สนช.ยันไม่มีตั้งธงสอย “สุรพงษ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264545

ถอดถอนสุรงพษ์, ยัน, ไม่มี, ตั้ง, สอย, สุรพงษ์, สนชยันไม่มีตั้งธงสอย

สนช.ยันไม่มีตั้งธงสอย “สุรพงษ์” ทุกอย่างว่ากันไปตามข้อเท็จจริง

         นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.)กล่าวถึงการพิจารณาถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กรณีการคืนหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบว่า  การถอดถอนนายสุรพงษ์ของสนช.ในครั้งนี้ทำตามหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557กำหนด เมื่อป.ป.ช.ส่งสำนวนถอดถอนมาให้สนช.ก็ต้องดำเนินการขั้นตอนต่อไป หากสนช.ไม่ดำเนินการ จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และสนช.ไม่ได้เร่งรัดถอดถอนนายสุรพงษ์ ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ใช้เวลาเท่ากับคดีถอดถอนทุกคดีที่สนช.พิจารณามาก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า ไม่มีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า หรือมีการล็อบบี้ในการเอาผิด ตนก็ไม่เคยถูกล็อบบี้ ทุกอย่างว่าไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  คดีถอดถอนนายสุรพงษ์ ทางสนช.ได้มีการนััดประชุมในวันที่ 16 มี.ค. เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอน โดยในวันดังกล่าว จะเป็นขั้นตอนการแถลงเปิดสำนวนของทั้ง 2 ฝ่าย คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหา และการแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวนของนายสุรพงษ์ ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งพิจารณาประเด็นที่จะซักถามเพิ่มเติม และตั้งคณะกรรมาธิการซักถามและในวันที่ 29 มี.ค.เป็นการแถลงปิดสำนวนคดี ลงมติถอดถอนหรือไม่ถอนในวันที่ 30 มี.ค.นีี้

ผู้ตรวจการฯ จ่อ ถก ปม ศานิตย์ นั่งที่ปรึกษา ไทยเบฟฯ 14 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264522

คมชัดลึก, ผู้ตรวจการ, จ่อ, ศานิตย์, นั่ง, ที่ปรึกษา, ไทยเบฟ, มีค, ผู้ตรวจการฯ, นั่งที่ปรึกษา, ไทยเบฟฯ

ผู้ตรวจการฯ เผย ได้เอกสารบัญชี ทรัพย์สิน ศานิตย์ ปม ถูกร้องนั่งที่ปรึกษา ไทยเบฟฯ แล้ว จ่อ ชงที่ประชุม 14มี.ค.นี้

          12 มี.ค-. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีเรื่องร้องเรียนว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในอัตราเดือนละ 50,000 บาท ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ส่งข้อมูลมายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว ซึ่งเป็นเอกสารลักษณะเดียวกันกับที่สื่อมวลชนนำเสนอ พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่มาชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารประกอบการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งไม่ใช่เอกสารที่เป็นทางการ ป.ป.ช.จึงไม่มีการตรวจสอบในรายละเอียด เพราะเป็นเอกสารที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ทำชี้แจงรายละเอียดของทรัพย์สินเท่านั้น

ขณะที่การตรวจสอบทรัพย์สินของ ป.ป.ช.เอง ก็ดำเนินการตรวจสอบหลังจากพ้นตำแหน่งแล้ว จึงจะสามารถเทียบเคียงได้ว่ามีทรัพย์สินเพิ่มหรือลดลงอย่างไร และหากมีความน่าสงสัยจึงจะเข้าไปตรวจสอบ

ในรายละเอียดของทรัพย์สิน

นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า หลังจาก ป.ป.ช.ส่งข้อมูลและชี้แจงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องไปดำเนินการในชั้นธุรการ ทั้งการตรวจสอบข้อกฎหมายตามที่ถูกร้องเรียน คือประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดูเอกสารคำชี้แจงของทุกฝ่ายประกอบกัน รวมถึงทำความเห็นประกอบ ก่อนที่จะเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการในชั้นธุรการแล้วเสร็จทันก็อาจจะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาได้เลย

“ไพบูลย์” ชี้ พระธัมมชโย สิ้นอำนาจหลังวัดธรรมกายยอมให้ค้นวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264529

วัดธรรมกาย, ไพบูลย์, ชี้, พระธัมมช, สิ้น, อำนาจ, หลัง, วัด, ธรรมกาย, ยอมให้, ค้น, พระธัมมชโย, ปฎิรูปคณะสงฆ์

“ไพบูลย์” ชี้พระธัมมชโย สิ้นอำนาจหลังวัดธรรมกายยอมให้ค้นวัด ปลุกกระแสสังคม เรียกร้องรัฐ “ปฏิรูปคณะสงฆ์

          นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตราการปกป้องพิทักษ์กิจการพระศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ให้สัมภาษณ์ที่วัดพระธรรมกายได้ยอมให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นวัดพื่อจับกุม พระธัมมชโยอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า นับว่าเป็นการยอมแพ้ของแกนนำการชุมนุมของวัดพระธรรมกายอย่างสิ้นเชิง ที่ไม่กล้าต่อต้านอำนาจรัฐอีกต่อไป แม้ผลการตรวจค้นจะไม่พบตัวของพระธัมมชโยก็ตาม แต่วัดพระธรรมกายก็สิ้นสภาพการเป็นเขตรัฐอิสระที่แกนนำมีแผนจะล่อลวงให้รัฐติดหล่มทั้งหวังให้เกิดการกระทบกระทั่งกับมวลชนในวัด หรือถ่วงเวลาให้ยืดเยื้อเพื่อทำลายเครดิตของคสช จะได้ต่อรองหวังประโยชน์ให้รัฐยุติการดำเนินคดีคดีต่าง

           นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสาเหตุที่แกนนำการชุมนุมวัดพระธรรมกายที่ต้องยอมแพ้นั้น มีผลจากประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการถอดถอนสมณศักดิ์ ของพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ซึ่งติดตามด้วยมาตรการใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21ดำเนินการให้พระทั้งสองรูปจะต้องสละสมณเพศต่อไป เป็นเรื่องที่แกนนำที่เหลืออยู่และพระชั้นปกครองระดับสูงที่แอบคอยให้การช่วยเหลือแกนนำ เกรงกลัวที่สุดว่ามาตรการดังกล่าวจะมาถึงตนเองในลำดับต่อๆไป เพราะแม้แกนนำก่อนหน้านี้จะโดนข้อกล่าวหาความผิดคดีอาญาหลายคดี แต่ก็ยังไม่หวั่นไหวเกรงกลัวถึงขนาดถอดใจยอมแพ้อย่างนี้แต่เมื่อเห็นพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว ผู้นำสุงสุดพบกับชะตากรรมที่ถึงกับจุดจบในชีวิตของการเป็นสมณเพศอย่างที่ปรากฎนั้น จึงทำให้แกนนำวัดธรรมกายที่ยังเหลืออยู่ เกิดความเกรงกลัวว่าตนเองอาจจะต้องพบจุดจบเช่นเดียวกัน จึงยกธงขาวยอมแพ้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นแต่โดยดีดังนั้นบทสุดท้ายที่เป็นบทอวสานจบสิ้นทุกอย่างของพระธัมมชโยจึงมาถึงและสิ้นโอกาสที่จะกลับมามีอำนาจเหนือวัดธรรมกายอีกต่อไป

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมากที่สุด ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในเดือน พฤษภาคม 2559 เพราะถ้าหากวันนั้นเข้ามอบตัว วันนี้เชื่อได้ว่าพระธัมมชโยจะยังทรงอิทธิพลเหนือวัดพระธรรมกายและคณะปกครองสงฆ์อย่างแน่นอนฝ่ายต่อต้านพระธัมมชโยก็จะยังคงเหนื่อยใจไปอีกนาน และอาจจะไม่มีวันเห็นบทจบอวสานดังเช่นวันนี้ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า ตั้งแต่นี้ต่อไปประชาชนทั้งประเทศที่ห่วงใยในพระพุทธศาสนา จะต้องออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐต้องมีการแก้ไขปัญหาพระภิกษุจำนวนมากที่ประพฤติล่วงพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ จนทำให้วัดหลายแห่งมีปัญหาเต็มไปด้วยการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งเรื่องเงินทองทรัพย์สินวัด โดยพระภิกษุเหล่านั้น ดังนั้นคงต้องถึงเวลาที่จะมีการ “ปฎิรูปคณะสงฆ์ ”ขนานใหญ่แล้ว

รัฐบาลตั้ง “กอค.” แก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่ง ทั่ว “กทม.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลโทสรรเสริญ, ตั้งกอค., รัฐบาล, ตั้ง, แก้ปัญหา, ไร้, ที่พึ่ง, ทั่ว, กทม, รัฐบาลตั้ง, กอค, แก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่ง, บิ๊กตู่

“รัฐบาล” ตั้ง “กอค.” จัดระเบียบคนไร้ที่พึ่ง-ขอทาน ทั่ว กทม. เผย”บิ๊กตู่”กำชับเข้มกลุ่มเด็ก หวั่นเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

            พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลจัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขปัญหาคนไร้ที่พึ่งและขอทาน (กอค.) พร้อมจัดชุดปฎิบัติการ 10 ชุด กระจายลงพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดระเบียบขอทานและคนไร้ที่พึ่งอย่างเข้มข้นตลอดเดือนมีนาคม โดยในช่วงวันที่ 1 – 7 มี.ค. ที่ผ่านมา พบขอทาน 58 ราย คนไร้ที่พึ่ง 62 ราย รวม 120 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนต่างด้าว 29 ราย

พลโท สรรเสริญ  กล่าวว่า  จากนี้จะนำคนขอทานและคนไร้ที่พึ่งเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ บ้านมิตรไมตรี กทม. และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นนทบุรี โดยหากเป็นคนไทยจะได้รับการบำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ ตรวจสอบปัญหาเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างตรงจุด เสริมสร้างความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ ให้สามารถหารายได้เลี้ยงตนเองและกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ หากพบเป็นผู้ป่วยจิตเวชจะถูกส่งไปยังสถานพยาบาลเฉพาะทาง ส่วนผู้ที่เป็นคนต่างด้าวจะดำเนินการส่งกลับประเทศ  ซึ่งนายกรัฐมนตรี กำชับให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษกับกลุ่มขอทานเด็ก ซึ่งอาจเป็นเหยื่อในกระบวนการค้ามนุษย์ และขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นขอทานหรือคนไร้ที่พึ่ง สามารถแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“นายกฯ ย้ำว่า การจัดระเบียบขอทานและคนไร้ที่พึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง จึงฝากให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ บรูณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยเพื่อทำงานในเชิงป้องกัน และแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาซึ่งมีหลายมิติ เช่น การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การติดยาเสพติด ความตึงเครียดจากสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว การตั้งครรภ์ไม่พร้อม เป็นต้น หากครอบครัวมีความอบอุ่นเข้มแข็งและสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ก็จะช่วยลดจำนวนคนหนีออกจากบ้านได้มากขึ้น”พลโท สรรเสริญ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 11 แห่ง มีสมาชิกอาศัยพึ่งพิงอยู่ 4,334 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และผู้ป่วยทางจิตเวช

“องอาจ” จี้รัฐบาลเอาจริงภาษีขายหุ้นชินคอร์ป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264462

ปชป., ภาษีหุ้นชินคอร์ป, องอาจ, จี้, รัฐบาล, เอาจริง, ภาษี, ขาย, หุ้นชินคอร์ป

ปชป.กระทุ้งรัฐบาล เรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป อย่าปล่อยเป็นคลื่นกระทบฝั่ง

            นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือแจ้งเตือนสรรพากรให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปให้เรียบร้อยก่อนคดีจะขาดอายุความ

ในวันที่ 31 มีนาคม 2560  ว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบเรื่องนี้ ว่าทำไมกรมสรรพากร  กระทรวงการคลัง  ถึงปล่อยให้เรื่องนี้ล่วงเลยมาถึง 5 ปีจนคดีจะขาดอายุความปลายเดือนนี้  และควรเร่งหามาตรการในการเรียกเก็บภาษีเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปนี้ให้ได้  รัฐบาลควรทำความจริงให้กระจ่างในประเด็นต่างๆ ที่สังคมคลางแคลงสงสัย คือ1.ทำไมกรมสรรพากรไม่ออกจดหมายเรียกผู้เสียภาษีมาไต่สวนภายใน 5 ปีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร.2. ถ้ากรมสรรพากรออกจดหมายเรียกผู้เสียภาษีมาไต่สวนก่อนคดีขาดอายุความ จะทำให้สามารถประเมินภาษีได้ต่อไปอีกหรือไม่3. ถ้าคดีขาดอายุความ ใครจะรับผิดชอบ จะถือว่ามีความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

” ถ้ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้  ก็จะมีส่วนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากขึ้น  แต่ถ้ารัฐบาลปล่อยให้เรื่องนี้เป็นคลื่นกระทบฝั่ง  ก็จะมีผลกระทบต่อรัฐบาลในแง่ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส ตามมาอย่างแน่นอน”นายองอาจ กล่าว

โปรดเกล้าฯโผทหารกลางปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264408

คมชัดลึก, โผทหาร, โปรดเกล้าฯ, ทหาร, กลางปี

โปรดเกล้าฯโผทหารกลางปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี  เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ  โดยมีความว่า

มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณดังต่อไปนี้

สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๑. พลเอก วิทยา จินตนานุรัตน์ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็น ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๒. พลเอก พนัส แสนสมบัติ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๓. พลโท ณัฐ อินทรเจริญ รองเสนาธิการทหารบก

เป็น หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

๔. พลเรือโท เอกศักดิ์ ทุกข์สูญ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเรือเอก)

๕. พลอากาศโท อรณพ เมนะรุจิ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลอากาศเอก)

๖. พลโท ณรงค์ อุทะนุต ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๗. พลโท เนรมิตร มณีนุตร์ รองผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกัน

ประเทศและพลังงานทหาร เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๘. พลโท จิระพันธ์ มาลีแก้ว รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำผู้บังคับบัญชา เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๙. พลโท ถนอม สุภาพร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๑๐. พลโท ราชันย์ จารุวรรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๑๑. พลโท ชัยวัฒน์ จำรัส ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๑๒. พลโท นิตินัย ภีมะโยธิน ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลเอก)

๑๓. พลโท ภาณุพล บรรณกิจโศภน เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การ

อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร เป็น รองผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

และพลังงานทหาร

๑๔. พลโท ชมพล อามระดิษ เจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม

เป็น เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร

๑๕. พลตรี เกรียงไกร สุบิน ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม

๑๖. พลอากาศตรี พรต ลีรพันธุ์ ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม

๑๗. พลเรือตรี สหพงษ์ เครือเพ็ชร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร

กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม เป็น ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๑๘. พลตรี สมเกียรติ สืบปรุ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๑๙. พลอากาศตรี ฐิต มะม่วงแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๒๐. พลตรี ปรีชา สายเพ็ชร รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม

เป็น เจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม

๒๑. พลตรี วินัย คำชุ่ม ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)

๒๒. พลตรี ชูศิลป์ งามประสิทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)

๒๓. พลตรี ปริญญา สถิตนิมานการ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลโท)

๒๔. พลอากาศตรี สมชาย สังขมณี ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พลอากาศโท)

๒๕. พลตรี จิรวิทย์ เดชจรัสศรี ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม

๒๖. พันเอก นพพร มากเมือง เป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

๒๗. พันเอก รักเกียรติ พันธุ์ชาติ เป็น ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม

๒๘. พันเอก สิปปภณ มีแก้ว เป็น ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม

๒๙. นาวาอากาศเอก จำรูญเกียรติ ลีลเศรษฐพร เป็น ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๐. พันเอก ณัฏฐพล จันทร์สอกลิ่น เป็น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร

กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

๓๑. พันเอก นันทวี ณ สงขลา เป็น ผู้ชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๒. นาวาอากาศเอก ทิพชัย ทิพยุทธ์ เป็น ผู้ชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๓. พันเอก กฤษดา นิยมวิทย์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๔. พันเอก คมศักดิ์ สาตรพันธุ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๕. พันเอก จุลสีห์ บูรณะสัมฤทธิ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๖. พันเอก ฉลองรัฐ แต่งตั้ง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๗. พันเอก เฉลิมพล สานุสันต์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๘. พันเอก ชูเดช จันทนวงษ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๓๙. พันเอก ดนัย บุญตัน เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๐. พันเอก ศุภชัย อินทรารุณ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๑. พันเอก ศักดิ์ชัย ขำแป้ง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๒. พันเอก สรศิริ ปริญญานันท์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๓. พันเอก อนุรักษ์ ทับคล้าย เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๔. นาวาเอก กฤติธร ธีรานุตร เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๕. นาวาอากาศเอก ภักดิพงศ์ อุบลรัตน์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

๔๖. พันเอกหญิง จรัสพรรณ ทัตตานนท์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

กองบัญชาการกองทัพไทย

๔๗. พลเอก ธนรัชฏ์ หิรัญบูรณะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๔๘. พลโท จำนงค์ จันพร รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการ

อันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๔๙. พลโท สมชาย ว่องไวพานิช ที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๕๐. พลโท วชิระ เกียรตินันทน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๕๑. พลโท วีระยุทธ ม่วงปิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๕๒. พลโท นเรศ สุขตระกูล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๕๓. พลโท กิตติภพ มนูญนิมิตร ที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๕๔. พลโท ทรงศักดิ์ สหสมโชค ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก)

๕๕. พลโท ธนะ เชียงทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง

๕๖. พลโท สุทัศน์ จิตต์โสภา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น เจ้ากรมการสื่อสารทหาร

๕๗. พลโท พิเชฏฐ์ แย้มแก้ว เจ้ากรมการสื่อสารทหาร

เป็น ที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย

๕๘. พลโท ปวีณ สิกขะมณฑล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๕๙. พลตรี ศิรัส แก้วสนธิ ผู้อำนวยการสำนักกิจการชายแดนกับประเทศ

เพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร เป็น ที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย

๖๐. พลตรี กฤศมน นาคสุวรรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๑. พลตรี นรชัย วงษ์ดนตรี ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๒. พลตรี รังรักษ์ คำภานุช ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๓. พลตรี ศิริชัย ศศิวรรณพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๔. พลตรี สนธิ นวกุล รองผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๕. พลตรี ดุษฎี อินทรพล ผู้ชำนาญการกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๖. พลอากาศตรี ปกรณ์รฐนนท์ ทิพย์พิทักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลโท)

๖๗. พลอากาศตรี นพรัตน์ จรรยาสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย

เป็น รองผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย

๖๘. พลตรี ณัฐพล สมประสงค์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๖๙. พลตรี ธีรสาสน์ แสงแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๐. พลตรี ภิญโญ คัมภีร์พันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๑. พันเอก วัฒนะ พลจันทร์ เป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย

๗๒. พันเอก ณัฐพัชร์ หลักทรัพย์ เป็น ผู้อำ นวยการสำนักกิจการชายแดน

กับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร

๗๓. พันเอก ศักดา ดีเดชา เป็น ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

(อัตรา พลตรี)

๗๔. นาวาเอก ยงยุทธ สุวรรณปรีดี เป็น ผู้ชำนาญการกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๕. พันเอก พิศนุ พงษ์ศรานันท์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๖. พันเอก นำพล ทองสุก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๗. พันเอก ดำรง สุ่มสังข์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๘. พันเอก ณัฐพงษ์ มงคลนัฎ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๗๙. พันเอก สุชาติ แดงประไพ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๘๐. พันเอก กฤติกร รัสมิภูตานนท์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๘๑. พันเอก เชย์ฐิไชย วงษ์ถนอม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๘๒. นาวาเอก ปัญญา เปรมปรีดิ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๘๓. นาวาอากาศเอก ชูฤทธิ์ เกริกสกุล เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๘๔. นาวาอากาศเอก ไชยเดช จุลเปมะ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

๘๕. นาวาอากาศเอก ปราการ ฉัตรชัยการ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย

กองทัพบก

๘๖. พลโท ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๘๗. พลโท วิบูลย์พงศ์ อินทะพงษ์ รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำผู้บังคับบัญชา เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๘๘. พลโท กัมพล ดิษฐคำเริง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๘๙. พลโท การุญ รัตนสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๐. พลโท โกญจนาท ศุกระเศรณี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๑. พลโท นิรุทธ เกตุสิริ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๒. พลโท บรรณวัฒน์ มาโกมล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๓. พลโท พันธ์ยศ พันธ์เพิ่มศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๔. พลโท มนตรี กำแพงเศรษฐ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๕. พลโท เมตไตรย เจษฎาฉัตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๖. พลโท วรรณวสิษฐ วงศ์ไทย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๗. พลโท วิษณุ ไตรภูมิ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๘. พลโท อธิวุฒิ เขียนวิจิตร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๙๙. พลโท อรุณนิวัช ช้างใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก)

๑๐๐. พลโท ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก

เป็น รองเสนาธิการทหารบก

๑๐๑. พลโท สาโรช เขียวขจี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

เป็น เจ้ากรมแพทย์ทหารบก

๑๐๒. พลโท ขัตติยะ อุ่นอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๐๓. พลโท พรชัย ขาวสบาย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๐๔. พลโท พิชญ์ โชติสุต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๐๕. พลโท พูนศักดิ์ คัมภีร์พันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๐๖. พลโท สมนึก ฉันทะ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๐๗. พลตรี ธเนศ กาลพฤกษ์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก

เป็น เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก

๑๐๘. พลตรี สายัณห์ สวัสดิ์ศรี รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก

เป็น ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

๑๐๙. พลตรี กิติศักดิ์ บัวสถิตย์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

เป็น ที่ปรึกษากองทัพบก

๑๑๐. พลตรี ไพโรจน์ ทองมาเอง รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เป็น รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

๑๑๑. พลตรี ชาญชลิต พนมสารนรินทร์ รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก

เป็น รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

๑๑๒. พลตรี ประชุม กรุดสาท รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัย

ทางอากาศกองทัพบก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๓. พลตรี ดนัย กฤตเมธาวี ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๔. พลตรี วีรยุทธ วุฒิศิลป์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๕. พลตรี ชาญชัย ว่านเครือ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๓

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๖. พลตรี อำนวย จุลโนนยาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๔

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๗. พลตรี เกียรติศักดิ์ ดวงแดง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๙

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๘. พลตรี อุดมวิทย์ อโนวัลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๔๔

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๑๙. พลตรี โภชน์ นวลบุญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๔๖

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๐. พลตรี เดชดนัย แสนรักษ์ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

สำนักงานผู้บังคับบัญชากองทัพบก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๑. พลตรี สุรศักดิ์ ประชุมญาติ ผู้ชำนาญการกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๒. พลตรี ไกรวัชร ธีรเนตร ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๓. พลตรี เจตน์พัธน์ ศรีวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๔. พลตรี ชนาธิป บุนนาค ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๕. พลตรี ชัยชุมพล สุวรรณเตมีย์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๖. พลตรี ดำรงเทพย์ บุนนาค ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๗. พลตรี ทนง น้ำวล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๘. พลตรี นฤดล ประภาวัต ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๒๙. พลตรี นิรันดร์ พิพิธกุล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๓๐. พลตรี ประสิทธิชัย ชินวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๓๑. พลตรี รังสรรค์ ฤทธิ์ประเสริฐ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๓๒. พลตรี วิศาล ศรีโพธิ์ทองนาค ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๓๓. พลตรี สุรชัย สินไชย ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

๑๓๔. พลตรี สมศักดิ์ สมรักษ์ ผู้อำ นวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการ

พลเรือนทหารบก เป็น รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก

๑๓๕. พลตรี สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ ๑

เป็น รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

๑๓๖. พลตรี ลือเดช แสงชาติ ผู้บัญชาการศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ

กองทัพบก เป็น รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก

๑๓๗. พลตรี ศรชัย กาญจนสูตร ผู้บัญชาการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์

สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก เป็น รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก

๑๓๘. พลตรี สุรเดช จารุจินดา ผู้อำ นวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์

การแพทย์ทหาร กรมแพทย์ทหารบก เป็น รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก

๑๓๙. พลตรี สุขุม สุขศรี เสนาธิการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

เป็น รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

๑๔๐. พลตรี วันชาติ ผลไพบูลย์ ผู้ช่วยหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำผู้บังคับบัญชา เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า

๑๔๑. พลตรี บัญชา รักซื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

เป็น ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ ๔

๑๔๒. พลตรี อัครเดช บุญเทียม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๕

เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๓

๑๔๓. พลตรี กนก ภู่ม่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๙

เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๔

๑๔๔. พลตรี ภาณุวัฒน์ เหนียวแน่น เสนาธิการกองทัพน้อยที่ ๓

เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๙

๑๔๕. พลตรี บัณฑิต สุวัฑฒน เสนาธิการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ

กองทัพบก เป็น ผู้บัญชาการศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก

๑๔๖. พลตรี ธวัชชัย มาชมสมบูรณ์ ผู้บัญชาการศูนย์อุตสาหการสรรพาวุธ

กรมสรรพาวุธทหารบก เป็น ผู้บัญชาการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก

๑๔๗. พลตรี พีระพล ปกป้อง เสนาธิการศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

เป็น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กรมแพทย์ทหารบก

๑๔๘. พลตรี สวัสดิ์ ชนะจิตราสกุล ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการ

ทหารบก เป็น ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารบก

๑๔๙. พลตรี ชนาวุธ บุตรกินรี ผู้อำนวยการสำนักฝึกและศึกษาทางทหาร

กรมยุทธการทหารบก เป็น ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารบก

๑๕๐. พลตรี อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้อำ น ว ย ก า ร สำ นัก น โ ย บ า ย แ ล ะ แ ผ น

กรมยุทธการทหารบก เป็น ผู้อำนวยการสำนักฝึกและศึกษาทางทหาร กรมยุทธการทหารบก

๑๕๑. พลตรี ธานินทร์ สุวรรณคดี ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ ๔

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๕๒. พลตรี มานพ แฝดกลาง ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๕๓. พลตรี วินัย เกตุสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๕๔. พลตรีหญิง รัตตินันท์ นวลสุวรรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๕๕. พันเอก ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง เป็น ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ ๑

๑๕๖. พันเอก สุเทพ นพวิง เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ

๑๕๗. พันเอก พิเชษฐ์ อาจฤทธิรงค์ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๕

๑๕๘. พันเอก สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๙

๑๕๙. พันเอก ฐิติ ติตถะสิริ เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๔๔

๑๖๐. พันเอก จตุพร กลัมพสุต เป็น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๔๖

๑๖๑. พันเอก ชัชวาล บูรณรัช เป็น เสนาธิการศูนย์อำ นวยการแพทย์

พระมงกุฎเกล้า

๑๖๒. พันเอก นภดล ศรีตระกูล เป็น ผู้บัญชาการศูนย์อุตสาหการสรรพาวุธ

กรมสรรพาวุธทหารบก

๑๖๓. พันเอก นพพร ดุลยา เป็น เสนาธิการหน่วยบัญชาการป้องกันภัย

ทางอากาศกองทัพบก

๑๖๔. พันเอก ปัญญา ตุรงค์เรือง เป็น เสนาธิการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

๑๖๕. พันเอก ชัยเดช สุรวดี เป็น เสนาธิการกองทัพน้อยที่ ๓

๑๖๖. พันเอก พิเศษ ศิริเกษม เป็น ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการ

พลเรือนทหารบก

๑๖๗. พันเอก ไตรรงค์ ทองเนื้อสุก เป็น ผู้อำนวยการสำนักการฝึก กรมยุทธศึกษา

ทหารบก

๑๖๘. พันเอก พีรพงศ์ ไวกาสี เป็น ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรมยุทธศึกษา

ทหารบก

๑๖๙. พันเอก พงศ์พันธุ์ สายทิพย์วดี เป็น ผู้ช่วยหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำผู้บังคับบัญชา

๑๗๐. พันเอก ธงชัย รอดย้อย เป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ

ผู้บังคับบัญชา สำนักงานผู้บังคับบัญชากองทัพบก (อัตรา พลตรี)

๑๗๑. พันเอก เจตน์ทัศพงศ์ ทัพวนานต์ เป็น ผู้ชำนาญการกองทัพบก

๑๗๒. พันเอก วสพล สายเสริมศักดิ์ เป็น ผู้ชำนาญการกองทัพบก

๑๗๓. พันเอก สิงหา สุทธิสมณ์ เป็น ผู้ชำนาญการกองทัพบก

๑๗๔. พันเอก การุณ โพธิ์วิเชียร เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๗๕. พันเอก คมณัฐ ป้อมสุข เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๗๖. พันเอก จักรพงษ์ กระจ่างพุ่ม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๗๗. พันเอก เฉลิม เรืองทอง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๗๘. พันเอก ธนาอัศม์ จงใจรักษ์โกเศส เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๗๙. พันเอก ธวัชชัย รักอาชีพ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๐. พันเอก นริศ ขาวเกตุ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๑. พันเอก เนาวรัตน์ อาจฤทธิ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๒. พันเอก บรรจุ ต่ายทอง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๓. พันเอก ปรีดา บุตราช เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๔. พันเอก พงษ์เทพ ประกอบศุขราษฎร์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๕. พันเอก พร้อมพงศ์ สุทธิวรวรรณ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๖. พันเอก ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๗. พันเอก ภูมิจิตช์ ภูธรใจ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๘. พันเอก มนูญศิริ โสรัตน์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๘๙. พันเอก มานพ มาพิทักษ์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๐. พันเอก เรืองฤทธิ์ บุญยงค์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๑. พันเอก วชิรา บุญเอี่ยม เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๒. พันเอก เศรษฐวัชร์ จันทร์เด่นแสง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๓. พันเอก สมควร วงษ์เวียงจันทร์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๔. พันเอก สรพจน์ เล็บสิงห์ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๕. พันเอก สีหเดช ดีสนธิโชติ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๖. พันเอก สุบรรณ ดวงดี เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๗. พันเอก อำนาจ จำนงค์ทรง เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๘. พันเอก ทศพร รื่นเริงใจ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๑๙๙. พันเอก สุธินันท์ ณ นคร เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๒๐๐. พันเอก อภิชัย ลีละสิริ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

๒๐๑. พันเอกหญิง ปริยานุช เรืองศรี เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

กองทัพเรือ

๒๐๒. พลเรือโท สุทธินันท์ สกุลภุชพงษ์ เจ้ากรมอู่ทหารเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๓. พลเรือโท สุรพงษ์ อำนรรฆสรเดช รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๔. พลเรือโท อธินาถ ปะจายะกฤตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๕. พลเรือโท ปัญญา เล็กบัว รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๖. พลเรือโท สุธีพงศ์ แก้วทับ รองเสนาธิการทหารเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๗. พลเรือโท อดิเรก ชมภูนุช เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๘. พลเรือโท ปรีชา พงศ์สุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๐๙. พลเรือโท อารักษ์ แก้วเอี่ยม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก)

๒๑๐. พลเรือโท นฤดม แป้นเจริญ รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ

ประจำผู้บังคับบัญชา เป็น รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ

๒๑๑. พลเรือโท พัลลภ ทองระอา เจ้ากรมกำลังพลทหารเรือ

เป็น รองเสนาธิการทหารเรือ

๒๑๒. พลเรือโท มิ่ง อิ่มวิทยา ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

เป็น เจ้ากรมอู่ทหารเรือ

๒๑๓. พลเรือโท สมหมาย วงษ์จันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

เป็น เจ้ากรมกำลังพลทหารเรือ

๒๑๔. พลเรือโท เผดิม เนินฉาย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

เป็น ที่ปรึกษากองทัพเรือ

๒๑๕. พลเรือตรี สุรวิทย์ อาษานอก ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๑๖. พลเรือตรี ธีระพงษ์ มูลละ รองผู้อำนวยการอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า

กรมอู่ทหารเรือ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๑๗. พลเรือตรี พร้อมสรรพ์ วุฑฒกนก เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ

เป็น รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ

๒๑๘. พลเรือตรี เธียรศิริ มนต์ไตรเวศย์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๑๙. พลเรือตรี บรรพต เกิดภู่ เจ้ากรมจเรทหารเรือ

เป็น รองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา

๒๒๐. พลเรือตรี รัษฎางค์ ธีรเนตร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

เป็น เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

๒๒๑. พลเรือตรี เกรียงเดช รัตนปัญญากุล รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๒๒. พลเรือตรี ยุจ พิจิตรชุมพล รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๒๓. พลเรือตรี ทินกร ตัณฑากาศ รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๒๔. พลเรือตรี มงคล สุคนธเคหา รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๒๕. พลเรือตรี เสริมยศ กุลอาจยุทธ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ

เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือโท)

๒๒๖. พลเรือตรี อาคม แตงอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ

เป็น รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓

๒๒๗. พลเรือตรี ชาลี มนต์ไตรเวศย์ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑

เป็น รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือ

๒๒๘. พลเรือตรี นพดล ปัญญาโฉม เสนาธิการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

เป็น รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

๒๒๙. พลเรือตรี ศังกร พงษ์ศิริ ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการ

นาวิกโยธิน เป็น รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

๒๓๐. พลเรือตรี พิสัย สุขวัน รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓

เป็น ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน หน่ว

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “เจ๊ยุ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ในหลวงพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “เจ๊ยุ” คสช. – คนการเมือง – สื่อ พรึ่บร่วมงาน

เมื่อเวลา 17.00 น.ที่ศาลา 10 วัดโสมนัสราชวรวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานพิธีสวดพระอภิธรรมศพนางยุวดี ธัญญสิริ ภริยาพล.อ.ศิริชัย ธัญญสิริ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาลซึ่งทางสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มูลนิธิอิศรา อมันตกุลและองค์กรสื่อร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอธิธรรมศพคืนแรกในเวลา 18.00 น. โดยมีกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 12 – 17 มีนาคม เวลา 18.30 น. และพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 19 มีนาคมในเวลา 14.00 น.

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าร่วมรดน้ำศพด้วย นอกจากนี้ยังมีคณะรัฐมนตรีหลายคนมาร่วมงาน อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรณธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงข้าราชการทหาร ตำรวจรวมถึงอดีตนายกฯ และนักการเมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาและบรรดาบรรณาธิการสำนักพิมพ์และผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักเข้าร่วมพิธีด้วยความโศกเศร้า

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมเครื่องประดับเกียรติยศ แก่นางยุวดี

จี้รัฐยุติโครงการ “แลนด์บริดจ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264391

คมชัดลึก, โครงการพัฒนาเศรษฐกิจใต้, นักอนุรักษ์ใต้, จี้, รัฐ, ยุติ, โครงการ, แลนด์, บริดจ์, จี้รัฐยุติโครงการ, แลนด์บริดจ์, เดินด้วยรัก จากภูผา ถึงทะเล

กลุ่มอนุรักษ์สตูล-สงขลา จัดเดินทางไกล ต้านโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต

เมื่อวันที่ 11 ผู้สื่อข่าวรายงานเฟซบุ๊ค เจ้าของชื่อ บรรจง นะแส เดินค้าท่าเรือปกาบา ได้โพสต์ข้อความการจัดกิจกรรม “เดินด้วยรัก จากภูผา ถึงทะเล”การเดินทางไกล 101 กิโลเมตร  ของสมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ร่วมกับเครือข่ายประชาชนที่เห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตชุมชน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล หยุดการดำเนินการ โครงการสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล, โครงการท่าเรือน้ำลึก, การให้สัมปทานแร่หินอุตสาหกรรมก่อสร้าง และให้รัฐบาลปฏิบัติตามกรอบ“ข้อตกลงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ที่ได้ร่วมลงนามกับ 189 ประเทศในการประชุมองค์การสหประชาชาติเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา

โดยเนื้อหาได้อ้างถึง ความเดือดร้อนของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของภาครัฐ จากแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลา-สตูล นโยบายชุดโครงการสะพานเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงทะเลอันดามันและอ่าวไทย เรียกสั้นๆว่า แลนด์บริดจ์ สงขลา-สตูล ประกอบด้วย โครงการท่าเรือน้ำลึกสองฝั่ง โดยฝั่งอ่าวไทย มีท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ฝั่งอันดามัน ท่าเรือน้ำลึกปากบารา อ.ละงู จ.สตูล โดยมีรถไฟรางคู่ขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือทั้งสอง มีคลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน ท่อส่งก๊าซ นิคมอุตสาหกรรมทั้งสองฝั่ง โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา สายส่งไฟฟ้าแรงสูงผ่านเขตป่าอนุรักษ์ผาดำ จ.สงขลา ถึง จ.สตูล

ทั้งนี้ชุดโครงการแลนด์บริดจ์ฯ  มีความต้องการใช้ทรัพยากร หิน ทราย ดิน และน้ำ ในการดำเนินการก่อสร้างและสนับสนุนระบบอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และพบว่ามีการเร่งดำเนินการขอประกาศแหล่งหินและขอสัมปทานเหมืองหินใหม่ อย่างน้อย 3 แหล่งในพื้นที่จังหวัดสตูลที่ เขาโต๊ะกรัง เขาบังใบ เขาลูกเล็กลูกใหญ่ เพื่อใช้ในโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา รวมทั้งความต้องการใช้แหล่งหินอุตสาหกรรมจากภูเขาจำนวนมากถึง 8 ลูก มีการใช้ทราย จากแหล่งทรายใน ต.บ่อเจ็ดลูก และบ้านหัวหิน ต.ละงู จ.สตูล รวมถึง บ่อดินลูกรังย่อยอีกหลายจุดที่จะนำไปใช้ในโครงการฯนี้ อ่างเก็บน้ำอีกหลายพื้นที่ จะเกิดขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แนวทางการพัฒนาของรัฐรูปแบบนี้ ที่เน้นตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) และการพัฒนาที่เน้นความเจริญด้านอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในช่วง 5 ทศวรรษ ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผลปรากฏชัดเจนว่า ก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำลายวิถีชีวิตชุมชน ภาคการเกษตร และเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยเป็นอย่างมาก

ม.77 ไม่ทำให้กฎหมายลูกล่าช้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264389

คมชัดลึก, ไม่ทำกฎหมายลูกล่าช้า, ม.77, พีระศักดิ์ พอจิต, ม77, ไม่, ทำให้, กฎหมาย, ลูก, ล่าช้า, พีระศักดิ์

“พีระศักดิ์ “ม.77 ไม่ทำให้กม.ลูกล่าช้า เหตุ กรธ.ทำตามรธน.แล้ว พร้อมกำชับสมาชิกบริหารเวลาประชุมสนช.

ายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 กล่าวถึงกระบวนการร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ว่า สนช.เตรียมพร้อม โดยเฉพาะมาตรา77 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญใหม่ เรื่องรับฟังความเห็นซึ่งกฎหมายลูกทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้ดำเนินการแล้วก่อนส่งมาที่สนช. ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้เป็นทางการแล้ว กรธ.ส่งร่างกฎหมายมา เราไม่ต้องไปทำซ้ำในสิ่งที่ กรธ.ทำไปแล้ว สนช.เพียงมีหน้าที่ดูว่าสิ่งที่กรธ.ทำ ครบถ้วนหรือไม่ มาตรา 77 วรรค 2 ส่วนจะกระทบกับกฎหมายเดิมที่ค้างการพิจารณาอยู่ในชั้นสนช. เช่น กฎหมายปิโตรเลียม กฎหมายเกษตรพันธสัญญา ขณะนี้สนช.กำลังเร่งทำให้เสร็จ

“คนเกรงว่า สนช.จะดึงกฎหมายลูก ขอให้สบายใจ ทุกฝ่ายรู้หน้าที่ตัวเอง และม77 ของรธน.ฉบับใหม่ก็จะไม่ทำให้กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ ล่าช้าส่วนตัวก็ไม่คิดจะดึง ไม่ชอบหมกเม็ดอยู่แล้วด้วย และสนช.เอง ก็หารือเตรียมพร้อมอยู่ตลอด “นายพีระศักดิ์ กล่าว

นายพีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในรอบ 90 วันนี้ สนช.พยายามกำชับสมาชิกให้มาลงมติการประชุมเกินครึ่งของจำนวนการลงมติ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี คึกคักเพราะเราพยายามกระตุ้น ช่วยกันบริหารเวลา จะแจ้งสมาชิกเรื่องการลงมติล่วงหน้าได้จัดระเบียบ เรื่องการลงมติกฎหมายสำคัญจะบรรจุไว้ช่วงบ่ายของการประชุมวันพฤหัส ส่วนวันศุกร์เป็นเรื่องกระทู้ เพื่อช่วยให้สมาชิกไปจัดลำดับการทำหน้าที่ของตนเองได้

ระงับศึกษากม.จัดการทรัพย์สินพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264377

คมชัดลึก, กฎหมายทรัพย์สินพระ, กมธ.ศาสนา, ระงับ, ศึกษา, จัดการ, ทรัพย์สิน, พระ

– กมธ.ศาสนาฯสนช.สั่งระงับศึกษากม.จัดการทรัพย์สินพระ ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยันไม่เกี่ยวพระธรรมกาย

  พล.อ.อ.อาคม กาญจนหิรัญ รองประธานคณะทำงานปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่นายจรัญ ภักดีธนากุล คณะทำงานปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เสนอเรื่องไปยังประธานสนช.เพื่อให้มีการแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2 มาตราที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพย์สินของวัดและพระสงฆ์ ซึ่งประธานสนช.ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการศาสนาฯพิจารณา และได้มีการตั้งคณะทำงานที่มีนายสมพร เทพสิทธา เป็นประธานขึ้นมาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ซึ่งคณะทำงานได้มีการประชุม 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติใดๆ ปรากฏว่ามีการนำเสนอข่าวทำนองว่าสนช.เตรียมแก้ไขพ.ร.บ.สงฆ์ ทำให้ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมาธิการฯเห็นว่าข่าวดังกล่าวประสงค์ร้ายต่อ สนช.เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและร้ายแรงต่อสังคมส่วนใหญ่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสนช. จะกลายเป็นไปสุมไฟมากขึ้น จึงสั่งให้ระงับการพิจารณาศึกษาไว้ก่อน ถึงแม้คณะทำงานจะมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาศึกษาก็ตาม แต่เรื่องดังกล่าวเป็นไปไม่ได้เพราะเกี่ยวกับการเงินต้องผ่านความเห็นชอบรัฐบาล คณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน สนช.ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที อีกทั้งนี้ยืนยันว่าเรื่องที่คณะทำงานศึกษาเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายใดๆทั้งสิ้น ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องที่ลูกศิษย์หลวงตามหาบัวทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภา ระงับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สงฆ์(ฉบับมหาคณิสสร) เพราะเป็นการเหยียบย่ำพระธรรมวินัยและราชประเพณีร้ายแรงนั้น เห็นในข่าวเท่านั้น แต่ทางกรรมาธิการยังไม่ได้รับเรื่องใดๆทั้งสิ้น