โสมแดงไม่ปลื้ม ผู้นำจีน-มะกันจ่อพบกัน ยิงขีปนาวุธนำวิถีตกตูมทะเลญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 11:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905612


(ภาพประกอบ เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธ)

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือตอบโต้ ‘สี จิ้นผิง’ ประธานาธิบดีจีนเตรียมไปพบผู้นำสหรัฐฯ..ทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีไปตกในทะเลญี่ปุ่นอีกแล้ว ไม่หวั่นทรัมป์ขู่ฟ่อ พร้อมลุยเดี่ยวแก้ปัญหาโสมแดง ถึงแม้จีน พี่ใหญ่เอเชียจะไม่ช่วยก็ตาม

เมื่อ 5 เม.ย. สำนักข่าวยอนฮัพในเกาหลีใต้ รายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของ คิม จอง อึน ยิงขีปนาวุธนำวิถีไปตกในทะเลญี่ปุ่นอีกแล้ว เมื่อเช้าวันพุธที่ 5 เม.ย. เพียง 2 วันก่อนประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนมีกำหนดการไปเยือนสหรัฐฯ พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างเป็นทางการ โดยคณะเสนาธิการร่วมของกองทัพเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีจากฐานยิงที่เมืองท่าซินโป ในจังหวัดฮัมกยองใต้ เมื่อเวลาประมาณ 06.42 น. ของเช้าวันที่ 5 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น และขีปนาวุธได้ไปตกในทะเลญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่อาวุโสในคณะเสนาธิการร่วมกองทัพเกาหลีใต้กล่าวกับนักข่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า การทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีของเกาหลีเหนือคราวนี้ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว เพราะเรือพิฆาตชั้น AEGIS ของกองทัพเรือเกาหลีใต้ ซึ่งปฏิบัติการในทะเลตะวันออกและมีการติดตั้งระบบเตือนภัยขีปนาวุธนำวิถี ตรวจจับพบมีขีปนาวุธลูกหนึ่งถูกยิงไปตกในทะเลญี่ปุ่น โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสเกาหลีใต้คนดังกล่าวยังชี้ว่า การทดสอบขีปนาวุธนำวิถีของเกาหลีเหนือมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการสร้างขีปนาวุธ และเลือกเวลาทดสอบก่อนประธานาธิบดีจีนไปสหรัฐฯ พอดี ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศสหรัฐฯ พร้อมจะแก้ปัญหาเกาหลีเหนือเพียงลำพัง หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากจีน ซึ่งเป็นชาติที่เป็นพันธมิตรและมีอิทธิพลที่สุดต่อเกาหลีเหนือ

โดนัดล์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ-ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

ส่วนขีปนาวุธนำวิถีที่เกาหลีเหนือนำมาทดสอบครั้งนี้ จากการประเมินของกองบัญชาการแปซิฟิกสหรัฐฯ พบว่า ขีปนาวุธนำวิถีลูกนี้มีวิถียิงแบบโค้ง จึงคาดว่าน่าจะเป็นขีปนาวุธนำวิถีพิสัยกลาง KN-15 ซึ่งรู้จักในชื่อ ‘ปุ๊กกุ๊กซอง-2’ และมีพิสัยยิงไกลสูงสุดได้ที่ระยะทาง 189 กม. โดยกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ ​ยังตรวจพบว่า ขีปนาวุธลูกนี้ของเกาหลีเหนือบินเป็นระยะทางประมาณ 60 กม. เป็นเวลา 9 นาที ก่อนตกในทะเลญี่ปุ่น.

ข่าวเกี่ยวข้อง

จีนไม่ช่วย ไม่เป็นไร!ทรัมป์ ลั่นมะกันพร้อมลุยเดี่ยว ‘แก้ปัญหา’โสมแดง

 

ทรัมป์บริจาคเงินเดือน-ตัดเงินช่วยยูเอ็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2560 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905266


เมื่อ 3 เม.ย. กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศยุติการให้เงินสนับสนุนกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ซึ่งทำงานด้านการวางแผนครอบครัวและส่งเสริมสุขอนามัยของแม่และเด็กในกว่า 150 ประเทศ ทั่วโลก โดยอ้างว่า UNFPA สนับสนุนหรือมีส่วนร่วมในโครงการบังคับทำแท้งหรือทำหมันโดยไม่สมัครใจ นับเป็นก้าวแรกในการทำตามคำมั่นสัญญาของทรัมป์ที่จะตัดลดเงินสนับสนุนสหประชาชาติ

ทรัมป์ยังลงนามในกฎหมายล้มเลิกกฎหมายรักษาความเป็นส่วนตัวในอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเข้าถึงและขายข้อมูลการท่องอินเตอร์เน็ตของลูกค้าได้ แม้ถูกต่อต้านจากกลุ่มพิทักษ์ความเป็นส่วนตัว โฆษกทำเนียบขาวยังประกาศว่าทรัมป์ได้มอบเช็คเงินเดือนของตน 3 เดือนแรก 78,333 ดอลลาร์ ให้สำนักงานสวนสาธารณะแห่งชาติ จากเงินเดือนประจำตำแหน่งทั้งปี 400,000 ดอลลาร์ หลังเคยประกาศว่าถ้าชนะเลือกตั้งจะมอบเงินเดือนทั้งหมดให้การกุศล

ทรัมป์ยังต้อนรับประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี แห่งอียิปต์ ที่ขึ้น สู่อำนาจจากการก่อรัฐประหาร ที่ทำเนียบขาว ชื่นชมอัล-ซิซีว่ามีผลงานยอดเยี่ยม และจะร่วมมือกันต่อสู้กลุ่มอิสลามหัวรุนแรง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ผู้นำสหรัฐฯและอียิปต์พบปะเจรจากัน หลังความสัมพันธ์ในยุคโอบามาตึงเครียด.

 

แคนาดาจำคุกนักบินขี้เมาสิ้นสติก่อนบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 เม.ย. 2560 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905265


เมื่อ 3 เม.ย. ศาลเมืองกัลการี รัฐอัลเบอร์ตาในแคนาดา ตัดสินจำคุกนายมิโรสลาฟ โกรนิช นักบินชาวสโลวาเกียวัย 37 ปี เป็นเวลา 219 วัน หรือ 7.3 เดือน และห้ามทำหน้าที่นักบินอีก 1 ปีหลังพ้นโทษ ในข้อหาเมาสุราขณะจะนำเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบิน “ซันวิง แอร์ไลน์ส” ของแคนาดาบินขึ้นจากเมืองกัลการีไปยังเมืองแคนคูนในเม็กซิโก พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 105 คน ก่อนวันขึ้นปีใหม่เมื่อ 31 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา

โกรนิชถูกจับหลังลูกเรือเห็นเขามีอาการแปลกๆ เดินเป๋ พูดจาไม่รู้เรื่อง ก่อนไปฟุบหลับหมดสติในห้องนักบิน ผลการตรวจเลือดหลังถูกจับถึง 2 ชม. พบว่าเขามีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดสูงกว่าปริมาณที่กำหนดกว่า 3 เท่า จึงถูกตั้งข้อหาเมาสุราขณะดูแลควบคุมเครื่องบิน คดีนี้ส่งผลให้แคนาดาสั่งตรวจสอบควบคุมนักบินก่อนขึ้นบินอย่างเข้มงวด

อนึ่ง ทนายของแฮริสัน ฟอร์ด นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังวัย 74 ปี พระเอกจากหนังเรื่อง “อินเดียนา โจนส์” เผยว่า ฟอร์ดจะไม่ถูกฟ้องและลงโทษใดๆ กรณีบังคับเครื่องบินเล็กส่วนตัวผิดพลาดจนเกือบชนกับเครื่องบินโบอิ้ง 737 มีผู้โดยสารและลูกเรือ 110 คน ที่สนามบินจอห์น เวย์น ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ 13 ก.พ.

 

โคตรเพชรชมพู ‘พิงก์ สตาร์’ ประมูลออกแพงสุดในโลก เคาะ 71 ล้านดอลลาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 02:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905292


สถาบันประมูล ซัทเทบีส์ จัดงานประมูลที่เกาะฮ่องกงเมื่อวันอังคาร โดยในงานเพชรสีชมพู พิงก์ สตาร์ ถูกประมูลออกไปในราคาสูงถึง 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลายเป็นเพชรแพงที่สุดในโลก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘พิงก์ สตาร์’ เพชรสีชมพูน้ำงามน้ำหนัก 59.60 กะรัต กลายเป็นอัญมณีที่มีราคาประมูลสูงที่สุดในโลกแล้วที่งานประมูลของสถาบันประมูล ซัทเทบีส์ ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง เมื่อวันอังคาร (4 เม.ย.) หลังนาย โจว ไต้ ฟุค พ่อค้าเพชรท้องถิ่นประมูลออกไปในราคา 71.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,453 ล้านบาท)

อนึ่ง พิงก์ สตาร์ เป็น เพชรแฟนซีสีชมพูสดไร้ตำหนิรูปทรงไข่ เม็ดใหญ่ที่สุดที่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพโดย สถาบันอัญมณีวิทยาแห่งอเมริกา (จีไอเอ) โดยเพชรเม็ดนี้เคยถูกประมูลออกไปในราคาสูงถึง 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการประมูลเมื่อเดือนพ.ย. 2013 แต่ผู้ซื้อในตอนนั้นไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวได้ ทำให้การซื้อขายไม่สำเร็จ

นางแบบโชว์เพชรสีชมพู ‘พิงก์ สตาร์’

ทั้งนี้ นายโจว เอาชนะการเสนอราคาอันดุเดือดนาน 5 นาทีกับผู้ประมูลทางโทรศัพท์คนอื่นอีก 2 คน โดย แพตตี หว่อง ประธานสถาบัน ซัทเทบีส์ สาขาเอเชีย ระบุว่า ผู้ประมูลทั้ง 3 คนมีความสัมพันธ์อันดีกับทางบริษัทมาอย่างยาวนาน และพวกเธอเชื่อมั่นอย่างมากว่า ทั้ง 3 คนมีศักยภาพทางการเงินมากพอที่จะซื้อเพชรเม็ดนี้ “พวกเราไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย” เธอกล่าว

 

มะกันรวบโจ๋คนที่ 2 คดีล่วงละเมิดทางเพศถ่ายทอดสด-เหยื่อย้ายบ้านหนีคนล้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 01:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905252


เอดดี จอห์นสัน ผู้กำกับการตำรวจเมืองชิคาโก

ตำรวจสหรัฐฯ จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ในคดีการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัยรุ่นถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อนได้แล้ว ขณะที่หญิงผู้ตกเป็นเหยื่อต้องย้ายที่อยู่เพราะความอับอาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคาร (4 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ของสหรัฐอเมริกา จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง และถ่ายทอดสดภาพเหตุการณ์ผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กได้เป็นรายที่ 2 แล้ว

ก่อนหน้านี้จับกุมวัยรุ่นอายุ 14 ปีไปแล้ว 1 ราย ฐานร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 15 ปีเมื่อวันที่ 19 มี.ค. โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมทางเพศ และผลิตรวมทั้งเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ซึ่งเป็นโทษร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่เปิดเผยชื่อของผู้ต้องสงสัยเนื่องจากยังไม่บรรลุนิติภาวะ

อีกด้านหนึ่ง ตำรวจระบุว่า เด็กหญิงวัย 15 ปีผู้ตกเป็นเหยื่อเคราะห์ร้ายในคดีนี้ รวมทั้งครอบครัวของเธอ ต้องย้ายที่อยู่เนื่องจากถูกตามรังความทั้งทางออนไลน์และโดยตรง นอกจากนี้เธอยังไม่สามารถกลับไปที่โรงเรียนได้อีกด้วย

เอดดี จอห์นสัน ผู้กำกับการตำรวจเมืองชิคาโก แสดงความเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ว่า “เหล่าชายหนุ่มผู้ก่อเหตุ ความอับอายในตัวเอง พวกเขาทำให้ทั้งตัวเองและครอบครัวต้องอับอาย และตอนนี้พวกเขากำลังจะต้องรับผิดในสิ่งที่พวกเขาทำ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสื่อม! ตร.มะกันรวบโจ๋ 14 ล่วงละเมิดทางเพศด.ญ.ถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก

 

‘ดูเตร์เต’ ปลดฟ้าผ่ารมว.มหาดไทย ฐานเอี่ยวคอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 23:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905200


ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต สั่งปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเขาออกจากตำแหน่งแล้วในวันอังคาร ท่ามกลางข่าวลือว่าเขาเข้าไปพัวพันกับการคอร์รัปชัน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีฟิลิปปินส์ 2 คน เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ 4 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต ดำเนินการปลดนาย อิสมาเอล ซูเอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเขาออกจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากสูญเสียความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ท่ามกลางข่าวลือว่าเขาเข้าไปพัวพันกับการคอร์รัปชัน

นับตั้งแต่ประธานาธิบดี ดูเตร์เต กลายเป็นผู้นำฟิลิปปินส์เมื่อ 10 เดือนก่อน เขาก็ดำเนินนโยบายแข็งกร้าวในการต่อสู้กับยาเสพติด, อาชญากรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเขาได้ปลดนักการเมืองเพราะพัวกันกับเรื่องดังกล่าวไปแล้วหลายคน รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และอดีคโฆษกทีมหาเสียงของเขา แต่นายซูเอโน ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดที่ถูกปลดเพราะข้อหาคอร์รัปชัน

เมื่อวันอังคาร นายเอร์เนสโต อาเบยา โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ดูเตร์เตได้ปลดนาย อิสมาเอล ซูเอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลส่วนภูมิภาค ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากสูญเสียความไว้วางใจและความเชื่อมั่น” นายอาเบยาระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีตัดสินใจเรื่องนี้หลังการประชุมครม.เมื่อคืนวันจันทร์ และการปลดนายซูเอโนยังถือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูสำหรับคนอื่นๆที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีด้วย

“ที่จริงแล้ว รัฐมนตรีผู้นี้ยังเป็นผู้โน้มน้าวให้ประธานาธิบดี (ดูเตร์เต) ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่เรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรคตต่อเขา ซึ่งต้องการผลักดันให้มีรัฐบาลที่น่าเชื่อถือด้วยการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างเช่นการคอร์รัปชัน” นายอาเบยากล่าว

ทั้งนี้ นายบิตาเลียโน อาเกวร์เร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ยืนยันเรื่องการปลดนายซูเอโนออกจากตำแหน่งเช่นกัน แต่ไม่เปิดเผยเหตุผล แต่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวทรัพย์สินที่ไม่อาจระบุที่มาได้ของนายซูเอโน รวมทั้งการพัฒนาขึ้นอย่างกระทันหันของไร่ของเขาในภาคใต้ของประเทศ ขณะที่รัฐมนตรีช่วยของนายซูเอโน 3 คนยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของเขาถึงประธานาธิบดีดูเตร์เตด้วย

 

สลด! บินลึกลับใช้อาวุธเคมีโจมตีจ.อิดลิบ ดับ 58 ศพเจ็บอื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 22:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905180


เกิดเหตุการโจมตีด้วยอาวุธเคมีขึ้นภายในจังหวัดอิดลิบทางตะวันตกเฉียงเหนือของ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 58 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มสังเกตการณ์กล่าวหาฝ่ายรัฐบาลว่าเป็นผู้ลงมือ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์, แพทย์ และหน่วยกู้ภัยในจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย ว่า เกิดเหตุการโจมตีด้วยอาวุธเคมีขึ้นภายในจังหวัดแห่งนี้เมื่อวันอังคารที่ 4 เม.ย. เป็นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 58 ราย เป็นเด็ก 11 ราย ทั้งหมดอายุต่ำกว่า 8 ขวบ

นาย มอนเซอร์ คาลิล หัวหน้าหน่วยงานสาธารณสุขในจังหวัดอิดลิบ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า เมื่อเช้านี้เวลา 6:30น. (วันอังคาร) เครื่องบินรบหลายลำโจมตีเมือง ‘ข่าน เชคอน’ ทางใต้ของจังหวัดอิดลิบที่ฝ่ายกบฏครอบครอง ด้วยแก๊ส ที่เชื่อว่าเป็นแก๊สซารินและคลอรีน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ราย และบาดเจ็บอีกราว 300 คน

ด้านกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าเป็นการโจมตีจากเครื่องบินรบของกองทัพซีเรีย ทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดอาการสำลักหายใจขัด บางคนมีน้ำลายฟูมปาก ในเวลาต่อมา เครื่องบินรบหลายลำยังโจมตีใกล้ศูนย์การแพทย์ที่ผู้ป่วยกำลังรับการรักษาด้วย โดยกลุ่ม ‘หมวกนิรภัยขาว’ หน่วยกู้ภัยอาสา ยืนยันว่า หนึ่งในศูนย์พยาบาลของพวกเขาก็ถูกโจมตีเช่นกัน

ชายคนหนึ่งกำลังนอนรักษาตัวหลังได้รับบาดเจ็บจากอาวุธเคมี

ทั้งนี้ หากได้รับการยืนยัน เหตุการณ์นี้นับเป็นการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่การโจมตีด้วยแก๊สซารินในเมืองโกตา ใกล้กรุงดามัสกัสเมื่อส.ค. 2013 ซึ่งทำให้พลเรือนเสียชีวิตหลายร้อยราย โดยการโจมตีในครั้งนั้น ชาติตะวันตกกล่าวหารัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ว่าเป็นผู้ลงมือ ขณะที่รัฐบาลซีเรียกล่าวโทษฝ่ายกบฏ

ส่วนการโจมตีล่าสุด แหล่งข่าวในกองทัพรัฐบาลซีเรียบอกกับรอยเตอร์สว่า กองทัพรัฐบาลไม่ได้ใช้อาวุธต้องห้ามชนิดนี้ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพราะกองทัพไม่มีอาวุธเคมี

อนึ่ง การสืบสวนหลายต่อหลายครั้งขององค์กรเพื่อการห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) และหน่วยงานสหประชาชาติ พบว่า มีหลายกลุ่มที่เข้าร่วมสงครามกลางเมืองซีเรีย ใช้อาวุธเคมีทั้งสาร คลอรีน, ซัลเฟอร์ และซาริน

 

บึมช็อกโลก รถไฟใต้ดินเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แรงระเบิดพุ่งขึ้นมาถึงบนถนน (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/905041


คีร์กิซสถาน เผยชื่อหนุ่มต้องสงสัย เป็นมือระเบิดพลีชีพบนรถไฟใต้ดินที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว ขณะที่ยอดเหยื่อบึม เพิ่มเป็น 14 ด้านชาวรัสเซียเผยคลิปจากกล้องติดหน้ารถ แสดงให้เห็นระเบิดรุนแรงมาก ประกายไฟถึงกับพุ่งขึ้นมาบนถนน


http://www.thairath.co.th/clip/115901

เมื่อ 4 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่คีร์กิซสถาน ได้มีการระบุชื่อ ผู้ต้องสงสัย เป็นมือระเบิดพลีชีพ บนรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว มีชื่อว่า นายอัคห์บาช จาลิลอฟ เป็นชายหนุ่มชาวคีร์กิซสถาน แต่มีเชื้อสายอุซเบก ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ เกิดที่เมืองออช (Osh) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศในปี 2538 โดยสื่อทางการคีร์กิซสถาน ยังรายงานว่า หน่วยงานความมั่นคงของคีร์กิซสถานได้มีการประสานงานติดต่อกับหน่วยข่าวกรองรัสเซียเพื่อสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมของชายหนุ่มที่คาดว่าเป็นมือระเบิดพลีชีพแล้ว ขณะที่ยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน มีรายงานยอดเสียชีวิตจากเหตุระเบิดบนขบวนรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัสเซีย ได้เพิ่มขึ้นจาก 11 ราย เป็น 14 รายแล้ว หลังจากต่อมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 รายเสียชีวิตในโรงพยาบาล ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 50 ราย

รถไฟใต้ดินวิ่งผ่านสถานีเซนนายา ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อ 4 เม.ย. ซึ่งยังปิดให้บริการ หลังเหตุระเบิด

บีบีซีแจ้งว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์มาแสดงความเสียใจกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย และพร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในการไล่ล่าหากลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยผู้นำทั้งสองเห็นพ้องตรงกันว่า ต้องเร่งปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายให้หมดสิ้นไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์แห่งอังกฤษ ได้ส่งหนังสือมาแสดงความเสียใจแก่ประธานาธิบดีปูติน เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนีได้ประณามเหตุระเบิดบนรถไฟฟ้าใต้ดินที่เซนต์ปีสเตอร์เบิร์กว่า เป็นการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อน

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงบนโบกี้ของขบวนรถไฟใต้ดินขบวนหนึ่งในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ออกมา เป็นช่วงหลังจากเกิดเหตุแล้ว และมีคลิปหนึ่ง ที่บันทึกจากกล้องติดหน้ารถยนต์ ที่จับภาพได้ขณะเกิดระเบิดบนรถไฟใต้ดิน จนประกายไฟจากแรงระเบิด พวยพุ่งขึ้นมาบนถนน จนน่ากลัวอย่างยิ่ง

ชมคลิป ที่นี่

ข่าวเกี่ยวข้อง

รัสเซียช็อก เผยภาพหนุ่มต้องสงสัย ‘มือบึมพลีชีพ’ระเบิดสยองรถไฟใต้ดินแล้ว

 

ตะลึง พบพีระมิดแห่งใหม่ในอียิปต์ คาดสร้างตั้งแต่ 3,700 ปีก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 16:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/904827


ตื่นตะลึง อียิปต์ขุดเจอพีระมิดแห่งใหม่ ทางใต้กรุงไคโรอีก คาดถูกสร้างตั้งแต่ 3,700 ปีที่แล้ว ไม่น่าเชื่อ สภาพทางเดินภายในพีระมิด ตลอดจนแถวอักษร-สัญลักษณ์อียิปต์โบราณบนแผ่นหินยังอยู่ในสภาพที่ดีมากๆ

เมื่อ 4 เม.ย.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงโบราณวัตถุของอียิปต์ แถลงข่าว นักโบราณคดีขุดพบซากพีระมิดแห่งใหม่ ทางตอนใต้ของกรุงไคโร ที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ คาดถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 3,700 ปีก่อน สมัยยุคฟาโรห์ ที่ 13 และสิ่งที่สร้างความตื่นตะลึง คือ ซากพีระมิดที่พบนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางเดินภายในพีระมิด และแถวอักษรหรือสัญลักษณ์อียิปต์โบราณบนแผ่นหินจำนวน 10 แถว ยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก

กระทรวงโบราณวัตถุอียิปต์ ยังเผยด้วยว่า พีระมิดที่พบอยู่ที่บริเวณสุสานของฟาโรห์ ที่เมืองดาห์ชู ซึ่งอยู่ทางเหนือของพีระมิดโค้งงอ (Bent Pyramid) ที่มีชื่อเสียง โดยขณะนี้บรรดาคนงานยังคงดำเนินการขุดบริเวณที่พบซากพีระมิดแห่งใหม่เพื่อพยายามค้นหาโบราณวัตถุในสถานที่แห่งนี้ให้มากขึ้น รวมทั้งการระบุขนาดของพีระมิดด้วย

ทั้งนี้ เมืองดาห์ชู เป็นเมืองที่ฟาโรห์สนอฟรู แห่งราชวงศ์ที่ 4 ได้สร้างพีระมิด สูง 104 เมตร หรือประมาณอาคารสูง 30 ชั้น เรียกว่า พีระมิดแดง เมื่อ 4,600 ปีก่อน จนนับเป็นพีระมิดที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบแห่งแรกของโลก

แก้วิกฤติ! เมียนมาขาดแคลนน้ำสะอาด 20% เด็กตายเพราะท้องเสีย (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2560 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/903881


ในทุกๆ วันมีเยาวชนกว่า 1,000 คนทั่วโลกที่เสียชีวิต เนื่องจากการติดเชื้อ หนึ่งในสาเหตุหลักคือการบริโภคน้ำที่ไม่สะอาดเพียงพอ


http://www.thairath.co.th/clip/112016

http://www.thairath.co.th/clip/115761

หันกลับมามองที่เพื่อนบ้านในประเทศอาเซียนอย่าง เมียนมา พบว่าจากสถิติอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และองค์กรอนามัยโลก (WHO) พบว่าร้อยละ 20 ของเด็กเล็กที่เสียชีวิตในช่วงอายุต่ำกว่า 5 ขวบของพม่า มีสาเหตุจากอาการท้องเสีย

ซึ่งจากตัวเลขจะเห็นว่าอันตรายการเสียชีวิตเพราะท้องเสียของเด็กเมียนมา มากเป็น 2 เท่าจากค่าเฉลี่ยทั่วโลก และมีสัดส่วนใกล้เคียงกับการเสียชีวิตของเด็กในกลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขาดแคลนแหล่งน้ำธรรมชาติ ตัวเลขตรงนี้บ่งบอกได้ดีถึงวิกฤติน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคของ เมียนมา

พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล หรือ พีแอนด์จี เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่เล็งเห็นถึงปัญหานี้ หลังพบหลายพื้นที่ในเมียนมา ยังขาดแคลนน้ำดื่มที่ปลอดภัย จึงคิดค้นนวัตกรรม “ผงบำบัดน้ำสะอาด” ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเมียนมา ให้มีน้ำบริโภคสะอาดได้ดื่มกิน ร่วมมือกับองค์กรระดับชุมชนในเมียนมา ลงพื้นที่สำรวจชุมชนที่ขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด และนำเทคโนโลยี “ผงบำบัดน้ำสะอาด” ที่เกิดจากการคิดค้นพัฒนาของพีแอนด์จีร่วมมือกับศูนย์ควบคุมและป้องกันการแพร่โรคระบาด สหรัฐอเมริกา แจกจ่ายให้กับชุมชนที่ขาดแคลน

ผงบำบัดน้ำสะอาดมาในรูปแบบของผงบรรจุในซองเล็กๆ หลักการทำงานง่ายๆ ใช้กันได้ในครัวเรือน แค่ใช้ผงบำบัดน้ำสะอาด จำนวน 4 กรัมกับน้ำ 10 ลิตร ผสมกันแล้วประมาณ 30 นาที ผงบำบัดน้ำสะอาด จะสามารถกำจัดแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และปรสิตต่างๆ ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ทั้งยังสามารถตกตะกอนสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ที่อยู่ในน้ำได้ดีอีกด้วย โดยจากการศึกษาพบว่า ผงบำบัดน้ำนี้ช่วยลดอาการป่วยเนื่องจากการบริโภคน้ำที่ไม่สะอาดในเด็กพม่าอายุต่ำกว่า 5 ปีได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้การแจกจ่าย ผงบำบัดน้ำแล้ว ยังเน้นให้ความรู้แก่ประชาชนเมียนมาให้ตระหนักถึงการบริโภคน้ำสะอาด โดยให้ความรู้กับโรงเรียนและสถานอนามัยในระดับชุมชน ซึ่งจากการให้ความรู้และติดตามผลของการบริโภคน้ำสะอาดอย่างต่อเนื่องของกลุ่มชุมชนพบว่า สุขภาพโดยรวมของประชาชนดีขึ้น

นายราฟฟี่ ฟาฮาร์โด กรรมการผู้จัดการบริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “พีแอนด์จีมีความภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมฉลองวาระครบรอบ 4 ปีของโครงการ 10 Merits of Water Donation โดยได้ดำเนินการรณรงค์โครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะจัดสรรน้ำดื่มที่สะอาด และปลอดภัยให้แก่ประชาชนชาวเมียนมา

เราเชื่อมั่นว่าการเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาด จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ อนามัย และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมียนมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งโครงการนี้จะสำเร็จลุล่วงไปไม่ได้หากขาดการสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ทั้งจากรัฐบาลเมียนมา, รัฐบาลสหรัฐอเมริกา, พันธมิตรทางธุรกิจ, สื่อมวลชน ผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ และอาสาสมัครจาก เวิลด์วิชั่นเมียนมา (World Vision Myanmar) ที่ให้ความช่วยเหลือ บรรเทาภาวะฉุกเฉินด้านน้ำดื่มสะอาด ให้กับผู้ประสบภัย ผ่านผงทำน้ำดื่มปลอดภัยพีแอนด์จี”

ด้าน นางกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ในเมียนมา ตั้งแต่ปีแรก พบว่าโรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ขวบ อันเนื่องมาจากปัญหาการเข้าถึงน้ำดื่มบริโภคสะอาดและการสุขาภิบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ชาวเมียนมามักจะประสบปัญหาภัยธรรมชาติและเกิดวิกฤติน้ำดื่มบริโภคที่สะอาด ดังนั้นโครงการนี้จึงมีส่วนช่วยอย่างมากต่องานส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิต รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในยามฉุกเฉิน”

ขณะที่ นายสกอต มาร์เชียล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า “โครงการนี้จัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิต และสุขอนามัยของชาวเมียนมาที่ขาดแคลนการได้เข้าถึงน้ำดื่มสะอาดปลอดภัยได้อย่างเห็นผลอย่างแท้จริง”

“เวิลด์วิชั่นได้ทำงานร่วมกับพีแอนด์จี เพื่อแจกจ่ายผงบำบัดน้ำดื่มสะอาดปลอดภัยทั่วโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับสุขอนามัยของเด็ก และครอบครัวชาวเมียนมา ในช่วงระยะเวลาที่ฉุกเฉิน และแก่ผู้ที่ขาดแคลนการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดปลอดภัย และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ยังขาดแคลนได้มากยิ่งขึ้น” นายโม ธู (Mr. Moe Thu) ผู้อำนวยการฝ่ายงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติ เวิร์ดวิชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล เมียนมา กล่าวปิดท้าย.