“เนติวิทย์” ไม่ต้องกลัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266577

เนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล, เกณฑ์ทหาร, คมชัดลึก, เนติ, วิทย์, ไม่ต้อง, กลัว, เนติวิทย์, ไม่ต้องกลัว

ทหารบอก “เนติวิทย์” ไม่ต้องกลัวโดนกลั่นแกล้ง ชี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นต้องเข้ารับการตรวจเลือก ระบุหากเข้าเป็นทหารจะเข้าใจอะไรมากขึ้น

พล.ท.วีรชัย อินทุโสภณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กล่าวถึง นาย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับชายไทยที่ต้องเกณฑ์ทหาร และเคยประกาศว่าเมื่อถึงเวลาตนจะไม่เข้ารับการตรวจเลือกทหาร หลังปรากฏชื่อต้องเข้ารับตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 ว่า นายเนติวิทย์ เมื่อได้รับหมายก็ต้องเข้ารับการตรวจเลือกตามวันเวลาที่กำหนด คือวันที่ 4 เม.ย. 2560 หากไม่มาก็เท่ากับหลีกเลี่ยงและขัดขืนก็จะถูกร้องทุกข์กล่าวโทษเเละ หน่วยทหาร จะไปแจ้งความ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และศาลก็จะเป็นผู้ตัดสินความผิด หลังจากถูกตัดสินแล้วและในปีต่อไปก็จะต้องเข้ามาเป็นทหารทันทีโดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือก  และนายเนติวิทย์จะต้องเป็นทหารทันทีโดยไม่ต้องมีการจับใบดำใบแดง

“ไม่ว่านายเนติวิทย์ จะหนีไปไหน ก็หนีไม่พ้นต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหาร เพราะการตรวจเลือกทหารนั้น เป็นหน้าที่ที่ชายไทยทุกคนจะต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันหมด ถือเป็นกฎหมาย และคนที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องมีโทษ มีคดีติดตัว และไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ และเข้ารับราชการก็ไม่ได้ รวมถึงทำงานด้านอื่นๆ”พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า

พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า หากมีสิทธิ์ผ่อนผันก็สามารถผ่อนผันได้จนจบการศึกษา ไม่ว่าจะรับการศึกษาทั้งในหรือต่างประเทศ  หากจบการศึกษาแล้วก็ต้องได้รับการตรวจเลือก ส่วนที่นายเนติวิทย์เคยเรียกร้องให้ยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหารนั้น ก็เป็นเรื่องของเขา แต่เราเป็นคนไทยซึ่งชายไทยทุกคนมีหน้าที่ต้องเข้ารับราชการทหารด้วยตัวเอง เพราะเป็นกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหารปี2497

“ขอให้ความมั่นใจกับนายเนติวิทย์ว่าการเข้ามาเป็นทหารไม่ต้องกลัวว่าจะโดนกลั่นแกล้งเพราะเราไม่เคยคิดที่จะไปกลั่นแกล้งใคร การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้อบังคับและกฎหมาย ซึ่งไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ หากเจ้าหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใครก็จะมีความผิด” พล.ท.วีรชัย

เมื่อถามว่า หากนายเนติวิทย์ไปรับการตรวจเลือกแล้วไปแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านจะดำเนินการอย่างไร พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า การทำผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ ที่ทางราชการกำหนดก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้นายเนติวิทย์เข้ามาเป็นทหารถือว่าเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง โดยได้รับการฝึกอบรม และจะเข้าใจอะไรมากขึ้น และจะเกิดประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อไปในอนาคตเขาเติบโตขึ้น ไปทำมาหากินก็จะมีความภาคภูมิใจว่าชีวิตหนึ่งเคยมีโอกาสเข้ามารับใช้ชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย คนเรามีความรู้เรียนกันมาตั้งสูง แต่จะมาหลีกเลี่ยงขัดขืนกฎหมายของประเทศ สมควรหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเรียนหนังสือกันมาทำไม แล้ว มาบอกว่าไม่ยอมรับหรือไม่เข้าใจกฎหมาย มีประเทศไหนบ้างที่ให้ประชาชนขัดขืนกฎหมายของประเทศตัวเองไม่มีหรอก

พล.ท.วีรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของจ่านิวที่มีคดีติดตัว ในเรื่องการขัดขืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น เป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งเป็นคดีที่ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะผิดคุณสมบัติการเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ว่าเขาถูกดำเนินคดีอะไรบ้าง แต่หากเขา อยู่ในระหว่างการถูกดำเนินคดี ก็ต้องไปขึ้นศาล สมมุติ ถ้าถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี ถูกจำคุก 5 ปีก่อน จะนำมาเกณฑ์ทหารตอนนี้คงไม่ได้ จนกว่าเขาจะพ้นโทษ หากคดียังไม่สิ้นสุดจะต้องมาเกณฑ์ทหารหรือไม่นั้นขอไปตรวจสอบข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากนายเนติวิทย์ไม่มารับหมายเกณฑ์ จะมีความผิด จะมีโทษปรับไม่เกิน 300 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และอีกกรณีหากรับหมายเกณฑ์แล้วไม่เข้ารับการตรวจเลือก ต้องโทษจำคุก 3 ปีและปรับ

“บิ๊กตู่” ห่วงเสนอข่าวลอบทำร้ายผู้นำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266575

คมชัดลึก, ประเทศ, เชื่อมั่น, กระทบ, ระวังตัว, ลอบสังหาร, ร่วมมือ, ลาว, นายกฯ, บิ๊ก, ตู่, ห่วง, เสนอ, ข่าว, ลอบทำร้าย, ผู้นำ, บิ๊กตู่, โกตี๋

นายกฯ เผยไทย-ลาว ร่วมมือล่า “โกตี๋” ยอมรับระวังตัวตลอดหลังมีข่าวลอบสังหาร วอนสื่อระมัดระวังเสนอข่าวหวั่นกระทบความเชื่อมั่นประเทศ

          21 มี.ค. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐฒนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการตรวจยึดอาวุธสงครามจำนวนมากจากบ้านพักของเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี ภายในบริษัท ไทยแม็กซ์กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 1/1 หมู่ที่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และบ้านปูน 2 ชั้น ซึ่งขณะนี้หลบหนีอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า เป็นเรื่องของการติดตามอยู่แล้ว ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือในระดับรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงของทั้งสองประเทศมาโดยตลอด ซึ่งความร่วมมือต่างๆ ดีขึ้น ส่วนจะได้ตัวนายโกตี๋ หรือไม่ต้องใช้เวลาต่อไป

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงข่าวการลอบสังหารตนเองว่า ตนก็ต้องระวังตัวอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ประเด็นที่เป็นข้อห่วงใยของตนคือในเรื่องของการนำเสนอข่าว กรณีเรื่องการลอบทำร้ายผู้นำ หรือแม้แต่การจับอาวุธสงคราม ขณะนี้มีการพูดกันไปเรื่อย จาก 10 กระบอกกลายเป็น 30-40 กระบอก ส่วนมันอาจจะมีหรือไม่นั้นก็ต้องให้เจ้าหน้าที่สืบต่อ และจับกุมกันไป แต่ขอร้องว่าอย่าไปประโคมข่าวกันมากนัก อย่าลืมว่าข่าวทั้งหมดออกไปยังต่างประเทศ เขาจะมองว่าประเทศไทยยังมีเรื่องฆ่าผู้นำกันอยู่ อาวุธสงครามเกิดขนาดนี้เลยหรือ เรื่องเหล่านี้ต้องระมัดระวัง เพราะมันมี 2 ด้าน ตนไม่ได้หมายความว่าไม่ให้เสนอข่าวเลย เพราะเรื่องนี้ก็ต้องเป็นข่าว แต่ก็อยากให้เบาๆ หยุดยั้งกันบ้าง คือถ้าจบตรงนี้ จับได้ตรงนี้ แล้วเดี๋ยวพอมีการสอบสวนต่อค่อยมีอีกทีได้หรือไม่ ไม่ใช่ประโคมข่าวต่อกันไปเรื่อยๆ มันมีความเสี่ยงสูงในเรื่องผลกระทบความเชื่อมั่น และการลงทุนของประเทศ

“ขณะนี้เรากำลังเดินหน้าปัญหาเศรษฐกิจ ขอร้องสื่อว่า ให้เสนอข่าวกันพอสมควรก็น่าจะพอ ซึ่งเรื่องแบบนี้ทุกคนคิดได้อยู่แล้วว่าควรจะทำแค่ไหน อย่างไร บางครั้งเปิดดูในโซเชียลมีเดีย หลายคนก็จะให้ใช้ลักษณะตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่ต้องสนใจใคร หรือต่างชาติ ถ้าทำแบบนั้นวันนี้ประเทศคงอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว เราต้องทำตามกฎหมาย และพันธสัญญาให้ได้มากที่สุด บางอย่างถ้าจำเป็นก็ใช้คำสั่งม.44 เท่าที่จำเป็น โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบใดๆ รัฐบาลนี้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ตลอด ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากต่อการทำงาน เนื่องจากหลายอย่างมีความขัดแย้งสูง ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดเช่นนั้น อีกอย่างผมก็รู้ว่ารัฐบาลอยู่ในฐานะแบบนี้ถ้าไปฝ่าฝืนกฎสากลมากๆ ก็จะเป็นปัญหา แล้วเราก็จะทำอะไรไม่ได้ เป็นความท้าทายความยาก และง่ายในการทำงาน อย่าคิดว่ามีอำนาจมากแล้วจะทำอะไรได้ทั้งหมด สำหรับคนไทยด้วยกันถ้าเดือดร้อน คนจนเขาก็รับกันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

นายกฯคุยดูเตอร์เตไม่มีความร่วมมือปราบยาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266553

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์, นายกฯ, คุย, เตอร์, ไม่มี, ความ, ร่วม, มือปราบ, ยาเสพติด, ดอน

“ดอน”เผยนายกฯคุยกับดูเตอร์เตยังไม่มีเรื่องความร่วมมือปราบยาเสพติด

          21 มี.ค. — นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึง กรณีการหารือระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กับนายโรดรีโก โรอา ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในวันนี้ว่า การพูดคุยความมั่นคงก็คงจะพูดกันในแง่ของภูมิภาค เพราะว่าเราอยู่ในอาเซียนด้วยกัน และประเทศฟิลิปินส์ก็เป็นประธานอาเซียน ถือว่าอยู่ในวิสัยที่จะพูดคุยในกรอบภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการพูดคุยประเด็นการปราบปรามยาเสพติดด้วยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่มี แต่ก่อนหน้านี้จะมีการลงนามร่วมกัน แต่ยังไม่เรียบร้อย

        “ดอน”เผยครม.ไม่ได้คุยเรื่องคาสิโนบนพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชา

นายดอน กล่าวถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลปล่อยให้มีการสร้างบ่อนคาสิโนบนพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้

ส่วนที่กระทรวงต่างประเทศจะต้องทำหนังสือถึงประเทศกัมพูชาเพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่าก่อนหน้านี้ก็มีบ่อนการพนันเยอะแยะตามแนวชายแดน แต่ที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นปัญหา และไม่ได้ถูกพูดถึงในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ป.ป.ช. เดินหน้าไต่สวน “ศานิตย์” รับเงินเดือนเอกชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266529

ป.ป.ช., รับเงิน, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, สอบ, จริยธรรม, คมชัดลึก, ปปช, เดินหน้า, ไต่สวน, ศานิตย์, รับ, เงินเดือน, เอกชน, เดินหน้าไต่สวน, รับเงินเดือนเอกชน

ป.ป.ช. ลั่น ไต่สวน “ศานิตย์” ปมรับเงินเดือนเอกชน ยังเดินหน้า ระบุ ไม่เกี่ยวผู้ตรวจการแผ่นดินสอบจริยธรรม

          21 มี.ค.60 –  นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนกรณี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่ามีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่า เรื่องนี้ป.ป.ช.กำลังไต่สวนอยู่ ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ไม่เกี่ยวกับกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบเสร็จแล้ว เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเรื่องมาตรฐานจริยธรรม แต่ป.ป.ช.ตรวจสอบในเรื่องมาตรา 103 เกี่ยวกับการรับทรัพย์สิน ซึ่งเป็นคดีอาญา อย่างไรก็ดี ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องส่งข้อพิจารณามาให้ป.ป.ช.มาใช้ประกอบการพิจารณา เพราะถ้าเป็นเรื่องผิดวินัยอย่างร้ายแรงจะเข้ากระบวนการของการไต่สวนเพื่อถอดถอนต่อไป แต่จะไม่เกี่ยวกับคดีอาญาที่ป.ป.ช.รับไว้ไต่สวน ทั้งนี้ ตามกฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินจะตรวจสอบเรื่องจริยธรรม ส่วนป.ป.ช.จะตรวจสอบเกี่ยวกับคดีอาญา.

ถอนฟ้องคดีอาญา ต้องดูเกณฑ์กฎหมาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266518

อสส., รายละเอียด, สปท., ประธาน, ปรองดอง, คดี, การเมือง, คมชัดลึก, ถอนฟ้อง, คดีอาญา, ต้อง, เกณฑ์, กฎหมาย, ถอนฟ้องคดีอาญา, ต้องดูเกณฑ์กฎหมาย, อัยการสูงสุด

“อัยการสูงสุด” ระบุ ยังต้องดูเกณฑ์กฎหมาย รายละเอียดคดี หลัง “ประธาน.สปท” เสนอปรองดอง ถอนฟ้องคดีชุมนุมการเมือง

          21 มี.ค. 60 – จากกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สรุปรายงานแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง เสนอให้อัยการใช้อำนาจตามมาตรา 21 พ.ร.บ.องค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ที่กำหนดให้ในกรณีที่หากอัยการเห็นว่า คดีที่มูลเหตุจูงใจทางการเมือง ที่การฟ้องคดีอาญาไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน หรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ให้เสนอต่ออัยการสูงสุด ใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้องได้หรือถอนฟ้องคดีได้ แต่ไม่รวมถึงความผิดมาตรา 112 และคดีทุจริตนั้น

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.60 ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีหลักการอย่างไร แต่การใช้ พ.ร.บ.อัยการฯ มาตรา 21 จะต้องเข้าหลักเกณฑ์ระเบียบตามกฎหมายถึงจะทำได้ อยู่ดีๆจะไปถอนฟ้องเลยคงไม่สามารถทำได้

“การมีข้อเสนอมาสามารถกระทำได้ แต่ต้องดูการเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายถึงจะดำเนินการได้ มิเช่นนั้นอัยการสูงสุดก็จะถอนเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องลงลึกดูในรายละเอียดในคดีและนำกฎหมายประกอบ” อัยการสูงสุด ระบุ.

ภตช. เสนอป.ย.ป.พุธนี้ชง”บิ๊กตู่”อยู่ต่อถ้าหาดีกว่านี้ไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266515

นายกฯ, เศรษฐกิจ, สาธารณสุข, การศึกษา, แป๊ะเจี๊ยะ, นายมงคลกิตติ์, ภตช., อยู่ต่อ, เสนอ, พุธ, นี้, บิ๊ก, ตู่, อยู่, ต่อ, ถ้า, ดีกว่า, ไม่ได้, ภตช, บิ๊กตู่

เลขาธิการ ภตช. เสนอป.ย.ป.พุธนี้ด้านการเมืองชง”บิ๊กตู่”อยู่ต่อถ้าหาดีกว่านี้ไม่ได้ แนะปฏิรูปงานสืบสวนสอบสวน ด้านสังคมแนะให้ ปชช. ควบคุมรัฐ ออกกม.สินบน

          เลขาธิการ ภตช เสนอ ป.ย.ป. พุธ นี้ ด้านการเมือง ให้ บิ๊กตู่ อยู่ต่อไป ถ้าหาดีกว่านี้ไม่ได้ ห้ามลง ด้านกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม เร่งดำเนินคดี นปช พธม กปปส พท ปชป เสร็จก่อนลงสนาม แนะ ปฏิรูป งานสืบสวนสอบสวน โยกไป ยุติธรรม พิสูจน์หลักฐาน คงเดิม ควรเป็นอัยการของประชาชน ศาลควรมีประสบการณ์ตรง หาข้อมูลเพิ่ม ก่อนตัดสิน ด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุข ให้ ปชช ควบคุมรัฐ เศรษฐกิจ แก้ทุนผูกขาด ซื้อ ข้าราชการ แก้หนี้สาธารณะ ให้หมดก่อนลง การศึกษา ทำลายระบบอุปถัมภ์ แป๊ะเจี๊ย ฝากเข้าราชการ สาธารณสุข จี้รัฐเลิก ขายเหล้า บุหรี ทำลายชีวิต ปชช ส่งเสริมดูแลตนเองพื้นฐาน ด้านการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ออกกฎหมายสินบน ปราบผู้รับ ปรานีผู้ให้

          นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ  กล่าวว่า ในวันพุธที่ 22 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม  ทาง ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) นำโดย พลเอก สำเริง พินกลาง ประธานคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ตน และคณะฯ จะเดินทางไป เสนอแนะต่อ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) เรื่องหลักๆ ดังต่อไปนี้

           1.ด้านการเมือง  ข้อเสนอ ปัจจุบันที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 2 ปี 10 เดือน หลังจาก รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว คณะนายทหารชุดปัจจุบันจะต้องคงอยู่ในรูปแบบ สมาชิกวุฒิสภา หลังมีการเลือกตั้ง เพื่อดูแลกฎหมายบ้านเมืองไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง และยังมีความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งสำคัญถ้ายังหาผู้นำที่ดีและซื่อสัตย์กว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ไม่ได้ ขอให้ท่านเสียสละเป็นต่อ จนกว่าจะมีคนที่ประชาชนไว้วางใจกว่าท่านมาเปลี่ยน ถึงจะลงจากอำนาจได้

          2.ด้านกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม ข้อเสนอ คดีที่เกิดจากการเมือง ต่างๆที่เกิดตั้งแต่ ปี พ.ศ.2547 ถึง พ.ศ.2560 จากกลุ่มการเมือง อาธิ  พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม) คดี ยึดทำเนียบรัฐบาล คดียึดสนามบิน,พรรคพลังประชาชน สมัยเป็นรัฐบาล คดี สลายการชุมชุม พธม.,แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช) คดี เผาราชประสงค์ เผาศาลากลางจังหวัดต่างๆ, องค์การพิทักษ์สยาม คดีกบฏชุมนุมที่สนามม้านางเริ้ง และ ลานพระบรมรูปทรงม้า, พรรคประชาธิปัตย์ สมัยเป็นรัฐบาล คดี สลายการชุมนุม นปช., คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส) คดี ล้มการเลือกตั้งปิดหน่วยเลือกตั้ง กบฏ ยึดสถานที่ราชการไม่ให้ทำงาน

          ข้อให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป คดีควรเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นกระบวนการถึงศาลฏีกาตัดสิน ควรเสร็จก่อนการเลือกตั้ง และ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอจากหลายฝ่าย กับ การออกกฎหมาย นิรโทษกรรม พักการลงโทษ รอการลงโทษ ข้อเสนอ ปรับปรุงระบบยุติธรรม ส่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1.งานด้านสอบสวนอยู่ในรูปแบบคณะกรรมการ 3 คน ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างสถานีตำรวจ ผู้แทนภาคประชาสังคม ย้ายไปสังกัด กระทรวงยุติธรรม

         2.งานด้านสืบสวนอยู่ในรูปแบบคณะกรรมการ 3 คน ประกอบด้วย พนักงานสืบสวน พนักงานสืบสวนผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างสถานีตำรวจ ผู้แทนภาคประชาสังคม ย้ายไปสังกัด กระทรวงยุติธรรม,3.งานด้านพิสูจน์หลักฐานอยู่ในรูปแบบคณะกรรมการ 3 คน ประกอบด้วย พนักงานวิทยาการ ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยของรัฐ ผู้แทนภาคประชาสังคม ทั้ง 3 คน(ควรจบทางด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง),4 จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนหรืองบประมาณแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้สิ้นสงสัย อาทิ งานด้านสืบสวน งานด้านสอบสวน งานด้านพิสูจน์หลักฐาน(อุปกรณ์ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์)

           ส่วนสำนักงานอัยการสูงสุด 1.การพิจารณาสั่งฟ้อง ไม่สั่งฟ้อง ของพนักงานอัยการ ควรจะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาให้สิ้นสงสัย ก่อนพิจารณา 2.การพิจารณาสั่งฟ้อง ไม่สั่งฟ้อง ของพนักงานอัยการ ควรจัดให้อยู่ในรูปแบบ คณะกรรมการ ประกอบด้วย พนักงานอัยการ ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้าน ผู้แทนภาคประชาสังคม 3. จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่สำนักงานอัยการสูงสุด ด้านการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนหรืองบประมาณแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้สิ้นสงสัย

           ส่วนสำนักงานศาลยุติธรรม 1.การพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ ศาลฏีกา สังกัด สำนักงานศาลยุติธรรม สามารถหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้หากสงสัยว่าข้อมูลดังกล่าวยังไม่ครบถ้วน 2.จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่สำนักงานศาลยุติธรรม ด้านการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนหรืองบประมาณแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้สิ้นสงสัย 3.การพิจารณาคดีของผู้พิพากษา ใน ศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ ศาลฏีกา หากคดีดังกล่าวต้องใช้ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการเงินการธนาคาร ด้านจัดซื้อจัดจ้าง ประสบการณ์ตรง หัวหน้าคณะในศาลควรพิจารณาผู้พิพากษาที่มีความรู้เฉพาะทาง มาพิจารณาคดี                        อาทิ  คดีการเงินการธนาคาร ควรมอบให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ จบการศึกษาตรงด้าน หรือ ประสบการณ์ตรง ทางด้านการเงินมาพิจารณาคดี, คดีทางด้านวิทยาศาสตร์ ควรมอบให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ จบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือ ประสบการณ์ ทางด้านวิทยาศาสตร์ มาพิจารณาคดี,คดีทางด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ควรมอบให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ ประสบการณ์ตรง มาพิจารณาคดี

            3.ด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุข ข้อเสนอ ด้านสังคม สิ่งที่จำเป็นสำคัญ คือ การกระตุ้นให้ภาคประชาสังคมทุกภาคส่วนมามีส่วนร่วมในการจัดการของรัฐเพื่อดูแลประชาชนโดยภาพรวมให้เท่าเทียมกัน ข้าราชการต้องปรับตัวว่าไม่ใช้เจ้านายของประชาชน แต่เป็นผู้ที่ต้องมารับใช้ประชาชนเพราะกินเงินภาษีมาเป็นเงินเดือน สวัสดิการ มาเลี้ยงดูทั้งครอบครัว ค่ารักษาพยาบาล อื่นๆ

          เลขาธิการภตช.  กล่าวอีกว่าท ด้านเศรษฐกิจ ประเทศเรามีประชากรกว่า 68 ล้านคน ประชากรแฝงอีกกว่า 20 ล้านคน ส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกร ที่ยังขาดองค์ความรู้ ถูกระบบทุนครอบงำวัตถุดิบ แหล่งเงินทุน ตลาด ทำให้เกิดการผูกขาดตลาดทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็น ข้าว ลำไย มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย อื่นๆ ส่วน ธุรกิจขนาดใหญ่ ทั้งหมดเอาเปรียบรัฐ โกงภาษี เบียดบังทุกทาง ซื้อข้าราชการ ทหาร นักการเมือง เป็นทุนหนุนข้าราชการตัวหลักๆ ทำให้ข้าราชการทำงานให้กับทุน ไม่ได้ทำงานให้กับคนส่วนใหญ่ ทำให้รายได้ของทุนใหญ่มีมาก รัฐได้ภาษีน้อย งบประมาณในการพัฒนาประเทศไม่พอ หนี้สาธารณะมากขึ้น รัฐจะตัดสินใจทำอะไรต้องเงี่ยหูฟังทุนใหญ่ก่อน นี้เป็นปัญหาที่ควรรีบแก้โดยด่วน อีกทั้งรัฐบาลนี้ควรแก้หนี้สาธารณะให้หมดก่อนลง

           “การศึกษา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของทั้งหมด ถ้าจะแก้ต้องทำเดี๋ยวนี้ คือ ทำลายระบบอุปถัมภ์และคอร์รัปชั่น การฝากลูกหลานเข้าเรียน เข้ารับราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ระบบเส้นสายต้องทำลายให้หมด เพราะทำให้คนดีมีความสามารถไม่ได้เข้าสู่ระบบราชการ เอกชน เพื่อพัฒนาเป็นหัวเรือแต่ละส่วนให้เข้มแข็ง ประเทศก็จะเข้มแข็ง การจัดการศึกษา ให้เน้นเรื่องการออกไปทำงานจริง ปฏิบัติจริง แก้ปัญหาเป็น พัฒนาตนเองได้ การศึกษา รัฐควรดูแลทั้งหมดเพราะประชาชนเป็นทรัพยากรของชาติที่สำคัญ”เลขาธิการ ภตช. กล่าว

              เลขาธิการภตช. กล่าวเพิ่มเติมว่า  การสาธารณสุข ระบบสุขภาพปัจจุบันประเทศไทยมีคนป่วยเกือบทั้งหมด เนื่องจากรัฐไม่สามารถจัดการกับโรคภัยไข้เจ็บได้ รัฐเปิดโอกาสให้กับธุรกิจที่ทำลายสุขภาพเติบใหญ่อย่างมาก แล้วมาแก้ไขในภายหลังทำให้บุคคลกรที่มีความรู้ของชาติเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สิ่งที่รัฐควรทำ คือ ยกเลิกธุรกิจที่ทำลายสุขภาพของคนไทยทั้งหมด อาทิ เหล้า บุหรี่ ฯ ยกเลิกการใช้น้ำมันพืชทั้งหมดเพราะเป็น สาเหตุ ให้ประชาชนเป็นโรคหัวใจ และเป็นสาเหตุของโรคอื่นๆอีกมาก รัฐควรส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพโดยพื้นฐานของตนเองทุกคน

          4.ด้านการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ข้อเสนอ ปัญหาการทุจริตไม่สมควรนำมาเป็นความขัดแย้งของคนในชาติ รัฐควรเด็ดขาดกับประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้เหมือนกันกับทุจริต ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ทหารใกล้ชิด ต้องจัดการทั้งหมด ให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน คนในชาติจะยอมรับ ดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถ้าต้องการลดการทุจริตคอร์รัปชั่น ควร ออกกฎหมาย สินบนนำจับมาใช้ ผู้รับมีความผิดทางอาญาและทางแพ่ง ส่วนผู้ให้ถ้าให้สำเร็จเกิดความเสียหาย มาสารภาพภายหลัง ให้มีความผิดทางแพ่งอย่างเดียว จะทำให้นักการเมือง ข้าราชการประจำ กลัวความผิดไม่กล้ารับสินบน งานราชการที่ได้จะมีคุณภาพมากขึ้น

ถึงคิว!! “เนติวิทย์ – จ่านิว” เกณฑ์ทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266501

คมชัดลึก, ฮือฮา, เรียก, ทบเรียก, ถึงคิว, เนติ, วิทย์, จ่า, นิว, เกณฑ์ทหาร, เนติวิทย์, จ่านิว, เนติวิทย์ - จ่านิว, เนติวิทย์ -จ่านิว, มิกค์, นนท์, หนุ่ม, ศรราม น้ำเพชร, ถ้าเข้าไปถูกกระทืบตายแน่

“เนติวิทย์ -จ่านิว” มีชื่อเกณฑ์ทหารปีนี้

              21 มี.ค. 60 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 14.00 น. พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก จะเป็นประธานการแถลงข่าวการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 โดยชายไทยที่มีชื่อต้องมาเกณฑ์ทหารในปีนี้ อาทิ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล  ซึ่งเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับชายไทยที่ต้องเกณฑ์ทหาร และเคยประกาศว่าเมื่อถึงเวลาตนจะไม่เข้ารับการตรวจเลือกทหาร นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมนักศึกษา ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

สำหรับดารา นักร้อง อาทิ พีท พชร จิราธิวัฒน์ ‘มิกค์’มิกค์ ทองระย้า ‘นนท์’ธนนท์ จำเริญ ‘หนุ่ม’สมศักดิ์ รินนายรักษ์ The Voice ‘ศรราม น้ำเพชร’ นายศรราม อเนกลาภ พระเอกลิเกชื่อดัง นายอนรรฆ โกษะโยธิน บุตรชายนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. ครบกำหนดผ่อนผัน ปีนี้ต้องเข้ารับการตรวจเลือก

อ่านละเอียด ทหารขึ้นทะเบียน “เนติวิทย์” เป็นผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร

เรื่องที่เกี่ยวข้อง เนติวิทย์ ลั่น!!ไม่มีวันเกณฑ์ทหาร “ถ้าเข้าไปถูกกระทืบตายแน่”

นายกฯขอบคุณสื่ออวยพรวันเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266443

นายกฯขอบคุณสื่ออวยพรวันเกิด ขอโทษบางครั้งมีอารมณ์รุนแรง เพราะเครียดจากงาน บอกเข้าปีที่ 3  มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

        21 มี.ค. —  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุมตัวแทนสื่อมวลชน ประจำทำเนียบรัฐบาล ได้อวยพร และมอบการ์ด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 63 ปี โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในนามของนายกฯ ลุงตู่ขอบคุณทุกคนที่มา และไม่ได้มา เรามีใจให้กันอยู่แล้ว เราต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งใดก็ตามที่อาจรุนแรงไปบ้าง ก็เป็นเรื่องของงาน และความเครียด ที่จะต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะเดินหน้าไปไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้หลายอย่างสำเร็จไปแล้ว บางอย่างกำลังทำ บางอย่างใกล้สำเร็จ และบางอย่างต้องเริ่มต้น จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าแต่ละปีมีความเปลี่ยนแปลง วันนี้การทำหน้าที่ของนายกฯ เข้าสู่ปีที่ 3 ซึ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีหลายอย่างต้องแก้ปัญหา ป้องกันทุกอย่างไม่ให้พันกันไปหมด ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ฉะนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะสื่อมวลชน ซึ่งอยู่ในแวดวงการเมืองมานานกว่ารัฐบาล

“จริง ๆ แล้วสื่อ เป็นรุ่นพี่ของผม ต้องเข้าใจว่า แต่ละนายกฯ นั้นไม่เหมือนกัน ผมก็เป็นของผม แต่สิ่งที่สำคัญ ผมมีความปรารถนารถดีต่อประเทศชาติ ประชาชน และสื่อทุกคน ไม่มีอะไรกันใครทั้งสิ้น เพียงแต่อยากขอร้องบางเรื่องบางประเด็น เพราะเราต่างคนต่างทำหน้า สื่อก็เช่นกัน อยู่ทำเพื่อประเทศชาติ และคนไทยใช่หรือไม่ มีหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย ประชาชนได้รับทราบข่าวสารต่อสื่อทั้งสิ้น ผมถือว่าพวกเรามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่สิ่งดีให้ประชาชนรับทราบ สิ่งที่ไม่ดีก็เสนอได้ แต่ขอให้พอสมควร เพราะบางอย่างมีผลกระทบ คิดว่าทุกคนคงเข้าใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้นสื่อมวลชนถามว่า นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ได้มอบสิ่งใดให้เป็นของขวัญหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ไม่ได้มอบอะไรเป็นพิเศษ แต่ได้ให้กำลังใจทุกวันอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน นายกฯ ได้มอบเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชนิดราคา 20 บาท ให้กับสื่อมวลชนด้วย

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน 1 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมครอบครัว ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 9 รูป เพื่อสิริมงคล เนื่องในวันคล้ายวันเกิด โดยไม่มีการเปิดบ้านเพื่อรับคำอวยพรแต่อย่างใด

ญี่ปุ่นเครียด! หวั่นโสมแดงอาจสร้างหัวรบก๊าซพิษซาริน ติดขีปนาวุธได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2560 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912821


(ภาพประกอบ เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ)

ผวาเลย…นายกรัฐมนตรีอาเบะแห่งญี่ปุ่น บอกเองต่อที่ประชุมสมาชิกสภา หวั่นเกาหลีเหนืออาจพัฒนาสร้างหัวรบก๊าซพิษทำลายประสาท ‘ซาริน’ติดตั้งบนขีปนาวุธได้แล้ว ขณะที่ประชาคมโลกกำลังจับตาคิม จอง อึนจะทดสอบนิวเคลียร์-มิสไซล์ครั้งต่อไปอีกเมื่อใด

เมื่อ 13 เม.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น กล่าวต่อที่ประชุมสมาชิกรัฐสภา เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ด้วยความวิตกถึงศักยภาพของเกาหลีเหนือว่า อาจถึงขั้นสามารถพัฒนาติดตั้งหัวรบก๊าซพิษทำลายประสาท ‘ซาริน’ บนขีปนาวุธได้แล้ว ขณะที่ประชาคมโลกกำลังเกิดความกังวลกันว่า ทางการเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของคิม จอง อึนสามารถจะทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ ลูกที่ 6 หรือทดสอบยิงขีปนาวุธอีกในเร็วๆ นี้

รอยเตอร์ยังชี้ว่า ทางการเกาหลีเหนือเตรียมจะจัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิดปีที่ 105 ของคิม อิล ซุง ผู้นำคนแรกเกาหลีเหนือ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าคือผู้สร้างชาติในวันที่ 15 เมษายน นี้ อย่างยิ่งใหญ่ เนื่องจากยกให้เป็นวันที่มีความสำคัญมากที่สุดของประเทศ จนเรียกว่า ‘วันแห่งพระอาทิตย์’ โดยที่ผ่านมา ผู้นำเกาหลีเหนือจะใช้วันนี้ในการทดสอบอาวุธเพื่อเป็นการประกาศแสนยานุภาพทางทหารของประเทศ

ทั้งนี้ สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีตกอยู่ในความตึงเครียด หลังจากคิม จอง อึน ผู้นำคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือได้เดินหน้าทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ไปแล้ว 5 ครั้ง โดยเมื่อ 5 เมษายน ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีไปตกในทะเลญี่ปุ่น ทำให้ต่อมาวันที่ 9 เม.ย. รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้กองทัพส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘คาร์ล วินสัน’ จากสิงคโปร์มาประจำการยังมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ใกล้คาบสมุทรเกาหลีแล้ว เพื่อเป็นการกดดันไม่ให้ผู้นำเกาหลีเหนือท้าทายประชาคมโลกอีก

ข่าวเกี่ยวข้อง

เดือดอีกที่! ทรัมป์ ลุยจริง สั่งเรือบรรทุกเครื่องบิน จ่อบี้คิม จอง อึน (คลิป)

 

คนไทย-บรูไนเฮ! ไต้หวัน ขยายเวลายกเลิกวีซ่า เที่ยว30วัน ออกไปอีก1ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2560 08:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912565


กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศขยายระยะเวลาให้คนไทย และบรูไนเที่ยวไต้หวัน 30 วัน ไม่ต้องขอวีซ่าออกไปอีก 1 ปี หลังจากเริ่มใช้มาตรการนี้เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากไทย-บรูไนแห่เที่ยวไต้หวันมากขึ้นกว่า 50%

13 เม.ย.60 เว็บไซต์ Focus Taiwan รายงานกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ออกแถลงการณ์เมื่อ 12 เมษายน 2560 ประกาศรัฐบาลไต้หวันจะขยายระยะเวลาให้แก่นักท่องเที่ยวจากไทย และบรูไน สามารถเดินทางมาเที่ยวในไต้หวัน เป็นเวลา 30 วัน โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่า ออกไปเป็นเวลาอีก 1 ปี ซึ่งมาตรการใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2560 จนถึง 31 กรกฎาคม 2561

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังระบุว่า หลังจากรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศยกเลิกวีซ่าให้ชาวไทยและชาวบรูไนในการเดินทางมาเที่ยวไต้หวัน ได้เป็นเวลา 30 วัน โดยไม่ต้องวีซ่า ในช่วงระหว่างตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2559 และจะหมดจนถึง 31 กรกฎาคม 2560นั้น ปรากฏว่า ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางมาไต้หวันในปี 2559 เพิ่มขึ้นถึง 57.26% และชาวบรูไนมาเที่ยวไต้หวันเพิ่มขึ้นเช่นกันถึง 52%

สำหรับมาตรการใหม่ดังกล่าว นอกจากการยืดระยะเวลายกเลิกวีซ่าเข้าไต้หวันเป็นเวลา 30 วันให้แก่คนไทยและคนบรูไนออกไปอีก 1 ปีแล้ว ยังจะอนุญาตให้ชาวฟิลิปปินส์อยู่ไต้หวัน 30 วันโดยไม่ต้องวีซ่า ในช่วงเวลา 1 ปีเช่นกัน ส่วนผู้คนจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ทั้งชาว อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา และลาว สามารถเดินทางเข้าไต้หวัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ทว่าต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ขั้นพื้นฐาน อีกทั้งประชาชนในประเทศเหล่านี้สามารถยื่นขอวีซ่า ท่องเที่ยว เข้าไต้หวัน ผ่านระบบออนไลน์ ทางอินเทอร์เน็ต ได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทย หากเคยผ่านการอนุมัติ วีซ่าเข้าไต้หวันมาแล้วในช่วง 10ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน นักธุรกิจ จากอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ เนปาล ภูฏาน และปากีสถาน จะสามารถยื่นขอวีซ่าเข้าไต้หวัน ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หากได้รับการรับรองจากสำนักงานของสภาพัฒนาการค้าต่างประเทศไต้หวันที่อยู่ในประเทศต่างๆ เหล่านี้อีกด้วย