ลึกลับสนามข่าว : 19 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22513

620484

ลึกลับสนามข่าว : 19 มกราคม 2559

nn…งานออกพร้อมๆ กัน หลายกองบังคับการในสังกัด “กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” (บช.ก.) โดยเฉพาะกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หน่วยงานเขี้ยวเล็บสำคัญ ออกปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม ผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีสถิติอาชญากรรมสูง การก่อคดีในลักษณะของอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี เช่น แก๊งสกิมเมอร์ปลอมบัตรเครดิต ฯลฯ ตามหน้างาน “บิ๊กหมู-พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” ผบช.ก. คงยิ้มออก เป็นปลื้มที่นโยบายได้ถูกขับเคลื่อน ชาวบ้านมีความหวังเห็นที่พึ่ง “บิ๊กหมู” พล.ต.ท.ฐิติราชย้ำเสมอว่า กองบังคับการต่างๆ ของบช.ก.เป็นหน่วยที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงต้องหมั่นทบทวน ฝึกฝนจัดอบรมเพื่อแสวงหาความรู้เพิ่มเติม ก็ได้แต่หวังว่าจะคงรักษาบรรทัดฐานเหล่านี้ไว้ และตราบใดที่รูปแบบการก่ออาชญากรรมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น หลายคดีก็มีเงื่อนปมที่ล้วนแต่ท้าทายความสามารถของตำรวจยุคใหม่ แต่ผลงานในรอบปี 2558 ต่อเนื่อง 2559 คงต้องขอกล่าวชื่นชมกันตรงนี้…nn

nn…วันก่อนเห็นแว่บๆ อดีต สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ “เจ๊โอ๋-รังสิมา รอดรัศมี” ผู้แทนสาวห้าว ที่มีเอกลักษณ์เสียงเหน่อในสภา แต่งชุดลูกเสือ เลยต้องย้อนกลับไปดูให้ชัดๆเต็มๆตาว่า ตาฝาดรึเปล่า ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปดูจริงจัง ในเฟซของเจ๊โอ๋ ก็พบเจ๊แต่งชุดลูกเสือหลายภาพอยู่ บางภาพตะเบ๊ะด้วย ในการเข้าค่ายอบรมลูกเสือ พร้อมคำบรรยายสั้นๆ “ลูกเสือจ้า”…นี่ถ้าไม่บอก คิดว่าเป็นแม่เสือ (สาว) นะเนี้ย…ฮ่าฮ่า…nn

nn…ส่อเค้าหนักหนาสาหัสแน่สำหรับปีนี้ ในอีกไม่กี่เดือนที่จะมาถึง สำหรับ “ภัยแล้ง” เพราะตอนนี้เองหลายจังหวัดเริ่มประสบความเดือดร้อนเข้าขั้นสาหัสสากรรจ์อยู่ มีชาวไร่ชาวนาเกษตรกรออกมาสะท้อนปัญหาต่อเนื่องเป็นระยะ และจากนี้ไปจะได้ยินได้ฟังกันบ่อยขึ้น อย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกสมาคมชาวนาไทย “ประสิทธิ บุญเฉย” ออกมาให้ความเห็นกับนักข่าวกระทรวงเกษตรฯในเรื่องนี้ สรุปคร่าวๆ ทั่นนายกประสิทธิบอกว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสู้ภัยแล้งของรัฐบาลยังไม่เป็นรูปธรรม มีความสับสน การทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่ชัดเจน พร้อมแสดงความเป็นห่วงชาวนาที่ยังปลูกข้าวเหมือนเดิม ที่เดือนมีนา-เมษานี้จะแล้งเต็มขั้น ต้องเกิดปัญหาแย่งน้ำกันอีก!!!…พูดถึงตรงนี้ เจ้าตัวคงนึกอะไรได้ ก่อนจะบอกว่า “แต่บางพื้นที่น้ำแห้งไปหมดแล้ว ก็คงไม่แย่งกัน เพราะไม่มีน้ำให้แย่ง…”… เฮ้อ…ฟังดูแล้วเหมือนตลกร้าย แต่ขำไม่ออก ชวนให้หวาดเสียวแทน…งานนี้ ฝากถึงนายกฯลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยดูให้ชาวนาด้วยนะขอรับ…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 18 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22493

620484

ลึกลับในสนามข่าว : 18 มกราคม 2559

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

nn…เก็บตกวันครูประจำปี 2559 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่หอประชุมคุรุสภา นายกฯลุงตู่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงาน โดยกล่าวตอนหนึ่ง คล้ายๆ กับที่พูดก่อนหน้านี้บ่อยๆ ว่า ทุกคนต้องเริ่มต้นพัฒนาบ้านเมืองไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ต้องวุ่นวายเสียเวลาอยู่กับเรื่องปรองดอง ขอให้ช่วยเริ่มต้นปีใหม่นี้ไปเรื่อยๆ ด้วยดี แถมยังบอกอีกว่า ปัญหารัฐบาลมีหลายเรื่องเหมือนมีทั้งระเบิดเพลิง ระเบิดเวลา ถ้าไม่เดินเข้าไปเหยียบ ไม่ทำก็ไม่โดน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำ แถมยังบอกด้วยว่า “…ส่วนตัวตั้งใจว่าปีนี้จะเป็นนายกฯที่ใจเย็นพูดให้แต่ก็ได้แค่ 10 วันเท่านั้น ต้องให้มากกว่านี้พยายามเบรกตัวอยู่เสมอ รักนักข่าวไม่ได้รังเกียจอะไร แต่ต้องต่อสู้กันบ้างเรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจ…”…แหมมม…เรียกว่าตบะแตกซะแล้ว ยังไงพ่อยกแม่ยกแฟนคลับเอาใจช่วยกันหน่อย ใครมีสูตรเด็ดเคล็ดลับระงับ “โทสะ” สะกิดบอกกันซะกะนิ้ด…จะได้เห็น “นายกฯที่ใจเย็นพูดเพราะ” อย่างที่ลุงตู่เขาตั้งใจจะเป็นนะจ้ะ…nn

นริศ ขำนุรักษ์

nn…หายเงียบไปนานสำหรับ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ “นริศ ขำนุรักษ์” แต่ก็ไม่ได้หนีไปไหน ยังคงเดินหน้าทำงานในพื้นที่ต่อเนื่อง วันก่อน เห็นเจ้าตัวโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค ระบุสภาพการณ์ข้าวในพื้นที่ว่า ช่วงนี้จ.พัทลุง กรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ลงพื้นที่ตั้งพิกัดแปลงข้าวสังข์หยดในพื้นที่ทุกอำเภอของจ.พัทลุง เพื่อสำรวจเก็บข้อมูลและนำไปสู่การพัฒนาและแก้ปัญหาทั้งการผลิตและจำหน่ายข้าวสังข์หยดของชาวนาในจังหวัด…” ก่อนอธิบายต่อไปอีกว่า สำหรับข้าวสังข์หยด เป็นข้าวพันธุ์พัทลุงที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ โดยการดำเนินการนั้น เป็นไปตามคำร้องขอของเกษตรกรชาวนาในจ.พัทลุง และจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุงผู้รับผิดชอบ งานนี้ เฮียนริศเชื่อมั่นว่า โครงการนี้ซึ่งได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้นอกจากจะแก้ปัญหาแล้ว ยังยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาได้อีกด้วย…เรียกว่า ค่อยๆทำค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ผลที่ได้ยั่งยืน สร้างโอกาสสร้างช่องทางให้ข้าวไทยโกอินเตอร์โลด…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 15 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22448

620484

ลึกลับในสนามข่าว : 15 มกราคม 2559

nn…ช่วงนี้เป็นช่วงฮอตฮิต ในแวดวงศาสนา ทำให้ผ้าเหลืองร้อน ใครที่คิดจะเข้าวัดเพื่อไปหาความสงบร่มรื่นในขณะนี้ อาจต้องคิดใหม่เพราะจากร่มรื่นก็กลายเป็นร้อนรุ่มแทนซะแล้ว…ยามนี้ ท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบดูแลทาง ด้านพระพุทธศาสนา ถูกจับตา จากนักข่าวเพื่อ ขอสัมภาษณ์มากเป็นพิเศษโดยเฉพาะ“รมต.โก้” สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่นักข่าวตามหาตัวยากหน่อย ช่วงนี้…วันก่อนนักข่าวโทร.ถาม ท่านรมต.โก้ จะเข้ามาทำเนียบฯกี่โมง จะได้ไปรอดักสัมภาษณ์ข่าวประเด็นร้อน ที่ว่า ได้รับมติของมหาเถรสมาคม ที่จะเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เป็น สมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ หรือยัง .. ท่าน รมต.โก้ ตอบมาถึงทำให้กระจอกข่าวหงายเงิบกันไปตามๆ กัน“เข้าตีสอง”…แหม..หลบไม่พ้นหรอกน้ายังไงก็ต้องพบกัน…nn

nn…แม้จะผ่านพ้นช่วงปีใหม่ไปแล้ว แต่ยังมีบรรยากาศงานเลี้ยง หรือ ของแจก จากผู้มีอุปการคุณก็ยังหลงเหลือให้เห็นบ้างประปรายบ้าง…อย่างวันก่อน “พี่หม่อง” ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา อดีตรองโฆษกรัฐบาล ที่แม้จะห่างหายจากการทำหน้าที่กระบอกเสียงของรัฐบาลไปนานแล้ว..แต่ก็ยังคิดถึงพี่ๆเพื่อนๆ นักข่าวในทำเนียบฯอยู่ จึงหาโอกาสเหมาะ มาเยือนพร้อม กับนำ
“ขนมจีน แกงเขียวหวานไก่”ที่เจ้าตัวลงไม้ลงมือ เข้าครัวเป็น“พ่อครัวหัวป่าก์”จำเป็นมาโชว์ฝีมือให้ลิ้มรสกัน ด้วยแกงหม้อใหญ่ พร้อม ขนมจีน 15 โล อร่อยอิ่มแปล้กันไปทั้ง 3 รังนักข่าว…แล้วยิ่งกว่านั้น พี่หม่อง ยังเดินบริการเต็มที่ปากก็ถามตลอดว่า “อร่อยมั้ย”“ใช้ได้มั้ย”…ถ้าอร่อยก็บอกกันหน่อย จะได้มีกำลังใจ แต่ถ้าไม่อร่อย ก็เก็บไว้ในใจ นะจ๊ะ สรวญเสเฮฮากันไป…แต่ที่ทำให้พี่หม่องเคืองใจ นิดๆ ก็ตรงที่มีคนกินไป และ ถามว่า“สั่งมาจากร้านไหน อร่อยจัง”…โธ่ อุตส่าห์ตื่นมาแต่เช้ามืด ลงทุนจ่ายตลาดเอง กะเกณฑ์ส่วนผสมปรุงเองจนอร่อยเหาะกันขนาดนี้…อย่างนี้ต้องยกนิ้ว ขอคารวะๆด้วยใจจริงๆ จร้า…แหม ไม่รู้ว่าในอนาคตจะคิดเปิดร้านขายเองบ้างไหม…nn

nn…ตลอดที่ผ่านมา ลุยไปทั่วทุกทิศ ไปทุกงานไม่เคยเกี่ยงเพิ่งผ่านปีใหม่มามาดๆ เจ๊โอ๋-รังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ คงเพราะชอบทำงานลุยทั้งงานหลวง งานราษฎร์ งานชาวบ้าน จนกระทั่งงานแต่งงาน จนถึงงานสีดำ เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้เป็นอะไรนั่งๆอยู่น้ำตามันไหลเยอะมากๆ เลยไปให้หมอตรวจและสุดท้ายก็เลยไปวัดสายตาใหม่ ปรากฏว่าสายตายาว ทั้งสองข้าง ไม่เท่ากัน ข้างหนึ่ง ยาว 325 อีกข้างยาว 250 และในที่สุด ก็ต้องตัดแว่นสายตาใหม่ รับปีใหม่ 2559 ต้องเลิกทรงแว่นให้ดูดีที่สุด เหมาะรับกับใบหน้า เจ้โอ๊รีบบอกว่า “เปลี่ยน พ.ศ.ใหม่ ไม่ได้เปลี่ยนใจนะ แต่เปลี่ยนแว่นทุกปี แต่ปีนี้ ทำไมยาวมากกว่าเดิมเยอะเลยก็ไม่รู้ แต่ถึงสายตายาว ไม่เท่ากัน แต่ใจยังเหมือนเดิมรักทุกคนเท่ากัน”….ถึงแม้อายุจะมากขึ้นสายตาจะยาวขึ้นแต่หน้าตาก็ยังสดใส แก่แล้วก็ยังแจ๋วนะค่ะ….nn

ลึกลับในสนามข่าว : 14 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22432

620484

ลึกลับในสนามข่าว : 14 มกราคม 2559

วัลลภ ตังคณานุรักษ์

nn…แต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เห็นมานานแล้ว ไม่มีวันไหนที่ ครูหยุย-วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช.ไม่สวมใส่แว่นตาเพราะเป็นคนสายตาสั้นมานาน เพิ่งผ่าตัดตาเมื่อประมาณปี’51 ทำให้สายตาปกติ แต่ยังสวมแว่น แม้กระทั่งเวลาลงไปเล่นบาสเกตบอลกีฬาสุดโปรดก็ยังต้องสวมแว่น แต่มีสายรัดกันหลุดเอาไว้ด้วย ยังไงเสีย คุณครูหยุย บอกว่า ชื่นชอบแว่น Ray Ban กันแดด มาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น ถึงจะชอบแต่หาใส่ไม่ได้ เพราะของแท้มีราคาแพงมากๆ และถึงจะชอบแค่ไหน สมัยนั้นก็ยังใส่ไม่ได้ เพราะสายตาสั้นมากๆ..แต่ด้วยความชอบแว่น Ray Ban ครูหยุยได้ติดตามมาตลอด ของแท้ต้องเมดอิน ยูเอสเอ ทุกวันนี้หายากมาก เพราะแว่น Ray Ban ยุคนี้ผลิตจากอิตาลี มา 3-4 ปีมาแล้ว จึงต้องติดตาม สะสม หาซื้อแว่น Ray Ban ของแท้ ที่เป็นมือสอง เท่านั้น ครูหยุย ถึงบอกว่า“ครั้นเมื่อเปลี่ยนเลนส์สายตาใหม่ คราวนี้ พอมีทรัพย์ หาซื้อมาได้ สุขใจ ผลัดเปลี่ยนเวียนใส่ตามอารมณ์”..เป็นความสุขจริงๆ เพราะ Ray-Ban แว่นกันแดด สุดอมตะที่ทุกคนอยากมีไว้ในครอบครอง…พอมีเงิน คุณครูก็ค่อยๆทยอยซื้อ สะสมแว่น Ray Ban จนทุกวันนี้มีแว่นถึง 5 อัน หลากหลายสไตล์ ทั้งแบบเหลี่ยม แบบกลมมนทรงอมตะ ขาแว่นแบบเกี่ยวหู ถึงจะมือสอง แต่ก็ของแท้ เมดอิน USA ล้วนๆ ทั้งนั้น…นี่แหละคือ ความสุขของคนรักแว่น Ray Ban สุดเลิฟ ถึงอายุจะมากแล้ว แต่ใครได้ใส่แว่น ก็ยังเท่ เรียกว่า ลืมอายุไปได้เลย..อย่างน้อยๆ เป็นการเติมความสุขของตัวเองบ้าง จริงไหมครับคุณครู…ใกล้จะถึงวันครู 16 มกราคม ของทุกปี ขอให้คุณครูทุกคนที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ..มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 13 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22408

620484

ลึกลับในสนามข่าว : 13 มกราคม 2559

nn…ถึงวันเด็กทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของชาติวันหนึ่งไปแล้วที่ผู้คนในสังคม แย่งกันส่งมอบ ความสุข ความรักให้กับเด็กๆ ทั่วประเทศอย่างเต็มที่ แต่ เสี่ยตือ-สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรมว.ศึกษาธิการ กลับมองว่าที่คนในสังคมได้แย่งกันส่งมอบความสุข ความรักแก่เด็กๆ ราวกับว่าถ้าไม่ทำในวันนี้แล้ว พรุ่งนี้โลกจะแตกสลายไป แย่งกันให้จนล้น จนเกิน เป็นภาพงาม ที่จะจดจาร
อยู่ในความทรงจำของเด็กๆทุกคน แล้ววาดฝันไปจนถึงวันพรุ่งนี้และต่อๆ ไปว่าคงจะเป็นเช่นวันนี้… “แต่โลกของความเป็นจริง
วันพรุ่งนี้ล่ะ? แล้ววันต่อๆ ไปล่ะ ล้วนเป็นคำถามว่าที่ท้าทายคำตอบ ลูกหลานคนไทยที่อยู่ในวัยเด็กจะมีอนาคตอย่างไร
จะมีความสุข ได้รับความรัก ได้รับความเอาใจใส่เหมือนวันนี้ไหมยังจะถูกละเมิดสิทธิ์ ยังจะถูกใช้ความรุนแรง ถูกเอารัดเอาเปรียบถูกใช้เป็นเครื่องมือ ยังจะตกเป็นเหยื่อ ยังจะถูกยัดเยียดความคิด ยังมีอีก สารพัด ที่ไม่ได้เป็นอานิสงส์ในทางที่ดีกับ
เด็กเลย”…และยังฝากว่า “ผมอยากเห็นทุกๆ วันเป็นวันเด็กที่สังคม ครอบครัว ได้ให้สิ่งที่เป็นความงอกงามทั้งทางร่างกาย
จิตใจ สติปัญญา”..และที่สำคัญคือ “โอกาส” ที่ต้องให้ ต้องสร้างเพื่อเด็กๆ ทุกๆ คนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมทั่วผืนดินแห่งนี้ ไม่อยากให้วันเด็กเป็นแค่ภาพลวงตา ภาพมายา ที่ทั้งปีสร้างความหวังให้กับเด็กเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เด็กไทยทุกๆ คน คือ สมบัติของชาติ คือ มรดกของชาติครับ อยากเห็นมรดกงอกเงย อยากเห็นสมบัติล้ำค่า คุณต้องเพิ่มมูลค่าด้วยการปลูกปัญญา สร้าง โอกาส และให้โอกาสมอบสิ่งที่ดีงาม และทำตัวเป็นต้นแบบที่ดีให้เด็กเสียแต่วันนี้และต่อๆ ไป เพราะอนาคตของเด็ก อยู่ที่ปัจจุบัน และวันนี้ครับ..แต่ยังทิ้งท้ายด้วยกลอนตามสไตล์..” ภาพงดงามวันนี้ที่มองเห็น.. อย่าให้เป็นภาพฝันอันพร่างพร่า..ลบภาพแห่งอนาคตงดงามตา..โบราณว่า “เขียนด้วยมือลบด้วยตีน”..เคยเป็น อดีตรมว.ศึกษาฯมาก็อดเป็นห่วงเด็กๆ เยาวชน ไม่ได้จริงๆ…nn

nn…ควันหลงงานวันเด็กแห่งชาติ ปีนี้ น้องตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (Muan Maha Prachachon Foundation For Thailand’s Reforms หรือ PDRCfoundation‬) เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 9 มกราคมได้นำน้องๆ นักเรียนจาก เกาะพะลวย สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางมากรุงเทพฯครั้งแรก มาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติถึงในทำเนียบรัฐบาลด้วย…สำหรับเกาะพะลวย จ.สุราษฎร์ธานี..“ถือเป็นเกาะต้นแบบ ที่ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุขแบบยั่งยืน โดยการนำเอาปรัชญาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ รวมทั้ง เป็นเกาะต้นแบบ ในเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 200 ครัวเรือนค่ะ”…และจากนั้น น้องตั๊นยังพาน้องๆ เดินทางไปยัง พระที่นั่งอนันตสมาคม พร้อมพาไปสักการะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ก่อนพาไปรับประทานอาหารมื้อเย็นกับ ลุงสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ และท้ายสุด น้องตั๊นยังขอให้น้องๆ มีความสุขในวันเด็กแห่งชาติปีนี้และให้ยึดมั่นในคำขวัญวันเด็กที่ท่านนายกฯลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ไว้ว่า “เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคตค่ะ..”…เป็นเรื่องดีๆ อีกมุมของวันเด็กปีนี้…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 12 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22391

620484

ลึกลับในสนามข่าว : 12 มกราคม 2559

nn…กระจอกข่าวต้องขอแสดงความยินดีกับ “ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ” อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับตำแหน่งใหม่ล่าสุด หลังพ้นตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ไปไม่กี่วัน เนื่องจากได้รับตำแหน่งเป็น “คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา และล่าสุดกระจอกข่าวแอบไปส่องเฟซบุ๊คของทั่นคณบดีคนใหม่ ก็ได้เปลี่ยนสถานที่ทำงานเป็นคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตแล้วเจ้าค่ะ…แหมมมม…รวดเร็วทันใจจริงๆ ออกจากตำแหน่งเก่าไม่กี่วัน ก็มีตำแหน่งใหม่มารองรับ ถือว่าไม่ธรรมดา สำหรับคนทำงานที่มากประสบการณ์และฝีมือระดับนี้ แต่ยังไงก็อย่าลืมสำนักงาน ป.ป.ช.นะเจ้าคะ และที่แน่ๆสื่อมวลชนประจำสำนักงาน ป.ป.ช.คงคิดถึงอ.วิชาแน่นอน เพราะเวลาที่อาจารย์ขึ้นเวทีสัมมนาทุกครั้งสื่อจะได้ทั้งข่าวเด็ด และเสียงหัวเราะจากการเล่นมุขเป็นระยะ ทำให้การสัมมนาหรือให้สัมภาษณ์มีสีสันมีชีวิตชีวาพร้อมทั้งสาระ…เชื่อว่านักศึกษาที่ได้เรียนกับอ.วิชาต้องได้ทั้งความรู้และเสียงหัวเราะ ไม่มีเบื่อแน่นอน…nn

nn…ควันหลงงานสังสรรค์ปีใหม่ของนักข่าวสายรัฐสภา เมื่อศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดเลี้ยงมื้อกลางวันแบบง่ายๆ แต่ปีนี้ มีผู้ใหญ่ระดับบิ๊กๆให้เกียรติมาร่วมงานทั้ง อ.มีชัย ฤชุพันธุ์ ปธ.กรธ. “พรเพชร วิชิตชลชัย” ปธ.สนช. ไปจนถึง รองปธ.กรธ. “สุพจน์ ไข่มุกด์” รองปธ.สปท. “อลงกรณ์ พลบุตร” “คำนูณ สิทธิสมาน” สปท.และ เลขาธิการวุฒิสภา “วรารัตน์ อติแพทย์”ให้เกียรติมาร่วมงานและรับประทานมื้อเที่ยงอย่างเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศคึกคักจนห้องคับแคบไปเลยทีเดียว…และนานมากๆเกือบ 10 ปี ที่อ.มีชัย ไม่ได้ลงมายังห้องสื่อมวลชนรัฐสภา หลังปรับปรุงใหม่…พอเดินเข้ามาถึงกับออกปากชมว่า “ห้องนักข่าวเปลี่ยนไปมากๆเลย ทันสมัยด้วย”…จากนั้น เจ้าตัวก็ขอเดินไปดูมีเมนูอาหารและนั่งทานสักพักใหญ่ๆ

…ทุกวันนี้นักข่าวสภารุ่นเก่าๆที่คุ้นเคยเหลือน้อย พอมีโอกาสกระจอกข่าวก็ที่คุ้นเคยก็อดถามว่า “ทุกวันนี้อาจารย์ยังทำงานไม้ที่บ้านอยู่หรือไม่” อ.มีชัย รีบตอบว่า “เลิกทำแล้ว..เพราะอายุมากแล้ว”…ก่อนจะกลับ ไหนๆ ก็ไหนๆ กระจอกสายสภาอยากถ่ายรูปหมู่ร่วมกับทั่นประธานทั้งสอง ซึ่งท่านก็ตอบรับ เดินออกไป ยืนรอห้องโถงสภาทันที เพราะมีกองทัพสื่อจำนวนมากอยากถ่ายด้วย…ทันทีที่ประธานทั้งสองยืนคู่กันเท่านั้น บรรดานักข่าวก็กรูไปยืนล้อมหน้าล้อมหลังเต็มพรืด…กองทัพช่างภาพรีบกดชัตเตอร์รัวทันทีทั้งภาพนิ่งและทีวี…พอถ่ายรูปหมู่ร่วมกันเสร็จแล้ว..อ.มีชัย เดินออกมา กระจอกข่าวรีบจู่โจม ขอเซลฟี่อีกช็อตด้วยทันที…อาจารย์มีชัยก็ยิ้มรับให้ถ่าย แล้วนักข่าวทั้งหนุ่มสาวเรียงหน้าขอถ่ายรูปเซลฟี่ประกบคู่อีกเพียบ เรียกว่าฮอตจริงๆ เรตติ้งกระฉูด…แหมมม… โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อย..แต่อาจารย์ก็ยืนถ่ายรูปยิ้มอย่างมีความสุข หลังถ่ายภาพเสร็จปุ๊บ เจ้าตัวก็เดินมา
กระซิบเบาๆว่า “ยังไง ก็อย่าเอารูปที่ถ่ายนี่ ไปทำปฏิทินก็นะ” พูดจบก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนเดินทางกลับ…ไม่รู้ว่าจะกลัวมีปัญหา เหมือนปฏิทินคู่พี่น้องอะป่าว..ขอรับ…nn

nn…นับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำหน่วย “บิ๊กทอม-พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร” ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) ก็ทำงานไม่หยุดหย่อน เดี๋ยวไปตรวจด่านสัมมนา แถลงข่าวผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง สมกับที่“นาย” ไว้วางใจให้มาดูแล “เก้าอี้สำคัญ” แต่ด้วยความที่เป็นคนทำงานไม่รู้จักเหนื่อย ทำให้ลูกน้องใกล้ชิดอดเป็นห่วงไม่ได้…โดยเฉพาะเรื่อง “สุขภาพ” ล่าสุดมีนัดแถลงนโยบายความพร้อมของ สตม.ต่อการเปิด AEC แม้ตารางงานจะรัดตัว แถมโดน “พิษไข้”เล่นงาน แต่“บิ๊กทอม”ไม่ยี่หระ เสร็จงานปุ๊บก็เตรียมมาพบนักข่าวปั๊บ ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลานัด โดยลืมไปว่า “อาหารกลางวัน”ยังไม่ตกถึงท้อง ร้อนถึงบรรดาลูกน้องที่ต้อง “ขัดคำสั่ง” แบบไม่กลัวถูกสั่งขัง สั่งให้นาย “หม่ำ” เอากำลังเสียก่อนเดี๋ยวจะ “เป็นลม” แต่ “บิ๊กทอม” บ่ายเบี่ยงด้วยกลัวนักข่าวจะรอนาน สุดท้ายเจอคำสั่งและลูกตื๊อของลูกน้องเข้าไปจึงยอมกินเสียหน่อย ก่อนลงมาให้ข้อมูลแบบ “เป๊ะๆ” ไม่ต้องมีสคริปต์…ทำงานหนักขนาดนี้ ยังงัยก็อย่าลืมดูแลสุขภาพหน่อยนะท่าน เดี๋ยวจะ “ม่ายยยยย สบายยยย”…nn

ลึกลับในสนามข่าว : 11 มกราคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/22376

620484

11 มกราคม 2559

สมชัย ศรีสุทธิยากร

nn…เนื่องในโอกาสที่ “อ.สมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เชิญสื่อมวลชนประจำสำนักงาน กกต.มาร่วมดื่มชาและรับฟังการแถลงข่าวเกี่ยวกับ Mind Map ประชามติ’59 โดยใช้ “หลักนโยบาย 3 ป.” พร้อมแจงว่า “ป.แรก”คือ ป.ประชาชนสะดวก การไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนออกเสียงประชามติต้องสะดวกรวดเร็ว โดยมี App ที่ชื่อว่า “App ดาวเหนือ” ขึ้นมาทำหน้าที่หลักคือ
หากประชาชนต้องการทราบว่าตนเองต้องไปลงคะแนนเขตไหน และสะดวกเขตไหน …เพียงใช้ App ดาวเหนือ จากนั้นก็จะนำทางไปยังเขตลงคะแนนที่จะไป ซึ่งอ.สมชัยย้ำมาว่า “App ดาวเหนือแม่นและตรงจุด ถึงร้อยละ 95”…

…มาถึง “ป.ที่สอง”คือ ประชาชนเที่ยงธรรม คือ ให้โอกาสประชาชนเท่าเทียมกันของผู้ที่เห็นด้วยกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้น มีการจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรม และยังมี “App สับปะรด” มาช่วยในการทำงานของ กกต.ด้วยนั่นคือ เวลาที่มีผู้พบเห็นเหตุสงสัยว่ามีการทุจริตการออกเสียงประชามติ ก็สามารถถ่ายคลิป อัดเสียง ฯลฯ ส่งมายังสำนักงาน กกต.ได้ และมาถึง “ป.ที่สาม” คือ ประชาธิปไตยคุณภาพ นั้นหมายถึงการส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชน เพื่อทำความเข้าใจโดยมีเครือข่ายประชาชนให้ความรู้ที่ถูกต้อง…

…นอกจากนี้ ยังมี App ฉลาดรู้ ไว้สำหรับประชาชนเพื่อดูเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญอีก แหม… เห็นกกต.สมชัยผุดไอเดียเกี่ยวกับ App มาหลาย App ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกเจ้าค่ะ เพราะเจ้าตัวได้ชื่อว่าเป็น “เจ้าพ่อไอที” คนต้นๆ อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อถามไปถามมาไม่ได้มีแค่ 3 App นี้เท่านั้นนะเจ้าค่ะ ยังมีอีกจำนวนมากที่คอยเตรียมโชว์ผลงาน แต่ที่แน่ๆ จะมีการโชว์ประสิทธิภาพประสิทธิผลของ “App ดาวเหนือ” ให้สื่อมวลชนดูในวันที่ 21 มกราคมนี้ก่อน พร้อมให้โหลดทดลองใช้…ยังไง ก็ต้องมาติดตามดูกันเจ้าค่ะว่า “App ดาวเหนือ” จะ “เหนือ” สมชื่อรึเปล่า….nn

ส่งท้ายปีวอก2559สิ่งไม่ดีผ่านพ้น ต้อนรับปีระกา2560ด้วยความหวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/250770

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

news_default

ปีวอก 2559 กำลังจะผ่านพ้นไปท่ามกลางเหตุการณ์บ้านเมืองทั้งดีและไม่ดีทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมากมายซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งวัฏจักรราศีและกฎแห่งกรรม ขณะที่ปีระกา 2560 กำลังจะเข้ามาแทนที่ด้วยความหวังว่าปีใหม่นี้ชาติบ้านเมืองจะผ่านพ้นปัญหาทั้งปวงและเดินหน้าไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขไพร่ฟ้าหน้าใส

ในปีเก่าที่กำลังจะผ่านพ้นไปเหตุการณ์ที่สำคัญซึ่งสร้างความเศร้าโศกให้กับคนไทยทั้งชาติและทั่วโลกจนน้ำตานองทั่วแผ่นดินก็คือการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นราชาแห่งราชันที่ทรงครองราชย์ยืนยาวที่สุดในโลกถึง 70 ปี ณ โรงพยาบาลศิริราชเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมงเศษของวันที่ 13 ตุลาคม

แต่ด้วยพระบารมีของพระภัทรมหาราชอันประเสริฐแม้จะเสด็จสวรรคตยังได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดินและปวงชนชาวไทยโดยทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเกื้อกูลกัน และต่างพากันแสดงเจตนารมณ์มุ่งทำความดีเจริญรอยตามพ่อแห่งแผ่นดินอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขร่มเย็นและความรุ่งเรืองก้าวหน้าของประเทศ

เหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญในปีที่ผ่านมาก็คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ฉบับปราบโกง” เพื่อการปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญได้ผ่านการทำประชามติ และขณะนี้อยู่ระหว่างการออกกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญอีกหลายฉบับเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศไม่ให้กลับไปสู่วังวนของวงจรอุบาทว์อันเลวร้ายแบบเดิมๆ อีก ขณะที่ขบวนการกลุ่มอำนาจเก่าที่สูญเสียผลประโยชน์ยังพยายามก่อกวนตีรวนป่วนเมืองและสร้างสถานการณ์บ่อนทำลายอำนาจรัฐคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อขัดขวางการเดินหน้าปฏิรูปประเทศและพยายามที่จะทำให้พรรคพวกตัวเองพ้นจากโทษความผิดร้ายแรงที่ก่อไว้กับชาติบ้านเมืองและหวังกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศอีกครั้ง

อีกเหตุการณ์สำคัญในปีเก่าที่กำลังจะผ่านพ้นไปคือ มหากาพย์คดีโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตอย่างมโหฬารและสร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งมีการดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง โดยจำเลยคนสำคัญก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหุ่นเชิด นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ และ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์

ส่วนด้านเศรษฐกิจตลอดปีที่ผ่านมาประชาชนระดับรากหญ้ายังต้องเผชิญกับความยากลำบากจากเศรษฐกิจที่ซบเซา โดยปัญหาสำคัญคือราคาพืชผลการเกษตรโดยเฉพาะข้าวที่ยังตกต่ำซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง ขณะเดียวกันมีแผนแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำในระยะยาวด้วยการปฏิรูปการเกษตรทั้งระบบทั้งการโซนนิ่งพื้นที่เพาะปลูก การปรับเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกรให้หันมาปลูกพืชแบบผสมผสานแทนที่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมาซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุน รวมทั้ง การสนับสนุนเกษตรกรณ์ในชุมชนให้รวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง โดยรัฐให้การสนับสนุนในเรื่องการให้ความรู้และความช่วยเหลือบางส่วนในลักษณะประชารัฐ

ด้านการส่งออกและการลงทุนถือเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลตลอดปีที่ผ่านมา แต่ช่วงปลายปีเริ่มมีสัญญาณที่ดีว่า การส่งออกและการลงทุนภาคอุตสาหกรรมที่เคยติดลบมาตลอดกลับเริ่มเป็นบวกในรอบหลายปีทำให้ตั้งความหวังแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าว่าจะฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.

สำหรับเหตุการณ์ที่ต้องจับตาเพราะเหมือนระเบิดเวลตั้งแต่ช่วงปลายปีและจะส่งผลไปถึงปีใหม่ก็คือปัญหาสำนักจานบินซึ่งมีการออกหมายจับ ธัมมชโย อดีตเจ้าสำนักและพวก โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ที่พยายามกดดันและคาดว่าจะเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุม ธัมมชโย ช่วงหลังปีใหม่หลังจากที่ล้มเหลวมาแล้วถึง 2 ครั้ง เนื่องจากถูกต่อต้านขัดขวางจากเหล่าสาวกสำนักจานบิน รวมทั้งกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ลงมติ 3 วาระรวดผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ตัดอำนาจมหาเถรสมาคม(มส.) ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเครือข่ายสำนักจานบินแล้วคืนพระราชอำนาจแก่พระมหากษัตริย์ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามจารีตประเพณีที่ยึดถือมาแต่โบราณกาลท่ามกลางการต่อต้านจากม็อบผ้าเหลืองในเครือข่ายสำนักจานบิน ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนจำนวนไม่น้อยว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปฏิรูปวงการสงฆ์ครั้งใหญ่ให้ใสสะอาดอย่างจริงจังเพื่อให้พ้นจากธุรกิจของกลุ่มอลัชชีในคราบผ้าเหลือง

ด้านความเชื่อมั่นศรัทธาของมหาชนส่วนใหญ่ของประเทศต่อ คสช. ซึ่งจากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลล่าสุดกลับสะท้อนว่า มหาชนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นศรัทธาในคสช.โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ในปีใหม่ 2560 ยังต้องจับตาคดีโครงการรับจำนำข้าวที่คาดว่าจะมีการตัดสินชี้ชะตา น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งหากศาลตัดสินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกผิดจริงจะมีโทษจำคุก 1-10 ปี ส่วนคดีทางแพ่งฟ้องร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกชดใช้ความเสียหายแก่แผ่นดินอาจนำไปสู่การยึดทรัพย์มูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งคดีโครงการรับจำนำข้าวอาจเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ทางการเมืองดุเดือดร้อนแรงเนื่องจากคาดว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคุก คงไม่ยอมให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้เป็นน้องสาวต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้ายถึงขั้นติดคุกแน่ รวมทั้งคงประเมินแล้วว่าเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าถึงอย่างไรพรรคเพื่อแม้วก็คงไม่มีโอกาสได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นจึงอาจเดินเกมดับเครื่องชนอำนาจรัฐคสช.ขั้นแตกหักแบบเลือดเข้าตาด้วยการสร้างสถานการณ์รุนแรงหวังล้มการเลือกตั้งตามโรดแมปในปลายปีหน้า เพื่อใช้เป็นข้ออ้างสุมไฟให้เกิดการต่อต้านคสช.ในวงกว้างทั้งในและนอกประเทศ

สรุปแล้วปีไก่ 2560 ที่กำลังจะมาถึงถือเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับรัฐบาลนายกฯลุงตู่ว่าจะนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤติอุปสรรคนานาได้อย่างราบรื่น และทำให้บ้านเมืองสงบสุขร่มเย็นเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในนามของเราชาวบริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด ขอให้อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกและพระสยามเทวาธิราช ตลอดจนพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจงอำนวยพรอันเป็นสิริมงคลดลบันดาลให้ชาติบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤติและอยู่เย็นเป็นสุข และขอให้คนไทยทั้งประเทศจงมีสุขภาพแข็งแรง ประสบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปโดยถ้วนหน้ากัน

ทีมข่าวการเมือง

เครือข่ายอาณาจักรจานบินสะเทือน นับถอยหลังสู่จุดล่มสลาย!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/250671

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

news_default

นับเป็นปรากฏการณ์ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการขุดรากถอนโคนขบวนการรัฐอิสระเหนือกฎหมายที่ส่อพฤติการณ์เหิมเกริมเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติมากขึ้นทุกขณะ ทั้งสำนักจานบินและมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเครือข่ายเครื่องมือในการปกป้องและช่วยแผ่ขยายอิทธิพลของสำนักจานบินตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ความเหิมเกริมทำตัวดุจรัฐอิสระอยู่เหนือกฎหมายของสำนักจานบินล่าสุดก็คือ เหล่าสาวกทั้งพระและฆราวาสที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าจัดทัพท้าทายอำนาจรัฐตั้งป้อมสู้เต็มที่หวังขัดขวางการเข้าตรวจค้นจับกุม ธัมมชโย อดีตเจ้าสำนักจานบิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับถึง 3 คดีโดยมีการตั้งเต็นท์ขวางประตู 5 พร้อมทั้งมีการขนเสาคอนกรีตปิดถนนเพื่อขัดขวางเจ้าหน้าที่

ประชาชนจำนวนไม่น้อยเอือมระอาต่อพฤติการณ์ดุจรัฐอิสระเหนือกฎหมายของสำนักจานบินเต็มทีและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เอาจริงในการบุกเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุม ธัมมชโย ที่เป็นผู้ต้องหาหนีอาญาแผ่นดิน ขณะเดียวกันควรจับกุมเหล่าสาวกสำนักจานบินทุกคนที่ขัดขวางการปฏิบัติงานตามกฎหมายของฝ่ายเจ้าหน้าที่แล้วนำตัวไปทำประวัติถ่ายภาพและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพราะเชื่อแน่ว่าจะต้องเจอเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเหล่าสาวกที่สวมหน้ากากไอ้โม่งเหล่านี้ เพราะอาจเป็นสาวกหรือโล้นต่างด้าวห่มผ้าเหลือง หรือชาวบ้านที่ถูกจ้างมา บางคนอาจเป็นแกนนำฮาร์ดคอร์เสื้อแดงที่แฝงตัวปะปนอยู่ในกำแพงมนุษย์จานบินเพื่อสร้างสถานการณ์บางอย่าง

ความเคลื่อนไหวของเหล่าสาวกที่ถูกระดมเข้าไปตั้งกำแพงมนุษย์ในสำนักจานบินที่ต้องจับตาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ พวกต่างด้าวโดยเฉพาะพม่าเพราะพระพม่าอันทรงอิทธิพลต่อชาวพม่าและมีแนวคิดซาดิสต์แบบสุดขั้วคือ พระวีระ ตู ที่เคยประกาศสงครามล้างเผ่าพันธุ์ชาวมุสลิมในพม่าจนเกิดโศกนาฏกรรมนองเลือดมาแล้ว โดย พระวีระ ตู ผู้นี้มีความสนิทสนมกับ ธัมมชโย และได้รับการขอความช่วยเหลือให้ปลุกระดมชาวพม่าในไทยซึ่งมีอยู่ถึง 3 ล้านคนสนับสนุนสำนักจานบินปกป้อง ธัมมชโย โดยโกหกบิดเบือนอ้างว่าอำนาจรัฐไทยให้การสนับสนุนพวกมุสลิมเข่นฆ่าชาวไทยพุทธ

การที่สำนักจานบินตั้งป้อมสู้เต็มที่อีกด้านหนึ่งเหมือนต้องการยั่วยุให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐหมดความอดทนบุกเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุม ธัมมชโย ซึ่งจะตกหลุมพรางการสู้แบบเลือดเข้าตาของสำนักจานบินที่จะต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการปะทะลุกลามไปสู่ความรุนแรง ยิ่งมีการสูญเสียนองเลือดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเข้าแผนสำนักจานบินที่จะอาศัยเป็นข้ออ้างกระพือข่าวให้ครึกโครมไปทั่วโลกสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองในการชักศึกเข้าบ้านใช้โลกล้อมไทยเหมือนวิธีการเดียวกับที่ระบอบแม้วชอบใช้ อันเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของอำนาจรัฐคสช. ขณะเดียวกันก็เป็นข้ออ้างในการกดดันเรียกร้องให้ยกเลิกความผิดทั้งหมดกว่า 170 คดีของ ธัมมชโย และสำนักจานบิน

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ชี้ว่าสาเหตุที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่ผลีผลามบุกจับ ธัมมชโย ก็เพราะประเมินแล้วว่าอาจตกหลุมพรางของสำนักจานบิน ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้บานปลายเพราะฉะนั้นจึงต้องวางแผนให้รัดกุมรอบคอบและรอโอกาสที่เหมาะสม

คำถามก็คือจะรอถึงเมื่อไหร่ และอย่างไร เพราะยังไงสำนักจานบินก็ไม่ยอมเลิกล้มแผนตั้งป้อมสู้แน่นอน

ส่วนทางด้านความเคลื่อนไหวของ พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ พระประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ที่ถูกมองว่าเป็นพระเสื้อแดงออกมาฮึ่มขู่ปลุกม็อบผ้าเหลืองอันธพาลที่เคยล็อกคอทหารที่พุทธมณฑลให้ออกมาต้านการแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ยกเลิกมาตรา 7 ตัดอำนาจการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชของ มส. แล้วคืนพระราชอำนาจแก่พระมหากษัตริย์ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเพราะ พระประสาร หรือ นายประสาร หนองพร้าว อดีตแกนนำเสื้อแดง ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งจากระบอบแม้วและสำนักจานบินจนเป็นใหญ่ในวงการผ้าเหลือง

การที่ พระประสาร ออกมาต้านการแก้มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ ก็เพราะเป็นยุทธศาสตร์ที่ชี้ความล่มสลายของเครือข่ายอาณาจักรสำนักจานบินซึ่งที่ผ่านมามี(มส.)ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเครื่องมือคอยปกป้อง ธัมมชโย รวมทั้งแผ่ขยายอิทธิพลของสำนักจานบินด้วยการเลื่อนสมณศักดิ์พระสายจานบินขึ้นมาคุมอำนาจวงการผ้าเหลืองทั่วประเทศในทุกระดับ และที่สำคัญคือตั้งพระเถระผู้ใหญ่ที่เป็นสมัครพรรคพวกสายจานบินกุมอำนาจใน มส.เพื่อคอยปกป้องและแผ่ขยายอิทธิพลของอาณาจักรจานบินในระยะยาว โดยร่วมมือกับพันธมิตรคือระบอบแม้วโดยต่างมีแนวคิดยึดครองประเทศทั้งศาสนจักรและอาณาจักร ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและนี่อาจเป็นที่มาของการที่ต้องแก้ไขมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงฆ์

ขณะนี้สำนักจานบินอยู่ในสภาพหลังพิงฝาเพราะ ธัมมชโย และบรรดาพระแกนนำสำนักจานบินต่างมีคดีติดตัวหนีหมายจับกันหัวซุกหัวซุน ยิ่งหาก มส.ไร้อำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชตาม พ.ร.บ.สงฆ์ เท่ากับแผนดันก้น สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นอาจารย์ของ ธัมมชโย ขึ้นเป็นพระสังฆราชสืบทอดอำนาจสำนักจานบินทั้งๆ ที่ สมเด็จช่วง มีคดีอื้อฉาวครอบครองรถเบนซ์โบราณเถื่อนติดตัวต้องล้มเหลว และเท่ากับอนาคตล่มสลายของเครือข่ายอาณาจักรจานบินอยู่อีกไม่ไกลนัก

ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเป็นเอกฉันท์แก้ไขมาตรา 7 ร่าง พ.ร.บ.สงฆ์แบบ 3 วาระรวดเตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมายหลังทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซี่งนั่นหมายถึงการตัดบทบาทของมส.ในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช อีกทั้งการกำหนดให้การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการ และที่สำคัญพระราชาคณะที่จะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระสังฆราชไม่จำเป็นต้องมีสมณศักดิ์สูงสุดตามร่างพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับเดิม

เพราะฉะนั้นนี่คือสัญญาณล่มสลายของอาณาจักรเครือข่ายสำนักจานบินที่กำลังนับถอยหลัง !

ทีมข่าวการเมือง

กลุ่มผ้าเหลืองหน้าเดิมร้อนตัว ปลุกต้านปฏิรูปพรบ.สงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/creative/250562

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

news_default

ทันทีที่มีข่าวว่า 84 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เข้าชื่อเตรียมเสนอแก้ พ.ร.บ.สงฆ์พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 โดยให้ยกเลิกมาตรา 7 ยกเลิกอำนาจของมหาเถรสมาคมในการเห็นชอบแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชแทน ปรากฏว่าแกนนำโล้นเสื้อแดงหน้าเดิมออกมาจุดชนวนต้านการแก้ไขมาตรา 7 พ.ร.บ.สงฆ์แบบสุดตัว

มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีสาระสำคัญว่า “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช……”ขณะที่ แนวคิดของกลุ่ม 84 สนช.ให้ยกเลิกมาตรา 7 ทั้งหมดแล้วแก้ไขเป็น “พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่งและให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ” โดยเป็นการตัดบทบาทของมหาเถรสมาคมในการเห็นชอบแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชออกไป

ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีเหตุผลที่มาที่ไป เนื่องจากไม่อาจปฏิเสธได้ว่าบทบาทของมหาเถรสมาคมในช่วงหลังไม่เป็นที่ยอมรับและถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีกลุ่มการเมืองและเรื่องอิทธิพลผลประโยชน์เข้าไปครอบงำองค์กรสูงสุดของสงฆ์ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนาและความมั่นคงของชาติในอนาคต

พระเมธีธรรมาจารย์ หรือพระประสาร ที่อุปโลกน์ตัวเองเป็น เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เจ้าเก่าออกมาคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ของ 84 สนช.แบบทันทีทันใด โดยอ้างว่า มีความผิดปกติเพราะจากการพยายามปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาเรื่อยมาจนถึงการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายที่ดำเนินการในเรื่องนี้ล้วนมีจุดมุ่งหมายที่ตรงกันอย่างหนึ่งคือ การแก้ที่มาของการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะเพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

“ขอถามว่าทำไมมีความเดือดร้อนอะไรกันมากมายขนาดนี้ต่อการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชของคณะสงฆ์ไทย ทำไมวันนี้จึงมีการดิ้นรนอะไรกันเช่นนี้ บอกได้เลยว่าถ้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะฉวยโอกาสในช่วงชุลมุนวุ่นวายฝุ่นตลบนี้เสนอแก้ไขพ.ร.บ.สงฆ์ ท่านจะต้องพบต้องเจอกับองค์กรพุทธและพระสงฆ์อีกจำนวนมากมายทั่วประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้”

ความจริงคำว่า “พระสังฆราช” ชื่อก็บอกชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าเป็นสงฆ์ของพระราชา ซึ่งแต่เดิมโดยจารีตประเพณีที่ยึดถือมาแต่โบราณพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เพราะสมเด็จพระสังฆราชมีความผูกพันใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์อย่างไม่อาจแยกจากกันเนื่องจากต่างเป็นตัวแทน 3 สถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งบรรพกษัตริย์ของไทยตั้งแต่โบราณกาลทรงเป็นศาสนูปถัมภกที่ศรัทธาเคร่งครัดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่าพระมหากษัตริย์บางพระองค์ถึงกับทรงออกผนวชตลอดพระชนม์ชีพ

ที่ผ่านมาจากแต่เดิมพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจอย่างเด็ดขาดในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชก็มีการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์มาหลายครั้งจนล่าสุดเมื่อปี 2535 ที่ให้มหาเถรสมาคม(มส.)เข้ามามีบทบาทในการเสนอชื่อแต่งตั้งประมุขสงฆ์ รวมทั้งมีการกำหนดเรื่องสมณศักดิ์เข้ามาเกี่ยวข้องโดยระบุให้ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชต้องเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีอาวุโสสูงสุด ซึ่งอาจมองได้ว่าไม่ต่างจากการลดทอนพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

ดังนั้นการที่ 84 สนช.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงกลับมามีพระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชไม่ดีตรงไหนและทำไมขบวนการผ้าเหลืองหน้าเดิมๆ ถึงบังอาจเหิมเกริมออกมาคัดค้าน

การคืนพระราชอำนาจไปสู่พระมหากษัตริย์ตามจารีตประเพณีเดิมที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชไม่เห็นพวกเสื้อแดงในคราบผ้าเหลืองเครือข่ายขบวนการเพื่อแม้วกับสำนักจานบินต้องออกการดิ้นรนร้อนตัวเป็นเจ้าเข้า

หรือเพราะกลัวว่าหากมีการแก้ พ.ร.บ.สงฆ์แล้วจะทำให้แผนยึดครองประเทศทั้งฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักรของสองพันธมิตรคู่หูคือสำนักจานบินกับขบวนการเพื่อแม้ว รวมทั้งการปกป้องช่วยเหลือ ธัมมชโย อดีตเจ้าสำนักจานบิน ต้องพังทลายลง

ความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงและความเป็นพันธมิตรอันแนบแน่นระหว่างสำนักจานบินกับขบวนการเพื่อแม้วเป็นที่ประจักษ์ อาทิ การที่อัยการยุครัฐบาลแม้วเรืองอำนาจถอนฟ้องธัมมชโย เอาดื้อๆ ทั้งๆ ที่อัยการชุดเดิมเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจนธัมมชโย หลุดคดียักยอกทรัพย์ของวัดมาเป็นสมบัติส่วนตัวเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วอย่างลอยนวลทั้งๆ ที่ศาลกำลังจะพิพากษาโทษ

ความเป็นพันธมิตรอันแนบแน่นระหว่างสำนักจานบินกับขบวนการเพื่อแม้วยังได้รับการยืนยันจาก นพ.เหวงโตจิราการ อดีตสส.พรรคเพื่อแม้ว และแกนนำคนเสื้อแดง ที่เคยกล่าวว่าสำนักจานบินเป็นฐานกำลังสำคัญที่แนบแน่นกับขบวนการเพื่อแม้ว

การออกมาขู่ปลุกม็อบผ้าเหลืองดับเครื่องชนสนช.กรณีแก้ พ.ร.บ.สงฆ์ของพระประสารครั้งนี้ความจริงไม่น่าแปลกใจหากศึกษาปูมหลังของแกนนำเสื้อแดงในคราบผ้าเหลืองผู้นี้ เพราะมีความใกล้ชิดและเป็นที่ไว้วางใจของนายใหญ่เจ้ามูลแม้วเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็เป็นตัวประสานระหว่างขบวนการเพื่อแม้วและเครือข่ายสำนักจานบิน โดยที่ผ่านมาพระประสาร นอกจากหนุนช่วยขบวนการเพื่อแม้วแล้วยังออกมาเคลื่อนไหวปกป้อง ธัมมชโย มาตลอด และเป็นแกนนำตัวตั้งตัวตีระดมม็อบผ้าเหลืองออกมาแสดงพลังที่พุทธมณฑลก่อนหน้านี้เพื่อข่มขู่กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รีบแต่งตั้ง สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ทำหน้าที่รักษาการสมเด็จพระสังฆราช และเป็นอาจารย์ของ ธัมมชโยขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชโดยเร็วเพราะมีสมณศักดิ์สูงสุดขณะเดียวกันก็เคลื่อนไหวโจมตีกลุ่มที่ออกมาต่อต้านการผลักดัน สมเด็จช่วง เป็นสมเด็จพระสังฆราชเพราะพัวพันคดีรถเบนซ์โบราณเถื่อนซ้ำคอยปกป้อง ธัมมชโย มาตลอด ซึ่งการแลดงพลังของม็อบผ้าเหลืองที่พุทธมณฑลครั้งนั้นถึงกับแสดงความถ่อยดิบเถื่อนเฮโลบุกพังรถและล็อกคอทำร้ายทหารที่เข้าไปดูแลความสงบ โดยที่ฝ่ายทหารไม่ต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด

เพราะฉะนั้นขบวนการสมุนสำนักจานบินกับขบวนการเพื่อแม้วอย่าส่อร้อนตัวเพราะหมดยุคแล้วสำหรับขบวนการจอมปลอมที่อาศัยวงการผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์

ทีมข่าวการเมือง