มองมุมใหม่! ‘สนธิรัตน์’ ฉายภาพ ‘เรือดำน้ำ’ ในมิติทางเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 23:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906191


‘สนธิรัตน์’ ฉายภาพ ‘เรือดำน้ำ’ ในมิติเศรษฐกิจ พบไทยมีมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลปี 57 กว่า 24 ล้านล้าน คาดหากมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยดูแล จะพัฒนามูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลได้ในอนาคต เผยไทยมีโอกาสขยับเป็นฮับโลจิสติกส์ทางเรือได้เช่นกัน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กับ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ว่า ผลประโยชน์ทางทะเลของไทยมีมากมายมหาศาล เราอยู่บนศักยภาพที่จะใช้ผลประโยชน์ทางทะเลในอนาคตได้มาก เช่น มิติด้านการประมง มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ มิติด้านปิโตรเคมี มิติด้านโลจิสติกส์

ทั้งนี้ ในด้านโลจิสติกส์นั้น ยกตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ ที่เป็นฮับ (HUB) ด้านโลจิสติกส์ทางเรือ ซึ่งไทยเองก็สามารถเป็นได้ โดยประเทศไทยอยู่ระหว่าง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งตรงนี้เอง ถ้าเรามีการเชื่อมโยงเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor เมื่อไหร่ก็จะทำให้ไทยเป็นฮับด้านการขนถ่ายลำ หรือ Transshipment คือเวลาเรือเข้าจะมีเรือแม่ขนาดใหญ่ (Mother Vessel) แต่ถ้าหัวใจสำคัญเราสามารถพัฒนาเรือลูก (Feeder Vessel) ที่ขนถ่ายสินค้าไปสู่ท่าต่างๆ ในโลกได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์มหาศาลกับประเทศไทยในอนาคต และไทยก็สามารถขึ้นมาเป็นฮับโลจิสติกส์ทางเรือได้

อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับสิงคโปร์ ซึ่งเราใช้ศักยภาพทางด้านเออีซีผสมกับศักยภาพประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (New Industry) ที่มีการลงทุนเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ ถ้าเรามองแผนที่โลกจะพบว่า ไทยอยู่ตรงกลาง 2 คาบมหาสมุทร ด้านที่ติดทะเลของไทยมีพื้นที่กว่า 3,000 กิโลเมตร มีจังหวัดที่ติดทะเล 23 จังหวัด ซึ่งคำถามคือเราจะใช้ทรัพยากรทางทะเลให้เต็มที่อย่างไรที่จะพัฒนามูลค่าเศรษฐกิจทางทะเล

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเรือดำน้ำนั้น ถ้าเรามองในมุมมิติเชิงเศรษฐกิจจะพบว่า เรือดำน้ำมีประโยชน์ที่จะลงไปดูทรัพยากรใต้ท้องทะเล ซึ่งปกติเราต้องใช้มนุษย์ลงไปดู เพราะเราไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะลงไปสำรวจ ถ้าเรามีมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลมากเช่นนี้ ถ้าเรามีเครื่องมือเครื่องไม้เช่นเรือดำน้ำลงไปดู และใช้ในเชิงเศรษฐกิจได้ ตนก็มองว่าประเทศไทยก็น่าจะพิจารณาเรื่องนี้เช่นกัน

“ผมมองในมุมมองเศรษฐกิจ ไม่อยากให้มองในแง่ความมั่นคงเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเราจะไปรบกับใคร ถ้าลองฉายภาพดูจะพบว่า น่านน้ำทะเลเราใหญ่ แต่ไม่มีอะไรที่สามารถปกป้อง หรือไม่มีอะไรดูแลข้างใต้ท้องทะเลให้เราเลย ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด รวมไปถึงเรื่องการท่องเที่ยวด้วย เรามีมูลค่าเศรษฐกิจด้านการทะเลเมื่อปี 2557 ประมาณ 24 ล้านล้านบาท ที่ผมอยากจะกระตุ้นเตือนคือ ไม่อยากให้เราละเลยมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเล”

 

ไตรมาสแรกราคาทองขยับขึ้น 2.5% หรือ 500 บาท แนะจับจังหวะซื้อ-ขายให้ดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 19:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905796


วายแอลจี เผยไตรมาสแรกปี 60 ราคาทองไทยขยับขึ้น 2.5% หรือประมาณ 500 บาท แนะไตรมาส 2 จับจังหวะซื้อ-ขายให้ดี แม้ดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจยังคงมีอยู่

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 2 ประเด็นสำคัญที่จะเข้ามาชี้นำตลาดทองคำ ยังคงอยู่ที่การตอบรับของนักลงทุนต่อนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากเกิดการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อนโยบาย อาจส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นและกดดันทองคำได้

อย่างไรก็ตาม หากนโยบายดังกล่าวก่อให้เกิดความขัดแย้งกับนานาประเทศ หรือส่งผลต่อการค้าโลก หรือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องเผชิญอุปสรรคในการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลัง ซึ่งรวมถึงแผนการลดภาษีและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงและกลับมาหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้

นอกจากนี้ เราแนะนำติดตามการเลือกตั้งของฝรั่งเศสในเดือน เม.ย.และ พ.ค. หากพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดได้รับชัยชนะหรือได้คะแนนเสียงมากเกินคาด อาจบ่งชี้ถึงกระแสต่อต้านกลุ่มฐานอำนาจเดิมในอียู ซึ่งสั่นคลอนอนาคตของอียู ขณะที่สัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดๆ ไปของเฟดก็ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ อีกทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั้งประเด็นเกาหลีเหนือและการก่อการร้ายถือเป็นจุดสนใจที่ต้องติดตามเช่นกัน

นางสาวฐิภา กล่าวอีกว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น เรามองว่าแม้ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะเริ่มอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ปัจจัยความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ โดยแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาใกล้บริเวณแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 19,600 บาทต่อบาททองคำ และรอไปขายทำกำไร เมื่อราคาดีดตัวขึ้น แต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านบริเวณ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 20,800 บาทต่อบาททองคำ

ทั้งนี้ หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่าวได้ แนะนำรอขายบริเวณแนวต้านสำคัญถัดไปในโซน 1,286-1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 21,000-21,200 บาทต่อบาททองคำ โดยนักลงทุนควรวางแผนการลงทุนที่ชัดเจน มีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร หรือจุดตัดขาดทุนและปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด (ราคาไทยคำนวณจากค่าเงินบาท ณ ระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์)

“ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าลงทุน โดยก่อนที่นักลงทุนจะลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ตามก็ควรจะต้องมีการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ และจัดสรรเงินทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเงินทุนของตนเอง”

สำหรับภาพรวมของราคาทองคำตลาดต่างประเทศในไตรมาสแรกปี 2560 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 96.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 8.4% ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 1 ปี โดยราคาปิดตลาด ณ วันที่ 31 มี.ค. 60 ที่ 1,248.63 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนราคาทองคำในประเทศนั้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 500 บาทต่อบาททองคำ หรือ ประมาณ 2.5% เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทหลังสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นได้น้อยกว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำต่างประเทศ.

 

ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สต. เว้น E85 ขยับ 20 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 19:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906160


ข่าวร้ายก่อนสงกรานต์ ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 40 สตางค์ เว้น E85 ขยับ 20 สตางค์ต่อลิตร มีผลตี 5 วันที่ 6 เม.ย….

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 40 สตางค์/ลิตร เว้น E85 เพิ่มขึ้น 20 สตางค์/ลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 6 เม.ย.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 34.36 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 27.25 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 26.98 บาท/ลิตร, E20 ราคา 24.74 บาท/ลิตร, E85 ราคา 19.54 บาท/ลิตร และ ดีเซล 25.49 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

ดีป้าสตาร์ทอัพพันธ์ุดิจิทัลทุกระดับ รับไทยแลนด์ 4.0 พลิกโฉมไทยใน 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 18:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906081


“ดีป้า” สร้าง “เอสเอ็มอีพันธุ์ใหม่” สอดรับไทยแลนด์ 4.0 ดึงระบบดิจิทัลเสริมธุรกิจชุมชน เชื่อมต่อตลาดอิเล็กทรอนิกส์ มั่นใจทำให้เป็น “สังคมดิจิทัลคอมมิวนิตี้”

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถ.แจ้งวัฒนะ ได้มีการแถลงข่าวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (Entrepreneur Total Digital Services) พร้อมเปิดตัวระบบ Channel Management System (CMS) และแอปพลิเคชัน THAILAND I Love U ประเดิมสร้างคนพันธุ์ดิจิทัล 4,400 ราย จากเป้าหมาย 5 แสนรายใน 20 ปี

โดย นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า ดีป้าได้มีเป้าหมายส่งเสริมเอสเอ็มอีพันธุ์ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ไทยแลนด์ 4.0 ตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ซึ่งโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีเป้าหมายมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอี และโอทอป สามารถเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการค้าออนไลน์ โดยผ่านระบบและแอปพลิเคชันที่ดีป้าได้พัฒนาขึ้น เป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้นำร่องในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.น่าน จ.สกลนคร จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ.ภูเก็ต จ.นครศรีธรรมราช และ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการฝึกอบรมวิทยากรอาสา (Agent) จำนวน 400 คนในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง เพื่อกระจายอบรมผู้ประกอบการในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง จังหวัดละ 400 ราย รวม 4,000 ราย ถือเป็นการส่งเสริมกลุ่มการเรียนรู้ในท้องถิ่นตนเอง และการสร้างสังคมดิจิทัลคอมมิวนิตี้ในระดับชุมชน ทำให้องค์ความรู้เกิดความยั่งยืน

นายณัฐพล กล่าต่อว่า การอบรมจะเริ่มตั้งแต่พื้นฐานเบื้องต้นการใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการค้าขายออนไลน์ผ่านระบบและแอปพลิเคชัน ที่ประกอบไปด้วย ระบบ Channel Management System (CMS) เป็นระบบศูนย์กลางการเชื่อมต่อตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถลงสินค้าขายบน E-Market Place ที่เชื่อมต่อกับระบบ CMS ทำให้การค้าขายออนไลน์สะดวกและง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้ได้มีผู้ให้บริการ E-Market Place ที่เข้าร่วมเชื่อมต่อระบบ CMS แล้ว 2 ราย คือ TARAD.com และ ฟาร์มสุข ของ AIS รวมถึงระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP เป็นระบบบริหารคลังสินค้า เชื่อมโยงกระบวนการทางธุรกิจทุกขั้นตอนเพื่อผลกำไรสูงสุด M Account เป็นระบบบัญชีเบื้องต้นใช้งานง่าย และสามารถใช้ได้บน Smart phone โดยสามารถเข้าใช้งานได้ฟรีผ่าน http://m-account.com/mAccount/login/auth

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ดีป้าได้สร้างแอปพลิเคชัน THAILAND I Love U เป็นแอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยว ที่มีการรวบรวมสถานที่และเส้นทางที่สำคัญในแต่ละจังหวัด พร้อมข้อมูลสินค้าและบริการ ที่ทำการปักหมุดไว้บนแผนที่ดิจิทัลกว่า 50,000 จุด ใน 10 จังหวัดนำร่อง ที่ครอบคลุมโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และสถานที่สำคัญไว้ แอปพลิเคชัน THAILAND I Love U จะเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ และขยายช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการได้อีกด้วย ผู้ใช้งานทั่วไปและนักท่องเที่ยว สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาใช้งาน เพื่อประโยชน์ในการเดินทาง และการออกแบบ ทริปท่องเที่ยวได้อีกด้วย โดยแอปพลิชัน THAILAND I Love U จะเปิดให้ดาวน์โหลดใช้งานอย่างเป็นทางการทั้งในระบบ iOS และ Android ในวันที่ 20 เมษายนนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thailandiloveyou.com

 

ขนส่งฯ แนะใช้รถตู้โดยสารสาธารณะ-รถตู้เช่าเหมาคัน แทนนั่งกระบะหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 18:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906050


อธิบดีกรมการขนส่งทางบก แนะประชาชนใช้รถตู้โดยสาร หรือ รถตู้เช่าเหมาคัน แทนการนั่งกระบะหลัง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 60 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขปัญหากรณีที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดห้ามผู้โดยสารนั่งกระบะหลัง และแค็บของกระบะ 2 ประตูว่า อยากแนะนำให้ประชาชนเดินทางด้วยการใช้รถโดยสารสาธารณะแทน เช่น รถตู้โดยสารสาธารณะ หรือ รถเช่าเหมาคัน แทนการนั่งกระบะหลัง

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง ส่วนมาตรการห้ามนั่งกระบะท้ายและกระบะแค็บนั้น เป็นกฎหมายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการขนส่ง แต่ถือว่าเป็นกฎหมายที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม ซึ่งกรมการขนส่งทางบกก็มีหน้าที่ที่จะช่วยการดูแลให้เกิดการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในการเดินทางตามนโยบายของรัฐบาล

 

อย่าเชื่อข่าวลือ! คลังแจงไม่มีแจกเงินลงทะเบียนคนจนรอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 17:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906097


คลัง โต้ข่าวลือโซเชียล ยันไม่มีมาตรการโอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ แต่จะได้บัตรสวัสดิการ ลดภาระค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ ค่าน้ำ-ไฟ ย้ำประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเดือน ส.ค.นี้…

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวลืออันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ว่าจะมีการโอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนในโครงการฯ ที่ผ่านคุณสมบัติในอัตรา 3,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 0-30,000 บาท และ 1,500 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาท ผ่านธนาคารที่ได้ไปลงทะเบียนไว้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการโอนเงินตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค. 60 นั้น สศค.ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการลงทะเบียนครั้งนี้ สวัสดิการที่ประชาชนจะได้รับจะเป็นบัตรสวัสดิการ ซึ่งกระทรวงการคลังจะแจ้งให้ทราบในรายละเอียดต่อไป โดยเบื้องต้นจะใช้ลดภาระค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโดยสาร เป็นต้น

พร้อมระบุโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เป็นเพียงโครงการที่เปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียน ซึ่งหลังจากปิดโครงการในวันที่ 15 พ.ค. 60 หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติจะดำเนินการตรวจสอบ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน และจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติได้ในเดือน ส.ค. 60 ทั้งนี้ สศค. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเตรียมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐหลังจากได้ข้อมูลแล้ว เพื่อเสนอผู้บริหารพิจารณาต่อไป.

 

ปิดตลาดภาคบ่าย หุ้นไทยปรับลด 1.70 ดัชนีอยู่ที่ 1,582 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 17:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906025


หุ้นไทยปิดตลาด ปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 1.70 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,582.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,316.60 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 6 เม.ย. 60 พบว่า หุ้นไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 1.70 จุด เปลี่ยนแปลง -0.11% ดัชนีอยู่ที่ 1,582.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,316.60 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,585.46 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,577.36 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

 

อีอีซี ไฟเขียวอู่ตะเภาเมืองการบิน ลุยไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 16:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905985


ที่ประชุมบอร์ดอีอีซี ไฟเขียวพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา “เมืองการบินภาคตะวันออก” ปรับปรุงระบบรางไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน ให้วิ่งเส้นทางร่วมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์…

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ EEC นัดแรกที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของกองทัพเรือให้ประกาศพื้นที่ 6,500 ไร่ ของสนามบินอู่ตะเภา เป็นเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก “เมืองการบินภาคตะวันออก” พร้อมระดมการลงทุนในกิจกรรมสำคัญ อาทิ เพิ่มทางวิ่งมาตรฐานอีก 1 ทางวิ่ง ลงทุนในกลุ่มกิจกรรมหลัก 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอาคารผู้โดยสารและการค้า 2. กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศยาน 3. กลุ่มธุรกิจขนส่งทางอากาศ 4. กลุ่มธุรกิจซ่อมเครื่องบิน และ 5. กลุ่มศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรอากาศยานและธุรกิจการบิน

ขณะที่ในอนาคตอาจมีอีก 3 กิจกรรมเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียง คือ 1. กลุ่มธุรกิจท่าเรือพาณิชย์ 2. ศูนย์การแพทย์เฉพาะด้าน และ 3. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวมถึงให้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโดยให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน จัดทำรูปแบบให้เอกชนร่วมทุน และจัดทำสัญญาการร่วมทุนกับเอกชนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมให้ปรับปรุงระบบขนส่งทางรางให้รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก ความเร็ว 250 กิโลเมตร/ชม. สามารถวิ่งเชื่อมโยงทั้ง 3 สนามบิน คือ สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภา โดยวิ่งให้บริการในเส้นทางร่วมกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ พญาไท-สุวรรณภูมิ และแอร์พอร์ตลิงก์ส่วนขยาย พญาไท-ดอนเมือง ซึ่งผู้โดยสารจะใช้เวลาเดินทางจาก กทม.-ระยอง โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งทำการศึกษาความเหมาะสมและขอรับการจัดสรรงบประมาณ

พร้อมรับทราบความก้าวหน้าการปรับปรุงกฎระเบียบและวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นใน 3 เรื่อง คือ เร่งรัดกระบวนการร่วมทุนกับเอกชนสำหรับโครงการสำคัญใน EEC ให้แล้วเสร็จภายใน 8-10 เดือน, เรื่องของเขตปลอดอากรที่ปลอดเอกสาร เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว, การชักจูงผู้ลงทุนรายสำคัญมาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมดิจิทัล และศูนย์การแพทย์

นายคณิศ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางการพัฒนาเขตเทคโนโลยีระดับโลกของไทย 2 แห่ง คือ 1. เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ระยะแรก พื้นที่ 350 ไร่ ที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จังหวัดระยอง โดยให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อประกาศเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออกโดยเร็ว และ 2. เขตนวัตกรรมดิจิทัลภาคตะวันออก ในพื้นที่ 800 ไร่ บริเวณอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ดำเนินการต่อไป.

 

พาณิชย์ เล็งทาบ ‘หน้ากากทุเรียน’ เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมต ‘ราชาผลไม้ไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 16:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905972


พาณิชย์ ส่งคนเจรจา เวิร์คพอยท์ ขอตัว หน้ากากทุเรียน เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมตทุเรียนในปีนี้ หลังเตรียมลุยจัดทำแคมเปญทุเรียน เพื่อกระตุ้นการบริโภค การซื้อขาย และการผลักดันนโยบายให้จันทบุรีเป็นมหานครแห่งผลไม้…

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งทีมงานไปเจรจากับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อแจ้งให้ทราบว่าในปีนี้ กระทรวงฯ จะจัดทำแคมเปญเกี่ยวกับทุเรียนในหลากหลายมิติ ทั้งการกระตุ้นการบริโภค การซื้อขาย การส่งออก และการผลักดันนโยบายที่จะทำให้จังหวัดจันทบุรีเป็น “มหานครแห่งผลไม้” จึงต้องการขอตัว “หน้ากากทุเรียน” มาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์ในการทำงานร่วมกัน

หน้ากากทุเรียน

“กระทรวงอยากได้หน้ากากทุเรียนมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพราะปีนี้อยากทำแคมเปญเกี่ยวกับทุเรียน จึงส่งคนไปคุยกับเวิร์คพอยท์ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ยังไม่ทราบว่าผลเป็นยังไง ต้องรอทางเวิร์คพอยท์ตอบกลับมาก่อน แต่เชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหา” รมช.พาณิชย์ กล่าว

https://www.instagram.com/p/BSZBud6lxpD/

รมช.พาณิชย์กล่าวอีกว่า กระทรวงยังได้ลงพื้นที่ไปหารือร่วมกับจังหวัดจันทบุรี องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้าไทย กลุ่มสหกรณ์ และตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดจันทบุรี โดยเห็นตรงกันว่า จังหวัดจันทบุรีมีความเหมาะสมที่จะเป็น “มหานครแห่งผลไม้ของไทย และของเอเชีย” เพราะจันทบุรีเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ที่สำคัญของประเทศกว่า 10 ชนิด เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน มะม่วง ระกำ ลองกอง ฯลฯ โดยเฉพาะทุเรียนเป็นสินค้ายอดนิยม สามารถสร้างรายได้ให้กับจังหวัด ทั้งการขายในประเทศและส่งออก

“ผมได้มอบนโยบายไปว่า มหานครผลไม้ ให้คิกออฟเริ่มดำเนินการกันได้เลย เพราะจันทบุรีมีความพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่จากนี้ไป จะต้องมาช่วยกันจัดวางระบบ จัดรูปแบบการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น โดยกระทรวงได้ขอให้จังหวัดไปหารือกัน เพื่อจัดทำแผนมาว่าอยากจะให้กระทรวงช่วยเหลือหรือสนับสนุนอะไร” นายสนธิรัตน์ กล่าว

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรให้จำหน่ายทุเรียนในปีนี้ นอกจากการส่งเสริมการจำหน่ายตามช่องทางปกติที่มีอยู่ ทั้งการขายในประเทศ การผลักดันการส่งออก ยังได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดทำเว็บไซต์ขายทุเรียนโดยเฉพาะ เพื่อให้คนหาซื้อกันได้ง่ายขึ้น และได้สินค้าคุณภาพดี นอกจากนี้ ยังจะพัฒนาตลาดกลางผลไม้ที่มีอยู่แล้วให้มีมาตรฐานสูงขึ้น รองรับการซื้อขายผ่านออนไลน์ และการซื้อจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และคนในท้องถิ่น

สำหรับ “หน้ากากทุเรียน” โด่งดังเป็นกระแสจากรายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เป็นรายการประกวดร้องเพลงทางสถานีโทรทัศน์เวิร์กพอยท์ โดยให้นักร้องใส่หน้ากากตอนร้องเพลง แล้วให้คณะกรรมการทายว่าเป็นใคร จนมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ปรากฏว่า หน้ากากทุเรียนได้เป็นแชมป์ จนทำให้คนไทยรู้จักหน้ากากทุเรียน โดยบุคคลภายใต้หน้ากากทุเรียน คือ นายอิศรา กิจนิตย์ชีว์ หรือ “ทอม” จากวง Room39.

 

เอ็มโพเรียม จัดแคมเปญ “ONCE UPON A SUMMER” ชวนคุณมาคลายร้อนกับ “SUMMER POP-UP POOL”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 เม.ย. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905936


เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศไทย และผู้บุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ ทางไลฟ์สไตล์และรีเทล ตอกย้ำภาพความเป็น “Curator of Taste” หรือผู้คัดสรรที่สุดของรสนิยม ผ่านแคมเปญรับลมร้อนภายใต้คอนเซปต์ “ONCE UPON A SUMMER” เปลี่ยนพื้นที่รีเทลให้กลายเป็นสถานที่แห่งความสนุกสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังโหยหาไอเย็นท่ามกลางอุณหภูมิร้อนระอุของกรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ ด้วยพื้นที่ป๊อปอัพพิเศษ “Summer Pop-Up Pool” ที่ E-Space ชั้น G พบกับสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สำหรับทริปดับร้อนในเดือนที่อากาศร้อนระอุ พร้อมกิจกรรมสุดล้ำ ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด Bullet Time Photo Booth ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งความสนุกกับรูปถ่าย 3 มิติ ในมุม 180 องศา ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย ที่ “Summer Pop-Up Pool” ตั้งแต่วันที่ 6 – 26 เมษายน นี้ 

“ONCE UPON A SUMMER…” เป็นแคมเปญพิเศษสำหรับเติมเต็มทุกช่วงเวลาของลูกค้าเอ็มโพเรียมให้เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจเพื่อการออกเดินทางหนีร้อนในสไตล์ที่เป็นตัวเอง โดยเปลี่ยนพื้นที่ E-Space ชั้น G ให้กลายเป็นสระว่ายน้ำสุดเก๋ พร้อมด้วยสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มาจะจุดประกายไอเดีย และเติมไฟให้เหล่านักช้อปพร้อมเต็มที่สำหรับทริปดับร้อนในช่วงซัมเมอร์นี้ เติมความสนุก ด้วยชุดว่ายน้ำ เสื้อคลุม และแอคเซสเซอรี่สุดเก๋ที่ให้คุณสวยสดสำหรับปาร์ตี้ริมสระ ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสปอร์ต สาวเท่รักสนุก หรือสาวแกลม รวมไปถึงเหล่า gadget และสิ่งละอันพันละน้อยจะทำให้ทริปหนีร้อนของคุณสนุกและเก๋ไก๋เพิ่มไปอีกเป็นทวีคูณ

SUMMER POP-UP POOL E-Space, GF

หนีไอร้อนระอุมาลงสระสีสันสดใสในชุดว่ายน้ำตัวใหม่ และไอเท็มเด็ดที่ให้คุณเก็บทุกช็อตร้อนเดือดไม่แพ้อุณหภูมิซัมเมอร์ พบกับไอเท็มเด็ดสำหรับทุกปาร์ตี้ริมสระที่จะเปลี่ยนให้ทริปเดินทางคลายร้อนของคุณเต็มไปด้วยสีสันซาบซ่า ที่สดใสไม่แพ้ใครไม่ว่าคุณจะเป็นสาวโมเดิร์นสุดเฉี่ยว สาวหรูเย้ายวน สาวโบฮีเมียนแสนเก๋ หรือสาวสปอร์ตสุดเท่

MODERN CHIC
สาวสมัยใหม่รักสนุก ผู้สวยเก๋เสมอในชุดที่มีเส้นสายเรียบง่ายและลวดลายกราฟิกสดใส
SEXY GLAMOROUS
สาวเจ้าเสน่ห์ผู้เซ็กซี่เย้ายวนเกินใครบนผ้าพิมพ์ลายหนังสัตว์ สีสันเมทิลิกมันวาว และงานปักเลื่อมประกายระยิบระยับ ที่จะให้เธอเป็นดาวเด่นริมสระว่ายน้ำ
BOHO/ GYPSY
สาวยิปซีที่โดดเด่นในทุกซีนกับชุดแม็กซี่เดรสสไตล์ยุค ’70s ลวดลายดอกไม้เหมือนวอลเปเปอร์ หรืองานถักแบบชุดคอสตูมเม็กซิกัน
STYLISH SPORTY
สาวเท่ห์ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าชุดว่ายน้ำดีเทลเก๋ๆ ที่สามารถทำให้เธอรู้สึกทะมัดทะแมง และดูไม่ธรรมดาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

พบกับ: Fashion: Achro, C/MEO, Calvin Klein, Jonathan Simkhai, Kate Spade, L’Space, Lorna Jane, Margaux Lonnberg, MSGM, Nike, Ravens Heaven, Ray The Label, SPRC, Superinc, Swimware, United Nude, Zazie Shop, Zika Beachware Beauty: Benefit, Marvis, Philip B., Phyto Plague, Trilogy Lifestyle: Studio Sweet & Sour, Ban.Do, Chapter One, and many more

BULLET TIME PHOTO BOOTH
ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาแห่งความสนุก ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดกับรูปถ่าย 3 มิติ ในมุม 180 องศา ให้คุณได้โพสท่วงท่าลีลาว่ายน้ำสุดเก๋กับแก๊งเพื่อน พร้อมรับสิทธิลุ้นแพ็กเกจพักผ่อนที่ศรีพันวา ภูเก็ต เพียงช็อปครบทุก 2,000 บาทที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และกด Follow Facebook & Instagram @EmporiumDepartmentStore วันนี้ – 26 เมษายนนี้ (ทุกวันพฤหัส-อาทิตย์ เวลา 12.00-20.00 น.) ที่ Summer Pop-Up Pool, GF เท่านั้น

POP-UP BAR BY PERRIER
รับฟรี ร่วมสัมผัสรสชาติใหม่ จากน้ำดื่มสุดหรู Perrier เป็นครั้งแรกที่ Summer Pop-up Pool เพียงกด Follow Facebook & Instagram @EmporiumDepartmentStore & @PerrierThailand และพิเศษเฉพาะวันเสาร์ เอ็นจอยไปกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษคลายร้อนริมสระโดยมิกโซโลจิสต์ชื่อดัง วันนี้ – 26 เมษายนนี้ ที่ Summer Pop-Up Pool, GF เท่านั้น

SUMMER OFFERS
SHARE & GET LUCKY!
ร่วมสนุกลุ้นชิงรางวัลแพ็กเกจพักผ่อนที่ศรีพันวา ภูเก็ต 2 รางวัล มูลค่ารวม 543,000 บาท เพียงช็อปครบทุก 2,000 บาทที่เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และร่วมกิจกรรมถ่ายภาพสุดเก๋ที่ Bullet Time Photo Booth

• แชร์ภาพโพสเก๋ของคุณทางเฟซบุ๊ก
• กด Follow Facebook & Instagram @SriPanwa
• ใส่แฮชแท็ก #EMPxSriPanwa #EMPLifeMoment #PopUpPool
• แท็กเพื่อนของคุณ และ @EmporiumDepartmentStore

*ประกาศผลรางวัลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ที่ Emporium Department Store Facebook Official เท่านั้น
*รายละเอียดของรางวัล 1) Sri panwa: Four Bedroom Ocean View Residence Villa 3 วัน 2 คืน พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 8 ท่าน มูลค่า 446,000 บาท (ใช้ได้ 21 เมษายน – 31 ตุลาคม 2560 ยกเว้นช่วง blackout) 2) Sri panwa: Ocean View Penthouse 3 วัน 2 คืน พร้อมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน มูลค่า 88,000 บาท (ใช้ได้ 21 เมษายน – 31 ตุลาคม 2560 ยกเว้นช่วง blackout)

พบกับกิจกรรมและข้อเสนอพิเศษรับซัมเมอร์นี้ อาทิ

• แผนก Lingerie Salon (ชั้น BF) ชุดว่ายน้ำจากเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 20%* และ Selected Items
ลดสูงสุด 60%* เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ

• แผนก Beauty Hall (ชั้น M) สินค้าเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 15%* / Gift Set และข้อเสนอพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Shiseido, Estee Lauder, Clinique, and Sulwhasoo

• แผนก Fashion Departments (ชั้น G/ 1 และ 2) พบกับสินค้าแฟชั่น New Arrival ลดสูงสุดถึง 20%* (วันที่ 7-9, 13-14-15-16, 21-23 เมษายน เท่านั้น) และ Selected Items ลดสูงสุด 50%* (วันนี้ – 26 เมษายน เท่านั้น)

• แผนก Living (ชั้น 4) สินค้าเคาน์เตอร์ปกติลดสูงสุด 20-25%* และ Selected Items ลดสูงสุด 70%

• Salute Summer สมาชิก M Card ที่จับจ่ายในห้างฯ ทุก 2,000 บาท ลุ้นล่องบอลลูนในเทศกาลบอลลูนนานาชาติ Bristol International Balloon Fiesta ที่ประเทศอังกฤษ พร้อมแพ็กเกจทัวร์ประเทศอังกฤษ 6 วัน 4 คืน 8 รางวัล รวมมูลค่า 1.2 ล้านบาท ลูกค้าบัตรเครดิต Citi M Visa และบัตรเครดิต Citi รับคูปองชิงโชคเพิ่มเป็น 2 เท่า / ลูกค้าที่ช็อปปิ้งในห้างฯ ตั้งแต่ 1,500 – 15,000 บาท หรือใช้คะแนน M Point แลกรับ รับทันทีคูปองส่วนลด 10 – 50 % / สำหรับ M Card Top Spenders ที่สะสมยอดซื้อผ่านบัตรเครดิต Citi M Visa หรือบัตรเครดิต Citi สูงสุดตลอดแคมเปญ 5 ท่าน รับไมล์สะสมจากการบินไทย 100,000 ไมล์ เลือกเส้นทางบินได้ทั่วโลก รวม 500,000 ไมล์ /พิเศษ สำหรับสมาชิก M Card ที่สะสมยอดซื้อผ่านบัตรเครดิต Citi M Visa หรือบัตรเครดิต Citi ครบ 70,000 บาทขึ้นไป 100 ท่านแรก รับทันที ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-ฮ่องกง สายการบินไทยพร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายจาก บัตรเครดิตชั้นนำของเมืองไทย (เฉพาะวันที่ 9 มีนาคม – 16 เมษายนเท่านั้น)

• Credit Cards รับเงินคืน/ลดเพิ่ม/บัตรของขวัญ รวมสูงสุด 18%* จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ / ช็อปก่อนจ่ายทีหลังกับโปรแกรมผ่อน 0% นานถึง 6 เดือน จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ
หมายเหตุ* เฉพาะบัตรเครดิตและแบรนด์ที่ร่วมรายการ /โปรดตรวจสอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย


http://www.thairath.co.th/clip/116190