“ดีเอสไอ”ตอบมวยล้มต้มคนดูหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264365

คมชัดลึก, มวยลมต้มคนดู, พ.อ.ปิยพงศ์, คสช., ธรรมาย, ดีเอสไอ, ตอบ, มวยล้ม, ต้ม, คนดู, หรือไม่

คสช.เล็งลดกำลังทหาร ให้ สนง.พุทธศาสนา จัดระเบียบวัดธรรมกาย

เมื่อวันที่ 11 พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าว ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย หลังไม่พบตัว พระไชยบูลย์ ว่า โดยหลักการแล้ว ดีเอสไอ ต้องสรุปรายงานผลการปฏิบัติ เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ตามคำสั่งที่5/2560 ว่า ตามที่หัวหน้า คสช.มีคำสั่งที่ 5/2560 เพื่อให้บูรณาการตรวจค้น ติดตามจับกุมผู้ที่มีหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร เมื่อดำเนินการตรวจค้นแล้ว เสร็จหรือไม่อย่างไรในฐานที่ ดีเอสไอ เป็นหัวหน้าทีมดำเนินการตามคำสั่ง ตามอำนาจที่มีอยู่ ต้องสรุปรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจา ว่าการตรวจค้นวัดพระธรรมกายตลอด 23 วันที่ผ่านมา ในทุกพื้นที่ไม่พบผู้มีหมายจับ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในภายภาคหน้า และในพื้นที่วัดพระธรรมกายที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุม ดีเอสไอ ต้องมีข้อเสนอให้หัวหน้า คสช.พิจารณาว่าจะดำเนินอย่างไรต่อไป จะต้องยกเลิก ม.44 หรือปรับลดกำลัง เชื่อว่าต้องพิจารณารอบคอบอีกครั้งในเร็ววันนี้

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าขณะนี้กำลังทหาร 15 กองร้อย จำนวน 1,350 นาย ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นมวยล้มต้มคนดูนั้น เรื่องดังกล่าวต้องให้ ดีเอสไอ เป็นผู้ตอบ เพราะเป็นผู้ปฏิบัติและบูรณาการกำลังตามคำสั่ง รวมถึงวางแผนในการตรวจค้นติดตามจับกุม เนื่องจากพื้นที่ภายในวัดอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ  และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนทหารอยู่ในพื้นที่รอบนอก ทหารไม่เห็นอะไร ถ้าถามว่ามีการตรวจค้นครบทุกพื้นที่ มีความละเอียด รอบคอบ สมบูรณ์ตามที่ได้วางแผนหรือไม่ กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องเป็นผู้ตอบ

พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการวัดพระธรรมกายต่อจากนี้ไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ทั้งสองหน่วยงานจะมีการประชุมและพิจารณาว่า หลังจากนี้การดูแลทั้งผู้ปฏิบัติธรรมและพระที่ต้องอยู่ในวินัยของสงฆ์ กฎหมายของสงฆ์ หลักธรรมคำสั่งสอนที่ควรจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมถูกต้อง ตามหลักพระพุทธศาสนาจะดำเนินการอย่างไร มีใครเข้ามาดูแลและสานต่องานเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้มีความเจริยก้าวหน้า ถูกต้องตรงตามหลักคำสอน

ขณะที่ พ.อ.วินธัน สุวารี โฆษก คสช. ยืนยันว่า จะต้องมีการปรับลดกำลังทหาร เพื่อลดระดับออกจากพื้นที่รอบๆวัดธรรมกาย แต่จะเป็นจำนวนเท่าไหร่ กี่กองร้อย ยังไม่ได้ระบุถึงตัวเลข ขึ้นอยู่กับ ดีเอสไอ ต้องประเมินสถานการณ์ว่าสถานการณ์ในขณะนี้มีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหารเท่าไหร่ เพื่อให้เหมาะสมกับปริมาณงาน

คิวต่อไปกลุ่มภาคสังคม“ถกปรองดอง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264339

คมชัดลึก, ภาคสังคม, พล.อ.ชัยชาญ, คิว, ต่อไป, กลุ่ม, ภาค, สังคม, ปรองดอง, ถกปรองดอง, ปลัด กห

“ปลัด กห.”พอใจ พรรคการเมืองให้ข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์

เมื่อวันที่ 11มีนาคม พล..ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวถึงความคืบหน้ารับฟังข้อเสนอแนะแนวทางปรองดองของพรรคการเมืองต่างๆ ว่า ในสัปดาห์หน้าการรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนพรรคการเมืองใกล้ครบแล้ว กระบวนการต่อไปจะเชิญกลุ่มการเมืองเข้าร่วมเสนอความคิดเห็น โดยวันที่ 15มีนาคม จะเชิญกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)และวันที่ 17มีนาคม จะเชิญกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)จากนั้นจะเชิญกลุ่มภาคสังคม อื่น เช่น กลุ่มภาคธุรกิจ กลุ่มนักศึกษา กลุ่มนักวิชาการ โดยฝ่ายเลขานุการจะประสานเชิญเข้าร่วมพูดคุยเสนอแนะแนวทางปรองดองในโอกาสต่อไป

พล..ชัยชาญ กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ ทางคณะอนุกรรมการจะรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ โดยมีคณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล..สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ได้ร่วมรับฟังข้อคิดเห็นไปด้วยกัน พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูล และรวบรวมความคิดเห็นคู่ขนานไปพร้อมๆ กัน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับฟังข้อมูลที่ดี ทุกพรรคการเมือง ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างความปรองดอง

เลื่อนอ่าน ฎีกา “ผู้พันตึ๋ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264181

เลื่อน, อ่าน, ฎีกา, ผู้พัน, ตึ๋ง, เลื่อนอ่าน, ผู้พันตึ๋ง

 เลื่อนอ่านฎีกา“ผู้พันตึ๋ง– ก๊วนอดีตเทศกิจเชียงใหม่”ถูกอัยการฟ้องกรรโชกทรัพย์ ผู้ค้าตลาดไนท์บาร์ซ่าปี 39 เหตุจำเลยร่วมป่วยศาลนัดใหม่3พ.ค.

          ที่ห้องพิจารณา 904 ศาลอาญาถ.รัชดาภิเษกวันที่ 10 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น.ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำด.3203/2540 ที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา5เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศรายุธ  ภู่พลับ อดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่,นายธานี  ฟูทอง,นายพรชัย  สุคัณธสิริกุล,นายธีรยุทธ  สุวรรณพาณิชย์  ทั้งหมดเป็นอดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจ,พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือ ผู้พันตึ๋ง อดีตที่ปรึกษายานกเทศบาลนครเชียงใหม่,พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย หรือเสธ.ยอด อดีตที่ปรึกษายานกเทศบาลนครเชียงใหม่,นายนิสสันต์ชาติชำนิ(เสียชีวิต)และจ.ส.อ.สุทินศรีเมืองหลวงเป็นจำเลยที่1-8 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ,ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, เป็นสมาชิกเทศบาล เรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริตและร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา148, 149, 157และ337กรณีระหว่างวันที่20พ.ย.2538 -31พ.ค.2539พวกจำเลยร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ค้า128 ราย ในตลาดวโรรสและตลาดไนท์บาซาร์จังหวัดเชียงใหม่

          โดยศาลเบิกตัว พ.ต.เฉลิมชัย หรือผู้พันตึ๋งจำเลยที่ 5 จากเรือนจำจังหวัดนนทบุรีเพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยผู้พันตึ๋ง มีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายภรรยาและลูกๆ ที่มาดักรอเยี่ยม ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี

          ขณะที่ นายศรายุธ ภู่พลับ อดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่จำเลยที่1และนายธีรยุทธ สุวรรณพาณิชย์ อดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจจำเลยที่4 ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยมีตัวแทน ยื่นคำร้องขอศาลเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไป พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ ระบุ นายศรายุธ จำเลยที่1มีอาการป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูก และนายธีรยุทธ จำเลยที่ 4 เป็นโรคต้อกระจกตา เตรียมที่จะพาตัดรักษา

          ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีเหตุจำเป็น จึงให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นวันที่ 3 พ.ค.2560 นี้เวลา 09.30 น. พร้อมกำชับให้นายศรายุธ จำเลยที่ 1 และนายธีรยุทธ จำเลยที่ 4 เดินทางมาฟังคำพิพากษาอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นศาลจะถือว่า จำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และจะพิจารณาออกหมายจับต่อไป

          ผู้สื่อรายงานว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2554เห็นว่าการกระทำของผู้พันตึ๋ง กับพวกจำเลยที่1-5เป็นความผิดตามม.148 , 149และ337 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก อดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจและผู้พันตึ๋ง จำเลยที่ 2-5 บทหนักสุด ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบข่มขืนใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สินฯตาม ม.148 โดยจำคุกคนละ 6 ปีส่วนนายศรายุธอดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่จำเลยที่1 จำคุก 9 ปี ฐานเป็นตัวการและให้จำเลยที่เป็นอดีตเทศกิจ รวม 4 คน ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายด้วย

          ส่วน พล.ต.อินทรัตน์ หรือ เสธ.ยอด อดีตที่ปรึกษายานกเทศบาลนครเชียงใหม่ จำเลยที่ 6 และจ.ส.อ.สุทินศรีเมืองหลวงที่ 8 ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ยกฟ้องขณะที่นายนิสสันต์ชาติชำนิจำเลยที่7ได้เสียชีวิตระหว่างการพิจารณาศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

          ต่อมาศาลอุทธรณ์ทีคำพิพากษา วันที่ 17 ธ.ค.2556 แก้เป็นพฤติการณ์ของจำเลยที่1-5เป็นการกระทำผิดเพียง 2 ข้อหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติสมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลเรียกรับประโยชน์สำหรับตนเองโดยมิชอบ ตามม.149และข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ทรัพย์สินกับตนเองฯ ตามม.337วรรคหนึ่ง

          โดยให้ลงโทษบทหนักสุด ตามม.149ฐานเรียกรับสินบนฯ จากเดิมที่ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.148แต่อัตราโทษจำคุกยังคงเดิม ในส่วนนายศรายุธอดีตหัวหน้าเทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่จำเลยที่1ฐานเป็นตัวการเป็นเวลา9ปีส่วนอดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจและผู้พันตึ๋ง จำเลยที่ 2-5 ก็ให้จำคุกคนละ6ปีฐานเป็นผู้สนับสนุนและยังคงให้ อดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจ จำเลยที่1-4ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายด้วย

          อย่างไรก็ดีสำหรับ พ.ต.เฉลิมชัย หรือผู้พันตึ๋ง นั้นก็เป็นนักโทษจำคุกตลอดชีวิต คดีร่วมกันฆ่านายปรีณะ ลีพัฒนะพันธ์ อดีต ผู้ว่า ฯ ยโสธร โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนด้วย

“สนช.” เห็นชอบอนุสัญญาตปท.คุ้มครองคนถูกอุ้มหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264170

อุ้มหาย, สนช., เห็นชอบ, อนุสัญญา, ตปท, คุ้มครอง, ถูก, อุ้ม, หาย, สนช

สนช.เห็นชอบอนุสัญญาตปท.คุ้มครองคนถูกอุ้มหาย กำหนดให้รัฐภาคีวางโทษเป็นคดีอาญาร้ายแรง

          10 มี.ค.60 – ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 เป็นประธานประชุมอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอเพื่อให้ สนช. เห็นชอบหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตามมาตรา 23 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557  โดยที่ประชุมได้มีมติเอกฉันท์ 205 คะแนนเห็นชอบกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอเพื่อให้สนช.เห็นชอบหนังสือสัญญาระหว่างประเทศตามมาตา23รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557

          “อย่างไรก็ตามสาระสำคัญของอนุสัญญาดังกล่าว คือ การกำหนดการบังคับให้หายสาบสูญ หมายถึง การจับกม คุมขัง ลักพาตัว หรือการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในรูปแบบอื่น โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งกระทำโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าได้มีการลอดรอนเสรีภาพ หรือการปกปิดชะตากรรมหรือสถานที่ปรากฏตัวบุคคลที่หายสาบสูญ ซึ่งส่งผลให้บุคคลดังกล่าวตกอยู่ภายนอกการคุ้มครองของกฎหมาย”นายสุรชัย กล่าว

          นายสุรชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การกำหนดให้รัฐภาคีแต่ละรัฐต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อประกันว่าการบังคับให้หายสาบสูญถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาของตน ขณะเดียวกัน รัฐภาคีแต่ละรัฐต้องทำให้ความผิดฐานบังคับให้สาบสูญเป็นความผิดที่มีโทษ ซึ่งมีระวางโทษที่เหมาะสมกับความร้ายแรงอย่างยิ่งของการกระทำดังกล่าว

        “อย่างไรก็ตามรัฐภาคีแต่ละรัฐอาจกำหนดให้เหตุบรรเทาโทษ โดยเฉพาะบุคคลซึ่งถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการบังคับให้หายสาบสูญแต่ได้มีส่วนช่วยอย่างแท้จริงให้ค้นพบบุคคลที่หายสาบสูญโดยยังมีชีวิตอยู่ หรือทำให้สามารถคลี่คลายคดีการบังคับให้หายสาบสูญ หรือระบุตัวผู้กระทำการบังคับให้หายสาบสูญ เช่นเดียวกับกับการอาจกำหนดเหตุที่ทำให้โทษหนักขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่บุคคลที่หายสาบสูญเสียชีวิต หรือการกระทำให้สตรีมีครรภ์ ผู้เยาว์ คนพิการ หรือบุคคลที่อยู่ในสภาพเปราะบางอย่างยิ่งอื่นๆ ถูกบังคับให้หายสาบสูญ ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อวิธีพิจารณาความอาญาอื่นๆ”นายสุรชัย กล่าว

กต.แจงยุติออกอากาศBBCเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของBBC

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264162

BBC, ยุติออกอากาศ, แจง, ยุติ, ออกอากาศ, BBCเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของBBC

กต.แจงยุติออกอากาศBBCเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของBBC

         ตามที่ปรากฏข่าวว่า BBC World Service ซึ่งเป็นบริการหนึ่งของบรรษัทกระจายเสียงแห่งอังกฤษ ได้ยุติการออกอากาศจากสถานีถ่ายทอดวิทยุคลื่นสั้นที่จังหวัดนครสวรรค์ นั้น

        กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจง ดังนี้ 1. สถานีถ่ายทอดวิทยุคลื่นสั้น (Shortwave Relay Station) ที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดย BBC ตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการจัดตั้งและการดำเนินการสถานีถ่ายทอดวิทยุอง BBC ลงนามเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2537 เพื่อกระจายเสียงรายการของ BBC World Service ใน 8 ภาษา (ไม่มีรายการภาษาไทย) ซึ่งผลิตที่กรุงลอนดอน ไปยังประเทศในภูมิภาคโดยความตกลงหมดอายุเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2559

          2.ในห้วงปี 2559 ฝ่ายไทยได้ประชุมหารือ รวมทั้งเจรจากับฝ่าย BBC อย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาการขยายอายุความตกลงฯ ดังกล่าวออกไป 7 ปี และโดยที่การขยายอายุความตกลงฯ ดังกล่าวจะก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลไทยจึงต้องพิจารณาร่างความตกลงฯ ฉบับใหม่อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน เพื่อให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการขยายอายุความตกลงฯ และเพื่อให้พันธกรณีต่าง ๆ ภายใต้ความตกลงฯ สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของไทย

         3.อย่างไรก็ดี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดของความตกลงฯ นั้น BBC ได้ใช้เวลาหลายเดือนในการพิจารณายื่นข้อเสนอแก่ฝ่ายไทย โดยฝ่ายไทยได้ติดตามกับฝ่าย BBC มาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ซึ่งใกล้กับวันหมดอายุของความตกลงฯ (31 ธันวาคม 2559) ฝ่าย BBC ถึงได้ส่งร่างความตกลงฯ ซึ่งมีเนื้อหาตรงตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเพื่อการขยายอายุความตกลงครั้งนี้ แต่เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิดและไม่เพียงพอที่ฝ่ายไทยจะดำเนินการตามขั้นตอนในการเสนอเรื่องเพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีได้ทันก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2559 สถานีดังกล่าวจึงต้องระงับการส่งสัญญาณเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 จนกว่าจะมีการขยายอายุความตกลงฯ

          4. ในช่วงที่ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนภายในที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังมีความคืบหน้าตามลำดับนั้น เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 BBC ได้มีหนังสือแจ้งกระทรวงการต่างประเทศเรื่องการตัดสินใจขอถอนตัวจากกระบวนการเจรจาเพื่อขยายอายุความตกลงฯ ซึ่งเป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของ BBC

“บิ๊กป้อม” ยัน ไทยขอจีนร่วมลงทุน โรงงานซ่อมสร้างอาวุธจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264127

พล.อ.ประวิตร, บิ๊ก, ป้อม, ยัน, ไทย, จีน, ร่วม, ลงทุน, โรงงาน, ซ่อม, สร้าง, อาวุธ, จริง, บิ๊กป้อม, ไทยขอจีนร่วมลงทุน

“บิ๊กป้อม” ยัน ไทยขอจีนร่วมลงทุน โรงงานซ่อมสร้างอาวุธจริง

          เมื่อวันที่ 10 มีนาคม  2560 ที่ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารกรณีประเทศไทยขอให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนสนับสนุนการสร้างศูนย์ซ้อมสร้างยุทโธปกรณ์ในประเทศไทย ว่า เราไปทุกประเทศที่เราซื้อยุทโธปกรณ์ หากเราซื้อที่ประเทศใด ก็ให้ทางประเทศนั้นมาสร้างโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์ในประเทศเรา โดยเราจะสามารถใช้งานได้ทันที จะได้ไม่เสียเวลาสั่งของเข้ามาซ่อมในประเทศ

         “ดังนั้นผมขอยืนยันว่าไม่ได้ให้ทางต่างประเทศเข้ามาดำเนินการเองเพียงฝ่ายเดียว แต่ทางประเทศไทยก็เป็นผู้ดำเนินการร่วมด้วยครับ”พล.อ.ประวิตร กล่าว

เลื่อนอ่านฎีกาคดี“กี้อริสมันต์”แกนนำนปช.นัดใหม่ 28มี.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264124

กี้ อริสมันส์, เลื่อนอ่านฎีกา, 28มี.ค.60, เลื่อน, อ่าน, ฎีกา, คดี, กี้, อริ, สมันต์, แกนนำ, นปช, นัด, ใหม่, มีค, นี้, 28มีคนี้, กี้อริสมันต์, กี้ อริสมันต์, อดีตนายกฯอภิสิทธิ์

ศาลอาญาเลื่อนอ่านฎีกาคดี“กี้ อริสมันต์” แกนนำนปช. ถูกฟ้องปราศรัยปี52หมิ่น“อดีตนายกฯอภิสิทธิ์”นัดใหม่28มี.ค.หลัง”กี้ อริสมันต์”ส่งผู้แทนแจ้งเหคุป่วยนอนรพ.

          10 มี.ค. 60 – ที่ห้องพิจารณา 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.ศาลมีคำสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำอ.4177/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กี้-นายอริสมันต์  พงศ์เรืองรอง  อดีตแกนนำนปช.เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น โดยการโฆษณาสืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2552 และวันที่ 17 ต.ค.2552 จำเลยได้ปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการถ่ายทอดสดคำปราศรัยผ่านช่องพีเพิลแชนแนลกล่าวหานายอภิสิทธิ์โจทก์ทำนองว่าการบริหารงานรัฐบาลนายอภิสิทธิ์กู้ยืมเงินมาเพื่อทุจริตคดโกงโดยการหยิบยกเรื่องสถาบันมากล่าวอ้างและกล่าวหาว่าเป็นผู้หน่วงเหนี่ยวคำร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีทำให้ล่าช้ารวมถึงสั่งทหารฆ่าประชาชนปล้นอำนาจจากประชาชนและไม่ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในโครงการต่างๆ

         โดยวันนี้นายอริสมันต์จำเลยที่ได้รับประกันตัววงเงิน 500,000 บาทไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มีผู้แทนทนายความมายื่นคำร้องขอเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากป่วยปวดท้องรักษาอาการที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาแต่มีผู้แทนมายื่นคำร้องอ้างเหตุอาการเจ็บป่วยซึ่งความเจ็บป่วยถือเป็นเหตุจำเป็นที่ไม่อาจก้าวล่วงจึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้งในวันที่28มี.ค.นี้เวลา 09.30 น.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้นายอริสมันต์จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี  ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกล่าวข้อความเท็จยุยงปลุกปั่นประชาชน ที่รับฟังการปราศรัยทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทั่งเหตุการณ์บานปลายทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเป็นการมุ่งหวังทางการเมืองที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายพรรคการเมืองที่จำเลยสังกัด ไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตจึงให้จำคุก 2 กระทงๆละ 6 เดือนรวมจำคุก 12 เดือนฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาขณะที่กรณีมีเหตุการกล่าวพาดพิงสถาบันจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษและให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์มติชนและหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ติดต่อกันเป็นเวลา 7 วันโดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

          ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.57 เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยและไม่รอการลงโทษนั้นศาลอุทธรณ์เห็นว่า เหมาะสมแล้วจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยได้ยื่นฎีกาสู้คดีและได้รับการประกันตัวระหว่างฎีกา

“บิ๊กป้อม”ย้ำ “ทหาร-ตำรวจ” ไม่เผชิญหน้า พระวัดธรรมกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264114

บิ๊ก, ป้อม, ย้ำ, ทหาร, ตำรวจ, ไม่, เผชิญหน้า, พระ, วัด, ธรรมกาย, บิ๊กป้อมย้ำ, ทหาร-ตำรวจ, ไม่เผชิญหน้า, พระวัดธรรมกาย, บิ๊กป้อม

บิ๊กป้อม”ย้ำ “ทหาร-ตำรวจ” ไม่เผชิญหน้า พระวัดธรรมกาย

        เมื่อวันท ี่ 10 มี.ค.60-ที่ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงที่เจ้าหน้าที่ทำาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจเผชิญหน้ากับพระ และลูกศิษย์วัดธรรมกาย บริเวณทางเข้าประตูที่ 4 ว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการอยู่ โดยจะขอเข้าพื้นที่ไปตรวจค้นภายในวัด

“บิ๊กป้อม”ย้ำ “ทหาร-ตำรวจ” ไม่เผชิญหน้า พระวัดธรรมกาย

         “ดังนั้นไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องดังกล่าง ส่วนที่มีภาพเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจเผชิญหน้ากับพระ และลูกศิษย์วัดนั้น ผมขอยืนยันว่าไม่เผชิญแต่อย่างใด ซึ่งเห็นอยู่แล้วว่าทหาร ตำรวจไม่เผชิญหน้าเลย เพราะทางเจ้าหน้าที่ทั้งยกมือไหว้พระ พร้อมร่วมสวดกับพระด้วยกันตลอด ดังนั้นผมถามว่าแล้วจะมาเผชิญหน้ากันอย่างไร ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกันต่อไปครับ”พล.อ.ประวิตร กล่าว

“บิ๊กป้อม”ย้ำ “ทหาร-ตำรวจ” ไม่เผชิญหน้า พระวัดธรรมกาย

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/264091

ไม่ซื้อไม่ขาย, บิ๊ก, ป้อม, ทำลาย, สินค้า, ละเมิดลิขสิทธิ์, ครั้ง, ใหญ่, สุด, บิ๊กป้อมนำ, บิ๊กป้อม

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด น้ำหนัก 300 ตันมูลค่า 1,756 ล้านบ.ย้ำขอไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ เพื่อให้ต่างชาติยอมรับไทยพัฒนาแล้ว

          เมื่อวันที่ 10 มี.ค.เวลา 09.00 น.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.)พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานในพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว มีน้ำหนักประมาณ 300 ตันมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,756 ล้านบาท โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด

         การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการผนึกกำลังหน่วยปราบปราม ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ประกอบด้วย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กรมประชาสัมพันธ์ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด

          พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย รวมถึงภาครัฐภาค เอกชน ศิลปิน นักแสดง ในปัจจุบันการศาลทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบการบังคับใช้กฎหมาย ที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด

          พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คณะอนุกรรมการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปราม โดยมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักรบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ 15 หน่วยงานในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการบริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติของไทยมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรม ว่าการละเมิด ในท้องตลาดและการละเมิดบนอินเตอร์เน็ตมีปริมาณลดน้อยลง

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด

        พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือการปราบปรามทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในส่วนของการผลิตจำหน่ายและนำเข้าส่งออก ซึ่งยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญต่อการปราบปรามสินค้าและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงพยายามป้องกันไม่ให้ของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุด ถูกนำกลับมาขายในตลาดอีกครั้ง จึงมีผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต ผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้าประเทศที่สำคัญ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนเจ้าของลิขสิทธิ์ ร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง จะเป็นหลักประกันและผลักดันให้ระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเข้มแข็งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

“บิ๊กป้อม”นำ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่สุด

   “ ขอไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ เพื่อให้ต่างชาติยอมรับ ว่าเราเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ขณะนี้ส่วนใหญ่ประชาชนไม่ใช้แล้ว หากเราดำเนินการได้ ทำให้ประเทศปลอดภัยจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และการดำเนินการครั้งนี้เป็นการ ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุด เป็นความร่วมมือทุดหน่วยงาน รวมถึงประชาชน ”พล.อ.ประวิตร กล่าว

“มีชัย” ย้ำสาระกม.คดีนักการเมือง เป็นธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/263946

ลิดรอน, อายุความ, พิจารณา, ลับหลัง, กฎหมาย, มีชัย, ย้ำ, สาระ, คดี, นักการเมือง, เป็นธรรม, ปธกรธ

“ปธ.กรธ.” แจงสาระร่างกม.คดีนักการเมือง กำหนดให้พิจารณาลับหลัง ใช้แทนการไม่นับอายุความ

          9 มี.ค. 60 – นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อการเขียนบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกำหนดให้มีการทำคดีลับหลังจำเลย โดยผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่มาปรากฏตัวต่อศาล ว่า เนื้อหาไม่ได้ลิดรอนสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ที่ถูกฟ้องร้อง หากผู้ถูกกล่าวหาต้องการต่อสู้คดีสามารถเดินทางมาศาลได้ แต่กรณีที่บัญญัติให้กระบวนการสามารถทำลับหลังจำเลยได้นั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่ออายุความของคดี ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยเสนอให้ขยายอายุความของคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และใช้การพิจารณาลับหลัง ร่วมกัน แต่กรธ. เห็นว่ากรณีขยายอายุความนั้นอาจไม่เป็นธรรม เพราะเมื่ออายุความเลื่อนไปจำนวนมาก การพิจารณาคดีอาจหาความจริงได้ยาก และคนที่ถูกฟ้องจะลำบาก เนื่องจากพยานอาจเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นการกำหนดให้สามารถพิจารณาคดีได้ทันที จึงเป็นประโยชน์มากกว่า ขณะที่ประเด็นของการให้อุทธรณ์นั้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้กระทำได้ ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดซึ่งคดีถูกตัดสินไปแล้วก่อนหน้านี้เมื่อต้องการอุทธรณ์สามารถทำได้ ซึ่งหลักการดังกล่าวเป็นไปตามหลักนิติธรรมทั่วไปที่การบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังนั้นต้อเป็นคุณ ทั้งนี้มีเงื่อนไขคือการอุทธรณ์ผู้ที่ต้องคดีต้องมาแสดงตัวต่อศาล

“เนื้อหาของร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ใช้บังคับกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เมื่อถูกตรวจสอบพบความผิดให้ส่งศาลชั้นฎีกา ถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อมีอำนาจ และได้กระทำความผิด จะกระทบกระเทือนต่อบ้านเมืองอย่างรุนแรง หากใช้กระบวนการตามปกติจะทำให้การบังคับใช้กฎหมาย หรือการดูแลประโยชน์ของประเทศทำได้ยาก ดังนั้นกลไกนี้จึงกำหนดไว้ 20 ปีแล้ว และทุกคนยอมรับ ส่วนกรณีที่นักการเมืองทุจริตจนร่ำรวยและหนีไป การบังคับคดีก็ทำไม่ได้ ขณะเดียวกันยังใช้สิทธิทางศาลฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับคนทั่วไป”  นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีของการกำหนดประเภทคดีที่มีอายุความนาน จะมีกรณีที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ กรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแปรญัตติงบประมาณประจำปีเพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้รับประโยชน์จากการใช้งบประมาณ จะกำหนดให้สามารถเรียกเงินคืนได้ ภายใน 20 ปี จากเดิมที่กฎหมายแพ่งกำหนดอายุไว้ 10 ปี.