ยกเลิกใบอนุญาตรถตู้เหลือ 2 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900646


“พิชิต” จี้ขนส่งทางบกยกเครื่องแผนปฏิรูปด่วน

“พิชิต” จี้ขนส่งเร่งสรุปแผนปฏิรูปด่วน พร้อมเล็งยกเลิกใบอนุญาตเดินรถเหลือ 2 ปีช่วงเปลี่ยนผ่าน จาก 10 ปี และเริ่มสัมปทานใหม่พร้อมกัน 7 ปี ลั่นให้ใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่ และให้เกิดในปีนี้ พร้อมเร่งหามาตรการความปลอดภัยการใช้รถตู้โดยสารประจำทางด้วย

นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังประชุมติดตามความคืบหน้าของกรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. ที่จะต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะการให้สัมปทานเดินรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นไปตามแผนการปฏิรูปเส้นทาง เดินรถว่า ขณะนี้ได้กำหนดแนวทางเบื้องต้นว่าในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านก่อนออกใบอนุญาตสัมปทานเดินรถให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ก่อนเปลี่ยนผ่านจะให้อายุใบอนุญาตเดิมเหลือ 2 ปี ทุกราย เพื่อให้หมดและเริ่มสัมปทานใหม่ในแต่ละรายพร้อมกัน ซึ่งกำหนดอายุสัมปทานใหม่คราวละ 7 ปี และขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสรุปแผนจัดเส้นทางเดินรถใหม่ คาดว่าจะได้ข้อยุติภายในปีนี้

สำหรับการปฏิรูปเส้นทางเดินรถ โดยเฉพาะรถหมวด 1 ที่วิ่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในหลักการจะเน้นทำหน้าที่เป็นระบบเชื่อมต่อการเดินทาง หรือฟรีดเดอร์ (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในทุกระบบ ทั้งรถไฟฟ้าและเรือ โดยการจัดเส้นทางใหม่จะครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้จำนวนเส้นทางต้องเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 20% จากปัจจุบันมี 202 เส้นทาง เพิ่มเป็น 269 เส้นทาง ส่วนระยะทางก็เพิ่มจาก6,437 กิโลเมตร เป็น 7,833 กิโลเมตร ส่วนระยะทางในแต่ละเส้นทางจะตัดทอนให้สั้นลงด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น “การดำเนินการพยายามจะไม่ใช้อำนาจพิเศษ จะใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่เข้ามาจัดการวันนี้อาจยังตอบไม่ได้ว่าจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไร แต่จะพยายามให้เกิดขึ้นภายในปีนี้”

นายพิชิต กล่าวว่า เหตุผลในการกำหนดใบอนุญาต 7 ปีนั้น มีการพิจารณาว่า มีความเหมาะสม เป้าหมายเพื่อความปลอดภัย แม้ที่ผ่านมาใบอนุญาตรถตู้โดยสารสาธารณะจะคราวละ 10 ปีก็ตาม ทั้งนี้ หลังการประชุมความปลอดภัยการใช้รถตู้โดยสารประจำทาง ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการดูแลเข้มข้นขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น นำกฎหมายขนส่งที่มีอยู่ในปัจจุบันมาบังคับใช้ เช่น การติดตั้งตั้งระบบจีพีเอสในรถตู้หมวด 2 ซึ่งเป็นรถที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด และรถตู้หมวด 3 ที่วิ่งระหว่างจังหวัดไม่เข้ากรุงเทพฯ รวมถึงจำกัดความเร็วและชั่วโมงการขับขี่ เอาผิดผู้ประกอบการหรือเจ้าของบริษัท กรณีทำผิดกฎจราจรและการเกิดอุบัติเหตุ หรือเอารถไปใช้ผิดประเภท มีโทษสูงสุด ยึดใบจด ทะเบียนให้ไม่สามารถประกอบกิจการต่อได้

สำหรับการติดถังบรรจุก๊าซต้องไม่เกินสมรรถนะของตัวรถ การกำหนดจำนวนที่นั่งผู้ โดยสารของรถตู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่ง การแก้ไขปรับปรุงตัวรถ รวมถึงแก้ไขกลไกให้ผู้โดยสารสามารถเปิดประตูหลังจากด้านในได้ เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการรถตู้โดยสารโดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และยกระดับความปลอดภัยการให้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ส่วนแผนระยะกลาง ได้สนับสนุนให้เอกชนปรับเปลี่ยนรถตู้เป็นมินิบัสขนาดที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง โดยมอบหมายให้นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เจรจากับกระทรวงการคลัง ลดการนำเข้าภาษีอุปกรณ์ส่วน ประกอบชิ้นส่วนรถมินิบัสมากกว่า 20% ได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันราคามินิบัสที่ประกอบในประเทศไทยราคาอยู่ที่ 1.8 ล้านบาท ถ้าลดภาษี 20% ราคาจะอยู่ที่ 1.6 ล้านบาท ขณะที่รถตู้ราคา 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนประกอบลง เพื่อให้การประกอบรถมินิบัสในประเทศเท่ากับราคารถตู้ ซึ่งต้องรอคำตอบจากกระทรวงการคลังว่า ได้หรือไม่“การปรับเปลี่ยนรถมินิบัสเป็นภาคสมัครใจ และขณะนี้มีผู้ประกอบการไทย 12-13 ราย มีความพร้อมที่จะผลิตรถไมโครบัสออกมาจำหน่ายแล้ว เช่น บริษัท บ้านโป่งอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท อู่เชิดชัยอุตสาหกรรม จำกัด เป็นต้น แต่ต้องการความชัดเจนเรื่องการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนฯ จากภาครัฐก่อน”

สำหรับมาตรการระยะยาว เจ้าของรถตู้รายเดียวต้องรวมตัวกัน จัดตั้งเป็นนิติบุคคล โดยอาจตั้งเป็นบริษัทหรือสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันรถตู้มีทั้งหมด 193 กลุ่ม รวม 6,435 คัน เบื้องต้นบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้คุยกับผู้ประกอบการรถตู้แล้ว และทุกรายพร้อมเร่งดำเนินการ.

 

รอปลดล็อก “วินด์ฟาร์ม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 มี.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900655


นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สรุปผลการตรวจสอบการเช่าที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) จำนวน 17 โครงการ ไม่ผิดกฎหมาย ส.ป.ก. และให้ปฏิบัติตามสัญญา โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้รับผลประโยชน์นั้น ทาง กกพ.ต้องรอหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ส.ป.ก.ก่อน จากนั้นจะพิจารณาปลดล็อกการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโครงการวินด์ฟาร์ม จากก่อนหน้านี้ กกพ.ได้ชะลอการออกใบอนุญาต 11 ราย จำนวน 700 เมกะวัตต์

นายสุเมธ สุทธภักติ รองนายกสมาคมกังหันลมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่ ส.ป.ก.เห็นชอบให้เดินหน้าการใช้พื้นที่เพื่อติดตั้งกังหันลมได้นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีต่ออุตสาหกรรมกังหันลมของประเทศไทย ที่สามารถเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 11 บริษัท รวมเงินลงทุน 72,000 ล้านบาท และยังจะมีเม็ดเงินเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างเศรษฐกิจชุมชน และมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมด้วย

“นอกจาก 11 โครงการ ที่รอลงทุนในที่ดินของ ส.ป.ก.แล้ว ยังมีโครงการที่รอการพิจารณาจาก กกพ.อีก 6 โครงการ และเมื่อปัญหาเรื่องพื้นที่ ส.ป.ก.ได้ข้อยุติลง ก็ทำให้โครงการวินด์ฟาร์ม ทั้ง 17 แห่ง สามารถทยอยลงทุนได้ คิดเป็นมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท ถือเป็นเม็ดเงินที่ได้จะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจากนี้ สมาคมฯจะหารือในรายละเอียดถึงกรอบการตอบโจทย์ตามคำสั่งศาลปกครอง กรณีการใช้ที่ดินของ ส.ป.ก.ว่า จะต้องเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเอกชนต้องดำเนินการให้ดีที่สุดอยู่แล้ว.

 

‘นกแอร์’ แจง ขอยกเลิกการเดินทางผู้โดยสารหญิง ป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2560 03:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900696


นกแอร์ ออกแถลงการณ์ ขอยกเลิกการเดินทางผู้โดยสารหญิง ไม่มีใบรับรองแทพย์ และไม่ยอมลงนามรับรองการเดินทาง กรณีป่วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ยัน สายการบิน คำนึงความปลอดภัยผู้โดยสาร

แถลงการณ์สายการบินนกแอร์ กรณีเที่ยวบิน DD9202 ดอนเมือง-อุดรธานี มีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทางของผู้โดยสารหนึ่งท่าน

วันที่ 30 มี.ค. ด้วยเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD9202 กำหนดเวลาออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 10.00 น. และมีกำหนดถึงท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 11.15 น. มีผู้โดยสารทั้งหมด 149 คน มีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทางของ คุณยศวดี ปานเหง้า หนึ่งในผู้โดยสารของเที่ยวบินนี้ เนื่องจากผู้โดยสารได้แจ้งลูกเรือในขณะที่เครื่องยังไม่ออกเดินทาง ว่า ตนมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน โดยลูกเรือได้ปฏิบัติตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยในการขออนุญาตตรวจสอบเอกสารใบรับรองจากแพทย์ เพื่อยืนยันว่า ผู้โดยสารสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย โดยกรณีนี้ผู้โดยสารไม่มีเอกสารดังกล่าวมายืนยัน พร้อมทั้งไม่ยินยอมที่จะลงนามรับรองการเดินทางของตนเอง ทั้งนี้ กัปตันผู้ควบคุมอากาศยาน ได้ตัดสินใจทำการยกเลิกการเดินทางของคุณยศวดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร ในระหว่างการเดินทางเป็นสำคัญ

 

ขนส่งยันรถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องติด GPS เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับขี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2560 21:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900490


ขนส่งทางบก พร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เดินหน้าจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ ต้องเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกคัน ยันติดตั้ง GPS Tracking เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ ลดและป้องกันอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 60 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัดได้เรียกร้องขอผ่อนผันการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ นั้น กรมการขนส่งทางบกพร้อมรับฟังข้อคิดเห็น เพื่อนำข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาในการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะบนหลักการที่ประชาชนต้องไม่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกำหนดแผนการดำเนินการให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด คณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะตั้งแต่ปี 2557

ทั้งนี้ ปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่ 3 (ระยะยั่งยืน) ซึ่งได้กำหนดให้รถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 (เส้นทางกรุงเทพ-ต่างจังหวัด) ต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารในกรุงเทพมหานครฯ ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 59 เป็นต้นมา และกำหนดให้รถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัด) ต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารหรือจุดจอดที่ได้รับอนุญาตทุกคัน ทั้งสถานีต้นทาง ระหว่างทางและปลายทาง ตั้งแต่ ก.พ. 60 เป็นต้นมา ทำให้สภาพการจราจรบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีความคล่องตัวขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาจราจรในภาพรวมของกรุงเทพฯ ได้

ส่วนการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ได้พิจารณาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของเจ้าของรถ ด้วยการเชิญสถาบันการเงินพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณามาตรการช่วยเหลือทางการเงินต่างๆ เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้, การพักชำระหนี้, การปรับโครงสร้างหนี้ หรือการปรับโอนหนี้เข้าสู่สถาบันการเงินภาครัฐ เป็นต้น

นายสนิท กล่าวอีกว่า การจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะดังกล่าว เป็นนโยบายด้านความปลอดภัยที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน และเห็นผลเป็นรูปธรรม กรมการขนส่งทางบก จึงกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะทุกคันติดตั้งอุปกรณ์ GPS Tracking ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 ม.ค. 59 เป็นต้นมา และต้องครบถ้วนภายในปี 2560 ส่วนรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 (เส้นทางกรุงเทพ-ต่างจังหวัด) ทุกคันต้องติดตั้งให้ครบถ้วนทุกคันภายใน 31 มีนาคม 2560 พร้อมอุปกรณ์ระบุตัวผู้ขับรถ (โดยใช้ใบขับขี่) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับควบคุมพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถผ่านศูนย์ GPS ของกรมการขนส่งทางบก

ส่วนการเปลี่ยนรถตู้โดยสารเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแนวทางในการดำเนินการ และเป็นภาคสมัครใจ สำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อม สามารถนำรถโดยสารขนาดเล็กมาเปลี่ยนแทนรถตู้โดยสารได้ทันที ส่วนผู้ประกอบการรถตู้ในปัจจุบัน ก็ยังสามารถใช้รถตู้โดยสารสาธารณะต่อไปได้ตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการ โดยต้องปรับปรุงอุปกรณ์ส่วนควบบางรายการตามมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจะได้กำหนดแนวปฏิบัติในการปรับปรุงรถตู้โดยสารตามระยะเวลาที่เหมาะสมและปฏิบัติได้โดยเกิดผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้รถตู้โดยสารที่ยังคงใช้งานอยู่ในระบบมีความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการระบบรถโดยสารสาธารณะอย่างยั่งยืน

 

พาณิชย์จ่อถกร่วมสหรัฐฯ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแบบวินวิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2560 17:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900285


ไทย เตรียมประชุมร่วม สหรัฐฯ 3 เม.ย.นี้ หาแนวทางทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจแบบ win win คาดอาจเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ-รัฐ รัฐ-เอกชน หรือ เอกชน-เอกชน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 60 นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 3 เม.ย.นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ประจำปี 60 ถือเป็นการหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรกกับสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยไทยจะถือโอกาสหารือถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในลักษณะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายสนใจและเป็นประโยชน์ร่วมกันแบบได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย (win win)

ทั้งนี้ อาจเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ-รัฐ, รัฐ-เอกชน หรือเอกชน-เอกชน ครอบคลุมด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาบุคลากร การใช้นวัตกรรม และการวิจัยพัฒนาในหลายสาขาอุตสาหกรรม ซึ่งสหรัฐฯ มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญ โดยจะช่วยให้ไทยสามารถต่อยอดอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้า เสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และรักษาการเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานโลก

นอกจากนี้ จะหารือเกี่ยวกับนโยบายการค้า การลงทุนของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับไทยในการกำหนดกลยุทธ์ด้านการค้า และการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างงานในประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งแนวทางความร่วมมือและแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ไทยขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เพิ่มเติมสำหรับสินค้าเครื่องเดินทาง ที่ไทยมีศักยภาพ และสามารถขยายการส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น แต่ไทยอาจถูกตัดสิทธิ

ขณะเดียวกัน ไทยจะแจ้งให้สหรัฐฯ ทราบถึงการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ของไทยที่มีความคืบหน้า และมีประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งในด้านทรัพย์สินทางปัญญา แรงงาน และการควบคุมการค้างาช้างภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของไทย โดยในปี 59 การค้าไทยและสหรัฐฯ มีมูลค่า 36,551 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งไทยส่งออก มูลค่า 24,494 ล้านเหรียญฯ และนำเข้า มูลค่า 12,057 ล้านเหรียญฯ โดยไทยได้ดุลการค้ามาโดยตลอด

 

หุ้นไทยปิดตลาดสดใส ปรับขึ้น 4.91 ดัชนีแตะ 1,579 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2560 17:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900336


ปิดตลาดภาคบ่าย หุ้นไทยสดใส ปรับตัวขึ้น 4.91 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,579.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,767.28 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 30 มี.ค. 60 พบว่า หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.91 จุด เปลี่ยนแปลง +0.31 % ดัชนีอยู่ที่ 1,579.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,767.28 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,584.73 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,574.14 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)

 

สรท.คาดส่งออกไทยปีนี้โต 2-3% หวังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช่วยหนุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2560 14:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/900037


สรท.ประเมินหากเศรษฐกิจโลกยังเติบโตต่อเนื่อง จะผลักดันให้การส่งออกไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 2-3% เผยส่งออกเดือน ก.พ.ไทยส่งออกทองคำและสินค้าหมวดอาวุธและอากาศยานมากกว่าปกติมาก

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 60 นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ประเมินว่า การส่งออกในไตรมาส 1/60 จะเติบโต 1-2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/59 หลังการส่งออกในเดือน ก.พ. หดตัว 2.76% เป็นไปตามที่ สรท.คาดการณ์ไว้ว่าการส่งออกจะกลับมาติดลบ 3-4% เนื่องจากในเดือน ก.พ. 59 มีการส่งออกทองคำและสินค้าหมวดอาวุธและอากาศยานมากกว่าปกติมาก ขณะที่คาดว่าการส่งออกในเดือน มี.ค. จะเติบโตกว่าเดือน ก.พ. และใกล้เคียงกับเดือน มี.ค. 59

ทั้งนี้ หากการค้าและเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตต่อไปด้วยปัจจัยสนับสนุนตามที่ทุกฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยไม่มีเหตุการณ์ปกติรุนแรงมากระทบ อาทิ การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น การปรับตัวอย่างมีเสถียรภาพของจีน ยุโรป และการปรับราคาขึ้นของน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ การส่งออกในไตรมาส ที่เหลือในปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 2-3%

อย่างไรด็ดี แม้ว่าปีนี้การส่งออกจะมีโอกาสเติบโตสูงกว่าปีก่อน แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนและความผันผวนอันเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงอีกหลายประการ ดังนั้น สรท. จึงยังคาดการณ์การส่งออกไทยปีนี้จะยังคงเติบโต 2-3%

 

ปตท.เชิญเข้าร่วมประกวดภาพถ่าย ในหัวข้อ “คุ้งบางกะเจ้า ความสุขพระราชทาน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 30 มี.ค. 2560 13:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/899957


บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขอเชิญชวนนักถ่ายภาพทั้งมืออาชีพ และสมัครเล่น ไม่จำกัดเพศ อายุ และวัย เข้าร่วมโครงการประกวดภาพถ่าย ภายใต้หัวข้อ “คุ้งบางกะเจ้า ความสุขพระราชทาน”  ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 200,000 บาท

ร่วมถ่ายทอดความสุข ความงดงาม และเรื่องราวดีๆ ของพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์พื้นที่นี้ไว้ ให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ผลิตอากาศบริสุทธิ์ให้กับกรุงเทพมหานคร รวมถึงเน้นย้ำให้พวกเราทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามแนวทางพระราชดำริ

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 26 พฤษภาคม 2560 ดาวน์โหลดใบสมัคร และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nineentertain.tv  หรือ โทร. 02-201-6470 ในเวลาราชการ

โรงรับจำนำ มันนี่คาเฟ่ ปิ่นคู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 30 มี.ค. 2560 11:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/899896


โรงรับจำนำ ปิ่นเกล้าคู่ขนานลอยฟ้า (Money Cafe Pinkoo) เป็นโรงรับจำนำที่ประกอบการมายาวนานกว่า 40 ปี ตั้งอยู่บนถนนบรมราชชนนี บริเวณทางเข้าห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

ในปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการโรงรับจำนำของเราเป็นกลุ่มคนที่มี Life Style แบบคนรุ่นใหม่มากขึ้น เช่น กลุ่มนักธุรกิจที่ประกอบกิจการ SME รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นที่มีความต้องการทางการเงินที่รวดเร็ว และยังมีกลุ่มพนักงานบริษัทในระดับผู้จัดการบริษัทขึ้นไป โดยส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเข้ามาเลือกชมและซื้อสินค้าที่หลุดจำนำมากขึ้นตามลำดับ

ในปัจจุบัน โรงรับจำนำปิ่นเกล้าคู่ขนานลอยฟ้า (Money Cafe Pinkoo) มีผู้บริหารรุ่นใหม่ 2 ท่าน คือคุณชูศักดิ์ ตั้งเลิศสัมพันธ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโทจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณวาสินี ตั้งเลิศสัมพันธ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโทจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้เห็นถึงความสำคัญของการสร้าง Brand เพื่อที่จะรองรับกับ Life Style ของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ให้มากขึ้น จึงได้มีการ Re-Brand โดยเริ่มต้นสิ่งแรกด้วยการใช้ชื่อใหม่เป็น โรงรับจำนำ มันนี่คาเฟ่ ปิ่นคู่ พร้อมกับดีไซน์โลโก้ใหม่ โดยใช้สี Identity ดำ ชมพู ทอง เป็นสีของ Brand โรงรับจำนำ Money Cafe Pinkoo เพื่อให้มีความทันสมัยและง่ายแก่การจดจำ และเริ่มใช้สโลแกนว่า Life Style Pawn Shop การรีโนเวตตัวอาคารใหม่ทั้งหมดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลง ด้วยการออกแบบที่เรียบหรู ทันสมัย แปลกตาไปจากเดิม เพื่อสร้างความรู้สึกเป็น Life Style มากขึ้น และสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน รวมถึงมีการจัดทำแคมเปญโฆษณา เริ่มด้วยการปล่อยภาพยนตร์โฆษณาในแบบ Corporate เพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าหลักโดยตรง อาทิ SME, First jobber, Manager และกลุ่ม Family อีกทั้งยังมีการแจกของ Premium สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการกับทางโรงรับจำนำ มันนี่คาเฟ่ ปิ่นคู่ ทุกท่านทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงก้าวแรกในการเปลี่ยนแปลงของเรา โดยในอนาคตเรามีแผนงานที่จะสร้าง Content หรือ Business Campaign ในรูปแบบ Online มากขึ้น เพื่อเป็นการตอบสนองและรองรับ Life Style ของคนในยุคใหม่  โดยเราเน้นหลักอยู่ 3 ข้อที่จะใช้สร้าง Content ให้กับกลุ่มลูกค้าเราคือ Smart เราเป็นผู้สร้างโอกาสทางการเงินที่รวดเร็ว Trendy เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการทางการเงิน Stability มั่นคงทางด้านการเงินจากประสบการณ์ที่ยาวนานด้วยหลักการ 3 ข้อที่กล่าวมาก็เพื่อมุ่งหวังที่จะให้ลูกค้าของเราดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น และทำให้ทุกความฝันของคุณเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราเชื่อว่าการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างชาญฉลาดจะช่วยลดปัญหาทางการเงิน และทำให้คุณใช้ชีวิตในทุกวันได้อย่างมีความสุข

นอกจากนี้ โรงรับจำนำ มันนี่คาเฟ่ ปิ่นคู่ ยังมี Life Style ในส่วนของความต้องการซื้อสินค้าหลุดจำนำที่มีมากขึ้นทุกวัน เพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบว่ามีคุณภาพดีและราคาไม่สูงเกินไป เช่น จิวเวลรี่ หรือนาฬิกาแบรนด์ต่างๆ ก็เห็นการขยายตัวอย่างชัดเจนในกลุ่มลูกค้า เราจึงได้มีการคิด Shopping Content ใหม่ในรูปแบบร้านขายสินค้าหลุดจำนำโดยโรงรับจำนำ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในชื่อ Money Cafe Shop ที่ Siam Square Soi 3 เพื่อตอบสนอง Life Style ในการซื้อสินค้า และเป็นการสร้างความสะดวกให้ลูกค้าในด้านการเดินทางโดยตรง สินค้าทุกชิ้นในร้าน Money Café Shop จะเป็นสินค้าที่ถูกคัดเลือกมาแล้วว่ามี style อีกทั้งยังผ่านการการันตีโดยโรงรับจำนำว่าเป็นสินค้าคุณภาพเยี่ยม และยังมีในส่วนของสินค้า Brandname เกรดระดับ Pre-owned พร้อมกับบริการ Coffee bar และเครื่องดื่มทุกเมนู ระหว่างเลือกชมสินค้าภายในบรรยากาศสุดหรูของร้าน เป็นการมอบประสบการณ์สุดพิเศษ สร้าง Life Style รูปแบบใหม่ให้กับทุกคนที่มาช็อปปิ้ง

โรงรับจำนำ มันนี่คาเฟ่ ปิ่นคู่
โทร. 0-2884-5988 หรือที่ www.pinkoo.xyz
ร้าน Money Cafe Shop ที่ Siam Square Soi 3

 

ทองไทยเปิดตลาดราคาไม่เปลี่ยนแปลง รูปพรรณขายบาทละ 20,950

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2560 09:58

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/899837


ทองไทยเปิดตลาดราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,350 ขายบาทละ 20,450 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980 ขายบาทละ 20,950 ส่วนทองคำนิวยอร์ก ปิดร่วงเมื่อคืนนี้ 1.9 ดอลลาร์ ที่ 1,253.70 ดอลลาร์/ออนซ์…

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 20,350 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,980 ขายออกบาทละ 20,950

ขณะที่สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 มี.ค.) จากสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตัน และสาขาซานฟรานซิสโก ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้ โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 1.9 ดอลลาร์ หรือ 0.15% ปิดที่ 1,253.70 ดอลลาร์/ออนซ์.