่อใดต้องท้ากันให้โหวต ประธานที่ประชุมจะกดออดเรียกองค์ประชุมตามข้อบังคับ คนที่อยู่นอกห้องประชุมจะกลับเข้ามาในห้อง ดังนั้น องค์ประชุมครบหรือไม่ครบระหว่างการแถลงปิดคดีจึงไม่มีผล เพราะองค์ประชุมจะเป็นปัญหาเมื่อมีการนับ การที่นายสุรพงษ์ท้วงประเด็นนี้จึงไม่มีผลอะไรต่อกระบวนการถอดถอน.

รัฐบาล ไม่ได้สั่งตั้งบรรษัทน้ำมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268564

คมชัดลึก, วาระ3, รับฟัง, สนช, บรรษัทน้ำมัน, พรบปิโตรเลียม, รัฐบาล, ไม่ได้, สั่ง, ตั้ง, บรรษัท, น้ำมัน, วิษณุ

“วิษณุ” ยัน รัฐบาล ไม่ได้สั่งตั้งบรรษัทน้ำมัน แต่เป็นข้อเสนอแนะจากการรับฟังชั้น สนช. ระบุอยากล้มต้องทำวาระ 3 แต่จะไม่มีใครได้อะไรเลย

          30 มี.ค. 60 – นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปดูประเด็นการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. … ว่า ตนยังไม่เห็นร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมของกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม จึงไม่มั่นใจว่ามีส่วนไหนระบุให้ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยปกติร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เขาจะดูตามหลักการที่ระบุไว้ในร่าง ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงจะสอบถามมายังรัฐบาลว่า หากมีการแก้ไขรัฐบาลจะขัดข้องหรือไม่ โดยประเด็นร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีการเรียกร้องให้ตั้งบรรษัทน้ำมันที่ร่างของรัฐบาลไม่มี แต่ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรียกร้องอยากให้มี จึงสอบถามเข้ามา

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า พอสอบถามมา มีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง 2 ครั้ง เราเห็นว่าไม่อยู่ในหลักการ จึงไม่อยากให้มี แต่ที่สุดท้ายแล้วต้องแล้วแต่สนช.ว่าจะเติมหรือไม่ โดยให้ข้อสังเกตไปว่าถ้าจะเติมอย่าเขียนเชิงบังคับ ให้เป็นการเขียนแบบอ่อนตัว ให้ศึกษาความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ความสำเร็จและความล้มเหลวของต่างประเทศ เพราะเรายังตั้งตัวไม่ติด ถ้าให้สวยงามการจะตั้งบรรษัท น่าจะออกเป็นกฎหมายภายหลังอีกฉบับหนึ่ง แต่เพื่อให้มีเชื้อจึงให้เขียนในพ.ร.บ.ดังกล่าวไว้ก่อน ส่วนที่มีการพูดถึงกรมการพลังงานทหารนั้น ตนไม่เคยรับทราบ ส่วนที่นายกฯสั่งให้ฝ่ายกฎหมายเข้าไปดูรายละเอียดเรื่องนี้ ตนยังไม่ได้เจอนายกฯ และฝ่ายกฎหมายไม่จำเป็นต้องเป็นตน เนติบริกรมีหลายคน

เมื่อถามว่าทางสนช. ไม่ผ่านกฎหมายดังกล่าวและตีกลับให้รัฐบาลพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าใครรู้กระบวนการนิติบัญญัติจะรู้ว่าไม่มีวันเกิดกรณีเช่นนั้น เมื่อสภารับหลักการในวาระที่ 1 ถือเป็นเรื่องของสภาแล้ว รัฐบาลอยากจะแก้สักตัวก็ไม่ได้ แล้วจะตีกลับมาให้รัฐบาลอย่างไร อย่างมากคือ ตีให้มันตกไปในวาระที่ 3 ก็จะไม่มีใครได้อะไรเลยสักอย่างเดียว ขอย้ำที่ตนพูดออกไปคือการตอบคำถามสื่อ ตนไม่ได้บอกให้ตีตก ทุกอย่างคือถ้า.

“เรืองไกร” โวยถอดถอน “สุรพงษ์” ไม่ชอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268550

เพื่อไทย, คมชัดลึก, ประธาน, องค์ประชุม, ร้อง, สนช, เรือง, ไกร, โวย, ถอดถอน, สุรพงษ์, ไม่, ชอบ, เรืองไกร, โวยถอดถอน, ไม่ชอบ

“เรืองไกร” ร้อง”ประธานสนช.”พิจารณากระบวนการถอดถอน “สุรพงษ์”ไม่ชอบ เหตุประชุมแถลงปิดคดีองค์ประชุมไม่ครบ

          30 มี.ค. 60 –  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางมารัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือด่วนที่สุด ถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ให้พิจารณาว่า องค์ประชุม สนช. ในการพิจารณาวาระรับฟังแถลงปิดคดีถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ไม่ชอบ โดยยกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 2/2551 , 3/2551 และ 4/2551 มาเป็นหลักฐานประกอบคำร้อง และสารบัญ สนช. ได้ออกเลขรับที่ 3296 ให้แล้ว ทั้งนี้คำวินิจฉัยได้ระบุชัดว่า องค์ประชุมจะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฯ โดยจะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาสนช. เพราะองค์ประชุมมิได้มีความหมายแต่เพียงว่า เมื่อมีสมาชิกลงชื่อมาประชุมครบและเปิดการประชุมแล้ว หลังจากนั้นสมาชิกจะอยู่ร่วมประชุมหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น ในกรณีองค์ประชุมที่พิจารณาเรื่องถอดถอนนายสุรพงษ์ จึงต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญด้วย และเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่า องค์ประชุม สนช. เมื่อวันที่ 29 มี.ค. มีไม่ถึง 50 คน จึงไม่ถือเป็นองค์ประชุม เพราะไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมด 250 คน กระบวนการพิจารณาถอดถอนในวาระแถลงปิดคดีจึงไม่ชอบแล้ว.

งัดยุทธศาสตร์กกต. 4.0 เลือกตั้งสุจริต-เที่ยงธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268510

“สมชัย” งัดยุทธศาสตร์ กกต. 4.0 ลุยเลือกตั้งสุจริต-เที่ยงธรรม ชี้ รัฐบาล-ทุกองค์กร ต้องช่วยกัน

        30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าเมื่อเวลา 9.00 น. วันนี้  (30 มี.ค.)  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง บรรยายในหัวข้อ ยุทธศาสตร์ กกต. 20 ปี   ให้กับผู้บริหารระดับสูงของ กกต. ว่า การวางยุทธศาสตร์ กกต. คือเส้นทางที่จะชี้ว่า กกต.จะเดินไปทางไหน โดยได้วางยุทธศาสตร์ กกต. 4.0 ไว้ 4 ส่วน ประกอบด้วย 1.0 การเลือกตั้งที่จัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายข้อบังคับ กกต.ทำได้อยู่แล้ว ไม่ใช่โจทย์ยากของสำนักงาน กกต. เพราะทำหน้าที่ตามกฎหมาย  2.0 การเลือกตั้งที่สามารถอำนวยความสะดวก มีช่องทางการสื่อสารในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข่าว กกต. เช่น แผ่นพับ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และไม่เป็นภาระของประชาชน ต้องให้ประชาชนสะดวกในการเดินทางเพื่อไปยังหน่วยเลือกตั้ง  และประชาชนที่อยู่ต่างประเทศสามารถเลือกตั้งได้ทางอินเตอร์เน็ต  และยังมีการขยายเวลาในการใช้สิทธิเลือกตั้ง กกต.พยายามทำอยู่ ซึ่งข้อนี้สามารถพัฒนาได้

ส่วน 3.0 การเลือกตั้งสุจริต และเที่ยงธรรม คือ ไม่มีการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยาก เพราะสังคมคาดหวังไว้สูง  อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนร่วมกันสอดส่องดูแล  ในขณะที่รัฐบาลไม่ใช้กลไกทางท้องถิ่น  ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ หรือผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงของการเลือกตั้ง จึงเป็นโจทย์ของด้านสืบสวนสอบสวนและด้านการมีส่วนร่วม ที่เป็นหัวใจสำคัญให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะถ้าการสืบสวนสอบสวนเป็นไปได้ช้า ก็เท่ากับว่าเป็นความไม่ยุติธรรม และ 4.0 การเลือกตั้งต้องมีคุณภาพ และเป็นทางออกของประเทศ เป็นโจทย์ที่ยากที่สุด ซึ่งประชาชนต้องรู้และมีสติก่อนจะกากบาทเลือกตั้งพรรคใดพรรคหนึ่ง เพื่อทำให้พรรคการเมืองได้พัฒนาประเทศให้เจริญ  ทั้งนี้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน  ไม่เพียงแค่ กกต. ต้องเริ่มตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ  นักเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย รวมถึงพระ ก็ต้องช่วยกันให้สติคนในสังคม  เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีคุณภาพ

“การเลือกตั้งทุกระดับ จะเป็นเครื่องมือของการที่จะหาคำตอบใหญ่ ๆ ของสังคมได้และได้รับการยอมรับจากส่วนที่เกี่ยวข้องการเลือกตั้งที่ดี คือ จัดเลือกตั้งแล้วจบทันที  อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งประชาชนต้องมีส่วนร่วม และอยู่ในมือของประชาชน พัฒนากระบวนการการเลือกตั้งที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พัฒนาระบบสืบสวนสอบสวน สร้างระบบคัดกรองตรวจสอบบุคลากรเลือกตั้งทุกระดับ ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้แก้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังสร้างกลไกสนับสนุนเครือข่าย ภาคประชาสังคม และเอกชน ในการจัดเลือกตั้ง”นายสมชัย กล่าว

ใช้”จีบีซี”เปลี่ยนชายแดนเป็นพื้นที่สันติภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268500

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, ใช้, บีซี, เปลี่ยน, ชายแดน, เป็น, พื้นที่, สันติภาพ, จีบีซี

ไทย – กัมพูชา กระชับสัมพันธ์ หวังใช้ จีบีซีเป็นกลไก เปลี่ยนพื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ

       30 มี.ค. – พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้นำคณะผบ.เหล่าทัพและผบ.ตร เข้าพบและหารือกับพล.อ.เตียบันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา พร้อมคณะ ณ โรงแรมสุขขา แองกอร์ จังหวัดเสียมราฐ ด้วยบรรยากาศการพูดคุยที่อบอุ่นและมีมิตรไมตรี โดยพล.อ.ประวิตร ได้กล่าวยืนยันถึงความตั้งใจและความปรารถนาดีของไทยที่จะร่วมพัฒนาชายแดนของทั้งสองประเทศ ให้มีความสงบ มั่นคงและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยร่วมพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กันไป เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างเท่าเทียมกัน.และย้ำว่าไทยพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการศึกษา รวมทั้งกิจกรรมระหว่างกันในทุกระดับที่สามารถทำได้  พร้อมทั้งเสนอให้มีฮอทไลน์ ในการติดต่อประสานงานกันระดับต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทันทีและลดความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนระหว่างกัน.

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน พล.อ.เตียบันห์ ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย ที่สนับสนุนช่วยเหลือแก้ปัญหาและดูแลการจัดระเบียบแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทย ให้ได้รับความสะดวกและได้รับความคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงาน.  สำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนระดับต่าง ๆ ขอให้มีการประสานงานกันโดยตรงอย่างใกล้ชิด  พร้อมกล่าวย้ำว่า. ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในจุดที่ดีที่สุดที่ผ่านมา และขอให้ร่วมกันรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเช่นนี้ตลอดไป

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( GBC ) ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 12  โดยทั้งสองฝ่ายร่วมแสดงความยินดีต่อพัฒนาการความสัมพันธ์และความร่วมมือของหน่วยงานความมั่นคงและกองทัพทั้งสองประเทศที่มีความแน่นแฟ้นใกล้ชิดกัน รวมทั้งความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงปลอดภัยพื้นที่ชายแดนร่วมกัน ในด้านต่าง ๆ เช่น จุดผ่านแดนและการสัญจรข้ามแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความมั่นคงของไทย กับหน่วยทหารและตำรวจของกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน ความร่วมมือด้านการเกษตร ความร่วมมือด้านสาธารณสุขและความร่วมมือด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งภาพรวมมีพัฒนาการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเห็นชอบร่วมกันให้มีการแลกเปลี่ยน ศิลปวัฒนธรรมและกีฬาระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง  ร่วมกันฝึกบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ชายแดน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาดูงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาพอเพียง รวมทั้งเพิ่มความร่วมมือโครงการหมู่บ้านสีขาว เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน  ทั้งสองฝ่ายเสนอให้จัดการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ( Border Peacekeeping Committee ) โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองประเทศ เป็นประธานร่วม และฝ่ายกัมพูชาเสนอให้มีการติดต่อประสานงานระหว่าง สำนักงานประสานงานทางทะเล กัมพูชา – ไทย. ผ่านกรมกิจการชายแดนของทั้งสองประเทศ

พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ในภาพรวมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย – กัมพูชา ครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้นของรัฐบาลทั้งสองประเทศในปัจจุบัน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันและจริงใจระหว่างหน่วยงานความมั่นคงและกองทัพของทั้งสองประเทศ. ที่ดำรงความมุ่งมั่นเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนให้เป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ที่มีเสถียรภาพความมั่นคงและสงบสุขร่วมกันอย่างเท่าเทียม

พีมูฟร้อง“บิ๊กตู่”เร่งแก้ปัญหาที่ดินคนจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268492

พีมูฟร้องบิ๊กตู่เร่งแก้ปํญ, พีมูฟ, มูฟ, ร้อง, บิ๊ก, ตู่, เร่ง, แก้ปัญหา, ที่ดิน, คนจน, บิ๊กตู่, ออมสิน

 พีมูฟ ร้อง “บิ๊กตู่” เร่งแก้ปัญหาที่ดิน ช่วยคนจน “ออมสิน” เข้าหารือร่วมบ่ายนี้

        30 มี.ค. — ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(ฝั่งก.พ.) กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)หรือ พีมูฟ ได้รวมตัวชุมนุม นำโดยจำนงค์ จิตนิรัตน์ ที่ปรึกษา ขปส.ที่ลานภายในสำนักงาน กพ. เพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.และรัฐบาลเร่งรัดแก้ปัญหา และเปิดประชุมกรรมการเพื่อแก้ปัญหาของกลุ่มขปส.โดยมีข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งประกาศใช้พ.ร.บ.ที่ดิน เพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหากรณีประชาชนไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ในรูปแบบโฉนดชุมชน ตามนโยบายที่ดินแปลงรวม ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และขอให้แต่งตั้งประธานกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีการส่งมอบพื้นที่โฉนดชุมชนอย่างเร่งด่วน รวมถึงขอให้รัฐบาลยุติการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของสมาชิกและชุมชนขปส.จนกว่าจะมีมาตราการแก้ไขและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะปฏิบัติการแผนทวงคืนผืนป่า ก็ควรยุติไว้ เพื่อหาแนวทางข้อสรุปให้เสร็จสิ้นก่อน นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)แก้ปัญหาที่ดิน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้คนจนอย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรึงกำลังบริเวณด้านหน้าสำนักงาน กพ.และบริเวณรอบรั้วทำเนียบ เพื่อรักษาความเรียบร้อยของผู้ชุมนุมกลุ่มพีมูฟ และเฝ้าระวังกลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังไทย(คปพ.)ที่ชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่…) พ.ศ…และร่างพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม(ฉบับที่…)พ.ศ…. ที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภาด้วย โดยในเวลา 13.00 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุม เพื่อหารือและติดตามการแก้ไขปัญหา และเตรียมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขปส.

นายกฯร่อนเอกสารแจงร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268489

ประยุทธ์, กรมการพลังงานทหาร, เอี่ยว, บิ๊กตู่, พรบปิโตรเลียม, รัฐบาล, คสช, กฎหมาย, สอบสวน, ผลประโยชน์, ซัด, พูดจา, คมชัดลึก, นายกฯ, ร่อน, เอกสาร, แจง, ร่าง, พรบ, ปิโตรเลียม, บิ๊กตู, บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ NOC, เมื่อพร้อม

“บิ๊กตู” ปิดปากจ้อสื่อร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ร่อนเอกสาร 6 แผ่นชี้แจงแทน ยันรัฐบาล คสช. ไม่รู้เห็นกรมพลังงานทหารเป็นผู้ดำเนินการ

          30 มี.ค.60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณีร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม แต่ได้นำเอกสาร รวมทั้งหมด 6 แผ่นให้กับผู้สื่อข่าวแทน โดยเนื้อหาระบุว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเสนอกฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียม เพื่อให้รองรับสัมปทานที่จะหมดอายุลงในเวลาอันใกล้ หลักการและเหตุผลที่รัฐบาลเสนอครั้งแรก แต่เดิมก็เพื่อให้มีการดำเนินการบริหารจัดการได้ทั้งระบบสัมปทาน และพีเอสซี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ (หากไม่มีกฎหมายฉบับนี้จะทำได้เพียง ระบบสัมปทานแบบเดิมเท่านั้น) ต่อมารัฐบาลได้นำร่างดังกล่าว เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งในขั้นกรรมาธิการของสนช. ได้มีการรวบรวมรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน ให้มีการจัดตั้ง “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOC)”  และสนช. ได้เสนอเรื่องดังกล่าวกลับมาที่ครม. เพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้ ครม. ให้ความเห็นชอบให้เพิ่มหลักการได้ในขั้นกรรมาธิการ ซึ่งเดิมไม่มีในวาระแรกด้วย เหตุผลคือ รัฐบาล และครม. ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากเป็นการรับฟังความคิดเห็นที่กรรมาธิการศึกษาเพิ่มเติมแล้ว คณะกรรมาธิการก็ได้ทำงานต่อไป โดยมีเนื้อหา NOC ในพ.ร.บ.ปิโตรเลียม ซึ่งจะต้องพิจารณาต่อในวาระ 3 ตามหลักการและเหตุผล ที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งการทำงานของคณะกรรมาธิการ ก็เป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

ขณะที่ รัฐบาลต้องการให้พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านไป โดยปราศจากข้อขัดแย้ง ในกรณี จัดตั้ง NOC โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ต้องมีการศึกษาในรายละเอียดก่อน และให้ดำเนินการได้ “เมื่อพร้อม” เท่านั้น จะเป็นเมื่อไหร่ ก็แล้วแต่การพิจารณาต่อไปของสนช.

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวหา ว่ารัฐบาล คสช. นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการ ทหาร หวังจะมีผลประโยชน์ในเรื่องของการให้กรมพลังงานทหาร เป็นผู้ดำเนินการ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ รัฐบาล คสช. นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทราบเรื่องดังกล่าว และหากมีก็ไม่อนุมัติอยู่แล้ว ส่วนการที่มีผู้ยกเรื่องนี้ออกมาเป็นประเด็น ทางรัฐบาล คณะรัฐมนตรี จะให้ฝ่ายกฎหมายได้สอบสวนว่า เกิดอะไรขึ้นเพราะทำให้เกิดความเสื่อมเสียกับรัฐบาล คสช. ทหาร อย่างร้ายแรง มีการโพสต์ข้อความสร้างการดูหมิ่นเกลียดชังรัฐบาล ขอให้สังคม ประชาชนได้พิจารณาความน่าเชื่อถือ

จากข้อความดังกล่าว นายกรัฐมนตรียืนยันว่า จะไม่ให้มีใครได้รับผลประโยชน์ นอกจากประเทศชาติ และประชาชน แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่ดำเนินการ โดยการพิจารณาของสนช. และรัฐบาล คสช. จะไม่ให้หน่วยงานทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด กรณีที่มีข่าวว่า เตรียมเสนอรายละเอียดการจัดตั้ง NOC เรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วย รัฐบาล ทหาร ฯลฯ รัฐบาลไม่เคยรับทราบรายละเอียดเรื่องนี้ ทราบแต่เพียงว่า หากกฎหมายผ่านก็จะมีเพียงเฉพาะการจัดตั้ง NOC เมื่อพร้อม ซึ่งก็หมายความว่า หากมีการผ่านเรื่อง NOC ดังกล่าวก็ต้องมีการศึกษา และรับฟังความคิดเห็น ในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันการทำหน้าที่จัดการพลังงาน เป็นหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงด้านพลังงาน ของประเทศรวมถึงการควบคุมกำหนดการจัดหาพลังงานโดยระบบสัมปทาน (เดิม) หรือ PSC (ใหม่) อยู่แล้ว ว่าจะทำในระบบใดไม่ใช่ปตท. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ที่จะดำเนินการในเรื่องของธุรกิจพลังงาน เพื่อเป็นการเสริมรายได้ผลตอบแทนของรัฐบาล และผู้ถือหุ้นเท่านั้น

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามกรณีที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ที่รัฐสภา และอาจจะเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้ามาแล้วทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี ให้รู้บ้างว่าการที่จะแก้ปัญหาแบบเป็นระบบ ทำกันอย่างไร ไม่ใช่เอากฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายตลอด

ลั่นขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่มีความคิดให้ทหารเข้ามาหาผลประโยชน์พลังงาน ซัดพูดจาเรื่อยเปื่อยทำสังคมอลม่าน ชี้ถ้ายังขัดแย้งประเทศไม่มีอนาคตแน่

โดยก่อนหน้านี้ นายกฯกล่าวระหว่าง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 4 กระทรวง ตอนหนึ่งว่า ตนหวังว่าการลงนามในวันนี้ จะมีประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ได้อย่างแท้จริง เพราะก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็เห็นลงนามกันเยอะแยะกันไปหมด จนอ่านแล้วประเทศไทยน่าจะก้าวหน้า เป็นมหาอำนาจไปแล้ว แต่ไม่ได้มีการดำเนินการ วันนี้รัฐบาลก็ไปดึงอันโน้นอันนี้มาทำ แต่ก็ไม่สำเร็จสักอย่าง เพราะมาจากการเริ่มต้นที่เป็นลบ เป็นศูนย์ก็ต้องฟื้นฟู ปฏิรูป นี้คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำทุกเรื่อง

“วันนี้ผมก็ต้องไปสู้รบ ไม่ใช่ไปสู้รบแต่เป็นการอธิบายเรื่องพลังงาน ซึ่งอยู่บนพื้นฐานความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าวันนี้ต้องหยุดได้แล้ว ผมเอาชีวิตผมยืนยันอยู่นี้ จะไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ให้ใครมาได้ประโยชน์ และยืนยันอีกครั้งว่าทหารไม่ได้มุ่งหวังที่จะเข้ามามีบทบาทในพลังงานใดๆเลย ไม่มีในความคิดเลย ถ้าใครมีความคิดมา ผมก็ไม่อนุญาตอยู่แล้ว ขอให้เชื่อมั่นผมตรงนี้ และขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการ บางครั้งการพูดจาเรื่อยเปื่อยทำให้เกิดปัญหา หลายอย่างเป็นการพูดคุยในที่ประชุมวงเล็กเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่กลับเอามาพูดกันอีก ก็พันกันไปหมด สับสนอลหม่าน” นายกฯ กล่าว

นายกฯกล่าวว่า ฉะนั้นวันนี้เราต้องรับฟังเสียงประชาชนที่เข้ามา อะไรที่ทำได้ก็ไปลองดูว่าทำได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็คือไม่ได้ อะไรที่ผิดครรลองครองธรรม อะไรที่ดูแล้วที่ทำให้เกิดเสียผลประโยชน์ ตนก็ไม่ทำ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆเชื่อมั่นตนด้วย เข้าใจรัฐบาล เข้าใจรัฐมนตรีทุกคน และข้าราชการทุกคนก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาล ถ้าเราไม่เริ่มต้นวันนี้ ถ้ายังขัดแย้งกันอยู่เช่นเดิม จนวันนี้ไม่มีอนาคตสำหรับประเทศอยู่แล้ว ไม่มีโอกาสแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ในวันข้างหน้า ตนไม่ได้ดูถูกใคร แต่คิดว่าหากสิ่งที่เราทำวันนี้ไม่ได้สานต่อ ไม่ได้เริ่ม ทุกอย่างกลับไปที่เดิมหรือแย่กว่าเดิมก็ไม่มีโอกาส ตนเคยพูดตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ว่าเราเข้ามาเพื่อทำให้สิ่งที่กำลังจะล้มให้พยุงขึ้นให้ได้ก่อน เอาปัญหามาแก้ไขภายใน 2 ปีให้ได้ ปีที่ 3 ก็จะดันให้ตั้งตรงขึ้นมาให้ได้.