“นพดล” โต้แทน “แม้ว” ยันขาย “หุ้นชินฯ”ไม่มีภาระทางภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266741

คมชัดลึก, ภาระทางภาษี, หุ้นชิน, ทักษิณ, นพดล, โต้, แทน, แม้ว, ยัน, ขาย, หุ้น, ชิน, ไม่มี, ภาระ, ทาง, ภาษี, โต้แทน, ยันขาย, หุ้นชินฯ, ชินคอร์ป, ทักษิณ - หญิงอ้อ

“นพดล” แถลงโต้ ขายหุ้น “ชินคอร์ป”ไม่มีภาระทางภาษี ยกคำพิพากษาศาลภาษีระบุแอมเปิลริช เป็นของ “ทักษิณ – หญิงอ้อ” ชี้ไม่เคยได้ยิน อภินิหารทางกฎหมาย รู้จักแต่นิติธรร

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายนายทักษิณ ชินวัตร แถลงข่าวกรณีรัฐบาลพยายามเรียกเก็บภาษีจาการขายหุ้นชินคอร์ปเมื่อปี2549 จำนวน 329.2ล้านหุ้นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใครมีเจตนาไม่ชำระภาษี แต่การขายหุ้นดังกล่าวนั้นไม่มีภาระภาษีตามกฎหมาย เนื่องจาก 1.เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา ในปี2553 ซึ่งสรุปความตอนหนึ่งได้ว่า หุ้นในชินคอร์ปที่รวมขายให้กลุ่มเทมาเส็กในปี2549นั้น ดร.ทักษิณและภรรยา ยังคงไว้ซึ่งหุ้นชินคอร์ปดังกล่าว นอกจากนั้น ศาลภาษีอากรกลางก็เคยมีคำพิพากษาสรุปความตอนหนึ่งได้ว่าหุ้นที่นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา ซื้อมาจากแอมเปิลริชเป็นหุ้นของดร.ทักษิณและภรรยา นายพานทองแท้และนส.พินทองทาถือหุ้นไว้แทน และมิใช่เจ้าของแท้จริงของหุ้น ที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะประเมินภาษีในส่วนการโอนหุ้นโดยแอมเปิลริช 329.2ล้านหุ้นไปให้นายพานทองแท้ นส.พินทองทา ตนมีความเห็นสอดคล้องกับนักกฎหมายภาษีว่าเมื่อหุ้นดังกล่าวยังคงเป็นหุ้นของดร.ทักษิณและภรรยา ไม่ใช่หุ้นของแอมเปิลริช เจ้าหน้าที่จะสรุปว่ามีการซื้อขายหุ้นดังกล่าวระหว่างแอมเปิลริชและนายพานทองแท้ นส.พินทองทาได้อย่างไร ธุรกรรมซื้อขายดังกล่าวจึงถือเสมือนว่าไม่ได้เกิดขึ้น จึงไม่มีเงินได้และภาระภาษี เพราะหุ้นเป็นกรรมสิทธิ์ของดร.ทักษิณและภรรยา มาแต่ต้น ท่านจะไปซื้อหุ้นซึ่งเป็นของตนเองอยู่แล้วหรือขายหุ้นของตนเองให้ตนเองได้อย่างไร ดังนั้นจึงไม่มีเงินได้และภาระภาษี

นายนพดล กล่าวต่อว่า 2.นอกจากนั้น การขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กกระทำผ่านตลาดหลักทรัพย์จึงไม่มีภาระภาษี ทั้งนี้เป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่126 ข้อ2(23) ซึ่งกฎหมายนี้ใช้บังคับกับทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนั้นเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปและเงินปันผลจากหุ้นประมาณ 46000ล้านบาท ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินไปตั้งแต่8ปีที่แล้ว 3.การขายหุ้นชินคอร์ปเกิดขึ้นมาสิบปีแล้ว ตนคิดว่าประเด็นภาษีเกี่ยวกับเรื่องนี้น่าจะได้ข้อยุติไปนานแล้ว แม้แต่รองนายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้กรมสรรพากรระบุอาจดำเนินการไม่ได้ แต่มีการอธิบายว่าเป็นอภินิหารทางกฎหมาย(Miracle of Law) เพราะเจอช่องทางที่สมควรจะเสี่ยงดูในเรื่องที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ หลายคนตั้งคำถามว่าจะเสี่ยงไปทำไม ในเมื่อกรมสรรพากรให้ความเห็นชัดเจนไปแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวศึกษากฎหมายมาก็พึ่งเคยได้ยินคำอภินิหารทางกฎหมายเป็นครั้งแรก แต่ที่ได้ยินมานานและเห็นว่าสิ่งที่นักกฎหมายต้องปฏิบัติตามคือหลักนิติธรรม(Rule of Law) ตนเห็นว่าในยามที่เราต้องการสร้างความปรองดอง หลักนิติธรรมจะนำเราไปสู่ความปรองดองแน่นอน ไม่ต้องเสี่ยง

ทั้งนี้ดร.ทักษิณเคยพูดว่าท่านเป็นหนูตัวเล็กๆ อายุก็68ปีแล้ว อยู่ต่างประเทศเงียบๆ แต่ก็ยังรักและปรารถนาดีต่อประเทศเสมอมา ท่านก็หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบและบังคับใช้กฎหมายตามหลักนิติธรรม เท่าเทียม เสมอภาค เชื่อว่ากรมสรรพากรเป็นผู้มีความรู้เรื่องกฎหมายภาษีเป็นอย่างดี และได้พิจารณาเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ปโดยสุจริต ถ้าท่านปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ก็จะได้รับความคุ้มครองและไม่ถูกฟ้องตามมาตรา157 และการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐและช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศอีกด้วย

เมื่อถามว่าถ้ากรมสรรพากรมีการออกใบกำกับภาษีให้นายทักษิณ จะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ถ้ามีการประเมินแล้วเรื่องต้องไปสู่กระบวนการยุติธรรม ตนคิดว่าจะมีการแต่งตั้งทนายความ หรือที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป ส่วนจะฟ้องร้องใครในชั้นต้น ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดได้ เพราะเป็นเรื่องที่ทีมทนายความต้องไปพิจารณาก่อน แต่โดยหลักเราต้องรักษาสิทธิที่พึงมีของนายทักษิณ

เมื่อถามว่า สตง.แย้งว่าสามารถเรียกเก็บภาษีได้ ใช้ตามช่องทางมาตรา 61 ของประมวลรัษฎากรสามารถทำได้หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า มองว่าเรื่องนี้จบไปแล้ว การจะประเมินภาษีนายทักษิณต้องใช้มาตรา 19 ของประมวลรัษฎากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินจะต้องออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีภายใน 5 ปี แต่ขณะนี้ผ่านพ้นเวลานั้นมาแล้ว ในความเห็นของเราจบไปแล้ว และขาดอายุความไปแล้ว ส่วนที่ทางรัฐอ้างว่ามีช่องทางในการดำเนินการ เรื่องนี้ทางทนายความต้องไปศึกษา คงมีประเด็นข้อต่อสู้ที่ไม่จำเป็นต้องพูดในช่วงนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องความเห็นทางกฎหมายที่ต่างกัน แม้กระทั่งกรมสรรพากรที่เชี่ยวชาญในเรื่องภาษีระบุว่าทำไม่ได้

ส่วนที่ผู้มีอำนาจระบุว่า การเรียกประเมินภาษีนายพานท้องแท้ และน.ส.พินทองทา เปรียบเสมือนเรียกประเมินภาษีไปยังนายทักษิณแล้ว ซึ่งก็เป็นข้อโต้แย้งของฝ่ายที่จะประเมินภาษี แต่ฝ่ายที่ถูกประเมินมีความเห็นว่า เรื่องนี้จบสิ้น และขาดอายุความไปแล้ว ต้องนำเสนอความเห็นทางกระบวนการกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามที่รัฐระบุว่าส่งหมายให้นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทาถือเสมือนว่า ส่งให้ตัวการนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทาถือหุ้นแทนนายทักษิณ แต่ไม่ใช่ตัวแทนนายทักษิณ ซึ่งภาษาอังกฤษของการถือหุ้นแทนใช้คำว่า นอมินี แต่คำว่าตัวแทนคือคำว่า เอเจน ตัวการคือ พริ้นซิเพิล

เมื่อถามว่า โดยหลักกฎหมายจะอ้างได้หรือไม่ว่าแจ้งไปที่ผู้ถือหุ้นแทนแล้ว นายนพดล กล่าวว่า ตนมองว่าอ้างไม่ได้ แต่รัฐบาลคงมองว่าอ้างได้ซึ่งนี่คือ มิราเคิลออฟลอร์ หรืออภินิหารทางกฎหมายที่พูดถึงกัน

เมื่อถามว่า กรมสรรพากรได้ส่งใบประเมินภาษีถึงนายทักษิณแล้วหรือยัง นายนพดล กล่าวว่า ไม่ทราบว่าส่งถึงหรือยัง เพราะไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ โดยส่วนตัวยังไม่เห็น และเป็นสิทธิของกรมสรรพากรว่าเรื่องใดทำได้ เรื่องใดทำไม่ได้ ซึ่งเป็นสิทธิ เสรีภาพการแสดงความเห็นที่สังคมพึงมี แต่ก็คงจะแถลงในแนวทางที่กรมสรรพากรทำได้ ส่วนตนขอพูดถึงในเนื้อหาข้อกฎหมาย ไม่ประสงค์ที่จะให้ความเห็นทางการเมือง

เพื่อไทย เสนอตั้ง คกก.อิสระสร้างปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266735

ข้อเสนอ, อ ปธ.อนุรับฟังความเห็นฯ, รัฐบาล, ป.ย.ป., ยกเลิก, คำสั่ง, คสช., คมชัดลึก, เพื่อ, ไทย, เสนอ, ตั้ง, อิสระ, สร้าง, ปรองดอง, เพื่อไทย, เสนอตั้ง, คกกอิสระสร้างปรองดอง, คณะกรรมการอิสระ

เพื่อไทย ยื่นหนังสือ ปธ.อนุรับฟังความเห็นฯ เสนอ รัฐบาล ตั้ง คกก.อิสระ จัดทำข้อเสนอวิธีสร้างปรองดอง ระบุ ห้าม ป.ย.ป. รัฐบาล เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนอของคกก.อิสระ

          22 มี.ค. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยระบุว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนของพรรคเข้าให้ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งมีท่านเป็นประธานอนุกรรมการ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2560 โดยมีข้อเสนอแนะอันเป็นสาระสำคัญว่าการสร้างความปรองดองนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ การดำเนินการจึงควรจะต้องได้รับความเชื่อถือไว้วางใจและยอมรับของประชาชนผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ควรเป็น “คณะกรรมการอิสระ” ที่มาจากทุกภาคส่วนไม่อยู่ภายใต้การสั่งการหรือครอบงำของ คสช. รัฐบาล หรือองค์กรใด โดยคณะกรรมการอิสระจะต้องมีความเป็นกลาง ปราศจากอคติและใช้หลักนิติธรรมในการดำเนินการอย่างเคร่งครัด พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งได้มีโอกาสในการเสนอความคิดเห็นอย่างเสรี ผ่านช่องทางต่างๆ โดยไม่ควรให้การรับฟังความคิดเห็นเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น รวมถึงจะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วย อีกทั้ง ผลสรุปของแนวทางสร้างความปรองดองนั้น ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกันบนพื้นฐานของการคำนึงถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันบนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมที่เป็นสากล ไม่ใช่เกิดจากการบังคับด้วยอำนาจ รายละเอียดปรากฎตามเอกสารที่อ้างถึงนั้น

​          พรรคเพื่อไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้อเสนอข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองนั้น มิใช่การมองเหตุการณ์ในอดีตแล้วปล่อยพ้นไปโดยมุ่งเพียงเพื่อจะป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตเท่านั้น แต่การยุติความขัดแย้งในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น จะต้องเข้าถึงแก่นแท้ของต้นเหตุปัญหาและต้องทราบถึงคู่ขัดแย้งและผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในแต่ละเหตุการณ์ให้ครบถ้วนถูกต้อง อันจะนำไปสู่วิธีการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความพอใจและให้อภัยระหว่างกัน ลืมความบาดหมางในอดีตและตกลงร่วมกันที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างภายใต้กฎกติกาที่เป็นธรรมและได้รับการยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะสำเร็จลงได้ก็ต้องอาศัยการดำเนินการที่มีความเป็นอิสระ ความเป็นกลางและปราศจากอคติอย่างแท้จริง การที่พรรคได้เสนอให้มี “คณะกรรมการอิสระ” ขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้ จึงเป็นข้อเสนอที่มีเหตุผลเพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดเป็นรูปธรรม มีความยั่งยืนอย่างแท้จริง แต่เมื่อได้พิจารณาคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว ทั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความ

สามัคคีปรองดอง คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะและคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดองจะเห็นได้ว่ากรรมการและอนุกรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทั้งหมด ทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ โดยการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้อำนาจการครอบงำหรือการตัดสินใจของหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี จึงทำให้การดำเนินการขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง การจะไปสู่จุดหมายของการสร้างความสามัคคีปรองดองจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง

​          ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จึงเห็นว่าเพื่อให้กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองบรรลุผลสำเร็จตามเจตนาและเป้าหมายอย่างแท้จริง ควรต้องดำเนินการ ดังนี้

​          1.รัฐบาลควรจัดตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” ซึ่งมีองค์ประกอบของกรรมการมาจากทุกภาคส่วนและเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลางและเที่ยงธรรม ได้รับการยอมรับจากสังคมมาเป็นผู้ดำเนินการในการแสวงหาข้อเท็จจริง ต้นเหตุของปัญหาและวิธีการเยียวยาแก้ไข รวมถึงจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดองโดยให้นำข้อมูลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่ได้รวบรวมไว้ทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการอิสระดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินการต่อไป และยกเลิกคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะและคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดอง ซึ่งมีองค์ประกอบที่ขาดความเป็นอิสระและความเป็น กลาง

​          2.เมื่อคณะกรรมการอิสระได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เผยแพร่รายงานและข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณชน พร้อมกับการเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ย.ป.และรัฐบาล โดยจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนออันเป็นสาระสำคัญของคณะกรรมการอิสระ

​3.ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระจะต้องมีการนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมและผูกพันผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ รวมถึงประชาชนทุกภาคส่วน

​4.ในระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ คสช.และรัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยโดยเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นได้อย่างเสรี ปราศจากการคุกคามในทุกรูปแบบ และยกเลิกคำสั่งและประกาศของ คสช.หรือหัวหน้า คสช.ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด

​พรรคเพื่อไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านในฐานะประธานอนุกรรมการรังฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองจะได้นำหลักการและข้อเสนอของพรรคเสนอต่อผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องและรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการด้วย ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากประชาชนและคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายต่อไป.

กอ.รมน. ขยายเวลารับฟังข้อเสนอปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266733

กอ.รมน., ขยาย, ป้องกัน, ข้อครหา, จังหวัด, ครอบคลุม, คมชัดลึก, กอรมน, ขยายเวลา, รับฟัง, ข้อเสนอ, ปรองดอง

กอ.รมน. ขยายเวลารับฟังข้อเสนอปรองดอง ระดับพื้นที่ ถึง 5 เม.ย. ป้องกันข้อครหา หลังพบ หลายจังหวัดยังไม่ครอบคลุม

          22 มี.ค. 60 –  พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ว่า ในขณะนี้การรับฟังความคิดเห็นในระดับพื้นที่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้ให้ความสนใจต่อการเข้าร่วมการแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บรรยากาศการให้ความคิดเห็นของทุกพื้นที่มีความเรียบร้อย ทุกกลุ่มได้ให้ความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสามัคคีปรองดอง

พ.อ.พีรวัชฌ์ กล่าวว่า ในการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในพื้นที่ กอ.รมน. ได้มุ่งเน้นอยู่ 2 ประการคือ ประการแรก มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้มาแสดงข้อคิดเห็นกันอย่างทั่วถึงและหลากหลาย ประการที่สอง การจัดเก็บข้อมูลของผู้ให้ความคิดเห็นจะต้องได้รับการบันทึกอย่างถูกต้องและสามารถยืนยัน และตรวจสอบได้ว่าเป็นความคิดเห็นของกลุ่มไหน อย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นการดำเนินการที่ยึดถือข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

“ดังนั้นเพื่อให้การรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่เกิดความหลากหลายและทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ กอ.รมน. จึงได้ขยายเวลารับฟังความคิดเห็นในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ไปจนถึงวันที่ 5 เม.ย. นี้ และจะส่งข้อมูลให้คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นั่งเป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อป้องกันข้อครหาเนื่องจากบางจังหวัดยังไม่ครอบคลุมอย่างเช่น จ.บุรีรัมย์ จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น และ จ.กาญจนบุรี เพื่อให้สอดรับกับอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม นั่งเป็นประธาน” พ.อ.พีรวัชฌ์ กล่าว

พ.อ.พีรวัชฌ์ กล่าวอีกว่า จึงขอเรียนเชิญพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งสามารถประสานงาน และติดต่อกับ กอ.รมน.จังหวัดในพื้นที่ของตนได้โดยตรง เพื่อให้ความคิดเห็นในการสร้างความสามัคคีปรองดองเป็นของภาคประชาชนอย่างแท้จริง และบทบาทจากนี้ของ กอ.รมน. จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลจากประชาชนทุกพื้นที่เพื่อเสนอให้กับ คณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นั่งเป็นประธานอนุกรรมการ และ คณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก นั่งเป็นประธาน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นร่างข้อมูลและส่งกลับมาที่ประชาชนอีกครั้งเพื่อให้ตรวจสอบ ดังนั้น กอ.รมน.จะคอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการสร้างความปรองดองต่อไป.

ชวนปชช.ร่วมบริจาคเงินภาษี 100 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266726

คมชัดลึก, ประชาชน, สุดท้าย, โค้ง, พัฒนา, พรรคการเมือง, กกต., ชวน, ปชช, ร่วม, บริจาค, เงิน, ภาษี, 100, บาท 

 กกต.เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินภาษีพัฒนาพรรคการเมืองโค้งสุดท้ายก่อน 31 มี.ค.นี้

          22 มี.ค.60 – นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ประชาชนที่มีความประสงค์ที่จะบริจาคภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่พรรคการเมือง ประจำปีภาษี 2559 ซึ่งยังไม่ได้ยื่นภาษีเงินได้ตามแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 สามารถยื่นได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2560 โดยร่วมบริจาคเงินภาษีเพียง 100 บาท เพื่อช่วยพัฒนาพรรคการเมืองให้มีความเข้มแข็งโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ประชาชนสามารถบริจาคเงินภาษีให้แก่พรรคการเมืองได้ในจำนวนเงิน 100 บาท ตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่ม

นายธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ผู้บริจาคเงินภาษีจะต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย รวมทั้งมีเงินภาษีที่ต้องชำระ ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป การบริจาคเงินภาษีให้แก่พรรคการเมืองมีเพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ กรอกแบบฟอร์มยื่นแบบเสียภาษี ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ทำเครื่องหมายถูกในช่องประสงค์จะบริจาคภาษี 100 บาท และกรอกรหัสของพรรคการเมืองที่ประสงค์จะบริจาคเงินภาษีได้เพียง 1 พรรค

“รหัสพรรคสามารถตรวจสอบรหัสของพรรคการเมือง จำนวน 70 พรรค ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th สถานที่ยื่นภาษี หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2141-8436-9 สายด่วน กกต. 1171 กรมสรรพากร 1161 โดยมีกำหนดการยื่นแบบจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2560 และทาง Internet ถึงวันที่ 8 เม.ย.2560 นี้” นายธีรวัฒน์ กล่าว.

แจงกม.ขอ”โกตี๋”ผู้ร้ายข้ามแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266640

อำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ, แจง, ตี๋, ผู้ร้าย, ข้ามแดน, โกตี๋,  โกตี๋, โรลรอยส์

“โกตี๋”ผู้ร้ายข้ามแดนหลังมีข่าวหนีเข้าสปป.ลาว ส่วนคดีสินบนโรลรอยซ์ อัยการพร้อมใช้พ.ร.บ.ความร่วมมืออาญา ขอข้อมูลตปท.ตั้งคณะทำงานดูแลใกล้ชิดตามอสส.สั่งการ

        21 มี.ค. นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ สํานักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันติดตามตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ” โกตี๋”แนวร่วม นปช. จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาที่หลบหนี ไปอยู่สาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มารับโทษว่า เป็นไปตามอำนาจ ของพ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 โดยเริ่มต้นจากหน่วยงานสอบสวน ตั้งเรื่องขอตัวนายวุฒิพงศ์ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน มายังสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาและส่งหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ระบุถึงเหตุผลในการติดตามตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน  ซึ่งเป็นคดีไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง การทหาร แต่เป็นคดีอาชญากรรมทั่วไป

เมื่อกระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือไปยังสปป.ลาว แล้ว ก็จะนำคดีเข้าสู่การพิจารณาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทย ซึ่งสปป.ลาวจะพิจารณาว่าคดีเข้าเงื่อนไขการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล และนำเสนอรายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ สปป.ลาวแต่ขณะนี้ยังไม่มีการส่งหนังสือร้องขอเข้ามา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตแกนนำนปช.อ้างเป็นคดีเกี่ยวข้องทางการเมือง เพื่อจะได้เข้าเงื่อนไขไม่ต้องส่งตัวข้ามแดนมารับโทษที่ประเทศไทย จะทำอย่างไร

นายอำนาจ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า คดีที่จะเข้าข่ายเป็นคดีการเมืองนั้น ผู้ต้องหาต้องมีลักษณะเป็นผู้นำทางการเมือง แล้วมีการหลบหนีหรืออ้างว่าถูกกลั่นแกล้งกันเป็นเรื่องการเมือง แต่ข้อหารูปคดีนี้เป็นเรื่องอาชญากรรมธรรมดา ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะไม่ส่งตัว

ส่วนการขอข้อมูลจากต่างประเทศคดีสินบน”โรลรอยส์”โดยรัฐบาลให้สำนักงานอัยการสูงสุด ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ขอให้อัยการสูงสุดขอข้อมูลจากต่างประเทศ เพื่อนำมาดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหา

นายอำนาจ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว อัยการสูงสุดเป็นผู้ประสานงานกลางตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานสอบสวนโดยคณะกรรมการป้องกันและราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องมีหนังสือมายังสำนักงานอัยการสูงสุดก่อน แต่ถึงขณะนี้ตนยังไม่เห็นหนังสือเลย อย่างไรก็ตามระหว่างนี้อัยการสูงสุด ได้เร่งรัดให้สำนักงานอัยการต่างประเทศดำเนินการไปก่อนซึ่งตนได้ตั้งคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้แล้ว

ส่วนการร้องขอแหล่งข้อมูลในต่างประเทศ ก็ต้องเข้าเงื่อนไขว่าเป็นความผิดทางอาญามีโทษตามกฎหมาย  และหน่วยงานสอบสวนได้สอบสวนแล้ว เพื่อให้ประเทศปลายทางรวบรวมข้อมูลส่งให้ ลักษณะเช่นนี้เป็นเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศที่ทำมานานแล้ว โดยขณะนี้มีประเทศสหรัฐฯ กับอังกฤษที่เกี่ยวข้องในการขอข้อมูล โดยสองประเทศนี้เรามีกฎหมายและมีความร่วมมือในเรื่องนี้มานาน มีสนธิสัญญาที่บังคับใช้กันได้ ส่วนที่ถามว่าคดีนี้เกิดขึ้นนานแล้วหลักฐานจะหลงเหลืออยู่หรือไม่ตนเห็นว่าก็อยู่ที่ประเทศปลายทางว่าเจ้าหน้าที่ทางโน้จะแสวงหาได้มากน้อยเพียงใด

“นิพิฎฐ์”ชี้สตง.เช็คภาษีรัฐบาลรายปีได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266616

นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, นิพิฎฐ์, ชี้, สตง, เช็ค, ภาษี, รัฐบาล, รายปี, ได้

“นิพิฎฐ์”หนุนสตง.ตรวจสอบ-เรียกเก็บภาษี 60 นักการเมือง ชี้รัฐบาลทหารเช็คเสียภาษีรายปีได้

        21 มี.ค. นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้แจ้งเรื่องให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เรียกเก็บภาษีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 60 คน ว่าตนขอสนับสนุนการทำงาน สตง.อย่างเต็มที่ ถ้าใครที่มีชื่อก็ควรเข้ารับการตรวจสอบ และตนเป็นหนึ่งในนั้น ก็พร้อมถูกตรวจสอบเช่นกัน ขอนักการเมืองว่าอย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่

ขอสนับสนุนการทำงานของนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส  ผู้ว่าการสตง.อย่างเต็มที่ แต่ไม่เห็นด้วยกับกรณีที่นายพิศิษฐ์พูดว่าไม่สามารถตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลนี้ได้ เพราะตามหลักการแล้ว ถึงแม้จะไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินหลังจากพ้นจากตำแหน่งได้เพราะเขายังอยู่ในตำแหน่ง แต่สตง.ก็น่าจะสามารถตรวจสอบการเสียภาษีโดยเปรียบเทียบเป็นรายปีของแต่ละบุคคลได้อยู่แล้ว เช่น 3 ปีที่แล้ว เขาแจ้งภาษีก่อนเข้ามาดำรงตำแหน่งว่ามีอยู่ 30 ล้านบาท ปรากฏว่าตรวจสอบว่าเขาเสียภาษีแค่ 2 หมื่นบาทต่อปี ตรงนี้ สตง.ก็น่าจะเข้าไปตรวจสอบได้ว่าตรงนี้สมเหตุสมผลหรือไม่

“ผมคิดว่าการตรวจสอบภาษีนั้นสามารถกระทำได้ทั้งคนที่อยู่ในตำแหน่ง และคนที่ออกจากตำแหน่งไปแล้ว เพื่อที่ สตง.จะได้ไม่โดนข้อครหา สมมติว่าถ้าเขามีอำนาจอยู่สัก 20 ปี แล้วตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย แบบนี้ก็คงจะดูไม่ดี” นายนิพิฎฐ์กล่าว

“ประวิตร”โชว์คลิปนาทีจับกุมคลังแสง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266611

โกตี๋, ประวิตร, โชว์, คลิป, นาที, จับกุม, คลังแสง, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม”โชว์คลิปนาทีจับกุมคลังแสงให้ครม.ดู โต้ข่าวจัดฉากป้ายสี โกตี๋

              21 มี.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ในการประชุมครม.ช่วงวาระรองนายกรัฐมนตรีสั่งการรายงานการทำงานในรอบสัปดาห์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้นำคลิปภาพขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ เข้าตรวจค้นบริษัทไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด ต.คูคต อ.ลำลูกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวความยาวประมาณ 6 นาที โดยได้ขึ้นฉายที่จอมอนิเตอร์ให้ที่ประชุม ครม. ดู ภายหลังที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) แกนนำเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ปทุมธานี ออกมาระบุ เป็นการจัดฉากใส่ร้าย ซึ่งในคลิปมีเสียงสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับชายเสื้อขาว ที่ในช่วงต้นได้เจ้าหน้าที่ซักถามถึงจุดซุกซ่อนอาวุธ โดยชายเสื้อขาวให้การปฏิเสธว่า ไม่มีอาวุธซุกซ่อน แต่เมื่อมีการเข้าไปตรวจค้น กลับพบอาวุธสงครามจำนวนมาก นายทหารที่ออกปฏิบัติการณ์จึงพูดขึ้นมาว่า ไหนบอกว่าไม่มีอาวุธ ทำให้ชายคนดังกล่าวมีท่าทีและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป พร้อมกับเดินไปมา ก่อนที่จะขอเจรจากับหัวหน้าชุดที่นำกำลังเข้าจับกุม และให้การยอมรับเบื้องต้นว่าได้รับฝากมา

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า จากนั้นพล.อ.ประวิตร ได้รายงานเพิ่มเติมถึงภาพรวมของปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ กลุ่มเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกัน รวมถึงเรื่องของท่อน้ำเลี้ยง และยังบอกอีกว่า จากข้อมูลทางการข่าวที่ติดตามมาไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เมื่อถามว่าขณะนี้ได้ประสานกับสปป.ลาว เพื่อติดตามผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดีหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล เพียงแค่รายงานว่ามีการทำงานกันเป็นโครงข่าย

โดยจากคลิปวีดิโอดังกล่าวทำให้ได้เห็นว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม ไม่ได้มีการจัดฉาก อย่างที่ถูกกล่าวหา กล้องที่ถ่ายก็มีลักษณะถ่ายไปมาตลอด ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อดูคลิปเสร็จถึงกับบ่นเวียนหัว แต่ท่านได้ขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ การจับกุมเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้นายกฯเองก็เป็นห่วงการเผยแพร่ภาพอาวุธจำนวนมากของสื่อ ไม่อยากให้เสนอกันครึกโครม เพราะเวลาภาพกระจายไปสู่ต่างประเทศ อาจทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการลงทุน ไม่มั่นใจในสถานการณ์บ้านเมืองของเรา ขอให้ใช้ดุลพินิจในการนำเสนอ

ซักฟอก “ป.ป.ช.-สุรพงษ์” ออกพาสปอร์ต”ทักษิณ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266595

คมชัดลึก, สอย, ลงมติ, ป.ป.ช., สนช., ซักฟอก, ปปช, สุรพงษ์, ออก, พาสปอร์ต, ทักษิณ, ปปช-สุรพงษ์, ออกพาสปอร์ตทักษิณ

สนช. เตรียมซักฟอก “ป.ป.ช.-สุรพงษ์” ปมออกพาสปอร์ต”ทักษิณ”  23  มี.ค.นี้ ก่อนลงมติสอย 30 มี.ค.

          21 มี.ค. 60 – นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงว่า ในการประชุมสนช.วันที่ 23 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณากระบวนการถอดถอน นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นกระบวนการซักถามเพิ่มเติมคู่กรณี ซึ่งคณะกรรมาธิการซักถาม ได้รวบรวมความเห็นของสมาชิกสนช. จำนวน 6 คน โดยแบ่งเป็นคำถามเพื่อถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) จำนวน 18 คำถาม และถามนายสุรพงษ์ จำนวน 6 คำถาม จากนั้นวันที่ 29 มี.ค.จะแถลงปิดสำนวนคดี และนัดลงมติถอดถอนหรือไม่ ในวันที่ 30 มี.ค. นี้

กกต.โวดูงานญี่ปุ่น-เกาหลีคอนเนคชั่นมหาศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266596

กกต.สรุปผลดูงาน ญี่ปุ่น-เกาหลี หลายข้อนำปรับใช้การเลือกตั้งไทยได้ “สมชัย” ชี้ กลับมาได้คอนเนคชั่นมหาศาล

         21 มี.ค. — นักศึกษาหลักสูตรการบริหารงานสำรับผู้บริหารระดับสูง (กบส.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นำเสนอการศึกษาดูงานต่างประเทศ (ญี่ปุ่น,เกาหลี) โดยมีข้อสรุปว่า การศึกษาดูงานประเทศญี่ปุ่นได้ประโยชน์ที่นำมาใช้เป็นแนวคิดปรับปรุงการเลือกตั้งในประเทศไทยรวม 5 เรื่อง คือ 1.เรื่องเวลา และเทคโนโลยี ที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นสามารถกำหนดเวลาเลือกตั้งให้มีระยะเวลาที่นานกว่าประเทศไทย โดยเริ่ม 07.00 น.- 20.00 น.           2.ความเป็นธรรมในการหาเสียงขณะเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการกำหนดป้ายหาเสียงและจำนวนรถหาเสียงแต่ละพรรคเท่ากัน ไม่ให้มีพรรคใดได้เปรียบ 3.การขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการตรวจสอบเรื่องการโยกย้าย หรือการเสียชีวิตของผู้มีสิทธิ ทำให้มีการปรับปรุงทะเบียนให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา

4.เครื่องนับคะแนนของประเทศญี่ปุ่มมีการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใช้ และได้รับการเชื่อถือ ทำให้มีการนับคะแนนอย่างรวดเร็ว และ 5.การวางเงินประกันในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งจะได้ทั้งการเมืองที่มีคุณภาพและมีความตั้งใจอย่างแท้จริงซึ่งผู้สมัครจะต้องได้คะแนนตามเกณฑ์ หากไม่ถึงเกณฑ์จะถูกยึดเงินประกันดังกล่าว                   ส่วนการศึกษาดูงานประเทศเกาหลีได้ประโยชน์ที่นำมาใช้เป็นแนวคิดปรับปรุงการเลือกตั้งในประเทศไทยรวม 6 เรื่อง คือ 1.การใช้นวัตกรรม มีการคิดค้นเครื่องมือที่ใช้ลงคะแนน และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆในการเลือกตั้ง 2.การส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง ประเทศเกาหลีทำจริงจัง มีการสร้างเป็นสถาบัน และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลแต่ละปี หากเอารูปแบบนี้มาพัฒนาสถาบันพัฒนาการเมืองที่มีอยู่ ก็จะเป็นโมเดลที่สามารถผลักดันได้                3.การลงโทษการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่รุนแรง ซึ่งเป็นมาตรการที่จริงจัง มีกฎหมายและการบังคับใช้จริงจัง จนสามารถแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงได้อย่างเด็ดขาด 4.ปัญหาการจัดการเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ โดยมีแนวคิดว่ากระบวนการนับคะแนน ควรนับย่อยที่หน่วยเลือกตั้งได้เลย แล้วค่อยส่งผลคะแนนมายังสถานทูตไทย เพื่อความรวดเร็วในการนับคะแนน 5.การประท้วงควรมีการจำกัดขอบเขต มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน มีการขออนุญาต รวมทั้งจะต้องไม่ให้มีการกระทบสิทธิของประชาชนทั่วไป 6.การอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย สามารถกากบาทในบัตรเลือกตั้งที่บ้านหรือโรงพยาบาล แล้วใส่ซองปิดผนึก ลงชื่อกำกับ และส่งมาที่หน่วยเลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ประเทศเกาหลีทำ ทั้งการทำงานของสมาคมองค์กรจัดการเลือกตั้งโลก (AWEB) หรือสถาบันการให้การศึกษาด้านการเมือง (KOCEI) คือการพยายามเป็นผู้นำและการเป็นพี่ใหญ่ในการเลือกตั้งทั้งในระดับภูมิภาคเอเชีย และระดับโลกด้วย  ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดจากการดูงานครั้งนี้คือการได้คอนเนคชั่นมหาศาล เพราะจากการหารือทาง AWEB นั้น พร้อมที่จะให้ความสนับสนุน หากประเทศไทยมีการเลือกตั้งและมีการร้องขอการใช้เครื่องลงคะแนน AWEB ก็พร้อมที่จะให้ยืม นอกจากนั้นหาก กกต.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับการอบรมเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ทาง AWEBก็พร้อมสนับสนุนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งแม้จะไม่ได้มีการลงนามแต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี

ทหารขึ้นทะเบียน “เนติวิทย์” เป็นผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266590

ขึ้นบัญชี, คมชัดลึก, ทหาร, ขึ้นทะเบียน, เนติ, วิทย์, เป็น, ผู้, ต่อต้าน, การเกณฑ์ทหาร, ทหารขึ้นทะเบียน, เนติวิทย์, จ่านิว, เสี่ยหนู, ศรราม น้ำเพชร, มิกค์

ทหารขึ้นทะเบียน “เนติวิทย์” เป็นผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร ส่วน “จ่านิว” เป็นพวกเคลื่อนไหวทางการเมือง เกณฑ์ทหารปีนี้ มีชื่อลูก “เสี่ยหนู” “ศรราม น้ำเพชร” “มิกค์”

พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) เป็นประธานการเเถลงข่าวตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 โดยมีพล.ท.วีรชัย อินทุโสภณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.)  พล.ท.คธายุทธ์ เสาวคนธ์ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก (กพ.ทบ.) พล.ท.ชูชาติ บัวขาว เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก (ยก.ทบ.) ร่วมแถลงข่าวด้วย

พล.อ.เทพพงศ์ กล่าวว่า สำหรับในปีนี้กองทัพบกมีนโยบายในการตรวจเลือก มีความรวดเร็ว โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมและปราศจาการทุจริตในการตรวจเลือก  และสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด  กองทัพบกให้ความสำคัญกับการตรวจเลือด

“การฝึกทหารกองประจำการไม่ได้น่ากลัวและต้อยต่ำ แต่มีความสำคัญและมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ กองทัพให้สิ่งที่ดีและการตรวจเลือกเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก  กองทัพบกมีความชัดเจน และมีความเข้มงวด เจ้าหน้าที่ ที่รับการตรวจเลือกจะปฎิบัติหน้าที่ด้วยเอาใจใส่โดยเอาใจใส่เพื่อให้การดำเนินการแทนต้องรวดเร็ว โปร่งใสบริสุทธิ์และยุติธรรม ปราศจากการทุจริตและสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนทั้งนี้ขออย่าหลงเชื่อคนที่แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือให้พ้นจากการเข้ารับการตรวจเลือกได้” พล.อ.เทพพงศ์ กล่าว

พล.อ.เทพพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกตามหมายเรียกในภูมิลำเนาเดิมขออย่าขาดหลบหนีเพราะไม่ถูกต้องนอกจากนี้ ขอให้สมัครเข้ามาเป็นทหารกองประจำการกันมากๆเพื่อกองทัพได้มีโอกาสพัฒนาบุคลิกภาพการศึกษา การฝึกอาชีพเพื่อให้เป็นกำลังหลักของกองทัพให้โอกาสต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกจะได้ใบรับรองการตรวจเลือกเป็นหลักฐานทุกคนในวันตรวจเลือกเท่านั้น

ขณะที่ พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า การตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการประจำปี 2560 นั้น จัดให้มีการตรวจโรค ก่อนการตรวจเลือก และมีการรับรายงานตัวบุคคลประเภทผ่อนผันคู่ขนาน กับคนประเภทอื่นตลอดจนถึง กำหนดให้เร่งรัด การปล่อยตัวคนผ่อนผัน ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดความคับคั่งในการดำเนินการตรวจเลือก  สำหรับ ผู้ที่อยู่ในกำหนดที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกในปี 2560 นี้ คือทหารกองเกินที่เกิด พ.ศ.2539 หรือที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ และ ผู้ที่เกิดพ.ศ. 2531 ถึงพ.ศ. 2538 หรือผู้ที่ทีอายุ 22 -29 ปีบริบูรณ์  ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกโดยมีจำนวนทั้งสิ้น 361,233 คน และทางราชการปีความต้องการเป็นทหารกองประจำการ จำนวน 103,097 คน ซึ่งกำหนดการตรวจเลือก 1-12 เม.ย.2560 ณ สถานที่ตรวจเลือกตสมที่กำหนดไว้ในหมายเรียก

ด้าน พล.ท. คธายุทธ์ กล่าวว่า ทหารกองเกินที่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ มีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน เเละเงินเพิ่งการครองชีพชั่วคราว 1 หมื่นบาทต่อเดือน รวมถึงสิทธิในการสอบเข้าเป็นทหารนายสิบทหารบก  หากมีผลการเรียนดีเยี่ยม จะได้รับการคัดเลือกเป็นนักเรียนนายร้อย นักเรียนจ่าทหารเรือ หรือสอบบรรจุ เข้าเป็นนายทหารประทวนเข้าประจำกองทัพบกและกองทัพอากาศ

พล.ท.ชูชาติ กล่าวว่า เราตระหนักว่าเยาวชนผู้ได้รับการตรวจเลือกฯ เข้ามา ต้องมีความแข็งแรง   แต่ต้องยอมคนที่ได้รับการตรวจเลือกเข้ามามีความแตกต่างกัน  เพราะอยู่ในสังคม การศึกษา และการรับรู้ที่หลากหลาย การนำคนเหล่านี้เข้ามาหล่อหลอมให้เข้าสู่ระบบมาตรฐานเดียวกันต้องใช้ความพยายาม ทั้งนี้ในการฝึกทหารใหม่ เบื้องต้นเป็นหลักสูตรที่พัฒนามาจากปี 2551 เพื่อรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องมีการเตรียมสถานที่การเตรียมครูฝึก  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ส่วนโรคลมร้อนถือเป็นภัยใกล้ตัว

เรามีมาตราการ ในการตรวจคัดกรองสุขภาพกำลังพล เพื่อพัฒนาความแข็งแรง จากนั้นจะพัฒนาการฝึก ให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ซึ่งใช้เวลาการฝึก 10 สัปดาห์ เเบ่งเป็น สัปดาห์แรกดำเนินการเรื่องธุรการ ส่วนสัปดาห์ที่ 2,3 และ4 จะเป็นการปูพื้นฐานความเเข็งแรง และสัปดาห์เป็นต้นไป เป็นการฝึกเรื่องความเเข็งแกร่ง เพื่อเข้าสู่ระบบการฝึกที่มีมาตรฐานต่อไป โดยจะไม่เร่งรัด และเข้มงวด ทั้งนี้ครูฝึกและสถานที่ฝึก ต้องมีเครื่องมือตรวจวัด เพื่อตรวจสภาพร่างกาย เฝ้าระวังอุณหภูมิ ตลอดเวลา หากมีอาการผิดแปลก ทางครูฝึกต้องเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด และส่งสถานพยาบาลต่อไป อย่างไรก็ตามทั้ง 252 หน่วยฝึกทั้วประเทศ จะมีมาตรฐานเดียสกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตามปัจจุบันมี ศิลปิน ดารา ที่รับราชการทหารกองประจำการอยู่ในหน่วยต่างๆของกองทัพบก เช่น ชาโน แฮม เบอร์เกอร์  ชินวุฒิ อินทรคูสิน หลุยส์  เฮสดาร์ซัน สิทธา สภานุชาติ กวิน ดูวาล

ส่วนรายชื่อดารา นักร้อง หรือบุตรของบุคคลที่มีชื่อเสียง และกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ในการตรวจเลือกประจำปี 2560 กลุ่มดารานักร้องประกอบด้วย นายพชร จิราธิวัฒน์   นายเจมส์ อัศรัศกร  (เจมส์ มาร์)   นายมิกค์ ทองระย้า  นายธนนท์ จำเริญ  (นนท์ เดอะวอยซ์) นายสหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล (สิงโต เดอะสตาร์)  นายสมศักดิ์ รินนายรักษ์ (หนุ่ม เดอะวอยซ์)  นายศรราม อเนกลาภ (ศรราม น้ำเพชร) พระเอกลิเกชื่อดัง

กลุ่มบุตรนักการเมือง ประกอบด้วย นายเอกรัตน์ พลซื่อ บุตรนักการเมืองพรรคเพื่อไทย  นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนรรฆ โกษะโยธิน บุตรชายนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. ครบกำหนดผ่อนผัน ปีนี้ต้องเข้ารับการตรวจเลือก  นายณัชพงศ์ รามสูต บุตรชายนายทรงยศ รามสูต อดีตส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย

นักกีฬา นายพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา นักฟุตบอลทีมชาติไทย  นายปิยะศิริ อินทรประสงค์ นักกรีทาทีมชาติไทย

และกลุ่มการเมือง  นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล แกนนำในการเรียกร้องผ่านสื่อเรื่องไม่เห็นด้วยที่ชายต้องมีการตรวจเลือกหรือเกณฑ์ทหาร ‘จ่านิว’ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบัญชีรายชื่อการตรวจตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการ ทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 ของกองทัพบก ได้เขียนระบุข้อมูลของ นายเนติวิทย์ ว่า เป็นนิสิต มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เคยเป็นแกนนำในการเรียกร้องทางสื่อมวลชน เรื่องไม่เห็นด้วยที่ชายไทยต้องมีการตรวจเลือกหรือเกณฑ์ทหาร  ในขณะของ จ่านิว ระบุว่า เป็นแกนนำนักศึกษา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง