ยูไนเต็ดแอร์ยอมขอโทษ-จีนจี้บอยคอต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912401


เมื่อ 11 เม.ย. นายออสการ์ มูนอซ ซีอีโอของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส (ยูเอ) แถลงการณ์ขอโทษโดยไม่มีการระบุชื่อว่ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้โดยสารที่ถูกบังคับให้ออกจากเครื่องบินและผู้โดยสารทุกคนบนเครื่อง ซึ่งไม่ควรมีใครได้รับการปฏิบัติไม่ดีแบบนั้น สายการบินจะเร่งแก้ไขปัญหา ทบทวนอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน รวมถึงการจองหรือจำหน่ายตั๋วโดยสารเกิน และผลการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้

ขณะที่หุ้นของยูไนเต็ด คอนติเนนทัล โฮลดิ้งส์ อินซ์ ติดลบไป 4.4 เปอร์เซ็นต์ ก่อนฟื้นกลับมาที่ติดลบ 1.1 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 70.71 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนนายแพทย์เดวิด เต้า วัย 69 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังบังคับลากลงจากเครื่องสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์สจนกลายเป็นคลิปฉาวไปทั่วโลก อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่นครชิคาโก ยังมิได้เดินทางกลับรัฐเคนตักกีแต่อย่างใด ซึ่งวันเดียวกันนี้มีการล่ารายชื่อบนโลกออนไลน์เกือบ 22,000 คน เรียกร้องให้นายมูนอซลาออก ส่วนกลุ่มลูกค้าชาวจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญของยูไนเต็ด มีเที่ยวบินไปตามเมืองต่างๆของจีนมากกว่าสายการบินอื่นของสหรัฐฯ พากันเรียกร้องให้งดใช้บริการ เช่นเดียวกับกระแสโลกออนไลน์เวียดนามที่แสดงความโกรธแค้น หลังพบว่านายแพทย์ที่ถูกลากลงจากเครื่องรายนี้เกิดที่เวียดนาม.

 

บึ้มใกล้รถบัสนักบอล กองหลังดอร์ทมุนด์เจ็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912396


เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองดอร์ทมุนด์ เยอรมนี ตรวจสอบเหตุระเบิด 3 ครั้งช่วง 19.00 น. วันที่ 11 เม.ย. ใกล้รถบัสทีมฟุตบอลโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ขณะมุ่งหน้าไปยังสนามกีฬาเพื่อแข่งขันยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับทีมโมนาโก ทำให้กระจกและล้อรถแตกเสียหาย มาร์ก บาร์ตรา นักเตะกองหลังชาวสเปน ได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อมือขวาจากสะเก็ดกระจก และการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปเป็นวันรุ่งขึ้น ขณะที่อัยการท้องถิ่นเผยพบจดหมายทิ้งใกล้จุดเกิดเหตุแต่ไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา ส่วนระเบิดคาดว่าซุกซ่อนไว้บริเวณพุ่มไม้ และตั้งเวลาระเบิดช่วงที่รถบัสขับผ่าน จึงต้องสืบสวนหาข้อสรุปว่าคนร้ายมุ่งเป้าโจมตีนักเตะทีมฟุตบอลหรือไม่ และยังไม่เผยว่าเป็นแผนการของกลุ่มก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม ตำรวจเมืองดอร์ทมุนด์เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยเยอรมนียังตั้งระดับเตือนภัยสูงนับแต่เกิดเหตุคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งใส่ฝูงชนกลางตลาด ในกรุงเบอร์ลิน เดือน ธ.ค.ปีก่อน.

 

ก.ม.ไต้หวันห้ามฆ่าหมา-แมวกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912395


เมื่อ 11 เม.ย. รัฐสภาไต้หวันลงมติผ่านกฎหมายห้ามฆ่าแมวและสุนัขเพื่อการบริโภค รวมถึงห้ามผู้ขับรถยนต์หรือจักรยานยนต์ใช้เชือกหรือโซ่ลากจูงสัตว์เลี้ยงไปด้วยระหว่างเดินทาง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับอย่างหนักหรือจำคุกสูงสุด 2 ปี อีกทั้งชื่อและภาพถ่ายผู้กระทำความผิดจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองสัตว์ซึ่งเป็นประเทศแรกในเอเชีย หลังในปี 2544 ไต้หวันออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเนื้อหรือขนสัตว์เลี้ยง เช่น แมวและสุนัขเพื่อวัตถุประสงค์ทาง เศรษฐกิจ ในอดีตชาวไต้หวันเคยรับประทานเนื้อสุนัขเป็นปกติ แต่ปัจจุบันถือว่าสุนัขเป็นสมาชิกครอบครัว ปีที่แล้วประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ก็รับสุนัขนำทางปลดระวาง 2 ตัวไปเลี้ยงร่วมกับแมวของตน 2 ตัวชื่อคุกกี้และอา-ไช่.

 

ปูตินชี้สัมพันธ์สหรัฐฯแย่สุดยุคทรัมป์-จัดฉากเคมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912391


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดสถานการณ์ความมั่นคงโลก หลังสหรัฐฯส่งฝูงกองเรือจู่โจม มีเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วิลสัน เป็นเรือธง มุ่งหน้าสู่คาบสมุทรเกาหลีหวังปรามรัฐบาลเกาหลีเหนือ จนทำให้เกาหลีเหนือประกาศจะป้องกันตัวเองด้วยอาวุธแสนยานุภาพ เพราะมองว่าเป็นการมุ่งหมายบุกรุกโดยไม่ยั้งคิด

โดยความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 เม.ย. แหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จากความกังวลเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ทำให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะส่งเรือรบเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมกับกองเรือจู่โจมคาร์ล วิลสันของสหรัฐฯโดยจะดำเนินการส่งเฮลิคอปเตอร์ลงบนเรือของกันและกัน พร้อมซ้อมเรื่องการสื่อสาร เมื่อกองเรือจู่โจมสหรัฐฯเคลื่อนเข้าใกล้น่านน้ำญี่ปุ่นในพื้นที่ทะเลจีนตะวันออก

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หานายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อหารือเรื่องสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี โดยนายสีกล่าวว่า จีนยังพร้อมที่จะติดต่อสื่อสารและประสานงานกับสหรัฐฯในประเด็นดังกล่าว ส่วนนายทรัมป์กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำสองฝ่ายยังคงสถานะความสัมพันธ์ และจีนกับสหรัฐฯควรทำงานร่วมกันเพื่อขยายความร่วมมือด้านต่างๆที่นำไปปฏิบัติได้จริง นายทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์สื่อภายหลังด้วยว่า กองเรือจู่โจมชุดนี้มีเรือดำน้ำร่วมปฏิบัติการด้วย นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมจีนยังปฏิเสธเรื่องที่ว่าจีนระดมกำลังใกล้ พรมแดนเกาหลีเหนือว่าเป็นแค่ข่าวลือ

การเคลื่อนกำลังของกองเรือสหรัฐฯครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นหลังจากกรณีเรือพิฆาตยิงจรวดโทมาฮอว์กถล่มฐานทัพอากาศซีเรีย 59 ลูก ซึ่งในวันเดียวกันนี้ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เข้าหารือนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย
ที่กรุงมอสโกของรัสเซีย บรรยากาศเป็นไปอย่าง ตึงเครียด ซึ่งนายลาฟรอฟกล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ควรปล่อยให้เกิดการโจมตีขึ้นอีก รัสเซียอยากรู้เจตนาที่แท้จริงของทำเนียบขาว ส่วนนายทิลเลอร์สันกล่าวว่า ช่องทางการสื่อสารระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียจะเปิดไว้เสมอ

ต่อมานายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์รัสเซียสหรัฐฯจะย่ำแย่ที่สุดในช่วงยุคนายทรัมป์ ส่วนเรื่องการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียตามที่สหรัฐฯกล่าวหา มองว่าซีเรียได้กำจัดคลังอาวุธเคมีไปแล้ว เรื่องนี้มีคำอธิบายสองประการคือ เครื่องบินรบซีเรียทิ้งระเบิดถูกคลังอาวุธเคมีกบฏซีเรีย หรือเป็นการจัดฉากเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาลซีเรีย.

 

เมียนมา ร้อนเป็นไฟ! แชมป์ อากาศร้อนสุดในอาเซียน ทะลุ 47.2องศา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2560 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912200


(ภาพประกอบ)

ร้อนดีเดือด..เผยสถิติเมือง อากาศร้อนสุดในอาเซียน คือ เมืองมยินมู ในเมียนมา เคยสร้างสถิติ อุณหภูมิทะลุปรอท สูงถึง 47.2 องศาเซลเซียส เมื่อปี 53 ตามด้วยจ.แม่ฮ่องสอน ของไทย 44.6 องศาฯ เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อ 12 เม.ย.60 เว็บไซต์ Livingasean รายงาน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน ในช่วงฤดูร้อนของปีนี้ แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่า อากาศร้อนที่ว่าร้อนแล้ว ยังคงแพ้อากาศร้อนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว โดยจากสถิติ เมืองที่เคยอากาศร้อนเป็นไฟมากที่สุด คือ ที่เมือง มยินมู (Myinmu) ในประเทศเมียนมา ซึ่งเคยมีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงถึง 47.2 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2553 ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อากาศที่เมืองมยินมู ในแคว้นมัณฑะเลย์ ร้อนจัดขนาดนี้ เป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นในปีนั้น

รองลงมาอันดับสอง คือ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ของไทย ที่เคยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 44.6 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 เรียกว่าแซงแชมป์เก่า จ.อุตรดิตถ์ ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ มีอากาศร้อนจัดมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในไทย อุณหภูมิ 44.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 27 เมษายน ปี 2503

อันดับ 3 ได้แก่ เมือง Con Cuong ในจังหวัด Nghe An ทางภาคกลางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ที่อุณหภูมิเคยสูงถึง 42.7 องศาเซลเซียส เมื่อ 30 พ.ค. 2558 ตามด้วย จังหวัดพระวิหาร ในกัมพูชา ที่เคยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 42.6 องศาเซลเซียส เมื่อ 15 เม.ย.2559

 

คิทแคทสู้ศึกช็อกโกแลตพรีเมียมส่ง 2 รสใหม่ลุยตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 เม.ย. 2560 08:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912602


คิทแคทส่งช็อกโกแลต 2 รสชาติใหม่จับตลาดพรีเมียมในไทย โดยมาในรูปแบบบาร์ ทั้งรสดับเบิ้ลช็อกโกแลต และเฮเซลนัทแอนด์คุกกี้ หวังถูกใจคนไทย…

นายเกรียงศักดิ์ สำราญทรัพย์ ผู้จัดการพัฒนาธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมหวาน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เปิดตัวคิทแคท บาร์ ใหม่ ซึ่งเป็นช็อกโกแลตนมสอดไส้เวเฟอร์ระดับพรีเมียมได้รับแรงบันดาลใจจากคิทแคทช็อกโกลาทอรี่คอนเซ็ปต์สโตร์ ที่คนรักช็อกโกแลตสามารถสร้างสรรค์คิทแคทแบบดีไอวายในสไตล์ของตัวเอง โดยเปิดตัวในไทยด้วย 2 รสชาติ คือ ดับเบิ้ลช็อกโกแลต และเฮเซลนัทแอนด์คุกกี้

ทั้งนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจาก 2 รสชาติยอดนิยมของคิทแคทช็อกโกลาทอรี่จึงเปิดตัวคิทแคท บาร์ดับเบิ้ลช็อกโกแลตและคิทแคท บาร์ เฮเซลนัทแอนด์คุกกี้ เพื่อให้คนรักช็อกโกแลตชาวไทยสามารถสัมผัสกับประสบการณ์ความอร่อยระดับพรีเมียมของคิทแคทบาร์ได้แล้วในวันนี้ คาดหวังว่าคิทแคท
บาร์จะเป็นตัวเลือกสำหรับช็อกโกแลตระดับพรีเมียมที่ตรงใจกลุ่มคนรักช็อกโกแลตชาวไทย.

 

“กนง.” ห่วงเงินบาทแข็งกว่าคู่แข่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912481


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 2/2560 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่เริ่มปรับสูงขึ้นในหลายประเทศ ทำให้ตลาดคาดว่าโอกาสที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมอาจลดลงในระยะข้างหน้า แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงอยู่มาก โดย กนง.ประเมินว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯมีสูงขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าการลงทุน รวมทั้งการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากประเทศคู่ค้าหลัก ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจไทยผ่านช่องทางการค้าและความเชื่อมั่นได้

สำหรับความผันผวนในตลาดการเงินอยู่ในระดับสูง ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดพันธบัตรและตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยผันผวน ตามการปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลภูมิภาค แต่เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลในระดับสูงทำให้เงินบาทยังคงแข็งค่าในอัตราที่มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งสำคัญ

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป กนง.มองว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนจะยังคงมีความผันผวนสูง โดยค่าเงินบาทสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งในทิศทางอ่อนค่าและแข็งค่า ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐฯ ทั้งนี้ กนง.ได้มีการหารือถึงการทยอยลดข้อจำกัดด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายขาออกและขาเข้าสมดุลมากขึ้น.

 

สสว.อุ้มเอสเอ็มอีลุยหาลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912447


ต่างชาติแห่เปิบอาหารสุขภาพ

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลการนำผู้ผลิตอาหารสำหรับสุขภาพ จากกลุ่มเอสเอ็มอี 20 ราย เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าภายในงาน เวิลด์เอ็กซ์โป อาหาร 2017 เมื่อวันที่ 23 มี.ค.-9 เม.ย.ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ จากการซื้อขายสินค้า การเจรจาธุรกิจ ทำให้มียอดขาย รวม 10 ล้านบาท ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารออแกนิกได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น โอมาน อินเดีย ชี้ให้เห็นว่าอาหาร สินค้า และบริการของไทย เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติมากขึ้น

นายอำนาจ ชัชวาลาพงศ์ ผู้แทนจากบริษัท ไทย อีซี่ ควิซีน จำกัด ผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อ เฌอรส ที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องปรุงรสอาหาร ที่เข้าร่วมงาน กล่าวว่า สสว.ได้ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ทำให้สามารถเจรจาติดต่อกับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจหลายรายจากต่างประเทศ ขณะที่นางปาริชาติ เทพเจริญ ผู้ประกอบการไชโยฟาร์มเห็ด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สสว. ได้สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีขนาดเล็กของตนเองที่ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ ได้ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเผยแพร่ข้อมูลและประชาสัมพันธ์สินค้าให้กับลูกค้าทั้งคนไทยและต่างประเทศได้ระดับหนึ่ง.

 

คุมเข้มสุราช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912476


“สรรพสามิต” ลั่นฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 2 ปี

กรมสรรพสามิตร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทั่วประเทศ สั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มร้านค้าให้จำหน่ายสุราในเวลาที่กำหนดและห้ามจำหน่ายสุราให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี คาดโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท ด้านกรมขนส่งทางบก ลั่นพร้อมติดตั้งเข็มขัดนิรภัยภายในรถกระบะส่วนที่เป็นแค็บ

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ กระทรวงการคลังได้สั่งให้กรมสรรพสามิตกวดขันสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวและมีแนวโน้มที่จะบริโภคสุราและยาสูบเพิ่มขึ้น กรมสรรพสามิตจึงได้จัดโครงการรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560

โดยกรมสรรพสามิตได้ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมอบหมายให้สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 1-10 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยจะเข้มงวดกับผู้ประกอบการห้ามจำหน่ายสุราในช่วงเวลา 11.00-14.00 น. กับ 17.00-24.00 น. หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“กรมสรรพสามิตจะช่วยรณรงค์ไม่ดื่มสุราขณะขับขี่ยานพาหนะและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่และรักษาวินัยจราจร รวมทั้งการเข้มงวดการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา สถานที่ และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่สรรพสามิตร่วมปฏิบัติงานกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศด้วย”

นายสมชายกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในช่วงเทศกาล โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามแหล่งสถานบริการ แหล่งชุมชน และพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ ซึ่งคาดว่าอาจมีการกระทำผิด ซึ่งนับเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการคุ้มครองและดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสุราและยาสูบที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสุราและยาสูบโดยทั่วไป ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดติดต่อได้ที่ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายณันทพงษ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ขบ.ได้รับหนังสือจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เรื่องที่จะให้มีการประกาศหลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถนั่งแค็บและกระบะท้ายรถได้ว่า เพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากรับเรื่องแล้วทาง ขบ.ได้เรียกประชุมเป็นการเร่งด่วนเพื่อพิจารณาแนวทางข้อเสนอของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในทางปฏิบัตินั้นคงจะต้องนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การจะติดตั้งเข็มขัดนิรภัยภายในรถกระบะส่วนที่เป็นแค็บจะต้องพิจารณาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่จะต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจากวิศวกรยานยนต์ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า การที่จะให้ ขบ.ประกาศหลักเกณฑ์ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเพิ่มเติม หรือการอนุมัติให้มีการนั่งกระบะท้าย ขบ.จะต้องหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยจะต้องคำนึงเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยเพราะอำนาจของ ขบ.เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการอนุมัติให้มีการใช้อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจจับหรือปรับ.

 

ลุ้นลดใช้พลังงานภาคขนส่ง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 เม.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/912445


nพพ.ปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งหาแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ

นายสาร์รัฐ ประกอบชาติ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการบูรณาการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่ง ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ว่า คณะกรรมการฯอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ 4 ปี (ปี 2561-2564) เพื่อกำหนดแนวทางการอนุรักษ์พลังงาน และเป้าหมายการประหยัดพลังงานที่ชัดเจน โดยจะมีการประชุมหาข้อสรุปในเร็วๆนี้

จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุม กพช. วันที่ 15 พ.ค.นี้ โดยการอนุรักษ์พลังงานในภาคขนส่งมีความจำเป็นสำหรับประเทศไทย หลังจากที่ผ่านมาการใช้พลังงานในภาคขนส่งของไทย ยังอยู่ในปริมาณสูง และสามารถประหยัดพลังงานได้เพียง 60% จากเป้าหมาย 100%

“กรอบยุทธศาสตร์ฯ จะมีการประสานข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลด้านขนส่ง คือ กระทรวงคมนาคม ผู้รับผิดชอบโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง เพื่อติดตามแผนการก่อสร้าง ช่วงเวลาการใช้พลังงาน เพื่อนำมากำหนดแผนการอนุรักษ์ และกับกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลภาคการขนส่งในภาคอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง ที่ดูแลภาษีรถยนต์ และกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการภาคขนส่ง เพื่อรวบรวมตัวเลขต้นทุนภาคขนส่ง ว่าอัตราการใช้พลังงานสิ้นเปลืองจำนวนเท่าใด”

ทั้งนี้ รายละเอียดที่สำคัญๆที่จะกำหนดในแผนยุทธศาสตร์ มีอาทิ การเตรียมขอรับการจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนจากกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน วงเงิน 500-1,000 ล้านบาท เพื่อใช้สนับสนุนผู้ประกอบการภาคขนส่ง ในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์สำหรับรถยนต์ อาจเป็นการให้เปล่า 20-30% โดยผลิตภัณฑ์ในรถยนต์ตัวแรกที่จะสนับสนุนคือ การปรับเปลี่ยนยางล้อรถยนต์ และคณะกรรมการฯมีแผนจะกำหนดให้ยางล้อรถยนต์ทุกชนิด ต้องติดสติกเกอร์คล้ายกับเครื่องหมายประหยัดพลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และคล้ายกับการติดเครื่องหมาย แสดงค่าประหยัดพลังงาน ในรถยนต์ (อีโค สติกเกอร์) บนรถยนต์ เพื่อแสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ.